สัญญาจ้างเชื่อมต่อ API ต้องมีอะไรบ้าง

ตอบสั้น

ผู้ว่าจ้างจ้างผู้รับจ้างเขียนและติดตั้งส่วนเชื่อมต่อระบบกับ API ของบุคคลภายนอกโดยส่งมอบโค้ดและเอกสาร · ตรวจรุ่น API เงื่อนไขผู้ให้บริการและผู้เป็นเจ้าของบัญชีให้ตรงเอกสารแนบ

ข้อเท็จจริงที่อ้างอิงได้
ใช้เมื่อใช้เมื่อระบบเดิมต้องเรียก API ภายนอกและมีผลรับส่งข้อมูลชัดเจน
อากรแสตมป์สัญญาจ้างเชื่อมต่อ API ส่วนงานสร้างและส่งมอบเข้าลักษณะจ้างทำของตาม ป.พ.พ. มาตรา 587 และบัญชีอัตราอากรแสตมป์ลักษณะ 4 ผู้รับจ้างเป็นผู้เสียอากรและขีดฆ่า อัตรา 1 บาทต่อสินจ้างทุก 1,000 บาทหรือเศษของ 1,000 บาท จากค่าจ้าง … คำนวณอากรได้ (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก) คู่ฉบับส่วนนี้ (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก) ให้ตรวจลักษณะ 23 ตามจำนวนฉบับที่ลงนาม ค่าใช้ API ที่จ่ายแก่บุคคลภายนอกและแสดงหลักฐานแยกไม่ใช่ค่าจ้างสร้างงานโดยอัตโนมัติ หากมีการแต่งตั้งตัวแทนให้เบิกจ่ายหรือถือเงินแทน ต้องตรวจอากรลักษณะ 21 แยกตามขอบเขตอำนาจ หากไม่ปิดอากรบริบูรณ์ ตราสารที่ต้องเสียอากรอาจใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนชำระอากรและเงินเพิ่มตามประมวลรัษฎากร มาตรา 118, 113–114 สัญญาอิเล็กทรอนิกส์ให้ตรวจการชำระเป็นตัวเงินและกำหนดเวลา ผู้รับจ้างควรเก็บหลักฐานชำระคู่กับสัญญา
ภาษีผู้ว่าจ้างที่เป็นนิติบุคคลและจ่ายค่าจ้างทำของแก่ผู้รับที่เข้าเงื่อนไข หักภาษี ณ ที่จ่ายอัตราปกติร้อยละ 3 ตามคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 8 จากค่าจ้างก่อนภาษีมูลค่าเพิ่ม เมื่อยอดตามสัญญาตั้งแต่ 1,000 บาทแม้แบ่งจ่ายต่ำกว่านั้นตามข้อ 12/7 ออกหนังสือรับรองและนำส่งตามกำหนด ตรวจอัตราปัจจุบันก่อนจ่าย ค่า API ที่ผู้ว่าจ้างชำระตรงไม่ใช่รายได้ผู้รับจ้าง ส่วนเงินสำรองจ่ายต้องแยกเอกสารหลักฐานและตรวจการปฏิบัติทางภาษีตามผู้รับเงินกับลักษณะรายการจริง ผู้รับจ้างที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มเรียกเก็บภาษีตามอัตราปัจจุบันและออกใบกำกับภาษีเมื่อเกิดความรับผิดตามประมวลรัษฎากร มาตรา 78/1 และ 86 เมื่อชำระค่า API ให้ผู้ให้บริการต่างประเทศต้องตรวจภาษีและภาษีมูลค่าเพิ่มของบริการข้ามแดนตามข้อเท็จจริง ไม่สมมติว่าเป็นค่าบริการในประเทศ
แบบที่กฎหมายกำหนดสัญญาจ้างเชื่อมต่อระบบทั่วไปไม่ต้องจดทะเบียน แต่ต้องตรวจสิทธิใช้ API และบัญชีของผู้ว่าจ้างตามเงื่อนไขผู้ให้บริการ หากข้อมูลลูกค้าจริงผ่านระบบ ผู้ว่าจ้างและผู้รับจ้างต้องลงนามข้อตกลงประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเปิดสิทธิ โดยใช้แม่แบบสัญญาประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลให้ตรงกับกิจกรรมตาม พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล มาตรา 40 การโอนสิทธิในโค้ดที่สร้างขึ้นใหม่และการระบุชื่อผู้สร้างสรรค์ให้ตรวจ พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ มาตรา 10, 15, 17 และ 18 ตามข้อ 10
มาตราที่อ้างป.พ.พ. ม.7, 224, 383, 387, 391, 575, 587, 605, 797, 810–812; พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 ม.4, 5, 8; พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ม.10, 15, 17, 18; พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ม.28–29, 37(4), 39, 40; ประมวลรัษฎากร ม.113–114, 118, บัญชีอัตราอากรลักษณะ 4, 21, 23; คำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 8, 12/7; ประมวลรัษฎากร ม.78/1, 86
ค่าใช้แบบฟอร์มบนเว็บนี้249 บาท

ใช้สัญญาฉบับนี้เมื่อไร

  • ใช้เมื่อระบบเดิมต้องเรียก API ภายนอกและมีผลรับส่งข้อมูลชัดเจน
  • ใช้เมื่อมีความเสี่ยงคำขอซ้ำ ค่าใช้ API และกุญแจระบบที่ต้องจัดอำนาจ
  • ใช้เมื่อจะทดสอบในระบบทดลองก่อนสลับขึ้นระบบจริง

จุดที่พลาดบ่อยและต้องระวัง

  • ตรวจรุ่น API เงื่อนไขผู้ให้บริการและผู้เป็นเจ้าของบัญชีให้ตรงเอกสารแนบ
  • ทดสอบการลองซ้ำและเว็บฮุกซ้ำโดยเฉพาะเมื่อรายการเคลื่อนเงินหรือสต็อก
  • ค่าใช้ API ของบุคคลภายนอกต้องแยกจากค่าจ้างและมีเพดานพร้อมหลักฐาน
  • หากมีข้อมูลลูกค้าจริง ต้องทำข้อตกลงประมวลผลข้อมูลตาม พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ม.40 และตรวจโอนต่างประเทศตาม ม.28–29
  • เพดานความรับผิดต้องไม่คลุมการทุจริต จงใจ ประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง การละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล และการยึดกุญแจหรือระบบไว้ต่อรอง ไม่งั้นเสี่ยงถูกตัดทั้งข้อตาม พ.ร.บ.ข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม ม.8

