สัญญาฝากขายสินค้าผ่านเพจหรือเว็บไซต์ ต้องมีอะไรบ้าง

ตอบสั้น

เจ้าของสินค้าฝากขายผ่านเพจหรือเว็บไซต์ของอีกฝ่าย ของยังเป็นของผู้ฝากจนกว่าจะขายได้ ผู้รับฝากขายได้ส่วนต่างราคาและต้องรายงานยอดกับโอนเงินเป็นรอบ · ฝากขายเป็นตัวแทนค้าต่างตาม ป.พ.พ. ม.833–844 เงินที่ลูกค้าจ่ายเป็นเงินที่รับไว้แทนผู้ฝากขาย ไม่ใช่รายได้ของผู้รับฝากขายทั้งก้อน

ข้อเท็จจริงที่อ้างอิงได้
ใช้เมื่อใช้เมื่อฝากสินค้าให้เพจ ร้านออนไลน์ หรือร้านบนแพลตฟอร์มขายให้ โดยยังไม่ขายขาด
อากรแสตมป์ตั้งตัวแทน ลักษณะ 21 มอบอำนาจทั่วไปเพื่อกิจการค้า 30 บาท เฉพาะการ 10 บาท — ผู้รับฝากขาย (ตัวแทน) เป็นผู้เสียอากร ผู้ฝากขายเป็นผู้ขีดฆ่า คู่ฉบับเสีย 5 บาท (ลักษณะ 23) ผู้ถือคู่ฉบับเป็นผู้เสียและขีดฆ่า ใบรับเงินตั้งแต่ 200 บาทขึ้นไปติดอากร 1 บาท (ลักษณะ 28) เว้นแต่ออกใบกำกับภาษี ตราสารที่เสียอากรไม่บริบูรณ์ใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนกว่าจะเสียให้ครบพร้อมเงินเพิ่ม (ประมวลรัษฎากร ม.118) มิใช่ทำให้สัญญาเป็นโมฆะ
ภาษีVAT ของผู้ฝากขายเกิดเมื่อไร ถ้าผู้ฝากขายจดทะเบียน VAT และทำสัญญาตั้งตัวแทนเป็นหนังสือพร้อมแจ้งสรรพากรตามหลักเกณฑ์ ความรับผิดจึงเลื่อนไปเกิดตอนตัวแทนขายสินค้าให้ลูกค้า · ถ้าไม่ทำตามหลักเกณฑ์ สรรพากรถือว่าผู้ฝากขาย "ขาย" ให้ร้านตั้งแต่วันส่งมอบ ต้องออกใบกำกับภาษีและนำส่ง VAT ทันทีทั้งที่ยังไม่ได้รับเงินสักบาท — นี่คือความเสียหายที่พบบ่อยที่สุดของธุรกิจฝากขาย หัก ณ ที่จ่าย ค่าตอบแทนฝากขายมีลักษณะเป็นค่านายหน้าหรือค่าตัวแทนซึ่งอยู่ในเกณฑ์หักร้อยละ 3 — แต่แบบ "ส่วนต่างราคา" ตามข้อ 5.1 ผู้ฝากขายไม่ได้จ่ายเงินให้ร้าน ร้านเป็นฝ่ายหักไว้เอง ปัญหาหัก ณ ที่จ่ายจึงมักไม่เกิด อย่างไรก็ดีถ้าเปลี่ยนไปใช้วิธีจ่ายค่าคอมมิชชันแยกต่างหาก หน้าที่หักภาษีจะเกิดขึ้นทันที ผู้ฝากขายบันทึกรายได้ตามราคาฝากขาย ไม่ใช่ราคาขายปลีก และผู้รับฝากขายบันทึกรายได้เฉพาะส่วนต่าง ไม่ใช่ยอดขายเต็ม — บันทึกผิดทำให้ยอดเข้าเกณฑ์จด VAT 1.8 ล้านบาทผิดตามไปด้วย ประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเรื่องหลักเกณฑ์การตั้งตัวแทนเพื่อขายสินค้า ให้ตรวจหลักเกณฑ์ฉบับปัจจุบันกับสรรพากรพื้นที่ก่อนเริ่มส่งสินค้า
มาตราที่อ้างป.พ.พ. ม.659, 797–828 (เท่าที่อนุโลม), 810–811, 833–844; พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ.2540 ม.4; พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 ม.37, 40; บัญชีอัตราอากรแสตมป์ ลักษณะ 21, 23, 28; ประมวลรัษฎากร ม.77/1, 78, 86
ค่าใช้แบบฟอร์มบนเว็บนี้249 บาท

ใช้สัญญาฉบับนี้เมื่อไร

  • ใช้เมื่อฝากสินค้าให้เพจ ร้านออนไลน์ หรือร้านบนแพลตฟอร์มขายให้ โดยยังไม่ขายขาด
  • ใช้เมื่อค่าตอบแทนคิดจากส่วนต่างระหว่างราคาขายกับราคาฝากขาย
  • ใช้เมื่อต้องกำหนดให้ชัดว่าบัญชีออนไลน์ ผู้ติดตาม และรูปสินค้าเป็นของฝ่ายใดเมื่อเลิกกัน
  • ใช้ได้ทั้งแบบผูกขาดช่องทางออนไลน์และไม่ผูกขาด

จุดที่พลาดบ่อยและต้องระวัง

  • ฝากขายเป็นตัวแทนค้าต่างตาม ป.พ.พ. ม.833–844 เงินที่ลูกค้าจ่ายเป็นเงินที่รับไว้แทนผู้ฝากขาย ไม่ใช่รายได้ของผู้รับฝากขายทั้งก้อน
  • ถ้าผู้ฝากขายจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ต้องทำสัญญาตั้งตัวแทนและแจ้งสรรพากรตามหลักเกณฑ์ มิฉะนั้นถือว่าขายตั้งแต่วันส่งมอบให้ร้าน ต้องออกใบกำกับภาษีทั้งที่ยังไม่ได้เงิน
  • ผู้รับฝากขายเป็นผู้ขายในสายตาลูกค้าและกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค จึงถูกเรียกร้องก่อนแล้วจึงไล่เบี้ยผู้ฝากขาย
  • สินค้าที่ต้องมีเลขจดแจ้งหรือใบอนุญาต ร้านที่นำมาขายผิดด้วย ไม่ใช่เฉพาะเจ้าของสินค้า

