หนังสือบอกเลิกสัญญากู้เงินและบอกกล่าวบังคับจำนอง ต้องมีอะไรบ้าง
ผู้ให้กู้บอกเลิกสัญญากู้ที่ผู้กู้ผิดนัด เรียกเงินกู้คืนทั้งหมด และบอกกล่าวบังคับจำนองไปในหนังสือฉบับเดียว · ต้องให้เวลาชำระไม่น้อยกว่า 60 วันนับแต่ผู้กู้ได้รับหนังสือ ถ้าน้อยกว่านี้ใช้เป็นคำบอกกล่าวบังคับจำนองไม่ได้ (ป.พ.พ. ม.728, 714/1)
| ใช้เมื่อ | ใช้เมื่อผู้กู้ผิดนัดผ่อนเงินกู้หรือไม่ส่งดอกเบี้ย และมีที่ดิน บ้าน หรือห้องชุดจำนองเป็นประกัน |
|---|---|
| อากรแสตมป์ | หนังสือบอกเลิกและบอกกล่าวไม่ต้องปิดอากร · หนังสือมอบอำนาจที่แนบ ปิดอากร 10 บาท (ครั้งเดียว) หรือ 30 บาท (หลายครั้ง) ตามบัญชีอัตราอากรแสตมป์ลักษณะ 7 · สัญญากู้ที่จะใช้ฟ้องต้องปิดอากรครบตามลักษณะ 5 มิฉะนั้นใช้เป็นพยานไม่ได้จนกว่าจะเสียอากรและเงินเพิ่ม (ประมวลรัษฎากร ม.118) |
| มาตราที่อ้าง | ป.พ.พ. ม.386 (เลิกสัญญาด้วยการแสดงเจตนา ถอนไม่ได้ — after.md), 387 (ผิดนัดแล้วกำหนดเวลาพอสมควร ไม่ชำระจึงเลิกได้ — ส่วนที่ 3 เมื่อไม่มีข้อเร่งหนี้), 391 (ผลของการเลิกสัญญา คืนเงินพร้อมดอกเบี้ย — after.md), 204 (ผิดนัด — hint default_since), 224, 224/1 (ดอกเบี้ยผิดนัด หนี้ผ่อนงวด — after.md), 654 (ดอกเบี้ยไม่เกินร้อยละ 15 — hint · loan.md), 653 (หลักฐานการกู้ — after.md · loan.md), 728 (บอกกล่าว ≥ 60 วัน + ผู้จำนองบุคคลภายนอก 15 วัน — ส่วนที่ 6–7), 714/1 (hint pay_within_days), 727/1, 724 (ส่วนที่ 7), 735 (after.md) · พ.ร.บ.การทวงถามหนี้ 2558 ม.3, 11(4)(5), 12 (debt.md — after.md) · บัญชีอัตราอากรแสตมป์ลักษณะ 7 (หนังสือมอบอำนาจ — after.md) |
| ค่าใช้แบบฟอร์มบนเว็บนี้ | 149 บาท |
ใช้สัญญาฉบับนี้เมื่อไร
- ใช้เมื่อผู้กู้ผิดนัดผ่อนเงินกู้หรือไม่ส่งดอกเบี้ย และมีที่ดิน บ้าน หรือห้องชุดจำนองเป็นประกัน
- ใช้เมื่อต้องการเรียกต้นเงินที่เหลือทั้งหมดคืนก่อนครบสัญญา แล้วบังคับจำนองถ้าไม่ชำระ
- ใช้เมื่อผู้จำนองเป็นญาติหรือกรรมการที่จำนองทรัพย์ของตนประกันเงินกู้ของผู้กู้
จุดที่พลาดบ่อยและต้องระวัง
- ต้องให้เวลาชำระไม่น้อยกว่า 60 วันนับแต่ผู้กู้ได้รับหนังสือ ถ้าน้อยกว่านี้ใช้เป็นคำบอกกล่าวบังคับจำนองไม่ได้ (ป.พ.พ. ม.728, 714/1)
- ดูสัญญากู้ก่อนว่ามีข้อให้เรียกหนี้ทั้งหมดเมื่อผิดนัดหรือไม่ ถ้าไม่มี ต้องให้เวลาชำระส่วนที่ผิดนัดก่อนจึงเลิกได้ (ม.387)
- ผู้จำนองที่ไม่ใช่ผู้กู้ต้องได้รับหนังสือภายใน 15 วันนับแต่ส่งถึงผู้กู้ — ส่งวันเดียวกัน
