สัญญาซื้อขายสินค้าระหว่างธุรกิจ (SME) ต้องมีอะไรบ้าง

ตอบสั้น

ธุรกิจหนึ่งขายสินค้าใหม่ให้อีกธุรกิจหนึ่งตามคุณลักษณะที่ตกลงกันไว้ จบในตัวเอง ไม่ใช่การแต่งตั้งตัวแทนจำหน่าย · ถ้าไม่เขียนเรื่องความเสี่ยงภัยไว้ กฎหมายถือว่าส่งมอบเสร็จตั้งแต่มอบของให้ผู้ขนส่งตาม ป.พ.พ. ม.463 แปลว่าของหายระหว่างทางเป็นภาระผู้ซื้อ ทั้งที่ยังไม่เห็นของเลย

ข้อเท็จจริงที่อ้างอิงได้
ใช้เมื่อใช้เมื่อขายเครื่องจักร อุปกรณ์ วัตถุดิบ หรือสินค้าจำนวนหนึ่งให้ธุรกิจอื่น
อากรแสตมป์สัญญาซื้อขายสังหาริมทรัพย์ทั่วไปไม่มีลักษณะแห่งตราสารในบัญชีอัตราอากรแสตมป์ จึงไม่ต้องปิดอากรบนตัวสัญญา อย่าไปเทียบกับจ้างทำของลักษณะ 4 เพราะสัญญานี้ผู้ขายส่งมอบสินค้าที่มีอยู่แล้วหรือที่ตนจัดหาเอง ไม่ใช่รับจ้างทำให้ตามแบบที่ผู้ซื้อกำหนด ถ้าคุณเป็นฝ่ายกำหนดแบบให้เขาผลิตให้โดยเฉพาะ สัญญานั้นเป็นคนละฉบับและต้องปิดอากรลักษณะ 4 สิ่งที่ต้องดูคือ ใบรับ ตามลักษณะ 28 ใบรับที่ต้องปิดอากรมีเฉพาะสามกรณี คือใบรับรางวัลสลากกินแบ่ง ใบรับจากการโอนอสังหาริมทรัพย์ที่จดทะเบียน และใบรับจากการขายหรือโอนกรรมสิทธิ์ ยานพาหนะที่จดทะเบียน ในอัตรา 1 บาทต่อทุก 200 บาท ผู้ออกใบรับเป็นผู้เสียและขีดฆ่า ดังนั้นถ้าสินค้าที่ซื้อขายเป็นรถยนต์ รถจักรยานยนต์ หรือยานพาหนะที่ต้องจดทะเบียน ใบรับเงินต้องปิดอากร แต่ถ้าผู้ขายจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มและเงินนั้นต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มอยู่แล้ว ใบรับนั้นได้รับยกเว้นไม่ต้องปิดอากร ถ้าต้องปิดแล้วไม่ปิดให้ครบ ตราสารนั้นใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนกว่าจะเสียอากรและเงินเพิ่มตามประมวลรัษฎากร มาตรา 118 และ 113–114
ภาษีการซื้อขายสินค้าไม่มีการหักภาษี ณ ที่จ่าย ผู้ซื้อที่เป็นนิติบุคคลไม่ต้องหัก 3% เหมือนค่าบริการ เพราะคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 12/1 ใช้กับ การให้บริการ ซึ่งนิยามไว้ว่า "การกระทำใด ๆ อันอาจหาประโยชน์อันมีมูลค่าซึ่งมิใช่การขายสินค้า" — จุดนี้คนทำบัญชีพลาดกันบ่อยเพราะเห็นคู่สัญญาเป็นนิติบุคคลแล้วหักไว้ก่อน ถ้าหักไปโดยไม่มีหน้าที่ ผู้ขายต้องไปขอคืน แต่ถ้าในสัญญาเดียวกันมีทั้งค่าสินค้าและ ค่าบริการติดตั้ง ค่าฝึกอบรม หรือค่าขนส่ง ให้แยกราคาออกจากกันให้ชัดในใบแจ้งหนี้ เพราะส่วนที่เป็นค่าบริการต้องหัก 3% (ค่าขนส่ง 1%) และเกณฑ์คือยอดตามสัญญารายหนึ่ง ๆ ตั้งแต่ 1,000 บาทขึ้นไป แม้จะแบ่งจ่ายเป็นงวดย่อยตามข้อ 12/7 ก็ตาม ภาษีมูลค่าเพิ่ม ผู้ขายที่จดทะเบียนต้องออกใบกำกับภาษีเมื่อส่งมอบสินค้าตามประมวลรัษฎากร มาตรา 78 และ 86 ข้อ 2.1 มีสวิตช์ให้เลือกว่าราคารวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้วหรือยัง — เลือกให้ตรงกับใบเสนอราคาที่คุยกันไว้ เพราะราคาเดียวกันต่างกัน 7% คือกำไรทั้งก้อนของดีลเล็ก ๆ
แบบที่กฎหมายกำหนดสัญญาซื้อขายสังหาริมทรัพย์ทั่วไปไม่ต้องทำตามแบบและไม่ต้องจดทะเบียน มีผลทันทีที่ตกลงกัน แต่มีข้อยกเว้นที่ทำให้เป็นโมฆะถ้าไม่ทำตามแบบ คือ เรือที่มีระวางตั้งแต่ห้าตันขึ้นไป แพ และสัตว์พาหนะ ซึ่งต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 456 ส่วนรถยนต์และเครื่องจักรที่จดทะเบียน การโอนทะเบียนไม่ใช่เงื่อนไขความสมบูรณ์ของสัญญา แต่เป็นเรื่องที่ต้องทำให้เสร็จเพื่อให้ผู้ซื้อใช้สิทธิได้เต็มที่ — ให้ระบุกำหนดโอนทะเบียนและผู้ออกค่าธรรมเนียมไว้ในเอกสารแนบท้าย สินค้าที่มีกฎหมายเฉพาะควบคุม เช่น อาหาร ยา เครื่องสำอาง เครื่องมือแพทย์ วัตถุอันตราย หรือสินค้าที่ต้องมีเครื่องหมาย มอก. ผู้ขายต้องมีใบอนุญาตหรือการจดแจ้งครบก่อนส่งมอบ ข้อ 7.1 ผูกคำรับรองนี้ไว้แล้ว แต่คำรับรองในสัญญาไม่ได้แทนใบอนุญาต
มาตราที่อ้างป.พ.พ. ม.224, 377, 378, 383, 387, 391, 453, 456, 458, 459, 460, 461, 463, 464, 465, 467, 468, 469, 470, 472, 473, 474, 475, 483, 484, 485, 488, 489; พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 ม.4, 8; พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ม.23, 24, 37; ประมวลรัษฎากร ม.78, 86, 113–114, 118 และบัญชีอัตราอากรแสตมป์ลักษณะ 21, 28; คำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 12/1, 12/4, 12/7
ค่าใช้แบบฟอร์มบนเว็บนี้349 บาท

ใช้สัญญาฉบับนี้เมื่อไร

  • ใช้เมื่อขายเครื่องจักร อุปกรณ์ วัตถุดิบ หรือสินค้าจำนวนหนึ่งให้ธุรกิจอื่น
  • ใช้เมื่อต้องการให้ “ตรงสเปกหรือไม่” ตัดสินด้วยเอกสารทางเทคนิค ไม่ใช่ด้วยความรู้สึก
  • ใช้เมื่อให้เครดิตแล้วอยากเก็บกรรมสิทธิ์ไว้เป็นหลักประกันจนกว่าจะได้เงินครบ
  • ใช้เมื่อต้องระบุให้ชัดว่าของหายหรือเสียหายระหว่างขนส่งเป็นภาระของใคร
  • ใช้เมื่อคู่ค้าเป็นธุรกิจด้วยกัน ไม่ใช่ลูกค้ารายย่อยที่เป็นผู้บริโภค

