สัญญาจองซื้อบ้านหรือห้องชุด ต้องมีอะไรบ้าง
ผู้จองวางเงินจองให้ผู้ขายกันบ้าน ที่ดิน หรือห้องชุดไว้ จนถึงวันทำสัญญาจะซื้อจะขาย · ผู้ประกอบธุรกิจขายห้องชุดต้องใช้แบบสัญญาจองมาตรฐานของ สคบ. พ.ศ. 2567
| ใช้เมื่อ | ใช้เมื่อจองบ้านหรือห้องชุดในโครงการก่อนทำสัญญาจะซื้อจะขาย |
|---|---|
| อากรแสตมป์ | สัญญาจองไม่ใช่สัญญาเช่า สัญญาจ้างทำของ หรือตราสารอื่นในบัญชีอัตราอากรแสตมป์ และยังไม่ใช่การซื้อขาย จึงไม่ต้องปิดอากรแสตมป์ ใบรับเงินจองก็ไม่ต้องปิดอากร เพราะลักษณะ 28 ใช้กับใบรับเงินในการโอนอสังหาริมทรัพย์ที่จดทะเบียน ซึ่งการจองยังไม่ใช่ อากรและค่าธรรมเนียมจะเกิดในวันโอนกรรมสิทธิ์ที่สำนักงานที่ดิน ซึ่งกำหนดไว้ในสัญญาจะซื้อจะขาย |
| ภาษี | การจองไม่ก่อภาระภาษี เงินจองยังไม่ใช่เงินได้จากการขายจนกว่าจะโอนกรรมสิทธิ์ ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายของผู้ขาย ภาษีธุรกิจเฉพาะหรืออากรแสตมป์ และค่าธรรมเนียมการโอนเกิดในวันโอนที่สำนักงานที่ดิน ข้อ 3.2 ให้ตกลงว่าใครจ่ายอะไรไว้ก่อน และรายละเอียดตัวเลขอยู่ในสัญญาจะซื้อจะขาย |
| แบบที่กฎหมายกำหนด | สัญญาจองไม่ต้องจดทะเบียน การซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ มิฉะนั้นเป็นโมฆะตาม ป.พ.พ. มาตรา 456 วรรคหนึ่ง ส่วนสัญญาจะซื้อจะขายต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือหรือวางมัดจำหรือชำระหนี้บางส่วนจึงฟ้องร้องบังคับได้ตามมาตรา 456 วรรคสอง สัญญาจองนี้จึงเป็นขั้นก่อนหน้า เอกสารถัดไปคือสัญญาจะซื้อจะขายที่ดิน ซึ่งคำนวณค่าธรรมเนียมและภาษีวันโอนไว้ ⚠️ ผู้ขายเป็นผู้ประกอบธุรกิจ — ถ้าทรัพย์ที่จองเป็นห้องชุด การจองอยู่ในบังคับประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา เรื่อง ให้ธุรกิจการขายห้องชุดที่มีการจองเป็นธุรกิจที่ควบคุมสัญญา พ.ศ. 2567 ข้อ 4 บังคับให้ใช้แบบสัญญามาตรฐานท้ายประกาศ และข้อ 6 บังคับให้ทำสองฉบับและส่งมอบให้ผู้จองทันทีที่ลงนาม แม่แบบนี้รับสาระของแบบมาตรฐานไว้ครบ คือ ผู้จองเลิกได้เมื่อ EIA ไม่ผ่าน ไม่ยื่นหรือไม่ได้ใบอนุญาตตามกำหนด ทำสัญญาไม่ได้ตามกำหนด หรือผู้ขายแก้แผนผังหรือวัสดุโดยไม่ได้รับความยินยอม (แบบข้อ 2) ผู้ขายริบเงินได้เฉพาะเมื่อผู้จองไม่มาทำสัญญา (แบบข้อ 3) สินเชื่อไม่ผ่านเป็นเหตุเลิกของทั้งสองฝ่าย (แบบข้อ 4) คืนเงิน 15 วันหรือ 45 วันสำหรับบัตรเครดิต (แบบข้อ 5) และบอกเลิกต้องให้เวลาไม่น้อยกว่า 7 วัน (แบบข้อ 6) แต่ผู้ขายที่เป็นผู้ประกอบธุรกิจยังต้องใช้แบบมาตรฐานของ สคบ. เป็นหลัก และต้องมีช่องลงนามผู้จัดการฝ่ายขายและพนักงานผู้รับจองตามแบบ ถ้าทรัพย์เป็นบ้านในโครงการจัดสรร ให้ตรวจ พ.