สัญญาตัวแทนจำหน่ายสินค้า (ซื้อขาดเพื่อขายต่อ) ต้องมีอะไรบ้าง

ตอบสั้น

ร้านหรือดีลเลอร์ซื้อสินค้าจากแบรนด์มาขายต่อในนามตัวเอง (ซื้อขาด มีเครดิตได้) — ของเป็นของร้านตั้งแต่รับมอบ · ซื้อขาด — ของขายไม่ออกหรือหาย เป็นความเสี่ยงของร้าน (ต่างจากฝากขาย)

ข้อเท็จจริงที่อ้างอิงได้
ใช้เมื่อแบรนด์/ผู้ผลิตแต่งตั้งร้านหรือดีลเลอร์ขายสินค้าในจังหวัดหรือช่องทางที่กำหนด
อากรแสตมป์ซื้อขายสังหาริมทรัพย์และการแต่งตั้งผู้จำหน่าย ไม่มีในบัญชีอัตราอากรแสตมป์ จึงไม่ต้องติดอากรบนสัญญานี้ (ระวังอย่าเขียนเป็น ตั้งตัวแทน ซึ่งเข้าลักษณะ 21) ใบรับเงินตั้งแต่ 200 บาท ติดอากร 1 บาท (ลักษณะ 28) เว้นแต่ออกใบกำกับภาษี
ภาษีขายส่งมี VAT 7% เจ้าของสินค้าออกใบกำกับภาษีให้ผู้จำหน่ายทุกครั้งที่ส่งมอบ · ซื้อขายสินค้าไม่หัก ณ ที่จ่าย ส่วนลด/rebate ตามเป้าที่จ่ายคืนผู้จำหน่าย: ถ้าจ่ายเป็นเงินหลังขาย สรรพากรอาจถือเป็นค่าส่งเสริมการขาย หัก ณ ที่จ่าย 3% — ตกลงรูปแบบให้ชัดในผนวก 1 เครดิตค้างชำระ = หนี้ทางการค้า อายุความ 2 ปี (ม.193/34 (1)) — เจ้าของสินค้าต้องติดตามใน 2 ปีนับแต่ครบกำหนดชำระ
มาตราที่อ้างป.พ.พ. ม.193/34 (1), 458, 472, 833 (เทียบ) · บัญชีอัตราอากรแสตมป์ ลักษณะ 21 (ไม่เข้า), 28
ค่าใช้แบบฟอร์มบนเว็บนี้349 บาท

ใช้สัญญาฉบับนี้เมื่อไร

  • แบรนด์/ผู้ผลิตแต่งตั้งร้านหรือดีลเลอร์ขายสินค้าในจังหวัดหรือช่องทางที่กำหนด
  • ร้านค้าที่ซื้อของมาขายเป็นประจำและอยากได้เครดิต วงเงิน และเงื่อนไขรับคืนที่ชัด
  • ต้องการ exclusive ในเขต แลกกับเป้าซื้อขั้นต่ำ

จุดที่พลาดบ่อยและต้องระวัง

  • ซื้อขาด — ของขายไม่ออกหรือหาย เป็นความเสี่ยงของร้าน (ต่างจากฝากขาย)
  • ไม่ต้องติดอากรแสตมป์ แต่อย่าเขียนว่า «ตั้งตัวแทน» ไม่งั้นเข้าลักษณะ 21
  • ห้ามขายสินค้าคู่แข่ง/บังคับราคาขายต่อ อาจผิดกฎหมายแข่งขันทางการค้าถ้าฝ่ายใดมีอำนาจเหนือตลาด — แบบนี้ให้แค่ราคาแนะนำ
  • ร้านเป็นผู้ขายต่อลูกค้า รับผิดชำรุดก่อนแล้วไล่เบี้ยแบรนด์
  • หนี้ค่าสินค้าอายุความ 2 ปี — แบรนด์ต้องตามหนี้ให้ทัน

