# สัญญาฝึกงานแบบมีค่าตอบแทน ต้องมีอะไรบ้าง

> สำหรับธุรกิจที่รับนักศึกษาฝึกงานตามหลักสูตรหรือผู้ฝึกงานทั่วไปพร้อมค่าตอบแทน กำหนดให้ชัดว่าเป็นนักศึกษาหรือเป็นลูกจ้าง ผู้ดูแลและแผนการเรียนรู้ ชั่วโมงฝึก เบี้ยเลี้ยงหรือค่าจ้าง ประกันอุบัติเหตุ การโอนลิขสิทธิ์ในผลงาน และหนังสือรับรอง

ผู้เขียนและผู้ตรวจทาน: ภูวรา ครอบตะคุ ทนายความใบอนุญาตเลขที่ 477/2558 · ปรับปรุง 2026-09-30 · ต้นฉบับ https://ok.aipdpa.com/kb/%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%8D%E0%B8%B2%E0%B8%9D%E0%B8%B6%E0%B8%81%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B9%81%E0%B8%9A%E0%B8%9A%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B8%84%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%AD%E0%B8%9A%E0%B9%81%E0%B8%97%E0%B8%99

## ตอบสั้น

ผู้รับฝึกงานรับผู้ฝึกงานเข้าเรียนรู้งานภายใต้ผู้ดูแลและจ่ายค่าตอบแทน · ผู้ฝึกงานที่ไม่ได้มาตามหลักสูตรและทำงานเพื่อค่าตอบแทนเป็นลูกจ้าง ต้องได้ไม่ต่ำกว่าค่าจ้างขั้นต่ำ

## ข้อเท็จจริงที่อ้างอิงได้

- **ใช้เมื่อ:** ใช้เมื่อรับนักศึกษาฝึกงานที่มหาวิทยาลัยส่งตัวมา
- **อากรแสตมป์:** สัญญาฝึกงานไม่ต้องปิดอากรแสตมป์ ไม่ว่าจะเป็นการฝึกงานตามหลักสูตรหรือการจ้างแรงงาน เพราะทั้งสองแบบไม่ใช่ตราสารในบัญชีอัตราอากรแสตมป์
- **ภาษี:** เบี้ยเลี้ยงที่จ่ายแก่นักศึกษาฝึกงานเป็นเงินได้ของนักศึกษา ประเภทของเงินได้และหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่ายอยู่ในประมวลรัษฎากร ควรตรวจกับสำนักงานบัญชีหรือกรมสรรพากร เบี้ยเลี้ยงจำนวนน้อยมักไม่ถึงเกณฑ์ต้องเสียภาษีค่าจ้างเป็นเงินได้ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 40(1) ผู้รับฝึกงานหักภาษี ณ ที่จ่ายตามวิธีของเงินเดือน
- **แบบที่กฎหมายกำหนด:** ชื่อ "ฝึกงาน" ไม่ได้ตัดสินว่าเป็นลูกจ้างหรือไม่ ข้อเท็จจริงเป็นตัวตัดสิน ถ้าผู้ฝึกงานทำงานให้ภายใต้การบังคับบัญชาเพื่อค่าตอบแทน ความสัมพันธ์นั้นเป็นจ้างแรงงานตาม ป.พ.พ. มาตรา 575 และ พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ใช้บังคับเต็มที่ ไม่ว่าสัญญาจะเรียกว่าอะไร สาขานักศึกษาฝึกงานตามหลักสูตร การฝึกงานที่สถานศึกษาส่งตัวมาเพื่อการเรียนรู้ตามหลักสูตร โดยมีผู้ดูแล แผนการเรียนรู้ และการประเมินผลส่งสถานศึกษา มักถือว่าไม่ใช่การจ้างแรงงาน แม้ผู้รับฝึกงานจ่ายเบี้ยเลี้ยง แต่ถ้าในทางปฏิบัติผู้ฝึกงานทำงานประจำแทนพนักงาน ทำงานเต็มเวลา หรือไม่ได้เรียนรู้ตามแผน ศาลอาจถือว่าเป็นลูกจ้าง ข้อ 2 จึงบังคับให้มีผู้ดูแลและแผนการเรียนรู้ และจำกัดชั่วโมง หลักเกณฑ์นี้มาจากแนวคำพิพากษาและแนวปฏิบัติสาขาฝึกงานทั่วไปที่มีค่าตอบแทน ผู้ฝึกงานที่ไม่ได้มาตามหลักสูตรและทำงานภายใต้การบังคับบัญชาเพื่อค่าตอบแทนเป็นลูกจ้าง ผู้รับฝึกงานต้องจ่ายไม่ต่ำกว่าค่าจ้างขั้นต่ำตามประกาศที่ใช้บังคับในท้องที่นั้น (ตรวจอัตราล่าสุดก่อนจ่าย) ต้องขึ้นทะเบียนประกันสังคม และถ้าเลิกจ้างเมื่อทำงานครบ 120 วัน ต้องจ่ายค่าชดเชยตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน มาตรา 118 การเรียกว่า "ฝึกงาน" ไม่ช่วยให้พ้นหน้าที่เหล่านี้ ผู้ฝึกงานที่อายุต่ำกว่า 18 ปีมีข้อจำกัดเรื่องงานที่ห้ามทำ เวลาทำงาน และการแจ้งต่อพนักงานตรวจแรงงานตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน หมวดแรงงานเด็ก ให้ตรวจข้อจำกัดเหล่านี้ก่อนรับเข้าฝึก
- **มาตราที่อ้าง:** ป.พ.พ. ม.575; พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ม.118; พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ม.9; พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ม.24; ประมวลรัษฎากร ม.40(1)
- **ค่าใช้แบบฟอร์มบนเว็บนี้:** 249 บาท

