สัญญาจ้างผู้เชี่ยวชาญ ต้องมีอะไรบ้าง
จ้างผู้เชี่ยวชาญรายบุคคลมาให้คำปรึกษาแก่ผู้บริหารและพนักงานในโครงการ จ่ายเป็นรายเดือน · สั่งงานผ่านขอบเขตคำปรึกษาและการนัดหมาย อย่าบังคับเข้างานรายวันหรือใช้วินัยพนักงาน ไม่เช่นนั้นอาจกลายเป็นลูกจ้าง
| ใช้เมื่อ | ใช้เมื่อจ้างวิศวกร นักบัญชี ผู้เชี่ยวชาญการผลิต ไอที หรือผู้เกษียณที่มีประสบการณ์ มาให้คำแนะนำเดือนละไม่กี่วัน |
|---|---|
| อากรแสตมป์ | สัญญาจ้างที่ปรึกษาโดยทั่วไปกรมสรรพากรถือว่าเข้าลักษณะ จ้างทำของ ตามบัญชีอัตราอากรแสตมป์ลักษณะ 4 อัตรา 1 บาทต่อทุก 1,000 บาทหรือเศษของ 1,000 บาทของค่าจ้างรวม ผู้รับจ้าง (ผู้เชี่ยวชาญ) เป็นผู้เสียอากร สัญญานี้จ่ายเดือนละ … ให้คำนวณค่าจ้างรวมตลอดระยะเวลาตั้งแต่ … ถึง … แล้วคิดอากรจากยอดนั้น คู่ฉบับ 5 บาท ถ้าลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ต้องชำระอากรเป็นตัวเงินผ่านระบบ e-Stamp · สัญญาให้คำปรึกษาต่อเนื่องที่ไม่มุ่งผลสำเร็จของงานบางกรณีอาจไม่เข้าลักษณะ 4 ถ้าไม่แน่ใจให้สอบถามสำนักงานสรรพากรพื้นที่ก่อนลงนาม ตราสารที่ต้องปิดอากรแต่ไม่ปิด ใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนกว่าจะเสียอากรและเงินเพิ่ม (ประมวลรัษฎากร มาตรา 118) |
| ภาษี | ค่าจ้างไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ผู้เชี่ยวชาญที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มออกใบกำกับภาษีตามมาตรา 78/1 และ 86 ผู้ว่าจ้างที่เป็นนิติบุคคลต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายทุกเดือนและออกหนังสือรับรองการหักภาษี อัตราขึ้นกับประเภทเงินได้ (เช่น เงินได้ตามมาตรา 40(2) หรือค่าวิชาชีพอิสระ) ให้ตรวจอัตราที่ใช้บังคับกับกรมสรรพากร · ผู้เชี่ยวชาญที่อยู่ในประเทศไทยไม่ถึง 180 วันในปีภาษีอาจมีหน้าที่ภาษีต่างจากนี้ ผู้เชี่ยวชาญนำเงินได้ไปยื่นแบบภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเอง และประกันตนตามมาตรา 40 ของกฎหมายประกันสังคมได้ตามความสมัครใจ |
| มาตราที่อ้าง | ป.พ.พ. ม.224, 224/1, 575, 587, 193/34; พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ม.10; พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ม.40; พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 ม.4; ประมวลรัษฎากร ม.40(2), 78/1, 86, 118, บัญชีอัตราอากรแสตมป์ลักษณะ 4 |
| ค่าใช้แบบฟอร์มบนเว็บนี้ | 249 บาท |
ใช้สัญญาฉบับนี้เมื่อไร
- ใช้เมื่อจ้างวิศวกร นักบัญชี ผู้เชี่ยวชาญการผลิต ไอที หรือผู้เกษียณที่มีประสบการณ์ มาให้คำแนะนำเดือนละไม่กี่วัน
- ใช้เมื่อผู้เชี่ยวชาญเป็นบุคคลธรรมดา ไม่ใช่บริษัท
- ใช้เมื่อโครงการอาจจบก่อนกำหนดและต้องการกติกาเลิกสัญญาที่ชัด
จุดที่พลาดบ่อยและต้องระวัง
- สั่งงานผ่านขอบเขตคำปรึกษาและการนัดหมาย อย่าบังคับเข้างานรายวันหรือใช้วินัยพนักงาน ไม่เช่นนั้นอาจกลายเป็นลูกจ้าง
- ผู้เชี่ยวชาญชาวต่างชาติต้องมีใบอนุญาตทำงานก่อนเริ่มงาน
- ถ้าผู้เชี่ยวชาญใช้เครื่องมือปัญญาประดิษฐ์ ให้ติ๊กอนุญาตและระบุเครื่องมือที่ไม่นำข้อมูลไปฝึกระบบ
- ผู้ว่าจ้างที่เป็นนิติบุคคลต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายทุกเดือน
กรณีที่ไม่ควรใช้ฉบับนี้
- ถ้าจ้างบริษัทที่ปรึกษาทำงานตามขอบข่ายและส่งมอบผลงานเป็นงวด ให้ใช้ สัญญาจ้างที่ปรึกษา — ทั่วไป (บริษัท/บุคคล)
- ถ้าซื้อบริการรายเดือนจากเอเจนซีตามโควตางาน ให้ใช้ สัญญาจ้างบริการแบบรายเดือน (Retainer)
