สัญญาให้ทุนศึกษา/ฝึกอบรมและชดใช้ทุน ต้องมีอะไรบ้าง

ตอบสั้น

ส่งพนักงานไปเรียนหรืออบรมโดยให้กลับมาทำงานชดใช้ — ชดใช้เงินลดตามส่วน เบี้ยปรับพอสมควร นายจ้างเลิกจ้างเองลูกจ้างพ้นหน้าที่ · เบี้ยปรับต้องพอสมควร — ราชการใช้ 2 เท่า เอกชนศาลมักลดเหลือ 0.5–1 เท่า และต้องลดตามส่วนที่ทำงานแล้ว

ข้อเท็จจริงที่อ้างอิงได้
ใช้เมื่อบริษัทให้ทุนพนักงานเรียนปริญญาโท/เอก ในหรือต่างประเทศ แล้วกลับมาทำงาน
อากรแสตมป์สัญญาให้ทุนไม่มีในบัญชีอัตราอากร ไม่ต้องติด · สัญญาค้ำประกัน (ผนวก 2) ติดอากร 10 บาท (ลักษณะ 17) ผู้ค้ำประกันเสีย · หนังสือรับสภาพหนี้/ผ่อนชำระที่ทำภายหลัง ติดตามลักษณะ 5 (กู้ยืม/รับสภาพหนี้ 1 บาทต่อ 2,000 ไม่เกิน 10,000) — ไม่ติด ใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้ (ประมวลรัษฎากร ม.118)
ภาษีทุนการศึกษาที่นายจ้างจ่ายให้ลูกจ้างเพื่อประโยชน์ของกิจการ (หลักสูตรเกี่ยวกับงาน กลับมาทำงาน) ไม่ถือเป็นเงินได้ของลูกจ้าง (กฎกระทรวง 126 ข้อ 2(46)/แนวคำวินิจฉัย) และนายจ้างหักรายจ่ายได้ (บางกรณี 2 เท่า ตาม พ.ร.ฎ.437 ถ้าเป็นฝึกอบรมที่ได้รับรอง) · ทุนที่ให้บุคคลทั่วไปที่ไม่ใช่ลูกจ้าง อาจเป็นเงินได้ ม.40(8) ของผู้รับ — เก็บหลักฐานว่าจ่ายตรงสถาบัน เงินที่ลูกจ้างชดใช้คืน เป็นรายได้อื่นของนายจ้าง ไม่มี VAT
มาตราที่อ้างป.พ.พ. ม.7, 383, 681, 681/1, 686 · พ.ร.บ.ข้อสัญญาไม่เป็นธรรม 2540 ม.5 · ประมวลรัษฎากร ม.118 · บัญชีอัตราอากรแสตมป์ ลักษณะ 5, 17
ค่าใช้แบบฟอร์มบนเว็บนี้249 บาท

ใช้สัญญาฉบับนี้เมื่อไร

  • บริษัทให้ทุนพนักงานเรียนปริญญาโท/เอก ในหรือต่างประเทศ แล้วกลับมาทำงาน
  • ส่งพนักงานอบรมหลักสูตรราคาแพง (นักบิน ช่างเฉพาะทาง ใบอนุญาตวิชาชีพ ดูงานต่างประเทศ) ที่ต้องมี bond
  • โรงพยาบาล/โรงเรียนเอกชน ให้ทุนนักเรียน/แพทย์/พยาบาล โดยผูกพันมาทำงานหลังจบ

จุดที่พลาดบ่อยและต้องระวัง

  • เบี้ยปรับต้องพอสมควร — ราชการใช้ 2 เท่า เอกชนศาลมักลดเหลือ 0.5–1 เท่า และต้องลดตามส่วนที่ทำงานแล้ว
  • นายจ้างเลิกจ้างเองหรือไม่จัดตำแหน่งให้ ลูกจ้างพ้นหน้าที่ชดใช้ — อย่าตัดข้อนี้ ไม่งั้นทั้งสัญญาเสี่ยงเป็นข้อสัญญาไม่เป็นธรรม
  • หักเงินตอนออกจากงานต้องมีหนังสือยินยอมเฉพาะเรื่องอีกครั้ง และห้ามหักค่าชดเชยตามกฎหมาย
  • สัญญาค้ำประกันต้องระบุวงเงิน ห้ามให้ผู้ค้ำรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วม ติดอากร 10 บาท
  • ทุนที่จ่ายเพื่อประโยชน์กิจการไม่เป็นเงินได้ของลูกจ้าง — จ่ายตรงสถาบันและเก็บหลักฐาน