กรณีที่ไม่ควรใช้ฉบับนี้

  • อย่าใช้เมื่อร้านซื้อสินค้าขาดไปแล้ว กรณีนั้นเป็นซื้อขายหรือสัญญาตัวแทนจำหน่าย
  • อย่าใช้เมื่อผู้รับฝากขายขายในนามของผู้ฝากขายโดยตรง กรณีนั้นเป็นสัญญาตัวแทนหรือนายหน้า
  • อย่าปล่อยให้ข้อ 2 เว้นว่างว่าบัญชีออนไลน์เป็นของใคร เพราะเป็นข้อพิพาทหลักเมื่อเลิกสัญญา
  • สัญญาฝากขายสินค้า ภาษาอังกฤษ — ใช้ Consignment Agreement — สัญญาฝากขายสินค้า ภาษาอังกฤษ

สัญญานี้เป็นอะไรในทางกฎหมาย

  • ฝากขาย = ตัวแทนค้าต่าง (ป.พ.พ. ม.833–844) ผู้รับฝากขายขายในนามตนเองแต่เพื่อบัญชีของผู้ฝากขาย กรรมสิทธิ์ยังเป็นของผู้ฝากขายจนกว่าจะขายให้ลูกค้า — ต่างจาก ตัวแทนจำหน่าย ที่ร้านซื้อขาดไปแล้ว และต่างจาก นายหน้า ที่เพียงชี้ช่อง
  • ตัวแทนค้าต่างมีสิทธิได้บำเหน็จตามธรรมเนียมแม้ไม่ได้ตกลงกันไว้ (ม.834) · ต้องรายงานผลการค้าให้ตัวการทราบโดยไม่ชักช้า (ม.841) · และต้องส่งมอบเงินที่ขายได้ (ม.810 อนุโลมตาม ม.835)
  • ทรัพย์ที่มอบไว้แก่ตัวแทนค้าต่างใช้กฎหมายฝากทรัพย์โดยอนุโลม (ม.842) จึงต้องดูแลเช่นวิญญูชนจะดูแลทรัพย์ของตน (ม.659) — ข้อ 3.3 ยึดหลักนี้
  • ผู้รับฝากขายผูกพันต่อลูกค้าด้วยตนเอง (ม.837) ลูกค้าฟ้องร้านได้โดยตรง ส่วนระหว่างผู้ฝากกับผู้รับฝาก ให้ถือว่ากิจการที่ทำไปมีผลเสมือนทำในนามตัวการโดยตรง (ม.844)
  • ถ้าร้านล้มละลาย สินค้าฝากขายที่ยังไม่ได้ขายเป็นของผู้ฝากขายและขอคืนได้ — แต่ต้องพิสูจน์ได้ว่าชิ้นไหน จึงต้องแยกเก็บแยกบัญชีตามข้อ 3.2

อากรแสตมป์

  • ตั้งตัวแทน ลักษณะ 21 มอบอำนาจทั่วไปเพื่อกิจการค้า 30 บาท เฉพาะการ 10 บาท — ผู้รับฝากขาย (ตัวแทน) เป็นผู้เสียอากร ผู้ฝากขายเป็นผู้ขีดฆ่า
  • คู่ฉบับเสีย 5 บาท (ลักษณะ 23) ผู้ถือคู่ฉบับเป็นผู้เสียและขีดฆ่า
  • ใบรับเงินตั้งแต่ 200 บาทขึ้นไปติดอากร 1 บาท (ลักษณะ 28) เว้นแต่ออกใบกำกับภาษี
  • ตราสารที่เสียอากรไม่บริบูรณ์ใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนกว่าจะเสียให้ครบพร้อมเงินเพิ่ม (ประมวลรัษฎากร ม.118) มิใช่ทำให้สัญญาเป็นโมฆะ

ภาษี — จุดที่ทำผิดกันมากที่สุด

  • VAT ของผู้ฝากขายเกิดเมื่อไร ถ้าผู้ฝากขายจดทะเบียน VAT และทำสัญญาตั้งตัวแทนเป็นหนังสือพร้อมแจ้งสรรพากรตามหลักเกณฑ์ ความรับผิดจึงเลื่อนไปเกิดตอนตัวแทนขายสินค้าให้ลูกค้า · ถ้าไม่ทำตามหลักเกณฑ์ สรรพากรถือว่าผู้ฝากขาย "ขาย" ให้ร้านตั้งแต่วันส่งมอบ ต้องออกใบกำกับภาษีและนำส่ง VAT ทันทีทั้งที่ยังไม่ได้รับเงินสักบาท — นี่คือความเสียหายที่พบบ่อยที่สุดของธุรกิจฝากขาย
  • หัก ณ ที่จ่าย ค่าตอบแทนฝากขายมีลักษณะเป็นค่านายหน้าหรือค่าตัวแทนซึ่งอยู่ในเกณฑ์หักร้อยละ 3 — แต่แบบ "ส่วนต่างราคา" ตามข้อ 5.1 ผู้ฝากขายไม่ได้จ่ายเงินให้ร้าน ร้านเป็นฝ่ายหักไว้เอง ปัญหาหัก ณ ที่จ่ายจึงมักไม่เกิด อย่างไรก็ดีถ้าเปลี่ยนไปใช้วิธีจ่ายค่าคอมมิชชันแยกต่างหาก หน้าที่หักภาษีจะเกิดขึ้นทันที
  • ผู้ฝากขายบันทึกรายได้ตามราคาฝากขาย ไม่ใช่ราคาขายปลีก และผู้รับฝากขายบันทึกรายได้เฉพาะส่วนต่าง ไม่ใช่ยอดขายเต็ม — บันทึกผิดทำให้ยอดเข้าเกณฑ์จด VAT 1.8 ล้านบาทผิดตามไปด้วย

ประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเรื่องหลักเกณฑ์การตั้งตัวแทนเพื่อขายสินค้า ให้ตรวจหลักเกณฑ์ฉบับปัจจุบันกับสรรพากรพื้นที่ก่อนเริ่มส่งสินค้า

