สัญญาปรับโครงสร้างหนี้ ต้องมีอะไรบ้าง
เจ้าหนี้กับลูกหนี้ตกลงยอดหนี้ใหม่ ลดเบี้ยปรับ ยืดเวลา และผ่อนเป็นรายเดือน โดยสัญญาเดิมและหลักประกันยังอยู่ · ห้ามเขียนว่า ยกเลิกสัญญาเดิม — จะกลายเป็นแปลงหนี้ใหม่ จำนอง/ค้ำประกันเดิมหลุด (ม.349)
| ใช้เมื่อ | ลูกหนี้เงินกู้ค้างหลายงวด แต่ยังอยากจ่าย และเจ้าหนี้ไม่อยากฟ้อง |
|---|---|
| อากรแสตมป์ | สัญญาปรับโครงสร้างหนี้ไม่อยู่ในบัญชีอัตราอากรแสตมป์ ถ้าสัญญากู้เดิมติดอากรครบแล้วไม่ต้องติดเพิ่ม — แต่ ถ้าปรับแล้วต้นเงินสูงกว่าที่เคยติดอากรไว้ (เช่น เอาดอกเบี้ยค้างมารวมเป็นต้นเงินใหม่) ต้องติดอากรเพิ่มสำหรับส่วนที่เกิน ในอัตรากู้ยืม 1 บาทต่อ 2,000 บาท (ลักษณะ 5 สูงสุด 10,000 บาท) ผู้ให้กู้เสีย |
| มาตราที่อ้าง | ป.พ.พ. ม.7, 224, 349, 383, 654, 655, 691, 700 · พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม ม.4 · บัญชีอัตราอากรแสตมป์ ลักษณะ 5 |
| ค่าใช้แบบฟอร์มบนเว็บนี้ | 249 บาท |
ใช้สัญญาฉบับนี้เมื่อไร
- ลูกหนี้เงินกู้ค้างหลายงวด แต่ยังอยากจ่าย และเจ้าหนี้ไม่อยากฟ้อง
- หนี้การค้าค้างนาน เจ้าหนี้ยอมลดเบี้ยปรับแลกกับการผ่อนตรงเวลา
- มีผู้ค้ำหรือจำนองอยู่ และต้องการให้หลักประกันเดิมคุ้มหนี้ใหม่ต่อไป
จุดที่พลาดบ่อยและต้องระวัง
- ห้ามเขียนว่า «ยกเลิกสัญญาเดิม» — จะกลายเป็นแปลงหนี้ใหม่ จำนอง/ค้ำประกันเดิมหลุด (ม.349)
- ผู้ค้ำต้องลงชื่อยินยอมการผ่อนเวลาครั้งนี้ ไม่งั้นหลุดพ้น (ม.700) และการลดหนี้ต้องแจ้งผู้ค้ำใน 60 วัน (ม.691)
- เอาดอกเบี้ยค้างไปรวมเป็นต้นเงินใหม่ = ดอกเบี้ยทบต้น ห้ามเว้นแต่ค้างเกิน 1 ปี (ม.655) และต้องติดอากรเพิ่ม
- ดอกเบี้ยใหม่ไม่เกิน 15% ต่อปี · ดอกเบี้ยผิดนัดเกิน 5% ศาลลดได้
- ส่วนลดแบบมีเงื่อนไข: เขียนวิธีคำนวณตอนกลับไปหนี้เดิมให้ชัด
กรณีที่ไม่ควรใช้ฉบับนี้
- ลูกหนี้ยังไม่ยอมรับยอดหนี้ — ทำหนังสือรับสภาพหนี้ก่อน
- ลูกหนี้นิติบุคคลมีเจ้าหนี้หลายรายและจ่ายไม่ไหวทั้งหมด — พิจารณาฟื้นฟูกิจการหรือประนอมหนี้รวม
- เจ้าหนี้เป็นธนาคาร/สถาบันการเงิน — ใช้แบบของสถาบันนั้นตามเกณฑ์ ธปท.