กรณีที่ไม่ควรใช้ฉบับนี้

อากรแสตมป์

สัญญาจ้างเชื่อมต่อ API ส่วนงานสร้างและส่งมอบเข้าลักษณะจ้างทำของตาม ป.พ.พ. มาตรา 587 และบัญชีอัตราอากรแสตมป์ลักษณะ 4 ผู้รับจ้างเป็นผู้เสียอากรและขีดฆ่า อัตรา 1 บาทต่อสินจ้างทุก 1,000 บาทหรือเศษของ 1,000 บาท จากค่าจ้าง … คำนวณอากรได้ (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก) คู่ฉบับส่วนนี้ (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก) ให้ตรวจลักษณะ 23 ตามจำนวนฉบับที่ลงนาม ค่าใช้ API ที่จ่ายแก่บุคคลภายนอกและแสดงหลักฐานแยกไม่ใช่ค่าจ้างสร้างงานโดยอัตโนมัติ หากมีการแต่งตั้งตัวแทนให้เบิกจ่ายหรือถือเงินแทน ต้องตรวจอากรลักษณะ 21 แยกตามขอบเขตอำนาจ

หากไม่ปิดอากรบริบูรณ์ ตราสารที่ต้องเสียอากรอาจใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนชำระอากรและเงินเพิ่มตามประมวลรัษฎากร มาตรา 118, 113–114 สัญญาอิเล็กทรอนิกส์ให้ตรวจการชำระเป็นตัวเงินและกำหนดเวลา ผู้รับจ้างควรเก็บหลักฐานชำระคู่กับสัญญา

การจดทะเบียน / แบบที่กฎหมายกำหนด

สัญญาจ้างเชื่อมต่อระบบทั่วไปไม่ต้องจดทะเบียน แต่ต้องตรวจสิทธิใช้ API และบัญชีของผู้ว่าจ้างตามเงื่อนไขผู้ให้บริการ หากข้อมูลลูกค้าจริงผ่านระบบ ผู้ว่าจ้างและผู้รับจ้างต้องลงนามข้อตกลงประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเปิดสิทธิ โดยใช้แม่แบบสัญญาประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลให้ตรงกับกิจกรรมตาม พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล มาตรา 40 การโอนสิทธิในโค้ดที่สร้างขึ้นใหม่และการระบุชื่อผู้สร้างสรรค์ให้ตรวจ พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ มาตรา 10, 15, 17 และ 18 ตามข้อ 10

ภาษี

ผู้ว่าจ้างที่เป็นนิติบุคคลและจ่ายค่าจ้างทำของแก่ผู้รับที่เข้าเงื่อนไข หักภาษี ณ ที่จ่ายอัตราปกติร้อยละ 3 ตามคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 8 จากค่าจ้างก่อนภาษีมูลค่าเพิ่ม เมื่อยอดตามสัญญาตั้งแต่ 1,000 บาทแม้แบ่งจ่ายต่ำกว่านั้นตามข้อ 12/7 ออกหนังสือรับรองและนำส่งตามกำหนด ตรวจอัตราปัจจุบันก่อนจ่าย ค่า API ที่ผู้ว่าจ้างชำระตรงไม่ใช่รายได้ผู้รับจ้าง ส่วนเงินสำรองจ่ายต้องแยกเอกสารหลักฐานและตรวจการปฏิบัติทางภาษีตามผู้รับเงินกับลักษณะรายการจริง

ผู้รับจ้างที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มเรียกเก็บภาษีตามอัตราปัจจุบันและออกใบกำกับภาษีเมื่อเกิดความรับผิดตามประมวลรัษฎากร มาตรา 78/1 และ 86 เมื่อชำระค่า API ให้ผู้ให้บริการต่างประเทศต้องตรวจภาษีและภาษีมูลค่าเพิ่มของบริการข้ามแดนตามข้อเท็จจริง ไม่สมมติว่าเป็นค่าบริการในประเทศ

API ของคนอื่นเปลี่ยนเมื่อไรก็ได้ — และนั่นไม่ใช่ความผิดของใคร

งานเชื่อม API ต่างจากงานพัฒนาทั่วไปตรงที่ ของที่เราสร้างวางอยู่บนของที่คนอื่นเป็นเจ้าของ ผู้ให้บริการปลายทางเปลี่ยนรุ่น เปลี่ยนรูปแบบข้อมูล ลดโควตา ขึ้นราคา หรือยกเลิกบริการได้ตลอดเวลา โดยไม่ต้องถามใคร และระบบที่เคยทำงานดีก็หยุดทำงานเองโดยไม่มีใครแก้โค้ด

ข้อ 7 จึงแยกให้ชัดว่า การเปลี่ยนแปลงของผู้ให้บริการไม่ใช่ความบกพร่องของผู้รับจ้าง แต่ก็ไม่ได้แปลว่าไม่มีใครต้องจ่ายค่าแก้ สิ่งที่ต้องตกลงกันไว้ก่อนคือใครเฝ้าดูประกาศของผู้ให้บริการ ใครแจ้งใคร และค่าแก้คิดอย่างไร

ข้อยกเว้นที่สำคัญ คือถ้าผู้รับจ้างรู้อยู่แล้วตอนทำสัญญาว่า API รุ่นนั้นกำลังจะถูกยกเลิก แล้วยังเลือกใช้โดยไม่บอก อันนั้นเป็นความรับผิดของผู้รับจ้าง ไม่ใช่เหตุภายนอก

รายการซ้ำ — จุดที่ทำให้เงินออกสองครั้ง

ข้อ 4.2 เป็นข้อที่มีมูลค่าที่สุดในสัญญาฉบับนี้ และเป็นข้อที่สัญญาจ้างพัฒนาทั่วไปไม่มี

เครือข่ายขาดกลางคัน ปลายทางตอบช้าจนระบบเราคิดว่าล้มเหลวแล้วยิงซ้ำ หรือเว็บฮุกส่งข้อความเดิมมาสองรอบ ทั้งสามอย่างนี้เป็นเรื่องปกติของการเชื่อมระบบ ไม่ใช่เหตุผิดปกติ ผลคือถ้าไม่ได้ออกแบบกันไว้ ลูกค้าอาจถูกตัดเงินสองครั้ง สต็อกอาจถูกตัดซ้ำ หรือออเดอร์เดียวกลายเป็นสองใบ

สิ่งที่ต้องมีคือ เลขอ้างอิงประจำรายการ เพื่อให้ปลายทางรู้ว่าเคยรับคำขอนี้แล้ว บวกกับ กรณีทดสอบที่จำลองการยิงซ้ำและเครือข่ายขาดจริง ตามผนวก ข้อ 4.3 ยังห้ามผู้รับจ้างยิงคำขอซ้ำเองเพื่อลองแก้ปัญหาโดยไม่ให้ผู้ว่าจ้างตรวจก่อน ซึ่งเป็นวิธีที่ทำให้เรื่องเล็กกลายเป็นเรื่องใหญ่

