สัญญาซื้อขายวัสดุก่อสร้างและอุปกรณ์ไฟฟ้า ต้องมีอะไรบ้าง
เจ้าของบ้านหรือผู้รับเหมาซื้อวัสดุก่อสร้างหรืออุปกรณ์ไฟฟ้าจากร้าน ส่งถึงหน้างานเป็นงวด ชำระหลังรับของแต่ละงวด · ขอใบรับรองผลทดสอบของเหล็กและเอกสารรับรองคุณภาพทุกงวด
| ใช้เมื่อ | ใช้เมื่อซื้อเหล็ก ปูน อิฐ กระเบื้อง สายไฟ หรือตู้ไฟจำนวนมากสำหรับงานก่อสร้าง |
|---|---|
| อากรแสตมป์ | สัญญาซื้อขายสังหาริมทรัพย์ไม่มีลักษณะแห่งตราสารในบัญชีอัตราอากรแสตมป์ จึงไม่ต้องปิดอากรบนตัวสัญญา ถ้าในสัญญาเดียวกันผู้ขายรับติดตั้งด้วย ส่วนที่เป็นค่าติดตั้งเป็นการจ้างทำของที่ต้องปิดอากรตามลักษณะ 4 ควรแยกเป็นสัญญาจ้างติดตั้งต่างหาก ใบรับเงินค่าสินค้าทั่วไปไม่ต้องปิดอากร เพราะลักษณะ 28 จำกัดเฉพาะใบรับที่ระบุไว้ |
| ภาษี | การซื้อสินค้าไม่มีการหักภาษี ณ ที่จ่าย ผู้ซื้อที่เป็นนิติบุคคลไม่ต้องหัก 3% เพราะคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 12/1 ใช้กับการให้บริการ ไม่ใช่การขายสินค้า แต่ถ้าใบแจ้งหนี้มีค่าขนส่งแยกเป็นบริการของผู้ขนส่ง ส่วนนั้นอาจต้องหักร้อยละ 1 และค่าติดตั้งต้องหักร้อยละ 3 ข้อ 2.1 จึงเขียนว่าราคารวมค่าขนส่งแล้ว ผู้ขายที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มต้องออกใบกำกับภาษีเมื่อส่งมอบสินค้าตามประมวลรัษฎากร มาตรา 78 และ 86 ผู้ซื้อที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มควรขอใบกำกับภาษีเต็มรูปทุกงวดเพื่อนำไปเครดิตภาษี |
| มาตราที่อ้าง | ป.พ.พ. ม.224, 224/1, 381, 383, 386, 387, 472, 474; พ.ร.บ.ความรับผิดต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากสินค้าที่ไม่ปลอดภัย พ.ศ. 2551; พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 ม.4; ประมวลรัษฎากร ม.78, 86, บัญชีอัตราอากรลักษณะ 4, 28; คำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 12/1 |
| ค่าใช้แบบฟอร์มบนเว็บนี้ | 249 บาท |
ใช้สัญญาฉบับนี้เมื่อไร
- ใช้เมื่อซื้อเหล็ก ปูน อิฐ กระเบื้อง สายไฟ หรือตู้ไฟจำนวนมากสำหรับงานก่อสร้าง
- ใช้เมื่อเจ้าของบ้านซื้อวัสดุเองแล้วจ้างผู้รับเหมาเฉพาะค่าแรง
- ใช้เมื่อต้องการล็อกราคาวัสดุตลอดงาน หรือกำหนดวิธีเจรจาเมื่อราคาเปลี่ยน
จุดที่พลาดบ่อยและต้องระวัง
- ขอใบรับรองผลทดสอบของเหล็กและเอกสารรับรองคุณภาพทุกงวด
- สินค้าหลายชนิดต้องมีเครื่องหมาย มอก. บังคับ ตรวจก่อนรับของ
- ตรวจของทันทีที่ส่งถึงหน้างาน ถ่ายภาพไว้ถ้าไม่ตรงรายการ
- ซื้อสินค้าไม่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย ถ้ามีค่าติดตั้งให้แยกสัญญา