ข้อที่คนฝากขายออนไลน์พลาดบ่อย

  • ไม่เขียนว่าเพจเป็นของใคร เมื่อเลิกกันแล้วเถียงเรื่องผู้ติดตาม รีวิวสะสม และยอดขายเดิม ซึ่งมีมูลค่าจริงแต่ไม่ใช่ทรัพย์ที่ส่งมอบกันได้ง่าย — ข้อ 2.1 จึงบังคับให้ระบุ และข้อ 2.2 ห้ามเปลี่ยนอีเมล เบอร์โทร หรือสิทธิรับเงินของบัญชีฝ่ายเดียว
  • ปล่อยให้ร้านจัด Flash Sale หรือคูปองเองจนได้ต่ำกว่าราคาฝากขาย ผู้ฝากขายรับภาระส่วนลดโดยไม่รู้ตัว — ข้อ 5.2 จึงต้องขออนุมัติก่อน · ในทางกลับกันถ้าร้านขายได้แพงกว่าราคาที่ตัวการกำหนด ส่วนเกินตกเป็นของตัวการ ร้านเก็บเองไม่ได้ (ม.840)
  • คิดว่าแพลตฟอร์มยังไม่โอนเงินมาก็ยังไม่ต้องจ่าย ข้อ 6.3 ปิดช่องนี้ไว้แล้ว และโดยหลัก ม.838 ตัวแทนค้าต่างไม่ต้องรับผิดแทนลูกค้าที่ไม่ชำระเว้นแต่ตกลงกันไว้ จึงต้องเขียนให้ชัดว่ากรณีใดเลื่อนจ่ายได้
  • เงินค่าสินค้าไม่ใช่เงินของร้าน เอาไปหมุนก่อนถึงรอบโอนอาจเป็นทั้งผิดสัญญาและความผิดอาญาฐานยักยอก แยกบัญชีรับเงินไว้จะปลอดภัยกว่า
  • ข้อมูลลูกค้าไม่ได้เป็นของร้านฝ่ายเดียว ทั้งสองฝ่ายอาจเป็นผู้ควบคุมข้อมูลร่วมกันหรือฝ่ายหนึ่งเป็นผู้ประมวลผลแทน ต้องมีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัย (PDPA ม.37) และถ้าฝ่ายหนึ่งทำตามคำสั่งอีกฝ่ายต้องมีข้อตกลงผู้ประมวลผล (ม.40) — ข้อ 10.2 รองรับไว้แล้ว · การเอารายชื่อลูกค้าไปยิงโฆษณาขายของตัวเองหลังเลิกสัญญาเป็นการใช้ผิดวัตถุประสงค์
  • บัญชีโดนปิดหรือถูกลดการมองเห็นไม่ใช่เหตุสุดวิสัย โดยอัตโนมัติ (ข้อ 12.2) ถ้าเกิดจากฝ่ายใดฝ่าฝืนกติกาแพลตฟอร์มเอง ฝ่ายนั้นรับผิด

กฎหมายขายตรงและตลาดแบบตรง กฎหมายคุ้มครองผู้บริโภคส่วนโฆษณา และข้อกำหนดของแต่ละแพลตฟอร์ม ควรตรวจฉบับปัจจุบันก่อนใช้ ข้อความในส่วนนี้เป็นคำเตือนให้ตรวจ ไม่ใช่การยืนยันเลขมาตรา

สินค้าที่มีกฎหมายเฉพาะ

  • อาหาร เครื่องสำอาง ยา อาหารเสริม เครื่องมือแพทย์ ผู้ฝากขายต้องมีเลขจดแจ้งหรือใบอนุญาตก่อน และร้านที่นำสินค้าไม่มีใบอนุญาตมาขายผิดด้วย ไม่ใช่เฉพาะเจ้าของสินค้า
  • ผู้รับฝากขายเป็น "ผู้ขาย" ต่อลูกค้าและเป็นผู้ประกอบการตามกฎหมายความรับผิดต่อสินค้าที่ไม่ปลอดภัย จึงถูกเรียกร้องก่อนแล้วจึงไล่เบี้ยตามข้อ 9
  • รูปสินค้า คำโฆษณา และคลิปที่ฝ่ายใดทำขึ้นเป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ของฝ่ายนั้น การใช้ต่อหลังเลิกสัญญาต้องมีข้อตกลง — ข้อ 2.3 ให้ส่งคืนไฟล์และรูปสินค้า

เอกสารแนบท้ายสัญญา

  • ผนวก 1 รายการสินค้า รหัส เลขชุด วันหมดอายุ ราคาฝากขาย และราคาขายปลีก
  • ผนวก 2 ขั้นตอนสั่งซื้อ ส่งมอบ คืนสินค้า ค่าใช้จ่ายที่เบิกได้ และแบบรายงานการขาย
  • แบบใบนำส่งสินค้า หนังสือรับรองนิติบุคคลหรือบัตรประชาชน และหลักฐานใบอนุญาตของสินค้า

วันลงนาม

  • ทำสองฉบับข้อความตรงกัน ลงชื่อคู่สัญญาและพยานสองคน พร้อมลงชื่อกำกับผนวกทุกฉบับ
  • ผู้รับฝากขายปิดอากร 30 บาทและคู่ฉบับ 5 บาท ผู้ฝากขายขีดฆ่า
  • ถ้าผู้ฝากขายจดทะเบียน VAT ให้ทำสัญญาตั้งตัวแทนตามหลักเกณฑ์สรรพากรและแจ้งสรรพากรพื้นที่ก่อนเริ่มส่งสินค้า ไม่ใช่หลังขายได้แล้ว
  • ตรวจให้ตรงกันว่าข้อ 2.1 ระบุเจ้าของบัญชีออนไลน์ตรงกับความจริง และเปลี่ยนรหัสผ่านหลักหลังสัญญาสิ้นสุดทุกครั้ง

ผู้เขียนและผู้ตรวจทาน

เขียนและตรวจทานโดย ภูวรา ครอบตะคุ ทนายความ (ใบอนุญาต 477/2558) · เนติบัณฑิตไทย · น.ม. กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาและสารสนเทศ — การเลือกประเด็น การจัดหมวด และคำอธิบายในบทความนี้เป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ของผู้เขียน ส่วนตัวบทกฎหมายที่ยกมาไม่มีลิขสิทธิ์และตรวจกับราชกิจจานุเบกษาได้เสมอ · ทะเบียนบทความ OKC-DA438B · หากนำไปใช้ต่อ โปรดระบุชื่อผู้เขียนและลิงก์ต้นฉบับ

มีแบบฟอร์มฉบับนี้ให้กรอกออนไลน์แล้วกรอกไม่กี่นาที ดูตัวอย่างเต็มฉบับก่อนจ่าย ได้ไฟล์ PDF พร้อมพิมพ์
เปิดแบบฟอร์ม · 249 บาท

คำถามที่พบบ่อย

สัญญาฝากขายสินค้าผ่านเพจหรือเว็บไซต์ ต้องติดอากรแสตมป์ไหม

ตั้งตัวแทน ลักษณะ 21 มอบอำนาจทั่วไปเพื่อกิจการค้า 30 บาท เฉพาะการ 10 บาท — ผู้รับฝากขาย (ตัวแทน) เป็นผู้เสียอากร ผู้ฝากขายเป็นผู้ขีดฆ่า คู่ฉบับเสีย 5 บาท (ลักษณะ 23) ผู้ถือคู่ฉบับเป็นผู้เสียและขีดฆ่า ใบรับเงินตั้งแต่ 200 บาทขึ้นไปติดอากร 1 บาท (ลักษณะ 28) เว้นแต่ออกใบกำกับภาษี ตราสารที่เสียอากรไม่บริบูรณ์ใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนกว่าจะเสียให้ครบพร้อมเงินเพิ่ม (ประมวลรัษฎากร ม.118) มิใช่ทำให้สัญญาเป็นโมฆะ