กุญแจ บัญชี และเงินค่า API

บัญชีของผู้ให้บริการ API ต้องอยู่ในชื่อผู้ว่าจ้าง ผู้รับจ้างได้สิทธิเป็นผู้ใช้รายบุคคลหรือได้กุญแจสำหรับงานนี้เท่านั้น เหตุผลตรงไปตรงมาคือเมื่อเลิกจ้างแล้วต้องเปลี่ยนคนดูแลได้โดยไม่ต้องขอใคร และระบบต้องไม่ดับเพราะบัตรเครดิตที่ผูกไว้เป็นของผู้รับจ้าง

ค่าใช้ API ที่ผู้รับจ้างสำรองจ่ายแทน เป็นเงินของผู้ว่าจ้าง ไม่ใช่รายได้ของผู้รับจ้าง จึงต้องมีหลักฐานทุกรายการ คืนส่วนที่เหลือ และห้ามบวกกำไรเงียบ ๆ นี่คือเหตุผลที่สัญญากำหนดเพดานค่าใช้จ่ายและให้แจ้งเตือนก่อนถึงเพดาน เพราะระบบที่ตั้งค่าผิดหรือติดลูปเรียกซ้ำ ใช้โควตาหมดได้ในไม่กี่ชั่วโมง

ห้ามเขียนกุญแจหรือรหัสจริงลงในสัญญาหรือเอกสารแนบเด็ดขาด ให้ส่งผ่านช่องทางที่ตกลงกันและหมุนเปลี่ยนทันทีหลังส่งมอบงาน

ความเงียบเป็นการตรวจรับ กับเส้นแบ่งจ้างทำของ

สวิตช์ในข้อ 6.2 ที่ให้ความเงียบเป็นการตรวจรับต้องใช้เฉพาะเมื่อเลือกไว้ ส่งหลักฐานครบ และเตือนก่อนกำหนด มิฉะนั้นอาจเป็นข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรมตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 4 และมาตรา 8; ข้อ 12.2 เรื่องเลิกก่อนเสร็จต้องคิดงานและความเสียหายที่พิสูจน์ได้ตาม ป.พ.พ. มาตรา 605 ไม่ริบค่าจ้างทั้งก้อน

ผู้รับจ้างอิสระตามข้อ 1 ยังต้องดูสภาพงานจริง หากผู้ว่าจ้างบังคับเวลา สถานที่ และวิธีทำงานอย่างต่อเนื่อง อาจเข้าลักษณะจ้างแรงงานตาม ป.พ.พ. มาตรา 575 แทนจ้างทำของตามมาตรา 587 ซึ่งกระทบสิทธิแรงงาน ประกันสังคม และภาษี

ข้อที่คนจ้างเชื่อม API พลาดบ่อย

  • ไม่ระบุว่าเชื่อมกับ API รุ่นไหน — ผู้ให้บริการมักมีหลายรุ่นพร้อมกัน และรุ่นเก่าถูกปิดตามกำหนด ให้เขียนรุ่นไว้ในผนวกพร้อมวันสิ้นสุดการสนับสนุนถ้าประกาศไว้แล้ว
  • บัญชี API อยู่ในชื่อผู้รับจ้าง — เลิกจ้างแล้วระบบดับ หรือถูกเรียกค่าไถ่โดยไม่ตั้งใจ ข้อ 2 แก้จุดนี้
  • ไม่ตั้งเพดานค่าใช้จ่าย — ลูปเรียกซ้ำหนึ่งครั้งกินโควตาทั้งเดือนได้ และผู้ว่าจ้างมารู้ตอนได้ใบแจ้งหนี้
  • ทดสอบแต่ทางที่ถูก — กรณีที่ต้องทดสอบจริงคือทางที่ผิด เครือข่ายขาด ปลายทางตอบช้า และข้อความซ้ำ ซึ่งผนวกกำหนดให้ต้องมี
  • สลับขึ้นระบบจริงโดยไม่มีแผนย้อนกลับ — ข้อ 5 บังคับให้มีแผนกลับไปสภาพเดิม เพราะการเชื่อมระบบพังตอนขึ้นจริงคือเวลาที่เสียหายที่สุด
  • คิดว่าผู้รับจ้างต้องรับผิดเมื่อ API ล่ม — บริการของคนอื่นล่มไม่ใช่ความผิดผู้รับจ้าง แต่ผู้รับจ้างต้องช่วยวินิจฉัยและบรรเทา ข้อ 11.2 เขียนไว้แล้ว
  • ส่งข้อมูลลูกค้าข้ามไปปลายทางโดยไม่ดูว่าเซิร์ฟเวอร์อยู่ไหน — API ต่างประเทศคือการส่งข้อมูลข้ามแดน ต้องตรวจก่อนเปิดใช้ ไม่ใช่หลังเปิด
  • จบงานแล้วไม่ได้เอกสาร — ข้อ 10 กำหนดให้ส่งมอบซอร์สโค้ด เอกสาร API รายการส่วนประกอบเดิมและโอเพนซอร์ส อย่ารอจนถึงวันเลิกจ้างค่อยถาม

เอกสารแนบท้ายสัญญา

  • ผังระบบต้นทาง–ปลายทาง รายการจุดเชื่อมต่อ รุ่น API ทิศทางและประเภทข้อมูล พร้อมสำเนาข้อกำหนดการใช้
  • ตารางโควตา อัตราเรียกใช้ งบและผู้ชำระ ใบแจ้งหนี้ของผู้ให้บริการ พร้อมสิทธิผู้ดูแลบัญชี
  • กรณีทดสอบคำขอซ้ำ เว็บฮุกซ้ำ ความล่าช้าและเครือข่ายขาด รวมหลักฐานกระทบยอดเงินหรือสต็อก
  • แผนสลับระบบทดสอบสู่ระบบจริงและย้อนกลับ เอกสาร API ซอร์สโค้ด รายการส่วนประกอบเดิมและโอเพนซอร์ส
  • หากมีข้อมูลส่วนบุคคล แนบข้อตกลงประมวลผลตามมาตรา 37, 39, 40 และตรวจการโอนต่างประเทศตามมาตรา 28–29 รวมประเทศปลายทางและผู้รับข้อมูล

วันลงนาม

ทำสองฉบับข้อความตรงกัน เก็บฝ่ายละฉบับ ลงชื่อกำกับเอกสารแนบ พยานลงชื่อเมื่อมี ตรวจว่าบัญชี API อยู่ในชื่อผู้ว่าจ้างและช่องกู้คืนใช้ได้จริง ห้ามแนบกุญแจจริงหรือรหัสผ่านในสัญญา หากฝ่าฝืนข้อ 2, 4, 8 หรือ 10 ให้หยุดสิทธิที่เสี่ยง เก็บหลักฐาน แจ้งอีกฝ่าย และใช้สิทธิเรียกค่าเสียหายหรือเลิกสัญญาตามข้อ 11–12 เงินที่ผู้รับจ้างรับไว้แทนต้องส่งคืนตาม ป.พ.พ. มาตรา 810–811 การเข้าระบบหลังเพิกถอนสิทธิอาจเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 มาตรา 5–10 ต้องตรวจข้อเท็จจริงก่อนกล่าวหา