ร.บ.การจัดสรรที่ดิน พ.ศ. 2543 เรื่องใบอนุญาตจัดสรรและแผนผังโครงการด้วยผู้ขายเป็นเจ้าของทรัพย์รายบุคคล ประกาศ สคบ. เรื่องการจองห้องชุดใช้กับผู้ประกอบธุรกิจเท่านั้น แต่สัญญานี้รับหลักของประกาศนั้นมาไว้ เพราะเป็นมาตรฐานที่ศาลใช้ดูว่าข้อใดไม่เป็นธรรม คือ ห้ามริบเงินจองเว้นแต่ผู้จองผิดสัญญา ห้ามเก็บค่าโอนสิทธิการจอง ห้ามเปลี่ยนเงินจองเป็นมัดจำหรือเงินดาวน์ และห้ามใช้ข้อมูลส่วนบุคคลนอกกฎหมาย (ประกาศข้อ 5(4) 5(5) 5(6) 5(8)) |
| มาตราที่อ้าง | ป.พ.พ. ม.224, 377–378, 456, 810, 849; พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 ม.4, 7; ประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา เรื่อง ให้ธุรกิจการขายห้องชุดที่มีการจองเป็นธุรกิจที่ควบคุมสัญญา พ.ศ. 2567 ข้อ 4, 5(1)–(8), 6 และแบบสัญญาท้ายประกาศ ข้อ ๑–๖ |
| ค่าใช้แบบฟอร์มบนเว็บนี้ | 349 บาท |
ใช้สัญญาฉบับนี้เมื่อไร
- ใช้เมื่อจองบ้านหรือห้องชุดในโครงการก่อนทำสัญญาจะซื้อจะขาย
- ใช้เมื่อเจ้าของรายบุคคลรับเงินจองบ้านมือสอง
- ใช้เมื่อผู้จองต้องขอสินเชื่อและต้องการให้เลิกได้ถ้ากู้ไม่ผ่าน
จุดที่พลาดบ่อยและต้องระวัง
- ผู้ประกอบธุรกิจขายห้องชุดต้องใช้แบบสัญญาจองมาตรฐานของ สคบ. พ.ศ. 2567
- เงินจองริบได้เฉพาะเมื่อผู้จองไม่มาทำสัญญาตามกำหนด
- ตรวจเอกสารสิทธิ์และชื่อเจ้าของก่อนจ่ายเงินจอง
- ห้ามเก็บค่าโอนสิทธิการจองและห้ามเปลี่ยนเงินจองเป็นเงินดาวน์
กรณีที่ไม่ควรใช้ฉบับนี้
- ถ้าจองที่ดินเปล่าจากเจ้าของ ให้ใช้ สัญญาจองที่ดิน
- ถ้าพร้อมผูกพันซื้อขายและวางมัดจำแล้ว ให้ใช้ สัญญาจะซื้อจะขายที่ดิน (ตามเนื้อที่ / เหมายกแปลง)
- ถ้าต้องการตรวจบ้านก่อนรับโอน ให้ใช้ สัญญาจ้างตรวจรับบ้านหรือคอนโด
- จองซื้อที่ดินเปล่า — ใช้ สัญญาจองที่ดิน
อากรแสตมป์
สัญญาจองไม่ใช่สัญญาเช่า สัญญาจ้างทำของ หรือตราสารอื่นในบัญชีอัตราอากรแสตมป์ และยังไม่ใช่การซื้อขาย จึงไม่ต้องปิดอากรแสตมป์ ใบรับเงินจองก็ไม่ต้องปิดอากร เพราะลักษณะ 28 ใช้กับใบรับเงินในการโอนอสังหาริมทรัพย์ที่จดทะเบียน ซึ่งการจองยังไม่ใช่ อากรและค่าธรรมเนียมจะเกิดในวันโอนกรรมสิทธิ์ที่สำนักงานที่ดิน ซึ่งกำหนดไว้ในสัญญาจะซื้อจะขาย
การจดทะเบียน / แบบที่กฎหมายกำหนด
