สัญญาตรวจสอบหรือกำกับการใช้ AI ในองค์กรขนาดเล็ก ต้องมีอะไรบ้าง
ที่ปรึกษาสำรวจว่าองค์กรใช้ AI อะไร เสี่ยงตรงไหน ห่างจากกรอบที่เลือกเท่าไร แล้วส่งรายงานและนโยบายให้ผู้ว่าจ้างตัดสินใจ · กรอบ AI ส่วนใหญ่ไม่ใช่กฎหมายไทย กฎหมายที่บังคับจริงคือ PDPA
| ใช้เมื่อ | ใช้เมื่อบริษัทอยากรู้ว่าพนักงานใช้ AI อะไรกับข้อมูลลูกค้าบ้าง |
|---|---|
| อากรแสตมป์ | สัญญาที่ที่ปรึกษาต้องส่งมอบรายงานและทะเบียนเป็นผลสำเร็จเป็นการจ้างทำของตาม ป.พ.พ. มาตรา 587 เข้าบัญชีอัตราอากรแสตมป์ลักษณะ 4 อัตรา 1 บาทต่อสินจ้างทุก 1,000 บาทหรือเศษ ที่ปรึกษาเป็นผู้เสียอากร จากค่าจ้าง … คำนวณอากรได้ (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก) คู่ฉบับ (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก) ถ้าไม่ปิดอากรครบ สัญญาใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนกว่าจะเสียอากรและเงินเพิ่มตามประมวลรัษฎากร มาตรา 118 และ 113–114 |
| ภาษี | ผู้ว่าจ้างที่เป็นนิติบุคคลหักภาษี ณ ที่จ่ายร้อยละ 3 ตามคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 8 |
| แบบที่กฎหมายกำหนด | สัญญานี้ไม่ต้องจดทะเบียน กรอบ ISO/IEC 42001, NIST AI RMF, EU AI Act และแนวปฏิบัติของ สพธอ. ไม่ใช่กฎหมายไทย EU AI Act ใช้บังคับกับธุรกิจไทยเฉพาะเมื่อให้บริการหรือส่งผลในสหภาพยุโรป ถ้าประเทศไทยออกกฎหมายปัญญาประดิษฐ์ใช้บังคับแล้ว ให้ตรวจกฎหมายนั้นก่อนใช้ ข้อ 1.2 จึงให้รายงานแยกข้อกฎหมายออกจากแนวปฏิบัติ กฎหมายไทยที่บังคับจริงในเรื่องนี้คือกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ผู้ว่าจ้างในฐานะผู้ควบคุมข้อมูลต้องจัดให้มีมาตรการรักษาความปลอดภัยที่เหมาะสมตาม พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 37 ซึ่งรวมข้อมูลที่พนักงานใส่ลงในบริการ AI และต้องใช้ข้อมูลตามวัตถุประสงค์ที่แจ้งตามมาตรา 24 ถ้าผู้ว่าจ้างเข้าเงื่อนไขต้องมีเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตามมาตรา 41 รายงานควรระบุด้วย การตัดสินใจอัตโนมัติต่อบุคคลยังไม่มีบทบัญญัติไทยโดยเฉพาะ ที่ปรึกษาที่เข้าถึงข้อมูลเป็นผู้ประมวลผลตามมาตรา 40 ข้อ 7 เขียนตามหน้าที่นั้น |
| มาตราที่อ้าง | พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ม.24, 37, 40, 41; พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ม.10; ป.พ.พ. ม.224, 587, 605; พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 ม.4, 8; ประมวลรัษฎากร ม.113–114, 118, บัญชีอัตราอากรลักษณะ 4; คำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 8 |
| ค่าใช้แบบฟอร์มบนเว็บนี้ | 490 บาท |
ใช้สัญญาฉบับนี้เมื่อไร
- ใช้เมื่อบริษัทอยากรู้ว่าพนักงานใช้ AI อะไรกับข้อมูลลูกค้าบ้าง
- ใช้เมื่อเตรียมความพร้อมก่อนขอรับรอง ISO/IEC 42001
- ใช้เมื่อคู่ค้าต่างประเทศขอเอกสารนโยบายการใช้ AI
จุดที่พลาดบ่อยและต้องระวัง
- กรอบ AI ส่วนใหญ่ไม่ใช่กฎหมายไทย กฎหมายที่บังคับจริงคือ PDPA
- ที่ปรึกษาไม่ได้ออกใบรับรอง
- ที่ปรึกษาไม่ควรขายระบบ AI ที่ตัวเองประเมิน
- ผู้ว่าจ้างเป็นผู้ตัดสินใจและนำไปปฏิบัติเอง
กรณีที่ไม่ควรใช้ฉบับนี้
- ถ้าต้องการคำปรึกษาทั่วไป ให้ใช้ สัญญาจ้างที่ปรึกษา — ทั่วไป (บริษัท/บุคคล)
- ถ้าจ้างให้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลแทน ให้ใช้ สัญญาประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (ผู้ควบคุม–ผู้ประมวลผล)
