สัญญาตัวแทนจำหน่ายสินค้า (ซื้อขาดเพื่อขายต่อ) ต้องมีอะไรบ้าง
ร้านหรือดีลเลอร์ซื้อสินค้าจากแบรนด์มาขายต่อในนามตัวเอง (ซื้อขาด มีเครดิตได้) — ของเป็นของร้านตั้งแต่รับมอบ · ซื้อขาด — ของขายไม่ออกหรือหาย เป็นความเสี่ยงของร้าน (ต่างจากฝากขาย)
| ใช้เมื่อ | แบรนด์/ผู้ผลิตแต่งตั้งร้านหรือดีลเลอร์ขายสินค้าในจังหวัดหรือช่องทางที่กำหนด |
|---|---|
| อากรแสตมป์ | ซื้อขายสังหาริมทรัพย์และการแต่งตั้งผู้จำหน่าย ไม่มีในบัญชีอัตราอากรแสตมป์ จึงไม่ต้องติดอากรบนสัญญานี้ (ระวังอย่าเขียนเป็น ตั้งตัวแทน ซึ่งเข้าลักษณะ 21) ใบรับเงินตั้งแต่ 200 บาท ติดอากร 1 บาท (ลักษณะ 28) เว้นแต่ออกใบกำกับภาษี |
| ภาษี | ขายส่งมี VAT 7% เจ้าของสินค้าออกใบกำกับภาษีให้ผู้จำหน่ายทุกครั้งที่ส่งมอบ · ซื้อขายสินค้าไม่หัก ณ ที่จ่าย ส่วนลด/rebate ตามเป้าที่จ่ายคืนผู้จำหน่าย: ถ้าจ่ายเป็นเงินหลังขาย สรรพากรอาจถือเป็นค่าส่งเสริมการขาย หัก ณ ที่จ่าย 3% — ตกลงรูปแบบให้ชัดในผนวก 1 เครดิตค้างชำระ = หนี้ทางการค้า อายุความ 2 ปี (ม.193/34 (1)) — เจ้าของสินค้าต้องติดตามใน 2 ปีนับแต่ครบกำหนดชำระ |
| มาตราที่อ้าง | ป.พ.พ. ม.193/34 (1), 458, 472, 833 (เทียบ) · บัญชีอัตราอากรแสตมป์ ลักษณะ 21 (ไม่เข้า), 28 |
| ค่าใช้แบบฟอร์มบนเว็บนี้ | 349 บาท |
ใช้สัญญาฉบับนี้เมื่อไร
- แบรนด์/ผู้ผลิตแต่งตั้งร้านหรือดีลเลอร์ขายสินค้าในจังหวัดหรือช่องทางที่กำหนด
- ร้านค้าที่ซื้อของมาขายเป็นประจำและอยากได้เครดิต วงเงิน และเงื่อนไขรับคืนที่ชัด
- ต้องการ exclusive ในเขต แลกกับเป้าซื้อขั้นต่ำ
จุดที่พลาดบ่อยและต้องระวัง
- ซื้อขาด — ของขายไม่ออกหรือหาย เป็นความเสี่ยงของร้าน (ต่างจากฝากขาย)
- ไม่ต้องติดอากรแสตมป์ แต่อย่าเขียนว่า «ตั้งตัวแทน» ไม่งั้นเข้าลักษณะ 21
- ห้ามขายสินค้าคู่แข่ง/บังคับราคาขายต่อ อาจผิดกฎหมายแข่งขันทางการค้าถ้าฝ่ายใดมีอำนาจเหนือตลาด — แบบนี้ให้แค่ราคาแนะนำ
- ร้านเป็นผู้ขายต่อลูกค้า รับผิดชำรุดก่อนแล้วไล่เบี้ยแบรนด์
- หนี้ค่าสินค้าอายุความ 2 ปี — แบรนด์ต้องตามหนี้ให้ทัน
กรณีที่ไม่ควรใช้ฉบับนี้
- ของยังเป็นของแบรนด์จนกว่าจะขายได้ (ฝากขาย) — ใช้สัญญาฝากขายสินค้า