กรณีที่ไม่ควรใช้ฉบับนี้

  • จ้างงานใหม่พร้อมเงื่อนไขอยู่ครบ X ปี โดยไม่มีทุน — ใช้สัญญาจ้างแรงงาน (bond โดยไม่มีทุนบังคับยาก)
  • ให้ทุนวิจัยแก่นักวิจัย/สถาบันเพื่อผลงาน — ใช้สัญญาจ้างวิจัย
  • ให้กู้ยืมเพื่อการศึกษาแล้วผ่อนคืนเป็นเงินอย่างเดียว — ใช้สัญญากู้ยืม

สัญญาชดใช้ทุนกับกฎหมายแรงงาน — บังคับได้ แต่ต้อง «พอสมควร»

  • ศาลฎีกาวางแนวว่าสัญญาให้ทุนแล้วให้ทำงานชดใช้ ไม่ขัดกฎหมายแรงงาน และบังคับได้ (ฎ. 3081/2545, 8054/2551 เป็นต้น) แต่จำนวนที่เรียกคืน + เบี้ยปรับต้องสัมพันธ์กับทุนที่จ่ายจริง — เบี้ยปรับ 2 เท่าแบบราชการ ศาลมักลดเหลือ 0.5–1 เท่า (ป.พ.พ. ม.383) · พ.ร.บ.ข้อสัญญาไม่เป็นธรรม 2540 ม.5 ใช้กับข้อจำกัดสิทธิลูกจ้างโดยตรง — แบบนี้ให้กรอก % เบี้ยปรับเอง แนะนำ 0–100%
  • ต้องลดตามส่วน (4.2) — ถ้าไม่ลด ศาลถือว่าเป็นเบี้ยปรับสูงเกินส่วน · ระยะชดใช้ 1–2 เท่าของเวลาเรียนเป็นเกณฑ์ที่ศาลรับได้ เกิน 3 เท่าเสี่ยง
  • นายจ้างเลิกจ้างเอง/ไม่จัดตำแหน่ง → ลูกจ้างพ้นหน้าที่ (3.2) — ต้องมี ไม่งั้นเสี่ยงเป็นข้อสัญญาไม่เป็นธรรม
  • หักจากเงินเมื่อออกจากงาน (4.4): พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน ม.76 ห้ามหักค่าจ้าง เว้นแต่ลูกจ้างยินยอมเป็นหนังสือเฉพาะเรื่อง — ข้อนี้เป็นการยินยอมล่วงหน้า ศาลบางคดีไม่รับ ควรให้ลงนามหนังสือยินยอมแยกอีกครั้งตอนออกจากงาน และห้ามหักค่าชดเชยตามกฎหมาย
  • เงินเดือนระหว่างเรียน (1.3) เรียกคืนได้ถ้าระบุชัดว่าเป็นส่วนหนึ่งของทุน — แบบนี้มีสวิตช์

อากรแสตมป์

  • สัญญาให้ทุนไม่มีในบัญชีอัตราอากร ไม่ต้องติด · สัญญาค้ำประกัน (ผนวก 2) ติดอากร 10 บาท (ลักษณะ 17) ผู้ค้ำประกันเสีย · หนังสือรับสภาพหนี้/ผ่อนชำระที่ทำภายหลัง ติดตามลักษณะ 5 (กู้ยืม/รับสภาพหนี้ 1 บาทต่อ 2,000 ไม่เกิน 10,000) — ไม่ติด ใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้ (ประมวลรัษฎากร ม.118)

ภาษี

  • ทุนการศึกษาที่นายจ้างจ่ายให้ลูกจ้างเพื่อประโยชน์ของกิจการ (หลักสูตรเกี่ยวกับงาน กลับมาทำงาน) ไม่ถือเป็นเงินได้ของลูกจ้าง (กฎกระทรวง 126 ข้อ 2(46)/แนวคำวินิจฉัย) และนายจ้างหักรายจ่ายได้ (บางกรณี 2 เท่า ตาม พ.ร.ฎ.437 ถ้าเป็นฝึกอบรมที่ได้รับรอง) · ทุนที่ให้บุคคลทั่วไปที่ไม่ใช่ลูกจ้าง อาจเป็นเงินได้ ม.40(8) ของผู้รับ — เก็บหลักฐานว่าจ่ายตรงสถาบัน
  • เงินที่ลูกจ้างชดใช้คืน เป็นรายได้อื่นของนายจ้าง ไม่มี VAT