- ถ้าจ้างทำพรอมป์และขั้นตอนใช้ AI ให้ใช้ สัญญาจ้างทำ Prompt และระบบ AI Workflow
- สัญญาจ้างประเมินการกำกับดูแล AI ขององค์กร ภาษาอังกฤษ — ใช้ AI Governance Assessment Agreement — สัญญาจ้างประเมินการกำกับดูแล AI ขององค์กร ภาษาอังกฤษ
อากรแสตมป์
สัญญาที่ที่ปรึกษาต้องส่งมอบรายงานและทะเบียนเป็นผลสำเร็จเป็นการจ้างทำของตาม ป.พ.พ. มาตรา 587 เข้าบัญชีอัตราอากรแสตมป์ลักษณะ 4 อัตรา 1 บาทต่อสินจ้างทุก 1,000 บาทหรือเศษ ที่ปรึกษาเป็นผู้เสียอากร จากค่าจ้าง … คำนวณอากรได้ (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก) คู่ฉบับ (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก) ถ้าไม่ปิดอากรครบ สัญญาใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนกว่าจะเสียอากรและเงินเพิ่มตามประมวลรัษฎากร มาตรา 118 และ 113–114
การจดทะเบียน / แบบที่กฎหมายกำหนด
สัญญานี้ไม่ต้องจดทะเบียน กรอบ ISO/IEC 42001, NIST AI RMF, EU AI Act และแนวปฏิบัติของ สพธอ. ไม่ใช่กฎหมายไทย EU AI Act ใช้บังคับกับธุรกิจไทยเฉพาะเมื่อให้บริการหรือส่งผลในสหภาพยุโรป ถ้าประเทศไทยออกกฎหมายปัญญาประดิษฐ์ใช้บังคับแล้ว ให้ตรวจกฎหมายนั้นก่อนใช้ ข้อ 1.2 จึงให้รายงานแยกข้อกฎหมายออกจากแนวปฏิบัติ
กฎหมายไทยที่บังคับจริงในเรื่องนี้คือกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ผู้ว่าจ้างในฐานะผู้ควบคุมข้อมูลต้องจัดให้มีมาตรการรักษาความปลอดภัยที่เหมาะสมตาม พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 37 ซึ่งรวมข้อมูลที่พนักงานใส่ลงในบริการ AI และต้องใช้ข้อมูลตามวัตถุประสงค์ที่แจ้งตามมาตรา 24 ถ้าผู้ว่าจ้างเข้าเงื่อนไขต้องมีเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตามมาตรา 41 รายงานควรระบุด้วย การตัดสินใจอัตโนมัติต่อบุคคลยังไม่มีบทบัญญัติไทยโดยเฉพาะ ที่ปรึกษาที่เข้าถึงข้อมูลเป็นผู้ประมวลผลตามมาตรา 40 ข้อ 7 เขียนตามหน้าที่นั้น
ความเป็นอิสระและความรับผิด
ข้อ 6 ห้ามที่ปรึกษามีส่วนได้เสียกับผู้ขาย AI ที่ตนประเมิน เพราะรายงานที่แนะนำให้ซื้อระบบของผู้จ่ายค่านายหน้าให้ที่ปรึกษาไม่มีค่า ที่ปรึกษาที่ผิดข้อนี้ต้องรับผิดโดยไม่มีเพดานตามข้อ 9 ข้อ 5.2 ระบุว่าไม่ใช่การรับรองมาตรฐาน เพื่อไม่ให้ผู้ว่าจ้างนำรายงานไปแสดงต่อลูกค้าว่าได้รับการรับรองแล้ว
เพดานความรับผิดในข้อ 9 ใช้ไม่ได้กับความจงใจหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 8 และถ้าผู้ว่าจ้างเป็นรายย่อยที่มีอำนาจต่อรองน้อย ศาลปรับเพดานได้ตามมาตรา 4 รายงานที่สร้างขึ้นโดยการรับจ้าง ลิขสิทธิ์เป็นของผู้ว่าจ้างตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 10 ข้อ 11 ห้ามยึดรายงานไว้ต่อรอง ที่ปรึกษาที่ฝ่าฝืนต้องชดใช้ความเสียหาย ผู้ว่าจ้างเลิกสัญญาก่อนงานเสร็จได้ตาม ป.พ.พ. มาตรา 605 โดยจ่ายค่างานที่ทำแล้ว เงินที่ผิดนัดชำระต้องเสียดอกเบี้ยตามมาตรา 224
ภาษี
ผู้ว่าจ้างที่เป็นนิติบุคคลหักภาษี ณ ที่จ่ายร้อยละ 3 ตามคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 8
เอกสารแนบท้าย
- รายชื่อระบบ AI และหน่วยงานในขอบเขต
- ข้อกำหนดของกรอบที่ใช้ (หรือกรอบที่กำหนดเอง)
- แบบทะเบียนระบบ AI และทะเบียนความเสี่ยง
วันลงนาม
ทำสองฉบับข้อความตรงกัน ที่ปรึกษาปิดอากรแสตมป์ในฉบับของตน
ผู้เขียนและผู้ตรวจทาน