จุดที่พลาดบ่อยและต้องระวัง

  • ถ้าไม่เขียนเรื่องความเสี่ยงภัยไว้ กฎหมายถือว่าส่งมอบเสร็จตั้งแต่มอบของให้ผู้ขนส่งตาม ป.พ.พ. ม.463 แปลว่าของหายระหว่างทางเป็นภาระผู้ซื้อ ทั้งที่ยังไม่เห็นของเลย
  • กรรมสิทธิ์กับความเสี่ยงภัยเป็นคนละเรื่อง ต้องตอบทั้งสองข้อ การเขียนแต่เรื่องกรรมสิทธิ์ไม่ได้ช่วยเวลาของเสียหายระหว่างทาง
  • ข้อความว่า “ขายตามสภาพ ไม่รับผิดชอบใด ๆ” อ่อนกว่าที่คิด เพราะ ม.484 บอกว่าไม่คุ้มถึงการคืนราคา และ ม.485 บอกว่าไม่คุ้มสิ่งที่ผู้ขายรู้แล้วปกปิด
  • การซื้อขายสินค้าไม่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย 3% แต่ถ้าในบิลเดียวกันมีค่าติดตั้งหรือค่าขนส่งปนอยู่ ส่วนนั้นต้องหัก จึงต้องแยกราคาในใบแจ้งหนี้
  • เรือตั้งแต่ห้าตัน แพ และสัตว์พาหนะ ถ้าไม่ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียน สัญญาเป็นโมฆะตาม ม.456
  • การขึ้นราคาวัตถุดิบไม่ใช่เหตุสุดวิสัย ถ้าต้องการปรับราคาได้ต้องเขียนกลไกปรับราคาไว้ต่างหาก
  • ผู้ขายแจ้งเปลี่ยนเลขบัญชีทางอีเมลหรือแชต ให้โทรยืนยันก่อนโอนทุกครั้ง — ข้อ 2 กำหนดให้แล้ว เป็นกลโกงที่ธุรกิจไทยเสียเงินบ่อยที่สุด

กรณีที่ไม่ควรใช้ฉบับนี้

อากรแสตมป์

สัญญาซื้อขายสังหาริมทรัพย์ทั่วไปไม่มีลักษณะแห่งตราสารในบัญชีอัตราอากรแสตมป์ จึงไม่ต้องปิดอากรบนตัวสัญญา อย่าไปเทียบกับจ้างทำของลักษณะ 4 เพราะสัญญานี้ผู้ขายส่งมอบสินค้าที่มีอยู่แล้วหรือที่ตนจัดหาเอง ไม่ใช่รับจ้างทำให้ตามแบบที่ผู้ซื้อกำหนด ถ้าคุณเป็นฝ่ายกำหนดแบบให้เขาผลิตให้โดยเฉพาะ สัญญานั้นเป็นคนละฉบับและต้องปิดอากรลักษณะ 4

สิ่งที่ต้องดูคือ ใบรับ ตามลักษณะ 28 ใบรับที่ต้องปิดอากรมีเฉพาะสามกรณี คือใบรับรางวัลสลากกินแบ่ง ใบรับจากการโอนอสังหาริมทรัพย์ที่จดทะเบียน และใบรับจากการขายหรือโอนกรรมสิทธิ์ ยานพาหนะที่จดทะเบียน ในอัตรา 1 บาทต่อทุก 200 บาท ผู้ออกใบรับเป็นผู้เสียและขีดฆ่า ดังนั้นถ้าสินค้าที่ซื้อขายเป็นรถยนต์ รถจักรยานยนต์ หรือยานพาหนะที่ต้องจดทะเบียน ใบรับเงินต้องปิดอากร แต่ถ้าผู้ขายจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มและเงินนั้นต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มอยู่แล้ว ใบรับนั้นได้รับยกเว้นไม่ต้องปิดอากร

ถ้าต้องปิดแล้วไม่ปิดให้ครบ ตราสารนั้นใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนกว่าจะเสียอากรและเงินเพิ่มตามประมวลรัษฎากร มาตรา 118 และ 113–114

การจดทะเบียน / แบบที่กฎหมายกำหนด

สัญญาซื้อขายสังหาริมทรัพย์ทั่วไปไม่ต้องทำตามแบบและไม่ต้องจดทะเบียน มีผลทันทีที่ตกลงกัน แต่มีข้อยกเว้นที่ทำให้เป็นโมฆะถ้าไม่ทำตามแบบ คือ เรือที่มีระวางตั้งแต่ห้าตันขึ้นไป แพ และสัตว์พาหนะ ซึ่งต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 456 ส่วนรถยนต์และเครื่องจักรที่จดทะเบียน การโอนทะเบียนไม่ใช่เงื่อนไขความสมบูรณ์ของสัญญา แต่เป็นเรื่องที่ต้องทำให้เสร็จเพื่อให้ผู้ซื้อใช้สิทธิได้เต็มที่ — ให้ระบุกำหนดโอนทะเบียนและผู้ออกค่าธรรมเนียมไว้ในเอกสารแนบท้าย

สินค้าที่มีกฎหมายเฉพาะควบคุม เช่น อาหาร ยา เครื่องสำอาง เครื่องมือแพทย์ วัตถุอันตราย หรือสินค้าที่ต้องมีเครื่องหมาย มอก. ผู้ขายต้องมีใบอนุญาตหรือการจดแจ้งครบก่อนส่งมอบ ข้อ 7.1 ผูกคำรับรองนี้ไว้แล้ว แต่คำรับรองในสัญญาไม่ได้แทนใบอนุญาต

ภาษี

การซื้อขายสินค้าไม่มีการหักภาษี ณ ที่จ่าย ผู้ซื้อที่เป็นนิติบุคคลไม่ต้องหัก 3% เหมือนค่าบริการ เพราะคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 12/1 ใช้กับ การให้บริการ ซึ่งนิยามไว้ว่า "การกระทำใด ๆ อันอาจหาประโยชน์อันมีมูลค่าซึ่งมิใช่การขายสินค้า" — จุดนี้คนทำบัญชีพลาดกันบ่อยเพราะเห็นคู่สัญญาเป็นนิติบุคคลแล้วหักไว้ก่อน ถ้าหักไปโดยไม่มีหน้าที่ ผู้ขายต้องไปขอคืน

แต่ถ้าในสัญญาเดียวกันมีทั้งค่าสินค้าและ ค่าบริการติดตั้ง ค่าฝึกอบรม หรือค่าขนส่ง ให้แยกราคาออกจากกันให้ชัดในใบแจ้งหนี้ เพราะส่วนที่เป็นค่าบริการต้องหัก 3% (ค่าขนส่ง 1%) และเกณฑ์คือยอดตามสัญญารายหนึ่ง ๆ ตั้งแต่ 1,000 บาทขึ้นไป แม้จะแบ่งจ่ายเป็นงวดย่อยตามข้อ 12/7 ก็ตาม

ภาษีมูลค่าเพิ่ม ผู้ขายที่จดทะเบียนต้องออกใบกำกับภาษีเมื่อส่งมอบสินค้าตามประมวลรัษฎากร มาตรา 78 และ 86 ข้อ 2.1 มีสวิตช์ให้เลือกว่าราคารวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้วหรือยัง — เลือกให้ตรงกับใบเสนอราคาที่คุยกันไว้ เพราะราคาเดียวกันต่างกัน 7% คือกำไรทั้งก้อนของดีลเล็ก ๆ

หนังสือค้ำประกันของธนาคาร

  • ขอร่างหนังสือค้ำประกันจากธนาคารของผู้ซื้อมาตรวจก่อนส่งของครั้งแรก ต้องระบุชื่อผู้รับประโยชน์ (ผู้ขาย) วงเงิน … และวันหมดอายุที่พ้นกำหนดชำระงวดสุดท้ายอย่างน้อย 60 วันตามข้อ 2.7
  • ก่อนเรียกให้ธนาคารจ่าย ต้องมีหนังสือทวงถามผู้ซื้อและรอครบ 15 วันก่อน — เก็บหลักฐานการส่งหนังสือไว้ แล้วคืนต้นฉบับหนังสือค้ำประกันเมื่อได้เงินครบ
  • อากรแสตมป์ของหนังสือค้ำประกันเป็นเรื่องระหว่างธนาคารกับผู้ซื้อ ไม่ใช่ภาระของผู้ขาย