สัญญาจองไม่ต้องจดทะเบียน การซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ มิฉะนั้นเป็นโมฆะตาม ป.พ.พ. มาตรา 456 วรรคหนึ่ง ส่วนสัญญาจะซื้อจะขายต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือหรือวางมัดจำหรือชำระหนี้บางส่วนจึงฟ้องร้องบังคับได้ตามมาตรา 456 วรรคสอง สัญญาจองนี้จึงเป็นขั้นก่อนหน้า เอกสารถัดไปคือสัญญาจะซื้อจะขายที่ดิน ซึ่งคำนวณค่าธรรมเนียมและภาษีวันโอนไว้
⚠️ ผู้ขายเป็นผู้ประกอบธุรกิจ — ถ้าทรัพย์ที่จองเป็นห้องชุด การจองอยู่ในบังคับประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา เรื่อง ให้ธุรกิจการขายห้องชุดที่มีการจองเป็นธุรกิจที่ควบคุมสัญญา พ.ศ. 2567 ข้อ 4 บังคับให้ใช้แบบสัญญามาตรฐานท้ายประกาศ และข้อ 6 บังคับให้ทำสองฉบับและส่งมอบให้ผู้จองทันทีที่ลงนาม แม่แบบนี้รับสาระของแบบมาตรฐานไว้ครบ คือ ผู้จองเลิกได้เมื่อ EIA ไม่ผ่าน ไม่ยื่นหรือไม่ได้ใบอนุญาตตามกำหนด ทำสัญญาไม่ได้ตามกำหนด หรือผู้ขายแก้แผนผังหรือวัสดุโดยไม่ได้รับความยินยอม (แบบข้อ 2) ผู้ขายริบเงินได้เฉพาะเมื่อผู้จองไม่มาทำสัญญา (แบบข้อ 3) สินเชื่อไม่ผ่านเป็นเหตุเลิกของทั้งสองฝ่าย (แบบข้อ 4) คืนเงิน 15 วันหรือ 45 วันสำหรับบัตรเครดิต (แบบข้อ 5) และบอกเลิกต้องให้เวลาไม่น้อยกว่า 7 วัน (แบบข้อ 6) แต่ผู้ขายที่เป็นผู้ประกอบธุรกิจยังต้องใช้แบบมาตรฐานของ สคบ. เป็นหลัก และต้องมีช่องลงนามผู้จัดการฝ่ายขายและพนักงานผู้รับจองตามแบบ ถ้าทรัพย์เป็นบ้านในโครงการจัดสรร ให้ตรวจ พ.ร.บ.การจัดสรรที่ดิน พ.ศ. 2543 เรื่องใบอนุญาตจัดสรรและแผนผังโครงการด้วยผู้ขายเป็นเจ้าของทรัพย์รายบุคคล ประกาศ สคบ. เรื่องการจองห้องชุดใช้กับผู้ประกอบธุรกิจเท่านั้น แต่สัญญานี้รับหลักของประกาศนั้นมาไว้ เพราะเป็นมาตรฐานที่ศาลใช้ดูว่าข้อใดไม่เป็นธรรม คือ ห้ามริบเงินจองเว้นแต่ผู้จองผิดสัญญา ห้ามเก็บค่าโอนสิทธิการจอง ห้ามเปลี่ยนเงินจองเป็นมัดจำหรือเงินดาวน์ และห้ามใช้ข้อมูลส่วนบุคคลนอกกฎหมาย (ประกาศข้อ 5(4) 5(5) 5(6) 5(8))
ภาษี
การจองไม่ก่อภาระภาษี เงินจองยังไม่ใช่เงินได้จากการขายจนกว่าจะโอนกรรมสิทธิ์ ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายของผู้ขาย ภาษีธุรกิจเฉพาะหรืออากรแสตมป์ และค่าธรรมเนียมการโอนเกิดในวันโอนที่สำนักงานที่ดิน ข้อ 3.2 ให้ตกลงว่าใครจ่ายอะไรไว้ก่อน และรายละเอียดตัวเลขอยู่ในสัญญาจะซื้อจะขาย
เงินจองริบได้เมื่อไร