- คิดดอกเบี้ยได้ตามสัญญาแต่ไม่เกินร้อยละ 15 ต่อปี และห้ามคิดดอกเบี้ยซ้อนดอกเบี้ย
- การบอกเลิกสัญญาเมื่อไปถึงผู้กู้แล้วถอนไม่ได้ (ม.386) ถ้าอยากเจรจาผ่อนต่อ ให้คุยก่อนส่ง
กรณีที่ไม่ควรใช้ฉบับนี้
- หนี้ที่ถึงกำหนดแล้วทั้งหมด หรือเป็นหนี้ชนิดอื่นที่ไม่ใช่เงินกู้ หรือทรัพย์โอนไปแล้ว/มีผู้ค้ำประกันต้องแจ้งด้วย — ใช้ หนังสือบอกกล่าวบังคับจำนอง
- เงินกู้ที่ไม่มีจำนองเป็นประกัน — ใช้ หนังสือทวงถามให้ชำระหนี้ (หนังสือบอกกล่าวก่อนฟ้อง) · ตกลงผ่อนใหม่ได้แล้ว — ใช้ สัญญาปรับโครงสร้างหนี้ หรือ หนังสือรับสภาพหนี้และสัญญาผ่อนชำระหนี้
- ยังไม่ได้ทำสัญญากู้หรือจำนอง — ใช้ สัญญากู้ยืมเงิน คู่กับ ข้อตกลงต่อท้ายสัญญาจำนอง
ก่อนส่ง ตรวจสามเรื่อง
- สัญญากู้มีข้อเร่งหนี้หรือไม่ — สัญญามีข้อให้เรียกหนี้ทั้งหมดได้เมื่อผิดนัด หนังสือนี้จึงเลิกสัญญาทันทีที่ผู้กู้ได้รับสัญญาไม่มีข้อเร่งหนี้ หนังสือนี้จึงให้เวลาชำระส่วนที่ผิดนัดก่อน ถ้าไม่ชำระ สัญญาเลิกเมื่อพ้นกำหนด (ป.พ.พ. ม.387) — เพื่อความรอบคอบ เมื่อสัญญาเลิกแล้วควรพิจารณาส่งหนังสือบอกกล่าวบังคับจำนองอีกฉบับให้ชำระหนี้ทั้งหมดภายใน 60 วันก่อนฟ้อง
- ยอดหนี้ถูกต้อง — คิดดอกเบี้ยไม่เกินอัตราในสัญญาและไม่เกินร้อยละ 15 ต่อปี (ม.654) ก่อนเลิกสัญญาคิดดอกเบี้ยผิดนัดได้เฉพาะต้นเงินของงวดที่ผิดนัด (ม.224/1) ห้ามคิดดอกเบี้ยซ้อนดอกเบี้ย (ม.224 วรรคสอง) · เรียกเกินสิทธิอาจผิดกฎหมายทวงถามหนี้
- อยากเลิกจริงหรือไม่ — การบอกเลิกสัญญาเมื่อไปถึงผู้กู้แล้วถอนไม่ได้ (ม.386) ถ้ายังเจรจาผ่อนต่อได้ ให้ทำสัญญาปรับโครงสร้างหนี้แทน
ส่งอย่างไร
- ส่ง ไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ ในซองปิดผนึก ไม่เขียนคำว่าทวงหนี้บนซอง (พ.ร.บ.การทวงถามหนี้ 2558 ม.11(4)(5) — ใช้กับผู้ให้กู้ที่ให้สินเชื่อเป็นทางการค้าปกติและผู้กู้เป็นบุคคลธรรมดา ม.3) เก็บใบตอบรับไว้ นับ 60 วันจากวันที่ผู้กู้ได้รับ
- ส่งถึงผู้จำนองในวันเดียวกัน ถ้าส่งเกิน 15 วันนับแต่ส่งถึงผู้กู้ ผู้จำนองหลุดพ้นจากดอกเบี้ยและค่าเสียหายที่เกิดหลังพ้น 15 วัน (ม.728 วรรคสอง)
- ทรัพย์โอนไปเป็นของผู้อื่นแล้ว ต้องส่งจดหมายบอกกล่าวผู้รับโอนล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 60 วันด้วย (ม.735) และผู้ค้ำประกันต้องได้รับแจ้งภายใน 60 วันนับแต่ผู้กู้ผิดนัด — ใช้หนังสือบอกกล่าวบังคับจำนองแบบที่มีสำเนาถึงบุคคลเหล่านี้
- แนบสำเนาหนังสือมอบอำนาจ ผู้รับมอบอำนาจต้องแจ้งชื่อตนเอง ชื่อผู้ให้กู้ และยอดหนี้ และห้ามอ้างเป็นทนายความถ้าไม่ใช่ (ม.9(4), 12)