ย้อนรอยสินค้าและการเรียกคืน

ทำทะเบียนว่าล็อตใดส่งให้ลูกค้ารายใด วันไหน — เมื่อต้องเรียกคืน ทะเบียนนี้ทำให้เรียกคืนเฉพาะล็อตที่มีปัญหา ไม่ต้องเรียกคืนทั้งหมด สินค้าที่กฎหมายเฉพาะกำหนดหน้าที่เรียกคืนหรือแจ้งหน่วยงาน (เช่น อาหาร ยา เครื่องสำอาง เครื่องมือแพทย์) ให้ตรวจหน้าที่กับหน่วยงานที่กำกับก่อนเริ่มขาย

เอกสารแนบท้ายสัญญา

  1. รายละเอียดทางเทคนิคของสินค้า — ตามข้อ 1.2 เอกสารนี้สำคัญที่สุดในสัญญาทั้งฉบับ เพราะเป็นสิ่งเดียวที่ใช้ชี้ขาดว่า "ไม่ตรงสเปก" จริงหรือไม่ ใส่รุ่น ขนาด ค่าพิกัดความคลาดเคลื่อน มาตรฐานที่อ้างอิง และเกณฑ์ตรวจรับให้เป็นตัวเลข
  2. ใบเสนอราคาและใบสั่งซื้อ
  3. ตารางกำหนดส่งมอบ ถ้าแบ่งส่งหลายงวด
  4. เงื่อนไขการรับประกันโดยละเอียด และรายชื่อศูนย์บริการ ถ้ามี
  5. สำเนาใบอนุญาตหรือใบจดแจ้งของสินค้าควบคุม และเอกสารรับรองมาตรฐาน
  6. ภาพถ่ายตัวอย่างสินค้าที่ทั้งสองฝ่ายลงชื่อกำกับ ถ้าตกลงกันด้วยตัวอย่าง

วันลงนาม

ทำสองฉบับข้อความตรงกัน เก็บไว้ฝ่ายละฉบับ ลงชื่อกำกับทุกหน้าและลงชื่อกำกับเอกสารแนบท้ายทุกแผ่น โดยเฉพาะหน้าที่เป็นรายละเอียดทางเทคนิค เพราะเป็นเอกสารที่ถูกสลับเปลี่ยนภายหลังบ่อยที่สุด

พยานไม่ใช่เงื่อนไขความสมบูรณ์ของสัญญาซื้อขาย จะมีหรือไม่มีก็ได้ ถ้าลงนามคนละที่กันคนละวัน ให้ลงวันที่จริงของแต่ละฝ่าย และถือวันที่ฝ่ายหลังลงนามเป็นวันทำสัญญา

ตรวจอำนาจลงนามของคู่สัญญาก่อนเซ็นเสมอ ขอหนังสือรับรองนิติบุคคลที่ออกไม่เกินหกเดือน ดูว่าผู้ลงนามเป็นกรรมการผู้มีอำนาจจริงและต้องลงนามร่วมกับใครหรือไม่ ถ้าไม่ใช่กรรมการต้องมีหนังสือมอบอำนาจติดอากร 30 บาทแนบมาด้วย

ในวันส่งมอบ ให้ถ่ายรูปสินค้า หีบห่อ และใบส่งของไว้ทุกครั้ง และให้ผู้รับมอบเซ็นชื่อพร้อมระบุวันเวลา — หลักฐานชุดนี้คือสิ่งที่ตัดสินคดีเรื่องของเสียหายระหว่างขนส่งเกือบทุกคดี

ผู้เขียนและผู้ตรวจทาน

เขียนและตรวจทานโดย ภูวรา ครอบตะคุ ทนายความ (ใบอนุญาต 477/2558) · เนติบัณฑิตไทย · น.ม. กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาและสารสนเทศ — การเลือกประเด็น การจัดหมวด และคำอธิบายในบทความนี้เป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ของผู้เขียน ส่วนตัวบทกฎหมายที่ยกมาไม่มีลิขสิทธิ์และตรวจกับราชกิจจานุเบกษาได้เสมอ · ทะเบียนบทความ OKC-2243BD · หากนำไปใช้ต่อ โปรดระบุชื่อผู้เขียนและลิงก์ต้นฉบับ

มีแบบฟอร์มฉบับนี้ให้กรอกออนไลน์แล้วกรอกไม่กี่นาที ดูตัวอย่างเต็มฉบับก่อนจ่าย ได้ไฟล์ PDF พร้อมพิมพ์
เปิดแบบฟอร์ม · 349 บาท

คำถามที่พบบ่อย

สัญญาซื้อขายสินค้าระหว่างธุรกิจ (SME) ต้องติดอากรแสตมป์ไหม

สัญญาซื้อขายสังหาริมทรัพย์ทั่วไปไม่มีลักษณะแห่งตราสารในบัญชีอัตราอากรแสตมป์ จึงไม่ต้องปิดอากรบนตัวสัญญา อย่าไปเทียบกับจ้างทำของลักษณะ 4 เพราะสัญญานี้ผู้ขายส่งมอบสินค้าที่มีอยู่แล้วหรือที่ตนจัดหาเอง ไม่ใช่รับจ้างทำให้ตามแบบที่ผู้ซื้อกำหนด ถ้าคุณเป็นฝ่ายกำหนดแบบให้เขาผลิตให้โดยเฉพาะ สัญญานั้นเป็นคนละฉบับและต้องปิดอากรลักษณะ 4 สิ่งที่ต้องดูคือ ใบรับ ตามลักษณะ 28 ใบรับที่ต้องปิดอากรมีเฉพาะสามกรณี คือใบรับรางวัลสลากกินแบ่ง ใบรับจากการโอนอสังหาริมทรัพย์ที่จดทะเบียน และใบรับจากการขายหรือโอนกรรมสิทธิ์ ยานพาหนะที่จดทะเบียน ในอัตรา 1 บาทต่อทุก 200 บาท ผู้ออกใบรับเป็นผู้เสียและขีดฆ่า ดังนั้นถ้าสินค้าที่ซื้อขายเป็นรถยนต์ รถจักรยานยนต์ หรือยานพาหนะที่ต้องจดทะเบียน ใบรับเงินต้องปิดอากร แต่ถ้าผู้ขายจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มและเงินนั้นต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มอยู่แล้ว ใบรับนั้นได้รับยกเว้นไม่ต้องปิดอากร ถ้าต้องปิดแล้วไม่ปิดให้ครบ ตราสารนั้นใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนกว่าจะเสียอากรและเงินเพิ่มตามประมวลรัษฎากร มาตรา 118 และ 113–114

สัญญาซื้อขายสินค้าระหว่างธุรกิจ (SME) เสียภาษีอะไรบ้าง

การซื้อขายสินค้าไม่มีการหักภาษี ณ ที่จ่าย ผู้ซื้อที่เป็นนิติบุคคลไม่ต้องหัก 3% เหมือนค่าบริการ เพราะคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 12/1 ใช้กับ การให้บริการ ซึ่งนิยามไว้ว่า "การกระทำใด ๆ อันอาจหาประโยชน์อันมีมูลค่าซึ่งมิใช่การขายสินค้า" — จุดนี้คนทำบัญชีพลาดกันบ่อยเพราะเห็นคู่สัญญาเป็นนิติบุคคลแล้วหักไว้ก่อน ถ้าหักไปโดยไม่มีหน้าที่ ผู้ขายต้องไปขอคืน แต่ถ้าในสัญญาเดียวกันมีทั้งค่าสินค้าและ ค่าบริการติดตั้ง ค่าฝึกอบรม หรือค่าขนส่ง ให้แยกราคาออกจากกันให้ชัดในใบแจ้งหนี้ เพราะส่วนที่เป็นค่าบริการต้องหัก 3% (ค่าขนส่ง 1%) และเกณฑ์คือยอดตามสัญญารายหนึ่ง ๆ ตั้งแต่ 1,000 บาทขึ้นไป แม้จะแบ่งจ่ายเป็นงวดย่อยตามข้อ 12/7 ก็ตาม ภาษีมูลค่าเพิ่ม ผู้ขายที่จดทะเบียนต้องออกใบกำกับภาษีเมื่อส่งมอบสินค้าตามประมวลรัษฎากร มาตรา 78 และ 86 ข้อ 2.1 มีสวิตช์ให้เลือกว่าราคารวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้วหรือยัง — เลือกให้ตรงกับใบเสนอราคาที่คุยกันไว้ เพราะราคาเดียวกันต่างกัน 7% คือกำไรทั้งก้อนของดีลเล็ก ๆ