ผู้เขียนและผู้ตรวจทาน

เขียนและตรวจทานโดย ภูวรา ครอบตะคุ ทนายความ (ใบอนุญาต 477/2558) · เนติบัณฑิตไทย · น.ม. กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาและสารสนเทศ — การเลือกประเด็น การจัดหมวด และคำอธิบายในบทความนี้เป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ของผู้เขียน ส่วนตัวบทกฎหมายที่ยกมาไม่มีลิขสิทธิ์และตรวจกับราชกิจจานุเบกษาได้เสมอ · ทะเบียนบทความ OKC-35CF1C · หากนำไปใช้ต่อ โปรดระบุชื่อผู้เขียนและลิงก์ต้นฉบับ

มีแบบฟอร์มฉบับนี้ให้กรอกออนไลน์แล้วกรอกไม่กี่นาที ดูตัวอย่างเต็มฉบับก่อนจ่าย ได้ไฟล์ PDF พร้อมพิมพ์
เปิดแบบฟอร์ม · 249 บาท

คำถามที่พบบ่อย

สัญญาจ้างเชื่อมต่อ API ต้องติดอากรแสตมป์ไหม

สัญญาจ้างเชื่อมต่อ API ส่วนงานสร้างและส่งมอบเข้าลักษณะจ้างทำของตาม ป.พ.พ. มาตรา 587 และบัญชีอัตราอากรแสตมป์ลักษณะ 4 ผู้รับจ้างเป็นผู้เสียอากรและขีดฆ่า อัตรา 1 บาทต่อสินจ้างทุก 1,000 บาทหรือเศษของ 1,000 บาท จากค่าจ้าง … คำนวณอากรได้ (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก) คู่ฉบับส่วนนี้ (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก) ให้ตรวจลักษณะ 23 ตามจำนวนฉบับที่ลงนาม ค่าใช้ API ที่จ่ายแก่บุคคลภายนอกและแสดงหลักฐานแยกไม่ใช่ค่าจ้างสร้างงานโดยอัตโนมัติ หากมีการแต่งตั้งตัวแทนให้เบิกจ่ายหรือถือเงินแทน ต้องตรวจอากรลักษณะ 21 แยกตามขอบเขตอำนาจ หากไม่ปิดอากรบริบูรณ์ ตราสารที่ต้องเสียอากรอาจใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนชำระอากรและเงินเพิ่มตามประมวลรัษฎากร มาตรา 118, 113–114 สัญญาอิเล็กทรอนิกส์ให้ตรวจการชำระเป็นตัวเงินและกำหนดเวลา ผู้รับจ้างควรเก็บหลักฐานชำระคู่กับสัญญา

สัญญาจ้างเชื่อมต่อ API เสียภาษีอะไรบ้าง

ผู้ว่าจ้างที่เป็นนิติบุคคลและจ่ายค่าจ้างทำของแก่ผู้รับที่เข้าเงื่อนไข หักภาษี ณ ที่จ่ายอัตราปกติร้อยละ 3 ตามคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 8 จากค่าจ้างก่อนภาษีมูลค่าเพิ่ม เมื่อยอดตามสัญญาตั้งแต่ 1,000 บาทแม้แบ่งจ่ายต่ำกว่านั้นตามข้อ 12/7 ออกหนังสือรับรองและนำส่งตามกำหนด ตรวจอัตราปัจจุบันก่อนจ่าย ค่า API ที่ผู้ว่าจ้างชำระตรงไม่ใช่รายได้ผู้รับจ้าง ส่วนเงินสำรองจ่ายต้องแยกเอกสารหลักฐานและตรวจการปฏิบัติทางภาษีตามผู้รับเงินกับลักษณะรายการจริง ผู้รับจ้างที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มเรียกเก็บภาษีตามอัตราปัจจุบันและออกใบกำกับภาษีเมื่อเกิดความรับผิดตามประมวลรัษฎากร มาตรา 78/1 และ 86 เมื่อชำระค่า API ให้ผู้ให้บริการต่างประเทศต้องตรวจภาษีและภาษีมูลค่าเพิ่มของบริการข้ามแดนตามข้อเท็จจริง ไม่สมมติว่าเป็นค่าบริการในประเทศ

ใช้สัญญาจ้างเชื่อมต่อ APIตอนไหน

ใช้เมื่อระบบเดิมต้องเรียก API ภายนอกและมีผลรับส่งข้อมูลชัดเจน · ใช้เมื่อมีความเสี่ยงคำขอซ้ำ ค่าใช้ API และกุญแจระบบที่ต้องจัดอำนาจ · ใช้เมื่อจะทดสอบในระบบทดลองก่อนสลับขึ้นระบบจริง

ทำสัญญาจ้างเชื่อมต่อ APIต้องระวังอะไร

ตรวจรุ่น API เงื่อนไขผู้ให้บริการและผู้เป็นเจ้าของบัญชีให้ตรงเอกสารแนบ · ทดสอบการลองซ้ำและเว็บฮุกซ้ำโดยเฉพาะเมื่อรายการเคลื่อนเงินหรือสต็อก · ค่าใช้ API ของบุคคลภายนอกต้องแยกจากค่าจ้างและมีเพดานพร้อมหลักฐาน · หากมีข้อมูลลูกค้าจริง ต้องทำข้อตกลงประมวลผลข้อมูลตาม พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ม.40 และตรวจโอนต่างประเทศตาม ม.28–29 · เพดานความรับผิดต้องไม่คลุมการทุจริต จงใจ ประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง การละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล และการยึดกุญแจหรือระบบไว้ต่อรอง ไม่งั้นเสี่ยงถูกตัดทั้งข้อตาม พ.ร.บ.ข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม ม.8

กรณีไหนที่ไม่ควรใช้สัญญาจ้างเชื่อมต่อ API

ถ้าจ้างสร้างระบบใหม่ทั้งระบบโดยแบ่งงวดงาน ให้ใช้ สัญญาจ้างพัฒนาซอฟต์แวร์ / ระบบสารสนเทศ · ถ้าจ้างสร้างผู้ช่วยที่ใช้โมเดลภาษาและฐานความรู้ ให้ใช้ สัญญาจ้างพัฒนา Chatbot หรือระบบ AI · ถ้าเป็นการเชื่อมเครื่องมือสำเร็จรูปโดยไม่เขียนโค้ด API เฉพาะ ให้ใช้สัญญาจ้างทำระบบอัตโนมัติเมื่อมีแม่แบบนั้น

