สัญญาจะซื้อจะขายรถยนต์ (วางมัดจำ โอนทีหลัง) ต้องมีอะไรบ้าง
ตกลงซื้อขายรถยนต์และวางมัดจำไว้ก่อน แล้วค่อยนัดวันจ่ายส่วนที่เหลือ รับรถ และโอนทะเบียน — ระหว่างรอ รถยังเป็นของผู้จะขายและผู้จะขายต้องดูแลให้เหมือนเดิม · มัดจำที่สูงเกินส่วนศาลลดได้ — โดยทั่วไปไม่ควรเกินร้อยละ 10–20 ของราคา
| ใช้เมื่อ | ใช้เมื่อวางมัดจำจองรถยนต์ (มือหนึ่งหรือมือสอง) แล้วรอวันจ่ายเงินและรับรถ |
|---|---|
| อากรแสตมป์ | สัญญาจะซื้อจะขายรถยนต์ไม่ใช่ตราสารในบัญชีอัตราอากรแสตมป์ จึงไม่ต้องปิดอากรแสตมป์ที่ตัวสัญญา ใบรับเงินมัดจำและใบรับเงินค่ารถที่ผู้จะขายออกให้ ถ้าผู้จะขายไม่ได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม อาจต้องปิดอากรใบรับสำหรับการขายยานพาหนะ (ลักษณะ 28) ในอัตรา 1 บาทต่อทุก 200 บาทหรือเศษ ผู้ออกใบรับเป็นผู้เสีย ส่วนผู้ขายที่จด VAT ออกใบกำกับภาษีแทน |
| มาตราที่อ้าง | ป.พ.พ. ม.377, 378 (มัดจำ — ข้อ 7.1, 7.3), 379–383 (เบี้ยปรับ ลดได้ — ข้อ 7.2, 7.3), 381 ว.3 (สงวนสิทธิค่าปรับเมื่อรับล่าช้า — ข้อ 7.2 ถ้อยคำกลาง ข.), 453, 456 ว.3 (ซื้อขาย/จะซื้อจะขายสังหาริมทรัพย์ราคาตั้งแต่ 20,000 บาท ต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือ วางมัดจำ หรือชำระหนี้บางส่วน), 459 (กรรมสิทธิ์โอนเมื่อชำระครบ — ข้อ 5.3), 370–372 (ความเสี่ยงภัย — ข้อ 4.2 ตกลงให้ผู้จะขายรับจนส่งมอบ), 472–473 · พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม 2540 ม.7 (มัดจำสูงเกินส่วน) · พ.ร.บ.ว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ 2544 · พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล 2562 |
| ค่าใช้แบบฟอร์มบนเว็บนี้ | 249 บาท |
ใช้สัญญาฉบับนี้เมื่อไร
- ใช้เมื่อวางมัดจำจองรถยนต์ (มือหนึ่งหรือมือสอง) แล้วรอวันจ่ายเงินและรับรถ
- ใช้เมื่อผู้ซื้อต้องรอผลอนุมัติไฟแนนซ์ก่อนจ่ายส่วนที่เหลือ
- ใช้เมื่อรถของผู้ขายยังติดไฟแนนซ์และต้องปิดบัญชีก่อนโอน
จุดที่พลาดบ่อยและต้องระวัง
- มัดจำที่สูงเกินส่วนศาลลดได้ — โดยทั่วไปไม่ควรเกินร้อยละ 10–20 ของราคา
- ขอไฟแนนซ์ ให้ติ๊กช่องเงื่อนไขสินเชื่อ มิฉะนั้นไฟแนนซ์ไม่ผ่านถือว่าผู้จะซื้อผิดนัด
- รถติดไฟแนนซ์ ให้จ่ายยอดปิดบัญชีตรงให้ไฟแนนซ์ อย่าจ่ายผ่านผู้จะขาย
- ตรวจเลขตัวรถและเลขเครื่องยนต์กับคู่มือจดทะเบียนก่อนวางมัดจำ