ใช้สัญญาซื้อขายสินค้าระหว่างธุรกิจ (SME)ตอนไหน

ใช้เมื่อขายเครื่องจักร อุปกรณ์ วัตถุดิบ หรือสินค้าจำนวนหนึ่งให้ธุรกิจอื่น · ใช้เมื่อต้องการให้ “ตรงสเปกหรือไม่” ตัดสินด้วยเอกสารทางเทคนิค ไม่ใช่ด้วยความรู้สึก · ใช้เมื่อให้เครดิตแล้วอยากเก็บกรรมสิทธิ์ไว้เป็นหลักประกันจนกว่าจะได้เงินครบ · ใช้เมื่อต้องระบุให้ชัดว่าของหายหรือเสียหายระหว่างขนส่งเป็นภาระของใคร · ใช้เมื่อคู่ค้าเป็นธุรกิจด้วยกัน ไม่ใช่ลูกค้ารายย่อยที่เป็นผู้บริโภค

ทำสัญญาซื้อขายสินค้าระหว่างธุรกิจ (SME)ต้องระวังอะไร

ถ้าไม่เขียนเรื่องความเสี่ยงภัยไว้ กฎหมายถือว่าส่งมอบเสร็จตั้งแต่มอบของให้ผู้ขนส่งตาม ป.พ.พ. ม.463 แปลว่าของหายระหว่างทางเป็นภาระผู้ซื้อ ทั้งที่ยังไม่เห็นของเลย · กรรมสิทธิ์กับความเสี่ยงภัยเป็นคนละเรื่อง ต้องตอบทั้งสองข้อ การเขียนแต่เรื่องกรรมสิทธิ์ไม่ได้ช่วยเวลาของเสียหายระหว่างทาง · ข้อความว่า “ขายตามสภาพ ไม่รับผิดชอบใด ๆ” อ่อนกว่าที่คิด เพราะ ม.484 บอกว่าไม่คุ้มถึงการคืนราคา และ ม.485 บอกว่าไม่คุ้มสิ่งที่ผู้ขายรู้แล้วปกปิด · การซื้อขายสินค้าไม่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย 3% แต่ถ้าในบิลเดียวกันมีค่าติดตั้งหรือค่าขนส่งปนอยู่ ส่วนนั้นต้องหัก จึงต้องแยกราคาในใบแจ้งหนี้ · เรือตั้งแต่ห้าตัน แพ และสัตว์พาหนะ ถ้าไม่ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียน สัญญาเป็นโมฆะตาม ม.456 · การขึ้นราคาวัตถุดิบไม่ใช่เหตุสุดวิสัย ถ้าต้องการปรับราคาได้ต้องเขียนกลไกปรับราคาไว้ต่างหาก · ผู้ขายแจ้งเปลี่ยนเลขบัญชีทางอีเมลหรือแชต ให้โทรยืนยันก่อนโอนทุกครั้ง — ข้อ 2 กำหนดให้แล้ว เป็นกลโกงที่ธุรกิจไทยเสียเงินบ่อยที่สุด

กรณีไหนที่ไม่ควรใช้สัญญาซื้อขายสินค้าระหว่างธุรกิจ (SME)

ไม่เหมาะเมื่อขายของมือสองตามสภาพเฉพาะชิ้น ให้ใช้ สัญญาซื้อขายสินค้าใช้แล้ว (เครื่องจักร อุปกรณ์ เครื่องมือ) · ไม่เหมาะเมื่อผู้ซื้อเป็นผู้บริโภครายย่อย ให้ใช้ สัญญาขายสินค้าแบบเก็บเงินปลายทาง หรือ สัญญาขายสินค้าแบบผ่อนชำระระหว่างร้านกับลูกค้า · ไม่เหมาะเมื่อแต่งตั้งอีกฝ่ายเป็นตัวแทนจำหน่ายที่มีเขตพื้นที่และเป้าซื้อขั้นต่ำ ให้ใช้ สัญญาตัวแทนจำหน่ายสินค้า (ซื้อขาดเพื่อขายต่อ) · ถ้าคู่สัญญาเป็นชาวต่างชาติหรือต้องการฉบับภาษาอังกฤษ ให้ใช้ Sale of Goods Agreement — สัญญาซื้อขายสินค้า ภาษาอังกฤษ

สัญญาซื้อขายสินค้าระหว่างธุรกิจ (SME) ต้องจดทะเบียนหรือทำตามแบบที่กฎหมายกำหนดไหม

สัญญาซื้อขายสังหาริมทรัพย์ทั่วไปไม่ต้องทำตามแบบและไม่ต้องจดทะเบียน มีผลทันทีที่ตกลงกัน แต่มีข้อยกเว้นที่ทำให้เป็นโมฆะถ้าไม่ทำตามแบบ คือ เรือที่มีระวางตั้งแต่ห้าตันขึ้นไป แพ และสัตว์พาหนะ ซึ่งต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 456 ส่วนรถยนต์และเครื่องจักรที่จดทะเบียน การโอนทะเบียนไม่ใช่เงื่อนไขความสมบูรณ์ของสัญญา แต่เป็นเรื่องที่ต้องทำให้เสร็จเพื่อให้ผู้ซื้อใช้สิทธิได้เต็มที่ — ให้ระบุกำหนดโอนทะเบียนและผู้ออกค่าธรรมเนียมไว้ในเอกสารแนบท้าย สินค้าที่มีกฎหมายเฉพาะควบคุม เช่น อาหาร ยา เครื่องสำอาง เครื่องมือแพทย์ วัตถุอันตราย หรือสินค้าที่ต้องมีเครื่องหมาย มอก. ผู้ขายต้องมีใบอนุญาตหรือการจดแจ้งครบก่อนส่งมอบ ข้อ 7.1 ผูกคำรับรองนี้ไว้แล้ว แต่คำรับรองในสัญญาไม่ได้แทนใบอนุญาต

ลงนามสัญญาซื้อขายสินค้าระหว่างธุรกิจ (SME)ต้องมีพยานไหม ทำกี่ฉบับ

ทำสองฉบับข้อความตรงกัน เก็บไว้ฝ่ายละฉบับ ลงชื่อกำกับทุกหน้าและลงชื่อกำกับเอกสารแนบท้ายทุกแผ่น โดยเฉพาะหน้าที่เป็นรายละเอียดทางเทคนิค เพราะเป็นเอกสารที่ถูกสลับเปลี่ยนภายหลังบ่อยที่สุด พยานไม่ใช่เงื่อนไขความสมบูรณ์ของสัญญาซื้อขาย จะมีหรือไม่มีก็ได้ ถ้าลงนามคนละที่กันคนละวัน ให้ลงวันที่จริงของแต่ละฝ่าย และถือวันที่ฝ่ายหลังลงนามเป็นวันทำสัญญา ตรวจอำนาจลงนามของคู่สัญญาก่อนเซ็นเสมอ ขอหนังสือรับรองนิติบุคคลที่ออกไม่เกินหกเดือน ดูว่าผู้ลงนามเป็นกรรมการผู้มีอำนาจจริงและต้องลงนามร่วมกับใครหรือไม่ ถ้าไม่ใช่กรรมการต้องมีหนังสือมอบอำนาจติดอากร 30 บาทแนบมาด้วย ในวันส่งมอบ ให้ถ่ายรูปสินค้า หีบห่อ และใบส่งของไว้ทุกครั้ง และให้ผู้รับมอบเซ็นชื่อพร้อมระบุวันเวลา — หลักฐานชุดนี้คือสิ่งที่ตัดสินคดีเรื่องของเสียหายระหว่างขนส่งเกือบทุกคดี

กฎหมายที่อ้างถึงในบทความนี้

ถ้อยคำด้านล่างคัดจากตัวบท 37 มาตรา — ใช้อ้างอิงได้ แต่หากต้องใช้ในชั้นศาล ควรตรวจกับราชกิจจานุเบกษาฉบับทางการอีกครั้ง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 224

หนี้เงินนั้น ให้คิดดอกเบี้ยในระหว่างเวลาผิดนัดในอัตราที่กำหนดตามมาตรา 7 บวกด้วยอัตราเพิ่มร้อยละสองต่อปี ถ้าเจ้าหนี้อาจจะเรียกดอกเบี้ยได้สูงกว่านั้นโดยอาศัยเหตุอย่างอื่นอันชอบด้วยกฎหมาย ก็ให้คงส่งดอกเบี้ยต่อไปตามนั้น