ผลของการเลิกสัญญากู้
- เมื่อสัญญาเลิก ผู้กู้ต้องคืนเงินกู้ที่เหลือทั้งหมดพร้อมดอกเบี้ย (ม.391) ผู้ให้กู้ยังฟ้องเรียกเงินได้ตามหลักฐานการกู้ยืมเป็นหนังสือที่มีลายมือชื่อผู้กู้ (ม.653)
- ถ้าผู้กู้ชำระครบภายในกำหนด ผู้ให้กู้ต้องออกใบรับเงินและไปจดทะเบียนไถ่ถอนจำนองภายใน 15 วันตามที่แจ้งในหนังสือ
เมื่อครบกำหนดแล้วยังไม่ชำระ
- ฟ้องคดีเรียกเงินกู้และบังคับจำนองต่อศาล แนบสัญญากู้ สัญญาจำนอง หนังสือนี้ และใบตอบรับ · ห้ามเข้ายึดหรือขายทรัพย์เอง ข้อตกลงให้ทรัพย์หลุดเป็นของผู้ให้กู้ที่ทำไว้ล่วงหน้าไม่สมบูรณ์ (ม.711)
- ผู้จำนองมีสิทธิขอให้ขายทอดตลาดโดยไม่ต้องฟ้องได้ ถ้าไม่มีจำนองรายอื่น (ม.729/1)
ข้อมูลส่วนบุคคล
ใช้ข้อมูลของผู้กู้เพื่อเรียกเก็บหนี้และดำเนินคดีได้โดยไม่ต้องขอความยินยอม แต่ห้ามเปิดเผยความเป็นหนี้แก่คนที่ไม่เกี่ยวข้องหรือโพสต์ในสื่อสังคม (พ.ร.บ.การทวงถามหนี้ ม.11(3))
อากรแสตมป์
หนังสือบอกเลิกและบอกกล่าวไม่ต้องปิดอากร · หนังสือมอบอำนาจที่แนบ ปิดอากร 10 บาท (ครั้งเดียว) หรือ 30 บาท (หลายครั้ง) ตามบัญชีอัตราอากรแสตมป์ลักษณะ 7 · สัญญากู้ที่จะใช้ฟ้องต้องปิดอากรครบตามลักษณะ 5 มิฉะนั้นใช้เป็นพยานไม่ได้จนกว่าจะเสียอากรและเงินเพิ่ม (ประมวลรัษฎากร ม.118)
ผู้เขียนและผู้ตรวจทาน
เขียนและตรวจทานโดย ภูวรา ครอบตะคุ ทนายความ (ใบอนุญาต 477/2558) · เนติบัณฑิตไทย · น.ม. กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาและสารสนเทศ — การเลือกประเด็น การจัดหมวด และคำอธิบายในบทความนี้เป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ของผู้เขียน ส่วนตัวบทกฎหมายที่ยกมาไม่มีลิขสิทธิ์และตรวจกับราชกิจจานุเบกษาได้เสมอ · ทะเบียนบทความ OKC-E748C1 · หากนำไปใช้ต่อ โปรดระบุชื่อผู้เขียนและลิงก์ต้นฉบับ
คำถามที่พบบ่อย
หนังสือบอกเลิกสัญญากู้เงินและบอกกล่าวบังคับจำนอง ต้องติดอากรแสตมป์ไหม
หนังสือบอกเลิกและบอกกล่าวไม่ต้องปิดอากร · หนังสือมอบอำนาจที่แนบ ปิดอากร 10 บาท (ครั้งเดียว) หรือ 30 บาท (หลายครั้ง) ตามบัญชีอัตราอากรแสตมป์ลักษณะ 7 · สัญญากู้ที่จะใช้ฟ้องต้องปิดอากรครบตามลักษณะ 5 มิฉะนั้นใช้เป็นพยานไม่ได้จนกว่าจะเสียอากรและเงินเพิ่ม (ประมวลรัษฎากร ม.118)
ใช้หนังสือบอกเลิกสัญญากู้เงินและบอกกล่าวบังคับจำนองตอนไหน
ใช้เมื่อผู้กู้ผิดนัดผ่อนเงินกู้หรือไม่ส่งดอกเบี้ย และมีที่ดิน บ้าน หรือห้องชุดจำนองเป็นประกัน · ใช้เมื่อต้องการเรียกต้นเงินที่เหลือทั้งหมดคืนก่อนครบสัญญา แล้วบังคับจำนองถ้าไม่ชำระ · ใช้เมื่อผู้จำนองเป็นญาติหรือกรรมการที่จำนองทรัพย์ของตนประกันเงินกู้ของผู้กู้