กรณีที่ไม่ควรใช้ฉบับนี้
- ถ้าซื้อสินค้าทั่วไปที่ไม่ใช่งานก่อสร้าง ให้ใช้ สัญญาซื้อขายสินค้าระหว่างธุรกิจ (SME)
- ถ้าผู้ขายรับติดตั้งระบบไฟฟ้าด้วย ให้ใช้ สัญญาจ้างติดตั้งระบบไฟฟ้าและระบบประปาสุขาภิบาล
อากรแสตมป์
สัญญาซื้อขายสังหาริมทรัพย์ไม่มีลักษณะแห่งตราสารในบัญชีอัตราอากรแสตมป์ จึงไม่ต้องปิดอากรบนตัวสัญญา ถ้าในสัญญาเดียวกันผู้ขายรับติดตั้งด้วย ส่วนที่เป็นค่าติดตั้งเป็นการจ้างทำของที่ต้องปิดอากรตามลักษณะ 4 ควรแยกเป็นสัญญาจ้างติดตั้งต่างหาก ใบรับเงินค่าสินค้าทั่วไปไม่ต้องปิดอากร เพราะลักษณะ 28 จำกัดเฉพาะใบรับที่ระบุไว้
ภาษี
การซื้อสินค้าไม่มีการหักภาษี ณ ที่จ่าย ผู้ซื้อที่เป็นนิติบุคคลไม่ต้องหัก 3% เพราะคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 12/1 ใช้กับการให้บริการ ไม่ใช่การขายสินค้า แต่ถ้าใบแจ้งหนี้มีค่าขนส่งแยกเป็นบริการของผู้ขนส่ง ส่วนนั้นอาจต้องหักร้อยละ 1 และค่าติดตั้งต้องหักร้อยละ 3 ข้อ 2.1 จึงเขียนว่าราคารวมค่าขนส่งแล้ว ผู้ขายที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มต้องออกใบกำกับภาษีเมื่อส่งมอบสินค้าตามประมวลรัษฎากร มาตรา 78 และ 86 ผู้ซื้อที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มควรขอใบกำกับภาษีเต็มรูปทุกงวดเพื่อนำไปเครดิตภาษี
มาตรฐานสินค้าบังคับ
วัสดุก่อสร้างและอุปกรณ์ไฟฟ้าหลายชนิด เช่น ปูนซีเมนต์ เหล็กเสริมคอนกรีต สายไฟฟ้า และเบรกเกอร์ เป็นสินค้าที่ต้องมีเครื่องหมายมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมแบบบังคับ รายการสินค้าที่บังคับเปลี่ยนได้ ให้ตรวจกับสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมก่อนสั่งซื้อ ข้อ 4.1 ให้ผู้ขายรับรองเรื่องนี้ และข้อ 4.2 ให้ส่งเอกสารรับรองคุณภาพ ให้ขอใบรับรองผลทดสอบของเหล็กทุกล็อตและเก็บไว้กับแบบบ้าน เพราะเป็นหลักฐานชิ้นเดียวว่าเหล็กในโครงสร้างได้มาตรฐาน
ความชำรุดบกพร่องและสินค้าไม่ปลอดภัย
ผู้ขายต้องรับผิดในความชำรุดบกพร่องของสินค้าที่ขายตาม ป.พ.พ. มาตรา 472 แม้ไม่รู้ว่าชำรุด และผู้ซื้อต้องฟ้องภายในหนึ่งปีนับแต่พบความชำรุดตามมาตรา 474 ข้อ 5.2 จึงคงสิทธิเรื่องความชำรุดที่ตรวจไม่พบในวันรับสินค้า ถ้าสินค้าไม่ปลอดภัยจนก่อความเสียหาย เช่น สายไฟปลอมทำให้ไฟไหม้ ผู้เสียหายเรียกร้องจากผู้ผลิต ผู้นำเข้า และผู้ขายที่ไม่อาจระบุตัวผู้ผลิตได้ ตาม พ.ร.บ.ความรับผิดต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากสินค้าที่ไม่ปลอดภัย พ.ศ. 2551 ข้อ 8.1 ให้ผู้ขายส่งข้อมูลผู้ผลิตให้ผู้ซื้อ
ราคาวัสดุผันผวน