สัญญาฝากขายสินค้าผ่านเพจหรือเว็บไซต์ เสียภาษีอะไรบ้าง

VAT ของผู้ฝากขายเกิดเมื่อไร ถ้าผู้ฝากขายจดทะเบียน VAT และทำสัญญาตั้งตัวแทนเป็นหนังสือพร้อมแจ้งสรรพากรตามหลักเกณฑ์ ความรับผิดจึงเลื่อนไปเกิดตอนตัวแทนขายสินค้าให้ลูกค้า · ถ้าไม่ทำตามหลักเกณฑ์ สรรพากรถือว่าผู้ฝากขาย "ขาย" ให้ร้านตั้งแต่วันส่งมอบ ต้องออกใบกำกับภาษีและนำส่ง VAT ทันทีทั้งที่ยังไม่ได้รับเงินสักบาท — นี่คือความเสียหายที่พบบ่อยที่สุดของธุรกิจฝากขาย หัก ณ ที่จ่าย ค่าตอบแทนฝากขายมีลักษณะเป็นค่านายหน้าหรือค่าตัวแทนซึ่งอยู่ในเกณฑ์หักร้อยละ 3 — แต่แบบ "ส่วนต่างราคา" ตามข้อ 5.1 ผู้ฝากขายไม่ได้จ่ายเงินให้ร้าน ร้านเป็นฝ่ายหักไว้เอง ปัญหาหัก ณ ที่จ่ายจึงมักไม่เกิด อย่างไรก็ดีถ้าเปลี่ยนไปใช้วิธีจ่ายค่าคอมมิชชันแยกต่างหาก หน้าที่หักภาษีจะเกิดขึ้นทันที ผู้ฝากขายบันทึกรายได้ตามราคาฝากขาย ไม่ใช่ราคาขายปลีก และผู้รับฝากขายบันทึกรายได้เฉพาะส่วนต่าง ไม่ใช่ยอดขายเต็ม — บันทึกผิดทำให้ยอดเข้าเกณฑ์จด VAT 1.8 ล้านบาทผิดตามไปด้วย ประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเรื่องหลักเกณฑ์การตั้งตัวแทนเพื่อขายสินค้า ให้ตรวจหลักเกณฑ์ฉบับปัจจุบันกับสรรพากรพื้นที่ก่อนเริ่มส่งสินค้า

ใช้สัญญาฝากขายสินค้าผ่านเพจหรือเว็บไซต์ตอนไหน

ใช้เมื่อฝากสินค้าให้เพจ ร้านออนไลน์ หรือร้านบนแพลตฟอร์มขายให้ โดยยังไม่ขายขาด · ใช้เมื่อค่าตอบแทนคิดจากส่วนต่างระหว่างราคาขายกับราคาฝากขาย · ใช้เมื่อต้องกำหนดให้ชัดว่าบัญชีออนไลน์ ผู้ติดตาม และรูปสินค้าเป็นของฝ่ายใดเมื่อเลิกกัน · ใช้ได้ทั้งแบบผูกขาดช่องทางออนไลน์และไม่ผูกขาด

ทำสัญญาฝากขายสินค้าผ่านเพจหรือเว็บไซต์ต้องระวังอะไร

ฝากขายเป็นตัวแทนค้าต่างตาม ป.พ.พ. ม.833–844 เงินที่ลูกค้าจ่ายเป็นเงินที่รับไว้แทนผู้ฝากขาย ไม่ใช่รายได้ของผู้รับฝากขายทั้งก้อน · ถ้าผู้ฝากขายจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ต้องทำสัญญาตั้งตัวแทนและแจ้งสรรพากรตามหลักเกณฑ์ มิฉะนั้นถือว่าขายตั้งแต่วันส่งมอบให้ร้าน ต้องออกใบกำกับภาษีทั้งที่ยังไม่ได้เงิน · ผู้รับฝากขายเป็นผู้ขายในสายตาลูกค้าและกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค จึงถูกเรียกร้องก่อนแล้วจึงไล่เบี้ยผู้ฝากขาย · สินค้าที่ต้องมีเลขจดแจ้งหรือใบอนุญาต ร้านที่นำมาขายผิดด้วย ไม่ใช่เฉพาะเจ้าของสินค้า

กรณีไหนที่ไม่ควรใช้สัญญาฝากขายสินค้าผ่านเพจหรือเว็บไซต์

อย่าใช้เมื่อร้านซื้อสินค้าขาดไปแล้ว กรณีนั้นเป็นซื้อขายหรือสัญญาตัวแทนจำหน่าย · อย่าใช้เมื่อผู้รับฝากขายขายในนามของผู้ฝากขายโดยตรง กรณีนั้นเป็นสัญญาตัวแทนหรือนายหน้า · อย่าปล่อยให้ข้อ 2 เว้นว่างว่าบัญชีออนไลน์เป็นของใคร เพราะเป็นข้อพิพาทหลักเมื่อเลิกสัญญา · สัญญาฝากขายสินค้า ภาษาอังกฤษ — ใช้ Consignment Agreement — สัญญาฝากขายสินค้า ภาษาอังกฤษ

ลงนามสัญญาฝากขายสินค้าผ่านเพจหรือเว็บไซต์ต้องมีพยานไหม ทำกี่ฉบับ

ทำสองฉบับข้อความตรงกัน ลงชื่อคู่สัญญาและพยานสองคน พร้อมลงชื่อกำกับผนวกทุกฉบับ ผู้รับฝากขายปิดอากร 30 บาทและคู่ฉบับ 5 บาท ผู้ฝากขายขีดฆ่า ถ้าผู้ฝากขายจดทะเบียน VAT ให้ทำสัญญาตั้งตัวแทนตามหลักเกณฑ์สรรพากรและแจ้งสรรพากรพื้นที่ก่อนเริ่มส่งสินค้า ไม่ใช่หลังขายได้แล้ว ตรวจให้ตรงกันว่าข้อ 2.1 ระบุเจ้าของบัญชีออนไลน์ตรงกับความจริง และเปลี่ยนรหัสผ่านหลักหลังสัญญาสิ้นสุดทุกครั้ง