ทำหนังสือบอกเลิกสัญญากู้เงินและบอกกล่าวบังคับจำนองต้องระวังอะไร
ต้องให้เวลาชำระไม่น้อยกว่า 60 วันนับแต่ผู้กู้ได้รับหนังสือ ถ้าน้อยกว่านี้ใช้เป็นคำบอกกล่าวบังคับจำนองไม่ได้ (ป.พ.พ. ม.728, 714/1) · ดูสัญญากู้ก่อนว่ามีข้อให้เรียกหนี้ทั้งหมดเมื่อผิดนัดหรือไม่ ถ้าไม่มี ต้องให้เวลาชำระส่วนที่ผิดนัดก่อนจึงเลิกได้ (ม.387) · ผู้จำนองที่ไม่ใช่ผู้กู้ต้องได้รับหนังสือภายใน 15 วันนับแต่ส่งถึงผู้กู้ — ส่งวันเดียวกัน · คิดดอกเบี้ยได้ตามสัญญาแต่ไม่เกินร้อยละ 15 ต่อปี และห้ามคิดดอกเบี้ยซ้อนดอกเบี้ย · การบอกเลิกสัญญาเมื่อไปถึงผู้กู้แล้วถอนไม่ได้ (ม.386) ถ้าอยากเจรจาผ่อนต่อ ให้คุยก่อนส่ง
กรณีไหนที่ไม่ควรใช้หนังสือบอกเลิกสัญญากู้เงินและบอกกล่าวบังคับจำนอง
หนี้ที่ถึงกำหนดแล้วทั้งหมด หรือเป็นหนี้ชนิดอื่นที่ไม่ใช่เงินกู้ หรือทรัพย์โอนไปแล้ว/มีผู้ค้ำประกันต้องแจ้งด้วย — ใช้ หนังสือบอกกล่าวบังคับจำนอง · เงินกู้ที่ไม่มีจำนองเป็นประกัน — ใช้ หนังสือทวงถามให้ชำระหนี้ (หนังสือบอกกล่าวก่อนฟ้อง) · ตกลงผ่อนใหม่ได้แล้ว — ใช้ สัญญาปรับโครงสร้างหนี้ หรือ หนังสือรับสภาพหนี้และสัญญาผ่อนชำระหนี้ · ยังไม่ได้ทำสัญญากู้หรือจำนอง — ใช้ สัญญากู้ยืมเงิน คู่กับ ข้อตกลงต่อท้ายสัญญาจำนอง
กฎหมายที่อ้างถึงในบทความนี้
ถ้อยคำด้านล่างคัดจากตัวบท 15 มาตรา — ใช้อ้างอิงได้ แต่หากต้องใช้ในชั้นศาล ควรตรวจกับราชกิจจานุเบกษาฉบับทางการอีกครั้ง
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 386
ถ้าคู่สัญญาฝ่ายหนึ่งมีสิทธิเลิกสัญญาโดยข้อสัญญาหรือโดยบทบัญญัติแห่งกฎหมาย การเลิกสัญญาเช่นนั้นย่อมทำด้วยแสดงเจตนาแก่อีกฝ่ายหนึ่ง
หมวด 4 เลิกสัญญา
พ.ร.บ.การทวงถามหนี้ พ.ศ. 2558 มาตรา 3
ในพระราชบัญญัตินี้ “ผู้ทวงถามหนี้” หมายความว่า เจ้าหนี้ซึ่งเป็นผู้ให้สินเชื่อ ผู้ประกอบธุรกิจตามกฎหมายว่าด้วย การคุ้มครองผู้บริโภค ผู้จัดให้มีการเล่นการพนันเป็นปกติธุระตามกฎหมายว่าด้วยการพนัน และเจ้าหนี้อื่น ซึ่งมีสิทธิรับชําระหนี้อันเกิดจากการกระทําที่เป็นทางการค้าปกติหรือเป็นปกติธุระของเจ้าหนี้ ทั้งนี้ ไม่ว่าหนี้ดังกล่าวจะชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ก็ตาม และให้หมายความรวมถึง ผู้รับมอบอํานาจจากเจ้าหนี้ ดังกล่าว ผู้รับมอบอํานาจช่วงในการทวงถามหนี้ ผู้ประกอบธุรกิจทวงถามหนี้ และผู้รับมอบอํานาจจาก