ส่วนที่ 1 การไม่ชำระหนี้

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 377

เมื่อเข้าทำสัญญา ถ้าได้ให้สิ่งใดไว้เป็นมัดจำ ท่านให้ถือว่าการที่ให้มัดจำนั้นย่อมเป็นพยานหลักฐานว่าสัญญานั้นได้ทำกันขึ้นแล้ว อนึ่ง มัดจำนี้ย่อมเป็นประกันการที่จะปฏิบัติตามสัญญานั้นด้วย

หมวด 3 มัดจำและกำหนดเบี้ยปรับ

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 378

มัดจำนั้น ถ้ามิได้ตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่น ท่านให้เป็นไปดังจะกล่าวต่อไปนี้ คือ (1) ให้ส่งคืน หรือจัดเอาเป็นการใช้เงินบางส่วนในเมื่อชำระหนี้ (2) ให้ริบ ถ้าฝ่ายที่วางมัดจำละเลยไม่ชำระหนี้ หรือการชำระหนี้ตกเป็นพ้นวิสัยเพราะพฤติการณ์อันใดอันหนึ่งซึ่งฝ่ายนั้นต้องรับผิดชอบ หรือถ้ามีการเลิกสัญญาเพราะความผิดของฝ่ายนั้น (3) ให้ส่งคืน ถ้าฝ่ายที่รับมัดจำละเลยไม่ชำระหนี้ หรือการชำระหนี้ตกเป็นพ้นวิสัยเพราะพฤติการณ์อันใดอันหนึ่งซึ่งฝ่ายนี้ต้องรับผิดชอบ

หมวด 3 มัดจำและกำหนดเบี้ยปรับ

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 383

ถ้าเบี้ยปรับที่ริบนั้นสูงเกินส่วน ศาลจะลดลงเป็นจำนวนพอสมควรก็ได้ ในการที่จะวินิจฉัยว่าสมควรเพียงใดนั้น ท่านให้พิเคราะห์ถึงทางได้เสียของเจ้าหนี้ทุกอย่างอันชอบด้วยกฎหมาย ไม่ใช่แต่เพียงทางได้เสียในเชิงทรัพย์สิน เมื่อได้ใช้เงินตามเบี้ยปรับแล้ว สิทธิเรียกร้องขอลดก็เป็นอันขาดไป

หมวด 3 มัดจำและกำหนดเบี้ยปรับ

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 387

ถ้าคู่สัญญาฝ่ายหนึ่งไม่ชำระหนี้ อีกฝ่ายหนึ่งจะกำหนดระยะเวลาพอสมควร แล้วบอกกล่าวให้ฝ่ายนั้นชำระหนี้ภายในระยะเวลานั้นก็ได้ ถ้าและฝ่ายนั้นไม่ชำระหนี้ภายในระยะเวลาที่กำหนดให้ไซร้ อีกฝ่ายหนึ่งจะเลิกสัญญาเสียก็ได้

หมวด 4 เลิกสัญญา

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 391

เมื่อคู่สัญญาฝ่ายหนึ่งได้ใช้สิทธิเลิกสัญญาแล้ว คู่สัญญาแต่ละฝ่ายจำต้องให้อีกฝ่ายหนึ่งได้กลับคืนสู่ฐานะดังที่เป็นอยู่เดิม แต่ทั้งนี้จะให้เป็นที่เสื่อมเสียแก่สิทธิของบุคคลภายนอกหาได้ไม่

หมวด 4 เลิกสัญญา

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 453

อันว่าซื้อขายนั้น คือสัญญาซึ่งบุคคลฝ่ายหนึ่ง เรียกว่าผู้ขาย โอนกรรมสิทธิ์แห่งทรัพย์สินให้แก่บุคคลอีกฝ่ายหนึ่ง เรียกว่าผู้ซื้อ และผู้ซื้อตกลงว่าจะใช้ราคาทรัพย์สินนั้นให้แก่ผู้ขาย

ส่วนที่ 1 บทเบ็ดเสร็จทั่วไป

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 456

การซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ ถ้ามิได้ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่เป็นโมฆะ วิธีนี้ให้ใช้ถึงซื้อขายเรือมีระวางตั้งแต่ห้าตันขึ้นไป ทั้งซื้อขายแพและสัตว์พาหนะด้วย

ส่วนที่ 1 บทเบ็ดเสร็จทั่วไป

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 458

กรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินที่ขายนั้น ย่อมโอนไปยังผู้ซื้อตั้งแต่ขณะเมื่อได้ทำสัญญาซื้อขายกัน

ส่วนที่ 2 การโอนกรรมสิทธิ์

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 459

ถ้าสัญญาซื้อขายมีเงื่อนไข หรือเงื่อนเวลาบังคับไว้ ท่านว่ากรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินยังไม่โอนไปจนกว่าการจะได้เป็นไปตามเงื่อนไขหรือถึงกำหนดเงื่อนเวลานั้น

ส่วนที่ 2 การโอนกรรมสิทธิ์

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 460

ในการซื้อขายทรัพย์สินซึ่งมิได้กำหนดลงไว้แน่นอนนั้น ท่านว่ากรรมสิทธิ์ยังไม่โอนไปจนกว่าจะได้หมาย หรือนับ ชั่ง ตวง วัด หรือคัดเลือก หรือทำโดยวิธีอื่นเพื่อให้บ่งตัวทรัพย์สินนั้นออกเป็นแน่นอนแล้ว

ส่วนที่ 2 การโอนกรรมสิทธิ์

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 461

ผู้ขายจำต้องส่งมอบทรัพย์สินซึ่งขายนั้นให้แก่ผู้ซื้อ

ส่วนที่ 1 การส่งมอบ

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 463

ถ้าในสัญญากำหนดว่าให้ส่งทรัพย์สินซึ่งขายนั้นจากที่แห่งหนึ่งไปถึงอีกแห่งหนึ่งไซร้ ท่านว่าการส่งมอบย่อมสำเร็จเมื่อได้ส่งมอบทรัพย์สินนั้นให้แก่ผู้ขนส่ง

ส่วนที่ 1 การส่งมอบ

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 464

ค่าขนส่งทรัพย์สินซึ่งได้ซื้อขายกันไปยังที่แห่งอื่นนอกจากสถานที่อันพึงชำระหนี้นั้น ผู้ซื้อพึงออกใช้

ส่วนที่ 1 การส่งมอบ

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 465

ในการซื้อขายสังหาริมทรัพย์นั้น (1) หากว่าผู้ขายส่งมอบทรัพย์สินน้อยกว่าที่ได้สัญญาไว้ ท่านว่าผู้ซื้อจะปัดเสียไม่รับเอาเลยก็ได้ แต่ถ้าผู้ซื้อรับเอาทรัพย์สินนั้นไว้ ผู้ซื้อก็ต้องใช้ราคาตามส่วน (2) หากว่าผู้ขายส่งมอบทรัพย์สินมากกว่าที่ได้สัญญาไว้ ท่านว่าผู้ซื้อจะรับเอาทรัพย์สินนั้นไว้แต่เพียงตามสัญญาและนอกกว่านั้นปัดเสียก็ได้ หรือจะปัดเสียทั้งหมดไม่รับเอาไว้เลยก็ได้ ถ้าผู้ซื้อรับเอาทรัพย์สินอันเขาส่งมอบเช่นนั้นไว้ทั้งหมด ผู้ซื้อก็ต้องใช้ราคาตามส่วน (3) หากว่าผู้ขายส่งมอบทรัพย์สินตามที่ได้สัญญาไว้ระคนกับทรัพย์สินอย่างอื่นอันมิได้รวมอยู่ในข้อสัญญาไซร้ ท่านว่าผู้ซื้อจะรับเอาทรัพย์สินไว้แต่ตามสัญญา และนอกกว่านั้นปัดเสียก็ได้ หรือจะปัดเสียทั้งหมดก็ได้

ส่วนที่ 1 การส่งมอบ

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 467

ในข้อรับผิดเพื่อการที่ทรัพย์ขาดตกบกพร่องหรือล้ำจำนวนนั้น ท่านห้ามมิให้ฟ้องคดีเมื่อพ้นกำหนดปีหนึ่งนับแต่เวลาส่งมอบ