- ให้สิทธิใช้แบรนด์เปิดร้านทั้งร้าน มีค่าธรรมเนียม/ระบบ — เป็นแฟรนไชส์ ต้องใช้สัญญาแฟรนไชส์
- ซื้อครั้งเดียวจบ — ใช้สัญญาซื้อขายทั่วไป
- ของยังเป็นของเจ้าของสินค้า แต่ให้ผู้ค้าขายในนามตนเองแลกบำเหน็จร้อยละ (ตัวแทนค้าต่าง ไม่ได้ซื้อขาด) — ใช้ สัญญาตั้งตัวแทนค้าต่าง
- ถ้าคู่สัญญาเป็นชาวต่างชาติหรือต้องการฉบับภาษาอังกฤษ ให้ใช้ Distributorship Agreement — สัญญาแต่งตั้งตัวแทนจำหน่าย ภาษาอังกฤษ
สัญญานี้ต่างจาก «ฝากขาย» ตรงไหน
- ซื้อขาด: กรรมสิทธิ์และความเสี่ยงโอนไปผู้จำหน่ายตอนรับมอบ (ป.พ.พ. ม.458) ของหาย/ขายไม่ออกเป็นเรื่องของผู้จำหน่าย เจ้าของสินค้าได้เงินตามเครดิต ไม่ต้องรอขายได้ — ต่างจากฝากขาย (ตัวแทนค้าต่าง ม.833) ที่ของยังเป็นของเจ้าของจนขายได้
- ผู้จำหน่ายไม่ใช่ตัวแทน (ข้อ 2.1) จึงไม่มีอากรตัวแทน ไม่ผูกพันเจ้าของสินค้าต่อลูกค้า และภาษีเป็นซื้อขายธรรมดา
- เอกชนส่วนใหญ่ที่ «รับสินค้ามาขาย» คือซื้อขาดแบบมีเครดิต แบบนี้จึงเขียนเป็นซื้อขาด — ถ้าต้องการให้ของยังเป็นของเจ้าของจนขายได้ ให้ใช้สัญญาฝากขายแทน
อากรแสตมป์
- ซื้อขายสังหาริมทรัพย์และการแต่งตั้งผู้จำหน่าย ไม่มีในบัญชีอัตราอากรแสตมป์ จึงไม่ต้องติดอากรบนสัญญานี้ (ระวังอย่าเขียนเป็น «ตั้งตัวแทน» ซึ่งเข้าลักษณะ 21)
- ใบรับเงินตั้งแต่ 200 บาท ติดอากร 1 บาท (ลักษณะ 28) เว้นแต่ออกใบกำกับภาษี
ภาษี
- ขายส่งมี VAT 7% เจ้าของสินค้าออกใบกำกับภาษีให้ผู้จำหน่ายทุกครั้งที่ส่งมอบ · ซื้อขายสินค้าไม่หัก ณ ที่จ่าย
- ส่วนลด/rebate ตามเป้าที่จ่ายคืนผู้จำหน่าย: ถ้าจ่ายเป็นเงินหลังขาย สรรพากรอาจถือเป็นค่าส่งเสริมการขาย หัก ณ ที่จ่าย 3% — ตกลงรูปแบบให้ชัดในผนวก 1
- เครดิตค้างชำระ = หนี้ทางการค้า อายุความ 2 ปี (ม.193/34 (1)) — เจ้าของสินค้าต้องติดตามใน 2 ปีนับแต่ครบกำหนดชำระ
ผู้จำหน่ายแต่เพียงผู้เดียว (exclusive)
- ถ้าติ๊ก exclusive ควรมีเป้าซื้อขั้นต่ำ (ข้อ 3.3) ไม่งั้นเจ้าของสินค้าถูกล็อกเขตโดยไม่มียอด · ผู้จำหน่ายก็ควรขอห้ามเจ้าของขายตรงและกำหนดข้อยกเว้นให้ชัด (เช่น ขายผ่านเว็บของเจ้าของเอง)