กรณีที่ไม่ควรใช้ฉบับนี้
- ถ้าจ่ายเงินครบและรับรถวันเดียวกับที่เซ็น ให้ใช้ สัญญาซื้อขายรถยนต์ (จ่ายครบ รับรถวันเดียว) หรือ สัญญาซื้อขายรถมือสอง
- ถ้าจะผ่อนกับเจ้าของรถโดยตรงและโอนเมื่อผ่อนครบ ให้ใช้ สัญญาเช่าซื้อรถยนต์ (ระหว่างบุคคล)
- ถ้าฝากรถให้เต็นท์ขายแทน ให้ใช้ สัญญาฝากขายรถยนต์
- จ่ายครบและรับรถในวันเดียว — ใช้ สัญญาซื้อขายรถยนต์ (จ่ายครบ รับรถวันเดียว)
อากรแสตมป์
สัญญาจะซื้อจะขายรถยนต์ไม่ใช่ตราสารในบัญชีอัตราอากรแสตมป์ จึงไม่ต้องปิดอากรแสตมป์ที่ตัวสัญญา ใบรับเงินมัดจำและใบรับเงินค่ารถที่ผู้จะขายออกให้ ถ้าผู้จะขายไม่ได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม อาจต้องปิดอากรใบรับสำหรับการขายยานพาหนะ (ลักษณะ 28) ในอัตรา 1 บาทต่อทุก 200 บาทหรือเศษ ผู้ออกใบรับเป็นผู้เสีย ส่วนผู้ขายที่จด VAT ออกใบกำกับภาษีแทน
มัดจำ — ริบได้ คืนได้ ลดได้
เงินมัดจำเป็นหลักฐานว่าได้ทำสัญญากันแล้วและเป็นประกันว่าจะปฏิบัติตามสัญญา (ป.พ.พ. มาตรา 377) ถ้าผู้จะซื้อไม่มาจ่ายส่วนที่เหลือ ผู้จะขายริบมัดจำได้ (มาตรา 378) แต่ข้อ 7.1 ให้ส่งหนังสือเตือนก่อน 7 วัน ถ้ามัดจำสูงเกินส่วน ศาลลดลงได้ ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 7 ถ้าผู้จะขายเป็นฝ่ายผิด ข้อ 7.3 ให้คืนมัดจำพร้อมเบี้ยปรับอีกเท่าหนึ่ง ซึ่งศาลลดได้เช่นกันถ้าสูงเกินส่วน (มาตรา 383)
ผู้จะขายส่งรถช้า แล้วผู้จะซื้อยังรับรถ ให้ทำหนังสือสงวนสิทธิเรียกค่าปรับในวันที่รับทุกครั้ง (เขียนในบันทึกส่งมอบหรือส่งอีเมลก็ได้) แม้ข้อ 7.2 จะเขียนสงวนสิทธิไว้แล้ว — ถ้ารับไว้โดยไม่สงวนสิทธิ อาจเสียสิทธิเรียกค่าปรับ (มาตรา 381 วรรคสาม)
ไฟแนนซ์ของผู้จะซื้อ
ยื่นขอสินเชื่อภายใน 7 วัน และแจ้งผลภายใน … วัน ถ้าไม่ผ่าน ให้ขอหนังสือหรือข้อความปฏิเสธจากไฟแนนซ์เก็บไว้ แล้วส่งให้ผู้จะขายพร้อมหนังสือเลิกสัญญา ผู้จะขายต้องคืนมัดจำเต็มภายใน 7 วัน ถ้าผู้จะซื้อไม่ยื่นเอกสารให้ครบจนไฟแนนซ์ไม่อนุมัติ ถือว่าเป็นความผิดของผู้จะซื้อเอง
⚠️ รถติดไฟแนนซ์ — ระหว่างยังผ่อนไม่หมด กรรมสิทธิ์เป็นของไฟแนนซ์ ผู้จะขายไม่มีสิทธิโอนเอง ข้อ 3 ให้ผู้จะซื้อจ่ายยอดปิดบัญชีตรงให้ไฟแนนซ์ในวันนัดโอน อย่าจ่ายส่วนนี้ให้ผู้จะขาย และอย่ารับการ «ผ่อนต่อ» แทนการปิดบัญชี เพราะไฟแนนซ์ไม่ผูกพันถ้าไม่ได้ยินยอม