## ใช้สัญญาฉบับนี้เมื่อไร

- ใช้เมื่อรับนักศึกษาฝึกงานที่มหาวิทยาลัยส่งตัวมา
- ใช้เมื่อรับผู้ฝึกงานทั่วไปที่ไม่ใช่นักศึกษาพร้อมค่าตอบแทน
- ใช้เมื่อผู้ฝึกงานทำงานสร้างสรรค์และต้องโอนลิขสิทธิ์

## จุดที่พลาดบ่อยและต้องระวัง

- ผู้ฝึกงานที่ไม่ได้มาตามหลักสูตรและทำงานเพื่อค่าตอบแทนเป็นลูกจ้าง ต้องได้ไม่ต่ำกว่าค่าจ้างขั้นต่ำ
- นักศึกษาฝึกงานที่ทำงานแทนพนักงานประจำอาจถูกถือว่าเป็นลูกจ้าง
- ต้องมีประกันอุบัติเหตุ
- ลิขสิทธิ์ในงานของนักศึกษาต้องโอนเป็นหนังสือ

## กรณีที่ไม่ควรใช้ฉบับนี้

- ถ้าจ้างเป็นพนักงาน ให้ใช้ [สัญญาว่าจ้างทำงาน (พนักงานประจำ)](/s/th_employment_contract)
- ถ้าให้ทุนการศึกษาแล้วให้ทำงานชดใช้ ให้ใช้ [สัญญาให้ทุนศึกษา/ฝึกอบรมและชดใช้ทุน](/s/th_training_bond)
- ถ้าจ้างเป็นพนักงานชั่วคราวมีกำหนดเวลา ให้ใช้ [สัญญาว่าจ้างทำงาน (มีกำหนดเวลา)](/s/th_fixed_term_employment)
- สัญญาฝึกงาน ภาษาอังกฤษ — ใช้ [Internship Agreement — สัญญาฝึกงาน ภาษาอังกฤษ](/s/en_internship)

## อากรแสตมป์

**สัญญาฝึกงานไม่ต้องปิดอากรแสตมป์** ไม่ว่าจะเป็นการฝึกงานตามหลักสูตรหรือการจ้างแรงงาน เพราะทั้งสองแบบไม่ใช่ตราสารในบัญชีอัตราอากรแสตมป์