ราคาเหล็กและทองแดงเปลี่ยนเร็ว ถ้าส่งของหลายงวดเป็นเวลาหลายเดือน ผู้ขายมักขอขึ้นราคากลางทาง ข้อ 6.2 ให้เลือกว่าจะล็อกราคาทั้งสัญญา หรือเปิดให้เจรจาเมื่อราคาเปลี่ยนเกินร้อยละที่กำหนด โดยผู้ซื้อยกเลิกงวดที่เหลือได้ถ้าตกลงไม่ได้ ไม่ใช่ให้ผู้ขายขึ้นราคาฝ่ายเดียว
กรรมสิทธิ์เมื่อวัสดุถูกใช้ในอาคารแล้ว
ข้อ 3.3 ให้กรรมสิทธิ์โอนเมื่อผู้ซื้อลงชื่อรับสินค้า เมื่อวัสดุถูกก่อสร้างติดเป็นส่วนของอาคารแล้ว วัสดุนั้นกลายเป็นส่วนควบของอาคาร ผู้ขายที่ยังไม่ได้รับเงินจะมาขนวัสดุกลับไม่ได้ ต้องเรียกเงินค่าสินค้าตามสัญญาแทน ผู้ซื้อที่ผิดนัดต้องเสียดอกเบี้ยตามมาตรา 224
ค่าปรับ
ค่าปรับตามข้อ 7 เป็นเบี้ยปรับ ถ้าสูงเกินส่วนศาลลดได้ตามมาตรา 383
รับงาน/ของล่าช้า ให้ทำหนังสือสงวนสิทธิเรียกค่าปรับในวันที่รับทุกครั้ง (ส่งอีเมลหรือเขียนในใบรับก็ได้) แม้สัญญาจะเขียนสงวนสิทธิไว้แล้ว — ถ้ารับไว้โดยไม่สงวนสิทธิ อาจเสียสิทธิเรียกค่าปรับ
เอกสารแนบท้ายสัญญา
- ใบเสนอราคาพร้อมรายการสินค้า ยี่ห้อ รุ่น ปริมาณ และราคาต่อหน่วย
- ตารางส่งมอบแต่ละงวด
- ใบรับรองผลทดสอบหรือเอกสารรับรองคุณภาพ (ส่งมาพร้อมสินค้า)
- ใบรับประกันของผู้ผลิตสำหรับอุปกรณ์ไฟฟ้า
วันลงนาม
ทำสองฉบับข้อความตรงกัน เก็บไว้ฝ่ายละฉบับ แจ้งชื่อผู้แทนที่รับสินค้าหน้างานให้ผู้ขายทราบก่อนการส่งงวดแรก
ผู้เขียนและผู้ตรวจทาน
เขียนและตรวจทานโดย ภูวรา ครอบตะคุ ทนายความ (ใบอนุญาต 477/2558) · เนติบัณฑิตไทย · น.ม. กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาและสารสนเทศ — การเลือกประเด็น การจัดหมวด และคำอธิบายในบทความนี้เป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ของผู้เขียน ส่วนตัวบทกฎหมายที่ยกมาไม่มีลิขสิทธิ์และตรวจกับราชกิจจานุเบกษาได้เสมอ · ทะเบียนบทความ OKC-1DCD7A · หากนำไปใช้ต่อ โปรดระบุชื่อผู้เขียนและลิงก์ต้นฉบับ
คำถามที่พบบ่อย
สัญญาซื้อขายวัสดุก่อสร้างและอุปกรณ์ไฟฟ้า ต้องติดอากรแสตมป์ไหม
สัญญาซื้อขายสังหาริมทรัพย์ไม่มีลักษณะแห่งตราสารในบัญชีอัตราอากรแสตมป์ จึงไม่ต้องปิดอากรบนตัวสัญญา ถ้าในสัญญาเดียวกันผู้ขายรับติดตั้งด้วย ส่วนที่เป็นค่าติดตั้งเป็นการจ้างทำของที่ต้องปิดอากรตามลักษณะ 4 ควรแยกเป็นสัญญาจ้างติดตั้งต่างหาก ใบรับเงินค่าสินค้าทั่วไปไม่ต้องปิดอากร เพราะลักษณะ 28 จำกัดเฉพาะใบรับที่ระบุไว้
สัญญาซื้อขายวัสดุก่อสร้างและอุปกรณ์ไฟฟ้า เสียภาษีอะไรบ้าง