ข้อ 6.2 จำกัดการริบเงินจองไว้กรณีเดียว คือผู้จองไม่มาทำสัญญาตามกำหนดทั้งที่ผู้ขายพร้อมและได้บอกกล่าวให้เวลาแล้ว ถ้าเงินจองสูงเกินส่วนเมื่อเทียบกับความเสียหายจริงของผู้ขาย ศาลลดลงได้ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 7 ข้อสัญญาที่ให้ริบเงินได้ทุกกรณีหรือเก็บค่าปรับเพิ่มเสี่ยงเป็นข้อที่ไม่เป็นธรรมตามมาตรา 4 เงินจองที่ผู้ขายรับไว้แล้วไม่คืนตามกำหนดต้องเสียดอกเบี้ยผิดนัดตาม ป.พ.พ. มาตรา 224
ข้อ 2.2 เขียนว่าเงินจองไม่ใช่มัดจำ เพราะถ้าเป็นมัดจำจะมีผลตาม ป.พ.พ. มาตรา 377–378 ซึ่งให้ริบได้เมื่อฝ่ายวางมัดจำไม่ชำระหนี้ และแสดงว่าสัญญาได้ทำขึ้นแล้ว ผลทางกฎหมายต่างกัน
เงินจองที่จ่ายผ่านนายหน้า
นายหน้าไม่มีอำนาจรับเงินแทนคู่สัญญาเว้นแต่ได้รับมอบอำนาจตาม ป.พ.พ. มาตรา 849 ข้อ 2.3 จึงให้ผู้ขายรับรองว่าผู้รับเงินมีอำนาจ และถือว่าผู้ขายได้รับเงินแล้วเมื่อจ่ายให้บุคคลนั้น ซึ่งปกป้องผู้จองจากกรณีนายหน้ารับเงินแล้วหายไป เงินที่ตัวแทนรับไว้แทนผู้ขายต้องส่งมอบให้ผู้ขายตามมาตรา 810
สินเชื่อไม่ผ่าน
ข้อ 5.2 ให้เลิกสัญญาได้และได้เงินคืนเมื่อสินเชื่อไม่ผ่าน โดยมีเงื่อนไขว่าผู้ขายรู้ตั้งแต่วันจองว่าผู้จองต้องกู้ และผู้จองต้องยื่นขอจริงตามจำนวนธนาคารและเวลาที่กำหนด เพื่อไม่ให้ใช้เหตุนี้เป็นทางหนีเมื่อเปลี่ยนใจสัญญานี้ไม่ให้เลิกเพราะสินเชื่อไม่ผ่าน ผู้จองที่ต้องกู้ควรยื่นขออนุมัติเบื้องต้นก่อนจอง หรือเปิดสวิตช์นี้
ข้อที่ผู้จองพลาดบ่อย
- จองโดยไม่เห็นเอกสารสิทธิ์ — ข้อ 4 บังคับให้ผู้ขายรับรองและส่งสำเนา
- เงินจองจ่ายให้พนักงานขายเป็นเงินสดโดยไม่มีใบรับ — ข้อ 2.3 บังคับออกหลักฐานการรับเงินทันที
- ไม่ได้กำหนดวันทำสัญญาจะซื้อจะขาย — การจองค้างไว้ไม่มีกำหนด ผู้ขายนำไปเสนอคนอื่นได้ ข้อ 3.1 แก้จุดนี้
- ของแถมที่พูดด้วยปากแต่ไม่เขียน — ข้อ 1.2 บังคับให้ระบุ
เอกสารแนบท้ายสัญญา
- แผนผังโครงการหรือแผนที่ระบุตำแหน่งทรัพย์
- รายการวัสดุ อุปกรณ์ และของแถม
- สำเนาเอกสารสิทธิ์และรายการภาระที่เปิดเผย
- หลักฐานการรับเงินจอง
- สำเนาหนังสือมอบอำนาจของผู้ลงนามแทนผู้ขาย ถ้ามี
วันลงนาม
ทำสองฉบับข้อความตรงกัน ผู้จองต้องได้รับฉบับของตนทันทีที่ลงนาม ตรวจเอกสารสิทธิ์และชื่อเจ้าของที่สำนักงานที่ดินก่อนจ่ายเงินจองถ้าทำได้
ผู้เขียนและผู้ตรวจทาน
เขียนและตรวจทานโดย ภูวรา ครอบตะคุ ทนายความ (ใบอนุญาต 477/2558) · เนติบัณฑิตไทย · น.ม. กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาและสารสนเทศ — การเลือกประเด็น การจัดหมวด และคำอธิบายในบทความนี้เป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ของผู้เขียน ส่วนตัวบทกฎหมายที่ยกมาไม่มีลิขสิทธิ์และตรวจกับราชกิจจานุเบกษาได้เสมอ · ทะเบียนบทความ OKC-906440 · หากนำไปใช้ต่อ โปรดระบุชื่อผู้เขียนและลิงก์ต้นฉบับ
