สัญญาจะซื้อจะขายห้องชุด (มือสอง) ต้องมีอะไรบ้าง

ตอบสั้น

เจ้าของห้องชุดตกลงขายคอนโดมือสองให้ผู้ซื้อ ส่งมอบห้องให้เข้าอยู่ก่อน แล้วจดทะเบียนโอนที่สำนักงานที่ดินภายหลัง · สัญญานี้ยังไม่โอนกรรมสิทธิ์ ต้องจดทะเบียนที่สำนักงานที่ดิน (ป.พ.พ. ม.456)

ข้อเท็จจริงที่อ้างอิงได้
ใช้เมื่อขายคอนโดมือสองระหว่างบุคคล วางมัดจำแล้วนัดโอนภายหลัง
อากรแสตมป์สัญญาจะซื้อจะขายห้องชุดไม่ใช่ตราสารในบัญชีอัตราอากรแสตมป์ จึงไม่ต้องปิดอากรกับสัญญาฉบับนี้ ใบรับเงินมัดจำและเงินงวดวันส่งมอบห้องก็ยังไม่ต้องปิดอากร เพราะใบรับที่ต้องเสียอากรตามลักษณะ 28(ข) คือใบรับสำหรับการโอนอสังหาริมทรัพย์ที่มีการจดทะเบียนแล้ว อากรใบรับ (ร้อยละ 0.5) จะเกิดในวันจดทะเบียนโอน เว้นแต่ผู้ขายต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะแทน
ภาษีข้อ 8 กำหนดว่าใครออกอะไร ค่าธรรมเนียมโอนห้องชุดคิดร้อยละ 2 ของราคาประเมิน ไม่ใช่ราคาที่ตกลงกัน (กฎกระทรวงออกตามความใน พ.ร.บ.อาคารชุด พ.ศ. 2522 ข้อ 16(6)) ถ้าไม่ได้ตกลงไว้ กฎหมายให้ผู้ซื้อผู้ขายออกเท่ากัน (ป.พ.พ. ม.457) สำหรับผู้ขายบุคคลธรรมดา ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายคิดจากราคาประเมินและจำนวนปีที่ถือครอง ภาษีธุรกิจเฉพาะร้อยละ 3.3 ต้องเสียเมื่อขายภายใน 5 ปีนับแต่ได้มา เว้นแต่มีชื่อในทะเบียนบ้านของห้องนั้นเกิน 1 ปี ถ้าเสียภาษีธุรกิจเฉพาะแล้วไม่ต้องเสียอากรใบรับ ผู้ขายเป็นนิติบุคคล — โดยทั่วไปถูกหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายร้อยละ 1 ของราคาขายหรือราคาประเมินแล้วแต่อย่างใดสูงกว่า และต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะร้อยละ 3.3 โดยไม่ขึ้นกับระยะเวลาถือครอง ให้ตรวจกับผู้สอบบัญชีหรือสรรพากรพื้นที่ก่อนวันโอน ประมาณการจากราคาประเมินที่กรอกไว้: ค่าธรรมเนียมโอน ประมาณ (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก) ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายของผู้ขาย (บุคคลธรรมดา) ประมาณ (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก) — ยังไม่ได้กรอกจำนวนปีที่ถือครอง ตัวเลขนี้คิดเหมือนถือครอง 1 ปี ภาษีธุรกิจเฉพาะ ร้อยละ 3.3 ของราคาขายหรือราคาประเมินแล้วแต่อย่างใดสูงกว่า (ถือครองไม่ถึง 5 ปี และไม่ได้ระบุว่ามีชื่อในทะเบียนบ้านของห้องเกิน 1 ปี)- อากรแสตมป์ใบรับ ประมาณ (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก)- ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายของผู้ขาย (นิติบุคคล) ร้อยละ 1 ของราคาขายหรือราคาประเมินแล้วแต่อย่างใดสูงกว่า ภาษีธุรกิจเฉพาะ ร้อยละ 3.3 ของราคาขายหรือราคาประเมินแล้วแต่อย่างใดสูงกว่า ตัวเลขนี้เป็นประมาณการเท่านั้น เจ้าหน้าที่ที่ดินเป็นผู้คำนวณยอดจริงในวันโอนสอบถามราคาประเมินห้องชุดจากสำนักงานที่ดินหรือเว็บไซต์กรมธนารักษ์ แล้วเผื่อค่าใช้จ่ายวันโอนราวร้อยละ 2–7 ของราคา เจ้าหน้าที่ที่ดินเป็นผู้คำนวณยอดจริงในวันโอน มาตรการลดค่าธรรมเนียมโอนและจดจำนองสำหรับที่อยู่อาศัยราคาไม่สูง มีเป็นช่วง ๆ ตามประกาศของรัฐ ให้ตรวจว่ายังใช้อยู่ในวันโอนหรือไม่ ผู้ซื้อที่กู้ธนาคารต้องเตรียมค่าจดจำนองร้อยละ 1 ของวงเงินกู้ (ข้อ 8.3)
แบบที่กฎหมายกำหนดการซื้อขายห้องชุดต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ มิฉะนั้นเป็นโมฆะ (ป.พ.พ. ม.456 วรรคหนึ่ง) สัญญาฉบับนี้เป็นสัญญาจะซื้อจะขาย ซึ่งฟ้องบังคับได้เพราะทำเป็นหนังสือและวางมัดจำแล้ว (ม.456 วรรคสอง) ผู้ซื้อที่เข้าอยู่ก่อนยังไม่ได้เป็นเจ้าของ จนกว่าจะจดทะเบียนโอนตามข้อ 5 จึงห้ามดัดแปลงหรือให้เช่าต่อตามข้อ 3.5 ถ้าผู้ซื้อฝ่าฝืนแล้วผู้ขายบอกกล่าวให้แก้ไขตามข้อ 9.1 ไม่เป็นผล ผู้ขายเลิกสัญญาได้ ริบมัดจำ (ข้อ 9.2) และผู้ซื้อต้องคืนห้องภายใน 7 วันพร้อมรับผิดในความเสียหายที่ตนก่อ สัญญานี้ส่งมอบห้องและกุญแจในวันโอน ผู้ซื้อมีสิทธิเข้าตรวจสภาพห้องก่อนวันโอนอย่างน้อย 3 วันตามข้อ 3.2 — ใช้สิทธินี้ และจดทุกจุดที่ชำรุดลงในบันทึกสภาพห้อง เอกสารที่สำนักงานที่ดินต้องใช้: หนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุดฉบับจริง บัตรประชาชนหรือหนังสือเดินทางและทะเบียนบ้านของคู่สัญญา หนังสือรับรองการปลอดหนี้ค่าส่วนกลางจากนิติบุคคลอาคารชุด (ข้อ 4.3) และหนังสือยินยอมของคู่สมรสถ้าห้องเป็นสินสมรส (ป.พ.พ. ม.1476) ในวันโอนผู้ขายต้องส่งมอบทะเบียนบ้านของห้อง และย้ายชื่อตนเองออกภายใน 30 วัน (ข้อ 5.2) ⚠️ ผู้ซื้อต่างชาติ — กฎหมายว่าด้วยอาคารชุดจำกัดสัดส่วนห้องชุดที่คนต่างด้าวถือกรรมสิทธิ์ได้ในแต่ละอาคาร และให้คนต่างด้าวแสดงหลักฐานว่านำเงินตราต่างประเทศเข้ามาเพื่อซื้อ ตรวจสองเรื่องนี้ก่อนวางมัดจำ: ขอให้นิติบุคคลอาคารชุดยืนยันเป็นหนังสือว่าโควตาต่างด้าวของอาคารยังเหลือ (ข้อ 7.3) — คนต่างด้าวถือกรรมสิทธิ์รวมกันได้ไม่เกินร้อยละ 49 ของพื้นที่ห้องชุดทั้งหมดในอาคาร โอนเงินจากบัญชีต่างประเทศเข้าบัญชีธนาคารในไทยเป็นเงินตราต่างประเทศ และขอหนังสือรับรองการนำเงินเข้าจากธนาคารผู้รับเงิน ระบุวัตถุประสงค์ว่าเพื่อซื้อห้องชุด หลักฐานต้องครอบคลุมราคาทั้งหมดรวมมัดจำ (ข้อ 7.2) ถ้าจ่ายมัดจำเป็นเงินบาทในไทยไปแล้ว ต้องนำเงินตราต่างประเทศเข้ามาเพิ่มให้ครบ ข้อกฎหมายเฉพาะเรื่องนี้ (คุณสมบัติคนต่างด้าว อัตราส่วน และรูปแบบหลักฐาน) ให้ตรวจกับสำนักงานที่ดินที่อาคารตั้งอยู่ก่อนวันโอน
มาตราที่อ้างป.พ.พ. ม.224, 370, 377, 378, 380, 381, 383, 387, 391, 456, 457, 472, 474, 702, 744, 746, 1476; บัญชีอัตราอากรแสตมป์ ลักษณะ 28(ข); กฎกระทรวงออกตามความใน พ.ร.บ.อาคารชุด พ.ศ. 2522 ข้อ 16(6) (ค่าจดทะเบียนห้องชุด ใน land-fees.md); พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 ม.4, 7; พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ม.24(3)
ค่าใช้แบบฟอร์มบนเว็บนี้349 บาท