อากรแสตมป์
สัญญาปรับโครงสร้างหนี้ไม่อยู่ในบัญชีอัตราอากรแสตมป์ ถ้าสัญญากู้เดิมติดอากรครบแล้วไม่ต้องติดเพิ่ม — แต่ ถ้าปรับแล้วต้นเงินสูงกว่าที่เคยติดอากรไว้ (เช่น เอาดอกเบี้ยค้างมารวมเป็นต้นเงินใหม่) ต้องติดอากรเพิ่มสำหรับส่วนที่เกิน ในอัตรากู้ยืม 1 บาทต่อ 2,000 บาท (ลักษณะ 5 สูงสุด 10,000 บาท) ผู้ให้กู้เสีย
ปรับโครงสร้าง ≠ แปลงหนี้ใหม่ — สำคัญกับหลักประกัน
- แบบนี้เขียนชัดในข้อ 8 ว่า ไม่ใช่การแปลงหนี้ใหม่ (ป.พ.พ. ม.349) เพื่อให้จำนอง จำนำ และค้ำประกันของหนี้เดิมยังอยู่ — ถ้าเขียนว่า «ยกเลิกสัญญาเดิมและทำสัญญาใหม่» หลักประกันเดิมอาจหลุดทั้งหมด
- ผู้ค้ำประกัน: การผ่อนเวลาให้ลูกหนี้โดยผู้ค้ำไม่ยินยอม ผู้ค้ำหลุดพ้น (ม.700) และการลดหนี้ต้องแจ้งผู้ค้ำภายใน 60 วัน (ม.691) — ให้ผู้ค้ำลงชื่อในข้อ 9 · ความยินยอมล่วงหน้าสำหรับการผ่อนเวลาครั้งต่อ ๆ ไปใช้ไม่ได้ (ม.700 วรรคสอง) จึงระบุว่า «เฉพาะครั้งนี้»
ดอกเบี้ย
- ดอกเบี้ยของหนี้ที่ปรับโครงสร้างไม่เกิน 15% ต่อปี (ม.654) — เกินแล้วดอกเบี้ยทั้งหมดเป็นโมฆะ
- ห้ามเอาดอกเบี้ยค้างมาคิดดอกเบี้ยทบต้น เว้นแต่ค้างเกิน 1 ปีและตกลงเป็นหนังสือ (ม.655) — แบบนี้แยกดอกเบี้ยคงเหลือออกจากต้นเงินไว้ในข้อ 3.2 เพื่อไม่ให้เกิดดอกเบี้ยซ้อน
- ดอกเบี้ยผิดนัดตามกฎหมาย 5% ต่อปี (ม.7, 224) สูงกว่านั้นเป็นเบี้ยปรับ ศาลลดได้ (ม.383)
- ลูกหนี้ชำระก่อนกำหนดได้โดยไม่มีค่าธรรมเนียม (ข้อ 4 วรรคสาม) — ใส่ไว้เพื่อความเป็นธรรม
ส่วนลดแบบมีเงื่อนไข (ข้อ 3.4 — ถ้าเปิดใช้)
ส่วนลดเบี้ยปรับจะได้ก็ต่อเมื่อลูกหนี้ผ่อนครบ ถ้าผิดนัดกลับไปใช้ภาระหนี้เดิม — เป็นแรงจูงใจที่ใช้ได้ดี และแบบนี้เขียนวิธีคำนวณเมื่อกลับไปหนี้เดิมไว้ชัดแล้ว (หักด้วยจำนวนที่จ่ายไปแล้ว)
เจ้าหนี้ควรรู้
- ทวงหนี้ต้องอยู่ในกรอบ พ.ร.บ.การทวงถามหนี้ พ.ศ. 2558
- ถ้าลูกหนี้เป็นบุคคลธรรมดาและหนี้เดิมเป็นสินเชื่อจากผู้ประกอบธุรกิจ ตรวจประกาศ ธปท./สคบ. ที่เกี่ยวข้องด้วย
- ลูกหนี้นิติบุคคลที่ผิดนัดหลายราย — ปรับโครงสร้างกับเจ้าหนี้รายเดียวอาจไม่พอ พิจารณาฟื้นฟูกิจการ
เอกสารแนบท้าย
- สำเนาสัญญาเดิมทุกฉบับและสัญญาค้ำประกัน/จำนอง (ถ้ามี) · ตารางผ่อนชำระ (ถ้ามี) · สำเนาบัตรประชาชน/หนังสือรับรอง