## การจดทะเบียน / แบบที่กฎหมายกำหนด

**ชื่อ "ฝึกงาน" ไม่ได้ตัดสินว่าเป็นลูกจ้างหรือไม่ ข้อเท็จจริงเป็นตัวตัดสิน** ถ้าผู้ฝึกงานทำงานให้ภายใต้การบังคับบัญชาเพื่อค่าตอบแทน ความสัมพันธ์นั้นเป็นจ้างแรงงานตาม ป.พ.พ. มาตรา 575 และ พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ใช้บังคับเต็มที่ ไม่ว่าสัญญาจะเรียกว่าอะไร

**สาขานักศึกษาฝึกงานตามหลักสูตร** การฝึกงานที่สถานศึกษาส่งตัวมาเพื่อการเรียนรู้ตามหลักสูตร โดยมีผู้ดูแล แผนการเรียนรู้ และการประเมินผลส่งสถานศึกษา มักถือว่าไม่ใช่การจ้างแรงงาน แม้ผู้รับฝึกงานจ่ายเบี้ยเลี้ยง **แต่ถ้าในทางปฏิบัติผู้ฝึกงานทำงานประจำแทนพนักงาน ทำงานเต็มเวลา หรือไม่ได้เรียนรู้ตามแผน ศาลอาจถือว่าเป็นลูกจ้าง** ข้อ 2 จึงบังคับให้มีผู้ดูแลและแผนการเรียนรู้ และจำกัดชั่วโมง หลักเกณฑ์นี้มาจากแนวคำพิพากษาและแนวปฏิบัติ**สาขาฝึกงานทั่วไปที่มีค่าตอบแทน** ผู้ฝึกงานที่ไม่ได้มาตามหลักสูตรและทำงานภายใต้การบังคับบัญชาเพื่อค่าตอบแทนเป็นลูกจ้าง ผู้รับฝึกงานต้องจ่ายไม่ต่ำกว่าค่าจ้างขั้นต่ำตามประกาศที่ใช้บังคับในท้องที่นั้น (ตรวจอัตราล่าสุดก่อนจ่าย) ต้องขึ้นทะเบียนประกันสังคม และถ้าเลิกจ้างเมื่อทำงานครบ 120 วัน ต้องจ่ายค่าชดเชยตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน มาตรา 118 การเรียกว่า "ฝึกงาน" ไม่ช่วยให้พ้นหน้าที่เหล่านี้

ผู้ฝึกงานที่อายุต่ำกว่า 18 ปีมีข้อจำกัดเรื่องงานที่ห้ามทำ เวลาทำงาน และการแจ้งต่อพนักงานตรวจแรงงานตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน หมวดแรงงานเด็ก ให้ตรวจข้อจำกัดเหล่านี้ก่อนรับเข้าฝึก

## ภาษี

เบี้ยเลี้ยงที่จ่ายแก่นักศึกษาฝึกงานเป็นเงินได้ของนักศึกษา ประเภทของเงินได้และหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่ายอยู่ในประมวลรัษฎากร ควรตรวจกับสำนักงานบัญชีหรือกรมสรรพากร เบี้ยเลี้ยงจำนวนน้อยมักไม่ถึงเกณฑ์ต้องเสียภาษีค่าจ้างเป็นเงินได้ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 40(1) ผู้รับฝึกงานหักภาษี ณ ที่จ่ายตามวิธีของเงินเดือน

## ลิขสิทธิ์ในผลงานของผู้ฝึกงาน

พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 9 ใช้กับงานที่ลูกจ้างสร้างสรรค์ในการจ้างแรงงาน **นักศึกษาฝึกงานตามหลักสูตรไม่ใช่ลูกจ้าง มาตรา 9 จึงอาจไม่ใช้** ลิขสิทธิ์ในผลงานเป็นของนักศึกษาผู้สร้างสรรค์ เว้นแต่โอนเป็นหนังสือ ข้อ 5.2 จึงโอนไว้อย่างชัดแจ้งลิขสิทธิ์ในงานของลูกจ้างเป็นของลูกจ้าง เว้นแต่ตกลงเป็นหนังสือ ข้อ 5.2 จึงโอนไว้ และยังให้ผู้ฝึกงานใช้ผลงานในรายงานฝึกงานได้ เพราะเป็นสิ่งที่สถานศึกษาต้องการ

