คำรับรองพนักงาน ทรัพย์สินทางปัญญาและความลับทางการค้า ต้องมีอะไรบ้าง

ตอบสั้น

พนักงานรับรองต่อนายจ้างว่าจะรักษาข้อมูลลับ ไม่ใช้ข้อมูลกับปัญญาประดิษฐ์สาธารณะหรือโปรแกรมเถื่อน และยืนยันว่าลิขสิทธิ์และสิ่งประดิษฐ์ที่ทำในหน้าที่เป็นของนายจ้าง โดยนายจ้างลงนามตกลงด้วย · นายจ้างต้องลงนามด้วย เพราะลิขสิทธิ์งานของลูกจ้างจะเป็นของนายจ้างได้ต้องทำเป็นหนังสือตกลงกัน (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 9)

ข้อเท็จจริงที่อ้างอิงได้
ใช้เมื่อใช้เมื่อต้องการให้พนักงานที่ทำงานอยู่แล้วลงนามเรื่องความลับและทรัพย์สินทางปัญญาเพิ่ม โดยไม่ต้องทำสัญญาจ้างใหม่
อากรแสตมป์คำรับรองนี้ไม่ใช่ตราสารที่ระบุไว้ในบัญชีอัตราอากรแสตมป์ จึงไม่ต้องปิดอากร
มาตราที่อ้างพ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ 2537 ม.9 (งานของลูกจ้าง — ข้อ 6.1 ทำเป็นหนังสือตกลงกัน), 17 (โอนลิขสิทธิ์ต้องลงลายมือชื่อทั้งสองฝ่าย — เหตุที่นายจ้างลงนาม), 18 (สิทธิของผู้สร้างสรรค์ — ข้อ 6.3) · พ.ร.บ.สิทธิบัตร 2522 ม.11 (สิทธิขอรับสิทธิบัตรของการประดิษฐ์ในหน้าที่ตกแก่นายจ้าง — ข้อ 7.2), 12 (บำเหน็จพิเศษ สัญญาจ้างตัดไม่ได้ — ข้อ 7.3), 65, 65 ทศ (ใช้กับแบบผลิตภัณฑ์และอนุสิทธิบัตร) · พ.ร.บ.ความลับทางการค้า 2545 ม.3 (มาตรการที่เหมาะสม), 6 (การละเมิด), 8 (คำสั่งระงับ — ข้อ 12.2), 10 (อายุความ) · พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม 2540 ม.5 (ห้ามแข่งขัน — ข้อ 10.3) · พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน 2541 ม.76, 77 (หักค่าจ้าง — ข้อ 12.3) · ป.พ.พ. ม.425 (นายจ้างร่วมรับผิด), 583 (ขัดคำสั่งอันชอบ — ข้อ 12.1) · พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล 2562 ม.37, 37(4) (ข้อ 3.3–3.4) · บัญชีอัตราอากรแสตมป์ (ไม่ใช่ตราสารในบัญชี)
ค่าใช้แบบฟอร์มบนเว็บนี้149 บาท

ใช้สัญญาฉบับนี้เมื่อไร

  • ใช้เมื่อต้องการให้พนักงานที่ทำงานอยู่แล้วลงนามเรื่องความลับและทรัพย์สินทางปัญญาเพิ่ม โดยไม่ต้องทำสัญญาจ้างใหม่
  • ใช้เมื่อพนักงานย้ายไปตำแหน่งที่เข้าถึงสูตร ซอร์สโค้ด รายชื่อลูกค้า หรือข้อมูลเงินเดือน
  • ใช้เมื่อบริษัทเริ่มใช้เครื่องมือปัญญาประดิษฐ์และต้องการกติกาชัดว่าข้อมูลใดห้ามป้อนเข้าเครื่องมือภายนอก

จุดที่พลาดบ่อยและต้องระวัง

  • นายจ้างต้องลงนามด้วย เพราะลิขสิทธิ์งานของลูกจ้างจะเป็นของนายจ้างได้ต้องทำเป็นหนังสือตกลงกัน (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 9)
  • สิทธิได้รับบำเหน็จพิเศษเมื่อนายจ้างได้ประโยชน์จากสิ่งประดิษฐ์ของลูกจ้าง สัญญาตัดไม่ได้ (พ.ร.บ.สิทธิบัตร พ.ศ. 2522 มาตรา 12)
  • ข้อห้ามแข่งขันหลังลาออกต้องจำกัดเวลา ขอบเขต และควรมีค่าตอบแทน มิฉะนั้นศาลบังคับได้เพียงเท่าที่เป็นธรรม (พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม มาตรา 5)
  • หักค่าจ้างชดใช้ความเสียหายได้เฉพาะตามกฎหมายคุ้มครองแรงงานมาตรา 76 และต้องได้รับความยินยอมเป็นหนังสือเป็นรายครั้ง
  • คำรับรองอย่างเดียวไม่พอให้ข้อมูลเป็นความลับทางการค้า นายจ้างต้องจำกัดสิทธิเข้าถึงและทำเครื่องหมายเอกสารลับประกอบด้วย