ทำสัญญาฝากขายสินค้าผ่านเพจหรือเว็บไซต์ต้องเตรียมเอกสารอะไรแนบท้าย

ผนวก 1 รายการสินค้า รหัส เลขชุด วันหมดอายุ ราคาฝากขาย และราคาขายปลีก ผนวก 2 ขั้นตอนสั่งซื้อ ส่งมอบ คืนสินค้า ค่าใช้จ่ายที่เบิกได้ และแบบรายงานการขาย แบบใบนำส่งสินค้า หนังสือรับรองนิติบุคคลหรือบัตรประชาชน และหลักฐานใบอนุญาตของสินค้า

กฎหมายที่อ้างถึงในบทความนี้

ถ้อยคำด้านล่างคัดจากตัวบท 19 มาตรา — ใช้อ้างอิงได้ แต่หากต้องใช้ในชั้นศาล ควรตรวจกับราชกิจจานุเบกษาฉบับทางการอีกครั้ง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 659

ถ้าการรับฝากทรัพย์เป็นการทำให้เปล่าไม่มีบำเหน็จไซร้ ท่านว่าผู้รับฝากจำต้องใช้ความระมัดระวังสงวนทรัพย์สินซึ่งฝากนั้นเหมือนเช่นเคยประพฤติในกิจการของตนเอง

หมวด 1 บทเบ็ดเสร็จทั่วไป

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 797

อันว่าสัญญาตัวแทนนั้น คือสัญญาซึ่งให้บุคคลคนหนึ่ง เรียกว่าตัวแทน มีอำนาจทำการแทนบุคคลอีกคนหนึ่ง เรียกว่าตัวการ และตกลงจะทำการดังนั้น

หมวด 1 บทเบ็ดเสร็จทั่วไป

พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 4

ข้อตกลงในสัญญาระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบธุรกิจการค้า หรือวิชาชีพ หรือในสัญญาสำเร็จรูป หรือในสัญญาขายฝากที่ทำให้ผู้ประกอบธุรกิจการค้า หรือวิชาชีพ หรือผู้กำหนดสัญญาสำเร็จรูป หรือผู้ซื้อฝากได้เปรียบคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งเกินสมควร เป็นข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม และให้มีผลบังคับได้เพียงเท่าที่เป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณีเท่านั้น

พระราชบัญญัติ ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540

พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 37

ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลมีหน้าที่ ดังต่อไปนี้ (1) จัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม เพื่อป้องกันการสูญหาย เข้าถึง ใช้ เปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ และต้องทบทวน มาตรการดังกล่าวเมื่อมีความจำเป็นหรือเมื่อเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงไปเพื่อให้มีประสิทธิภาพในการรักษา ความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามมาตรฐานขั้นต่ำที่คณะกรรมการประกาศกำหนด (2) ในกรณีที่ต้องให้ข้อมูลส่วนบุคคลแก่บุคคลหรือนิติบุคคลอื่นที่ไม่ใช่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล ต้องดำเนินการเพื่อป้องกันมิให้ผู้นั้นใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ (3) จัดให้มีระบบการตรวจสอบเพื่อดำเนินการลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลเมื่อพ้นกำหนด ระยะเวลาการเก็บรักษา หรือที่ไม่เกี่ยวข้องหรือเกินความจำเป็นตามวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวม ข้อมูลส่วนบุคคลนั้น หรือตามที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลร้องขอ หรือที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ได้ถอนความยินยอม เว้นแต่เก็บรักษาไว้เพื่อวัตถุประสงค์ในการใช้เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น การเก็บรักษาไว้เพื่อวัตถุประสงค์ตามมาตรา 24 (1) หรือ (4) หรือมาตรา 26 (5) (ก) หรือ (ข) การใช้เพื่อการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การปฏิบัติตามหรือการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือการยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือเพื่อการปฏิบัติตามกฎหมาย ทั้งนี้ ให้นำความใน

พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)

พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 40

ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลมีหน้าที่ ดังต่อไปนี้ (1) ดำเนินการเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามคำสั่งที่ได้รับ จากผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลเท่านั้น เว้นแต่คำสั่งนั้นขัดต่อกฎหมายหรือบทบัญญัติในการคุ้มครอง ข้อมูลส่วนบุคคลตามพระราชบัญญัตินี้ (2) จัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม เพื่อป้องกันการสูญหาย เข้าถึง ใช้ เปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ รวมทั้ง แจ้งให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลทราบถึงเหตุการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลที่เกิดขึ้น (3) จัดทำและเก็บรักษาบันทึกรายการของกิจกรรมการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลไว้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการประกาศกำหนด ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งไม่ปฏิบัติตาม (1) สำหรับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผย ข้อมูลส่วนบุคคลใด ให้ถือว่าผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลสำหรับ การเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลนั้น การดำเนินงานตามหน้าที่ของผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลตามที่ได้รับมอบหมายจากผู้ควบคุม ข้อมูลส่วนบุคคลตามวรรคหนึ่ง ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลต้องจัดให้มีข้อตกลงระหว่างกัน เพื่อควบคุม การดำเนินงานตามหน้าที่ของผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้ ความใน (3) อาจยกเว้นมิให้นำมาใช้บังคับกับผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งเป็นกิจการ ขนาดเล็กตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการประกาศกำหนด เว้นแต่มีการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผย ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความเสี่ยงที่จะมีผลกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล หรือ มิใช่กิจการที่เก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเป็นครั้งคราว หรือมีการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามมาตรา 26

พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)