คำถามที่พบบ่อย
สัญญาจองซื้อบ้านหรือห้องชุด ต้องติดอากรแสตมป์ไหม
สัญญาจองไม่ใช่สัญญาเช่า สัญญาจ้างทำของ หรือตราสารอื่นในบัญชีอัตราอากรแสตมป์ และยังไม่ใช่การซื้อขาย จึงไม่ต้องปิดอากรแสตมป์ ใบรับเงินจองก็ไม่ต้องปิดอากร เพราะลักษณะ 28 ใช้กับใบรับเงินในการโอนอสังหาริมทรัพย์ที่จดทะเบียน ซึ่งการจองยังไม่ใช่ อากรและค่าธรรมเนียมจะเกิดในวันโอนกรรมสิทธิ์ที่สำนักงานที่ดิน ซึ่งกำหนดไว้ในสัญญาจะซื้อจะขาย
สัญญาจองซื้อบ้านหรือห้องชุด เสียภาษีอะไรบ้าง
การจองไม่ก่อภาระภาษี เงินจองยังไม่ใช่เงินได้จากการขายจนกว่าจะโอนกรรมสิทธิ์ ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายของผู้ขาย ภาษีธุรกิจเฉพาะหรืออากรแสตมป์ และค่าธรรมเนียมการโอนเกิดในวันโอนที่สำนักงานที่ดิน ข้อ 3.2 ให้ตกลงว่าใครจ่ายอะไรไว้ก่อน และรายละเอียดตัวเลขอยู่ในสัญญาจะซื้อจะขาย
ใช้สัญญาจองซื้อบ้านหรือห้องชุดตอนไหน
ใช้เมื่อจองบ้านหรือห้องชุดในโครงการก่อนทำสัญญาจะซื้อจะขาย · ใช้เมื่อเจ้าของรายบุคคลรับเงินจองบ้านมือสอง · ใช้เมื่อผู้จองต้องขอสินเชื่อและต้องการให้เลิกได้ถ้ากู้ไม่ผ่าน
ทำสัญญาจองซื้อบ้านหรือห้องชุดต้องระวังอะไร
ผู้ประกอบธุรกิจขายห้องชุดต้องใช้แบบสัญญาจองมาตรฐานของ สคบ. พ.ศ. 2567 · เงินจองริบได้เฉพาะเมื่อผู้จองไม่มาทำสัญญาตามกำหนด · ตรวจเอกสารสิทธิ์และชื่อเจ้าของก่อนจ่ายเงินจอง · ห้ามเก็บค่าโอนสิทธิการจองและห้ามเปลี่ยนเงินจองเป็นเงินดาวน์
กรณีไหนที่ไม่ควรใช้สัญญาจองซื้อบ้านหรือห้องชุด
ถ้าจองที่ดินเปล่าจากเจ้าของ ให้ใช้ สัญญาจองที่ดิน · ถ้าพร้อมผูกพันซื้อขายและวางมัดจำแล้ว ให้ใช้ สัญญาจะซื้อจะขายที่ดิน (ตามเนื้อที่ / เหมายกแปลง) · ถ้าต้องการตรวจบ้านก่อนรับโอน ให้ใช้ สัญญาจ้างตรวจรับบ้านหรือคอนโด · จองซื้อที่ดินเปล่า — ใช้ สัญญาจองที่ดิน
สัญญาจองซื้อบ้านหรือห้องชุด ต้องจดทะเบียนหรือทำตามแบบที่กฎหมายกำหนดไหม
สัญญาจองไม่ต้องจดทะเบียน การซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ มิฉะนั้นเป็นโมฆะตาม ป.พ.พ. มาตรา 456 วรรคหนึ่ง ส่วนสัญญาจะซื้อจะขายต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือหรือวางมัดจำหรือชำระหนี้บางส่วนจึงฟ้องร้องบังคับได้ตามมาตรา 456 วรรคสอง สัญญาจองนี้จึงเป็นขั้นก่อนหน้า เอกสารถัดไปคือสัญญาจะซื้อจะขายที่ดิน ซึ่งคำนวณค่าธรรมเนียมและภาษีวันโอนไว้ ⚠️ ผู้ขายเป็นผู้ประกอบธุรกิจ — ถ้าทรัพย์ที่จองเป็นห้องชุด การจองอยู่ในบังคับประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา เรื่อง ให้ธุรกิจการขายห้องชุดที่มีการจองเป็นธุรกิจที่ควบคุมสัญญา พ.