ผู้ประกอบธุรกิจทวงถามหนี้ด้วย “ผู้ให้สินเชื่อ” หมายความว่า (1) บุคคลซึ่งให้สินเชื่อเป็นทางการค้าปกติ หรือ (2) บุคคลซึ่งรับซื้อหรือรับโอนสินเชื่อต่อไปทุกทอด “สินเชื่อ” หมายความว่า สินเชื่อที่ให้แก่บุคคลธรรมดาโดยการให้กู้ยืมเงิน การให้บริการบัตรเครดิต การให้เช่าซื้อ การให้เช่าแบบลิสซิ่ง และสินเชื่อในรูปแบบอื่นที่มีลักษณะทํานองเดียวกัน “ลูกหนี้” หมายความว่า ลูกหนี้ซึ่งเป็นบุคคลธรรมดา และให้หมายความรวมถึงผู้ค้ําประกัน ซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาด้วย “ธุรกิจทวงถามหนี้” หมายความว่า การรับจ้างทวงถามหนี้ไม่ว่าโดยตรงหรือโดยอ้อมเป็นปกติธุระ แต่ไม่รวมถึงการทวงถามหนี้ของทนายความซึ่งกระทําแทนลูกความของตน “ข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่ติดต่อลูกหนี้” หมายความว่า ที่อยู่อาศัยหรือสถานที่ทํางานของลูกหนี้ และให้หมายความรวมถึงหมายเลขโทรศัพท์และโทรสาร และสถานที่ติดต่อโดยจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ โดยสื่ออิเล็กทรอนิกส์ หรือโดยสื่อเทคโนโลยีสารสนเทศประเภทอื่น ที่สามารถติดต่อกับลูกหนี้ได้ด้วย “คณะกรรมการ” หมายความว่า คณะกรรมการกํากับการทวงถามหนี้ “นายทะเบียน” หมายความว่า ผู้ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยแต่งตั้งให้เป็นผู้มีหน้าที่ รับจดทะเบียนตามพระราชบัญญัตินี้ “พนักงานเจ้าหน้าที่” หมายความว่า ผู้ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยแต่งตั้ง ตามการเสนอแนะของคณะกรรมการกํากับการทวงถามหนี้ให้ปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ “รัฐมนตรี” หมายความว่า รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้
พระราชบัญญัติการทวงถามหนี้ พ.ศ. 2558
พ.ร.บ.การทวงถามหนี้ พ.ศ. 2558 มาตรา 11
ห้ามผู้ทวงถามหนี้กระทําการทวงถามหนี้ในลักษณะดังต่อไปนี้ (1) การข่มขู่ การใช้ความรุนแรง หรือการกระทําอื่นใดที่ทําให้เกิดความเสียหายแก่ร่างกาย ชื่อเสียง หรือทรัพย์สินของลูกหนี้หรือผู้อื่น (2) การใช้วาจาหรือภาษาที่เป็นการดูหมิ่นลูกหนี้หรือผู้อื่น (3) การแจ้งหรือเปิดเผยเกี่ยวกับความเป็นหนี้ของลูกหนี้ให้แก่ผู้อื่นที่ไม่เกี่ยวข้องกับการทวงถามหนี้ เว้นแต่เป็นกรณีตามมาตรา 8 วรรคสอง (2) (4) การติดต่อลูกหนี้โดยไปรษณียบัตร เอกสารเปิดผนึก โทรสาร หรือสิ่งอื่นใดที่สื่อให้ทราบว่า เป็นการทวงถามหนี้อย่างชัดเจน เว้นแต่กรณีการบอกกล่าวบังคับจํานองด้วยวิธีการประกาศหนังสือพิมพ์ ซึ่งเจ้าหนี้ไม่สามารถติดต่อลูกหนี้โดยวิธีการอื่น