ค้ำประกัน — ตามกฎหมายแก้ไข 2557–58

  • ต้องระบุวงเงินและหนี้ที่แน่นอน (ม.681) · ห้ามให้ผู้ค้ำรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วม (ม.681/1) · เจ้าหนี้ต้องแจ้งผู้ค้ำภายใน 60 วันหลังลูกหนี้ผิดนัด (ม.686) — ข้อ 6 สอดคล้อง ใช้แม่แบบ «สัญญาค้ำประกัน» เป็นผนวก 2 ได้
  • เปลี่ยนผู้ค้ำได้เฉพาะกรณีผู้ค้ำตาย/ล้มละลาย ไม่ใช่เปลี่ยนได้ตามใจ

เอกสารแนบท้าย

  • ผนวก 1 รายละเอียดหลักสูตร + รายการทุน + กำหนดจ่าย + หนังสือตอบรับจากสถาบัน · ผนวก 2 สัญญาค้ำประกัน (ถ้ามี) · สำเนาบัตร/ทะเบียนบ้านผู้รับทุนและผู้ค้ำ · หนังสือรับรอง/บัตรผู้ให้ทุน

วันลงนาม

  • 2 ฉบับ · พยาน 2 คน · ผู้ค้ำประกันลงนามในสัญญาค้ำประกันแยกและติดอากร 10 บาท · ผู้รับทุนที่เป็นลูกจ้างควรได้อ่านล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 3 วัน (ลดข้ออ้างว่าถูกบังคับ) · เก็บหลักฐานการจ่ายทุนทุกรายการเพื่อใช้คำนวณตามข้อ 4

ผู้เขียนและผู้ตรวจทาน

เขียนและตรวจทานโดย ภูวรา ครอบตะคุ ทนายความ (ใบอนุญาต 477/2558) · เนติบัณฑิตไทย · น.ม. กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาและสารสนเทศ — การเลือกประเด็น การจัดหมวด และคำอธิบายในบทความนี้เป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ของผู้เขียน ส่วนตัวบทกฎหมายที่ยกมาไม่มีลิขสิทธิ์และตรวจกับราชกิจจานุเบกษาได้เสมอ · ทะเบียนบทความ OKC-67FF55 · หากนำไปใช้ต่อ โปรดระบุชื่อผู้เขียนและลิงก์ต้นฉบับ

มีแบบฟอร์มฉบับนี้ให้กรอกออนไลน์แล้วกรอกไม่กี่นาที ดูตัวอย่างเต็มฉบับก่อนจ่าย ได้ไฟล์ PDF พร้อมพิมพ์
เปิดแบบฟอร์ม · 249 บาท

คำถามที่พบบ่อย

สัญญาให้ทุนศึกษา/ฝึกอบรมและชดใช้ทุน ต้องติดอากรแสตมป์ไหม

สัญญาให้ทุนไม่มีในบัญชีอัตราอากร ไม่ต้องติด · สัญญาค้ำประกัน (ผนวก 2) ติดอากร 10 บาท (ลักษณะ 17) ผู้ค้ำประกันเสีย · หนังสือรับสภาพหนี้/ผ่อนชำระที่ทำภายหลัง ติดตามลักษณะ 5 (กู้ยืม/รับสภาพหนี้ 1 บาทต่อ 2,000 ไม่เกิน 10,000) — ไม่ติด ใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้ (ประมวลรัษฎากร ม.118)

สัญญาให้ทุนศึกษา/ฝึกอบรมและชดใช้ทุน เสียภาษีอะไรบ้าง

ทุนการศึกษาที่นายจ้างจ่ายให้ลูกจ้างเพื่อประโยชน์ของกิจการ (หลักสูตรเกี่ยวกับงาน กลับมาทำงาน) ไม่ถือเป็นเงินได้ของลูกจ้าง (กฎกระทรวง 126 ข้อ 2(46)/แนวคำวินิจฉัย) และนายจ้างหักรายจ่ายได้ (บางกรณี 2 เท่า ตาม พ.ร.ฎ.437 ถ้าเป็นฝึกอบรมที่ได้รับรอง) · ทุนที่ให้บุคคลทั่วไปที่ไม่ใช่ลูกจ้าง อาจเป็นเงินได้ ม.40(8) ของผู้รับ — เก็บหลักฐานว่าจ่ายตรงสถาบัน เงินที่ลูกจ้างชดใช้คืน เป็นรายได้อื่นของนายจ้าง ไม่มี VAT