สัญญาจ้างเชื่อมต่อ API ต้องจดทะเบียนหรือทำตามแบบที่กฎหมายกำหนดไหม

สัญญาจ้างเชื่อมต่อระบบทั่วไปไม่ต้องจดทะเบียน แต่ต้องตรวจสิทธิใช้ API และบัญชีของผู้ว่าจ้างตามเงื่อนไขผู้ให้บริการ หากข้อมูลลูกค้าจริงผ่านระบบ ผู้ว่าจ้างและผู้รับจ้างต้องลงนามข้อตกลงประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเปิดสิทธิ โดยใช้แม่แบบสัญญาประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลให้ตรงกับกิจกรรมตาม พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล มาตรา 40 การโอนสิทธิในโค้ดที่สร้างขึ้นใหม่และการระบุชื่อผู้สร้างสรรค์ให้ตรวจ พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ มาตรา 10, 15, 17 และ 18 ตามข้อ 10

ลงนามสัญญาจ้างเชื่อมต่อ APIต้องมีพยานไหม ทำกี่ฉบับ

ทำสองฉบับข้อความตรงกัน เก็บฝ่ายละฉบับ ลงชื่อกำกับเอกสารแนบ พยานลงชื่อเมื่อมี ตรวจว่าบัญชี API อยู่ในชื่อผู้ว่าจ้างและช่องกู้คืนใช้ได้จริง ห้ามแนบกุญแจจริงหรือรหัสผ่านในสัญญา หากฝ่าฝืนข้อ 2, 4, 8 หรือ 10 ให้หยุดสิทธิที่เสี่ยง เก็บหลักฐาน แจ้งอีกฝ่าย และใช้สิทธิเรียกค่าเสียหายหรือเลิกสัญญาตามข้อ 11–12 เงินที่ผู้รับจ้างรับไว้แทนต้องส่งคืนตาม ป.พ.พ. มาตรา 810–811 การเข้าระบบหลังเพิกถอนสิทธิอาจเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 มาตรา 5–10 ต้องตรวจข้อเท็จจริงก่อนกล่าวหา

ทำสัญญาจ้างเชื่อมต่อ APIต้องเตรียมเอกสารอะไรแนบท้าย

ผังระบบต้นทาง–ปลายทาง รายการจุดเชื่อมต่อ รุ่น API ทิศทางและประเภทข้อมูล พร้อมสำเนาข้อกำหนดการใช้ ตารางโควตา อัตราเรียกใช้ งบและผู้ชำระ ใบแจ้งหนี้ของผู้ให้บริการ พร้อมสิทธิผู้ดูแลบัญชี กรณีทดสอบคำขอซ้ำ เว็บฮุกซ้ำ ความล่าช้าและเครือข่ายขาด รวมหลักฐานกระทบยอดเงินหรือสต็อก แผนสลับระบบทดสอบสู่ระบบจริงและย้อนกลับ เอกสาร API ซอร์สโค้ด รายการส่วนประกอบเดิมและโอเพนซอร์ส หากมีข้อมูลส่วนบุคคล แนบข้อตกลงประมวลผลตามมาตรา 37, 39, 40 และตรวจการโอนต่างประเทศตามมาตรา 28–29 รวมประเทศปลายทางและผู้รับข้อมูล

กฎหมายที่อ้างถึงในบทความนี้

ถ้อยคำด้านล่างคัดจากตัวบท 26 มาตรา — ใช้อ้างอิงได้ แต่หากต้องใช้ในชั้นศาล ควรตรวจกับราชกิจจานุเบกษาฉบับทางการอีกครั้ง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 7

ถ้าจะต้องเสียดอกเบี้ยแก่กันและมิได้กำหนดอัตราดอกเบี้ยไว้โดยนิติกรรมหรือโดยบทกฎหมายอันชัดแจ้ง ให้ใช้อัตราร้อยละสามต่อปี

ลักษณะ 1 บทเบ็ดเสร็จทั่วไป

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 224

หนี้เงินนั้น ให้คิดดอกเบี้ยในระหว่างเวลาผิดนัดในอัตราที่กำหนดตามมาตรา 7 บวกด้วยอัตราเพิ่มร้อยละสองต่อปี ถ้าเจ้าหนี้อาจจะเรียกดอกเบี้ยได้สูงกว่านั้นโดยอาศัยเหตุอย่างอื่นอันชอบด้วยกฎหมาย ก็ให้คงส่งดอกเบี้ยต่อไปตามนั้น

ส่วนที่ 1 การไม่ชำระหนี้

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 383

ถ้าเบี้ยปรับที่ริบนั้นสูงเกินส่วน ศาลจะลดลงเป็นจำนวนพอสมควรก็ได้ ในการที่จะวินิจฉัยว่าสมควรเพียงใดนั้น ท่านให้พิเคราะห์ถึงทางได้เสียของเจ้าหนี้ทุกอย่างอันชอบด้วยกฎหมาย ไม่ใช่แต่เพียงทางได้เสียในเชิงทรัพย์สิน เมื่อได้ใช้เงินตามเบี้ยปรับแล้ว สิทธิเรียกร้องขอลดก็เป็นอันขาดไป

หมวด 3 มัดจำและกำหนดเบี้ยปรับ

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 387

ถ้าคู่สัญญาฝ่ายหนึ่งไม่ชำระหนี้ อีกฝ่ายหนึ่งจะกำหนดระยะเวลาพอสมควร แล้วบอกกล่าวให้ฝ่ายนั้นชำระหนี้ภายในระยะเวลานั้นก็ได้ ถ้าและฝ่ายนั้นไม่ชำระหนี้ภายในระยะเวลาที่กำหนดให้ไซร้ อีกฝ่ายหนึ่งจะเลิกสัญญาเสียก็ได้

หมวด 4 เลิกสัญญา

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 391

เมื่อคู่สัญญาฝ่ายหนึ่งได้ใช้สิทธิเลิกสัญญาแล้ว คู่สัญญาแต่ละฝ่ายจำต้องให้อีกฝ่ายหนึ่งได้กลับคืนสู่ฐานะดังที่เป็นอยู่เดิม แต่ทั้งนี้จะให้เป็นที่เสื่อมเสียแก่สิทธิของบุคคลภายนอกหาได้ไม่

หมวด 4 เลิกสัญญา

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 575

อันว่าจ้างแรงงานนั้น คือสัญญาซึ่งบุคคลคนหนึ่ง เรียกว่าลูกจ้าง ตกลงจะทำงานให้แก่บุคคลอีกคนหนึ่ง เรียกว่านายจ้าง และนายจ้างตกลงจะให้สินจ้างตลอดเวลาที่ทำงานให้

ลักษณะ 6 จ้างแรงงาน

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 587

อันว่าจ้างทำของนั้น คือสัญญาซึ่งบุคคลคนหนึ่ง เรียกว่าผู้รับจ้าง ตกลงจะทำการงานสิ่งใดสิ่งหนึ่งจนสำเร็จให้แก่บุคคลอีกคนหนึ่ง เรียกว่าผู้ว่าจ้าง และผู้ว่าจ้างตกลงจะให้สินจ้างเพื่อผลสำเร็จแห่งการที่ทำนั้น