วันลงนาม
- 2 ฉบับ · ผู้ค้ำประกันลงชื่อยินยอม (ถ้ามี) · พยาน 2 คน · ออกใบรับเงินทุกงวด
ผู้เขียนและผู้ตรวจทาน
เขียนและตรวจทานโดย ภูวรา ครอบตะคุ ทนายความ (ใบอนุญาต 477/2558) · เนติบัณฑิตไทย · น.ม. กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาและสารสนเทศ — การเลือกประเด็น การจัดหมวด และคำอธิบายในบทความนี้เป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ของผู้เขียน ส่วนตัวบทกฎหมายที่ยกมาไม่มีลิขสิทธิ์และตรวจกับราชกิจจานุเบกษาได้เสมอ · ทะเบียนบทความ OKC-DE5C2C · หากนำไปใช้ต่อ โปรดระบุชื่อผู้เขียนและลิงก์ต้นฉบับ
คำถามที่พบบ่อย
สัญญาปรับโครงสร้างหนี้ ต้องติดอากรแสตมป์ไหม
สัญญาปรับโครงสร้างหนี้ไม่อยู่ในบัญชีอัตราอากรแสตมป์ ถ้าสัญญากู้เดิมติดอากรครบแล้วไม่ต้องติดเพิ่ม — แต่ ถ้าปรับแล้วต้นเงินสูงกว่าที่เคยติดอากรไว้ (เช่น เอาดอกเบี้ยค้างมารวมเป็นต้นเงินใหม่) ต้องติดอากรเพิ่มสำหรับส่วนที่เกิน ในอัตรากู้ยืม 1 บาทต่อ 2,000 บาท (ลักษณะ 5 สูงสุด 10,000 บาท) ผู้ให้กู้เสีย
ใช้สัญญาปรับโครงสร้างหนี้ตอนไหน
ลูกหนี้เงินกู้ค้างหลายงวด แต่ยังอยากจ่าย และเจ้าหนี้ไม่อยากฟ้อง · หนี้การค้าค้างนาน เจ้าหนี้ยอมลดเบี้ยปรับแลกกับการผ่อนตรงเวลา · มีผู้ค้ำหรือจำนองอยู่ และต้องการให้หลักประกันเดิมคุ้มหนี้ใหม่ต่อไป
ทำสัญญาปรับโครงสร้างหนี้ต้องระวังอะไร
ห้ามเขียนว่า ยกเลิกสัญญาเดิม — จะกลายเป็นแปลงหนี้ใหม่ จำนอง/ค้ำประกันเดิมหลุด (ม.349) · ผู้ค้ำต้องลงชื่อยินยอมการผ่อนเวลาครั้งนี้ ไม่งั้นหลุดพ้น (ม.700) และการลดหนี้ต้องแจ้งผู้ค้ำใน 60 วัน (ม.691) · เอาดอกเบี้ยค้างไปรวมเป็นต้นเงินใหม่ = ดอกเบี้ยทบต้น ห้ามเว้นแต่ค้างเกิน 1 ปี (ม.655) และต้องติดอากรเพิ่ม · ดอกเบี้ยใหม่ไม่เกิน 15% ต่อปี · ดอกเบี้ยผิดนัดเกิน 5% ศาลลดได้ · ส่วนลดแบบมีเงื่อนไข: เขียนวิธีคำนวณตอนกลับไปหนี้เดิมให้ชัด
กรณีไหนที่ไม่ควรใช้สัญญาปรับโครงสร้างหนี้
ลูกหนี้ยังไม่ยอมรับยอดหนี้ — ทำหนังสือรับสภาพหนี้ก่อน · ลูกหนี้นิติบุคคลมีเจ้าหนี้หลายรายและจ่ายไม่ไหวทั้งหมด — พิจารณาฟื้นฟูกิจการหรือประนอมหนี้รวม · เจ้าหนี้เป็นธนาคาร/สถาบันการเงิน — ใช้แบบของสถาบันนั้นตามเกณฑ์ ธปท.