ใช้สัญญาให้ทุนศึกษา/ฝึกอบรมและชดใช้ทุนตอนไหน

บริษัทให้ทุนพนักงานเรียนปริญญาโท/เอก ในหรือต่างประเทศ แล้วกลับมาทำงาน · ส่งพนักงานอบรมหลักสูตรราคาแพง (นักบิน ช่างเฉพาะทาง ใบอนุญาตวิชาชีพ ดูงานต่างประเทศ) ที่ต้องมี bond · โรงพยาบาล/โรงเรียนเอกชน ให้ทุนนักเรียน/แพทย์/พยาบาล โดยผูกพันมาทำงานหลังจบ

ทำสัญญาให้ทุนศึกษา/ฝึกอบรมและชดใช้ทุนต้องระวังอะไร

เบี้ยปรับต้องพอสมควร — ราชการใช้ 2 เท่า เอกชนศาลมักลดเหลือ 0.5–1 เท่า และต้องลดตามส่วนที่ทำงานแล้ว · นายจ้างเลิกจ้างเองหรือไม่จัดตำแหน่งให้ ลูกจ้างพ้นหน้าที่ชดใช้ — อย่าตัดข้อนี้ ไม่งั้นทั้งสัญญาเสี่ยงเป็นข้อสัญญาไม่เป็นธรรม · หักเงินตอนออกจากงานต้องมีหนังสือยินยอมเฉพาะเรื่องอีกครั้ง และห้ามหักค่าชดเชยตามกฎหมาย · สัญญาค้ำประกันต้องระบุวงเงิน ห้ามให้ผู้ค้ำรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วม ติดอากร 10 บาท · ทุนที่จ่ายเพื่อประโยชน์กิจการไม่เป็นเงินได้ของลูกจ้าง — จ่ายตรงสถาบันและเก็บหลักฐาน

กรณีไหนที่ไม่ควรใช้สัญญาให้ทุนศึกษา/ฝึกอบรมและชดใช้ทุน

จ้างงานใหม่พร้อมเงื่อนไขอยู่ครบ X ปี โดยไม่มีทุน — ใช้สัญญาจ้างแรงงาน (bond โดยไม่มีทุนบังคับยาก) · ให้ทุนวิจัยแก่นักวิจัย/สถาบันเพื่อผลงาน — ใช้สัญญาจ้างวิจัย · ให้กู้ยืมเพื่อการศึกษาแล้วผ่อนคืนเป็นเงินอย่างเดียว — ใช้สัญญากู้ยืม

ลงนามสัญญาให้ทุนศึกษา/ฝึกอบรมและชดใช้ทุนต้องมีพยานไหม ทำกี่ฉบับ

2 ฉบับ · พยาน 2 คน · ผู้ค้ำประกันลงนามในสัญญาค้ำประกันแยกและติดอากร 10 บาท · ผู้รับทุนที่เป็นลูกจ้างควรได้อ่านล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 3 วัน (ลดข้ออ้างว่าถูกบังคับ) · เก็บหลักฐานการจ่ายทุนทุกรายการเพื่อใช้คำนวณตามข้อ 4

ทำสัญญาให้ทุนศึกษา/ฝึกอบรมและชดใช้ทุนต้องเตรียมเอกสารอะไรแนบท้าย

ผนวก 1 รายละเอียดหลักสูตร + รายการทุน + กำหนดจ่าย + หนังสือตอบรับจากสถาบัน · ผนวก 2 สัญญาค้ำประกัน (ถ้ามี) · สำเนาบัตร/ทะเบียนบ้านผู้รับทุนและผู้ค้ำ · หนังสือรับรอง/บัตรผู้ให้ทุน

กฎหมายที่อ้างถึงในบทความนี้

ถ้อยคำด้านล่างคัดจากตัวบท 9 มาตรา — ใช้อ้างอิงได้ แต่หากต้องใช้ในชั้นศาล ควรตรวจกับราชกิจจานุเบกษาฉบับทางการอีกครั้ง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 7