กรณีที่ไม่ควรใช้ฉบับนี้

  • ของยังเป็นของแบรนด์จนกว่าจะขายได้ (ฝากขาย) — ใช้สัญญาฝากขายสินค้า
  • ให้สิทธิใช้แบรนด์เปิดร้านทั้งร้าน มีค่าธรรมเนียม/ระบบ — เป็นแฟรนไชส์ ต้องใช้สัญญาแฟรนไชส์
  • ซื้อครั้งเดียวจบ — ใช้สัญญาซื้อขายทั่วไป
  • ของยังเป็นของเจ้าของสินค้า แต่ให้ผู้ค้าขายในนามตนเองแลกบำเหน็จร้อยละ (ตัวแทนค้าต่าง ไม่ได้ซื้อขาด) — ใช้ สัญญาตั้งตัวแทนค้าต่าง
  • ถ้าคู่สัญญาเป็นชาวต่างชาติหรือต้องการฉบับภาษาอังกฤษ ให้ใช้ Distributorship Agreement — สัญญาแต่งตั้งตัวแทนจำหน่าย ภาษาอังกฤษ

สัญญานี้ต่างจาก «ฝากขาย» ตรงไหน

  • ซื้อขาด: กรรมสิทธิ์และความเสี่ยงโอนไปผู้จำหน่ายตอนรับมอบ (ป.พ.พ. ม.458) ของหาย/ขายไม่ออกเป็นเรื่องของผู้จำหน่าย เจ้าของสินค้าได้เงินตามเครดิต ไม่ต้องรอขายได้ — ต่างจากฝากขาย (ตัวแทนค้าต่าง ม.833) ที่ของยังเป็นของเจ้าของจนขายได้
  • ผู้จำหน่ายไม่ใช่ตัวแทน (ข้อ 2.1) จึงไม่มีอากรตัวแทน ไม่ผูกพันเจ้าของสินค้าต่อลูกค้า และภาษีเป็นซื้อขายธรรมดา
  • เอกชนส่วนใหญ่ที่ «รับสินค้ามาขาย» คือซื้อขาดแบบมีเครดิต แบบนี้จึงเขียนเป็นซื้อขาด — ถ้าต้องการให้ของยังเป็นของเจ้าของจนขายได้ ให้ใช้สัญญาฝากขายแทน

อากรแสตมป์

  • ซื้อขายสังหาริมทรัพย์และการแต่งตั้งผู้จำหน่าย ไม่มีในบัญชีอัตราอากรแสตมป์ จึงไม่ต้องติดอากรบนสัญญานี้ (ระวังอย่าเขียนเป็น «ตั้งตัวแทน» ซึ่งเข้าลักษณะ 21)
  • ใบรับเงินตั้งแต่ 200 บาท ติดอากร 1 บาท (ลักษณะ 28) เว้นแต่ออกใบกำกับภาษี

ภาษี

  • ขายส่งมี VAT 7% เจ้าของสินค้าออกใบกำกับภาษีให้ผู้จำหน่ายทุกครั้งที่ส่งมอบ · ซื้อขายสินค้าไม่หัก ณ ที่จ่าย
  • ส่วนลด/rebate ตามเป้าที่จ่ายคืนผู้จำหน่าย: ถ้าจ่ายเป็นเงินหลังขาย สรรพากรอาจถือเป็นค่าส่งเสริมการขาย หัก ณ ที่จ่าย 3% — ตกลงรูปแบบให้ชัดในผนวก 1
  • เครดิตค้างชำระ = หนี้ทางการค้า อายุความ 2 ปี (ม.193/34 (1)) — เจ้าของสินค้าต้องติดตามใน 2 ปีนับแต่ครบกำหนดชำระ

ผู้จำหน่ายแต่เพียงผู้เดียว (exclusive)