ลักษณะ 7 จ้างทำของ

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 605

ถ้าการที่จ้างยังทำไม่แล้วเสร็จอยู่ตราบใด ผู้ว่าจ้างอาจบอกเลิกสัญญาได้ เมื่อเสียค่าสินไหมทดแทนให้แก่ผู้รับจ้างเพื่อความเสียหายอย่างใด ๆ อันเกิดแต่การเลิกสัญญานั้น

ลักษณะ 7 จ้างทำของ

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 797

อันว่าสัญญาตัวแทนนั้น คือสัญญาซึ่งให้บุคคลคนหนึ่ง เรียกว่าตัวแทน มีอำนาจทำการแทนบุคคลอีกคนหนึ่ง เรียกว่าตัวการ และตกลงจะทำการดังนั้น

หมวด 1 บทเบ็ดเสร็จทั่วไป

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 810

เงินและทรัพย์สินอย่างอื่นบรรดาที่ตัวแทนได้รับไว้เกี่ยวด้วยการเป็นตัวแทนนั้น ท่านว่าตัวแทนต้องส่งให้แก่ตัวการจงสิ้น

หมวด 2 หน้าที่และความรับผิดของตัวแทนต่อตัวการ

พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 4

ข้อตกลงในสัญญาระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบธุรกิจการค้า หรือวิชาชีพ หรือในสัญญาสำเร็จรูป หรือในสัญญาขายฝากที่ทำให้ผู้ประกอบธุรกิจการค้า หรือวิชาชีพ หรือผู้กำหนดสัญญาสำเร็จรูป หรือผู้ซื้อฝากได้เปรียบคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งเกินสมควร เป็นข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม และให้มีผลบังคับได้เพียงเท่าที่เป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณีเท่านั้น

พระราชบัญญัติ ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540

พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 5

ข้อตกลงจำกัดสิทธิหรือเสรีภาพในการประกอบอาชีพการงาน หรือการทำนิติกรรมที่เกี่ยวกับการประกอบธุรกิจการค้าหรือวิชาชีพซึ่งไม่เป็นโมฆะ แต่เป็นข้อตกลงที่ทำให้ผู้ถูกจำกัดสิทธิหรือเสรีภาพต้องรับภาระมากกว่าที่จะพึงคาดหมายได้ตามปกติ ให้มีผลบังคับได้เพียงเท่าที่เป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณีเท่านั้น

พระราชบัญญัติ ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540

พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 8

ข้อตกลง ประกาศ หรือคำแจ้งความที่ได้ทำไว้ล่วงหน้า เพื่อยกเว้นหรือจำกัดความรับผิดเพื่อละเมิดหรือผิดสัญญาในความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย หรืออนามัยของผู้อื่น อันเกิดจากการกระทำโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่อของผู้ตกลง ผู้ประกาศ ผู้แจ้งความ หรือของบุคคลอื่นซึ่งผู้ตกลง ผู้ประกาศ หรือผู้แจ้งความต้องรับผิดด้วย จะนำมาอ้างเป็นข้อยกเว้นหรือจำกัดความรับผิดไม่ได้

พระราชบัญญัติ ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540

พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 28

ในกรณีที่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังต่างประเทศ ประเทศปลายทางหรือองค์การระหว่างประเทศที่รับข้อมูลส่วนบุคคลต้องมีมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูล ส่วนบุคคลที่เพียงพอ ทั้งนี้ ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์การให้ความคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตามที่ คณะกรรมการประกาศกำหนดตามมาตรา 16 (5) เว้นแต่ (1) เป็นการปฏิบัติตามกฎหมาย (2) ได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลโดยได้แจ้งให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทราบถึง มาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่ไม่เพียงพอของประเทศปลายทางหรือองค์การระหว่างประเทศ ที่รับข้อมูลส่วนบุคคลแล้ว (3) เป็นการจำเป็นเพื่อการปฏิบัติตามสัญญาซึ่งเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเป็นคู่สัญญาหรือ เพื่อใช้ในการดำเนินการตามคำขอของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเข้าทำสัญญานั้น (4) เป็นการกระทำตามสัญญาระหว่างผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลกับบุคคลหรือนิติบุคคลอื่น เพื่อประโยชน์ของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล (5) เพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล หรือบุคคลอื่น เมื่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลไม่สามารถให้ความยินยอมในขณะนั้นได้ (6) เป็นการจำเป็นเพื่อการดำเนินภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะที่สำคัญ ในกรณีที่มีปัญหาเกี่ยวกับมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เพียงพอของประเทศปลายทาง หรือองค์การระหว่างประเทศที่รับข้อมูลส่วนบุคคล ให้เสนอต่อคณะกรรมการเป็นผู้วินิจฉัย ทั้งนี้ คำวินิจฉัยของคณะกรรมการอาจขอให้ทบทวนได้เมื่อมีหลักฐานใหม่ทำให้เชื่อได้ว่าประเทศปลายทางหรือ องค์การระหว่างประเทศที่รับข้อมูลส่วนบุคคลมีการพัฒนาจนมีมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ที่เพียงพอ

พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)

ประมวลรัษฎากร มาตรา 113

ตราสารใดมิได้ปิดแสตมป์บริบูรณ์ ผู้มีหน้าที่เสียอากร หรือผู้ทรงตราสารหรือผู้ถือเอาประโยชน์ชอบที่จะยื่นตราสารนั้นต่อพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อขอเสียอากรได้ เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ได้รับตราสารแล้ว ให้อนุมัติให้เสียอากรภายในบังคับแห่งบทบัญญัติต่อไปนี้

บทบัญญัติ (ถ้อยคำตามเว็บกรมสรรพากร)