ส่วนที่ 1 การส่งมอบ

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 468

ถ้าในสัญญาไม่มีกำหนดเงื่อนเวลาให้ใช้ราคาไซร้ ผู้ขายชอบที่จะยึดหน่วงทรัพย์สินที่ขายไว้ได้จนกว่าจะใช้ราคา

ส่วนที่ 1 การส่งมอบ

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 469

ถ้าผู้ซื้อล้มละลายก่อนส่งมอบทรัพย์สินก็ดี หรือผู้ซื้อเป็นคนล้มละลายแล้วในเวลาซื้อขายโดยผู้ขายไม่รู้ก็ดี หรือผู้ซื้อกระทำให้หลักทรัพย์ที่ให้ไว้เพื่อประกันการใช้เงินนั้นเสื่อมเสียหรือลดน้อยลงก็ดี ถึงแม้ในสัญญาจะมีกำหนดเงื่อนเวลาให้ใช้ราคา ผู้ขายก็ชอบที่จะยึดหน่วงทรัพย์สินซึ่งขายไว้ได้ เว้นแต่ผู้ซื้อจะหาประกันที่สมควรให้ได้

ส่วนที่ 1 การส่งมอบ

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 470

ถ้าผู้ซื้อผิดนัด ผู้ขายซึ่งได้ยึดหน่วงทรัพย์สินไว้ตามมาตราทั้งหลายที่กล่าวมา อาจจะใช้ทางแก้ต่อไปนี้แทนทางแก้สามัญในการไม่ชำระหนี้ได้ คือมีจดหมายบอกกล่าวไปยังผู้ซื้อให้ใช้ราคากับทั้งค่าจับจ่ายเกี่ยวการภายในเวลาอันควรซึ่งต้องกำหนดลงไว้ในคำบอกกล่าวนั้นด้วย

ส่วนที่ 1 การส่งมอบ

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 472

ในกรณีที่ทรัพย์สินซึ่งขายนั้นชำรุดบกพร่องอย่างหนึ่งอย่างใดอันเป็นเหตุให้เสื่อมราคาหรือเสื่อมความเหมาะสมแก่ประโยชน์อันมุ่งจะใช้เป็นปกติก็ดี ประโยชน์ที่มุ่งหมายโดยสัญญาก็ดี ท่านว่าผู้ขายต้องรับผิด

ส่วนที่ 2 ความรับผิดเพื่อชำรุดบกพร่อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 473

ผู้ขายย่อมไม่ต้องรับผิดในกรณีดังจะกล่าวต่อไปนี้ คือ (1) ถ้าผู้ซื้อได้รู้อยู่แล้วแต่ในเวลาซื้อขายว่ามีความชำรุดบกพร่องหรือควรจะได้รู้เช่นนั้นหากได้ใช้ความระมัดระวังอันจะพึงคาดหมายได้แต่วิญญูชน (2) ถ้าความชำรุดบกพร่องนั้นเป็นอันเห็นประจักษ์แล้วในเวลาส่งมอบ และผู้ซื้อรับเอาทรัพย์สินนั้นไว้โดยมิได้อิดเอื้อน (3) ถ้าทรัพย์สินนั้นได้ขายทอดตลาด

ส่วนที่ 2 ความรับผิดเพื่อชำรุดบกพร่อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 474

ในข้อรับผิดเพื่อชำรุดบกพร่องนั้น ท่านห้ามมิให้ฟ้องคดีเมื่อพ้นเวลาปีหนึ่งนับแต่เวลาที่ได้พบเห็นความชำรุดบกพร่อง

ส่วนที่ 2 ความรับผิดเพื่อชำรุดบกพร่อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 475

หากว่ามีบุคคลผู้ใดมาก่อการรบกวนขัดสิทธิของผู้ซื้อในอันจะครองทรัพย์สินโดยปกติสุข เพราะบุคคลผู้นั้นมีสิทธิเหนือทรัพย์สินที่ได้ซื้อขายกันนั้นอยู่ในเวลาซื้อขายก็ดี เพราะความผิดของผู้ขายก็ดี ท่านว่าผู้ขายจะต้องรับผิดในผลอันนั้น

ส่วนที่ 3 ความรับผิดในการรอนสิทธิ

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 483

คู่สัญญาซื้อขายจะตกลงกันว่าผู้ขายจะไม่ต้องรับผิดเพื่อความชำรุดบกพร่องหรือเพื่อการรอนสิทธิก็ได้

ส่วนที่ 4 ข้อสัญญาว่าจะไม่ต้องรับผิด

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 484

ข้อสัญญาว่าจะไม่ต้องรับผิดนั้น ย่อมไม่คุ้มผู้ขายให้พ้นจากการต้องส่งเงินคืนตามราคา เว้นแต่จะได้ระบุไว้เป็นอย่างอื่น

ส่วนที่ 4 ข้อสัญญาว่าจะไม่ต้องรับผิด

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 485

ข้อสัญญาว่าจะไม่ต้องรับผิดนั้น ไม่อาจคุ้มความรับผิดของผู้ขายในผลของการอันผู้ขายได้กระทำไปเอง หรือผลแห่งข้อความจริงอันผู้ขายได้รู้อยู่แล้วและปกปิดเสีย

ส่วนที่ 4 ข้อสัญญาว่าจะไม่ต้องรับผิด

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 488

ถ้าผู้ซื้อพบเห็นความชำรุดบกพร่องในทรัพย์สินซึ่งตนได้รับซื้อ ผู้ซื้อชอบที่จะยึดหน่วงราคาที่ยังไม่ได้ชำระไว้ได้ทั้งหมดหรือแต่บางส่วน เว้นแต่ผู้ขายจะหาประกันที่สมควรให้ได้

หมวด 3 หน้าที่ของผู้ซื้อ

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 489

ถ้าผู้ซื้อถูกผู้รับจำนองหรือบุคคลผู้เรียกร้องเอาทรัพย์สินที่ขายนั้นขู่ว่าจะฟ้องเป็นคดีขึ้นก็ดี หรือมีเหตุอันควรเชื่อว่าจะถูกขู่เช่นนั้นก็ดี ผู้ซื้อก็ชอบที่จะยึดหน่วงราคาไว้ทั้งหมดหรือบางส่วนได้ดุจกัน จนกว่าผู้ขายจะได้บำบัดภัยอันนั้นให้สิ้นไป หรือจนกว่าผู้ขายจะหาประกันที่สมควรให้ได้

หมวด 3 หน้าที่ของผู้ซื้อ

พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 4

ข้อตกลงในสัญญาระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบธุรกิจการค้า หรือวิชาชีพ หรือในสัญญาสำเร็จรูป หรือในสัญญาขายฝากที่ทำให้ผู้ประกอบธุรกิจการค้า หรือวิชาชีพ หรือผู้กำหนดสัญญาสำเร็จรูป หรือผู้ซื้อฝากได้เปรียบคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งเกินสมควร เป็นข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม และให้มีผลบังคับได้เพียงเท่าที่เป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณีเท่านั้น

พระราชบัญญัติ ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540

พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 8

ข้อตกลง ประกาศ หรือคำแจ้งความที่ได้ทำไว้ล่วงหน้า เพื่อยกเว้นหรือจำกัดความรับผิดเพื่อละเมิดหรือผิดสัญญาในความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย หรืออนามัยของผู้อื่น อันเกิดจากการกระทำโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่อของผู้ตกลง ผู้ประกาศ ผู้แจ้งความ หรือของบุคคลอื่นซึ่งผู้ตกลง ผู้ประกาศ หรือผู้แจ้งความต้องรับผิดด้วย จะนำมาอ้างเป็นข้อยกเว้นหรือจำกัดความรับผิดไม่ได้