กรณีที่ไม่ควรใช้ฉบับนี้

อากรแสตมป์

คำรับรองนี้ไม่ใช่ตราสารที่ระบุไว้ในบัญชีอัตราอากรแสตมป์ จึงไม่ต้องปิดอากร

ทำไมนายจ้างต้องลงนามด้วย

ลิขสิทธิ์ในงานที่ลูกจ้างสร้างสรรค์ในหน้าที่เป็นของลูกจ้าง เว้นแต่จะ ทำเป็นหนังสือตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่น (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 9) และการโอนลิขสิทธิ์ต้องทำเป็นหนังสือลงลายมือชื่อทั้งผู้โอนและผู้รับโอน (มาตรา 17) หนังสือที่พนักงานลงนามฝ่ายเดียวอาจไม่พอ ฉบับนี้จึงให้นายจ้างลงนามตกลงข้อ 6 ข้อ 7 และข้อ 10 ไว้ท้ายหนังสือ งานที่สร้างสรรค์ไว้ก่อนวันลงนาม ถ้าต้องการให้เป็นของนายจ้าง ควรทำสัญญาโอนลิขสิทธิ์แยกระบุชื่องาน

สิทธิของผู้สร้างสรรค์ที่จะได้รับการระบุชื่อและห้ามบิดเบือนงานจนเสียชื่อเสียง ยังอยู่กับพนักงาน เว้นแต่ตกลงกันเป็นลายลักษณ์อักษร (มาตรา 18) ข้อ 6.3 จึงเขียนเป็นการตกลงไม่ใช้สิทธิขัดขวางการใช้งานของนายจ้าง ผลงานที่ทำโดยเครื่องมือปัญญาประดิษฐ์ล้วนโดยไม่มีการสร้างสรรค์ของมนุษย์อาจไม่ได้รับความคุ้มครองลิขสิทธิ์ นายจ้างจึงควรคุ้มครองงานเหล่านั้นด้วยการรักษาความลับไปพร้อมกัน

สิ่งประดิษฐ์และบำเหน็จพิเศษ

สิทธิขอรับสิทธิบัตรสำหรับการประดิษฐ์ที่ลูกจ้างทำขึ้นตามสัญญาจ้าง หรือโดยใช้วิธีการ สถิติ หรือรายงานที่รู้เพราะการเป็นลูกจ้าง ตกได้แก่นายจ้าง (พ.ร.บ.สิทธิบัตร พ.ศ. 2522 มาตรา 11) และใช้กับการออกแบบผลิตภัณฑ์และอนุสิทธิบัตรด้วย (มาตรา 65 และมาตรา 65 ทศ) แต่ถ้านายจ้างได้รับประโยชน์ ลูกจ้างมีสิทธิได้รับบำเหน็จพิเศษ ซึ่ง สัญญาจ้างจะตัดสิทธินี้ไม่ได้ (มาตรา 12) ข้อ 7.3 จึงสงวนสิทธินี้ไว้ ถ้าตกลงจำนวนกันไม่ได้ ลูกจ้างยื่นคำขอต่ออธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญาให้กำหนดได้

ความลับทางการค้า

ข้อมูลจะเป็นความลับทางการค้าที่กฎหมายคุ้มครองได้ ผู้ควบคุมข้อมูลต้องใช้ มาตรการที่เหมาะสมเพื่อรักษาไว้เป็นความลับ (พ.ร.บ.ความลับทางการค้า พ.ศ. 2545 มาตรา 3) คำรับรองนี้เป็นหลักฐานส่วนหนึ่งของมาตรการนั้น นายจ้างควรทำอย่างอื่นประกอบด้วย เช่น จำกัดสิทธิเข้าถึงไฟล์ ติดคำว่า «ลับ» บนเอกสาร และอบรมพนักงาน การเปิดเผยหรือใช้ความลับทางการค้าโดยผิดสัญญาเป็นการละเมิด (มาตรา 6) นายจ้างขอให้ศาลสั่งระงับการละเมิดได้ (มาตรา 8) และต้องฟ้องภายใน 3 ปีนับแต่รู้ถึงการละเมิดและรู้ตัวผู้ละเมิด แต่ไม่เกิน 10 ปีนับแต่วันละเมิด (มาตรา 10)