- ถ้าจะจ้างเป็นพนักงานประจำ ให้ใช้ สัญญาว่าจ้างทำงาน (พนักงานประจำ)
- จ้างบริษัทที่ปรึกษาทำงานตามขอบเขต (TOR) — ใช้ สัญญาจ้างที่ปรึกษา — ทั่วไป (บริษัท/บุคคล) · จ้างที่ปรึกษาเป็นโครงการมีงวดส่งมอบ — ใช้ สัญญาจ้างที่ปรึกษารายโครงการ
อากรแสตมป์
สัญญาจ้างที่ปรึกษาโดยทั่วไปกรมสรรพากรถือว่าเข้าลักษณะ จ้างทำของ ตามบัญชีอัตราอากรแสตมป์ลักษณะ 4 อัตรา 1 บาทต่อทุก 1,000 บาทหรือเศษของ 1,000 บาทของค่าจ้างรวม ผู้รับจ้าง (ผู้เชี่ยวชาญ) เป็นผู้เสียอากร สัญญานี้จ่ายเดือนละ … ให้คำนวณค่าจ้างรวมตลอดระยะเวลาตั้งแต่ … ถึง … แล้วคิดอากรจากยอดนั้น คู่ฉบับ 5 บาท ถ้าลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ต้องชำระอากรเป็นตัวเงินผ่านระบบ e-Stamp · สัญญาให้คำปรึกษาต่อเนื่องที่ไม่มุ่งผลสำเร็จของงานบางกรณีอาจไม่เข้าลักษณะ 4 ถ้าไม่แน่ใจให้สอบถามสำนักงานสรรพากรพื้นที่ก่อนลงนาม ตราสารที่ต้องปิดอากรแต่ไม่ปิด ใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนกว่าจะเสียอากรและเงินเพิ่ม (ประมวลรัษฎากร มาตรา 118)
ภาษี
- ค่าจ้างไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ผู้เชี่ยวชาญที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มออกใบกำกับภาษีตามมาตรา 78/1 และ 86
- ผู้ว่าจ้างที่เป็นนิติบุคคลต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายทุกเดือนและออกหนังสือรับรองการหักภาษี อัตราขึ้นกับประเภทเงินได้ (เช่น เงินได้ตามมาตรา 40(2) หรือค่าวิชาชีพอิสระ) ให้ตรวจอัตราที่ใช้บังคับกับกรมสรรพากร · ผู้เชี่ยวชาญที่อยู่ในประเทศไทยไม่ถึง 180 วันในปีภาษีอาจมีหน้าที่ภาษีต่างจากนี้
- ผู้เชี่ยวชาญนำเงินได้ไปยื่นแบบภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเอง และประกันตนตามมาตรา 40 ของกฎหมายประกันสังคมได้ตามความสมัครใจ
ผู้เชี่ยวชาญ ไม่ใช่ลูกจ้าง
สัญญานี้เป็นการจ้างให้คำปรึกษาโดยอิสระ แต่ศาลดูจากการปฏิบัติจริงมากกว่าชื่อสัญญา ถ้าผู้ว่าจ้างบังคับเวลาเข้าออกงาน ให้ลงเวลา สั่งงานรายวัน หรือลงโทษทางวินัย อาจถือเป็นสัญญาจ้างแรงงาน (ป.พ.พ. มาตรา 575) และมีสิทธิตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน ตามแนวคำพิพากษาศาลฎีกา ข้อ 2.2 และข้อ 4 จึงให้นัดหมายวันให้คำปรึกษาร่วมกันและให้ผู้เชี่ยวชาญกำหนดวิธีทำงานเอง ให้สั่งงานผ่านเรื่องที่ให้คำปรึกษาตามข้อ 2.1 เท่านั้น
ผู้เชี่ยวชาญชาวต่างชาติ ต้องมีใบอนุญาตทำงานตามกฎหมายว่าด้วยการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าวก่อนเริ่มให้คำปรึกษาในประเทศไทย ให้ตรวจกับกรมการจัดหางานว่างานประเภทนี้ต้องขออนุญาตแบบใด
โครงการจบก่อนกำหนด (ข้อ 7.4)
สัญญาแบบทั่วไปมักให้สัญญาระงับทันทีเมื่อโครงการจบและต่างไม่เรียกร้องกัน ซึ่งทำให้ผู้เชี่ยวชาญเสียรายได้โดยไม่รู้ล่วงหน้า ฉบับนี้ให้ผู้ว่าจ้างแจ้งล่วงหน้า … วัน หรือจ่ายค่าจ้างแทนการแจ้งตามสัดส่วน พร้อมค่าจ้างถึงวันสิ้นสุดและค่าใช้จ่ายที่อนุมัติไว้ แล้วจึงไม่ติดใจเรียกร้องกัน ให้แจ้งเป็นหนังสือและระบุวันที่สัญญาสิ้นสุดให้ชัด
ข้อ 7.1 ให้เลิกสัญญาเพราะงานบกพร่องได้หลังแจ้งเป็นหนังสือและให้แก้ไข … วัน แต่วัดจากมาตรฐานผู้เชี่ยวชาญระดับเดียวกัน ไม่ใช่ความพอใจของผู้ว่าจ้างฝ่ายเดียว เก็บบันทึกสรุปคำปรึกษาประจำเดือน (ข้อ 2.4) ไว้เป็นหลักฐานทั้งสองฝ่าย อายุความเรียกค่าจ้างของผู้ประกอบวิชาชีพโดยทั่วไป 2 ปี (มาตรา 193/34) ผู้ที่จ่ายช้าเสียดอกเบี้ยผิดนัดตามมาตรา 224 คิดเฉพาะงวดที่ผิดนัด (มาตรา 224/1)