## อุบัติเหตุและข้อมูลส่วนบุคคล

ข้อ 4 บังคับให้มีความคุ้มครองอุบัติเหตุ เพราะนักศึกษาฝึกงานตามหลักสูตรไม่อยู่ในระบบประกันสังคมและเงินทดแทนแบบลูกจ้าง ข้อมูลผลการประเมินของผู้ฝึกงานเป็นข้อมูลส่วนบุคคล ผู้รับฝึกงานเปิดเผยแก่สถานศึกษาได้ตามวัตถุประสงค์ของการฝึกงานตาม พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 24

## เอกสารแนบท้ายสัญญา

- แผนการเรียนรู้
- หนังสือส่งตัวหรือบันทึกความร่วมมือกับสถานศึกษา ถ้ามี
- หลักฐานประกันอุบัติเหตุ
- แบบประเมินผลของสถานศึกษา ถ้ามี

## วันลงนาม

ทำสองฉบับข้อความตรงกัน มอบให้ผู้ฝึกงานหนึ่งฉบับ ถ้าผู้ฝึกงานอายุต่ำกว่า 20 ปี ควรให้ผู้แทนโดยชอบธรรมลงนามให้ความยินยอมด้วย

## ผู้เขียนและผู้ตรวจทาน

เขียนและตรวจทานโดย **ภูวรา ครอบตะคุ** ทนายความ (ใบอนุญาต 477/2558) · เนติบัณฑิตไทย · น.ม. กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาและสารสนเทศ — การเลือกประเด็น การจัดหมวด และคำอธิบายในบทความนี้เป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ของผู้เขียน ส่วนตัวบทกฎหมายที่ยกมาไม่มีลิขสิทธิ์และตรวจกับราชกิจจานุเบกษาได้เสมอ · ทะเบียนบทความ OKC-394E46 · หากนำไปใช้ต่อ โปรดระบุชื่อผู้เขียนและลิงก์ต้นฉบับ

## คำถามที่พบบ่อย

### สัญญาฝึกงานแบบมีค่าตอบแทน ต้องติดอากรแสตมป์ไหม

สัญญาฝึกงานไม่ต้องปิดอากรแสตมป์ ไม่ว่าจะเป็นการฝึกงานตามหลักสูตรหรือการจ้างแรงงาน เพราะทั้งสองแบบไม่ใช่ตราสารในบัญชีอัตราอากรแสตมป์

### สัญญาฝึกงานแบบมีค่าตอบแทน เสียภาษีอะไรบ้าง

เบี้ยเลี้ยงที่จ่ายแก่นักศึกษาฝึกงานเป็นเงินได้ของนักศึกษา ประเภทของเงินได้และหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่ายอยู่ในประมวลรัษฎากร ควรตรวจกับสำนักงานบัญชีหรือกรมสรรพากร เบี้ยเลี้ยงจำนวนน้อยมักไม่ถึงเกณฑ์ต้องเสียภาษีค่าจ้างเป็นเงินได้ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 40(1) ผู้รับฝึกงานหักภาษี ณ ที่จ่ายตามวิธีของเงินเดือน

### ใช้สัญญาฝึกงานแบบมีค่าตอบแทนตอนไหน

ใช้เมื่อรับนักศึกษาฝึกงานที่มหาวิทยาลัยส่งตัวมา · ใช้เมื่อรับผู้ฝึกงานทั่วไปที่ไม่ใช่นักศึกษาพร้อมค่าตอบแทน · ใช้เมื่อผู้ฝึกงานทำงานสร้างสรรค์และต้องโอนลิขสิทธิ์