ข้อห้ามและผลเมื่อฝ่าฝืน

  • เปิดเผยข้อมูลลับ ส่งงานเข้าอีเมลหรือคลาวด์ส่วนตัว หรือป้อนข้อมูลเข้าบริการปัญญาประดิษฐ์สาธารณะ (ข้อ 3 และข้อ 4) เป็นการฝ่าฝืนคำสั่งอันชอบด้วยกฎหมายของนายจ้าง ซึ่งอาจเป็นเหตุให้ลงโทษทางวินัย และในกรณีร้ายแรงอาจเลิกจ้างได้ตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน (ป.พ.พ. มาตรา 583) พนักงานต้องชดใช้ความเสียหายจริง ถ้าข้อมูลเป็นข้อมูลส่วนบุคคล นายจ้างต้องแจ้งเหตุละเมิดต่อสำนักงานคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลภายใน 72 ชั่วโมงนับแต่ทราบ (พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 37(4)) จึงต้องแจ้งทันทีตามข้อ 3.3
  • ติดตั้งโปรแกรมเถื่อน (ข้อ 5) ทำให้นายจ้างเสี่ยงถูกฟ้องละเมิดลิขสิทธิ์โปรแกรมคอมพิวเตอร์ ซึ่งมีโทษทางอาญาตามกฎหมายลิขสิทธิ์ และนายจ้างต้องร่วมรับผิดทางแพ่งกับลูกจ้างในผลแห่งละเมิดที่ทำในทางการที่จ้าง (ป.พ.พ. มาตรา 425) นายจ้างจึงควรคุมสิทธิติดตั้งโปรแกรมด้วย
  • เปิดเผยความลับที่รู้มาเพราะหน้าที่ อาจเป็นความผิดอาญาตามประมวลกฎหมายอาญาหรือกฎหมายเฉพาะด้วย ความรับผิดทางอาญาไม่อาจตกลงกันในหนังสือนี้ได้ ฉบับนี้จึงไม่เขียนว่า «รับผิดทางอาญาแต่เพียงผู้เดียว» อย่างที่แบบเก่าเขียน

การหักค่าจ้าง

นายจ้างหักค่าจ้างเพื่อชดใช้ความเสียหายได้เฉพาะความเสียหายที่ลูกจ้างทำโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง ต้องได้รับความยินยอมจากลูกจ้าง หักได้ไม่เกินร้อยละ 10 และรวมกับการหักอื่นไม่เกินหนึ่งในห้าของค่าจ้างงวดนั้น เว้นแต่ลูกจ้างยินยอม (พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 76) และความยินยอมต้องทำเป็นหนังสือเฉพาะเรื่อง (มาตรา 77) ข้อ 12.3 จึงให้ขอความยินยอมเป็นรายครั้ง ไม่ใช่ยินยอมล่วงหน้าแบบเหมารวม

ข้อห้ามแข่งขัน (ข้อ 10)

ข้อตกลงจำกัดสิทธิในการประกอบอาชีพ ถ้าทำให้ลูกจ้างรับภาระมากกว่าที่พึงคาดหมายได้ตามปกติ ศาลให้มีผลบังคับได้เพียงเท่าที่เป็นธรรมและพอสมควร (พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 5) ศาลพิจารณาระยะเวลา พื้นที่ ประเภทงาน และค่าตอบแทนประกอบกัน ฉบับนี้จำกัดไว้ … เดือน เฉพาะงานที่แข่งขันโดยตรงและต้องใช้ข้อมูลลับ และให้นายจ้างจ่ายค่าตอบแทนร้อยละ … ของค่าจ้างเดือนสุดท้ายทุกเดือน ถ้านายจ้างไม่ต้องการจ่าย ให้แจ้งสละข้อ 10.1 เป็นหนังสือไม่ช้ากว่าวันที่พนักงานพ้นสภาพ ค่าตอบแทนนี้เป็นเงินได้ของพนักงานที่นายจ้างต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายตามอัตราที่ใช้บังคับ

ข้อมูลส่วนบุคคลของพนักงาน

การตรวจสอบอีเมลและอุปกรณ์ของนายจ้างตามข้อ 3.4 ต้องแจ้งไว้ในประกาศความเป็นส่วนตัวของพนักงานก่อน และทำเท่าที่จำเป็นเพื่อความปลอดภัยของข้อมูล นายจ้างเป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลของพนักงานและมีหน้าที่รักษาความปลอดภัยตามกฎหมาย (พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 37)

เอกสารแนบท้าย

  • สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของพนักงาน (ถ้านายจ้างยังไม่มี)
  • นโยบายความปลอดภัยสารสนเทศและรายชื่อเครื่องมือปัญญาประดิษฐ์ที่นายจ้างอนุมัติ (ถ้ามี)
  • รายละเอียดผลงานที่มีอยู่ก่อนตามข้อ 8.1 ถ้ายาวเกินช่องที่กรอก
  • หนังสือรับรองนิติบุคคลของนายจ้าง ถ้าผู้ลงนามแทนนายจ้างต้องแสดงอำนาจ

วันลงนาม

ให้พนักงานอ่านก่อนลงนามและมีเวลาถามข้อสงสัย ลงนามทั้งพนักงานและนายจ้าง ทำสองฉบับหรือให้สำเนาแก่พนักงานหนึ่งฉบับ เก็บต้นฉบับไว้ในแฟ้มประวัติพนักงาน พนักงานเดิมที่ลงนามภายหลังเข้าทำงานก็ใช้ได้ แต่ถ้าเพิ่มข้อห้ามแข่งขันซึ่งเป็นภาระใหม่ ควรมีค่าตอบแทนตามข้อ 10.2 เพื่อให้เป็นธรรม