การซื้อสินค้าไม่มีการหักภาษี ณ ที่จ่าย ผู้ซื้อที่เป็นนิติบุคคลไม่ต้องหัก 3% เพราะคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 12/1 ใช้กับการให้บริการ ไม่ใช่การขายสินค้า แต่ถ้าใบแจ้งหนี้มีค่าขนส่งแยกเป็นบริการของผู้ขนส่ง ส่วนนั้นอาจต้องหักร้อยละ 1 และค่าติดตั้งต้องหักร้อยละ 3 ข้อ 2.1 จึงเขียนว่าราคารวมค่าขนส่งแล้ว ผู้ขายที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มต้องออกใบกำกับภาษีเมื่อส่งมอบสินค้าตามประมวลรัษฎากร มาตรา 78 และ 86 ผู้ซื้อที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มควรขอใบกำกับภาษีเต็มรูปทุกงวดเพื่อนำไปเครดิตภาษี
ใช้สัญญาซื้อขายวัสดุก่อสร้างและอุปกรณ์ไฟฟ้าตอนไหน
ใช้เมื่อซื้อเหล็ก ปูน อิฐ กระเบื้อง สายไฟ หรือตู้ไฟจำนวนมากสำหรับงานก่อสร้าง · ใช้เมื่อเจ้าของบ้านซื้อวัสดุเองแล้วจ้างผู้รับเหมาเฉพาะค่าแรง · ใช้เมื่อต้องการล็อกราคาวัสดุตลอดงาน หรือกำหนดวิธีเจรจาเมื่อราคาเปลี่ยน
ทำสัญญาซื้อขายวัสดุก่อสร้างและอุปกรณ์ไฟฟ้าต้องระวังอะไร
ขอใบรับรองผลทดสอบของเหล็กและเอกสารรับรองคุณภาพทุกงวด · สินค้าหลายชนิดต้องมีเครื่องหมาย มอก. บังคับ ตรวจก่อนรับของ · ตรวจของทันทีที่ส่งถึงหน้างาน ถ่ายภาพไว้ถ้าไม่ตรงรายการ · ซื้อสินค้าไม่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย ถ้ามีค่าติดตั้งให้แยกสัญญา
กรณีไหนที่ไม่ควรใช้สัญญาซื้อขายวัสดุก่อสร้างและอุปกรณ์ไฟฟ้า
ถ้าซื้อสินค้าทั่วไปที่ไม่ใช่งานก่อสร้าง ให้ใช้ สัญญาซื้อขายสินค้าระหว่างธุรกิจ (SME) · ถ้าผู้ขายรับติดตั้งระบบไฟฟ้าด้วย ให้ใช้ สัญญาจ้างติดตั้งระบบไฟฟ้าและระบบประปาสุขาภิบาล
ลงนามสัญญาซื้อขายวัสดุก่อสร้างและอุปกรณ์ไฟฟ้าต้องมีพยานไหม ทำกี่ฉบับ
ทำสองฉบับข้อความตรงกัน เก็บไว้ฝ่ายละฉบับ แจ้งชื่อผู้แทนที่รับสินค้าหน้างานให้ผู้ขายทราบก่อนการส่งงวดแรก
ทำสัญญาซื้อขายวัสดุก่อสร้างและอุปกรณ์ไฟฟ้าต้องเตรียมเอกสารอะไรแนบท้าย
ใบเสนอราคาพร้อมรายการสินค้า ยี่ห้อ รุ่น ปริมาณ และราคาต่อหน่วย ตารางส่งมอบแต่ละงวด ใบรับรองผลทดสอบหรือเอกสารรับรองคุณภาพ (ส่งมาพร้อมสินค้า) ใบรับประกันของผู้ผลิตสำหรับอุปกรณ์ไฟฟ้า
กฎหมายที่อ้างถึงในบทความนี้
ถ้อยคำด้านล่างคัดจากตัวบท 11 มาตรา — ใช้อ้างอิงได้ แต่หากต้องใช้ในชั้นศาล ควรตรวจกับราชกิจจานุเบกษาฉบับทางการอีกครั้ง
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 224
หนี้เงินนั้น ให้คิดดอกเบี้ยในระหว่างเวลาผิดนัดในอัตราที่กำหนดตามมาตรา 7 บวกด้วยอัตราเพิ่มร้อยละสองต่อปี ถ้าเจ้าหนี้อาจจะเรียกดอกเบี้ยได้สูงกว่านั้นโดยอาศัยเหตุอย่างอื่นอันชอบด้วยกฎหมาย ก็ให้คงส่งดอกเบี้ยต่อไปตามนั้น
ส่วนที่ 1 การไม่ชำระหนี้
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 224/1