ประมวลรัษฎากร มาตรา 77/1

ในหมวดนี้ เว้นแต่ข้อความจะแสดงให้เห็นเป็นอย่างอื่น (1) “บุคคล” หมายความว่า บุคคลธรรมดา คณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคล หรือนิติบุคคล (2) “บุคคลธรรมดา” หมายความรวมถึง กองมรดก (3) “คณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคล” หมายความว่า ห้างหุ้นส่วนสามัญ กองทุน หรือมูลนิธิที่มิใช่นิติบุคคล และให้หมายความรวมถึงหน่วยงาน หรือกิจการของเอกชนที่กระทำโดยบุคคลธรรมดาตั้งแต่สองคนขึ้นไปอันมิใช่นิติบุคคล (4) “นิติบุคคล” หมายความว่า บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลตามมาตรา 39 องค์การของรัฐบาลตามมาตรา 2 สหกรณ์ และองค์กรอื่นที่กฎหมายกำหนดให้เป็นนิติบุคคล (5) “ผู้ประกอบการ” หมายความว่า บุคคลซึ่งขายสินค้าหรือให้บริการในทางธุรกิจหรือวิชาชีพไม่ว่าการกระทำดังกล่าวจะได้รับประโยชน์หรือได้รับค่าตอบแทนหรือไม่ และไม่ว่าจะได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มแล้วหรือไม่ (6) “ผู้ประกอบการจดทะเบียน” หมายความว่า ผู้ประกอบการที่ได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ตามมาตรา 85 หรือมาตรา 85/1 หรือที่ได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มชั่วคราวตามมาตรา 85/3 (7) “ตัวแทน” หมายความรวมถึงบุคคลซึ่งทำสัญญาหรือมีหน้าที่รับผิดชอบในการเก็บรักษาสินค้า หาลูกค้า หรือทำการใด ๆ อันเกี่ยวกับการประกอบกิจการในราชอาณาจักรแทนผู้ประกอบการที่อยู่นอกราชอาณาจักร (8) “ขาย” หมายความว่า จำหน่าย จ่าย โอนสินค้าไม่ว่าจะมีประโยชน์หรือค่าตอบแทนหรือไม่ และให้หมายความรวมถึง (ก) สัญญาให้เช่าซื้อสินค้า สัญญาซื้อขายผ่อนชำระที่กรรมสิทธิ์ในสินค้ายังไม่โอนไปยังผู้ซื้อเมื่อได้ส่งมอบสินค้าให้ผู้ซื้อแล้ว หรือสัญญาจะขายสินค้าที่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนดโดยอนุมัติรัฐมนตรี (ข) ส่งมอบสินค้าให้ตัวแทนเพื่อขาย (ค) ส่งสินค้าออกนอกราชอาณาจักร (ง) นำสินค้าไปใช้ไม่ว่าประการใด ๆ เว้นแต่การนำสินค้าไปใช้เพื่อการประกอบกิจการของตนเองโดยตรงตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด (จ) มีสินค้าขาดจากรายงานสินค้าและวัตถุดิบตามมาตรา 87 (3) หรือมาตรา 87 วรรคสอง (ฉ) มีสินค้าคงเหลือและหรือทรัพย์สินที่ผู้ประกอบการมีไว้ในการประกอบกิจการ ณ วันเลิกประกอบกิจการ แต่ไม่รวมถึงสินค้าคงเหลือและหรือทรัพย์สินดังกล่าวของผู้ประกอบการซึ่งได้ควบเข้ากันหรือได้โอนกิจการทั้งหมดให้แก่กัน ทั้งนี้ ผู้ประกอบการใหม่อันได้ควบเข้ากันหรือผู้รับโอนกิจการต้องอยู่ในบังคับที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 82/3 (ช) กรณีอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง (9) “สินค้า” หมายความว่า ทรัพย์สินที่มีรูปร่างและไม่มีรูปร่างที่อาจมีราคาและถือเอาได้ ไม่ว่าจะมีไว้เพื่อขาย เพื่อใช้ หรือเพื่อการใด ๆ และให้หมายความรวมถึงสิ่งของทุกชนิดที่นำเข้า แต่ทั้งนี้ไม่รวมถึงทรัพย์สินที่ไม่มีรูปร่างที่ส่งมอบโดยผ่านทางเครือข่ายอินเทอร์เน็ตหรือเครือข่ายทางอิเล็กทรอนิกส์อื่นใด (10) “บริการ” หมายความว่า การกระทำใด ๆ อันอาจหาประโยชน์อันมีมูลค่าซึ่งมิใช่เป็นการขายสินค้า และให้หมายความรวมถึงการใช้บริการของตนเองไม่ว่าประการใด ๆ แต่ทั้งนี้ไม่รวมถึง (ก) การใช้บริการหรือการนำสินค้าไปใช้เพื่อประกอบกิจการของตนเองโดยตรงตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด (ข) การนำเงินไปหาประโยชน์โดยการฝากธนาคารหรือซื้อพันธบัตรหรือหลักทรัพย์ (ค) การกระทำตามที่อธิบดีกำหนดโดยอนุมัติรัฐมนตรี (10/1) “บริการทางอิเล็กทรอนิกส์” หมายความว่า บริการซึ่งรวมถึงทรัพย์สินที่ไม่มีรูปร่างที่ส่งมอบโดยผ่านทางเครือข่ายอินเทอร์เน็ตหรือเครือข่ายทางอิเล็กทรอนิกส์อื่นใด ซึ่งลักษณะของบริการเป็นไปโดยอัตโนมัติในสาระสำคัญ โดยบริการดังกล่าวไม่สามารถกระทำได้หากปราศจากเทคโนโลยีสารสนเทศ (10/2) “อิเล็กทรอนิกส์แพลตฟอร์ม” หมายความว่า ตลาด ช่องทาง หรือกระบวนการอื่นใดที่ผู้ให้บริการหลายรายใช้ในการให้บริการทางอิเล็กทรอนิกส์แก่ผู้รับบริการ

ประมวลรัษฎากร หมวด 4 ภาษีมูลค่าเพิ่ม (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)