หรือกรณีอื่นใดตามที่คณะกรรมการประกาศกําหนด (5) การใช้ข้อความ เครื่องหมาย สัญลักษณ์ หรือชื่อทางธุรกิจของผู้ทวงถามหนี้บนซองจดหมาย ในการติดต่อลูกหนี้ที่ทําให้เข้าใจได้ว่าเป็นการติดต่อเพื่อการทวงถามหนี้ เว้นแต่ชื่อทางธุรกิจของผู้ทวงถามหนี้ ไม่ได้สื่อให้ทราบได้ว่าเป็นผู้ประกอบธุรกิจทวงถามหนี้ (6) การทวงถามหนี้ที่ไม่เหมาะสมในลักษณะอื่นตามที่คณะกรรมการประกาศกําหนด ความใน (5) มิให้นํามาใช้บังคับกับการทวงถามหนี้เป็นหนังสือเพื่อจะใช้สิทธิฟ้องคดีต่อศาล
พระราชบัญญัติการทวงถามหนี้ พ.ศ. 2558
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 387
ถ้าคู่สัญญาฝ่ายหนึ่งไม่ชำระหนี้ อีกฝ่ายหนึ่งจะกำหนดระยะเวลาพอสมควร แล้วบอกกล่าวให้ฝ่ายนั้นชำระหนี้ภายในระยะเวลานั้นก็ได้ ถ้าและฝ่ายนั้นไม่ชำระหนี้ภายในระยะเวลาที่กำหนดให้ไซร้ อีกฝ่ายหนึ่งจะเลิกสัญญาเสียก็ได้
หมวด 4 เลิกสัญญา
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 654
ท่านห้ามมิให้คิดดอกเบี้ยเกินร้อยละสิบห้าต่อปี ถ้าในสัญญากำหนดดอกเบี้ยเกินกว่านั้น ก็ให้ลดลงมาเป็นร้อยละสิบห้าต่อปี
หมวด 2 ยืมใช้สิ้นเปลือง
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 224/1
ถ้าลูกหนี้มีหน้าที่ผ่อนชำระหนี้เงินเป็นงวด และลูกหนี้ผิดนัดไม่ชำระหนี้ในงวดใด เจ้าหนี้อาจเรียกดอกเบี้ยในระหว่างเวลาผิดนัดได้เฉพาะจากต้นเงินของงวดที่ลูกหนี้ผิดนัดนั้น
ส่วนที่ 1 การไม่ชำระหนี้
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 224
หนี้เงินนั้น ให้คิดดอกเบี้ยในระหว่างเวลาผิดนัดในอัตราที่กำหนดตามมาตรา 7 บวกด้วยอัตราเพิ่มร้อยละสองต่อปี ถ้าเจ้าหนี้อาจจะเรียกดอกเบี้ยได้สูงกว่านั้นโดยอาศัยเหตุอย่างอื่นอันชอบด้วยกฎหมาย ก็ให้คงส่งดอกเบี้ยต่อไปตามนั้น
ส่วนที่ 1 การไม่ชำระหนี้
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 728
เมื่อจะบังคับจำนองนั้น ผู้รับจำนองต้องมีหนังสือบอกกล่าวไปยังลูกหนี้ก่อนว่าให้ชำระหนี้ภายในเวลาอันสมควรซึ่งต้องไม่น้อยกว่าหกสิบวันนับแต่วันที่ลูกหนี้ได้รับคำบอกกล่าวนั้น ถ้าและลูกหนี้ละเลยเสียไม่ปฏิบัติตามคำบอกกล่าว ผู้รับจำนองจะฟ้องคดีต่อศาลเพื่อให้พิพากษาสั่งให้ยึดทรัพย์สินซึ่งจำนองและให้ขายทอดตลาดก็ได้
หมวด 4 การบังคับจำนอง
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 735
เมื่อผู้รับจำนองคนใดจะบังคับจำนองเอาแก่ผู้รับโอนทรัพย์สินซึ่งจำนอง ผู้รับจำนองต้องมีจดหมายบอกกล่าวแก่ผู้รับโอนล่วงหน้าเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่าหกสิบวันก่อน จึงจะบังคับจำนองได้