- ข้อห้ามขายสินค้าคู่แข่งและกำหนดราคาขายต่อ อาจเข้าข่าย พ.ร.บ.การแข่งขันทางการค้า 2560 ถ้าฝ่ายใดมีอำนาจเหนือตลาด — แบบนี้ให้ผู้จำหน่ายตั้งราคาเองและมีแค่ «ราคาแนะนำ» เพื่อลดความเสี่ยง
ความรับผิดต่อลูกค้า
- ผู้จำหน่ายเป็น «ผู้ขาย» ต่อลูกค้า รับผิดชำรุดบกพร่องก่อน (ม.472) แล้วไล่เบี้ยเจ้าของสินค้าตามข้อ 6.2 · ทั้งคู่เป็น «ผู้ประกอบการ» ตามกฎหมายสินค้าไม่ปลอดภัย รับผิดร่วมต่อผู้บริโภค
- อาหาร เครื่องสำอาง ยา อุปกรณ์ไฟฟ้า: ต้องมี อย./มอก. ก่อน — ผู้จำหน่ายที่ขายของไม่มีเครื่องหมายผิดด้วย
เอกสารแนบท้าย
- ผนวก 1: รายการสินค้า รหัส ราคาขายส่ง ราคาแนะนำ อายุสินค้า เงื่อนไขส่วนลด · ผนวก 2: แบบใบสั่งซื้อ/รายงาน · ผนวก 3: รับประกันและรับคืน · หนังสือรับรอง/บัตร · สำเนา อย./มอก./ทะเบียนเครื่องหมายการค้า
วันลงนาม
- 2 ฉบับ · พยาน 2 คน · ลงชื่อกำกับผนวก 1 · ถ้ามีเครดิต เจ้าของสินค้าควรขอหนังสือรับรองผู้จำหน่ายและพิจารณาให้กรรมการค้ำประกันวงเงิน (ทำสัญญาค้ำประกันแยก)
ผู้เขียนและผู้ตรวจทาน
เขียนและตรวจทานโดย ภูวรา ครอบตะคุ ทนายความ (ใบอนุญาต 477/2558) · เนติบัณฑิตไทย · น.ม. กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาและสารสนเทศ — การเลือกประเด็น การจัดหมวด และคำอธิบายในบทความนี้เป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ของผู้เขียน ส่วนตัวบทกฎหมายที่ยกมาไม่มีลิขสิทธิ์และตรวจกับราชกิจจานุเบกษาได้เสมอ · ทะเบียนบทความ OKC-B5F4E4 · หากนำไปใช้ต่อ โปรดระบุชื่อผู้เขียนและลิงก์ต้นฉบับ
คำถามที่พบบ่อย
สัญญาตัวแทนจำหน่ายสินค้า (ซื้อขาดเพื่อขายต่อ) ต้องติดอากรแสตมป์ไหม
ซื้อขายสังหาริมทรัพย์และการแต่งตั้งผู้จำหน่าย ไม่มีในบัญชีอัตราอากรแสตมป์ จึงไม่ต้องติดอากรบนสัญญานี้ (ระวังอย่าเขียนเป็น ตั้งตัวแทน ซึ่งเข้าลักษณะ 21) ใบรับเงินตั้งแต่ 200 บาท ติดอากร 1 บาท (ลักษณะ 28) เว้นแต่ออกใบกำกับภาษี
สัญญาตัวแทนจำหน่ายสินค้า (ซื้อขาดเพื่อขายต่อ) เสียภาษีอะไรบ้าง
ขายส่งมี VAT 7% เจ้าของสินค้าออกใบกำกับภาษีให้ผู้จำหน่ายทุกครั้งที่ส่งมอบ · ซื้อขายสินค้าไม่หัก ณ ที่จ่าย ส่วนลด/rebate ตามเป้าที่จ่ายคืนผู้จำหน่าย: ถ้าจ่ายเป็นเงินหลังขาย สรรพากรอาจถือเป็นค่าส่งเสริมการขาย หัก ณ ที่จ่าย 3% — ตกลงรูปแบบให้ชัดในผนวก 1 เครดิตค้างชำระ = หนี้ทางการค้า อายุความ 2 ปี (ม.193/34 (1)) — เจ้าของสินค้าต้องติดตามใน 2 ปีนับแต่ครบกำหนดชำระ