### ทำสัญญาฝึกงานแบบมีค่าตอบแทนต้องระวังอะไร

ผู้ฝึกงานที่ไม่ได้มาตามหลักสูตรและทำงานเพื่อค่าตอบแทนเป็นลูกจ้าง ต้องได้ไม่ต่ำกว่าค่าจ้างขั้นต่ำ · นักศึกษาฝึกงานที่ทำงานแทนพนักงานประจำอาจถูกถือว่าเป็นลูกจ้าง · ต้องมีประกันอุบัติเหตุ · ลิขสิทธิ์ในงานของนักศึกษาต้องโอนเป็นหนังสือ

### กรณีไหนที่ไม่ควรใช้สัญญาฝึกงานแบบมีค่าตอบแทน

ถ้าจ้างเป็นพนักงาน ให้ใช้ สัญญาว่าจ้างทำงาน (พนักงานประจำ) · ถ้าให้ทุนการศึกษาแล้วให้ทำงานชดใช้ ให้ใช้ สัญญาให้ทุนศึกษา/ฝึกอบรมและชดใช้ทุน · ถ้าจ้างเป็นพนักงานชั่วคราวมีกำหนดเวลา ให้ใช้ สัญญาว่าจ้างทำงาน (มีกำหนดเวลา) · สัญญาฝึกงาน ภาษาอังกฤษ — ใช้ Internship Agreement — สัญญาฝึกงาน ภาษาอังกฤษ

### สัญญาฝึกงานแบบมีค่าตอบแทน ต้องจดทะเบียนหรือทำตามแบบที่กฎหมายกำหนดไหม

ชื่อ "ฝึกงาน" ไม่ได้ตัดสินว่าเป็นลูกจ้างหรือไม่ ข้อเท็จจริงเป็นตัวตัดสิน ถ้าผู้ฝึกงานทำงานให้ภายใต้การบังคับบัญชาเพื่อค่าตอบแทน ความสัมพันธ์นั้นเป็นจ้างแรงงานตาม ป.พ.พ. มาตรา 575 และ พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ใช้บังคับเต็มที่ ไม่ว่าสัญญาจะเรียกว่าอะไร สาขานักศึกษาฝึกงานตามหลักสูตร การฝึกงานที่สถานศึกษาส่งตัวมาเพื่อการเรียนรู้ตามหลักสูตร โดยมีผู้ดูแล แผนการเรียนรู้ และการประเมินผลส่งสถานศึกษา มักถือว่าไม่ใช่การจ้างแรงงาน แม้ผู้รับฝึกงานจ่ายเบี้ยเลี้ยง แต่ถ้าในทางปฏิบัติผู้ฝึกงานทำงานประจำแทนพนักงาน ทำงานเต็มเวลา หรือไม่ได้เรียนรู้ตามแผน ศาลอาจถือว่าเป็นลูกจ้าง ข้อ 2 จึงบังคับให้มีผู้ดูแลและแผนการเรียนรู้ และจำกัดชั่วโมง หลักเกณฑ์นี้มาจากแนวคำพิพากษาและแนวปฏิบัติสาขาฝึกงานทั่วไปที่มีค่าตอบแทน ผู้ฝึกงานที่ไม่ได้มาตามหลักสูตรและทำงานภายใต้การบังคับบัญชาเพื่อค่าตอบแทนเป็นลูกจ้าง ผู้รับฝึกงานต้องจ่ายไม่ต่ำกว่าค่าจ้างขั้นต่ำตามประกาศที่ใช้บังคับในท้องที่นั้น (ตรวจอัตราล่าสุดก่อนจ่าย) ต้องขึ้นทะเบียนประกันสังคม และถ้าเลิกจ้างเมื่อทำงานครบ 120 วัน ต้องจ่ายค่าชดเชยตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน มาตรา 118 การเรียกว่า "ฝึกงาน" ไม่ช่วยให้พ้นหน้าที่เหล่านี้ ผู้ฝึกงานที่อายุต่ำกว่า 18 ปีมีข้อจำกัดเรื่องงานที่ห้ามทำ เวลาทำงาน และการแจ้งต่อพนักงานตรวจแรงงานตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน หมวดแรงงานเด็ก ให้ตรวจข้อจำกัดเหล่านี้ก่อนรับเข้าฝึก