ลิขสิทธิ์และเครื่องมือปัญญาประดิษฐ์
งานที่สร้างสรรค์ขึ้นโดยการรับจ้าง ผู้ว่าจ้างเป็นผู้มีลิขสิทธิ์เว้นแต่ตกลงกันเป็นอย่างอื่น (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 10) ข้อ 5.1 ยืนยันให้เป็นของผู้ว่าจ้าง และข้อ 5.2 สงวนแบบฟอร์มและเครื่องมือเดิมของผู้เชี่ยวชาญไว้ พร้อมอนุญาตให้ผู้ว่าจ้างใช้ส่วนที่อยู่ในเอกสาร ให้ผู้เชี่ยวชาญทำรายการเครื่องมือเดิมแนบไว้ตั้งแต่วันลงนามถ้าผู้เชี่ยวชาญใช้แบบฟอร์มหรือเครื่องมือของตนที่มีอยู่ก่อน ควรเปิดทางเลือกสงวนเครื่องมือเดิมก่อนลงนาม สิทธิทางศีลธรรมของผู้สร้างสรรค์โอนกันไม่ได้ ข้อ 5.3 จึงเขียนเป็นการตกลงไม่ใช้สิทธิขัดขวางการใช้งาน เท่าที่กฎหมายเปิดให้ตกลงได้
สัญญานี้อนุญาตให้ใช้ … ให้ขอดูการตั้งค่าว่าบัญชีที่ใช้ไม่นำข้อมูลไปฝึกระบบ และให้ผู้เชี่ยวชาญระบุในรายงานเมื่อส่วนสำคัญจัดทำด้วยเครื่องมือสัญญานี้ห้ามนำข้อมูลของผู้ว่าจ้างเข้าเครื่องมือปัญญาประดิษฐ์โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นหนังสือ ผลงานที่สร้างโดยเครื่องมือปัญญาประดิษฐ์ล้วนโดยไม่มีการสร้างสรรค์ของมนุษย์อาจไม่ได้รับความคุ้มครองลิขสิทธิ์เต็มที่ ผู้เชี่ยวชาญจึงต้องตรวจและรับผิดชอบคำปรึกษาเอง
ข้อมูลส่วนบุคคล
ถ้าผู้เชี่ยวชาญเข้าถึงข้อมูลพนักงานหรือลูกค้าจำนวนมาก ผู้เชี่ยวชาญมีฐานะเป็นผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลแทนผู้ว่าจ้าง ข้อ 6.2 วางหน้าที่หลักตาม พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 40 ไว้แล้ว ถ้าข้อมูลอ่อนไหวหรือปริมาณมาก ควรทำข้อตกลงการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลแยกเพิ่ม
เพดานความรับผิด (ข้อ 7.6)
ความรับผิดของผู้เชี่ยวชาญจำกัดไม่เกินค่าจ้าง … เดือน ยกเว้นจงใจ ประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง และการผิดหน้าที่รักษาความลับ ข้อจำกัดความรับผิดในสัญญาสำเร็จรูปบังคับได้เท่าที่เป็นธรรมตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 4 การเว้นกรณีร้ายแรงไว้ช่วยให้ข้อนี้บังคับได้จริง
เอกสารแนบท้าย
- สำเนาบัตรประชาชนหรือหนังสือเดินทางของผู้เชี่ยวชาญ และหลักฐานคุณวุฒิหรือใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ (ถ้ามี)
- หนังสือรับรองนิติบุคคลของผู้ว่าจ้าง (ไม่เกิน 6 เดือน) ถ้าผู้ว่าจ้างเป็นนิติบุคคล
- ใบอนุญาตทำงาน ถ้าผู้เชี่ยวชาญเป็นชาวต่างชาติ
- รายการแบบฟอร์มและเครื่องมือเดิมที่ผู้เชี่ยวชาญสงวนไว้ ตามข้อ 5.2
วันลงนาม
ทำสองฉบับข้อความตรงกัน เก็บไว้ฝ่ายละฉบับ ลงลายมือชื่อกำกับทุกหน้า ปิดอากรและขีดฆ่าในวันลงนาม
ผู้เขียนและผู้ตรวจทาน
เขียนและตรวจทานโดย ภูวรา ครอบตะคุ ทนายความ (ใบอนุญาต 477/2558) · เนติบัณฑิตไทย · น.ม. กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาและสารสนเทศ — การเลือกประเด็น การจัดหมวด และคำอธิบายในบทความนี้เป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ของผู้เขียน ส่วนตัวบทกฎหมายที่ยกมาไม่มีลิขสิทธิ์และตรวจกับราชกิจจานุเบกษาได้เสมอ · ทะเบียนบทความ OKC-707077 · หากนำไปใช้ต่อ โปรดระบุชื่อผู้เขียนและลิงก์ต้นฉบับ
คำถามที่พบบ่อย
สัญญาจ้างผู้เชี่ยวชาญ ต้องติดอากรแสตมป์ไหม