ใช้สัญญาฉบับนี้เมื่อไร

  • ขายคอนโดมือสองระหว่างบุคคล วางมัดจำแล้วนัดโอนภายหลัง
  • ผู้ซื้อกู้ธนาคาร ต้องการเงื่อนไขกู้ไม่ผ่านคืนเงิน
  • ผู้ซื้อขอเข้าอยู่หรือตกแต่งห้องก่อนวันโอน
  • ห้องยังติดจำนองธนาคาร ต้องไถ่ถอนในวันโอน
  • ผู้ซื้อหรือผู้ขายเป็นชาวต่างชาติ

จุดที่พลาดบ่อยและต้องระวัง

  • สัญญานี้ยังไม่โอนกรรมสิทธิ์ ต้องจดทะเบียนที่สำนักงานที่ดิน (ป.พ.พ. ม.456)
  • ผู้ซื้อที่ต้องกู้ธนาคาร ขอประเมินวงเงินเบื้องต้นก่อนลงนาม แล้วติ๊กเงื่อนไขสินเชื่อ
  • ผู้ซื้อต่างชาติต้องมีหลักฐานการนำเงินตราต่างประเทศเข้าครอบคลุมราคาทั้งหมด และอาคารต้องยังมีโควตาต่างด้าวเหลือ
  • ขอดูใบแจ้งยอดหนี้ค่าส่วนกลางก่อนวางมัดจำ หนี้ค้างทำให้ขอใบปลอดหนี้ไม่ได้และโอนไม่ได้
  • รับห้องช้าแล้วให้ทำหนังสือสงวนสิทธิค่าปรับในวันรับ (ป.พ.พ. ม.381)
  • ห้องเป็นสินสมรสของผู้ขาย ต้องมีคู่สมรสให้ความยินยอม (ป.พ.พ. ม.1476)

กรณีที่ไม่ควรใช้ฉบับนี้

อากรแสตมป์

สัญญาจะซื้อจะขายห้องชุดไม่ใช่ตราสารในบัญชีอัตราอากรแสตมป์ จึงไม่ต้องปิดอากรกับสัญญาฉบับนี้ ใบรับเงินมัดจำและเงินงวดวันส่งมอบห้องก็ยังไม่ต้องปิดอากร เพราะใบรับที่ต้องเสียอากรตามลักษณะ 28(ข) คือใบรับสำหรับการโอนอสังหาริมทรัพย์ที่มีการจดทะเบียนแล้ว อากรใบรับ (ร้อยละ 0.5) จะเกิดในวันจดทะเบียนโอน เว้นแต่ผู้ขายต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะแทน

การจดทะเบียน / แบบที่กฎหมายกำหนด

การซื้อขายห้องชุดต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ มิฉะนั้นเป็นโมฆะ (ป.พ.พ. ม.456 วรรคหนึ่ง) สัญญาฉบับนี้เป็นสัญญาจะซื้อจะขาย ซึ่งฟ้องบังคับได้เพราะทำเป็นหนังสือและวางมัดจำแล้ว (ม.456 วรรคสอง) ผู้ซื้อที่เข้าอยู่ก่อนยังไม่ได้เป็นเจ้าของ จนกว่าจะจดทะเบียนโอนตามข้อ 5 จึงห้ามดัดแปลงหรือให้เช่าต่อตามข้อ 3.5 ถ้าผู้ซื้อฝ่าฝืนแล้วผู้ขายบอกกล่าวให้แก้ไขตามข้อ 9.1 ไม่เป็นผล ผู้ขายเลิกสัญญาได้ ริบมัดจำ (ข้อ 9.2) และผู้ซื้อต้องคืนห้องภายใน 7 วันพร้อมรับผิดในความเสียหายที่ตนก่อ สัญญานี้ส่งมอบห้องและกุญแจในวันโอน ผู้ซื้อมีสิทธิเข้าตรวจสภาพห้องก่อนวันโอนอย่างน้อย 3 วันตามข้อ 3.2 — ใช้สิทธินี้ และจดทุกจุดที่ชำรุดลงในบันทึกสภาพห้อง

เอกสารที่สำนักงานที่ดินต้องใช้: หนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุดฉบับจริง บัตรประชาชนหรือหนังสือเดินทางและทะเบียนบ้านของคู่สัญญา หนังสือรับรองการปลอดหนี้ค่าส่วนกลางจากนิติบุคคลอาคารชุด (ข้อ 4.3) และหนังสือยินยอมของคู่สมรสถ้าห้องเป็นสินสมรส (ป.พ.พ. ม.1476) ในวันโอนผู้ขายต้องส่งมอบทะเบียนบ้านของห้อง และย้ายชื่อตนเองออกภายใน 30 วัน (ข้อ 5.2)

⚠️ ผู้ซื้อต่างชาติ — กฎหมายว่าด้วยอาคารชุดจำกัดสัดส่วนห้องชุดที่คนต่างด้าวถือกรรมสิทธิ์ได้ในแต่ละอาคาร และให้คนต่างด้าวแสดงหลักฐานว่านำเงินตราต่างประเทศเข้ามาเพื่อซื้อ ตรวจสองเรื่องนี้ก่อนวางมัดจำ:

  • ขอให้นิติบุคคลอาคารชุดยืนยันเป็นหนังสือว่าโควตาต่างด้าวของอาคารยังเหลือ (ข้อ 7.3) — คนต่างด้าวถือกรรมสิทธิ์รวมกันได้ไม่เกินร้อยละ 49 ของพื้นที่ห้องชุดทั้งหมดในอาคาร
  • โอนเงินจากบัญชีต่างประเทศเข้าบัญชีธนาคารในไทยเป็นเงินตราต่างประเทศ และขอหนังสือรับรองการนำเงินเข้าจากธนาคารผู้รับเงิน ระบุวัตถุประสงค์ว่าเพื่อซื้อห้องชุด หลักฐานต้องครอบคลุมราคาทั้งหมดรวมมัดจำ (ข้อ 7.2) ถ้าจ่ายมัดจำเป็นเงินบาทในไทยไปแล้ว ต้องนำเงินตราต่างประเทศเข้ามาเพิ่มให้ครบ
  • ข้อกฎหมายเฉพาะเรื่องนี้ (คุณสมบัติคนต่างด้าว อัตราส่วน และรูปแบบหลักฐาน) ให้ตรวจกับสำนักงานที่ดินที่อาคารตั้งอยู่ก่อนวันโอน