ถ้าลูกหนี้มีหน้าที่ผ่อนชำระหนี้เงินเป็นงวด และลูกหนี้ผิดนัดไม่ชำระหนี้ในงวดใด เจ้าหนี้อาจเรียกดอกเบี้ยในระหว่างเวลาผิดนัดได้เฉพาะจากต้นเงินของงวดที่ลูกหนี้ผิดนัดนั้น
ส่วนที่ 1 การไม่ชำระหนี้
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 381
ถ้าลูกหนี้ได้สัญญาไว้ว่าจะให้เบี้ยปรับเมื่อตนไม่ชำระหนี้ให้ถูกต้องสมควร เช่นว่าไม่ชำระหนี้ตรงตามเวลาที่กำหนดไว้เป็นต้น นอกจากเรียกให้ชำระหนี้ เจ้าหนี้จะเรียกเอาเบี้ยปรับอันจะพึงริบนั้นอีกด้วยก็ได้
หมวด 3 มัดจำและกำหนดเบี้ยปรับ
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 383
ถ้าเบี้ยปรับที่ริบนั้นสูงเกินส่วน ศาลจะลดลงเป็นจำนวนพอสมควรก็ได้ ในการที่จะวินิจฉัยว่าสมควรเพียงใดนั้น ท่านให้พิเคราะห์ถึงทางได้เสียของเจ้าหนี้ทุกอย่างอันชอบด้วยกฎหมาย ไม่ใช่แต่เพียงทางได้เสียในเชิงทรัพย์สิน เมื่อได้ใช้เงินตามเบี้ยปรับแล้ว สิทธิเรียกร้องขอลดก็เป็นอันขาดไป
หมวด 3 มัดจำและกำหนดเบี้ยปรับ
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 386
ถ้าคู่สัญญาฝ่ายหนึ่งมีสิทธิเลิกสัญญาโดยข้อสัญญาหรือโดยบทบัญญัติแห่งกฎหมาย การเลิกสัญญาเช่นนั้นย่อมทำด้วยแสดงเจตนาแก่อีกฝ่ายหนึ่ง
หมวด 4 เลิกสัญญา
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 387
ถ้าคู่สัญญาฝ่ายหนึ่งไม่ชำระหนี้ อีกฝ่ายหนึ่งจะกำหนดระยะเวลาพอสมควร แล้วบอกกล่าวให้ฝ่ายนั้นชำระหนี้ภายในระยะเวลานั้นก็ได้ ถ้าและฝ่ายนั้นไม่ชำระหนี้ภายในระยะเวลาที่กำหนดให้ไซร้ อีกฝ่ายหนึ่งจะเลิกสัญญาเสียก็ได้
หมวด 4 เลิกสัญญา
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 472
ในกรณีที่ทรัพย์สินซึ่งขายนั้นชำรุดบกพร่องอย่างหนึ่งอย่างใดอันเป็นเหตุให้เสื่อมราคาหรือเสื่อมความเหมาะสมแก่ประโยชน์อันมุ่งจะใช้เป็นปกติก็ดี ประโยชน์ที่มุ่งหมายโดยสัญญาก็ดี ท่านว่าผู้ขายต้องรับผิด
ส่วนที่ 2 ความรับผิดเพื่อชำรุดบกพร่อง
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 474
ในข้อรับผิดเพื่อชำรุดบกพร่องนั้น ท่านห้ามมิให้ฟ้องคดีเมื่อพ้นเวลาปีหนึ่งนับแต่เวลาที่ได้พบเห็นความชำรุดบกพร่อง
ส่วนที่ 2 ความรับผิดเพื่อชำรุดบกพร่อง
พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 4
ข้อตกลงในสัญญาระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบธุรกิจการค้า หรือวิชาชีพ หรือในสัญญาสำเร็จรูป หรือในสัญญาขายฝากที่ทำให้ผู้ประกอบธุรกิจการค้า หรือวิชาชีพ หรือผู้กำหนดสัญญาสำเร็จรูป หรือผู้ซื้อฝากได้เปรียบคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งเกินสมควร เป็นข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม และให้มีผลบังคับได้เพียงเท่าที่เป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณีเท่านั้น