ประมวลรัษฎากร มาตรา 78/1

ภายใต้บังคับมาตรา 78/3 ความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มที่เกิดจากการให้บริการ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้ (1) การให้บริการนอกจากที่อยู่ในบังคับตาม (2) (3) หรือ (4) ให้ความรับผิดทั้งหมดเกิดขึ้นเมื่อได้รับชำระราคาค่าบริการ เว้นแต่กรณีที่ได้มีการกระทำดังต่อไปนี้เกิดขึ้นก่อนได้รับชำระราคาค่าบริการ ก็ให้ถือว่าความรับผิดเกิดขึ้นเมื่อได้มีการกระทำนั้น ๆ ด้วย (ก) ได้ออกใบกำกับภาษี หรือ (ข) ได้ใช้บริการไม่ว่าโดยตนเองหรือบุคคลอื่น ทั้งนี้ โดยให้ความรับผิดเกิดขึ้นตามส่วนของการกระทำนั้น ๆ แล้วแต่กรณี (2) การให้บริการตามสัญญาที่กำหนดค่าตอบแทนตามส่วนของบริการที่ทำให้ความรับผิดตามส่วนของบริการเกิดขึ้นเมื่อได้รับชำระราคาค่าบริการตามส่วนของบริการที่สิ้นสุดลง เว้นแต่กรณีที่ได้มีการกระทำดังต่อไปนี้เกิดขึ้นก่อนได้รับชำระราคาค่าบริการตามส่วนของบริการที่สิ้นสุดลงก็ให้ถือว่าความรับผิดเกิดขึ้นเมื่อได้มีการกระทำนั้น ๆ ด้วย (ก) ได้ออกใบกำกับภาษี หรือ (ข) ได้ใช้บริการไม่ว่าโดยตนเองหรือบุคคลอื่น ทั้งนี้ โดยให้ความรับผิดเกิดขึ้นตามส่วนของการกระทำนั้น ๆ แล้วแต่กรณี (3) การให้บริการที่ทำในต่างประเทศและได้มีการใช้บริการนั้นในราชอาณาจักร ให้ความรับผิดทั้งหมดหรือบางส่วนเกิดขึ้นเมื่อได้มีการชำระราคาค่าบริการทั้งหมดหรือบางส่วน แล้วแต่กรณี (4) การให้บริการที่เสียภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละ 0 ตามมาตรา 80/1 (5) และภายหลังได้มีการโอนสิทธิในบริการอันทำให้ผู้รับโอนสิทธิในบริการมีหน้าที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 82/1 (2) ให้ความรับผิดทั้งหมดเกิดขึ้นเมื่อได้รับชำระราคาค่าบริการ เพื่อเป็นการบรรเทาภาระในการยื่นแบบแสดงรายการและการชำระภาษีของผู้ประกอบการจดทะเบียนสำหรับการให้บริการแก่กระทรวง ทบวง กรม หรือราชการส่วนท้องถิ่น ทั้งนี้ เฉพาะการให้บริการตามสัญญาและมีการชำระราคาค่าบริการที่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดโดยกฎกระทรวง ให้อธิบดีโดยอนุมัติรัฐมนตรีมีอำนาจกำหนดความรับผิดตาม (1) และ (2) เกิดขึ้นเป็นอย่างอื่นได้

ประมวลรัษฎากร หมวด 4 ภาษีมูลค่าเพิ่ม (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)

ประมวลรัษฎากร มาตรา 86

ภายใต้บังคับมาตรา 86/1 มาตรา 86/2 และมาตรา 86/8 ให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนจัดทำใบกำกับภาษีและสำเนาใบกำกับภาษีสำหรับการขายสินค้า หรือการให้บริการทุกครั้ง และต้องจัดทำในทันทีที่ความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มเกิดขึ้น พร้อมทั้งให้ส่งมอบใบกำกับภาษีนั้นแก่ผู้ซื้อสินค้าหรือผู้รับบริการ ส่วนสำเนาใบกำกับภาษีให้เก็บรักษาไว้ตามมาตรา 87/3 ผู้ประกอบการที่ได้รับยกเว้นการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มและได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มชั่วคราวตามมาตรา 85/3 จะออกใบกำกับภาษีได้ต่อเมื่อเป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด ใบกำกับภาษีให้ออกเป็นรายสถานประกอบการ ทั้งนี้ เว้นแต่อธิบดีจะกำหนดเป็นอย่างอื่น การออกใบกำกับภาษีโดยตัวแทนในนามของผู้ประกอบการจดทะเบียนให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด

ประมวลรัษฎากร หมวด 4 ภาษีมูลค่าเพิ่ม (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)

ประมวลรัษฎากร มาตรา 118

ตราสารใดไม่ปิดแสตมป์บริบูรณ์ จะใช้ต้นฉบับ คู่ฉบับ คู่ฉีก หรือสำเนาตราสารนั้นเป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้ จนกว่าจะได้เสียอากรโดยปิดแสตมป์ครบจำนวนตามอัตราในบัญชีท้ายหมวดนี้ และขีดฆ่าแล้ว แต่ทั้งนี้ ไม่เป็นการเสื่อมสิทธิที่จะเรียกเงินเพิ่มอากรตามมาตรา 113 และมาตรา 114

บทบัญญัติ (ถ้อยคำตามเว็บกรมสรรพากร)

พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 40

ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลมีหน้าที่ ดังต่อไปนี้ (1) ดำเนินการเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามคำสั่งที่ได้รับ จากผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลเท่านั้น เว้นแต่คำสั่งนั้นขัดต่อกฎหมายหรือบทบัญญัติในการคุ้มครอง ข้อมูลส่วนบุคคลตามพระราชบัญญัตินี้ (2) จัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม เพื่อป้องกันการสูญหาย เข้าถึง ใช้ เปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ รวมทั้ง แจ้งให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลทราบถึงเหตุการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลที่เกิดขึ้น (3) จัดทำและเก็บรักษาบันทึกรายการของกิจกรรมการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลไว้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการประกาศกำหนด ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งไม่ปฏิบัติตาม (1) สำหรับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผย ข้อมูลส่วนบุคคลใด ให้ถือว่าผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลสำหรับ การเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลนั้น การดำเนินงานตามหน้าที่ของผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลตามที่ได้รับมอบหมายจากผู้ควบคุม ข้อมูลส่วนบุคคลตามวรรคหนึ่ง ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลต้องจัดให้มีข้อตกลงระหว่างกัน เพื่อควบคุม การดำเนินงานตามหน้าที่ของผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้ ความใน (3) อาจยกเว้นมิให้นำมาใช้บังคับกับผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งเป็นกิจการ ขนาดเล็กตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการประกาศกำหนด เว้นแต่มีการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผย ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความเสี่ยงที่จะมีผลกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล หรือ มิใช่กิจการที่เก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเป็นครั้งคราว หรือมีการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามมาตรา 26

พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)

พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 37

ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลมีหน้าที่ ดังต่อไปนี้ (1) จัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม เพื่อป้องกันการสูญหาย เข้าถึง ใช้ เปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ และต้องทบทวน มาตรการดังกล่าวเมื่อมีความจำเป็นหรือเมื่อเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงไปเพื่อให้มีประสิทธิภาพในการรักษา ความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามมาตรฐานขั้นต่ำที่คณะกรรมการประกาศกำหนด (2) ในกรณีที่ต้องให้ข้อมูลส่วนบุคคลแก่บุคคลหรือนิติบุคคลอื่นที่ไม่ใช่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล ต้องดำเนินการเพื่อป้องกันมิให้ผู้นั้นใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ (3) จัดให้มีระบบการตรวจสอบเพื่อดำเนินการลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลเมื่อพ้นกำหนด ระยะเวลาการเก็บรักษา หรือที่ไม่เกี่ยวข้องหรือเกินความจำเป็นตามวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวม ข้อมูลส่วนบุคคลนั้น หรือตามที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลร้องขอ หรือที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ได้ถอนความยินยอม เว้นแต่เก็บรักษาไว้เพื่อวัตถุประสงค์ในการใช้เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น การเก็บรักษาไว้เพื่อวัตถุประสงค์ตามมาตรา 24 (1) หรือ (4) หรือมาตรา 26 (5) (ก) หรือ (ข) การใช้เพื่อการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การปฏิบัติตามหรือการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือการยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือเพื่อการปฏิบัติตามกฎหมาย ทั้งนี้ ให้นำความใน

พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)

พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 39

ให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลบันทึกรายการ อย่างน้อยดังต่อไปนี้ เพื่อให้เจ้าของ ข้อมูลส่วนบุคคลและสำนักงานสามารถตรวจสอบได้ โดยจะบันทึกเป็นหนังสือหรือระบบอิเล็กทรอนิกส์ ก็ได้ (1) ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีการเก็บรวบรวม (2) วัตถุประสงค์ของการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลแต่ละประเภท (3) ข้อมูลเกี่ยวกับผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล (4) ระยะเวลาการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล (5) สิทธิและวิธีการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล รวมทั้งเงื่อนไขเกี่ยวกับบุคคลที่มีสิทธิเข้าถึงข้อมูล ส่วนบุคคลและเงื่อนไขในการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลนั้น (6) การใช้หรือเปิดเผยตามมาตรา 27 วรรคสาม (7) การปฏิเสธคำขอหรือการคัดค้านตามมาตรา 30 วรรคสาม มาตรา 31 วรรคสาม

พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)

พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 มาตรา 5

ผู้ใดเข้าถึงโดยมิชอบซึ่งระบบคอมพิวเตอร์ที่มีมาตรการป้องกันการเข้าถึงโดยเฉพาะและมาตรการนั้นมิได้มีไว้สำหรับตน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)

อ่านต่อในหมวดจ้างงาน / บริการ

สัญญาจ้างพัฒนาโปรแกรมบัญชี ต้องมีอะไรบ้างสำหรับจ้างพัฒนาโปรแกรมบัญชีเฉพาะกิจการ ทำงานสี่ช่วง ศึกษาระบบบัญชีเดิม ออกแบบที่ต้องได้ความเห็นชอบก่อนพัฒนา พัฒนาติดตั้งพร้อมส่งซอร์สโค้ดและคู่มือ และอบรม จ่ายสี่งวดโดยงวดสุดท้ายหลังใช้งานจริง — มีข้อเฉพาะงานบัญชี ใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ รายงานภาษีซื้อขายและสต็อก ห้ามลบรายการ ย้ายยอดยกมา สำรองข้อมูล ข้อมูลเงินเดือนและลูกค้า ถ้าเป็นเว็บไซต์ แอป หรือระบบทั่วไปให้ใช้สัญญาจ้างพัฒนาซอฟต์แวร์สัญญาจ้างพัฒนา Chatbot หรือระบบ AI ต้องมีอะไรบ้างใช้เมื่อจ้างพัฒนาแชตบอตหรือระบบที่ทำงานบนโมเดลปัญญาประดิษฐ์ — ระบุว่าใช้โมเดลของใคร ใครจ่ายค่าโทเคน ข้อมูลลูกค้าห้ามนำไปฝึกโมเดล วัดความแม่นยำอย่างไรจึงถือว่าตรวจรับได้ ต้องให้คนตรวจก่อนใช้ผลตรงไหน และเมื่อผู้ให้บริการโมเดลเปลี่ยนรุ่นแล้วใครรับภาระสัญญาตรวจสอบหรือกำกับการใช้ AI ในองค์กรขนาดเล็ก ต้องมีอะไรบ้างสำหรับธุรกิจขนาดเล็กที่จ้างที่ปรึกษาประเมินการใช้ AI ขององค์กรเทียบกับกรอบที่เลือก เช่น ISO/IEC 42001 หรือ NIST AI RMF ส่งมอบทะเบียนระบบ AI ทะเบียนความเสี่ยง รายงานช่องว่าง ชุดนโยบาย และการอบรม พร้อมประเด็นข้อมูลส่วนบุคคล ความเป็นอิสระจากผู้ขาย AI ข้อที่ไม่ใช่การรับรองมาตรฐาน และเพดานความรับผิดสัญญาจ้างซ่อมแซมและบำรุงรักษาเครื่องปรับอากาศ ต้องมีอะไรบ้างใช้เมื่อจ้างช่างหรือบริษัทแอร์ดูแลเครื่องปรับอากาศในบ้าน สำนักงาน ร้านค้า หรือโรงงานเป็นรายปี — ล้างตามรอบ (ค่าตั้งต้นทุก 2 เดือน) ล้างใหญ่ประจำปี วัดค่ากระแสไฟและอุณหภูมิทุกครั้ง เสียแล้วช่างมาใน 24 ชม. ซ่อมเสร็จใน 3 วัน ไม่ทันมีค่าปรับรายวันมีเพดาน อะไหล่และน้ำยาต้องขออนุมัติก่อน ห้ามปล่อยสารทำความเย็นทิ้ง น้ำหยดเสียหายเพราะท่อตันผู้รับจ้างรับผิด · ตัวเลือกเสริม: เซนเซอร์/IoT เฝ้าระวังพร้อมมาตรการไซเบอร์ อะไหล่ปรับสภาพ ใบงานดิจิทัล ประกันภัย เพดานความรับผิดสัญญาจ้างออกแบบสถาปัตยกรรมและวิศวกรรม ต้องมีอะไรบ้างสำหรับจ้างสถาปนิกและวิศวกรออกแบบบ้านหรืออาคารใหม่ตั้งแต่แบบร่างจนถึงแบบก่อสร้างที่ใช้ขออนุญาตได้ กำหนดใบอนุญาตวิชาชีพ ขั้นตอนและกำหนดส่ง งบประมาณก่อสร้าง รอบแก้แบบ การแก้แบบตามข้อทักท้วงของเจ้าพนักงาน ไฟล์ CAD/BIM ลิขสิทธิ์ การใช้ปัญญาประดิษฐ์ ความพร้อมรองรับโซลาร์เซลล์และที่ชาร์จรถไฟฟ้า ค่าปรับ และความรับผิดในแบบผิดพลาดสัญญาจ้างเขียนบทความ ต้องมีอะไรบ้างใช้เมื่อว่าจ้างนักเขียนอิสระเขียนบทความตามหัวข้อและกำหนดส่งที่ตกลง กำหนดจำนวนคำ รอบแก้ไข ค่าจ้าง ลิขสิทธิ์ และการใช้ข้อมูลอ้างอิงได้ในฉบับเดียว