สัญญาจ้างที่ปรึกษาโดยทั่วไปกรมสรรพากรถือว่าเข้าลักษณะ จ้างทำของ ตามบัญชีอัตราอากรแสตมป์ลักษณะ 4 อัตรา 1 บาทต่อทุก 1,000 บาทหรือเศษของ 1,000 บาทของค่าจ้างรวม ผู้รับจ้าง (ผู้เชี่ยวชาญ) เป็นผู้เสียอากร สัญญานี้จ่ายเดือนละ … ให้คำนวณค่าจ้างรวมตลอดระยะเวลาตั้งแต่ … ถึง … แล้วคิดอากรจากยอดนั้น คู่ฉบับ 5 บาท ถ้าลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ต้องชำระอากรเป็นตัวเงินผ่านระบบ e-Stamp · สัญญาให้คำปรึกษาต่อเนื่องที่ไม่มุ่งผลสำเร็จของงานบางกรณีอาจไม่เข้าลักษณะ 4 ถ้าไม่แน่ใจให้สอบถามสำนักงานสรรพากรพื้นที่ก่อนลงนาม ตราสารที่ต้องปิดอากรแต่ไม่ปิด ใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนกว่าจะเสียอากรและเงินเพิ่ม (ประมวลรัษฎากร มาตรา 118)
สัญญาจ้างผู้เชี่ยวชาญ เสียภาษีอะไรบ้าง
ค่าจ้างไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ผู้เชี่ยวชาญที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มออกใบกำกับภาษีตามมาตรา 78/1 และ 86 ผู้ว่าจ้างที่เป็นนิติบุคคลต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายทุกเดือนและออกหนังสือรับรองการหักภาษี อัตราขึ้นกับประเภทเงินได้ (เช่น เงินได้ตามมาตรา 40(2) หรือค่าวิชาชีพอิสระ) ให้ตรวจอัตราที่ใช้บังคับกับกรมสรรพากร · ผู้เชี่ยวชาญที่อยู่ในประเทศไทยไม่ถึง 180 วันในปีภาษีอาจมีหน้าที่ภาษีต่างจากนี้ ผู้เชี่ยวชาญนำเงินได้ไปยื่นแบบภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเอง และประกันตนตามมาตรา 40 ของกฎหมายประกันสังคมได้ตามความสมัครใจ
ใช้สัญญาจ้างผู้เชี่ยวชาญตอนไหน
ใช้เมื่อจ้างวิศวกร นักบัญชี ผู้เชี่ยวชาญการผลิต ไอที หรือผู้เกษียณที่มีประสบการณ์ มาให้คำแนะนำเดือนละไม่กี่วัน · ใช้เมื่อผู้เชี่ยวชาญเป็นบุคคลธรรมดา ไม่ใช่บริษัท · ใช้เมื่อโครงการอาจจบก่อนกำหนดและต้องการกติกาเลิกสัญญาที่ชัด
ทำสัญญาจ้างผู้เชี่ยวชาญต้องระวังอะไร
สั่งงานผ่านขอบเขตคำปรึกษาและการนัดหมาย อย่าบังคับเข้างานรายวันหรือใช้วินัยพนักงาน ไม่เช่นนั้นอาจกลายเป็นลูกจ้าง · ผู้เชี่ยวชาญชาวต่างชาติต้องมีใบอนุญาตทำงานก่อนเริ่มงาน · ถ้าผู้เชี่ยวชาญใช้เครื่องมือปัญญาประดิษฐ์ ให้ติ๊กอนุญาตและระบุเครื่องมือที่ไม่นำข้อมูลไปฝึกระบบ · ผู้ว่าจ้างที่เป็นนิติบุคคลต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายทุกเดือน
กรณีไหนที่ไม่ควรใช้สัญญาจ้างผู้เชี่ยวชาญ
ถ้าจ้างบริษัทที่ปรึกษาทำงานตามขอบข่ายและส่งมอบผลงานเป็นงวด ให้ใช้ สัญญาจ้างที่ปรึกษา — ทั่วไป (บริษัท/บุคคล) · ถ้าซื้อบริการรายเดือนจากเอเจนซีตามโควตางาน ให้ใช้ สัญญาจ้างบริการแบบรายเดือน (Retainer) · ถ้าจะจ้างเป็นพนักงานประจำ ให้ใช้ สัญญาว่าจ้างทำงาน (พนักงานประจำ) · จ้างบริษัทที่ปรึกษาทำงานตามขอบเขต (TOR) — ใช้ สัญญาจ้างที่ปรึกษา — ทั่วไป (บริษัท/บุคคล) · จ้างที่ปรึกษาเป็นโครงการมีงวดส่งมอบ — ใช้ สัญญาจ้างที่ปรึกษารายโครงการ
ลงนามสัญญาจ้างผู้เชี่ยวชาญต้องมีพยานไหม ทำกี่ฉบับ
ทำสองฉบับข้อความตรงกัน เก็บไว้ฝ่ายละฉบับ ลงลายมือชื่อกำกับทุกหน้า ปิดอากรและขีดฆ่าในวันลงนาม
ทำสัญญาจ้างผู้เชี่ยวชาญต้องเตรียมเอกสารอะไรแนบท้าย
สำเนาบัตรประชาชนหรือหนังสือเดินทางของผู้เชี่ยวชาญ และหลักฐานคุณวุฒิหรือใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ (ถ้ามี) หนังสือรับรองนิติบุคคลของผู้ว่าจ้าง (ไม่เกิน 6 เดือน) ถ้าผู้ว่าจ้างเป็นนิติบุคคล ใบอนุญาตทำงาน ถ้าผู้เชี่ยวชาญเป็นชาวต่างชาติ รายการแบบฟอร์มและเครื่องมือเดิมที่ผู้เชี่ยวชาญสงวนไว้ ตามข้อ 5.2
กฎหมายที่อ้างถึงในบทความนี้