พระราชบัญญัติ ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540
ประมวลรัษฎากร มาตรา 78
ภายใต้บังคับมาตรา 78/3 ความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มที่เกิดจากการขายสินค้า ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้ (1) การขายสินค้านอกจากที่อยู่ในบังคับตาม (2) (3) (4) หรือ (5) ให้ความรับผิดทั้งหมดเกิดขึ้นเมื่อส่งมอบสินค้า เว้นแต่กรณีที่ได้มีการกระทำดังต่อไปนี้เกิดขึ้นก่อนส่งมอบสินค้า ก็ให้ถือว่าความรับผิดเกิดขึ้นเมื่อได้มีการกระทำนั้น ๆ ด้วย (ก) โอนกรรมสิทธิ์สินค้า (ข) ได้รับชำระราคาสินค้า หรือ (ค) ได้ออกใบกำกับภาษี ทั้งนี้ โดยให้ความรับผิดเกิดขึ้นตามส่วนของการกระทำนั้น ๆ แล้วแต่กรณี (2) การขายสินค้าตามสัญญาให้เช่าซื้อหรือสัญญาซื้อขายผ่อนชำระที่กรรมสิทธิ์ในสินค้ายังไม่โอนไปยังผู้ซื้อเมื่อได้ส่งมอบ ให้ความรับผิดเกิดขึ้นเมื่อถึงกำหนดชำระราคาตามงวดที่ถึงกำหนดชำระราคาแต่ละงวด เว้นแต่กรณีที่ได้มีการกระทำดังต่อไปนี้เกิดขึ้นก่อนถึงกำหนดชำระราคาแต่ละงวด ก็ให้ถือว่าความรับผิดเกิดขึ้นเมื่อได้มีการกระทำนั้น ๆ ด้วย (ก) ได้รับชำระราคาสินค้า หรือ (ข) ได้ออกใบกำกับภาษี ทั้งนี้ โดยให้ความรับผิดเกิดขึ้นตามส่วนของการกระทำนั้น ๆ แล้วแต่กรณี (3) การขายสินค้าโดยมีการตั้งตัวแทนเพื่อขายและได้ส่งมอบสินค้าให้ตัวแทนแล้ว ทั้งนี้ เฉพาะสัญญาการตั้งตัวแทนเพื่อขายตามประเภทของสินค้าและเป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนดโดยอนุมัติรัฐมนตรี ให้ความรับผิดทั้งหมดเกิดขึ้นเมื่อตัวแทนได้ส่งมอบสินค้าให้ผู้ซื้อ เว้นแต่กรณีที่ได้มีการกระทำดังต่อไปนี้เกิดขึ้นก่อนการส่งมอบสินค้าให้ผู้ซื้อ ก็ให้ถือว่าความรับผิดเกิดขึ้นเมื่อได้มีการระทำนั้น ๆ ด้วย (ก) ตัวแทนได้โอนกรรมสิทธิ์สินค้าให้ผู้ซื้อ (ข) ตัวแทนได้รับชำระราคาสินค้า (ค) ตัวแทนได้ออกใบกำกับภาษี หรือ (ง) ได้มีการนำสินค้าไปใช้ไม่ว่าโดยตัวแทนหรือบุคคลอื่น ทั้งนี้ โดยให้ความรับผิดเกิดขึ้นตามส่วนของการกระทำนั้น ๆ แล้วแต่กรณี (4) การขายสินค้าโดยส่งออกให้ความรับผิดเกิดขึ้นดังต่อไปนี้ (ก) การส่งออกนอกจากที่ระบุใน (ข) หรือ (ค) ให้ความรับผิดเกิดขึ้นเมื่อชำระอากรขาออก วางหลักประกันอากรขาออก หรือจัดให้มีผู้ค้ำประกันอากรขาออก เว้นแต่ในกรณีที่ไม่ต้องเสียอากรขาออกหรือได้รับยกเว้นอากรขาออก