หมวด 4 การบังคับจำนอง
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 9
เมื่อมีกิจการอันใดซึ่งกฎหมายบังคับให้ทำเป็นหนังสือ บุคคลผู้จะต้องทำหนังสือไม่จำเป็นต้องเขียนเอง แต่หนังสือนั้นต้องลงลายมือชื่อของบุคคลนั้น
ลักษณะ 1 บทเบ็ดเสร็จทั่วไป
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 391
เมื่อคู่สัญญาฝ่ายหนึ่งได้ใช้สิทธิเลิกสัญญาแล้ว คู่สัญญาแต่ละฝ่ายจำต้องให้อีกฝ่ายหนึ่งได้กลับคืนสู่ฐานะดังที่เป็นอยู่เดิม แต่ทั้งนี้จะให้เป็นที่เสื่อมเสียแก่สิทธิของบุคคลภายนอกหาได้ไม่
หมวด 4 เลิกสัญญา
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 653
การกู้ยืมเงินกว่าสองพันบาทขึ้นไปนั้น ถ้ามิได้มีหลักฐานแห่งการกู้ยืมเป็นหนังสืออย่างใดอย่างหนึ่งลงลายมือชื่อผู้ยืมเป็นสำคัญ จะฟ้องร้องให้บังคับคดีหาได้ไม่
หมวด 2 ยืมใช้สิ้นเปลือง
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 711
การที่จะตกลงกันไว้เสียแต่ก่อนเวลาหนี้ถึงกำหนดชำระเป็นข้อความอย่างใดอย่างหนึ่งว่า ถ้าไม่ชำระหนี้ ให้ผู้รับจำนองเข้าเป็นเจ้าของทรัพย์สินซึ่งจำนอง หรือว่าให้จัดการแก่ทรัพย์สินนั้นเป็นประการอื่นอย่างใด นอกจากตามบทบัญญัติทั้งหลายว่าด้วยการบังคับจำนองนั้นไซร้ ข้อตกลงเช่นนั้นท่านว่าไม่สมบูรณ์
หมวด 1 บทเบ็ดเสร็จทั่วไป
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 729/1
เวลาใด ๆ หลังจากที่หนี้ถึงกำหนดชำระ ถ้าไม่มีการจำนองรายอื่นหรือบุริมสิทธิอื่นอันได้จดทะเบียนไว้เหนือทรัพย์สินอันเดียวกันนี้ ผู้จำนองมีสิทธิแจ้งเป็นหนังสือไปยังผู้รับจำนองเพื่อให้ผู้รับจำนองดำเนินการให้มีการขายทอดตลาดทรัพย์สินที่จำนองโดยไม่ต้องฟ้องเป็นคดีต่อศาล โดยผู้รับจำนองต้องดำเนินการขายทอดตลาดทรัพย์สินที่จำนองภายในเวลาหนึ่งปีนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งนั้น ทั้งนี้ ให้ถือว่าหนังสือแจ้งของผู้จำนองเป็นหนังสือยินยอมให้ขายทอดตลาด
หมวด 4 การบังคับจำนอง
ประมวลรัษฎากร มาตรา 118
ตราสารใดไม่ปิดแสตมป์บริบูรณ์ จะใช้ต้นฉบับ คู่ฉบับ คู่ฉีก หรือสำเนาตราสารนั้นเป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้ จนกว่าจะได้เสียอากรโดยปิดแสตมป์ครบจำนวนตามอัตราในบัญชีท้ายหมวดนี้ และขีดฆ่าแล้ว แต่ทั้งนี้ ไม่เป็นการเสื่อมสิทธิที่จะเรียกเงินเพิ่มอากรตามมาตรา 113 และมาตรา 114
บทบัญญัติ (ถ้อยคำตามเว็บกรมสรรพากร)