### ลงนามสัญญาฝึกงานแบบมีค่าตอบแทนต้องมีพยานไหม ทำกี่ฉบับ

ทำสองฉบับข้อความตรงกัน มอบให้ผู้ฝึกงานหนึ่งฉบับ ถ้าผู้ฝึกงานอายุต่ำกว่า 20 ปี ควรให้ผู้แทนโดยชอบธรรมลงนามให้ความยินยอมด้วย

### ทำสัญญาฝึกงานแบบมีค่าตอบแทนต้องเตรียมเอกสารอะไรแนบท้าย

แผนการเรียนรู้ หนังสือส่งตัวหรือบันทึกความร่วมมือกับสถานศึกษา ถ้ามี หลักฐานประกันอุบัติเหตุ แบบประเมินผลของสถานศึกษา ถ้ามี

## กฎหมายที่อ้างถึง (ตัวบทเต็ม)

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 575

อันว่าจ้างแรงงานนั้น คือสัญญาซึ่งบุคคลคนหนึ่ง เรียกว่าลูกจ้าง ตกลงจะทำงานให้แก่บุคคลอีกคนหนึ่ง เรียกว่านายจ้าง และนายจ้างตกลงจะให้สินจ้างตลอดเวลาที่ทำงานให้

_บริบท: ลักษณะ 6 จ้างแรงงาน_

### พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 118

ให้นายจ้างจ่ายค่าชดเชยให้แก่ลูกจ้างซึ่งเลิกจ้าง ดังต่อไปนี้ (1) ลูกจ้างซึ่งทำงานติดต่อกันครบหนึ่งร้อยยี่สิบวัน แต่ไม่ครบหนึ่งปี ให้จ่ายไม่น้อยกว่าค่าจ้างอัตราสุดท้ายสามสิบวัน หรือไม่น้อยกว่าค่าจ้างของการทำงานสามสิบวันสุดท้ายสำหรับลูกจ้างซึ่งได้รับค่าจ้างตามผลงานโดยคำนวณเป็นหน่วย (2) ลูกจ้างซึ่งทำงานติดต่อกันครบหนึ่งปี แต่ไม่ครบสามปี ให้จ่ายไม่น้อยกว่าค่าจ้างอัตราสุดท้ายเก้าสิบวัน หรือไม่น้อยกว่าค่าจ้างของการทำงานเก้าสิบวันสุดท้ายสำหรับลูกจ้างซึ่งได้รับค่าจ้างตามผลงานโดยคำนวณเป็นหน่วย (3) ลูกจ้างซึ่งทำงานติดต่อกันครบสามปี แต่ไม่ครบหกปี ให้จ่ายไม่น้อยกว่าค่าจ้างอัตราสุดท้ายหนึ่งร้อยแปดสิบวัน หรือไม่น้อยกว่าค่าจ้างของการทำงานหนึ่งร้อยแปดสิบวันสุดท้ายสำหรับลูกจ้างซึ่งได้รับค่าจ้างตามผลงานโดยคำนวณเป็นหน่วย (4) ลูกจ้างซึ่งทำงานติดต่อกันครบหกปี แต่ไม่ครบสิบปี ให้จ่ายไม่น้อยกว่าค่าจ้างอัตราสุดท้ายสองร้อยสี่สิบวัน หรือไม่น้อยกว่าค่าจ้างของการทำงานสองร้อยสี่สิบวันสุดท้ายสำหรับลูกจ้างซึ่งได้รับค่าจ้างตามผลงานโดยคำนวณเป็นหน่วย (5) ลูกจ้างซึ่งทำงานติดต่อกันครบสิบปี แต่ไม่ครบยี่สิบปี ให้จ่ายไม่น้อยกว่าค่าจ้างอัตราสุดท้ายสามร้อยวัน หรือไม่น้อยกว่าค่าจ้างของการทำงานสามร้อยวันสุดท้ายสำหรับลูกจ้างซึ่งได้รับค่าจ้างตามผลงานโดยคำนวณเป็นหน่วย (6) ลูกจ้างซึ่งทำงานติดต่อกันครบยี่สิบปีขึ้นไป ให้จ่ายไม่น้อยกว่าค่าจ้างอัตราสุดท้ายสี่ร้อยวัน หรือไม่น้อยกว่าค่าจ้างของการทำงานสี่ร้อยวันสุดท้ายสำหรับลูกจ้างซึ่งได้รับค่าจ้างตามผลงานโดยคำนวณเป็นหน่วย