ผู้เขียนและผู้ตรวจทาน

เขียนและตรวจทานโดย ภูวรา ครอบตะคุ ทนายความ (ใบอนุญาต 477/2558) · เนติบัณฑิตไทย · น.ม. กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาและสารสนเทศ — การเลือกประเด็น การจัดหมวด และคำอธิบายในบทความนี้เป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ของผู้เขียน ส่วนตัวบทกฎหมายที่ยกมาไม่มีลิขสิทธิ์และตรวจกับราชกิจจานุเบกษาได้เสมอ · ทะเบียนบทความ OKC-7CDA78 · หากนำไปใช้ต่อ โปรดระบุชื่อผู้เขียนและลิงก์ต้นฉบับ

มีแบบฟอร์มฉบับนี้ให้กรอกออนไลน์แล้วกรอกไม่กี่นาที ดูตัวอย่างเต็มฉบับก่อนจ่าย ได้ไฟล์ PDF พร้อมพิมพ์
เปิดแบบฟอร์ม · 149 บาท

คำถามที่พบบ่อย

คำรับรองพนักงาน ทรัพย์สินทางปัญญาและความลับทางการค้า ต้องติดอากรแสตมป์ไหม

คำรับรองนี้ไม่ใช่ตราสารที่ระบุไว้ในบัญชีอัตราอากรแสตมป์ จึงไม่ต้องปิดอากร

ใช้คำรับรองพนักงาน ทรัพย์สินทางปัญญาและความลับทางการค้าตอนไหน

ใช้เมื่อต้องการให้พนักงานที่ทำงานอยู่แล้วลงนามเรื่องความลับและทรัพย์สินทางปัญญาเพิ่ม โดยไม่ต้องทำสัญญาจ้างใหม่ · ใช้เมื่อพนักงานย้ายไปตำแหน่งที่เข้าถึงสูตร ซอร์สโค้ด รายชื่อลูกค้า หรือข้อมูลเงินเดือน · ใช้เมื่อบริษัทเริ่มใช้เครื่องมือปัญญาประดิษฐ์และต้องการกติกาชัดว่าข้อมูลใดห้ามป้อนเข้าเครื่องมือภายนอก

ทำคำรับรองพนักงาน ทรัพย์สินทางปัญญาและความลับทางการค้าต้องระวังอะไร

นายจ้างต้องลงนามด้วย เพราะลิขสิทธิ์งานของลูกจ้างจะเป็นของนายจ้างได้ต้องทำเป็นหนังสือตกลงกัน (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 9) · สิทธิได้รับบำเหน็จพิเศษเมื่อนายจ้างได้ประโยชน์จากสิ่งประดิษฐ์ของลูกจ้าง สัญญาตัดไม่ได้ (พ.ร.บ.สิทธิบัตร พ.ศ. 2522 มาตรา 12) · ข้อห้ามแข่งขันหลังลาออกต้องจำกัดเวลา ขอบเขต และควรมีค่าตอบแทน มิฉะนั้นศาลบังคับได้เพียงเท่าที่เป็นธรรม (พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม มาตรา 5) · หักค่าจ้างชดใช้ความเสียหายได้เฉพาะตามกฎหมายคุ้มครองแรงงานมาตรา 76 และต้องได้รับความยินยอมเป็นหนังสือเป็นรายครั้ง · คำรับรองอย่างเดียวไม่พอให้ข้อมูลเป็นความลับทางการค้า นายจ้างต้องจำกัดสิทธิเข้าถึงและทำเครื่องหมายเอกสารลับประกอบด้วย

กรณีไหนที่ไม่ควรใช้คำรับรองพนักงาน ทรัพย์สินทางปัญญาและความลับทางการค้า

ถ้าจะให้คู่ค้า ผู้รับจ้าง หรือนักลงทุนซึ่งไม่ใช่พนักงานรักษาความลับ ให้ใช้ สัญญารักษาความลับ (NDA) แบบฝ่ายเดียว · ถ้ากำลังรับพนักงานใหม่และยังไม่มีสัญญาจ้าง ให้ใช้ สัญญาว่าจ้างทำงาน (พนักงานประจำ) ซึ่งมีข้อความลับและลิขสิทธิ์อยู่ในตัว · ถ้าจะโอนลิขสิทธิ์ในผลงานที่สร้างเสร็จแล้วและระบุชื่องานได้ ให้ใช้ สัญญาโอนลิขสิทธิ์ผลงาน · สัญญารักษาความลับและทรัพย์สินทางปัญญาของพนักงาน ภาษาอังกฤษ — ใช้ Employee Confidentiality and Inventions Agreement — สัญญารักษาความลับและทรัพย์สินทางปัญญาของพนักงาน ภาษาอังกฤษ

ลงนามคำรับรองพนักงาน ทรัพย์สินทางปัญญาและความลับทางการค้าต้องมีพยานไหม ทำกี่ฉบับ

ให้พนักงานอ่านก่อนลงนามและมีเวลาถามข้อสงสัย ลงนามทั้งพนักงานและนายจ้าง ทำสองฉบับหรือให้สำเนาแก่พนักงานหนึ่งฉบับ เก็บต้นฉบับไว้ในแฟ้มประวัติพนักงาน พนักงานเดิมที่ลงนามภายหลังเข้าทำงานก็ใช้ได้ แต่ถ้าเพิ่มข้อห้ามแข่งขันซึ่งเป็นภาระใหม่ ควรมีค่าตอบแทนตามข้อ 10.2 เพื่อให้เป็นธรรม