  • ถ้าติ๊ก exclusive ควรมีเป้าซื้อขั้นต่ำ (ข้อ 3.3) ไม่งั้นเจ้าของสินค้าถูกล็อกเขตโดยไม่มียอด · ผู้จำหน่ายก็ควรขอห้ามเจ้าของขายตรงและกำหนดข้อยกเว้นให้ชัด (เช่น ขายผ่านเว็บของเจ้าของเอง)
  • ข้อห้ามขายสินค้าคู่แข่งและกำหนดราคาขายต่อ อาจเข้าข่าย พ.ร.บ.การแข่งขันทางการค้า 2560 ถ้าฝ่ายใดมีอำนาจเหนือตลาด — แบบนี้ให้ผู้จำหน่ายตั้งราคาเองและมีแค่ «ราคาแนะนำ» เพื่อลดความเสี่ยง

ความรับผิดต่อลูกค้า

  • ผู้จำหน่ายเป็น «ผู้ขาย» ต่อลูกค้า รับผิดชำรุดบกพร่องก่อน (ม.472) แล้วไล่เบี้ยเจ้าของสินค้าตามข้อ 6.2 · ทั้งคู่เป็น «ผู้ประกอบการ» ตามกฎหมายสินค้าไม่ปลอดภัย รับผิดร่วมต่อผู้บริโภค
  • อาหาร เครื่องสำอาง ยา อุปกรณ์ไฟฟ้า: ต้องมี อย./มอก. ก่อน — ผู้จำหน่ายที่ขายของไม่มีเครื่องหมายผิดด้วย

เอกสารแนบท้าย

  • ผนวก 1: รายการสินค้า รหัส ราคาขายส่ง ราคาแนะนำ อายุสินค้า เงื่อนไขส่วนลด · ผนวก 2: แบบใบสั่งซื้อ/รายงาน · ผนวก 3: รับประกันและรับคืน · หนังสือรับรอง/บัตร · สำเนา อย./มอก./ทะเบียนเครื่องหมายการค้า

วันลงนาม

  • 2 ฉบับ · พยาน 2 คน · ลงชื่อกำกับผนวก 1 · ถ้ามีเครดิต เจ้าของสินค้าควรขอหนังสือรับรองผู้จำหน่ายและพิจารณาให้กรรมการค้ำประกันวงเงิน (ทำสัญญาค้ำประกันแยก)

ผู้เขียนและผู้ตรวจทาน

เขียนและตรวจทานโดย ภูวรา ครอบตะคุ ทนายความ (ใบอนุญาต 477/2558) · เนติบัณฑิตไทย · น.ม. กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาและสารสนเทศ — การเลือกประเด็น การจัดหมวด และคำอธิบายในบทความนี้เป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ของผู้เขียน ส่วนตัวบทกฎหมายที่ยกมาไม่มีลิขสิทธิ์และตรวจกับราชกิจจานุเบกษาได้เสมอ · ทะเบียนบทความ OKC-B5F4E4 · หากนำไปใช้ต่อ โปรดระบุชื่อผู้เขียนและลิงก์ต้นฉบับ

มีแบบฟอร์มฉบับนี้ให้กรอกออนไลน์แล้วกรอกไม่กี่นาที ดูตัวอย่างเต็มฉบับก่อนจ่าย ได้ไฟล์ PDF พร้อมพิมพ์
เปิดแบบฟอร์ม · 349 บาท

คำถามที่พบบ่อย

สัญญาตัวแทนจำหน่ายสินค้า (ซื้อขาดเพื่อขายต่อ) ต้องติดอากรแสตมป์ไหม

ซื้อขายสังหาริมทรัพย์และการแต่งตั้งผู้จำหน่าย ไม่มีในบัญชีอัตราอากรแสตมป์ จึงไม่ต้องติดอากรบนสัญญานี้ (ระวังอย่าเขียนเป็น ตั้งตัวแทน ซึ่งเข้าลักษณะ 21) ใบรับเงินตั้งแต่ 200 บาท ติดอากร 1 บาท (ลักษณะ 28) เว้นแต่ออกใบกำกับภาษี