ลงนามสัญญาปรับโครงสร้างหนี้ต้องมีพยานไหม ทำกี่ฉบับ
2 ฉบับ · ผู้ค้ำประกันลงชื่อยินยอม (ถ้ามี) · พยาน 2 คน · ออกใบรับเงินทุกงวด
ทำสัญญาปรับโครงสร้างหนี้ต้องเตรียมเอกสารอะไรแนบท้าย
สำเนาสัญญาเดิมทุกฉบับและสัญญาค้ำประกัน/จำนอง (ถ้ามี) · ตารางผ่อนชำระ (ถ้ามี) · สำเนาบัตรประชาชน/หนังสือรับรอง
กฎหมายที่อ้างถึงในบทความนี้
ถ้อยคำด้านล่างคัดจากตัวบท 8 มาตรา — ใช้อ้างอิงได้ แต่หากต้องใช้ในชั้นศาล ควรตรวจกับราชกิจจานุเบกษาฉบับทางการอีกครั้ง
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 7
ถ้าจะต้องเสียดอกเบี้ยแก่กันและมิได้กำหนดอัตราดอกเบี้ยไว้โดยนิติกรรมหรือโดยบทกฎหมายอันชัดแจ้ง ให้ใช้อัตราร้อยละสามต่อปี
ลักษณะ 1 บทเบ็ดเสร็จทั่วไป
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 224
หนี้เงินนั้น ให้คิดดอกเบี้ยในระหว่างเวลาผิดนัดในอัตราที่กำหนดตามมาตรา 7 บวกด้วยอัตราเพิ่มร้อยละสองต่อปี ถ้าเจ้าหนี้อาจจะเรียกดอกเบี้ยได้สูงกว่านั้นโดยอาศัยเหตุอย่างอื่นอันชอบด้วยกฎหมาย ก็ให้คงส่งดอกเบี้ยต่อไปตามนั้น
ส่วนที่ 1 การไม่ชำระหนี้
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 383
ถ้าเบี้ยปรับที่ริบนั้นสูงเกินส่วน ศาลจะลดลงเป็นจำนวนพอสมควรก็ได้ ในการที่จะวินิจฉัยว่าสมควรเพียงใดนั้น ท่านให้พิเคราะห์ถึงทางได้เสียของเจ้าหนี้ทุกอย่างอันชอบด้วยกฎหมาย ไม่ใช่แต่เพียงทางได้เสียในเชิงทรัพย์สิน เมื่อได้ใช้เงินตามเบี้ยปรับแล้ว สิทธิเรียกร้องขอลดก็เป็นอันขาดไป
หมวด 3 มัดจำและกำหนดเบี้ยปรับ
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 654
ท่านห้ามมิให้คิดดอกเบี้ยเกินร้อยละสิบห้าต่อปี ถ้าในสัญญากำหนดดอกเบี้ยเกินกว่านั้น ก็ให้ลดลงมาเป็นร้อยละสิบห้าต่อปี
หมวด 2 ยืมใช้สิ้นเปลือง
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 655
ท่านห้ามมิให้คิดดอกเบี้ยในดอกเบี้ยที่ค้างชำระ แต่ทว่าเมื่อดอกเบี้ยค้างชำระไม่น้อยกว่าปีหนึ่ง คู่สัญญากู้ยืมจะตกลงกันให้เอาดอกเบี้ยนั้นทบเข้ากับต้นเงินแล้วให้คิดดอกเบี้ยในจำนวนเงินที่ทบเข้ากันนั้นก็ได้ แต่การตกลงเช่นนั้นต้องทำเป็นหนังสือ
หมวด 2 ยืมใช้สิ้นเปลือง
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 691