วันนัดโอน — เตรียมอะไรบ้าง
- ผู้จะขาย: รถ กุญแจทุกดอก คู่มือจดทะเบียนฉบับจริง บัตรประชาชน (นิติบุคคล: หนังสือรับรองไม่เกิน 6 เดือน + บัตรกรรมการ) แบบคำขอโอนที่ลงนามแล้ว หนังสือมอบอำนาจ (ถ้าไม่ไปเอง)
- ผู้จะซื้อ: เงินส่วนที่เหลือ บัตรประชาชน หลักฐานที่อยู่
- รถต้องผ่านการตรวจสภาพที่สำนักงานขนส่งก่อนโอน รถบางประเภทต้องผ่านตรวจสภาพรถ (ตรอ.) ก่อน — ตรวจกับสำนักงานขนส่งที่จะไปโอน
- อัตราค่าธรรมเนียมการโอนทางทะเบียนกำหนดโดยกรมการขนส่งทางบก ให้ตรวจอัตราปัจจุบันที่สำนักงานขนส่งหรือเว็บไซต์กรมการขนส่งทางบก
- ถ่ายภาพมาตรวัดระยะทางและรอบคันในวันรับรถ แล้วแนบไว้กับบันทึกส่งมอบ
กรรมสิทธิ์กับชื่อในเล่ม
กรรมสิทธิ์ในรถโอนเมื่อชำระราคาครบและรับมอบรถตามข้อ 5.3 ไม่ใช่เมื่อเปลี่ยนชื่อในคู่มือจดทะเบียน ช่วงที่รับรถแล้วแต่ชื่อยังไม่เปลี่ยนเป็นช่วงที่เกิดปัญหาบ่อย ข้อ 6 จึงแบ่งค่าปรับจราจรและความรับผิดตามเวลาส่งมอบ ให้ไปโอนทางทะเบียนภายใน 15 วันตามข้อ 5.4
ผู้จะขายเป็นผู้ประกอบธุรกิจ
ผู้จะซื้อที่ซื้อรถเพื่อใช้เองเป็นผู้บริโภค ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค ใบรับเงินหรือใบจองของเต็นท์รถใช้แล้วอยู่ในบังคับประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญาที่ควบคุมรายการในหลักฐานการรับเงิน ส่วนการจองรถใหม่กับผู้จำหน่ายอาจมีประกาศเฉพาะเรื่อง — ให้ตรวจประกาศฉบับปัจจุบันกับ สคบ. (สายด่วน 1166)
รถยนต์ไฟฟ้า
แนบรายงานสุขภาพแบตเตอรี่ไว้ท้ายสัญญา และตรวจเงื่อนไขว่าประกันแบตเตอรี่ของยี่ห้อนั้นโอนตามรถไปยังเจ้าของใหม่ได้หรือไม่ ถ้ามีเครื่องชาร์จติดผนังที่บ้านผู้จะขาย ให้ตกลงเป็นหนังสือว่าจะถอดไปด้วยหรือไม่
เอกสารแนบท้ายสัญญา
- สำเนาคู่มือจดทะเบียนหน้ารายการรถและรายการเจ้าของ
- สำเนาบัตรประจำตัวของคู่สัญญา
- หลักฐานการรับเงินมัดจำ
- รายงานตรวจสภาพรถ (ถ้ามี)
- บันทึกส่งมอบรถในวันนัดโอน
วันลงนาม
ทำสองฉบับข้อความตรงกัน เก็บไว้ฝ่ายละฉบับ ลงนามด้วยลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ได้ตามข้อ 8.2
ผู้เขียนและผู้ตรวจทาน