พระราชบัญญัติ ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540

พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 23

ในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลจะต้องแจ้ง ให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทราบก่อนหรือในขณะเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลถึงรายละเอียด ดังต่อไปนี้ เว้นแต่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้ทราบถึงรายละเอียดนั้นอยู่แล้ว (1) วัตถุประสงค์ของการเก็บรวบรวมเพื่อการนำข้อมูลส่วนบุคคลไปใช้หรือเปิดเผยซึ่งรวมถึง วัตถุประสงค์ตามที่มาตรา 24 ให้อำนาจในการเก็บรวบรวมได้โดยไม่ได้รับความยินยอมจากเจ้าของ ข้อมูลส่วนบุคคล (2) แจ้งให้ทราบถึงกรณีที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลต้องให้ข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อปฏิบัติ ตามกฎหมายหรือสัญญาหรือมีความจำเป็นต้องให้ข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อเข้าทำสัญญา รวมทั้งแจ้งถึง ผลกระทบที่เป็นไปได้จากการไม่ให้ข้อมูลส่วนบุคคล (3) ข้อมูลส่วนบุคคลที่จะมีการเก็บรวบรวมและระยะเวลาในการเก็บรวบรวมไว้ ทั้งนี้ ในกรณี ที่ไม่สามารถกำหนดระยะเวลาดังกล่าวได้ชัดเจน ให้กำหนดระยะเวลาที่อาจคาดหมายได้ตามมาตรฐาน ของการเก็บรวบรวม (4) ประเภทของบุคคลหรือหน่วยงานซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลที่เก็บรวบรวมอาจจะถูกเปิดเผย (5) ข้อมูลเกี่ยวกับผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล สถานที่ติดต่อ และวิธีการติดต่อในกรณี ที่มีตัวแทนหรือเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ให้แจ้งข้อมูล สถานที่ติดต่อ และวิธีการติดต่อของ ตัวแทนหรือเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลด้วย (6) สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลตามมาตรา 19 วรรคห้า มาตรา 30 วรรคหนึ่ง

พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)

พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 24

ห้ามมิให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลทำการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล โดยไม่ได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล เว้นแต่ (1) เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่เกี่ยวกับการจัดทำเอกสารประวัติศาสตร์หรือจดหมายเหตุ เพื่อประโยชน์สาธารณะ หรือที่เกี่ยวกับการศึกษาวิจัยหรือสถิติซึ่งได้จัดให้มีมาตรการปกป้องที่เหมาะสม เพื่อคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ทั้งนี้ ตามที่คณะกรรมการประกาศกำหนด (2) เพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของบุคคล (3) เป็นการจำเป็นเพื่อการปฏิบัติตามสัญญาซึ่งเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเป็นคู่สัญญาหรือ เพื่อใช้ในการดำเนินการตามคำขอของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเข้าทำสัญญานั้น (4) เป็นการจำเป็นเพื่อการปฏิบัติหน้าที่ในการดำเนินภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะของผู้ควบคุม ข้อมูลส่วนบุคคล หรือปฏิบัติหน้าที่ในการใช้อำนาจรัฐที่ได้มอบให้แก่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล (5) เป็นการจำเป็นเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล หรือของบุคคลหรือนิติบุคคลอื่นที่ไม่ใช่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล เว้นแต่ประโยชน์ดังกล่าวมีความสำคัญ น้อยกว่าสิทธิขั้นพื้นฐานในข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล (6) เป็นการปฏิบัติตามกฎหมายของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล

พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)

พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 37

ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลมีหน้าที่ ดังต่อไปนี้ (1) จัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม เพื่อป้องกันการสูญหาย เข้าถึง ใช้ เปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ และต้องทบทวน มาตรการดังกล่าวเมื่อมีความจำเป็นหรือเมื่อเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงไปเพื่อให้มีประสิทธิภาพในการรักษา ความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามมาตรฐานขั้นต่ำที่คณะกรรมการประกาศกำหนด (2) ในกรณีที่ต้องให้ข้อมูลส่วนบุคคลแก่บุคคลหรือนิติบุคคลอื่นที่ไม่ใช่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล ต้องดำเนินการเพื่อป้องกันมิให้ผู้นั้นใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ (3) จัดให้มีระบบการตรวจสอบเพื่อดำเนินการลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลเมื่อพ้นกำหนด ระยะเวลาการเก็บรักษา หรือที่ไม่เกี่ยวข้องหรือเกินความจำเป็นตามวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวม ข้อมูลส่วนบุคคลนั้น หรือตามที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลร้องขอ หรือที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ได้ถอนความยินยอม เว้นแต่เก็บรักษาไว้เพื่อวัตถุประสงค์ในการใช้เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น การเก็บรักษาไว้เพื่อวัตถุประสงค์ตามมาตรา 24 (1) หรือ (4) หรือมาตรา 26 (5) (ก) หรือ (ข) การใช้เพื่อการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การปฏิบัติตามหรือการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือการยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือเพื่อการปฏิบัติตามกฎหมาย ทั้งนี้ ให้นำความใน

พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)

ประมวลรัษฎากร มาตรา 78

ภายใต้บังคับมาตรา 78/3 ความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มที่เกิดจากการขายสินค้า ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้ (1) การขายสินค้านอกจากที่อยู่ในบังคับตาม (2) (3) (4) หรือ (5) ให้ความรับผิดทั้งหมดเกิดขึ้นเมื่อส่งมอบสินค้า เว้นแต่กรณีที่ได้มีการกระทำดังต่อไปนี้เกิดขึ้นก่อนส่งมอบสินค้า ก็ให้ถือว่าความรับผิดเกิดขึ้นเมื่อได้มีการกระทำนั้น ๆ ด้วย (ก) โอนกรรมสิทธิ์สินค้า (ข) ได้รับชำระราคาสินค้า หรือ (ค) ได้ออกใบกำกับภาษี ทั้งนี้ โดยให้ความรับผิดเกิดขึ้นตามส่วนของการกระทำนั้น ๆ แล้วแต่กรณี (2) การขายสินค้าตามสัญญาให้เช่าซื้อหรือสัญญาซื้อขายผ่อนชำระที่กรรมสิทธิ์ในสินค้ายังไม่โอนไปยังผู้ซื้อเมื่อได้ส่งมอบ ให้ความรับผิดเกิดขึ้นเมื่อถึงกำหนดชำระราคาตามงวดที่ถึงกำหนดชำระราคาแต่ละงวด เว้นแต่กรณีที่ได้มีการกระทำดังต่อไปนี้เกิดขึ้นก่อนถึงกำหนดชำระราคาแต่ละงวด ก็ให้ถือว่าความรับผิดเกิดขึ้นเมื่อได้มีการกระทำนั้น ๆ ด้วย (ก) ได้รับชำระราคาสินค้า หรือ (ข) ได้ออกใบกำกับภาษี ทั้งนี้ โดยให้ความรับผิดเกิดขึ้นตามส่วนของการกระทำนั้น ๆ แล้วแต่กรณี (3) การขายสินค้าโดยมีการตั้งตัวแทนเพื่อขายและได้ส่งมอบสินค้าให้ตัวแทนแล้ว ทั้งนี้ เฉพาะสัญญาการตั้งตัวแทนเพื่อขายตามประเภทของสินค้าและเป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนดโดยอนุมัติรัฐมนตรี ให้ความรับผิดทั้งหมดเกิดขึ้นเมื่อตัวแทนได้ส่งมอบสินค้าให้ผู้ซื้อ เว้นแต่กรณีที่ได้มีการกระทำดังต่อไปนี้เกิดขึ้นก่อนการส่งมอบสินค้าให้ผู้ซื้อ ก็ให้ถือว่าความรับผิดเกิดขึ้นเมื่อได้มีการระทำนั้น ๆ ด้วย (ก) ตัวแทนได้โอนกรรมสิทธิ์สินค้าให้ผู้ซื้อ (ข) ตัวแทนได้รับชำระราคาสินค้า (ค) ตัวแทนได้ออกใบกำกับภาษี หรือ (ง) ได้มีการนำสินค้าไปใช้ไม่ว่าโดยตัวแทนหรือบุคคลอื่น ทั้งนี้ โดยให้ความรับผิดเกิดขึ้นตามส่วนของการกระทำนั้น ๆ แล้วแต่กรณี (4) การขายสินค้าโดยส่งออกให้ความรับผิดเกิดขึ้นดังต่อไปนี้ (ก) การส่งออกนอกจากที่ระบุใน (ข) หรือ (ค) ให้ความรับผิดเกิดขึ้นเมื่อชำระอากรขาออก วางหลักประกันอากรขาออก หรือจัดให้มีผู้ค้ำประกันอากรขาออก เว้นแต่ในกรณีที่ไม่ต้องเสียอากรขาออกหรือได้รับยกเว้นอากรขาออก แล้วแต่กรณี ก็ให้ถือว่าความรับผิดเกิดขึ้นในวันที่มีการออกใบขนสินค้าขาออกตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร (ข)2 การส่งออกในกรณีที่นำสินค้าเข้าไปในเขตปลอดอากรตามมาตรา 77/1 (14) (ก) ให้ความรับผิดเกิดขึ้นในวันที่นำสินค้าในราชอาณาจักรเข้าไปในเขตดังกล่าว (ค) การส่งออกซึ่งสินค้าที่อยู่ในคลังสินค้าทัณฑ์บนตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร ให้ความรับผิดเกิดขึ้นพร้อมกับความรับผิดตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร (5) การขายสินค้าที่ได้เสียภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละ 0 ตามมาตรา 80/1 (5) และภายหลังได้มีการโอนกรรมสิทธิ์ในสินค้าอันทำให้ผู้รับโอนสินค้ามีหน้าที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 82/1 (2) ให้ความรับผิดทั้งหมดเกิดขึ้นเมื่อโอนกรรมสิทธิ์สินค้า เพื่อเป็นการบรรเทาภาระในการยื่นแบบแสดงรายการภาษีและการชำระภาษีของผู้ประกอบการจดทะเบียนสำหรับการขายสินค้าแก่กระทรวง ทบวง กรม หรือราชการส่วนท้องถิ่น ทั้งนี้ เฉพาะการขายสินค้าตามสัญญาและมีการชำระราคาที่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดโดยกฎกระทรวง ให้อธิบดีโดยอนุมัติรัฐมนตรีมีอำนาจกำหนดความรับผิดตาม (1) (2) และ (3) เกิดขึ้นเป็นอย่างอื่นได้