ภาษีและค่าธรรมเนียมวันโอน

ข้อ 8 กำหนดว่าใครออกอะไร ค่าธรรมเนียมโอนห้องชุดคิดร้อยละ 2 ของราคาประเมิน ไม่ใช่ราคาที่ตกลงกัน (กฎกระทรวงออกตามความใน พ.ร.บ.อาคารชุด พ.ศ. 2522 ข้อ 16(6)) ถ้าไม่ได้ตกลงไว้ กฎหมายให้ผู้ซื้อผู้ขายออกเท่ากัน (ป.พ.พ. ม.457) สำหรับผู้ขายบุคคลธรรมดา ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายคิดจากราคาประเมินและจำนวนปีที่ถือครอง ภาษีธุรกิจเฉพาะร้อยละ 3.3 ต้องเสียเมื่อขายภายใน 5 ปีนับแต่ได้มา เว้นแต่มีชื่อในทะเบียนบ้านของห้องนั้นเกิน 1 ปี ถ้าเสียภาษีธุรกิจเฉพาะแล้วไม่ต้องเสียอากรใบรับ ผู้ขายเป็นนิติบุคคล — โดยทั่วไปถูกหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายร้อยละ 1 ของราคาขายหรือราคาประเมินแล้วแต่อย่างใดสูงกว่า และต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะร้อยละ 3.3 โดยไม่ขึ้นกับระยะเวลาถือครอง ให้ตรวจกับผู้สอบบัญชีหรือสรรพากรพื้นที่ก่อนวันโอน

ประมาณการจากราคาประเมินที่กรอกไว้:

  • ค่าธรรมเนียมโอน ประมาณ (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก)
  • ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายของผู้ขาย (บุคคลธรรมดา) ประมาณ (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก) — ยังไม่ได้กรอกจำนวนปีที่ถือครอง ตัวเลขนี้คิดเหมือนถือครอง 1 ปี
  • ภาษีธุรกิจเฉพาะ ร้อยละ 3.3 ของราคาขายหรือราคาประเมินแล้วแต่อย่างใดสูงกว่า (ถือครองไม่ถึง 5 ปี และไม่ได้ระบุว่ามีชื่อในทะเบียนบ้านของห้องเกิน 1 ปี)- อากรแสตมป์ใบรับ ประมาณ (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก)- ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายของผู้ขาย (นิติบุคคล) ร้อยละ 1 ของราคาขายหรือราคาประเมินแล้วแต่อย่างใดสูงกว่า
  • ภาษีธุรกิจเฉพาะ ร้อยละ 3.3 ของราคาขายหรือราคาประเมินแล้วแต่อย่างใดสูงกว่า

ตัวเลขนี้เป็นประมาณการเท่านั้น เจ้าหน้าที่ที่ดินเป็นผู้คำนวณยอดจริงในวันโอนสอบถามราคาประเมินห้องชุดจากสำนักงานที่ดินหรือเว็บไซต์กรมธนารักษ์ แล้วเผื่อค่าใช้จ่ายวันโอนราวร้อยละ 2–7 ของราคา เจ้าหน้าที่ที่ดินเป็นผู้คำนวณยอดจริงในวันโอน

มาตรการลดค่าธรรมเนียมโอนและจดจำนองสำหรับที่อยู่อาศัยราคาไม่สูง มีเป็นช่วง ๆ ตามประกาศของรัฐ ให้ตรวจว่ายังใช้อยู่ในวันโอนหรือไม่ ผู้ซื้อที่กู้ธนาคารต้องเตรียมค่าจดจำนองร้อยละ 1 ของวงเงินกู้ (ข้อ 8.3)

สินเชื่อของผู้ซื้อ

ข้อ 2.6 ให้เลิกสัญญาได้ถ้าธนาคารทุกแห่งที่ยื่นไม่อนุมัติ แต่ ต้องบอกเลิกเป็นหนังสือภายใน 30 วันนับแต่รู้ผลของธนาคารแห่งสุดท้าย ถ้าไม่บอกเลิก หรือผู้ซื้อไม่ยื่นกู้ภายใน … วัน ถือว่าผู้ซื้อจะจ่ายเงินส่วนที่เหลือเอง ควรขอให้ธนาคารประเมินวงเงินเบื้องต้นตั้งแต่ก่อนลงนาม และเก็บหนังสือปฏิเสธสินเชื่อไว้เป็นหลักฐานสัญญานี้ไม่มีเงื่อนไขกู้ไม่ผ่าน ผู้ซื้อต้องหาเงินส่วนที่เหลือให้ได้ในวันโอน ถ้ากู้ธนาคารไม่ผ่านแล้วจ่ายไม่ได้ ถือว่าผู้ซื้อผิดนัด ผู้ขายริบมัดจำได้ (ข้อ 9.2) ถ้ายังไม่ลงนามและผู้ซื้อต้องกู้ ให้กลับไปติ๊กเงื่อนไขสินเชื่อในขั้นราคา

ค่าส่วนกลางและใบปลอดหนี้

  • ค่าส่วนกลางแบ่งกันที่ วันส่งมอบห้อง ไม่ใช่วันโอน (ข้อ 4.1) เพราะผู้ซื้อได้ใช้ห้องตั้งแต่วันนั้น ผู้ซื้อจ่ายค่าส่วนกลางตรงให้นิติบุคคล ถ้าผู้ขายต้องจ่ายแทนเพื่อให้ได้ใบปลอดหนี้ ผู้ซื้อคืนให้ในวันโอน — จดวันส่งมอบและเลขมิเตอร์ไว้ในบันทึกสภาพห้อง- ค่าส่วนกลางก่อนวันส่งมอบห้อง (ซึ่งคือวันโอน) เป็นของผู้ขาย หลังจากนั้นเป็นของผู้ซื้อ (ข้อ 4.1)
  • ขอให้ผู้ขายยื่นขอหนังสือปลอดหนี้ล่วงหน้าหลายวัน นิติบุคคลบางแห่งใช้เวลาออกหนังสือหลายวันทำการ หนี้ค้างของผู้ขายต้องชำระให้หมดก่อน (ข้อ 4.3)
  • เงินกองทุนที่ผู้ขายจ่ายไว้ตั้งแต่ซื้อห้องครั้งแรกเป็นของนิติบุคคลอาคารชุด ผู้ขายเรียกคืนไม่ได้ (ข้อ 4.2) ส่วนเงินที่นิติบุคคลเรียกใหม่เพราะเปลี่ยนเจ้าของ เป็นภาระของ…

ไถ่ถอนจำนองเดิมในวันโอน

จำนองติดไปกับตัวห้องชุด ผู้รับจำนองบังคับเอาจากห้องได้แม้โอนให้ผู้อื่นแล้ว (ป.พ.พ. ม.702) ผู้ซื้อจึงต้องได้ห้องที่จดทะเบียนไถ่ถอนจำนองแล้วในวันเดียวกันเท่านั้น จำนองระงับเมื่อหนี้ที่ประกันระงับ (ม.744(1)) และต้องจดทะเบียนการไถ่ถอนจึงยกขึ้นต่อสู้บุคคลภายนอกได้ (ม.746) ขั้นตอนที่ปลอดภัย:

  1. ผู้ขายขอหนังสือแจ้งยอดหนี้ปิดบัญชีจาก … ส่งให้ผู้ซื้อดูก่อน 7 วัน (ข้อ 6.1)
  2. ในวันโอน ผู้ซื้อ (หรือธนาคารของผู้ซื้อ) ออกแคชเชียร์เช็คสั่งจ่ายผู้รับจำนองตามยอดปิดบัญชี และอีกใบสั่งจ่ายผู้ขายสำหรับส่วนที่เหลือ
  3. จดทะเบียนไถ่ถอนจำนอง แล้วจดทะเบียนโอนต่อทันทีในวันเดียวกัน ห้ามจ่ายเงินส่วนไถ่ถอนเป็นเงินสดให้ผู้ขาย

ค่าปรับและการผิดนัด

  • ส่งมอบห้องช้า ผู้ขายเสียค่าปรับรายวันตามข้อ 3.3 ผู้ซื้อหักจากเงินที่ยังต้องจ่ายได้ ช้าเกิน 30 วันเลิกสัญญาได้ ค่าปรับเป็นเบี้ยปรับ ถ้าสูงเกินส่วนศาลลดได้ (ป.พ.พ. ม.383)
  • รับห้องที่ส่งมอบช้า ให้ทำหนังสือสงวนสิทธิเรียกค่าปรับในวันที่รับทุกครั้ง (เขียนในบันทึกสภาพห้องหรือส่งอีเมลก็ได้) แม้ข้อ 3.4 จะเขียนสงวนสิทธิไว้แล้ว — ถ้ารับไว้โดยไม่สงวนสิทธิ อาจเสียสิทธิเรียกค่าปรับ (ป.พ.พ. ม.381 วรรคสาม)
  • ผู้ซื้อผิดนัด (ไม่จ่ายเงิน ไม่ไปโอน หรือผิดข้ออื่นแล้วไม่แก้) ผู้ขายต้องบอกกล่าวให้แก้ไขเป็นหนังสือก่อน 15 วัน (ข้อ 9.1 · ม.387) แล้วจึงเลิกสัญญาได้ ริบได้เฉพาะมัดจำ (ม.377–378) เงินงวดวันส่งมอบต้องคืนเมื่อได้ห้องคืน และผู้ซื้อต้องคืนห้องภายใน 7 วัน (ข้อ 9.2, 9.4)
  • ผู้ขายผิดนัด ผู้ซื้อเลือกฟ้องบังคับให้โอน หรือเลิกสัญญาแล้วได้เงินคืนทั้งหมดภายใน 15 วันพร้อมดอกเบี้ยและเบี้ยปรับเท่ามัดจำ (ข้อ 9.3 · ม.380, 391) ถ้าเสียหายมากกว่านั้นเรียกเพิ่มได้เมื่อพิสูจน์ได้ ผู้ซื้อที่อยู่ในห้องแล้ว ไม่ต้องคืนห้องจนกว่าจะได้เงินคืนครบ (ข้อ 9.4 · ม.369)
  • ความเสียหายระหว่างรอโอน — ตามกฎหมาย ทรัพย์เฉพาะสิ่งที่เสียหายโดยไม่ใช่ความผิดของลูกหนี้ตกเป็นพับแก่เจ้าหนี้ (ป.พ.พ. ม.370) ข้อ 3.6 ตกลงให้ความเสียหายต่อห้อง ตัวอาคาร หรือทรัพย์ส่วนกลางที่ไม่ได้เกิดจากผู้ซื้อเป็นความเสี่ยงของผู้ขายจนถึงวันโอน ถ้าห้องใช้อยู่ไม่ได้และซ่อมไม่ทัน ผู้ซื้อเลื่อนวันโอนหรือเลิกสัญญาได้โดยได้เงินคืนทั้งหมด
  • ความชำรุดบกพร่อง — ผู้ขายรับผิดในความชำรุดที่มีอยู่ขณะซื้อขาย แม้ผู้ขายเองจะไม่รู้ (ม.472) แต่ไม่ต้องรับผิดถ้าผู้ซื้อรู้อยู่แล้วหรือควรรู้ถ้าใช้ความระมัดระวังอย่างวิญญูชน หรือความชำรุดเห็นได้ชัดในวันส่งมอบแล้วผู้ซื้อรับไว้โดยไม่ทักท้วง (ม.473) ผู้ซื้อต้องฟ้องภายใน 1 ปีนับแต่พบความชำรุด (ม.474) — ตรวจห้องให้ละเอียดในวันส่งมอบ จดจุดชำรุดที่เห็นลงบันทึกสภาพห้อง (ข้อ 3.2 · ข้อ 10.1) และเขียนสงวนสิทธิไว้ถ้ารับห้องทั้งที่ยังไม่ได้ซ่อม

ข้อมูลส่วนบุคคล

ข้อ 11.2 จำกัดการใช้ข้อมูลของอีกฝ่ายไว้เท่าที่จำเป็นต่อการโอน การส่งสำเนาบัตรให้นิติบุคคล ธนาคาร และสำนักงานที่ดินเป็นการใช้ตามสัญญา ซึ่งทำได้โดยไม่ต้องขอความยินยอมแยก (พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ม.24(3)) แต่การนำไปใช้เรื่องอื่นต้องมีฐานทางกฎหมายรองรับ ควรเขียนบนสำเนาบัตรว่าใช้เพื่อการโอนห้องชุดนี้เท่านั้น

เอกสารแนบท้ายสัญญา

  • สำเนาหนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุด (อ.ช.2) หน้า–หลัง ที่เป็นปัจจุบัน
  • แผนผังแสดงตำแหน่งห้องชุด
  • บันทึกสภาพห้องชุดและรูปถ่ายในวันตรวจสภาพ พร้อมเลขมิเตอร์น้ำไฟในวันส่งมอบ
  • รายการเฟอร์นิเจอร์และเครื่องใช้ที่ขายรวม
  • ใบแจ้งยอดค่าส่วนกลางล่าสุดจากนิติบุคคลอาคารชุด
  • หนังสือแจ้งยอดหนี้ปิดบัญชีจากผู้รับจำนอง
  • สำเนาบัตรประชาชน หนังสือเดินทาง หรือหนังสือรับรองนิติบุคคลของคู่สัญญา และของคู่สมรสผู้ให้ความยินยอม

วันลงนาม

ทำสองฉบับข้อความตรงกัน เก็บไว้ฝ่ายละฉบับ ลงชื่อกำกับทุกหน้า ก่อนจ่ายมัดจำ ให้ขอตรวจหนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุดตัวจริง และถ้าทำได้ให้ค้นสารบบที่สำนักงานที่ดินว่าไม่มีจำนองหรืออายัดอื่นนอกจากที่ผู้ขายแจ้ง

ผู้เขียนและผู้ตรวจทาน

เขียนและตรวจทานโดย ภูวรา ครอบตะคุ ทนายความ (ใบอนุญาต 477/2558) · เนติบัณฑิตไทย · น.ม. กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาและสารสนเทศ — การเลือกประเด็น การจัดหมวด และคำอธิบายในบทความนี้เป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ของผู้เขียน ส่วนตัวบทกฎหมายที่ยกมาไม่มีลิขสิทธิ์และตรวจกับราชกิจจานุเบกษาได้เสมอ · ทะเบียนบทความ OKC-9A0C6F · หากนำไปใช้ต่อ โปรดระบุชื่อผู้เขียนและลิงก์ต้นฉบับ

มีแบบฟอร์มฉบับนี้ให้กรอกออนไลน์แล้วกรอกไม่กี่นาที ดูตัวอย่างเต็มฉบับก่อนจ่าย ได้ไฟล์ PDF พร้อมพิมพ์
เปิดแบบฟอร์ม · 349 บาท