เขียนและตรวจทานโดย ภูวรา ครอบตะคุ ทนายความ (ใบอนุญาต 477/2558) · เนติบัณฑิตไทย · น.ม. กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาและสารสนเทศ — การเลือกประเด็น การจัดหมวด และคำอธิบายในบทความนี้เป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ของผู้เขียน ส่วนตัวบทกฎหมายที่ยกมาไม่มีลิขสิทธิ์และตรวจกับราชกิจจานุเบกษาได้เสมอ · ทะเบียนบทความ OKC-AE9686 · หากนำไปใช้ต่อ โปรดระบุชื่อผู้เขียนและลิงก์ต้นฉบับ
คำถามที่พบบ่อย
สัญญาตรวจสอบหรือกำกับการใช้ AI ในองค์กรขนาดเล็ก ต้องติดอากรแสตมป์ไหม
สัญญาที่ที่ปรึกษาต้องส่งมอบรายงานและทะเบียนเป็นผลสำเร็จเป็นการจ้างทำของตาม ป.พ.พ. มาตรา 587 เข้าบัญชีอัตราอากรแสตมป์ลักษณะ 4 อัตรา 1 บาทต่อสินจ้างทุก 1,000 บาทหรือเศษ ที่ปรึกษาเป็นผู้เสียอากร จากค่าจ้าง … คำนวณอากรได้ (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก) คู่ฉบับ (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก) ถ้าไม่ปิดอากรครบ สัญญาใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนกว่าจะเสียอากรและเงินเพิ่มตามประมวลรัษฎากร มาตรา 118 และ 113–114
สัญญาตรวจสอบหรือกำกับการใช้ AI ในองค์กรขนาดเล็ก เสียภาษีอะไรบ้าง
ผู้ว่าจ้างที่เป็นนิติบุคคลหักภาษี ณ ที่จ่ายร้อยละ 3 ตามคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 8
ใช้สัญญาตรวจสอบหรือกำกับการใช้ AI ในองค์กรขนาดเล็กตอนไหน
ใช้เมื่อบริษัทอยากรู้ว่าพนักงานใช้ AI อะไรกับข้อมูลลูกค้าบ้าง · ใช้เมื่อเตรียมความพร้อมก่อนขอรับรอง ISO/IEC 42001 · ใช้เมื่อคู่ค้าต่างประเทศขอเอกสารนโยบายการใช้ AI
ทำสัญญาตรวจสอบหรือกำกับการใช้ AI ในองค์กรขนาดเล็กต้องระวังอะไร
กรอบ AI ส่วนใหญ่ไม่ใช่กฎหมายไทย กฎหมายที่บังคับจริงคือ PDPA · ที่ปรึกษาไม่ได้ออกใบรับรอง · ที่ปรึกษาไม่ควรขายระบบ AI ที่ตัวเองประเมิน · ผู้ว่าจ้างเป็นผู้ตัดสินใจและนำไปปฏิบัติเอง
กรณีไหนที่ไม่ควรใช้สัญญาตรวจสอบหรือกำกับการใช้ AI ในองค์กรขนาดเล็ก
ถ้าต้องการคำปรึกษาทั่วไป ให้ใช้ สัญญาจ้างที่ปรึกษา — ทั่วไป (บริษัท/บุคคล) · ถ้าจ้างให้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลแทน ให้ใช้ สัญญาประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (ผู้ควบคุม–ผู้ประมวลผล) · ถ้าจ้างทำพรอมป์และขั้นตอนใช้ AI ให้ใช้ สัญญาจ้างทำ Prompt และระบบ AI Workflow · สัญญาจ้างประเมินการกำกับดูแล AI ขององค์กร ภาษาอังกฤษ — ใช้ AI Governance Assessment Agreement — สัญญาจ้างประเมินการกำกับดูแล AI ขององค์กร ภาษาอังกฤษ
สัญญาตรวจสอบหรือกำกับการใช้ AI ในองค์กรขนาดเล็ก ต้องจดทะเบียนหรือทำตามแบบที่กฎหมายกำหนดไหม
สัญญานี้ไม่ต้องจดทะเบียน กรอบ ISO/IEC 42001, NIST AI RMF, EU AI Act และแนวปฏิบัติของ สพธอ. ไม่ใช่กฎหมายไทย EU AI Act ใช้บังคับกับธุรกิจไทยเฉพาะเมื่อให้บริการหรือส่งผลในสหภาพยุโรป ถ้าประเทศไทยออกกฎหมายปัญญาประดิษฐ์ใช้บังคับแล้ว ให้ตรวจกฎหมายนั้นก่อนใช้ ข้อ 1.2 จึงให้รายงานแยกข้อกฎหมายออกจากแนวปฏิบัติ กฎหมายไทยที่บังคับจริงในเรื่องนี้คือกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ผู้ว่าจ้างในฐานะผู้ควบคุมข้อมูลต้องจัดให้มีมาตรการรักษาความปลอดภัยที่เหมาะสมตาม พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 37 ซึ่งรวมข้อมูลที่พนักงานใส่ลงในบริการ AI และต้องใช้ข้อมูลตามวัตถุประสงค์ที่แจ้งตามมาตรา 24 ถ้าผู้ว่าจ้างเข้าเงื่อนไขต้องมีเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตามมาตรา 41 รายงานควรระบุด้วย การตัดสินใจอัตโนมัติต่อบุคคลยังไม่มีบทบัญญัติไทยโดยเฉพาะ ที่ปรึกษาที่เข้าถึงข้อมูลเป็นผู้ประมวลผลตามมาตรา 40 ข้อ 7 เขียนตามหน้าที่นั้น