ทำคำรับรองพนักงาน ทรัพย์สินทางปัญญาและความลับทางการค้าต้องเตรียมเอกสารอะไรแนบท้าย

สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของพนักงาน (ถ้านายจ้างยังไม่มี) นโยบายความปลอดภัยสารสนเทศและรายชื่อเครื่องมือปัญญาประดิษฐ์ที่นายจ้างอนุมัติ (ถ้ามี) รายละเอียดผลงานที่มีอยู่ก่อนตามข้อ 8.1 ถ้ายาวเกินช่องที่กรอก หนังสือรับรองนิติบุคคลของนายจ้าง ถ้าผู้ลงนามแทนนายจ้างต้องแสดงอำนาจ

กฎหมายที่อ้างถึงในบทความนี้

ถ้อยคำด้านล่างคัดจากตัวบท 16 มาตรา — ใช้อ้างอิงได้ แต่หากต้องใช้ในชั้นศาล ควรตรวจกับราชกิจจานุเบกษาฉบับทางการอีกครั้ง

พ.ร.บ.สิทธิบัตร พ.ศ. 2522 มาตรา 11

สิทธิขอรับสิทธิบัตรสำหรับการประดิษฐ์ซึ่งลูกจ้างได้ประดิษฐ์ขึ้นโดยการทำงานตามสัญญาจ้างหรือโดยสัญญาจ้างที่มีวัตถุประสงค์ให้ทำการประดิษฐ์ย่อมตกได้แก่นายจ้าง เว้นแต่สัญญาจ้างจะระบุไว้เป็นอย่างอื่นความในวรรคหนึ่ง ให้ใช้บังคับแก่กรณีที่ลูกจ้างที่ทำการประดิษฐ์สิ่งหนึ่งสิ่งใดด้วยการใช้ วิธีการ สถิติหรือรายงานซึ่งลูกจ้างสามารถใช้หรือล่วงรู้ได้เพราะการเป็นลูกจ้างตามสัญญาจ้างนั้น แม้ว่าสัญญาจ้างจะมิได้เกี่ยวข้องกับการประดิษฐ์

พระราชบัญญัติสิทธิบัตร พ.ศ. 2522

พ.ร.บ.ความลับทางการค้า พ.ศ. 2545 มาตรา 3

ในพระราชบัญญัตินี้ “ความลับทางการค้า” หมายความว่า ข้อมูลการค้าซึ่งยังไม่รู้จักกันโดยทั่วไป หรือยัง เข้าถึงไม่ได้ในหมู่บุคคลซึ่งโดยปกติแล้วต้องเกี่ยวข้องกับข้อมูลดังกล่าว โดยเป็นข้อมูลที่มีประโยชน์ใน เชิงพาณิชย์เนื่องจากการเป็นความลับ และเป็นข้อมูลที่ผู้ควบคุมความลับทางการค้าได้ใช้มาตรการที่ เหมาะสมเพื่อรักษาไว้เป็นความลับ “ข้อมูลการค้า” หมายความว่า สิ่งที่สื่อความหมายให้รู้ข้อความ เรื่องราว ข้อเท็จจริง หรือสิ่งใดไม่ว่าการสื่อความหมายนั้นจะผ่านวิธีการใด ๆ และไม่ว่าจะจัดไว้ในรูปใด ๆ และ ให้หมายความรวมถึงสูตร รูปแบบ งานที่ได้รวบรวมหรือประกอบขึ้น โปรแกรม วิธีการ เทคนิค หรือ กรรมวิธีด้วย “ผลิต” หมายความว่า ทำ ผสม ปรุงหรือแปรสภาพ และให้หมายความรวมถึง เปลี่ยนรูปหรือแบ่งบรรจุด้วย “ขาย” หมายความว่า จำหน่าย จ่าย แจก หรือแลกเปลี่ยน เพื่อประโยชน์ในทาง การค้า และให้หมายความรวมถึงการมีไว้เพื่อขายด้วย “ยา” หมายความว่า ยาตามกฎหมายว่าด้วยยา “เคมีภัณฑ์ทางการเกษตร” หมายความว่า เคมีภัณฑ์ที่ใช้เพื่อประโยชน์ใน การเกษตร และให้หมายความรวมถึงเคมีภัณฑ์ที่ใช้ในการฆ่าเชื้อโรค หรือกำจัดแมลง สัตว์ หรือพืชที่ อาจก่อความเสียหายแก่การเกษตรด้วย “เจ้าของความลับทางการค้า” หมายความว่า ผู้ค้นพบ คิดค้น รวบรวม หรือ สร้างสรรค์ข้อมูลการค้าที่เป็นความลับทางการค้าโดยมิได้เป็นการละเมิดสิทธิในความลับทางการค้า ของผู้อื่น หรือผู้มีสิทธิโดยชอบในผลการทดสอบหรือข้อมูลการค้าที่เป็นความลับทางการค้า และให้ หมายความรวมถึงผู้รับโอนสิทธิตามพระราชบัญญัตินี้ด้วย “ผู้ควบคุมความลับทางการค้า” หมายความว่า เจ้าของความลับทางการค้า และให้ หมายความรวมถึงผู้ครอบครอง ควบคุม หรือดูแลรักษาความลับทางการค้าด้วย “ศาล” หมายความว่า ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ ตาม กฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ และวิธีพิจารณาคดี ทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ “คณะกรรมการ” หมายความว่า คณะกรรมการความลับทางการค้า “กรรมการ” หมายความว่า กรรมการความลับทางการค้า “พนักงานเจ้าหน้าที่” หมายความว่า ผู้ซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งให้ปฏิบัติการตาม พระราชบัญญัตินี้ “อธิบดี” หมายความว่า อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา และให้หมายความรวมถึงผู้ ซึ่งอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญามอบหมายด้วย “รัฐมนตรี” หมายความว่า รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้