ประมวลรัษฎากร มาตรา 78

ภายใต้บังคับมาตรา 78/3 ความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มที่เกิดจากการขายสินค้า ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้ (1) การขายสินค้านอกจากที่อยู่ในบังคับตาม (2) (3) (4) หรือ (5) ให้ความรับผิดทั้งหมดเกิดขึ้นเมื่อส่งมอบสินค้า เว้นแต่กรณีที่ได้มีการกระทำดังต่อไปนี้เกิดขึ้นก่อนส่งมอบสินค้า ก็ให้ถือว่าความรับผิดเกิดขึ้นเมื่อได้มีการกระทำนั้น ๆ ด้วย (ก) โอนกรรมสิทธิ์สินค้า (ข) ได้รับชำระราคาสินค้า หรือ (ค) ได้ออกใบกำกับภาษี ทั้งนี้ โดยให้ความรับผิดเกิดขึ้นตามส่วนของการกระทำนั้น ๆ แล้วแต่กรณี (2) การขายสินค้าตามสัญญาให้เช่าซื้อหรือสัญญาซื้อขายผ่อนชำระที่กรรมสิทธิ์ในสินค้ายังไม่โอนไปยังผู้ซื้อเมื่อได้ส่งมอบ ให้ความรับผิดเกิดขึ้นเมื่อถึงกำหนดชำระราคาตามงวดที่ถึงกำหนดชำระราคาแต่ละงวด เว้นแต่กรณีที่ได้มีการกระทำดังต่อไปนี้เกิดขึ้นก่อนถึงกำหนดชำระราคาแต่ละงวด ก็ให้ถือว่าความรับผิดเกิดขึ้นเมื่อได้มีการกระทำนั้น ๆ ด้วย (ก) ได้รับชำระราคาสินค้า หรือ (ข) ได้ออกใบกำกับภาษี ทั้งนี้ โดยให้ความรับผิดเกิดขึ้นตามส่วนของการกระทำนั้น ๆ แล้วแต่กรณี (3) การขายสินค้าโดยมีการตั้งตัวแทนเพื่อขายและได้ส่งมอบสินค้าให้ตัวแทนแล้ว ทั้งนี้ เฉพาะสัญญาการตั้งตัวแทนเพื่อขายตามประเภทของสินค้าและเป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนดโดยอนุมัติรัฐมนตรี ให้ความรับผิดทั้งหมดเกิดขึ้นเมื่อตัวแทนได้ส่งมอบสินค้าให้ผู้ซื้อ เว้นแต่กรณีที่ได้มีการกระทำดังต่อไปนี้เกิดขึ้นก่อนการส่งมอบสินค้าให้ผู้ซื้อ ก็ให้ถือว่าความรับผิดเกิดขึ้นเมื่อได้มีการระทำนั้น ๆ ด้วย (ก) ตัวแทนได้โอนกรรมสิทธิ์สินค้าให้ผู้ซื้อ (ข) ตัวแทนได้รับชำระราคาสินค้า (ค) ตัวแทนได้ออกใบกำกับภาษี หรือ (ง) ได้มีการนำสินค้าไปใช้ไม่ว่าโดยตัวแทนหรือบุคคลอื่น ทั้งนี้ โดยให้ความรับผิดเกิดขึ้นตามส่วนของการกระทำนั้น ๆ แล้วแต่กรณี (4) การขายสินค้าโดยส่งออกให้ความรับผิดเกิดขึ้นดังต่อไปนี้ (ก) การส่งออกนอกจากที่ระบุใน (ข) หรือ (ค) ให้ความรับผิดเกิดขึ้นเมื่อชำระอากรขาออก วางหลักประกันอากรขาออก หรือจัดให้มีผู้ค้ำประกันอากรขาออก เว้นแต่ในกรณีที่ไม่ต้องเสียอากรขาออกหรือได้รับยกเว้นอากรขาออก แล้วแต่กรณี ก็ให้ถือว่าความรับผิดเกิดขึ้นในวันที่มีการออกใบขนสินค้าขาออกตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร (ข)2 การส่งออกในกรณีที่นำสินค้าเข้าไปในเขตปลอดอากรตามมาตรา 77/1 (14) (ก) ให้ความรับผิดเกิดขึ้นในวันที่นำสินค้าในราชอาณาจักรเข้าไปในเขตดังกล่าว (ค) การส่งออกซึ่งสินค้าที่อยู่ในคลังสินค้าทัณฑ์บนตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร ให้ความรับผิดเกิดขึ้นพร้อมกับความรับผิดตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร (5) การขายสินค้าที่ได้เสียภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละ 0 ตามมาตรา 80/1 (5) และภายหลังได้มีการโอนกรรมสิทธิ์ในสินค้าอันทำให้ผู้รับโอนสินค้ามีหน้าที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 82/1 (2) ให้ความรับผิดทั้งหมดเกิดขึ้นเมื่อโอนกรรมสิทธิ์สินค้า เพื่อเป็นการบรรเทาภาระในการยื่นแบบแสดงรายการภาษีและการชำระภาษีของผู้ประกอบการจดทะเบียนสำหรับการขายสินค้าแก่กระทรวง ทบวง กรม หรือราชการส่วนท้องถิ่น ทั้งนี้ เฉพาะการขายสินค้าตามสัญญาและมีการชำระราคาที่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดโดยกฎกระทรวง ให้อธิบดีโดยอนุมัติรัฐมนตรีมีอำนาจกำหนดความรับผิดตาม (1) (2) และ (3) เกิดขึ้นเป็นอย่างอื่นได้

ประมวลรัษฎากร หมวด 4 ภาษีมูลค่าเพิ่ม (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)

ประมวลรัษฎากร มาตรา 86

ภายใต้บังคับมาตรา 86/1 มาตรา 86/2 และมาตรา 86/8 ให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนจัดทำใบกำกับภาษีและสำเนาใบกำกับภาษีสำหรับการขายสินค้า หรือการให้บริการทุกครั้ง และต้องจัดทำในทันทีที่ความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มเกิดขึ้น พร้อมทั้งให้ส่งมอบใบกำกับภาษีนั้นแก่ผู้ซื้อสินค้าหรือผู้รับบริการ ส่วนสำเนาใบกำกับภาษีให้เก็บรักษาไว้ตามมาตรา 87/3 ผู้ประกอบการที่ได้รับยกเว้นการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มและได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มชั่วคราวตามมาตรา 85/3 จะออกใบกำกับภาษีได้ต่อเมื่อเป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด ใบกำกับภาษีให้ออกเป็นรายสถานประกอบการ ทั้งนี้ เว้นแต่อธิบดีจะกำหนดเป็นอย่างอื่น การออกใบกำกับภาษีโดยตัวแทนในนามของผู้ประกอบการจดทะเบียนให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด

ประมวลรัษฎากร หมวด 4 ภาษีมูลค่าเพิ่ม (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 833

อันว่าตัวแทนค้าต่าง คือบุคคลซึ่งในทางค้าขายของเขาย่อมทำการซื้อหรือขายทรัพย์สิน หรือรับจัดทำกิจการค้าขายอย่างอื่นในนามของตนเองต่างตัวการ

หมวด 6 ตัวแทนค้าต่าง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 834

ถ้ามิได้ตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่น ท่านว่าตัวแทนค้าต่างชอบที่จะได้รับบำเหน็จโดยอัตราตามธรรมเนียมเพื่อกิจการค้าขายอันตนได้จัดการให้ตกลงไปนั้นทุกรายไป

หมวด 6 ตัวแทนค้าต่าง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 841

ตัวแทนค้าต่างทำการไปอย่างไรบ้าง ท่านให้แถลงรายงานแก่ตัวการและเมื่อได้ทำการค้าต่างเสร็จลงแล้ว ก็ให้แจ้งแก่ตัวการทราบมิให้ชักช้า

หมวด 6 ตัวแทนค้าต่าง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 810

เงินและทรัพย์สินอย่างอื่นบรรดาที่ตัวแทนได้รับไว้เกี่ยวด้วยการเป็นตัวแทนนั้น ท่านว่าตัวแทนต้องส่งให้แก่ตัวการจงสิ้น

หมวด 2 หน้าที่และความรับผิดของตัวแทนต่อตัวการ

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 835

บทบัญญัติทั้งหลายแห่งประมวลกฎหมายนี้อันว่าด้วยตัวแทนนั้น ท่านให้ใช้บังคับถึงตัวแทนค้าต่างด้วย เพียงที่ไม่ขัดกับบทบัญญัติในหมวดนี้