ในกรณีที่เจ้าหนี้ตกลงกับลูกหนี้ อันมีผลเป็นการลดจำนวนหนี้ที่มีการค้ำประกันรวมทั้งดอกเบี้ย ค่าสินไหมทดแทน หรือค่าภาระติดพันอันเป็นอุปกรณ์แห่งหนี้รายนั้น ให้เจ้าหนี้มีหนังสือแจ้งให้ผู้ค้ำประกันทราบถึงข้อตกลงดังกล่าวภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ตกลงกันนั้น ถ้าลูกหนี้ได้ชำระหนี้ตามที่ได้ลดแล้วก็ดี ลูกหนี้ชำระหนี้ตามที่ได้ลดไม่ครบถ้วนแต่ผู้ค้ำประกันได้ชำระหนี้ส่วนที่เหลือนั้นแล้วก็ดี หรือลูกหนี้ไม่ชำระหนี้ตามที่ได้ลดแต่ผู้ค้ำประกันได้ชำระหนี้ตามที่ได้ลดนั้นแล้วก็ดี ให้ผู้ค้ำประกันเป็นอันหลุดพ้นจากการค้ำประกัน ในการชำระหนี้ของผู้ค้ำประกันดังกล่าว ผู้ค้ำประกันมีสิทธิชำระหนี้ได้แม้จะล่วงเลยกำหนดเวลาชำระหนี้ตามที่ได้ลดแต่ต้องไม่เกินหกสิบวันนับแต่วันที่ครบกำหนดเวลาชำระหนี้ดังกล่าว ในกรณีที่เจ้าหนี้มีหนังสือแจ้งให้ผู้ค้ำประกันทราบถึงข้อตกลงดังกล่าวเมื่อล่วงเลยกำหนดเวลาชำระหนี้ตามที่ได้ลดแล้ว ให้ผู้ค้ำประกันมีสิทธิชำระหนี้ได้ภายในหกสิบวันนับแต่วันที่เจ้าหนี้มีหนังสือแจ้งให้ผู้ค้ำประกันทราบถึงข้อตกลงนั้น ทั้งนี้ ข้อตกลงที่ทำขึ้นภายหลังที่ลูกหนี้ผิดนัดชำระหนี้แล้ว หากในข้อตกลงนั้นมีการขยายเวลาชำระหนี้ให้แก่ลูกหนี้ มิให้ถือว่าเป็นการผ่อนเวลาตามมาตรา 700
หมวด 2 ผลก่อนชำระหนี้
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 700
ถ้าค้ำประกันหนี้อันจะต้องชำระ ณ เวลามีกำหนดแน่นอนและเจ้าหนี้ยอมผ่อนเวลาให้แก่ลูกหนี้ ผู้ค้ำประกันย่อมหลุดพ้นจากความรับผิด เว้นแต่ผู้ค้ำประกันจะได้ตกลงด้วยในการผ่อนเวลานั้น
หมวด 4 ความระงับสิ้นไปแห่งการค้ำประกัน
พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 4
ข้อตกลงในสัญญาระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบธุรกิจการค้า หรือวิชาชีพ หรือในสัญญาสำเร็จรูป หรือในสัญญาขายฝากที่ทำให้ผู้ประกอบธุรกิจการค้า หรือวิชาชีพ หรือผู้กำหนดสัญญาสำเร็จรูป หรือผู้ซื้อฝากได้เปรียบคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งเกินสมควร เป็นข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม และให้มีผลบังคับได้เพียงเท่าที่เป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณีเท่านั้น
พระราชบัญญัติ ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540