พระราชบัญญัติความลับทางการค้า พ.ศ. 2545 (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)

พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 5

ข้อตกลงจำกัดสิทธิหรือเสรีภาพในการประกอบอาชีพการงาน หรือการทำนิติกรรมที่เกี่ยวกับการประกอบธุรกิจการค้าหรือวิชาชีพซึ่งไม่เป็นโมฆะ แต่เป็นข้อตกลงที่ทำให้ผู้ถูกจำกัดสิทธิหรือเสรีภาพต้องรับภาระมากกว่าที่จะพึงคาดหมายได้ตามปกติ ให้มีผลบังคับได้เพียงเท่าที่เป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณีเท่านั้น

พระราชบัญญัติ ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540

พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 76

ห้ามมิให้นายจ้างหักค่าจ้าง ค่าล่วงเวลา ค่าทำงานในวันหยุด และค่าล่วงเวลาในวันหยุด เว้นแต่เป็นการหักเพื่อ (1) ชำระภาษีเงินได้ตามจำนวนที่ลูกจ้างต้องจ่าย หรือชำระเงินอื่นตามที่มีกฎหมายบัญญัติไว้ (2) ชำระค่าบำรุงสหภาพแรงงานตามข้อบังคับของสหภาพแรงงาน (3) ชำระหนี้สินสหกรณ์ออมทรัพย์ หรือสหกรณ์อื่นที่มีลักษณะเดียวกันกับสหกรณ์ออมทรัพย์ หรือหนี้ที่เป็นไปเพื่อสวัสดิการที่เป็นประโยชน์ต่อลูกจ้างฝ่ายเดียว โดยได้รับความยินยอมล่วงหน้าจากลูกจ้าง (4) เป็นเงินประกันตามมาตรา 10 หรือชดใช้ค่าเสียหายให้แก่นายจ้าง ซึ่งลูกจ้างได้กระทำโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง โดยได้รับความยินยอมจากลูกจ้าง (5) เป็นเงินสะสมตามข้อตกลงเกี่ยวกับกองทุนเงินสะสม

พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 — การหักค่าจ้าง (มาตรา 76–77)

พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 77

ในกรณีที่นายจ้างต้องได้รับความยินยอมจากลูกจ้าง หรือมีข้อตกลงกับลูกจ้างเกี่ยวกับการจ่ายเงินตามมาตรา 45 มาตรา 55 หรือการหักเงินตามมาตรา 76 นายจ้างต้องจัดทำเป็นหนังสือ และให้ลูกจ้างลงลายมือชื่อในการให้ความยินยอม หรือมีข้อตกลงกันไว้ให้ชัดเจนเป็นการเฉพาะ

พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 — การหักค่าจ้าง (มาตรา 76–77)

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 425

นายจ้างต้องร่วมกันรับผิดกับลูกจ้างในผลแห่งละเมิด ซึ่งลูกจ้างได้กระทำไปในทางการที่จ้างนั้น

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ — ลักษณะ 5 ละเมิด (มาตรา 420–437)

พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 37

ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลมีหน้าที่ ดังต่อไปนี้ (1) จัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม เพื่อป้องกันการสูญหาย เข้าถึง ใช้ เปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ และต้องทบทวน มาตรการดังกล่าวเมื่อมีความจำเป็นหรือเมื่อเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงไปเพื่อให้มีประสิทธิภาพในการรักษา ความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามมาตรฐานขั้นต่ำที่คณะกรรมการประกาศกำหนด (2) ในกรณีที่ต้องให้ข้อมูลส่วนบุคคลแก่บุคคลหรือนิติบุคคลอื่นที่ไม่ใช่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล ต้องดำเนินการเพื่อป้องกันมิให้ผู้นั้นใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ (3) จัดให้มีระบบการตรวจสอบเพื่อดำเนินการลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลเมื่อพ้นกำหนด ระยะเวลาการเก็บรักษา หรือที่ไม่เกี่ยวข้องหรือเกินความจำเป็นตามวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวม ข้อมูลส่วนบุคคลนั้น หรือตามที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลร้องขอ หรือที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ได้ถอนความยินยอม เว้นแต่เก็บรักษาไว้เพื่อวัตถุประสงค์ในการใช้เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น การเก็บรักษาไว้เพื่อวัตถุประสงค์ตามมาตรา 24 (1) หรือ (4) หรือมาตรา 26 (5) (ก) หรือ (ข) การใช้เพื่อการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การปฏิบัติตามหรือการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือการยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือเพื่อการปฏิบัติตามกฎหมาย ทั้งนี้ ให้นำความใน

พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)

พ.ร.บ.สิทธิบัตร พ.ศ. 2522 มาตรา 65

ให้นำบทบัญญัติมาตรา 10 มาตรา 11 มาตรา 12 มาตรา 13 มาตรา 14 มาตรา 15 มาตรา 16 มาตรา 19 มาตรา 20 มาตรา 21 มาตรา 22 มาตรา 27 มาตรา 28 มาตรา 29 มาตรา 31 มาตรา 32 มาตรา 33 มาตรา 34 มาตรา 37 มาตรา 38 มาตรา 39 มาตรา 40 มาตรา 41 มาตรา 42 มาตรา 43 มาตรา 44 และมาตรา 53 ในหมวด 2 ว่าด้วยสิทธิบัตรการประดิษฐ์มาใช้บังคับในหมวด 3 ว่าด้วยสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์โดยอนุโลม

พระราชบัญญัติสิทธิบัตร พ.ศ. 2522

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 12

ในกรณีที่จำนวนเงินหรือปริมาณในเอกสารแสดงไว้ทั้งตัวอักษรและตัวเลข ถ้าตัวอักษรกับตัวเลขไม่ตรงกัน และมิอาจหยั่งทราบเจตนาอันแท้จริงได้ ให้ถือเอาจำนวนเงินหรือปริมาณที่เป็นตัวอักษรเป็นประมาณ

ลักษณะ 1 บทเบ็ดเสร็จทั่วไป

พ.ร.บ.ความลับทางการค้า พ.ศ. 2545 มาตรา 6

การละเมิดสิทธิในความลับทางการค้าตามพระราชบัญญัตินี้ ได้แก่ การ กระทำที่เป็นการเปิดเผย เอาไป หรือใช้ซึ่งความลับทางการค้าโดยไม่ได้รับความยินยอมจากเจ้าของ ความลับทางการค้านั้น อันมีลักษณะขัดต่อแนวทางปฏิบัติในเชิงพาณิชย์ที่สุจริตต่อกัน ทั้งนี้ ผู้ละเมิด จะต้องรู้หรือมีเหตุอันควรรู้ว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการขัดต่อแนวทางปฏิบัติเช่นว่านั้น การกระทำที่มีลักษณะขัดต่อแนวทางปฏิบัติในเชิงพาณิชย์ที่สุจริตต่อกันตามวรรค หนึ่ง หมายความรวมถึงการผิดสัญญา การละเมิดหรือการกระทำในประการที่เป็นการจูงใจให้ละเมิด ความลับอันเป็นที่ไว้เนื้อเชื่อใจต่อกัน การติดสินบน การข่มขู่ การฉ้อโกง การลักทรัพย์ การรับของโจร หรือการจารกรรม โดยใช้วิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์หรือวิธีการอื่นใดด้วย

พระราชบัญญัติความลับทางการค้า พ.ศ. 2545 (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)

พ.ร.บ.ความลับทางการค้า พ.ศ. 2545 มาตรา 8

เมื่อมีหลักฐานโดยชัดแจ้งว่าผู้ใดละเมิดหรือกำลังจะกระทำอย่างใดอย่าง หนึ่งอันเป็นการละเมิดสิทธิในความลับทางการค้า ผู้ควบคุมความลับทางการค้าที่ถูก หรือกำลังจะถูก ละเมิดสิทธินั้นมีสิทธิดังต่อไปนี้ (1) ร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ผู้นั้นระงับหรือละเว้นการละเมิดสิทธิในความลับทาง การค้านั้นเป็นการชั่วคราว และ (2) ฟ้องคดีต่อศาลเพื่อให้มีคำสั่งห้ามมิให้ผู้นั้นละเมิดสิทธิในความลับทางการค้า และฟ้องเรียกค่าสินไหมทดแทนจากผู้ละเมิดสิทธิในทางความลับทางการค้าได้ การใช้สิทธิตาม (1) อาจกระทำได้ก่อนการฟ้องคดีตาม (2)

พระราชบัญญัติความลับทางการค้า พ.ศ. 2545 (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 10

เมื่อความข้อใดข้อหนึ่งในเอกสารอาจตีความได้สองนัย นัยไหนจะทำให้เป็นผลบังคับได้ ให้ถือเอาตามนัยนั้นดีกว่าที่จะถือเอานัยที่ไร้ผล

ลักษณะ 1 บทเบ็ดเสร็จทั่วไป

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 583

ถ้าลูกจ้างจงใจขัดคำสั่งของนายจ้างอันชอบด้วยกฎหมายก็ดี หรือละเลยไม่นำพาต่อคำสั่งเช่นว่านั้นเป็นอาจิณก็ดี ละทิ้งการงานไปเสียก็ดี กระทำความผิดอย่างร้ายแรงก็ดี หรือทำประการอื่นอันไม่สมแก่การปฏิบัติหน้าที่ของตนให้ลุล่วงไปโดยถูกต้องและสุจริตก็ดี ท่านว่านายจ้างจะไล่ออกโดยมิพักต้องบอกกล่าวล่วงหน้าหรือให้สินไหมทดแทนก็ได้