สัญญาตัวแทนจำหน่ายสินค้า (ซื้อขาดเพื่อขายต่อ) เสียภาษีอะไรบ้าง

ขายส่งมี VAT 7% เจ้าของสินค้าออกใบกำกับภาษีให้ผู้จำหน่ายทุกครั้งที่ส่งมอบ · ซื้อขายสินค้าไม่หัก ณ ที่จ่าย ส่วนลด/rebate ตามเป้าที่จ่ายคืนผู้จำหน่าย: ถ้าจ่ายเป็นเงินหลังขาย สรรพากรอาจถือเป็นค่าส่งเสริมการขาย หัก ณ ที่จ่าย 3% — ตกลงรูปแบบให้ชัดในผนวก 1 เครดิตค้างชำระ = หนี้ทางการค้า อายุความ 2 ปี (ม.193/34 (1)) — เจ้าของสินค้าต้องติดตามใน 2 ปีนับแต่ครบกำหนดชำระ

ใช้สัญญาตัวแทนจำหน่ายสินค้า (ซื้อขาดเพื่อขายต่อ)ตอนไหน

แบรนด์/ผู้ผลิตแต่งตั้งร้านหรือดีลเลอร์ขายสินค้าในจังหวัดหรือช่องทางที่กำหนด · ร้านค้าที่ซื้อของมาขายเป็นประจำและอยากได้เครดิต วงเงิน และเงื่อนไขรับคืนที่ชัด · ต้องการ exclusive ในเขต แลกกับเป้าซื้อขั้นต่ำ

ทำสัญญาตัวแทนจำหน่ายสินค้า (ซื้อขาดเพื่อขายต่อ)ต้องระวังอะไร

ซื้อขาด — ของขายไม่ออกหรือหาย เป็นความเสี่ยงของร้าน (ต่างจากฝากขาย) · ไม่ต้องติดอากรแสตมป์ แต่อย่าเขียนว่า ตั้งตัวแทน ไม่งั้นเข้าลักษณะ 21 · ห้ามขายสินค้าคู่แข่ง/บังคับราคาขายต่อ อาจผิดกฎหมายแข่งขันทางการค้าถ้าฝ่ายใดมีอำนาจเหนือตลาด — แบบนี้ให้แค่ราคาแนะนำ · ร้านเป็นผู้ขายต่อลูกค้า รับผิดชำรุดก่อนแล้วไล่เบี้ยแบรนด์ · หนี้ค่าสินค้าอายุความ 2 ปี — แบรนด์ต้องตามหนี้ให้ทัน

กรณีไหนที่ไม่ควรใช้สัญญาตัวแทนจำหน่ายสินค้า (ซื้อขาดเพื่อขายต่อ)

ของยังเป็นของแบรนด์จนกว่าจะขายได้ (ฝากขาย) — ใช้สัญญาฝากขายสินค้า · ให้สิทธิใช้แบรนด์เปิดร้านทั้งร้าน มีค่าธรรมเนียม/ระบบ — เป็นแฟรนไชส์ ต้องใช้สัญญาแฟรนไชส์ · ซื้อครั้งเดียวจบ — ใช้สัญญาซื้อขายทั่วไป · ของยังเป็นของเจ้าของสินค้า แต่ให้ผู้ค้าขายในนามตนเองแลกบำเหน็จร้อยละ (ตัวแทนค้าต่าง ไม่ได้ซื้อขาด) — ใช้ สัญญาตั้งตัวแทนค้าต่าง · ถ้าคู่สัญญาเป็นชาวต่างชาติหรือต้องการฉบับภาษาอังกฤษ ให้ใช้ Distributorship Agreement — สัญญาแต่งตั้งตัวแทนจำหน่าย ภาษาอังกฤษ

ลงนามสัญญาตัวแทนจำหน่ายสินค้า (ซื้อขาดเพื่อขายต่อ)ต้องมีพยานไหม ทำกี่ฉบับ

2 ฉบับ · พยาน 2 คน · ลงชื่อกำกับผนวก 1 · ถ้ามีเครดิต เจ้าของสินค้าควรขอหนังสือรับรองผู้จำหน่ายและพิจารณาให้กรรมการค้ำประกันวงเงิน (ทำสัญญาค้ำประกันแยก)