เขียนและตรวจทานโดย ภูวรา ครอบตะคุ ทนายความ (ใบอนุญาต 477/2558) · เนติบัณฑิตไทย · น.ม. กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาและสารสนเทศ — การเลือกประเด็น การจัดหมวด และคำอธิบายในบทความนี้เป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ของผู้เขียน ส่วนตัวบทกฎหมายที่ยกมาไม่มีลิขสิทธิ์และตรวจกับราชกิจจานุเบกษาได้เสมอ · ทะเบียนบทความ OKC-562E10 · หากนำไปใช้ต่อ โปรดระบุชื่อผู้เขียนและลิงก์ต้นฉบับ
คำถามที่พบบ่อย
สัญญาจะซื้อจะขายรถยนต์ (วางมัดจำ โอนทีหลัง) ต้องติดอากรแสตมป์ไหม
สัญญาจะซื้อจะขายรถยนต์ไม่ใช่ตราสารในบัญชีอัตราอากรแสตมป์ จึงไม่ต้องปิดอากรแสตมป์ที่ตัวสัญญา ใบรับเงินมัดจำและใบรับเงินค่ารถที่ผู้จะขายออกให้ ถ้าผู้จะขายไม่ได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม อาจต้องปิดอากรใบรับสำหรับการขายยานพาหนะ (ลักษณะ 28) ในอัตรา 1 บาทต่อทุก 200 บาทหรือเศษ ผู้ออกใบรับเป็นผู้เสีย ส่วนผู้ขายที่จด VAT ออกใบกำกับภาษีแทน
ใช้สัญญาจะซื้อจะขายรถยนต์ (วางมัดจำ โอนทีหลัง)ตอนไหน
ใช้เมื่อวางมัดจำจองรถยนต์ (มือหนึ่งหรือมือสอง) แล้วรอวันจ่ายเงินและรับรถ · ใช้เมื่อผู้ซื้อต้องรอผลอนุมัติไฟแนนซ์ก่อนจ่ายส่วนที่เหลือ · ใช้เมื่อรถของผู้ขายยังติดไฟแนนซ์และต้องปิดบัญชีก่อนโอน
ทำสัญญาจะซื้อจะขายรถยนต์ (วางมัดจำ โอนทีหลัง)ต้องระวังอะไร
มัดจำที่สูงเกินส่วนศาลลดได้ — โดยทั่วไปไม่ควรเกินร้อยละ 10–20 ของราคา · ขอไฟแนนซ์ ให้ติ๊กช่องเงื่อนไขสินเชื่อ มิฉะนั้นไฟแนนซ์ไม่ผ่านถือว่าผู้จะซื้อผิดนัด · รถติดไฟแนนซ์ ให้จ่ายยอดปิดบัญชีตรงให้ไฟแนนซ์ อย่าจ่ายผ่านผู้จะขาย · ตรวจเลขตัวรถและเลขเครื่องยนต์กับคู่มือจดทะเบียนก่อนวางมัดจำ
กรณีไหนที่ไม่ควรใช้สัญญาจะซื้อจะขายรถยนต์ (วางมัดจำ โอนทีหลัง)
ถ้าจ่ายเงินครบและรับรถวันเดียวกับที่เซ็น ให้ใช้ สัญญาซื้อขายรถยนต์ (จ่ายครบ รับรถวันเดียว) หรือ สัญญาซื้อขายรถมือสอง · ถ้าจะผ่อนกับเจ้าของรถโดยตรงและโอนเมื่อผ่อนครบ ให้ใช้ สัญญาเช่าซื้อรถยนต์ (ระหว่างบุคคล) · ถ้าฝากรถให้เต็นท์ขายแทน ให้ใช้ สัญญาฝากขายรถยนต์ · จ่ายครบและรับรถในวันเดียว — ใช้ สัญญาซื้อขายรถยนต์ (จ่ายครบ รับรถวันเดียว)
ลงนามสัญญาจะซื้อจะขายรถยนต์ (วางมัดจำ โอนทีหลัง)ต้องมีพยานไหม ทำกี่ฉบับ
ทำสองฉบับข้อความตรงกัน เก็บไว้ฝ่ายละฉบับ ลงนามด้วยลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ได้ตามข้อ 8.2
ทำสัญญาจะซื้อจะขายรถยนต์ (วางมัดจำ โอนทีหลัง)ต้องเตรียมเอกสารอะไรแนบท้าย