คำถามที่พบบ่อย

สัญญาจะซื้อจะขายห้องชุด (มือสอง) ต้องติดอากรแสตมป์ไหม

สัญญาจะซื้อจะขายห้องชุดไม่ใช่ตราสารในบัญชีอัตราอากรแสตมป์ จึงไม่ต้องปิดอากรกับสัญญาฉบับนี้ ใบรับเงินมัดจำและเงินงวดวันส่งมอบห้องก็ยังไม่ต้องปิดอากร เพราะใบรับที่ต้องเสียอากรตามลักษณะ 28(ข) คือใบรับสำหรับการโอนอสังหาริมทรัพย์ที่มีการจดทะเบียนแล้ว อากรใบรับ (ร้อยละ 0.5) จะเกิดในวันจดทะเบียนโอน เว้นแต่ผู้ขายต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะแทน

สัญญาจะซื้อจะขายห้องชุด (มือสอง) เสียภาษีอะไรบ้าง

ข้อ 8 กำหนดว่าใครออกอะไร ค่าธรรมเนียมโอนห้องชุดคิดร้อยละ 2 ของราคาประเมิน ไม่ใช่ราคาที่ตกลงกัน (กฎกระทรวงออกตามความใน พ.ร.บ.อาคารชุด พ.ศ. 2522 ข้อ 16(6)) ถ้าไม่ได้ตกลงไว้ กฎหมายให้ผู้ซื้อผู้ขายออกเท่ากัน (ป.พ.พ. ม.457) สำหรับผู้ขายบุคคลธรรมดา ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายคิดจากราคาประเมินและจำนวนปีที่ถือครอง ภาษีธุรกิจเฉพาะร้อยละ 3.3 ต้องเสียเมื่อขายภายใน 5 ปีนับแต่ได้มา เว้นแต่มีชื่อในทะเบียนบ้านของห้องนั้นเกิน 1 ปี ถ้าเสียภาษีธุรกิจเฉพาะแล้วไม่ต้องเสียอากรใบรับ ผู้ขายเป็นนิติบุคคล — โดยทั่วไปถูกหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายร้อยละ 1 ของราคาขายหรือราคาประเมินแล้วแต่อย่างใดสูงกว่า และต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะร้อยละ 3.3 โดยไม่ขึ้นกับระยะเวลาถือครอง ให้ตรวจกับผู้สอบบัญชีหรือสรรพากรพื้นที่ก่อนวันโอน ประมาณการจากราคาประเมินที่กรอกไว้: ค่าธรรมเนียมโอน ประมาณ (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก) ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายของผู้ขาย (บุคคลธรรมดา) ประมาณ (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก) — ยังไม่ได้กรอกจำนวนปีที่ถือครอง ตัวเลขนี้คิดเหมือนถือครอง 1 ปี ภาษีธุรกิจเฉพาะ ร้อยละ 3.3 ของราคาขายหรือราคาประเมินแล้วแต่อย่างใดสูงกว่า (ถือครองไม่ถึง 5 ปี และไม่ได้ระบุว่ามีชื่อในทะเบียนบ้านของห้องเกิน 1 ปี)- อากรแสตมป์ใบรับ ประมาณ (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก)- ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายของผู้ขาย (นิติบุคคล) ร้อยละ 1 ของราคาขายหรือราคาประเมินแล้วแต่อย่างใดสูงกว่า ภาษีธุรกิจเฉพาะ ร้อยละ 3.3 ของราคาขายหรือราคาประเมินแล้วแต่อย่างใดสูงกว่า ตัวเลขนี้เป็นประมาณการเท่านั้น เจ้าหน้าที่ที่ดินเป็นผู้คำนวณยอดจริงในวันโอนสอบถามราคาประเมินห้องชุดจากสำนักงานที่ดินหรือเว็บไซต์กรมธนารักษ์ แล้วเผื่อค่าใช้จ่ายวันโอนราวร้อยละ 2–7 ของราคา เจ้าหน้าที่ที่ดินเป็นผู้คำนวณยอดจริงในวันโอน มาตรการลดค่าธรรมเนียมโอนและจดจำนองสำหรับที่อยู่อาศัยราคาไม่สูง มีเป็นช่วง ๆ ตามประกาศของรัฐ ให้ตรวจว่ายังใช้อยู่ในวันโอนหรือไม่ ผู้ซื้อที่กู้ธนาคารต้องเตรียมค่าจดจำนองร้อยละ 1 ของวงเงินกู้ (ข้อ 8.3)

ใช้สัญญาจะซื้อจะขายห้องชุด (มือสอง)ตอนไหน

ขายคอนโดมือสองระหว่างบุคคล วางมัดจำแล้วนัดโอนภายหลัง · ผู้ซื้อกู้ธนาคาร ต้องการเงื่อนไขกู้ไม่ผ่านคืนเงิน · ผู้ซื้อขอเข้าอยู่หรือตกแต่งห้องก่อนวันโอน · ห้องยังติดจำนองธนาคาร ต้องไถ่ถอนในวันโอน · ผู้ซื้อหรือผู้ขายเป็นชาวต่างชาติ

ทำสัญญาจะซื้อจะขายห้องชุด (มือสอง)ต้องระวังอะไร

สัญญานี้ยังไม่โอนกรรมสิทธิ์ ต้องจดทะเบียนที่สำนักงานที่ดิน (ป.พ.พ. ม.456) · ผู้ซื้อที่ต้องกู้ธนาคาร ขอประเมินวงเงินเบื้องต้นก่อนลงนาม แล้วติ๊กเงื่อนไขสินเชื่อ · ผู้ซื้อต่างชาติต้องมีหลักฐานการนำเงินตราต่างประเทศเข้าครอบคลุมราคาทั้งหมด และอาคารต้องยังมีโควตาต่างด้าวเหลือ · ขอดูใบแจ้งยอดหนี้ค่าส่วนกลางก่อนวางมัดจำ หนี้ค้างทำให้ขอใบปลอดหนี้ไม่ได้และโอนไม่ได้ · รับห้องช้าแล้วให้ทำหนังสือสงวนสิทธิค่าปรับในวันรับ (ป.พ.พ. ม.381) · ห้องเป็นสินสมรสของผู้ขาย ต้องมีคู่สมรสให้ความยินยอม (ป.พ.พ. ม.1476)

กรณีไหนที่ไม่ควรใช้สัญญาจะซื้อจะขายห้องชุด (มือสอง)

ซื้อห้องจากโครงการของผู้ประกอบธุรกิจ — ผู้ประกอบธุรกิจต้องใช้แบบสัญญาของตนตามประกาศ สคบ. · ยังแค่จองห้อง ยังไม่พร้อมวางมัดจำ ให้ใช้ สัญญาจองซื้อบ้านหรือห้องชุด · เช่าห้องชุด ไม่ใช่ซื้อ ให้ใช้ สัญญาเช่าบ้าน (บ้านเดี่ยว / ทาวน์เฮาส์) · ถ้าคู่สัญญาเป็นชาวต่างชาติหรือต้องการฉบับภาษาอังกฤษ ให้ใช้ Condominium Unit Sale and Purchase Agreement — สัญญาจะซื้อจะขายคอนโด ภาษาอังกฤษ