ลักษณะ 6 จ้างแรงงาน

อ่านต่อในหมวดจ้างงาน / บริการ

สัญญาจ้างพัฒนาโปรแกรมบัญชี ต้องมีอะไรบ้างสำหรับจ้างพัฒนาโปรแกรมบัญชีเฉพาะกิจการ ทำงานสี่ช่วง ศึกษาระบบบัญชีเดิม ออกแบบที่ต้องได้ความเห็นชอบก่อนพัฒนา พัฒนาติดตั้งพร้อมส่งซอร์สโค้ดและคู่มือ และอบรม จ่ายสี่งวดโดยงวดสุดท้ายหลังใช้งานจริง — มีข้อเฉพาะงานบัญชี ใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ รายงานภาษีซื้อขายและสต็อก ห้ามลบรายการ ย้ายยอดยกมา สำรองข้อมูล ข้อมูลเงินเดือนและลูกค้า ถ้าเป็นเว็บไซต์ แอป หรือระบบทั่วไปให้ใช้สัญญาจ้างพัฒนาซอฟต์แวร์สัญญาจ้างพัฒนา Chatbot หรือระบบ AI ต้องมีอะไรบ้างใช้เมื่อจ้างพัฒนาแชตบอตหรือระบบที่ทำงานบนโมเดลปัญญาประดิษฐ์ — ระบุว่าใช้โมเดลของใคร ใครจ่ายค่าโทเคน ข้อมูลลูกค้าห้ามนำไปฝึกโมเดล วัดความแม่นยำอย่างไรจึงถือว่าตรวจรับได้ ต้องให้คนตรวจก่อนใช้ผลตรงไหน และเมื่อผู้ให้บริการโมเดลเปลี่ยนรุ่นแล้วใครรับภาระสัญญาตรวจสอบหรือกำกับการใช้ AI ในองค์กรขนาดเล็ก ต้องมีอะไรบ้างสำหรับธุรกิจขนาดเล็กที่จ้างที่ปรึกษาประเมินการใช้ AI ขององค์กรเทียบกับกรอบที่เลือก เช่น ISO/IEC 42001 หรือ NIST AI RMF ส่งมอบทะเบียนระบบ AI ทะเบียนความเสี่ยง รายงานช่องว่าง ชุดนโยบาย และการอบรม พร้อมประเด็นข้อมูลส่วนบุคคล ความเป็นอิสระจากผู้ขาย AI ข้อที่ไม่ใช่การรับรองมาตรฐาน และเพดานความรับผิดสัญญาจ้างซ่อมแซมและบำรุงรักษาเครื่องปรับอากาศ ต้องมีอะไรบ้างใช้เมื่อจ้างช่างหรือบริษัทแอร์ดูแลเครื่องปรับอากาศในบ้าน สำนักงาน ร้านค้า หรือโรงงานเป็นรายปี — ล้างตามรอบ (ค่าตั้งต้นทุก 2 เดือน) ล้างใหญ่ประจำปี วัดค่ากระแสไฟและอุณหภูมิทุกครั้ง เสียแล้วช่างมาใน 24 ชม. ซ่อมเสร็จใน 3 วัน ไม่ทันมีค่าปรับรายวันมีเพดาน อะไหล่และน้ำยาต้องขออนุมัติก่อน ห้ามปล่อยสารทำความเย็นทิ้ง น้ำหยดเสียหายเพราะท่อตันผู้รับจ้างรับผิด · ตัวเลือกเสริม: เซนเซอร์/IoT เฝ้าระวังพร้อมมาตรการไซเบอร์ อะไหล่ปรับสภาพ ใบงานดิจิทัล ประกันภัย เพดานความรับผิดสัญญาจ้างเชื่อมต่อ API ต้องมีอะไรบ้างสำหรับจ้างพัฒนาการเชื่อมระบบของผู้ว่าจ้างกับ API ภายนอก กำหนดเจ้าของบัญชี กุญแจ โควตา ค่าใช้บริการ การทดสอบรายการซ้ำ การสลับใช้จริง และการส่งมอบสัญญาจ้างออกแบบสถาปัตยกรรมและวิศวกรรม ต้องมีอะไรบ้างสำหรับจ้างสถาปนิกและวิศวกรออกแบบบ้านหรืออาคารใหม่ตั้งแต่แบบร่างจนถึงแบบก่อสร้างที่ใช้ขออนุญาตได้ กำหนดใบอนุญาตวิชาชีพ ขั้นตอนและกำหนดส่ง งบประมาณก่อสร้าง รอบแก้แบบ การแก้แบบตามข้อทักท้วงของเจ้าพนักงาน ไฟล์ CAD/BIM ลิขสิทธิ์ การใช้ปัญญาประดิษฐ์ ความพร้อมรองรับโซลาร์เซลล์และที่ชาร์จรถไฟฟ้า ค่าปรับ และความรับผิดในแบบผิดพลาด