ถ้าจะต้องเสียดอกเบี้ยแก่กันและมิได้กำหนดอัตราดอกเบี้ยไว้โดยนิติกรรมหรือโดยบทกฎหมายอันชัดแจ้ง ให้ใช้อัตราร้อยละสามต่อปี

ลักษณะ 1 บทเบ็ดเสร็จทั่วไป

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 383

ถ้าเบี้ยปรับที่ริบนั้นสูงเกินส่วน ศาลจะลดลงเป็นจำนวนพอสมควรก็ได้ ในการที่จะวินิจฉัยว่าสมควรเพียงใดนั้น ท่านให้พิเคราะห์ถึงทางได้เสียของเจ้าหนี้ทุกอย่างอันชอบด้วยกฎหมาย ไม่ใช่แต่เพียงทางได้เสียในเชิงทรัพย์สิน เมื่อได้ใช้เงินตามเบี้ยปรับแล้ว สิทธิเรียกร้องขอลดก็เป็นอันขาดไป

หมวด 3 มัดจำและกำหนดเบี้ยปรับ

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 681

อันค้ำประกันนั้นจะมีได้แต่เฉพาะเพื่อหนี้อันสมบูรณ์

หมวด 1 บทเบ็ดเสร็จทั่วไป

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 681/1

ข้อตกลงใดที่กำหนดให้ผู้ค้ำประกันต้องรับผิดอย่างเดียวกับลูกหนี้ร่วมหรือในฐานะเป็นลูกหนี้ร่วม ข้อตกลงนั้นเป็นโมฆะ

หมวด 1 บทเบ็ดเสร็จทั่วไป

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 686

เมื่อลูกหนี้ผิดนัด ให้เจ้าหนี้มีหนังสือบอกกล่าวไปยังผู้ค้ำประกันภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ลูกหนี้ผิดนัด และไม่ว่ากรณีจะเป็นประการใดเจ้าหนี้จะเรียกให้ผู้ค้ำประกันชำระหนี้ก่อนที่หนังสือบอกกล่าวจะไปถึงผู้ค้ำประกันมิได้ แต่ไม่ตัดสิทธิผู้ค้ำประกันที่จะชำระหนี้เมื่อหนี้ถึงกำหนดชำระ

หมวด 2 ผลก่อนชำระหนี้

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 5

ในการใช้สิทธิแห่งตนก็ดี ในการชำระหนี้ก็ดี บุคคลทุกคนต้องกระทำโดยสุจริต

ลักษณะ 1 บทเบ็ดเสร็จทั่วไป

ประมวลรัษฎากร มาตรา 118

ตราสารใดไม่ปิดแสตมป์บริบูรณ์ จะใช้ต้นฉบับ คู่ฉบับ คู่ฉีก หรือสำเนาตราสารนั้นเป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้ จนกว่าจะได้เสียอากรโดยปิดแสตมป์ครบจำนวนตามอัตราในบัญชีท้ายหมวดนี้ และขีดฆ่าแล้ว แต่ทั้งนี้ ไม่เป็นการเสื่อมสิทธิที่จะเรียกเงินเพิ่มอากรตามมาตรา 113 และมาตรา 114

บทบัญญัติ (ถ้อยคำตามเว็บกรมสรรพากร)

พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 76

ห้ามมิให้นายจ้างหักค่าจ้าง ค่าล่วงเวลา ค่าทำงานในวันหยุด และค่าล่วงเวลาในวันหยุด เว้นแต่เป็นการหักเพื่อ (1) ชำระภาษีเงินได้ตามจำนวนที่ลูกจ้างต้องจ่าย หรือชำระเงินอื่นตามที่มีกฎหมายบัญญัติไว้ (2) ชำระค่าบำรุงสหภาพแรงงานตามข้อบังคับของสหภาพแรงงาน (3) ชำระหนี้สินสหกรณ์ออมทรัพย์ หรือสหกรณ์อื่นที่มีลักษณะเดียวกันกับสหกรณ์ออมทรัพย์ หรือหนี้ที่เป็นไปเพื่อสวัสดิการที่เป็นประโยชน์ต่อลูกจ้างฝ่ายเดียว โดยได้รับความยินยอมล่วงหน้าจากลูกจ้าง (4) เป็นเงินประกันตามมาตรา 10 หรือชดใช้ค่าเสียหายให้แก่นายจ้าง ซึ่งลูกจ้างได้กระทำโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง โดยได้รับความยินยอมจากลูกจ้าง (5) เป็นเงินสะสมตามข้อตกลงเกี่ยวกับกองทุนเงินสะสม

พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 — การหักค่าจ้าง (มาตรา 76–77)

ประมวลรัษฎากร มาตรา 40

เงินได้พึงประเมินนั้นคือ เงินได้ประเภทดังต่อไปนี้ รวมตลอดถึงเงินค่าภาษีอากรที่ผู้จ่ายเงินหรือผู้อื่นออกแทนให้สำหรับเงินได้ประเภทต่าง ๆ ดังกล่าว ไม่ว่าในทอดใด (1) เงินได้เนื่องจากการจ้างแรงงานไม่ว่าจะเป็นเงินเดือน ค่าจ้าง เบี้ยเลี้ยง โบนัส เบี้ยหวัด บำเหน็จ บำนาญ เงินค่าเช่าบ้าน เงินที่คำนวณได้จากมูลค่าของการได้อยู่บ้านที่นายจ้างให้อยู่โดยไม่เสียค่าเช่า เงินที่นายจ้างจ่ายชำระหนี้ใด ๆ ซึ่งลูกจ้างมีหน้าที่ต้องชำระ และเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์ใด ๆ บรรดาที่ได้เนื่องจากการจ้างแรงงาน (2) เงินได้เนื่องจากหน้าที่หรือตำแหน่งงานที่ทำหรือจากการรับทำงานให้ ไม่ว่าจะเป็นค่าธรรมเนียม ค่านายหน้า ค่าส่วนลด เงินอุดหนุนในงานที่ทำ เบี้ยประชุม บำเหน็จ โบนัส เงินค่าเช่าบ้าน เงินที่คำนวณได้จากมูลค่าของการได้อยู่บ้านที่ผู้จ่ายเงินได้ให้อยู่โดยไม่เสียค่าเช่า เงินที่ผู้จ่ายเงินได้จ่ายชำระหนี้ใด ๆ ซึ่งผู้มีเงินได้มีหน้าที่ต้องชำระ และเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์ใด ๆ บรรดาที่ได้เนื่องจากหน้าที่หรือตำแหน่งงานที่ทำหรือจากการรับทำงานให้นั้น ไม่ว่าหน้าที่หรือตำแหน่งงานหรืองานที่รับทำให้นั้นจะเป็นการประจำหรือชั่วคราว (3) ค่าแห่งกู๊ดวิลล์ ค่าแห่งลิขสิทธิ์ หรือสิทธิอย่างอื่น เงินปีหรือเงินได้มีลักษณะเป็นเงินรายปีอันได้มาจากพินัยกรรม นิติกรรมอย่างอื่น หรือคำพิพากษาของศาล (4) เงินได้ที่เป็น (ก) ดอกเบี้ยพันธบัตร ดอกเบี้ยเงินฝาก ดอกเบี้ยหุ้นกู้ ดอกเบี้ยตั๋วเงิน ดอกเบี้ยเงินกู้ยืมไม่ว่าจะมีหลักประกันหรือไม่ ดอกเบี้ยเงินกู้ยืมที่อยู่ในบังคับต้องถูกหักภาษีไว้ ณ ที่จ่ายตามกฎหมายว่าด้วยภาษีเงินได้ปิโตรเลียมเฉพาะส่วนที่เหลือจากถูกหักภาษีไว้ ณ ที่จ่ายตามกฎหมายดังกล่าว หรือผลต่างระหว่างราคาไถ่ถอนกับราคาจำหน่ายตั๋วเงินหรือตราสารแสดงสิทธิในหนี้ที่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล หรือนิติบุคคลอื่นเป็นผู้ออกและจำหน่ายครั้งแรกในราคาต่ำกว่าราคาไถ่ถอน รวมทั้งเงินได้ที่มีลักษณะทำนองเดียวกันกับดอกเบี้ย ผลประโยชน์หรือค่าตอบแทนอื่น ๆ ที่ได้จากการให้กู้ยืมหรือจากสิทธิเรียกร้องในหนี้ทุกชนิดไม่ว่าจะมีหลักประกันหรือไม่ก็ตาม (ข) เงินปันผล เงินส่วนแบ่งของกำไร หรือประโยชน์อื่นใดที่ได้จากบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล หรือสถาบันการเงินที่มีกฎหมายโดยเฉพาะของประเทศไทยจัดตั้งขึ้นสำหรับให้กู้ยืมเงินเพื่อส่งเสริมเกษตรกรรม พาณิชยกรรม หรืออุตสาหกรรม เงินปันผลหรือเงินส่วนแบ่งของกำไรที่อยู่ในบังคับต้องถูกหักภาษีไว้ ณ ที่จ่าย ตามกฎหมายว่าด้วยภาษีเงินได้ปิโตรเลียมเฉพาะส่วนที่เหลือจากถูกหักภาษีไว้ ณ ที่จ่ายตามกฎหมายดังกล่าว