สัญญาจะซื้อจะขายห้องชุด (มือสอง) ต้องจดทะเบียนหรือทำตามแบบที่กฎหมายกำหนดไหม

การซื้อขายห้องชุดต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ มิฉะนั้นเป็นโมฆะ (ป.พ.พ. ม.456 วรรคหนึ่ง) สัญญาฉบับนี้เป็นสัญญาจะซื้อจะขาย ซึ่งฟ้องบังคับได้เพราะทำเป็นหนังสือและวางมัดจำแล้ว (ม.456 วรรคสอง) ผู้ซื้อที่เข้าอยู่ก่อนยังไม่ได้เป็นเจ้าของ จนกว่าจะจดทะเบียนโอนตามข้อ 5 จึงห้ามดัดแปลงหรือให้เช่าต่อตามข้อ 3.5 ถ้าผู้ซื้อฝ่าฝืนแล้วผู้ขายบอกกล่าวให้แก้ไขตามข้อ 9.1 ไม่เป็นผล ผู้ขายเลิกสัญญาได้ ริบมัดจำ (ข้อ 9.2) และผู้ซื้อต้องคืนห้องภายใน 7 วันพร้อมรับผิดในความเสียหายที่ตนก่อ สัญญานี้ส่งมอบห้องและกุญแจในวันโอน ผู้ซื้อมีสิทธิเข้าตรวจสภาพห้องก่อนวันโอนอย่างน้อย 3 วันตามข้อ 3.2 — ใช้สิทธินี้ และจดทุกจุดที่ชำรุดลงในบันทึกสภาพห้อง เอกสารที่สำนักงานที่ดินต้องใช้: หนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุดฉบับจริง บัตรประชาชนหรือหนังสือเดินทางและทะเบียนบ้านของคู่สัญญา หนังสือรับรองการปลอดหนี้ค่าส่วนกลางจากนิติบุคคลอาคารชุด (ข้อ 4.3) และหนังสือยินยอมของคู่สมรสถ้าห้องเป็นสินสมรส (ป.พ.พ. ม.1476) ในวันโอนผู้ขายต้องส่งมอบทะเบียนบ้านของห้อง และย้ายชื่อตนเองออกภายใน 30 วัน (ข้อ 5.2) ⚠️ ผู้ซื้อต่างชาติ — กฎหมายว่าด้วยอาคารชุดจำกัดสัดส่วนห้องชุดที่คนต่างด้าวถือกรรมสิทธิ์ได้ในแต่ละอาคาร และให้คนต่างด้าวแสดงหลักฐานว่านำเงินตราต่างประเทศเข้ามาเพื่อซื้อ ตรวจสองเรื่องนี้ก่อนวางมัดจำ: ขอให้นิติบุคคลอาคารชุดยืนยันเป็นหนังสือว่าโควตาต่างด้าวของอาคารยังเหลือ (ข้อ 7.3) — คนต่างด้าวถือกรรมสิทธิ์รวมกันได้ไม่เกินร้อยละ 49 ของพื้นที่ห้องชุดทั้งหมดในอาคาร โอนเงินจากบัญชีต่างประเทศเข้าบัญชีธนาคารในไทยเป็นเงินตราต่างประเทศ และขอหนังสือรับรองการนำเงินเข้าจากธนาคารผู้รับเงิน ระบุวัตถุประสงค์ว่าเพื่อซื้อห้องชุด หลักฐานต้องครอบคลุมราคาทั้งหมดรวมมัดจำ (ข้อ 7.2) ถ้าจ่ายมัดจำเป็นเงินบาทในไทยไปแล้ว ต้องนำเงินตราต่างประเทศเข้ามาเพิ่มให้ครบ ข้อกฎหมายเฉพาะเรื่องนี้ (คุณสมบัติคนต่างด้าว อัตราส่วน และรูปแบบหลักฐาน) ให้ตรวจกับสำนักงานที่ดินที่อาคารตั้งอยู่ก่อนวันโอน

ลงนามสัญญาจะซื้อจะขายห้องชุด (มือสอง)ต้องมีพยานไหม ทำกี่ฉบับ

ทำสองฉบับข้อความตรงกัน เก็บไว้ฝ่ายละฉบับ ลงชื่อกำกับทุกหน้า ก่อนจ่ายมัดจำ ให้ขอตรวจหนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุดตัวจริง และถ้าทำได้ให้ค้นสารบบที่สำนักงานที่ดินว่าไม่มีจำนองหรืออายัดอื่นนอกจากที่ผู้ขายแจ้ง

ทำสัญญาจะซื้อจะขายห้องชุด (มือสอง)ต้องเตรียมเอกสารอะไรแนบท้าย

สำเนาหนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุด (อ.ช.2) หน้า–หลัง ที่เป็นปัจจุบัน แผนผังแสดงตำแหน่งห้องชุด บันทึกสภาพห้องชุดและรูปถ่ายในวันตรวจสภาพ พร้อมเลขมิเตอร์น้ำไฟในวันส่งมอบ รายการเฟอร์นิเจอร์และเครื่องใช้ที่ขายรวม ใบแจ้งยอดค่าส่วนกลางล่าสุดจากนิติบุคคลอาคารชุด หนังสือแจ้งยอดหนี้ปิดบัญชีจากผู้รับจำนอง สำเนาบัตรประชาชน หนังสือเดินทาง หรือหนังสือรับรองนิติบุคคลของคู่สัญญา และของคู่สมรสผู้ให้ความยินยอม

กฎหมายที่อ้างถึงในบทความนี้

ถ้อยคำด้านล่างคัดจากตัวบท 22 มาตรา — ใช้อ้างอิงได้ แต่หากต้องใช้ในชั้นศาล ควรตรวจกับราชกิจจานุเบกษาฉบับทางการอีกครั้ง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 224

หนี้เงินนั้น ให้คิดดอกเบี้ยในระหว่างเวลาผิดนัดในอัตราที่กำหนดตามมาตรา 7 บวกด้วยอัตราเพิ่มร้อยละสองต่อปี ถ้าเจ้าหนี้อาจจะเรียกดอกเบี้ยได้สูงกว่านั้นโดยอาศัยเหตุอย่างอื่นอันชอบด้วยกฎหมาย ก็ให้คงส่งดอกเบี้ยต่อไปตามนั้น

ส่วนที่ 1 การไม่ชำระหนี้

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 370

ถ้าสัญญาต่างตอบแทนมีวัตถุที่ประสงค์เป็นการก่อให้เกิดหรือโอนทรัพยสิทธิในทรัพย์เฉพาะสิ่ง และทรัพย์นั้นสูญหรือเสียหายไปด้วยเหตุอย่างใดอย่างหนึ่งอันจะโทษลูกหนี้มิได้ไซร้ ท่านว่าการสูญหรือเสียหายนั้นตกเป็นพับแก่เจ้าหนี้

หมวด 2 ผลแห่งสัญญา

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 377

เมื่อเข้าทำสัญญา ถ้าได้ให้สิ่งใดไว้เป็นมัดจำ ท่านให้ถือว่าการที่ให้มัดจำนั้นย่อมเป็นพยานหลักฐานว่าสัญญานั้นได้ทำกันขึ้นแล้ว อนึ่ง มัดจำนี้ย่อมเป็นประกันการที่จะปฏิบัติตามสัญญานั้นด้วย

หมวด 3 มัดจำและกำหนดเบี้ยปรับ

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 378

มัดจำนั้น ถ้ามิได้ตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่น ท่านให้เป็นไปดังจะกล่าวต่อไปนี้ คือ (1) ให้ส่งคืน หรือจัดเอาเป็นการใช้เงินบางส่วนในเมื่อชำระหนี้ (2) ให้ริบ ถ้าฝ่ายที่วางมัดจำละเลยไม่ชำระหนี้ หรือการชำระหนี้ตกเป็นพ้นวิสัยเพราะพฤติการณ์อันใดอันหนึ่งซึ่งฝ่ายนั้นต้องรับผิดชอบ หรือถ้ามีการเลิกสัญญาเพราะความผิดของฝ่ายนั้น (3) ให้ส่งคืน ถ้าฝ่ายที่รับมัดจำละเลยไม่ชำระหนี้ หรือการชำระหนี้ตกเป็นพ้นวิสัยเพราะพฤติการณ์อันใดอันหนึ่งซึ่งฝ่ายนี้ต้องรับผิดชอบ