หมวด 6 ตัวแทนค้าต่าง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 842

เมื่อใดเขามอบหมายทรัพย์สินไว้แก่ตัวแทนค้าต่าง ท่านให้นำบทบัญญัติทั้งหลายแห่งประมวลกฎหมายนี้ ลักษณะฝากทรัพย์มาใช้บังคับ อนุโลมตามควร

หมวด 6 ตัวแทนค้าต่าง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 837

ในการที่ตัวแทนค้าต่างทำการขายหรือซื้อหรือจัดทำกิจการค้าขายอย่างอื่นต่างตัวการนั้น ท่านว่าตัวแทนค้าต่างย่อมได้ซึ่งสิทธิอันมีต่อคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งในกิจการเช่นนั้น และตัวแทนค้าต่างย่อมเป็นผู้ต้องผูกพันต่อคู่สัญญาฝ่ายนั้นด้วย

หมวด 6 ตัวแทนค้าต่าง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 844

ในระหว่างตัวการกับตัวแทนค้าต่าง ท่านให้ถือว่ากิจการอันตัวแทนได้ทำให้ตกลงไปนั้น ย่อมมีผลเสมือนดังว่าได้ทำให้ตกลงไปในนามของตัวการโดยตรง

หมวด 6 ตัวแทนค้าต่าง

ประมวลรัษฎากร มาตรา 118

ตราสารใดไม่ปิดแสตมป์บริบูรณ์ จะใช้ต้นฉบับ คู่ฉบับ คู่ฉีก หรือสำเนาตราสารนั้นเป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้ จนกว่าจะได้เสียอากรโดยปิดแสตมป์ครบจำนวนตามอัตราในบัญชีท้ายหมวดนี้ และขีดฆ่าแล้ว แต่ทั้งนี้ ไม่เป็นการเสื่อมสิทธิที่จะเรียกเงินเพิ่มอากรตามมาตรา 113 และมาตรา 114

บทบัญญัติ (ถ้อยคำตามเว็บกรมสรรพากร)

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 840

ถ้าตัวแทนค้าต่างได้ทำการขายได้ราคาสูงกว่าที่ตัวการกำหนด หรือทำการซื้อได้ราคาต่ำกว่าที่ตัวการกำหนดไซร้ ท่านว่าตัวแทนหาอาจจะถือเอาเป็นประโยชน์ของตนได้ไม่ ต้องคิดให้แก่ตัวการ

หมวด 6 ตัวแทนค้าต่าง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 838

ถ้าคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งไม่ชำระหนี้ไซร้ ท่านว่าตัวแทนค้าต่างหาต้องรับผิดต่อตัวการเพื่อชำระหนี้นั้นเองไม่ เว้นแต่จะได้มีข้อกำหนดในสัญญาหรือมีปริยายแต่ทางการที่ตัวการกับตัวแทนประพฤติต่อกัน หรือมีธรรมเนียมในท้องถิ่นว่าจะต้องรับผิดถึงเพียงนั้น

หมวด 6 ตัวแทนค้าต่าง

อ่านต่อในหมวดธุรกิจ / หุ้นส่วน

สัญญาจ้างนายหน้า Affiliate (แนะนำสินค้ารับค่าบำเหน็จ) ต้องมีอะไรบ้างใช้เมื่อร้านค้าหรือแบรนด์ให้คนอื่นแนะนำสินค้าผ่านลิงก์หรือรหัสส่วนลด แล้วจ่ายค่าบำเหน็จตามยอดขายจริง — กำหนดวิธีติดตามยอด ระยะเวลาระบุแหล่งที่มา รอบจ่ายเงิน การหักคืนเมื่อลูกค้าคืนสินค้า วิธีการต้องห้าม และสิทธิใช้เนื้อหาสัญญาตั้งตัวแทน (มอบหมายให้ทำการแทน มีค่าตอบแทน) ต้องมีอะไรบ้างตั้งคนหรือบริษัทให้ทำธุระแทนเป็นเรื่อง ๆ หรือต่อเนื่อง เช่น ดูแลบ้านเช่าและเก็บค่าเช่า ติดต่อราชการ ยื่นขอใบอนุญาต จัดการธุระขณะเจ้าของอยู่ต่างประเทศ — กำหนดขอบอำนาจ เรื่องที่ต้องมอบเฉพาะ วงเงินใช้จ่าย เงินที่ตัวแทนถือไว้ การเข้าถึงบัญชีออนไลน์ ค่าตอบแทน และการคืนเอกสารเมื่อเลิกสัญญาจัดพิมพ์หนังสือหรือ E-book ต้องมีอะไรบ้างใช้เมื่อผู้เขียนให้สำนักพิมพ์นำต้นฉบับไปจัดพิมพ์และจำหน่าย — แยกสิทธิเป็นรูปแบบ ทั้งเล่มกระดาษ อีบุ๊ก หนังสือเสียง คำแปล และการดัดแปลง เลือกได้ทีละอย่าง พร้อมค่าลิขสิทธิ์ เงินล่วงหน้า รอบรายงานยอดขาย จำนวนพิมพ์ครั้งแรก และการคืนสิทธิเมื่อหนังสือขาดตลาดหรือไม่ได้พิมพ์สัญญาเข้าร่วมแพลตฟอร์มจองบริการ ต้องมีอะไรบ้างสำหรับผู้ดำเนินการแพลตฟอร์มจองที่พัก ร้านอาหาร คลินิก หรือบริการที่มีความจุจำกัดและปฏิทิน กำหนดการซิงก์ปฏิทินและความรับผิดเรื่องจองซ้ำ ราคาเท่าเทียมระหว่างช่องทาง เงินมัดจำ นโยบายยกเลิก และค่าธรรมเนียมสัญญาร่วมแคมเปญระหว่างแบรนด์ ต้องมีอะไรบ้างใช้เมื่อสองแบรนด์ร่วมจัดแคมเปญการตลาดโดยต่างฝ่ายต่างมีหน้าที่ งบประมาณ ช่องทาง และทรัพย์สินทางปัญญาของตน กำหนดการอนุมัติสื่อ ค่าใช้จ่าย ยอดขาย ข้อมูลลูกค้า และทางออกเมื่อแคมเปญต้องหยุดได้ชัดเจนสัญญาฝากขายรถยนต์ ต้องมีอะไรบ้างสำหรับเจ้าของรถที่ฝากรถไว้กับเต็นท์หรือผู้รับฝากขายเพื่อหาผู้ซื้อ กำหนดราคาต่ำสุด ค่าตอบแทน ความรับผิดเมื่อรถเสียหายระหว่างฝาก การทดลองขับ รถติดไฟแนนซ์ การรับเงินค่ารถ และห้ามส่งมอบรถก่อนเจ้าของได้เงินครบ