ประมวลรัษฎากร — เงินได้พึงประเมิน ม.40–41

อ่านต่อในหมวดธุรกิจ / หุ้นส่วน

สัญญาจ้างนายหน้า Affiliate (แนะนำสินค้ารับค่าบำเหน็จ) ต้องมีอะไรบ้างใช้เมื่อร้านค้าหรือแบรนด์ให้คนอื่นแนะนำสินค้าผ่านลิงก์หรือรหัสส่วนลด แล้วจ่ายค่าบำเหน็จตามยอดขายจริง — กำหนดวิธีติดตามยอด ระยะเวลาระบุแหล่งที่มา รอบจ่ายเงิน การหักคืนเมื่อลูกค้าคืนสินค้า วิธีการต้องห้าม และสิทธิใช้เนื้อหาสัญญาตั้งตัวแทน (มอบหมายให้ทำการแทน มีค่าตอบแทน) ต้องมีอะไรบ้างตั้งคนหรือบริษัทให้ทำธุระแทนเป็นเรื่อง ๆ หรือต่อเนื่อง เช่น ดูแลบ้านเช่าและเก็บค่าเช่า ติดต่อราชการ ยื่นขอใบอนุญาต จัดการธุระขณะเจ้าของอยู่ต่างประเทศ — กำหนดขอบอำนาจ เรื่องที่ต้องมอบเฉพาะ วงเงินใช้จ่าย เงินที่ตัวแทนถือไว้ การเข้าถึงบัญชีออนไลน์ ค่าตอบแทน และการคืนเอกสารเมื่อเลิกสัญญาจัดพิมพ์หนังสือหรือ E-book ต้องมีอะไรบ้างใช้เมื่อผู้เขียนให้สำนักพิมพ์นำต้นฉบับไปจัดพิมพ์และจำหน่าย — แยกสิทธิเป็นรูปแบบ ทั้งเล่มกระดาษ อีบุ๊ก หนังสือเสียง คำแปล และการดัดแปลง เลือกได้ทีละอย่าง พร้อมค่าลิขสิทธิ์ เงินล่วงหน้า รอบรายงานยอดขาย จำนวนพิมพ์ครั้งแรก และการคืนสิทธิเมื่อหนังสือขาดตลาดหรือไม่ได้พิมพ์สัญญาเข้าร่วมแพลตฟอร์มจองบริการ ต้องมีอะไรบ้างสำหรับผู้ดำเนินการแพลตฟอร์มจองที่พัก ร้านอาหาร คลินิก หรือบริการที่มีความจุจำกัดและปฏิทิน กำหนดการซิงก์ปฏิทินและความรับผิดเรื่องจองซ้ำ ราคาเท่าเทียมระหว่างช่องทาง เงินมัดจำ นโยบายยกเลิก และค่าธรรมเนียมสัญญาร่วมแคมเปญระหว่างแบรนด์ ต้องมีอะไรบ้างใช้เมื่อสองแบรนด์ร่วมจัดแคมเปญการตลาดโดยต่างฝ่ายต่างมีหน้าที่ งบประมาณ ช่องทาง และทรัพย์สินทางปัญญาของตน กำหนดการอนุมัติสื่อ ค่าใช้จ่าย ยอดขาย ข้อมูลลูกค้า และทางออกเมื่อแคมเปญต้องหยุดได้ชัดเจนสัญญาฝากขายรถยนต์ ต้องมีอะไรบ้างสำหรับเจ้าของรถที่ฝากรถไว้กับเต็นท์หรือผู้รับฝากขายเพื่อหาผู้ซื้อ กำหนดราคาต่ำสุด ค่าตอบแทน ความรับผิดเมื่อรถเสียหายระหว่างฝาก การทดลองขับ รถติดไฟแนนซ์ การรับเงินค่ารถ และห้ามส่งมอบรถก่อนเจ้าของได้เงินครบ