ศ. 2567 ข้อ 4 บังคับให้ใช้แบบสัญญามาตรฐานท้ายประกาศ และข้อ 6 บังคับให้ทำสองฉบับและส่งมอบให้ผู้จองทันทีที่ลงนาม แม่แบบนี้รับสาระของแบบมาตรฐานไว้ครบ คือ ผู้จองเลิกได้เมื่อ EIA ไม่ผ่าน ไม่ยื่นหรือไม่ได้ใบอนุญาตตามกำหนด ทำสัญญาไม่ได้ตามกำหนด หรือผู้ขายแก้แผนผังหรือวัสดุโดยไม่ได้รับความยินยอม (แบบข้อ 2) ผู้ขายริบเงินได้เฉพาะเมื่อผู้จองไม่มาทำสัญญา (แบบข้อ 3) สินเชื่อไม่ผ่านเป็นเหตุเลิกของทั้งสองฝ่าย (แบบข้อ 4) คืนเงิน 15 วันหรือ 45 วันสำหรับบัตรเครดิต (แบบข้อ 5) และบอกเลิกต้องให้เวลาไม่น้อยกว่า 7 วัน (แบบข้อ 6) แต่ผู้ขายที่เป็นผู้ประกอบธุรกิจยังต้องใช้แบบมาตรฐานของ สคบ. เป็นหลัก และต้องมีช่องลงนามผู้จัดการฝ่ายขายและพนักงานผู้รับจองตามแบบ ถ้าทรัพย์เป็นบ้านในโครงการจัดสรร ให้ตรวจ พ.ร.บ.การจัดสรรที่ดิน พ.ศ. 2543 เรื่องใบอนุญาตจัดสรรและแผนผังโครงการด้วยผู้ขายเป็นเจ้าของทรัพย์รายบุคคล ประกาศ สคบ. เรื่องการจองห้องชุดใช้กับผู้ประกอบธุรกิจเท่านั้น แต่สัญญานี้รับหลักของประกาศนั้นมาไว้ เพราะเป็นมาตรฐานที่ศาลใช้ดูว่าข้อใดไม่เป็นธรรม คือ ห้ามริบเงินจองเว้นแต่ผู้จองผิดสัญญา ห้ามเก็บค่าโอนสิทธิการจอง ห้ามเปลี่ยนเงินจองเป็นมัดจำหรือเงินดาวน์ และห้ามใช้ข้อมูลส่วนบุคคลนอกกฎหมาย (ประกาศข้อ 5(4) 5(5) 5(6) 5(8))
ลงนามสัญญาจองซื้อบ้านหรือห้องชุดต้องมีพยานไหม ทำกี่ฉบับ
ทำสองฉบับข้อความตรงกัน ผู้จองต้องได้รับฉบับของตนทันทีที่ลงนาม ตรวจเอกสารสิทธิ์และชื่อเจ้าของที่สำนักงานที่ดินก่อนจ่ายเงินจองถ้าทำได้
ทำสัญญาจองซื้อบ้านหรือห้องชุดต้องเตรียมเอกสารอะไรแนบท้าย
แผนผังโครงการหรือแผนที่ระบุตำแหน่งทรัพย์ รายการวัสดุ อุปกรณ์ และของแถม สำเนาเอกสารสิทธิ์และรายการภาระที่เปิดเผย หลักฐานการรับเงินจอง สำเนาหนังสือมอบอำนาจของผู้ลงนามแทนผู้ขาย ถ้ามี
กฎหมายที่อ้างถึงในบทความนี้
ถ้อยคำด้านล่างคัดจากตัวบท 8 มาตรา — ใช้อ้างอิงได้ แต่หากต้องใช้ในชั้นศาล ควรตรวจกับราชกิจจานุเบกษาฉบับทางการอีกครั้ง
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 224
หนี้เงินนั้น ให้คิดดอกเบี้ยในระหว่างเวลาผิดนัดในอัตราที่กำหนดตามมาตรา 7 บวกด้วยอัตราเพิ่มร้อยละสองต่อปี ถ้าเจ้าหนี้อาจจะเรียกดอกเบี้ยได้สูงกว่านั้นโดยอาศัยเหตุอย่างอื่นอันชอบด้วยกฎหมาย ก็ให้คงส่งดอกเบี้ยต่อไปตามนั้น