หมวด 3 มัดจำและกำหนดเบี้ยปรับ

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 380

ถ้าลูกหนี้ได้สัญญาไว้ว่าจะให้เบี้ยปรับเมื่อตนไม่ชำระหนี้ เจ้าหนี้จะเรียกเอาเบี้ยปรับอันจะพึงริบนั้นแทนการชำระหนี้ก็ได้ แต่ถ้าเจ้าหนี้แสดงต่อลูกหนี้ว่าจะเรียกเอาเบี้ยปรับฉะนั้นแล้ว ก็เป็นอันขาดสิทธิเรียกร้องชำระหนี้อีกต่อไป

หมวด 3 มัดจำและกำหนดเบี้ยปรับ

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 381

ถ้าลูกหนี้ได้สัญญาไว้ว่าจะให้เบี้ยปรับเมื่อตนไม่ชำระหนี้ให้ถูกต้องสมควร เช่นว่าไม่ชำระหนี้ตรงตามเวลาที่กำหนดไว้เป็นต้น นอกจากเรียกให้ชำระหนี้ เจ้าหนี้จะเรียกเอาเบี้ยปรับอันจะพึงริบนั้นอีกด้วยก็ได้

หมวด 3 มัดจำและกำหนดเบี้ยปรับ

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 383

ถ้าเบี้ยปรับที่ริบนั้นสูงเกินส่วน ศาลจะลดลงเป็นจำนวนพอสมควรก็ได้ ในการที่จะวินิจฉัยว่าสมควรเพียงใดนั้น ท่านให้พิเคราะห์ถึงทางได้เสียของเจ้าหนี้ทุกอย่างอันชอบด้วยกฎหมาย ไม่ใช่แต่เพียงทางได้เสียในเชิงทรัพย์สิน เมื่อได้ใช้เงินตามเบี้ยปรับแล้ว สิทธิเรียกร้องขอลดก็เป็นอันขาดไป

หมวด 3 มัดจำและกำหนดเบี้ยปรับ

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 387

ถ้าคู่สัญญาฝ่ายหนึ่งไม่ชำระหนี้ อีกฝ่ายหนึ่งจะกำหนดระยะเวลาพอสมควร แล้วบอกกล่าวให้ฝ่ายนั้นชำระหนี้ภายในระยะเวลานั้นก็ได้ ถ้าและฝ่ายนั้นไม่ชำระหนี้ภายในระยะเวลาที่กำหนดให้ไซร้ อีกฝ่ายหนึ่งจะเลิกสัญญาเสียก็ได้

หมวด 4 เลิกสัญญา

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 391

เมื่อคู่สัญญาฝ่ายหนึ่งได้ใช้สิทธิเลิกสัญญาแล้ว คู่สัญญาแต่ละฝ่ายจำต้องให้อีกฝ่ายหนึ่งได้กลับคืนสู่ฐานะดังที่เป็นอยู่เดิม แต่ทั้งนี้จะให้เป็นที่เสื่อมเสียแก่สิทธิของบุคคลภายนอกหาได้ไม่

หมวด 4 เลิกสัญญา

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 456

การซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ ถ้ามิได้ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่เป็นโมฆะ วิธีนี้ให้ใช้ถึงซื้อขายเรือมีระวางตั้งแต่ห้าตันขึ้นไป ทั้งซื้อขายแพและสัตว์พาหนะด้วย

ส่วนที่ 1 บทเบ็ดเสร็จทั่วไป

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 457

ค่าฤชาธรรมเนียมทำสัญญาซื้อขายนั้น ผู้ซื้อผู้ขายพึงออกใช้เท่ากันทั้งสองฝ่าย

ส่วนที่ 1 บทเบ็ดเสร็จทั่วไป

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 472

ในกรณีที่ทรัพย์สินซึ่งขายนั้นชำรุดบกพร่องอย่างหนึ่งอย่างใดอันเป็นเหตุให้เสื่อมราคาหรือเสื่อมความเหมาะสมแก่ประโยชน์อันมุ่งจะใช้เป็นปกติก็ดี ประโยชน์ที่มุ่งหมายโดยสัญญาก็ดี ท่านว่าผู้ขายต้องรับผิด

ส่วนที่ 2 ความรับผิดเพื่อชำรุดบกพร่อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 474

ในข้อรับผิดเพื่อชำรุดบกพร่องนั้น ท่านห้ามมิให้ฟ้องคดีเมื่อพ้นเวลาปีหนึ่งนับแต่เวลาที่ได้พบเห็นความชำรุดบกพร่อง

ส่วนที่ 2 ความรับผิดเพื่อชำรุดบกพร่อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 702

อันว่าจำนองนั้น คือสัญญาซึ่งบุคคลคนหนึ่ง เรียกว่าผู้จำนอง เอาทรัพย์สินตราไว้แก่บุคคลอีกคนหนึ่ง เรียกว่าผู้รับจำนอง เป็นประกันการชำระหนี้ โดยไม่ส่งมอบทรัพย์สินนั้นให้แก่ผู้รับจำนอง

หมวด 1 บทเบ็ดเสร็จทั่วไป

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 744

อันจำนองย่อมระงับสิ้นไป (1) เมื่อหนี้ที่ประกันระงับสิ้นไปด้วยเหตุประการอื่นใดมิใช่เหตุอายุความ (2) เมื่อปลดจำนองให้แก่ผู้จำนองด้วยหนังสือเป็นสำคัญ (3) เมื่อผู้จำนองหลุดพ้น (4) เมื่อถอนจำนอง (5) เมื่อขายทอดตลาดทรัพย์สินซึ่งจำนองตามคำสั่งศาลอันเนื่องมาแต่การบังคับจำนองหรือถอนจำนอง หรือเมื่อมีการขายทอดตลาดทรัพย์สินตามมาตรา 729/1 (6) เมื่อเอาทรัพย์สินซึ่งจำนองนั้นหลุด

หมวด 6 ความระงับสิ้นไปแห่งสัญญาจำนอง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 746

การชำระหนี้ไม่ว่าครั้งใด ๆ สิ้นเชิงหรือแต่บางส่วนก็ดี การระงับหนี้อย่างใด ๆ ก็ดี การตกลงกันแก้ไขเปลี่ยนแปลงจำนองหรือหนี้อันจำนองเป็นประกันนั้นเป็นประการใดก็ดี ท่านว่าต้องนำความไปจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ในเมื่อมีคำขอร้องของผู้มีส่วนได้เสีย มิฉะนั้นท่านห้ามมิให้ยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้บุคคลภายนอก

หมวด 6 ความระงับสิ้นไปแห่งสัญญาจำนอง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1476

คู่สมรสต้องจัดการสินสมรสร่วมกันหรือได้รับความยินยอมจากอีกฝ่ายหนึ่งในกรณี ดังต่อไปนี้ (1) ขาย แลกเปลี่ยน ขายฝาก ให้เช่าซื้อ จำนอง ปลดจำนอง หรือโอนสิทธิจำนอง ซึ่งอสังหาริมทรัพย์หรือสังหาริมทรัพย์ที่อาจจำนองได้ (2) ก่อตั้งหรือกระทำให้สุดสิ้นลงทั้งหมดหรือบางส่วนซึ่งภาระจำยอม สิทธิอาศัย สิทธิเหนือพื้นดิน สิทธิเก็บกิน หรือภาระติดพันในอสังหาริมทรัพย์ (3) ให้เช่าอสังหาริมทรัพย์เกินสามปี (4) ให้กู้ยืมเงิน (5) ให้โดยเสน่หา เว้นแต่การให้ที่พอควรแก่ฐานานุรูปของครอบครัวเพื่อการกุศล เพื่อการสังคม หรือตามหน้าที่ธรรมจรรยา (6) ประนีประนอมยอมความ (7) มอบข้อพิพาทให้อนุญาโตตุลาการวินิจฉัย (8) นำทรัพย์สินไปเป็นประกันหรือหลักประกันต่อเจ้าพนักงานหรือศาล