ถ้อยคำด้านล่างคัดจากตัวบท 11 มาตรา — ใช้อ้างอิงได้ แต่หากต้องใช้ในชั้นศาล ควรตรวจกับราชกิจจานุเบกษาฉบับทางการอีกครั้ง
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 224
หนี้เงินนั้น ให้คิดดอกเบี้ยในระหว่างเวลาผิดนัดในอัตราที่กำหนดตามมาตรา 7 บวกด้วยอัตราเพิ่มร้อยละสองต่อปี ถ้าเจ้าหนี้อาจจะเรียกดอกเบี้ยได้สูงกว่านั้นโดยอาศัยเหตุอย่างอื่นอันชอบด้วยกฎหมาย ก็ให้คงส่งดอกเบี้ยต่อไปตามนั้น
ส่วนที่ 1 การไม่ชำระหนี้
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 224/1
ถ้าลูกหนี้มีหน้าที่ผ่อนชำระหนี้เงินเป็นงวด และลูกหนี้ผิดนัดไม่ชำระหนี้ในงวดใด เจ้าหนี้อาจเรียกดอกเบี้ยในระหว่างเวลาผิดนัดได้เฉพาะจากต้นเงินของงวดที่ลูกหนี้ผิดนัดนั้น
ส่วนที่ 1 การไม่ชำระหนี้
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 575
อันว่าจ้างแรงงานนั้น คือสัญญาซึ่งบุคคลคนหนึ่ง เรียกว่าลูกจ้าง ตกลงจะทำงานให้แก่บุคคลอีกคนหนึ่ง เรียกว่านายจ้าง และนายจ้างตกลงจะให้สินจ้างตลอดเวลาที่ทำงานให้
ลักษณะ 6 จ้างแรงงาน
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 587
อันว่าจ้างทำของนั้น คือสัญญาซึ่งบุคคลคนหนึ่ง เรียกว่าผู้รับจ้าง ตกลงจะทำการงานสิ่งใดสิ่งหนึ่งจนสำเร็จให้แก่บุคคลอีกคนหนึ่ง เรียกว่าผู้ว่าจ้าง และผู้ว่าจ้างตกลงจะให้สินจ้างเพื่อผลสำเร็จแห่งการที่ทำนั้น
ลักษณะ 7 จ้างทำของ
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/34
สิทธิเรียกร้องดังต่อไปนี้ ให้มีกำหนดอายุความสองปี (1) ผู้ประกอบการค้าหรืออุตสาหกรรม ผู้ประกอบหัตถกรรม ผู้ประกอบศิลปอุตสาหกรรมหรือช่างฝีมือ เรียกเอาค่าของที่ได้ส่งมอบ ค่าการงานที่ได้ทำ หรือค่าดูแลกิจการของผู้อื่น รวมทั้งเงินที่ได้ออกทดรองไป เว้นแต่เป็นการที่ได้ทำเพื่อกิจการของฝ่ายลูกหนี้นั้นเอง (2) ผู้ประกอบเกษตรกรรมหรือการป่าไม้ เรียกเอาค่าของที่ได้ส่งมอบอันเป็นผลิตผลทางเกษตรหรือป่าไม้ เฉพาะที่ใช้สอยในบ้านเรือนของฝ่ายลูกหนี้นั้นเอง (3) ผู้ขนส่งคนโดยสารหรือสิ่งของหรือผู้รับส่งข่าวสาร เรียกเอาค่าโดยสาร ค่าระวาง ค่าเช่า ค่าธรรมเนียม รวมทั้งเงินที่ได้ออกทดรองไป (4) ผู้ประกอบธุรกิจโรงแรมหรือหอพัก ผู้ประกอบธุรกิจในการจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่ม หรือผู้ประกอบธุรกิจสถานบริการตามกฎหมายว่าด้วยสถานบริการเรียกเอาค่าที่พัก อาหารหรือเครื่องดื่ม ค่าบริการหรือค่าการงานที่ได้ทำให้แก่ผู้มาพักหรือใช้บริการ รวมทั้งเงินที่ได้ออกทดรองไป (5) ผู้ขายสลากกินแบ่ง สลากกินรวบ หรือสลากที่คล้ายคลึงกัน เรียกเอาค่าขายสลาก เว้นแต่เป็นการขายเพื่อการขายต่อ (6) ผู้ประกอบธุรกิจในการให้เช่าสังหาริมทรัพย์ เรียกเอาค่าเช่า (7) บุคคลซึ่งมิได้เข้าอยู่ในประเภทที่ระบุไว้ใน (1) แต่เป็นผู้ประกอบธุรกิจในการดูแลกิจการของผู้อื่นหรือรับทำการงานต่าง ๆ เรียกเอาสินจ้างอันจะพึงได้รับในการนั้น รวมทั้งเงินที่ได้ออกทดรองไป (8) ลูกจ้างซึ่งรับใช้การงานส่วนบุคคล เรียกเอาค่าจ้างหรือสินจ้างอย่างอื่น เพื่อการงานที่ทำ รวมทั้งเงินที่ได้ออกทดรองไป หรือนายจ้างเรียกเอาคืนซึ่งเงินเช่นว่านั้นที่ตนได้จ่ายล่วงหน้าไป (9) ลูกจ้างไม่ว่าจะเป็นลูกจ้างประจำ ลูกจ้างชั่วคราว หรือลูกจ้างรายวัน รวมทั้งผู้ฝึกหัดงาน เรียกเอาค่าจ้างหรือสินจ้างอย่างอื่น รวมทั้งเงินที่ได้ออกทดรองไป หรือนายจ้างเรียกเอาคืนซึ่งเงินเช่นว่านั้นที่ตนได้จ่ายล่วงหน้าไป (10) ครูสอนผู้ฝึกหัดงาน เรียกเอาค่าฝึกสอนและค่าใช้จ่ายอย่างอื่นตามที่ได้ตกลงกันไว้ รวมทั้งเงินที่ได้ออกทดรองไป (11) เจ้าของสถานศึกษาหรือสถานพยาบาล เรียกเอาค่าธรรมเนียมการเรียนและค่าธรรมเนียมอื่น ๆ หรือค่ารักษาพยาบาลและค่าใช้จ่ายอย่างอื่น รวมทั้งเงินที่ได้ออกทดรองไป (12) ผู้รับคนไว้เพื่อการบำรุงเลี้ยงดูหรือฝึกสอน เรียกเอาค่าการงานที่ทำให้ รวมทั้งเงินที่ได้ออกทดรองไป (13) ผู้รับเลี้ยงหรือฝึกสอนสัตว์ เรียกเอาค่าการงานที่ทำให้ รวมทั้งเงินที่ได้ออกทดรองไป (14) ครูหรืออาจารย์ เรียกเอาค่าสอน (15) ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม ทันตกรรม การพยาบาล การผดุงครรภ์ ผู้ประกอบการบำบัดโรคสัตว์ หรือผู้ประกอบโรคศิลปะสาขาอื่น เรียกเอาค่าการงานที่ทำให้รวมทั้งเงินที่ได้ออกทดรองไป (16) ทนายความหรือผู้ประกอบวิชาชีพทางกฎหมาย รวมทั้งพยานผู้เชี่ยวชาญเรียกเอาค่าการงานที่ทำให้ รวมทั้งเงินที่ได้ออกทดรองไป หรือคู่ความเรียกเอาคืนซึ่งเงินเช่นว่านั้นที่ตนได้จ่ายล่วงหน้าไป (17) ผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรม สถาปัตยกรรม ผู้สอบบัญชี หรือผู้ประกอบวิชาชีพอิสระอื่น เรียกเอาค่าการงานที่ทำให้ รวมทั้งเงินที่ได้ออกทดรองไป หรือผู้ว่าจ้างให้ประกอบการงานดังกล่าวเรียกเอาคืนซึ่งเงินเช่นว่านั้นที่ตนได้จ่ายล่วงหน้าไป
หมวด 2 กำหนดอายุความ
พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 10
งานที่ผู้สร้างสรรค์ได้สร้างสรรค์ขึ้นโดยการรับจ้างบุคคลอื่น ให้ผู้ว่าจ้างเป็นผู้มี ลิขสิทธิ์ในงานนั้น เว้นแต่ผู้สร้างสรรค์และผู้ว่าจ้างจะได้ตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่น
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)
พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 40
ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลมีหน้าที่ ดังต่อไปนี้ (1) ดำเนินการเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามคำสั่งที่ได้รับ จากผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลเท่านั้น เว้นแต่คำสั่งนั้นขัดต่อกฎหมายหรือบทบัญญัติในการคุ้มครอง ข้อมูลส่วนบุคคลตามพระราชบัญญัตินี้ (2) จัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม เพื่อป้องกันการสูญหาย เข้าถึง ใช้ เปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ รวมทั้ง แจ้งให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลทราบถึงเหตุการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลที่เกิดขึ้น (3) จัดทำและเก็บรักษาบันทึกรายการของกิจกรรมการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลไว้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการประกาศกำหนด ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งไม่ปฏิบัติตาม (1) สำหรับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผย ข้อมูลส่วนบุคคลใด ให้ถือว่าผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลสำหรับ การเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลนั้น การดำเนินงานตามหน้าที่ของผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลตามที่ได้รับมอบหมายจากผู้ควบคุม ข้อมูลส่วนบุคคลตามวรรคหนึ่ง ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลต้องจัดให้มีข้อตกลงระหว่างกัน เพื่อควบคุม การดำเนินงานตามหน้าที่ของผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้ ความใน (3) อาจยกเว้นมิให้นำมาใช้บังคับกับผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งเป็นกิจการ ขนาดเล็กตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการประกาศกำหนด เว้นแต่มีการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผย ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความเสี่ยงที่จะมีผลกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล หรือ มิใช่กิจการที่เก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเป็นครั้งคราว หรือมีการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามมาตรา 26
พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)
พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 4
ข้อตกลงในสัญญาระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบธุรกิจการค้า หรือวิชาชีพ หรือในสัญญาสำเร็จรูป หรือในสัญญาขายฝากที่ทำให้ผู้ประกอบธุรกิจการค้า หรือวิชาชีพ หรือผู้กำหนดสัญญาสำเร็จรูป หรือผู้ซื้อฝากได้เปรียบคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งเกินสมควร เป็นข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม และให้มีผลบังคับได้เพียงเท่าที่เป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณีเท่านั้น
พระราชบัญญัติ ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540
ประมวลรัษฎากร มาตรา 40
เงินได้พึงประเมินนั้นคือ เงินได้ประเภทดังต่อไปนี้ รวมตลอดถึงเงินค่าภาษีอากรที่ผู้จ่ายเงินหรือผู้อื่นออกแทนให้สำหรับเงินได้ประเภทต่าง ๆ ดังกล่าว ไม่ว่าในทอดใด (1) เงินได้เนื่องจากการจ้างแรงงานไม่ว่าจะเป็นเงินเดือน ค่าจ้าง เบี้ยเลี้ยง โบนัส เบี้ยหวัด บำเหน็จ บำนาญ เงินค่าเช่าบ้าน เงินที่คำนวณได้จากมูลค่าของการได้อยู่บ้านที่นายจ้างให้อยู่โดยไม่เสียค่าเช่า เงินที่นายจ้างจ่ายชำระหนี้ใด ๆ ซึ่งลูกจ้างมีหน้าที่ต้องชำระ และเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์ใด ๆ บรรดาที่ได้เนื่องจากการจ้างแรงงาน (2) เงินได้เนื่องจากหน้าที่หรือตำแหน่งงานที่ทำหรือจากการรับทำงานให้ ไม่ว่าจะเป็นค่าธรรมเนียม ค่านายหน้า ค่าส่วนลด เงินอุดหนุนในงานที่ทำ เบี้ยประชุม บำเหน็จ โบนัส เงินค่าเช่าบ้าน เงินที่คำนวณได้จากมูลค่าของการได้อยู่บ้านที่ผู้จ่ายเงินได้ให้อยู่โดยไม่เสียค่าเช่า เงินที่ผู้จ่ายเงินได้จ่ายชำระหนี้ใด ๆ ซึ่งผู้มีเงินได้มีหน้าที่ต้องชำระ และเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์ใด ๆ บรรดาที่ได้เนื่องจากหน้าที่หรือตำแหน่งงานที่ทำหรือจากการรับทำงานให้นั้น ไม่ว่าหน้าที่หรือตำแหน่งงานหรืองานที่รับทำให้นั้นจะเป็นการประจำหรือชั่วคราว (3) ค่าแห่งกู๊ดวิลล์ ค่าแห่งลิขสิทธิ์ หรือสิทธิอย่างอื่น เงินปีหรือเงินได้มีลักษณะเป็นเงินรายปีอันได้มาจากพินัยกรรม นิติกรรมอย่างอื่น หรือคำพิพากษาของศาล (4) เงินได้ที่เป็น (ก) ดอกเบี้ยพันธบัตร ดอกเบี้ยเงินฝาก ดอกเบี้ยหุ้นกู้ ดอกเบี้ยตั๋วเงิน ดอกเบี้ยเงินกู้ยืมไม่ว่าจะมีหลักประกันหรือไม่ ดอกเบี้ยเงินกู้ยืมที่อยู่ในบังคับต้องถูกหักภาษีไว้ ณ ที่จ่ายตามกฎหมายว่าด้วยภาษีเงินได้ปิโตรเลียมเฉพาะส่วนที่เหลือจากถูกหักภาษีไว้ ณ ที่จ่ายตามกฎหมายดังกล่าว หรือผลต่างระหว่างราคาไถ่ถอนกับราคาจำหน่ายตั๋วเงินหรือตราสารแสดงสิทธิในหนี้ที่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล หรือนิติบุคคลอื่นเป็นผู้ออกและจำหน่ายครั้งแรกในราคาต่ำกว่าราคาไถ่ถอน รวมทั้งเงินได้ที่มีลักษณะทำนองเดียวกันกับดอกเบี้ย