ส่วนที่ 1 การไม่ชำระหนี้
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 377
เมื่อเข้าทำสัญญา ถ้าได้ให้สิ่งใดไว้เป็นมัดจำ ท่านให้ถือว่าการที่ให้มัดจำนั้นย่อมเป็นพยานหลักฐานว่าสัญญานั้นได้ทำกันขึ้นแล้ว อนึ่ง มัดจำนี้ย่อมเป็นประกันการที่จะปฏิบัติตามสัญญานั้นด้วย
หมวด 3 มัดจำและกำหนดเบี้ยปรับ
พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 4
ข้อตกลงในสัญญาระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบธุรกิจการค้า หรือวิชาชีพ หรือในสัญญาสำเร็จรูป หรือในสัญญาขายฝากที่ทำให้ผู้ประกอบธุรกิจการค้า หรือวิชาชีพ หรือผู้กำหนดสัญญาสำเร็จรูป หรือผู้ซื้อฝากได้เปรียบคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งเกินสมควร เป็นข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม และให้มีผลบังคับได้เพียงเท่าที่เป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณีเท่านั้น
พระราชบัญญัติ ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540
พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 7
ในสัญญาที่มีการให้สิ่งใดไว้เป็นมัดจำ หากมีกรณีที่จะต้องริบมัดจำถ้ามัดจำนั้นสูงเกินส่วน ศาลจะลดลงให้ริบได้เพียงเท่าความเสียหายที่แท้จริงก็ได้
พระราชบัญญัติ ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 456
การซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ ถ้ามิได้ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่เป็นโมฆะ วิธีนี้ให้ใช้ถึงซื้อขายเรือมีระวางตั้งแต่ห้าตันขึ้นไป ทั้งซื้อขายแพและสัตว์พาหนะด้วย
ส่วนที่ 1 บทเบ็ดเสร็จทั่วไป
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 4
กฎหมายนั้น ต้องใช้ในบรรดากรณีซึ่งต้องด้วยบทบัญญัติใด ๆ แห่งกฎหมายตามตัวอักษร หรือตามความมุ่งหมายของบทบัญญัตินั้น ๆ
ลักษณะ 1 บทเบ็ดเสร็จทั่วไป
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 849
การรับเงินหรือรับชำระหนี้อันจะพึงชำระตามสัญญานั้น ท่านให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่านายหน้าย่อมไม่มีอำนาจที่จะรับแทนผู้เป็นคู่สัญญา
ลักษณะ 16 นายหน้า
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 810
เงินและทรัพย์สินอย่างอื่นบรรดาที่ตัวแทนได้รับไว้เกี่ยวด้วยการเป็นตัวแทนนั้น ท่านว่าตัวแทนต้องส่งให้แก่ตัวการจงสิ้น
หมวด 2 หน้าที่และความรับผิดของตัวแทนต่อตัวการ