ลงนามสัญญาตรวจสอบหรือกำกับการใช้ AI ในองค์กรขนาดเล็กต้องมีพยานไหม ทำกี่ฉบับ
ทำสองฉบับข้อความตรงกัน ที่ปรึกษาปิดอากรแสตมป์ในฉบับของตน
ทำสัญญาตรวจสอบหรือกำกับการใช้ AI ในองค์กรขนาดเล็กต้องเตรียมเอกสารอะไรแนบท้าย
รายชื่อระบบ AI และหน่วยงานในขอบเขต ข้อกำหนดของกรอบที่ใช้ (หรือกรอบที่กำหนดเอง) แบบทะเบียนระบบ AI และทะเบียนความเสี่ยง
กฎหมายที่อ้างถึงในบทความนี้
ถ้อยคำด้านล่างคัดจากตัวบท 12 มาตรา — ใช้อ้างอิงได้ แต่หากต้องใช้ในชั้นศาล ควรตรวจกับราชกิจจานุเบกษาฉบับทางการอีกครั้ง
พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 24
ห้ามมิให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลทำการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล โดยไม่ได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล เว้นแต่ (1) เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่เกี่ยวกับการจัดทำเอกสารประวัติศาสตร์หรือจดหมายเหตุ เพื่อประโยชน์สาธารณะ หรือที่เกี่ยวกับการศึกษาวิจัยหรือสถิติซึ่งได้จัดให้มีมาตรการปกป้องที่เหมาะสม เพื่อคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ทั้งนี้ ตามที่คณะกรรมการประกาศกำหนด (2) เพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของบุคคล (3) เป็นการจำเป็นเพื่อการปฏิบัติตามสัญญาซึ่งเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเป็นคู่สัญญาหรือ เพื่อใช้ในการดำเนินการตามคำขอของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเข้าทำสัญญานั้น (4) เป็นการจำเป็นเพื่อการปฏิบัติหน้าที่ในการดำเนินภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะของผู้ควบคุม ข้อมูลส่วนบุคคล หรือปฏิบัติหน้าที่ในการใช้อำนาจรัฐที่ได้มอบให้แก่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล (5) เป็นการจำเป็นเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล หรือของบุคคลหรือนิติบุคคลอื่นที่ไม่ใช่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล เว้นแต่ประโยชน์ดังกล่าวมีความสำคัญ น้อยกว่าสิทธิขั้นพื้นฐานในข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล (6) เป็นการปฏิบัติตามกฎหมายของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล
พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)
พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 37
ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลมีหน้าที่ ดังต่อไปนี้ (1) จัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม เพื่อป้องกันการสูญหาย เข้าถึง ใช้ เปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ และต้องทบทวน มาตรการดังกล่าวเมื่อมีความจำเป็นหรือเมื่อเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงไปเพื่อให้มีประสิทธิภาพในการรักษา ความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามมาตรฐานขั้นต่ำที่คณะกรรมการประกาศกำหนด (2) ในกรณีที่ต้องให้ข้อมูลส่วนบุคคลแก่บุคคลหรือนิติบุคคลอื่นที่ไม่ใช่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล ต้องดำเนินการเพื่อป้องกันมิให้ผู้นั้นใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ (3) จัดให้มีระบบการตรวจสอบเพื่อดำเนินการลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลเมื่อพ้นกำหนด ระยะเวลาการเก็บรักษา หรือที่ไม่เกี่ยวข้องหรือเกินความจำเป็นตามวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวม ข้อมูลส่วนบุคคลนั้น หรือตามที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลร้องขอ หรือที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ได้ถอนความยินยอม เว้นแต่เก็บรักษาไว้เพื่อวัตถุประสงค์ในการใช้เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น การเก็บรักษาไว้เพื่อวัตถุประสงค์ตามมาตรา 24 (1) หรือ (4) หรือมาตรา 26 (5) (ก) หรือ (ข) การใช้เพื่อการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การปฏิบัติตามหรือการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือการยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือเพื่อการปฏิบัติตามกฎหมาย ทั้งนี้ ให้นำความใน
พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)
พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 40
ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลมีหน้าที่ ดังต่อไปนี้ (1) ดำเนินการเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามคำสั่งที่ได้รับ จากผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลเท่านั้น เว้นแต่คำสั่งนั้นขัดต่อกฎหมายหรือบทบัญญัติในการคุ้มครอง ข้อมูลส่วนบุคคลตามพระราชบัญญัตินี้ (2) จัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม เพื่อป้องกันการสูญหาย เข้าถึง ใช้ เปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ รวมทั้ง แจ้งให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลทราบถึงเหตุการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลที่เกิดขึ้น (3) จัดทำและเก็บรักษาบันทึกรายการของกิจกรรมการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลไว้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการประกาศกำหนด ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งไม่ปฏิบัติตาม (1) สำหรับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผย ข้อมูลส่วนบุคคลใด ให้ถือว่าผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลสำหรับ การเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลนั้น การดำเนินงานตามหน้าที่ของผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลตามที่ได้รับมอบหมายจากผู้ควบคุม ข้อมูลส่วนบุคคลตามวรรคหนึ่ง ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลต้องจัดให้มีข้อตกลงระหว่างกัน เพื่อควบคุม การดำเนินงานตามหน้าที่ของผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้ ความใน (3) อาจยกเว้นมิให้นำมาใช้บังคับกับผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งเป็นกิจการ ขนาดเล็กตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการประกาศกำหนด เว้นแต่มีการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผย ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความเสี่ยงที่จะมีผลกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล หรือ มิใช่กิจการที่เก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเป็นครั้งคราว หรือมีการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามมาตรา 26
พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)
พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 41
ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลและผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลต้องจัดให้มี เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของตน ในกรณีดังต่อไปนี้ (1) ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลหรือผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเป็นหน่วยงานของรัฐตามที่ คณะกรรมการประกาศกำหนด (2) การดำเนินกิจกรรมของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลหรือผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล ในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผย จำเป็นต้องตรวจสอบข้อมูลส่วนบุคคลหรือระบบอย่างสม่ำเสมอ โดยเหตุที่มีข้อมูลส่วนบุคคลเป็นจำนวนมากตามที่คณะกรรมการประกาศกำหนด (3) กิจกรรมหลักของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลหรือผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเป็น การเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามมาตรา 26 ในกรณีที่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลหรือผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลอยู่ในเครือกิจการ หรือเครือธุรกิจเดียวกันเพื่อการประกอบกิจการหรือธุรกิจร่วมกันตามที่คณะกรรมการประกาศกำหนด ตามมาตรา 29 วรรคสอง ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลหรือผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าว อาจจัดให้มีเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลร่วมกันได้ ทั้งนี้ สถานที่ทำการแต่ละแห่งของผู้ควบคุม ข้อมูลส่วนบุคคลหรือผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่อยู่ในเครือกิจการหรือเครือธุรกิจเดียวกันดังกล่าว ต้องสามารถติดต่อกับเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลได้โดยง่าย ความในวรรคสองให้นำมาใช้บังคับแก่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลหรือผู้ประมวลผลข้อมูล ส่วนบุคคลซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐตาม (1) ซึ่งมีขนาดใหญ่หรือมีสถานที่ทำการหลายแห่งโดยอนุโลม ในกรณีที่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลหรือผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลตามวรรคหนึ่งต้องแต่งตั้ง ตัวแทนตามมาตรา 37 (5) ให้นำความในวรรคหนึ่งมาใช้บังคับแก่ตัวแทนโดยอนุโลม ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลและผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลมีหน้าที่ต้องแจ้งข้อมูลเกี่ยวกับ เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล สถานที่ติดต่อ และวิธีการติดต่อให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลและ สำนักงานทราบ ทั้งนี้ เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลสามารถติดต่อเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับ การเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลและการใช้สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ตามพระราชบัญญัตินี้ได้ คณะกรรมการอาจประกาศกำหนดคุณสมบัติของเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลได้ โดยคำนึงถึงความรู้หรือความเชี่ยวชาญเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลอาจเป็นพนักงานของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลหรือ ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลหรือเป็นผู้รับจ้างให้บริการตามสัญญากับผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลหรือ ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลก็ได้
พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)
พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 10
งานที่ผู้สร้างสรรค์ได้สร้างสรรค์ขึ้นโดยการรับจ้างบุคคลอื่น ให้ผู้ว่าจ้างเป็นผู้มี ลิขสิทธิ์ในงานนั้น เว้นแต่ผู้สร้างสรรค์และผู้ว่าจ้างจะได้ตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่น
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 224
หนี้เงินนั้น ให้คิดดอกเบี้ยในระหว่างเวลาผิดนัดในอัตราที่กำหนดตามมาตรา 7 บวกด้วยอัตราเพิ่มร้อยละสองต่อปี ถ้าเจ้าหนี้อาจจะเรียกดอกเบี้ยได้สูงกว่านั้นโดยอาศัยเหตุอย่างอื่นอันชอบด้วยกฎหมาย ก็ให้คงส่งดอกเบี้ยต่อไปตามนั้น
ส่วนที่ 1 การไม่ชำระหนี้
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 587
อันว่าจ้างทำของนั้น คือสัญญาซึ่งบุคคลคนหนึ่ง เรียกว่าผู้รับจ้าง ตกลงจะทำการงานสิ่งใดสิ่งหนึ่งจนสำเร็จให้แก่บุคคลอีกคนหนึ่ง เรียกว่าผู้ว่าจ้าง และผู้ว่าจ้างตกลงจะให้สินจ้างเพื่อผลสำเร็จแห่งการที่ทำนั้น
ลักษณะ 7 จ้างทำของ
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 605
ถ้าการที่จ้างยังทำไม่แล้วเสร็จอยู่ตราบใด ผู้ว่าจ้างอาจบอกเลิกสัญญาได้ เมื่อเสียค่าสินไหมทดแทนให้แก่ผู้รับจ้างเพื่อความเสียหายอย่างใด ๆ อันเกิดแต่การเลิกสัญญานั้น
ลักษณะ 7 จ้างทำของ
พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 4
ข้อตกลงในสัญญาระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบธุรกิจการค้า หรือวิชาชีพ หรือในสัญญาสำเร็จรูป หรือในสัญญาขายฝากที่ทำให้ผู้ประกอบธุรกิจการค้า หรือวิชาชีพ หรือผู้กำหนดสัญญาสำเร็จรูป หรือผู้ซื้อฝากได้เปรียบคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งเกินสมควร เป็นข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม และให้มีผลบังคับได้เพียงเท่าที่เป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณีเท่านั้น
พระราชบัญญัติ ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540
พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 8
ข้อตกลง ประกาศ หรือคำแจ้งความที่ได้ทำไว้ล่วงหน้า เพื่อยกเว้นหรือจำกัดความรับผิดเพื่อละเมิดหรือผิดสัญญาในความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย หรืออนามัยของผู้อื่น อันเกิดจากการกระทำโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่อของผู้ตกลง ผู้ประกาศ ผู้แจ้งความ หรือของบุคคลอื่นซึ่งผู้ตกลง ผู้ประกาศ หรือผู้แจ้งความต้องรับผิดด้วย จะนำมาอ้างเป็นข้อยกเว้นหรือจำกัดความรับผิดไม่ได้
พระราชบัญญัติ ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540
ประมวลรัษฎากร มาตรา 113
ตราสารใดมิได้ปิดแสตมป์บริบูรณ์ ผู้มีหน้าที่เสียอากร หรือผู้ทรงตราสารหรือผู้ถือเอาประโยชน์ชอบที่จะยื่นตราสารนั้นต่อพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อขอเสียอากรได้ เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ได้รับตราสารแล้ว ให้อนุมัติให้เสียอากรภายในบังคับแห่งบทบัญญัติต่อไปนี้
บทบัญญัติ (ถ้อยคำตามเว็บกรมสรรพากร)
ประมวลรัษฎากร มาตรา 118
ตราสารใดไม่ปิดแสตมป์บริบูรณ์ จะใช้ต้นฉบับ คู่ฉบับ คู่ฉีก หรือสำเนาตราสารนั้นเป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้ จนกว่าจะได้เสียอากรโดยปิดแสตมป์ครบจำนวนตามอัตราในบัญชีท้ายหมวดนี้ และขีดฆ่าแล้ว แต่ทั้งนี้ ไม่เป็นการเสื่อมสิทธิที่จะเรียกเงินเพิ่มอากรตามมาตรา 113 และมาตรา 114
บทบัญญัติ (ถ้อยคำตามเว็บกรมสรรพากร)