ผลประโยชน์หรือค่าตอบแทนอื่น ๆ ที่ได้จากการให้กู้ยืมหรือจากสิทธิเรียกร้องในหนี้ทุกชนิดไม่ว่าจะมีหลักประกันหรือไม่ก็ตาม (ข) เงินปันผล เงินส่วนแบ่งของกำไร หรือประโยชน์อื่นใดที่ได้จากบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล หรือสถาบันการเงินที่มีกฎหมายโดยเฉพาะของประเทศไทยจัดตั้งขึ้นสำหรับให้กู้ยืมเงินเพื่อส่งเสริมเกษตรกรรม พาณิชยกรรม หรืออุตสาหกรรม เงินปันผลหรือเงินส่วนแบ่งของกำไรที่อยู่ในบังคับต้องถูกหักภาษีไว้ ณ ที่จ่าย ตามกฎหมายว่าด้วยภาษีเงินได้ปิโตรเลียมเฉพาะส่วนที่เหลือจากถูกหักภาษีไว้ ณ ที่จ่ายตามกฎหมายดังกล่าว
ประมวลรัษฎากร — เงินได้พึงประเมิน ม.40–41
ประมวลรัษฎากร มาตรา 118
ตราสารใดไม่ปิดแสตมป์บริบูรณ์ จะใช้ต้นฉบับ คู่ฉบับ คู่ฉีก หรือสำเนาตราสารนั้นเป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้ จนกว่าจะได้เสียอากรโดยปิดแสตมป์ครบจำนวนตามอัตราในบัญชีท้ายหมวดนี้ และขีดฆ่าแล้ว แต่ทั้งนี้ ไม่เป็นการเสื่อมสิทธิที่จะเรียกเงินเพิ่มอากรตามมาตรา 113 และมาตรา 114
บทบัญญัติ (ถ้อยคำตามเว็บกรมสรรพากร)
ประมวลรัษฎากร มาตรา 78/1
ภายใต้บังคับมาตรา 78/3 ความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มที่เกิดจากการให้บริการ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้ (1) การให้บริการนอกจากที่อยู่ในบังคับตาม (2) (3) หรือ (4) ให้ความรับผิดทั้งหมดเกิดขึ้นเมื่อได้รับชำระราคาค่าบริการ เว้นแต่กรณีที่ได้มีการกระทำดังต่อไปนี้เกิดขึ้นก่อนได้รับชำระราคาค่าบริการ ก็ให้ถือว่าความรับผิดเกิดขึ้นเมื่อได้มีการกระทำนั้น ๆ ด้วย (ก) ได้ออกใบกำกับภาษี หรือ (ข) ได้ใช้บริการไม่ว่าโดยตนเองหรือบุคคลอื่น ทั้งนี้ โดยให้ความรับผิดเกิดขึ้นตามส่วนของการกระทำนั้น ๆ แล้วแต่กรณี (2) การให้บริการตามสัญญาที่กำหนดค่าตอบแทนตามส่วนของบริการที่ทำให้ความรับผิดตามส่วนของบริการเกิดขึ้นเมื่อได้รับชำระราคาค่าบริการตามส่วนของบริการที่สิ้นสุดลง เว้นแต่กรณีที่ได้มีการกระทำดังต่อไปนี้เกิดขึ้นก่อนได้รับชำระราคาค่าบริการตามส่วนของบริการที่สิ้นสุดลงก็ให้ถือว่าความรับผิดเกิดขึ้นเมื่อได้มีการกระทำนั้น ๆ ด้วย (ก) ได้ออกใบกำกับภาษี หรือ (ข) ได้ใช้บริการไม่ว่าโดยตนเองหรือบุคคลอื่น ทั้งนี้ โดยให้ความรับผิดเกิดขึ้นตามส่วนของการกระทำนั้น ๆ แล้วแต่กรณี (3) การให้บริการที่ทำในต่างประเทศและได้มีการใช้บริการนั้นในราชอาณาจักร ให้ความรับผิดทั้งหมดหรือบางส่วนเกิดขึ้นเมื่อได้มีการชำระราคาค่าบริการทั้งหมดหรือบางส่วน แล้วแต่กรณี (4) การให้บริการที่เสียภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละ 0 ตามมาตรา 80/1 (5) และภายหลังได้มีการโอนสิทธิในบริการอันทำให้ผู้รับโอนสิทธิในบริการมีหน้าที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 82/1 (2) ให้ความรับผิดทั้งหมดเกิดขึ้นเมื่อได้รับชำระราคาค่าบริการ เพื่อเป็นการบรรเทาภาระในการยื่นแบบแสดงรายการและการชำระภาษีของผู้ประกอบการจดทะเบียนสำหรับการให้บริการแก่กระทรวง ทบวง กรม หรือราชการส่วนท้องถิ่น ทั้งนี้ เฉพาะการให้บริการตามสัญญาและมีการชำระราคาค่าบริการที่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดโดยกฎกระทรวง ให้อธิบดีโดยอนุมัติรัฐมนตรีมีอำนาจกำหนดความรับผิดตาม (1) และ (2) เกิดขึ้นเป็นอย่างอื่นได้
ประมวลรัษฎากร หมวด 4 ภาษีมูลค่าเพิ่ม (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)