ประมวลรัษฎากร หมวด 4 ภาษีมูลค่าเพิ่ม (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)

ประมวลรัษฎากร มาตรา 86

ภายใต้บังคับมาตรา 86/1 มาตรา 86/2 และมาตรา 86/8 ให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนจัดทำใบกำกับภาษีและสำเนาใบกำกับภาษีสำหรับการขายสินค้า หรือการให้บริการทุกครั้ง และต้องจัดทำในทันทีที่ความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มเกิดขึ้น พร้อมทั้งให้ส่งมอบใบกำกับภาษีนั้นแก่ผู้ซื้อสินค้าหรือผู้รับบริการ ส่วนสำเนาใบกำกับภาษีให้เก็บรักษาไว้ตามมาตรา 87/3 ผู้ประกอบการที่ได้รับยกเว้นการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มและได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มชั่วคราวตามมาตรา 85/3 จะออกใบกำกับภาษีได้ต่อเมื่อเป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด ใบกำกับภาษีให้ออกเป็นรายสถานประกอบการ ทั้งนี้ เว้นแต่อธิบดีจะกำหนดเป็นอย่างอื่น การออกใบกำกับภาษีโดยตัวแทนในนามของผู้ประกอบการจดทะเบียนให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด

ประมวลรัษฎากร หมวด 4 ภาษีมูลค่าเพิ่ม (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)

ประมวลรัษฎากร มาตรา 113

ตราสารใดมิได้ปิดแสตมป์บริบูรณ์ ผู้มีหน้าที่เสียอากร หรือผู้ทรงตราสารหรือผู้ถือเอาประโยชน์ชอบที่จะยื่นตราสารนั้นต่อพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อขอเสียอากรได้ เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ได้รับตราสารแล้ว ให้อนุมัติให้เสียอากรภายในบังคับแห่งบทบัญญัติต่อไปนี้

บทบัญญัติ (ถ้อยคำตามเว็บกรมสรรพากร)

ประมวลรัษฎากร มาตรา 118

ตราสารใดไม่ปิดแสตมป์บริบูรณ์ จะใช้ต้นฉบับ คู่ฉบับ คู่ฉีก หรือสำเนาตราสารนั้นเป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้ จนกว่าจะได้เสียอากรโดยปิดแสตมป์ครบจำนวนตามอัตราในบัญชีท้ายหมวดนี้ และขีดฆ่าแล้ว แต่ทั้งนี้ ไม่เป็นการเสื่อมสิทธิที่จะเรียกเงินเพิ่มอากรตามมาตรา 113 และมาตรา 114

บทบัญญัติ (ถ้อยคำตามเว็บกรมสรรพากร)

อ่านต่อในหมวดซื้อขาย / โอน

สัญญาซื้อขายผลผลิตเกษตรล่วงหน้า ต้องมีอะไรบ้างสำหรับผู้รับซื้อกับเกษตรกรที่ตกลงซื้อขายผลผลิตก่อนเก็บเกี่ยว ใช้ได้ทั้งการขายล่วงหน้า การรับซื้อประจำ และการสั่งผลิตตามมาตรฐาน GAP หรือเกษตรอินทรีย์ กำหนดสูตรราคา เกรดและการตรวจซ้ำ การปฏิเสธ ปริมาณ ผลเมื่อผลผลิตเสียหาย ปัจจัยการผลิตที่ผู้ซื้อจัดให้ และคำเตือนตามกฎหมายเกษตรพันธสัญญาสัญญาซื้อขายรถยนต์ (จ่ายครบ รับรถวันเดียว) ต้องมีอะไรบ้างซื้อขายรถยนต์เสร็จเด็ดขาดในวันเซ็น — จ่ายครบ รับรถ แล้วโอนทะเบียนตามกำหนด ใช้ได้ทั้งรถใหม่ป้ายแดงและรถใช้แล้ว เลือกขายตามสภาพหรือรับประกัน ไปโอนพร้อมกันหรือมอบอำนาจให้ผู้ซื้อโอนเอง แบ่งค่าปรับและความรับผิดตามเวลาส่งมอบสัญญาจะซื้อจะขายรถยนต์ (วางมัดจำ โอนทีหลัง) ต้องมีอะไรบ้างวางมัดจำจองรถยนต์ไว้ก่อน แล้วนัดชำระส่วนที่เหลือ ส่งมอบ และโอนทะเบียนภายหลัง — ผู้จะขายต้องดูแลรถระหว่างรอ ผู้จะซื้อตรวจสภาพก่อนได้ ขอไฟแนนซ์ไม่ผ่านได้มัดจำคืน รถติดไฟแนนซ์ปิดบัญชีตรง ริบหรือคืนมัดจำตามกฎหมายสัญญาขายสินค้าแบบเก็บเงินปลายทาง ต้องมีอะไรบ้างสำหรับร้านค้าออนไลน์ขายสินค้าโดยให้บริษัทขนส่งเรียกเก็บเงินเมื่อส่งมอบ กำหนดยอด COD สิทธิเปิดตรวจ การปฏิเสธรับ การส่งซ้ำ และการคืนเงินให้ชัดเจนสัญญาจะซื้อจะขายห้องชุด (มือสอง) ต้องมีอะไรบ้างใช้ซื้อขายคอนโดมือสองระหว่างเจ้าของห้องกับผู้ซื้อ ส่งมอบห้องวันโอนหรือให้เข้าอยู่ก่อนก็ได้ มีค่าปรับส่งมอบช้า ใบปลอดหนี้ค่าส่วนกลาง การไถ่ถอนจำนองเดิม เงื่อนไขกู้ไม่ผ่าน และเงื่อนไขผู้ซื้อต่างชาติสัญญาซื้อขายวัสดุก่อสร้างและอุปกรณ์ไฟฟ้า ต้องมีอะไรบ้างสำหรับซื้อวัสดุก่อสร้างหรืออุปกรณ์ระบบไฟฟ้าจากร้านหรือผู้ค้าส่ง ส่งถึงหน้างานเป็นงวดตามความคืบหน้าของงาน กำหนดราคาต่อหน่วย การเพิ่มลดปริมาณ มาตรฐาน มอก. และใบรับรองคุณภาพ การตรวจรับและเปลี่ยนสินค้า การคืนของเหลือใช้ ราคาวัสดุผันผวน ค่าปรับส่งล่าช้า และสินค้าไม่ปลอดภัย