ทำสัญญาตัวแทนจำหน่ายสินค้า (ซื้อขาดเพื่อขายต่อ)ต้องเตรียมเอกสารอะไรแนบท้าย

ผนวก 1: รายการสินค้า รหัส ราคาขายส่ง ราคาแนะนำ อายุสินค้า เงื่อนไขส่วนลด · ผนวก 2: แบบใบสั่งซื้อ/รายงาน · ผนวก 3: รับประกันและรับคืน · หนังสือรับรอง/บัตร · สำเนา อย./มอก./ทะเบียนเครื่องหมายการค้า

กฎหมายที่อ้างถึงในบทความนี้

ถ้อยคำด้านล่างคัดจากตัวบท 4 มาตรา — ใช้อ้างอิงได้ แต่หากต้องใช้ในชั้นศาล ควรตรวจกับราชกิจจานุเบกษาฉบับทางการอีกครั้ง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/34

สิทธิเรียกร้องดังต่อไปนี้ ให้มีกำหนดอายุความสองปี (1) ผู้ประกอบการค้าหรืออุตสาหกรรม ผู้ประกอบหัตถกรรม ผู้ประกอบศิลปอุตสาหกรรมหรือช่างฝีมือ เรียกเอาค่าของที่ได้ส่งมอบ ค่าการงานที่ได้ทำ หรือค่าดูแลกิจการของผู้อื่น รวมทั้งเงินที่ได้ออกทดรองไป เว้นแต่เป็นการที่ได้ทำเพื่อกิจการของฝ่ายลูกหนี้นั้นเอง (2) ผู้ประกอบเกษตรกรรมหรือการป่าไม้ เรียกเอาค่าของที่ได้ส่งมอบอันเป็นผลิตผลทางเกษตรหรือป่าไม้ เฉพาะที่ใช้สอยในบ้านเรือนของฝ่ายลูกหนี้นั้นเอง (3) ผู้ขนส่งคนโดยสารหรือสิ่งของหรือผู้รับส่งข่าวสาร เรียกเอาค่าโดยสาร ค่าระวาง ค่าเช่า ค่าธรรมเนียม รวมทั้งเงินที่ได้ออกทดรองไป (4) ผู้ประกอบธุรกิจโรงแรมหรือหอพัก ผู้ประกอบธุรกิจในการจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่ม หรือผู้ประกอบธุรกิจสถานบริการตามกฎหมายว่าด้วยสถานบริการเรียกเอาค่าที่พัก อาหารหรือเครื่องดื่ม ค่าบริการหรือค่าการงานที่ได้ทำให้แก่ผู้มาพักหรือใช้บริการ รวมทั้งเงินที่ได้ออกทดรองไป (5) ผู้ขายสลากกินแบ่ง สลากกินรวบ หรือสลากที่คล้ายคลึงกัน เรียกเอาค่าขายสลาก เว้นแต่เป็นการขายเพื่อการขายต่อ (6) ผู้ประกอบธุรกิจในการให้เช่าสังหาริมทรัพย์ เรียกเอาค่าเช่า (7) บุคคลซึ่งมิได้เข้าอยู่ในประเภทที่ระบุไว้ใน (1) แต่เป็นผู้ประกอบธุรกิจในการดูแลกิจการของผู้อื่นหรือรับทำการงานต่าง ๆ เรียกเอาสินจ้างอันจะพึงได้รับในการนั้น รวมทั้งเงินที่ได้ออกทดรองไป (8) ลูกจ้างซึ่งรับใช้การงานส่วนบุคคล เรียกเอาค่าจ้างหรือสินจ้างอย่างอื่น เพื่อการงานที่ทำ รวมทั้งเงินที่ได้ออกทดรองไป หรือนายจ้างเรียกเอาคืนซึ่งเงินเช่นว่านั้นที่ตนได้จ่ายล่วงหน้าไป (9) ลูกจ้างไม่ว่าจะเป็นลูกจ้างประจำ ลูกจ้างชั่วคราว หรือลูกจ้างรายวัน รวมทั้งผู้ฝึกหัดงาน