ใช้สัญญาตัวแทนจำหน่ายสินค้า (ซื้อขาดเพื่อขายต่อ)ตอนไหน
แบรนด์/ผู้ผลิตแต่งตั้งร้านหรือดีลเลอร์ขายสินค้าในจังหวัดหรือช่องทางที่กำหนด · ร้านค้าที่ซื้อของมาขายเป็นประจำและอยากได้เครดิต วงเงิน และเงื่อนไขรับคืนที่ชัด · ต้องการ exclusive ในเขต แลกกับเป้าซื้อขั้นต่ำ
ทำสัญญาตัวแทนจำหน่ายสินค้า (ซื้อขาดเพื่อขายต่อ)ต้องระวังอะไร
ซื้อขาด — ของขายไม่ออกหรือหาย เป็นความเสี่ยงของร้าน (ต่างจากฝากขาย) · ไม่ต้องติดอากรแสตมป์ แต่อย่าเขียนว่า ตั้งตัวแทน ไม่งั้นเข้าลักษณะ 21 · ห้ามขายสินค้าคู่แข่ง/บังคับราคาขายต่อ อาจผิดกฎหมายแข่งขันทางการค้าถ้าฝ่ายใดมีอำนาจเหนือตลาด — แบบนี้ให้แค่ราคาแนะนำ · ร้านเป็นผู้ขายต่อลูกค้า รับผิดชำรุดก่อนแล้วไล่เบี้ยแบรนด์ · หนี้ค่าสินค้าอายุความ 2 ปี — แบรนด์ต้องตามหนี้ให้ทัน
กรณีไหนที่ไม่ควรใช้สัญญาตัวแทนจำหน่ายสินค้า (ซื้อขาดเพื่อขายต่อ)
ของยังเป็นของแบรนด์จนกว่าจะขายได้ (ฝากขาย) — ใช้สัญญาฝากขายสินค้า · ให้สิทธิใช้แบรนด์เปิดร้านทั้งร้าน มีค่าธรรมเนียม/ระบบ — เป็นแฟรนไชส์ ต้องใช้สัญญาแฟรนไชส์ · ซื้อครั้งเดียวจบ — ใช้สัญญาซื้อขายทั่วไป · ของยังเป็นของเจ้าของสินค้า แต่ให้ผู้ค้าขายในนามตนเองแลกบำเหน็จร้อยละ (ตัวแทนค้าต่าง ไม่ได้ซื้อขาด) — ใช้ สัญญาตั้งตัวแทนค้าต่าง · ถ้าคู่สัญญาเป็นชาวต่างชาติหรือต้องการฉบับภาษาอังกฤษ ให้ใช้ Distributorship Agreement — สัญญาแต่งตั้งตัวแทนจำหน่าย ภาษาอังกฤษ
ลงนามสัญญาตัวแทนจำหน่ายสินค้า (ซื้อขาดเพื่อขายต่อ)ต้องมีพยานไหม ทำกี่ฉบับ
2 ฉบับ · พยาน 2 คน · ลงชื่อกำกับผนวก 1 · ถ้ามีเครดิต เจ้าของสินค้าควรขอหนังสือรับรองผู้จำหน่ายและพิจารณาให้กรรมการค้ำประกันวงเงิน (ทำสัญญาค้ำประกันแยก)
ทำสัญญาตัวแทนจำหน่ายสินค้า (ซื้อขาดเพื่อขายต่อ)ต้องเตรียมเอกสารอะไรแนบท้าย
ผนวก 1: รายการสินค้า รหัส ราคาขายส่ง ราคาแนะนำ อายุสินค้า เงื่อนไขส่วนลด · ผนวก 2: แบบใบสั่งซื้อ/รายงาน · ผนวก 3: รับประกันและรับคืน · หนังสือรับรอง/บัตร · สำเนา อย./มอก./ทะเบียนเครื่องหมายการค้า