แล้วแต่กรณี ก็ให้ถือว่าความรับผิดเกิดขึ้นในวันที่มีการออกใบขนสินค้าขาออกตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร (ข)2 การส่งออกในกรณีที่นำสินค้าเข้าไปในเขตปลอดอากรตามมาตรา 77/1 (14) (ก) ให้ความรับผิดเกิดขึ้นในวันที่นำสินค้าในราชอาณาจักรเข้าไปในเขตดังกล่าว (ค) การส่งออกซึ่งสินค้าที่อยู่ในคลังสินค้าทัณฑ์บนตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร ให้ความรับผิดเกิดขึ้นพร้อมกับความรับผิดตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร (5) การขายสินค้าที่ได้เสียภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละ 0 ตามมาตรา 80/1 (5) และภายหลังได้มีการโอนกรรมสิทธิ์ในสินค้าอันทำให้ผู้รับโอนสินค้ามีหน้าที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 82/1 (2) ให้ความรับผิดทั้งหมดเกิดขึ้นเมื่อโอนกรรมสิทธิ์สินค้า เพื่อเป็นการบรรเทาภาระในการยื่นแบบแสดงรายการภาษีและการชำระภาษีของผู้ประกอบการจดทะเบียนสำหรับการขายสินค้าแก่กระทรวง ทบวง กรม หรือราชการส่วนท้องถิ่น ทั้งนี้ เฉพาะการขายสินค้าตามสัญญาและมีการชำระราคาที่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดโดยกฎกระทรวง ให้อธิบดีโดยอนุมัติรัฐมนตรีมีอำนาจกำหนดความรับผิดตาม (1) (2) และ (3) เกิดขึ้นเป็นอย่างอื่นได้
ประมวลรัษฎากร หมวด 4 ภาษีมูลค่าเพิ่ม (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)
ประมวลรัษฎากร มาตรา 86
ภายใต้บังคับมาตรา 86/1 มาตรา 86/2 และมาตรา 86/8 ให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนจัดทำใบกำกับภาษีและสำเนาใบกำกับภาษีสำหรับการขายสินค้า หรือการให้บริการทุกครั้ง และต้องจัดทำในทันทีที่ความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มเกิดขึ้น พร้อมทั้งให้ส่งมอบใบกำกับภาษีนั้นแก่ผู้ซื้อสินค้าหรือผู้รับบริการ ส่วนสำเนาใบกำกับภาษีให้เก็บรักษาไว้ตามมาตรา 87/3 ผู้ประกอบการที่ได้รับยกเว้นการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มและได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มชั่วคราวตามมาตรา 85/3 จะออกใบกำกับภาษีได้ต่อเมื่อเป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด ใบกำกับภาษีให้ออกเป็นรายสถานประกอบการ ทั้งนี้ เว้นแต่อธิบดีจะกำหนดเป็นอย่างอื่น การออกใบกำกับภาษีโดยตัวแทนในนามของผู้ประกอบการจดทะเบียนให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด
ประมวลรัษฎากร หมวด 4 ภาษีมูลค่าเพิ่ม (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)