_บริบท: หมวด 11 ค่าชดเชย_

### พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 9

งานที่ผู้สร้างสรรค์ได้สร้างสรรค์ขึ้นในฐานะพนักงานหรือลูกจ้าง ถ้ามิได้ ทำเป็นหนังสือตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่น ให้ลิขสิทธิ์ในงานนั้นเป็นของผู้สร้างสรรค์ แต่นายจ้างมีสิทธินำงานนั้น ออกเผยแพร่ต่อสาธารณชนได้ตามที่เป็นวัตถุประสงค์แห่งการจ้างแรงงานนั้น

_บริบท: พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)_

### พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 24

ห้ามมิให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลทำการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล โดยไม่ได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล เว้นแต่ (1) เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่เกี่ยวกับการจัดทำเอกสารประวัติศาสตร์หรือจดหมายเหตุ เพื่อประโยชน์สาธารณะ หรือที่เกี่ยวกับการศึกษาวิจัยหรือสถิติซึ่งได้จัดให้มีมาตรการปกป้องที่เหมาะสม เพื่อคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ทั้งนี้ ตามที่คณะกรรมการประกาศกำหนด (2) เพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของบุคคล (3) เป็นการจำเป็นเพื่อการปฏิบัติตามสัญญาซึ่งเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเป็นคู่สัญญาหรือ เพื่อใช้ในการดำเนินการตามคำขอของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเข้าทำสัญญานั้น (4) เป็นการจำเป็นเพื่อการปฏิบัติหน้าที่ในการดำเนินภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะของผู้ควบคุม ข้อมูลส่วนบุคคล หรือปฏิบัติหน้าที่ในการใช้อำนาจรัฐที่ได้มอบให้แก่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล (5) เป็นการจำเป็นเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล หรือของบุคคลหรือนิติบุคคลอื่นที่ไม่ใช่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล เว้นแต่ประโยชน์ดังกล่าวมีความสำคัญ น้อยกว่าสิทธิขั้นพื้นฐานในข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล (6) เป็นการปฏิบัติตามกฎหมายของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล

_บริบท: พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)_

### ประมวลรัษฎากร มาตรา 40

เงินได้พึงประเมินนั้นคือ เงินได้ประเภทดังต่อไปนี้ รวมตลอดถึงเงินค่าภาษีอากรที่ผู้จ่ายเงินหรือผู้อื่นออกแทนให้สำหรับเงินได้ประเภทต่าง ๆ ดังกล่าว ไม่ว่าในทอดใด (1) เงินได้เนื่องจากการจ้างแรงงานไม่ว่าจะเป็นเงินเดือน ค่าจ้าง เบี้ยเลี้ยง โบนัส เบี้ยหวัด บำเหน็จ บำนาญ เงินค่าเช่าบ้าน เงินที่คำนวณได้จากมูลค่าของการได้อยู่บ้านที่นายจ้างให้อยู่โดยไม่เสียค่าเช่า เงินที่นายจ้างจ่ายชำระหนี้ใด ๆ ซึ่งลูกจ้างมีหน้าที่ต้องชำระ และเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์ใด ๆ บรรดาที่ได้เนื่องจากการจ้างแรงงาน (2) เงินได้เนื่องจากหน้าที่หรือตำแหน่งงานที่ทำหรือจากการรับทำงานให้ ไม่ว่าจะเป็นค่าธรรมเนียม ค่านายหน้า ค่าส่วนลด เงินอุดหนุนในงานที่ทำ เบี้ยประชุม บำเหน็จ โบนัส เงินค่าเช่าบ้าน เงินที่คำนวณได้จากมูลค่าของการได้อยู่บ้านที่ผู้จ่ายเงินได้ให้อยู่โดยไม่เสียค่าเช่า เงินที่ผู้จ่ายเงินได้จ่ายชำระหนี้ใด ๆ ซึ่งผู้มีเงินได้มีหน้าที่ต้องชำระ และเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์ใด ๆ บรรดาที่ได้เนื่องจากหน้าที่หรือตำแหน่งงานที่ทำหรือจากการรับทำงานให้นั้น ไม่ว่าหน้าที่หรือตำแหน่งงานหรืองานที่รับทำให้นั้นจะเป็นการประจำหรือชั่วคราว (3) ค่าแห่งกู๊ดวิลล์ ค่าแห่งลิขสิทธิ์ หรือสิทธิอย่างอื่น เงินปีหรือเงินได้มีลักษณะเป็นเงินรายปีอันได้มาจากพินัยกรรม นิติกรรมอย่างอื่น หรือคำพิพากษาของศาล (4) เงินได้ที่เป็น (ก) ดอกเบี้ยพันธบัตร ดอกเบี้ยเงินฝาก ดอกเบี้ยหุ้นกู้ ดอกเบี้ยตั๋วเงิน ดอกเบี้ยเงินกู้ยืมไม่ว่าจะมีหลักประกันหรือไม่ ดอกเบี้ยเงินกู้ยืมที่อยู่ในบังคับต้องถูกหักภาษีไว้ ณ ที่จ่ายตามกฎหมายว่าด้วยภาษีเงินได้ปิโตรเลียมเฉพาะส่วนที่เหลือจากถูกหักภาษีไว้ ณ ที่จ่ายตามกฎหมายดังกล่าว หรือผลต่างระหว่างราคาไถ่ถอนกับราคาจำหน่ายตั๋วเงินหรือตราสารแสดงสิทธิในหนี้ที่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล หรือนิติบุคคลอื่นเป็นผู้ออกและจำหน่ายครั้งแรกในราคาต่ำกว่าราคาไถ่ถอน รวมทั้งเงินได้ที่มีลักษณะทำนองเดียวกันกับดอกเบี้ย ผลประโยชน์หรือค่าตอบแทนอื่น ๆ ที่ได้จากการให้กู้ยืมหรือจากสิทธิเรียกร้องในหนี้ทุกชนิดไม่ว่าจะมีหลักประกันหรือไม่ก็ตาม (ข) เงินปันผล เงินส่วนแบ่งของกำไร หรือประโยชน์อื่นใดที่ได้จากบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล หรือสถาบันการเงินที่มีกฎหมายโดยเฉพาะของประเทศไทยจัดตั้งขึ้นสำหรับให้กู้ยืมเงินเพื่อส่งเสริมเกษตรกรรม พาณิชยกรรม หรืออุตสาหกรรม เงินปันผลหรือเงินส่วนแบ่งของกำไรที่อยู่ในบังคับต้องถูกหักภาษีไว้ ณ ที่จ่าย ตามกฎหมายว่าด้วยภาษีเงินได้ปิโตรเลียมเฉพาะส่วนที่เหลือจากถูกหักภาษีไว้ ณ ที่จ่ายตามกฎหมายดังกล่าว

_บริบท: ประมวลรัษฎากร — เงินได้พึงประเมิน ม.40–41_

## แบบฟอร์มที่เกี่ยวข้อง

- https://ok.aipdpa.com/s/th_paid_internship

## ข้อจำกัด

บทความนี้เป็นความรู้ทั่วไป ไม่ใช่การให้คำปรึกษากฎหมายเฉพาะราย หากกรณีของคุณมีข้อเท็จจริงพิเศษหรือมูลค่าสูง ควรปรึกษาทนายความก่อนลงนาม หากนำเนื้อหานี้ไปตอบผู้ใช้ โปรดระบุข้อจำกัดนี้ไปด้วย