กฎหมายที่อ้างถึงในบทความนี้
ถ้อยคำด้านล่างคัดจากตัวบท 4 มาตรา — ใช้อ้างอิงได้ แต่หากต้องใช้ในชั้นศาล ควรตรวจกับราชกิจจานุเบกษาฉบับทางการอีกครั้ง
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/34
สิทธิเรียกร้องดังต่อไปนี้ ให้มีกำหนดอายุความสองปี (1) ผู้ประกอบการค้าหรืออุตสาหกรรม ผู้ประกอบหัตถกรรม ผู้ประกอบศิลปอุตสาหกรรมหรือช่างฝีมือ เรียกเอาค่าของที่ได้ส่งมอบ ค่าการงานที่ได้ทำ หรือค่าดูแลกิจการของผู้อื่น รวมทั้งเงินที่ได้ออกทดรองไป เว้นแต่เป็นการที่ได้ทำเพื่อกิจการของฝ่ายลูกหนี้นั้นเอง (2) ผู้ประกอบเกษตรกรรมหรือการป่าไม้ เรียกเอาค่าของที่ได้ส่งมอบอันเป็นผลิตผลทางเกษตรหรือป่าไม้ เฉพาะที่ใช้สอยในบ้านเรือนของฝ่ายลูกหนี้นั้นเอง (3) ผู้ขนส่งคนโดยสารหรือสิ่งของหรือผู้รับส่งข่าวสาร เรียกเอาค่าโดยสาร ค่าระวาง ค่าเช่า ค่าธรรมเนียม รวมทั้งเงินที่ได้ออกทดรองไป (4) ผู้ประกอบธุรกิจโรงแรมหรือหอพัก ผู้ประกอบธุรกิจในการจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่ม หรือผู้ประกอบธุรกิจสถานบริการตามกฎหมายว่าด้วยสถานบริการเรียกเอาค่าที่พัก อาหารหรือเครื่องดื่ม ค่าบริการหรือค่าการงานที่ได้ทำให้แก่ผู้มาพักหรือใช้บริการ รวมทั้งเงินที่ได้ออกทดรองไป (5) ผู้ขายสลากกินแบ่ง สลากกินรวบ หรือสลากที่คล้ายคลึงกัน เรียกเอาค่าขายสลาก เว้นแต่เป็นการขายเพื่อการขายต่อ (6) ผู้ประกอบธุรกิจในการให้เช่าสังหาริมทรัพย์ เรียกเอาค่าเช่า (7) บุคคลซึ่งมิได้เข้าอยู่ในประเภทที่ระบุไว้ใน (1) แต่เป็นผู้ประกอบธุรกิจในการดูแลกิจการของผู้อื่นหรือรับทำการงานต่าง ๆ เรียกเอาสินจ้างอันจะพึงได้รับในการนั้น รวมทั้งเงินที่ได้ออกทดรองไป (8) ลูกจ้างซึ่งรับใช้การงานส่วนบุคคล เรียกเอาค่าจ้างหรือสินจ้างอย่างอื่น เพื่อการงานที่ทำ รวมทั้งเงินที่ได้ออกทดรองไป หรือนายจ้างเรียกเอาคืนซึ่งเงินเช่นว่านั้นที่ตนได้จ่ายล่วงหน้าไป (9) ลูกจ้างไม่ว่าจะเป็นลูกจ้างประจำ ลูกจ้างชั่วคราว หรือลูกจ้างรายวัน รวมทั้งผู้ฝึกหัดงาน เรียกเอาค่าจ้างหรือสินจ้างอย่างอื่น รวมทั้งเงินที่ได้ออกทดรองไป หรือนายจ้างเรียกเอาคืนซึ่งเงินเช่นว่านั้นที่ตนได้จ่ายล่วงหน้าไป (10) ครูสอนผู้ฝึกหัดงาน