ทรัพย์สินระหว่างสามีภริยา — ม.1465–1493

พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 4

ข้อตกลงในสัญญาระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบธุรกิจการค้า หรือวิชาชีพ หรือในสัญญาสำเร็จรูป หรือในสัญญาขายฝากที่ทำให้ผู้ประกอบธุรกิจการค้า หรือวิชาชีพ หรือผู้กำหนดสัญญาสำเร็จรูป หรือผู้ซื้อฝากได้เปรียบคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งเกินสมควร เป็นข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม และให้มีผลบังคับได้เพียงเท่าที่เป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณีเท่านั้น

พระราชบัญญัติ ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540

พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 7

ในสัญญาที่มีการให้สิ่งใดไว้เป็นมัดจำ หากมีกรณีที่จะต้องริบมัดจำถ้ามัดจำนั้นสูงเกินส่วน ศาลจะลดลงให้ริบได้เพียงเท่าความเสียหายที่แท้จริงก็ได้

พระราชบัญญัติ ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540

พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 24

ห้ามมิให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลทำการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล โดยไม่ได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล เว้นแต่ (1) เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่เกี่ยวกับการจัดทำเอกสารประวัติศาสตร์หรือจดหมายเหตุ เพื่อประโยชน์สาธารณะ หรือที่เกี่ยวกับการศึกษาวิจัยหรือสถิติซึ่งได้จัดให้มีมาตรการปกป้องที่เหมาะสม เพื่อคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ทั้งนี้ ตามที่คณะกรรมการประกาศกำหนด (2) เพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของบุคคล (3) เป็นการจำเป็นเพื่อการปฏิบัติตามสัญญาซึ่งเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเป็นคู่สัญญาหรือ เพื่อใช้ในการดำเนินการตามคำขอของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเข้าทำสัญญานั้น (4) เป็นการจำเป็นเพื่อการปฏิบัติหน้าที่ในการดำเนินภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะของผู้ควบคุม ข้อมูลส่วนบุคคล หรือปฏิบัติหน้าที่ในการใช้อำนาจรัฐที่ได้มอบให้แก่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล (5) เป็นการจำเป็นเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล หรือของบุคคลหรือนิติบุคคลอื่นที่ไม่ใช่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล เว้นแต่ประโยชน์ดังกล่าวมีความสำคัญ น้อยกว่าสิทธิขั้นพื้นฐานในข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล (6) เป็นการปฏิบัติตามกฎหมายของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล

พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 369

ในสัญญาต่างตอบแทนนั้น คู่สัญญาฝ่ายหนึ่งจะไม่ยอมชำระหนี้จนกว่าอีกฝ่ายหนึ่งจะชำระหนี้ หรือขอปฏิบัติการชำระหนี้ก็ได้ แต่ความข้อนี้ท่านมิให้ใช้บังคับ ถ้าหนี้ของคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งยังไม่ถึงกำหนด

หมวด 2 ผลแห่งสัญญา

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 473

ผู้ขายย่อมไม่ต้องรับผิดในกรณีดังจะกล่าวต่อไปนี้ คือ (1) ถ้าผู้ซื้อได้รู้อยู่แล้วแต่ในเวลาซื้อขายว่ามีความชำรุดบกพร่องหรือควรจะได้รู้เช่นนั้นหากได้ใช้ความระมัดระวังอันจะพึงคาดหมายได้แต่วิญญูชน (2) ถ้าความชำรุดบกพร่องนั้นเป็นอันเห็นประจักษ์แล้วในเวลาส่งมอบ และผู้ซื้อรับเอาทรัพย์สินนั้นไว้โดยมิได้อิดเอื้อน (3) ถ้าทรัพย์สินนั้นได้ขายทอดตลาด

ส่วนที่ 2 ความรับผิดเพื่อชำรุดบกพร่อง

อ่านต่อในหมวดซื้อขาย / โอน

สัญญาซื้อขายผลผลิตเกษตรล่วงหน้า ต้องมีอะไรบ้างสำหรับผู้รับซื้อกับเกษตรกรที่ตกลงซื้อขายผลผลิตก่อนเก็บเกี่ยว ใช้ได้ทั้งการขายล่วงหน้า การรับซื้อประจำ และการสั่งผลิตตามมาตรฐาน GAP หรือเกษตรอินทรีย์ กำหนดสูตรราคา เกรดและการตรวจซ้ำ การปฏิเสธ ปริมาณ ผลเมื่อผลผลิตเสียหาย ปัจจัยการผลิตที่ผู้ซื้อจัดให้ และคำเตือนตามกฎหมายเกษตรพันธสัญญาสัญญาซื้อขายสินค้าระหว่างธุรกิจ (SME) ต้องมีอะไรบ้างใช้เมื่อธุรกิจขายสินค้าให้อีกธุรกิจหนึ่ง กำหนดสเปกสินค้าที่ใช้ชี้ขาดได้ ราคาและเครดิต จุดที่ความเสี่ยงภัยโอน ข้อสงวนกรรมสิทธิ์จนกว่าจะชำระครบ การตรวจรับ และการรับประกัน · ใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์และกันโอนผิดบัญชี · เลือกเพิ่มได้: หนังสือค้ำประกันธนาคาร ย้อนรอยล็อตและเรียกคืนสินค้า คว่ำบาตร/ควบคุมการส่งออก บรรจุภัณฑ์และข้อมูลความยั่งยืนสัญญาซื้อขายรถยนต์ (จ่ายครบ รับรถวันเดียว) ต้องมีอะไรบ้างซื้อขายรถยนต์เสร็จเด็ดขาดในวันเซ็น — จ่ายครบ รับรถ แล้วโอนทะเบียนตามกำหนด ใช้ได้ทั้งรถใหม่ป้ายแดงและรถใช้แล้ว เลือกขายตามสภาพหรือรับประกัน ไปโอนพร้อมกันหรือมอบอำนาจให้ผู้ซื้อโอนเอง แบ่งค่าปรับและความรับผิดตามเวลาส่งมอบสัญญาจะซื้อจะขายรถยนต์ (วางมัดจำ โอนทีหลัง) ต้องมีอะไรบ้างวางมัดจำจองรถยนต์ไว้ก่อน แล้วนัดชำระส่วนที่เหลือ ส่งมอบ และโอนทะเบียนภายหลัง — ผู้จะขายต้องดูแลรถระหว่างรอ ผู้จะซื้อตรวจสภาพก่อนได้ ขอไฟแนนซ์ไม่ผ่านได้มัดจำคืน รถติดไฟแนนซ์ปิดบัญชีตรง ริบหรือคืนมัดจำตามกฎหมายสัญญาขายสินค้าแบบเก็บเงินปลายทาง ต้องมีอะไรบ้างสำหรับร้านค้าออนไลน์ขายสินค้าโดยให้บริษัทขนส่งเรียกเก็บเงินเมื่อส่งมอบ กำหนดยอด COD สิทธิเปิดตรวจ การปฏิเสธรับ การส่งซ้ำ และการคืนเงินให้ชัดเจนสัญญาซื้อขายวัสดุก่อสร้างและอุปกรณ์ไฟฟ้า ต้องมีอะไรบ้างสำหรับซื้อวัสดุก่อสร้างหรืออุปกรณ์ระบบไฟฟ้าจากร้านหรือผู้ค้าส่ง ส่งถึงหน้างานเป็นงวดตามความคืบหน้าของงาน กำหนดราคาต่อหน่วย การเพิ่มลดปริมาณ มาตรฐาน มอก. และใบรับรองคุณภาพ การตรวจรับและเปลี่ยนสินค้า การคืนของเหลือใช้ ราคาวัสดุผันผวน ค่าปรับส่งล่าช้า และสินค้าไม่ปลอดภัย