เรียกเอาค่าจ้างหรือสินจ้างอย่างอื่น รวมทั้งเงินที่ได้ออกทดรองไป หรือนายจ้างเรียกเอาคืนซึ่งเงินเช่นว่านั้นที่ตนได้จ่ายล่วงหน้าไป (10) ครูสอนผู้ฝึกหัดงาน เรียกเอาค่าฝึกสอนและค่าใช้จ่ายอย่างอื่นตามที่ได้ตกลงกันไว้ รวมทั้งเงินที่ได้ออกทดรองไป (11) เจ้าของสถานศึกษาหรือสถานพยาบาล เรียกเอาค่าธรรมเนียมการเรียนและค่าธรรมเนียมอื่น ๆ หรือค่ารักษาพยาบาลและค่าใช้จ่ายอย่างอื่น รวมทั้งเงินที่ได้ออกทดรองไป (12) ผู้รับคนไว้เพื่อการบำรุงเลี้ยงดูหรือฝึกสอน เรียกเอาค่าการงานที่ทำให้ รวมทั้งเงินที่ได้ออกทดรองไป (13) ผู้รับเลี้ยงหรือฝึกสอนสัตว์ เรียกเอาค่าการงานที่ทำให้ รวมทั้งเงินที่ได้ออกทดรองไป (14) ครูหรืออาจารย์ เรียกเอาค่าสอน (15) ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม ทันตกรรม การพยาบาล การผดุงครรภ์ ผู้ประกอบการบำบัดโรคสัตว์ หรือผู้ประกอบโรคศิลปะสาขาอื่น เรียกเอาค่าการงานที่ทำให้รวมทั้งเงินที่ได้ออกทดรองไป (16) ทนายความหรือผู้ประกอบวิชาชีพทางกฎหมาย รวมทั้งพยานผู้เชี่ยวชาญเรียกเอาค่าการงานที่ทำให้ รวมทั้งเงินที่ได้ออกทดรองไป หรือคู่ความเรียกเอาคืนซึ่งเงินเช่นว่านั้นที่ตนได้จ่ายล่วงหน้าไป (17) ผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรม สถาปัตยกรรม ผู้สอบบัญชี หรือผู้ประกอบวิชาชีพอิสระอื่น เรียกเอาค่าการงานที่ทำให้ รวมทั้งเงินที่ได้ออกทดรองไป หรือผู้ว่าจ้างให้ประกอบการงานดังกล่าวเรียกเอาคืนซึ่งเงินเช่นว่านั้นที่ตนได้จ่ายล่วงหน้าไป

หมวด 2 กำหนดอายุความ

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 458

กรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินที่ขายนั้น ย่อมโอนไปยังผู้ซื้อตั้งแต่ขณะเมื่อได้ทำสัญญาซื้อขายกัน

ส่วนที่ 2 การโอนกรรมสิทธิ์

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 833

อันว่าตัวแทนค้าต่าง คือบุคคลซึ่งในทางค้าขายของเขาย่อมทำการซื้อหรือขายทรัพย์สิน หรือรับจัดทำกิจการค้าขายอย่างอื่นในนามของตนเองต่างตัวการ

หมวด 6 ตัวแทนค้าต่าง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 472

ในกรณีที่ทรัพย์สินซึ่งขายนั้นชำรุดบกพร่องอย่างหนึ่งอย่างใดอันเป็นเหตุให้เสื่อมราคาหรือเสื่อมความเหมาะสมแก่ประโยชน์อันมุ่งจะใช้เป็นปกติก็ดี ประโยชน์ที่มุ่งหมายโดยสัญญาก็ดี ท่านว่าผู้ขายต้องรับผิด