สำเนาคู่มือจดทะเบียนหน้ารายการรถและรายการเจ้าของ สำเนาบัตรประจำตัวของคู่สัญญา หลักฐานการรับเงินมัดจำ รายงานตรวจสภาพรถ (ถ้ามี) บันทึกส่งมอบรถในวันนัดโอน
กฎหมายที่อ้างถึงในบทความนี้
ถ้อยคำด้านล่างคัดจากตัวบท 5 มาตรา — ใช้อ้างอิงได้ แต่หากต้องใช้ในชั้นศาล ควรตรวจกับราชกิจจานุเบกษาฉบับทางการอีกครั้ง
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 377
เมื่อเข้าทำสัญญา ถ้าได้ให้สิ่งใดไว้เป็นมัดจำ ท่านให้ถือว่าการที่ให้มัดจำนั้นย่อมเป็นพยานหลักฐานว่าสัญญานั้นได้ทำกันขึ้นแล้ว อนึ่ง มัดจำนี้ย่อมเป็นประกันการที่จะปฏิบัติตามสัญญานั้นด้วย
หมวด 3 มัดจำและกำหนดเบี้ยปรับ
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 378
มัดจำนั้น ถ้ามิได้ตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่น ท่านให้เป็นไปดังจะกล่าวต่อไปนี้ คือ (1) ให้ส่งคืน หรือจัดเอาเป็นการใช้เงินบางส่วนในเมื่อชำระหนี้ (2) ให้ริบ ถ้าฝ่ายที่วางมัดจำละเลยไม่ชำระหนี้ หรือการชำระหนี้ตกเป็นพ้นวิสัยเพราะพฤติการณ์อันใดอันหนึ่งซึ่งฝ่ายนั้นต้องรับผิดชอบ หรือถ้ามีการเลิกสัญญาเพราะความผิดของฝ่ายนั้น (3) ให้ส่งคืน ถ้าฝ่ายที่รับมัดจำละเลยไม่ชำระหนี้ หรือการชำระหนี้ตกเป็นพ้นวิสัยเพราะพฤติการณ์อันใดอันหนึ่งซึ่งฝ่ายนี้ต้องรับผิดชอบ
หมวด 3 มัดจำและกำหนดเบี้ยปรับ
พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 7
ในสัญญาที่มีการให้สิ่งใดไว้เป็นมัดจำ หากมีกรณีที่จะต้องริบมัดจำถ้ามัดจำนั้นสูงเกินส่วน ศาลจะลดลงให้ริบได้เพียงเท่าความเสียหายที่แท้จริงก็ได้
พระราชบัญญัติ ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 383
ถ้าเบี้ยปรับที่ริบนั้นสูงเกินส่วน ศาลจะลดลงเป็นจำนวนพอสมควรก็ได้ ในการที่จะวินิจฉัยว่าสมควรเพียงใดนั้น ท่านให้พิเคราะห์ถึงทางได้เสียของเจ้าหนี้ทุกอย่างอันชอบด้วยกฎหมาย ไม่ใช่แต่เพียงทางได้เสียในเชิงทรัพย์สิน เมื่อได้ใช้เงินตามเบี้ยปรับแล้ว สิทธิเรียกร้องขอลดก็เป็นอันขาดไป
หมวด 3 มัดจำและกำหนดเบี้ยปรับ
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 381
ถ้าลูกหนี้ได้สัญญาไว้ว่าจะให้เบี้ยปรับเมื่อตนไม่ชำระหนี้ให้ถูกต้องสมควร เช่นว่าไม่ชำระหนี้ตรงตามเวลาที่กำหนดไว้เป็นต้น นอกจากเรียกให้ชำระหนี้ เจ้าหนี้จะเรียกเอาเบี้ยปรับอันจะพึงริบนั้นอีกด้วยก็ได้
หมวด 3 มัดจำและกำหนดเบี้ยปรับ