เรียกเอาค่าฝึกสอนและค่าใช้จ่ายอย่างอื่นตามที่ได้ตกลงกันไว้ รวมทั้งเงินที่ได้ออกทดรองไป (11) เจ้าของสถานศึกษาหรือสถานพยาบาล เรียกเอาค่าธรรมเนียมการเรียนและค่าธรรมเนียมอื่น ๆ หรือค่ารักษาพยาบาลและค่าใช้จ่ายอย่างอื่น รวมทั้งเงินที่ได้ออกทดรองไป (12) ผู้รับคนไว้เพื่อการบำรุงเลี้ยงดูหรือฝึกสอน เรียกเอาค่าการงานที่ทำให้ รวมทั้งเงินที่ได้ออกทดรองไป (13) ผู้รับเลี้ยงหรือฝึกสอนสัตว์ เรียกเอาค่าการงานที่ทำให้ รวมทั้งเงินที่ได้ออกทดรองไป (14) ครูหรืออาจารย์ เรียกเอาค่าสอน (15) ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม ทันตกรรม การพยาบาล การผดุงครรภ์ ผู้ประกอบการบำบัดโรคสัตว์ หรือผู้ประกอบโรคศิลปะสาขาอื่น เรียกเอาค่าการงานที่ทำให้รวมทั้งเงินที่ได้ออกทดรองไป (16) ทนายความหรือผู้ประกอบวิชาชีพทางกฎหมาย รวมทั้งพยานผู้เชี่ยวชาญเรียกเอาค่าการงานที่ทำให้ รวมทั้งเงินที่ได้ออกทดรองไป หรือคู่ความเรียกเอาคืนซึ่งเงินเช่นว่านั้นที่ตนได้จ่ายล่วงหน้าไป (17) ผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรม สถาปัตยกรรม ผู้สอบบัญชี หรือผู้ประกอบวิชาชีพอิสระอื่น เรียกเอาค่าการงานที่ทำให้ รวมทั้งเงินที่ได้ออกทดรองไป หรือผู้ว่าจ้างให้ประกอบการงานดังกล่าวเรียกเอาคืนซึ่งเงินเช่นว่านั้นที่ตนได้จ่ายล่วงหน้าไป
หมวด 2 กำหนดอายุความ
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 458
กรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินที่ขายนั้น ย่อมโอนไปยังผู้ซื้อตั้งแต่ขณะเมื่อได้ทำสัญญาซื้อขายกัน
ส่วนที่ 2 การโอนกรรมสิทธิ์
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 833
อันว่าตัวแทนค้าต่าง คือบุคคลซึ่งในทางค้าขายของเขาย่อมทำการซื้อหรือขายทรัพย์สิน หรือรับจัดทำกิจการค้าขายอย่างอื่นในนามของตนเองต่างตัวการ
หมวด 6 ตัวแทนค้าต่าง
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 472
ในกรณีที่ทรัพย์สินซึ่งขายนั้นชำรุดบกพร่องอย่างหนึ่งอย่างใดอันเป็นเหตุให้เสื่อมราคาหรือเสื่อมความเหมาะสมแก่ประโยชน์อันมุ่งจะใช้เป็นปกติก็ดี ประโยชน์ที่มุ่งหมายโดยสัญญาก็ดี ท่านว่าผู้ขายต้องรับผิด
ส่วนที่ 2 ความรับผิดเพื่อชำรุดบกพร่อง