ส่วนที่ 2 ความรับผิดเพื่อชำรุดบกพร่อง

อ่านต่อในหมวดธุรกิจ / หุ้นส่วน

สัญญาจ้างนายหน้า Affiliate (แนะนำสินค้ารับค่าบำเหน็จ) ต้องมีอะไรบ้างใช้เมื่อร้านค้าหรือแบรนด์ให้คนอื่นแนะนำสินค้าผ่านลิงก์หรือรหัสส่วนลด แล้วจ่ายค่าบำเหน็จตามยอดขายจริง — กำหนดวิธีติดตามยอด ระยะเวลาระบุแหล่งที่มา รอบจ่ายเงิน การหักคืนเมื่อลูกค้าคืนสินค้า วิธีการต้องห้าม และสิทธิใช้เนื้อหาสัญญาตั้งตัวแทน (มอบหมายให้ทำการแทน มีค่าตอบแทน) ต้องมีอะไรบ้างตั้งคนหรือบริษัทให้ทำธุระแทนเป็นเรื่อง ๆ หรือต่อเนื่อง เช่น ดูแลบ้านเช่าและเก็บค่าเช่า ติดต่อราชการ ยื่นขอใบอนุญาต จัดการธุระขณะเจ้าของอยู่ต่างประเทศ — กำหนดขอบอำนาจ เรื่องที่ต้องมอบเฉพาะ วงเงินใช้จ่าย เงินที่ตัวแทนถือไว้ การเข้าถึงบัญชีออนไลน์ ค่าตอบแทน และการคืนเอกสารเมื่อเลิกสัญญาจัดพิมพ์หนังสือหรือ E-book ต้องมีอะไรบ้างใช้เมื่อผู้เขียนให้สำนักพิมพ์นำต้นฉบับไปจัดพิมพ์และจำหน่าย — แยกสิทธิเป็นรูปแบบ ทั้งเล่มกระดาษ อีบุ๊ก หนังสือเสียง คำแปล และการดัดแปลง เลือกได้ทีละอย่าง พร้อมค่าลิขสิทธิ์ เงินล่วงหน้า รอบรายงานยอดขาย จำนวนพิมพ์ครั้งแรก และการคืนสิทธิเมื่อหนังสือขาดตลาดหรือไม่ได้พิมพ์สัญญาเข้าร่วมแพลตฟอร์มจองบริการ ต้องมีอะไรบ้างสำหรับผู้ดำเนินการแพลตฟอร์มจองที่พัก ร้านอาหาร คลินิก หรือบริการที่มีความจุจำกัดและปฏิทิน กำหนดการซิงก์ปฏิทินและความรับผิดเรื่องจองซ้ำ ราคาเท่าเทียมระหว่างช่องทาง เงินมัดจำ นโยบายยกเลิก และค่าธรรมเนียมสัญญาร่วมแคมเปญระหว่างแบรนด์ ต้องมีอะไรบ้างใช้เมื่อสองแบรนด์ร่วมจัดแคมเปญการตลาดโดยต่างฝ่ายต่างมีหน้าที่ งบประมาณ ช่องทาง และทรัพย์สินทางปัญญาของตน กำหนดการอนุมัติสื่อ ค่าใช้จ่าย ยอดขาย ข้อมูลลูกค้า และทางออกเมื่อแคมเปญต้องหยุดได้ชัดเจนสัญญาฝากขายรถยนต์ ต้องมีอะไรบ้างสำหรับเจ้าของรถที่ฝากรถไว้กับเต็นท์หรือผู้รับฝากขายเพื่อหาผู้ซื้อ กำหนดราคาต่ำสุด ค่าตอบแทน ความรับผิดเมื่อรถเสียหายระหว่างฝาก การทดลองขับ รถติดไฟแนนซ์ การรับเงินค่ารถ และห้ามส่งมอบรถก่อนเจ้าของได้เงินครบ