สัญญาขายลดเช็ค ต้องมีอะไรบ้าง

ตอบสั้น

ผู้ทรงเช็คล่วงหน้าโอนเช็คให้ผู้รับซื้อลดด้วยการสลักหลังเพื่อรับเงินสดก่อนวันที่ในเช็ค โดยรับประกันว่าเช็คจะขึ้นเงิน · คำนวณส่วนลดเป็นอัตราต่อปีก่อนลงนาม ถ้าเกินร้อยละ 15 ต่อปี อาจถูกมองเป็นเงินกู้ดอกเบี้ยเกินอัตราซึ่งมีโทษอาญา

ข้อเท็จจริงที่อ้างอิงได้
ใช้เมื่อใช้เมื่อร้านค้าหรือผู้รับเหมาได้เช็คลงวันที่ล่วงหน้าจากลูกค้า แต่ต้องการเงินสดก่อน
อากรแสตมป์ตัวสัญญาขายลดเช็ค ไม่อยู่ในบัญชีอัตราอากรแสตมป์โดยตรง (ไม่ใช่เช่า จ้างทำของ กู้ยืม หรือค้ำประกัน) ตามปกติจึงไม่ต้องปิดอากร — แต่ถ้าข้อเท็จจริงเป็นการให้กู้ยืมเงินโดยใช้เช็คเป็นประกัน เอกสารอาจถูกมองเป็นหลักฐานการกู้ยืมซึ่งต้องปิดอากรลักษณะ 5 (1 บาทต่อทุก 2,000 บาท สูงสุด 10,000 บาท ผู้ให้กู้เสีย) และถ้าไม่ปิด ใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนกว่าจะเสียอากรและเงินเพิ่ม (ประมวลรัษฎากร ม.118) ผู้รับซื้อลดที่ไม่แน่ใจ ควรปิดอากรตามลักษณะ 5 ไว้ก่อนเพื่อความปลอดภัย ตัวเช็ค ผู้สั่งจ่ายเสียอากรฉบับละ 3 บาทตามลักษณะ 12 ไปแล้วตอนออกเช็ค (ธนาคารเรียกเก็บตอนซื้อสมุดเช็ค) ผู้ขายลดและผู้รับซื้อลดไม่ต้องเสียซ้ำ
ภาษีส่วนลดที่ผู้รับซื้อลดได้เป็นเงินได้ของผู้รับซื้อลด ต้องนำไปยื่นภาษีตามปกติ ถ้าผู้รับซื้อลดเป็นนิติบุคคลให้บันทึกเป็นรายได้ตามรอบบัญชี · ผู้ขายลดที่เป็นกิจการบันทึกส่วนลดเป็นค่าใช้จ่ายทางการเงิน — ให้ตรวจการหักภาษี ณ ที่จ่ายและภาษีธุรกิจเฉพาะกับผู้ทำบัญชี การรับซื้อลดเช็คเป็นธุรกิจ (รับจากคนทั่วไปเป็นประจำ) อาจเข้าข่ายธุรกิจสินเชื่อที่ต้องได้รับอนุญาตจากหน่วยงานกำกับ แบบนี้ทำไว้สำหรับการขายลดเช็คเป็นรายครั้งระหว่างคู่ค้า
มาตราที่อ้างป.พ.พ. ม.987–1000 (เช็ค — ใช้จาก debt.md ซึ่งเป็นสรุปสาระ ไม่อ้างถ้อยคำ) · ม.654 (เพดานร้อยละ 15 — ข้อ 3.2, 5.2 ช่อง recourse_rate max 15), 655, 224 (after.md) · พ.ร.บ.ห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ. 2560 ม.4 (รวม «การกระทำอันมีลักษณะอำพรางการให้กู้ยืมเงิน»), ม.5 (ผู้รับโอนสิทธิโดยรู้) · พ.ร.บ.การทวงถามหนี้ พ.ศ. 2558 ม.3, 8, 11 · ประมวลรัษฎากร ม.118 บัญชีอัตราอากรลักษณะ 5 (กรณีถูกมองเป็นกู้), 12 (เช็ค 3 บาท ผู้สั่งจ่าย) · พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม 2540 ม.4 (ข้อ 4.1 ภาระยื่นเช็คตรงเวลาตกผู้รับซื้อลด เพื่อความสมดุล)
ค่าใช้แบบฟอร์มบนเว็บนี้249 บาท

ใช้สัญญาฉบับนี้เมื่อไร

  • ใช้เมื่อร้านค้าหรือผู้รับเหมาได้เช็คลงวันที่ล่วงหน้าจากลูกค้า แต่ต้องการเงินสดก่อน
  • ใช้เมื่อคู่ค้าหรือคนรู้จักยอมรับซื้อเช็คล่วงหน้าเป็นรายครั้ง โดยหักส่วนลดตามระยะเวลาที่รอ
  • ใช้เมื่อต้องการกติกาชัดว่าถ้าเช็คเด้ง ใครแจ้งใคร ภายในกี่วัน และคืนเช็คเมื่อไร

จุดที่พลาดบ่อยและต้องระวัง

  • คำนวณส่วนลดเป็นอัตราต่อปีก่อนลงนาม ถ้าเกินร้อยละ 15 ต่อปี อาจถูกมองเป็นเงินกู้ดอกเบี้ยเกินอัตราซึ่งมีโทษอาญา
  • เช็คที่ขีดคร่อมเข้าบัญชีผู้รับเงินเท่านั้น หรือเขียนห้ามเปลี่ยนมือ ไม่ควรรับซื้อลด
  • ผู้รับซื้อลดต้องยื่นเช็คตรงเวลา ยื่นช้าอาจเสียสิทธิไล่เบี้ยและต้องรับผลเอง
  • เช็คเด้งไม่ได้แปลว่าฟ้องอาญาได้เสมอ อย่าใช้การขู่แจ้งความทวงเงิน

กรณีที่ไม่ควรใช้ฉบับนี้

  • ถ้าขายหรือโอนหนี้การค้าที่ไม่ใช่เช็ค เช่น ใบแจ้งหนี้ค้างรับ ให้ใช้ สัญญาโอนสิทธิเรียกร้อง
  • ถ้าเป็นการให้กู้เงินโดยมีเช็คเป็นประกัน ไม่ได้ขายเช็คจริง ให้ใช้ สัญญากู้ยืมเงิน และเก็บเช็คไว้เป็นหลักประกัน
  • ถ้าลูกหนี้จะออกตราสารสัญญาใช้เงินเอง ไม่ใช่เช็คของคนอื่น ให้ใช้ ตั๋วสัญญาใช้เงิน
  • รับซื้อลดเช็คจากคนทั่วไปเป็นธุรกิจ อาจต้องได้รับอนุญาตตามกฎหมายกำกับสินเชื่อ

อากรแสตมป์

  • ตัวสัญญาขายลดเช็ค ไม่อยู่ในบัญชีอัตราอากรแสตมป์โดยตรง (ไม่ใช่เช่า จ้างทำของ กู้ยืม หรือค้ำประกัน) ตามปกติจึงไม่ต้องปิดอากร — แต่ถ้าข้อเท็จจริงเป็นการให้กู้ยืมเงินโดยใช้เช็คเป็นประกัน เอกสารอาจถูกมองเป็นหลักฐานการกู้ยืมซึ่งต้องปิดอากรลักษณะ 5 (1 บาทต่อทุก 2,000 บาท สูงสุด 10,000 บาท ผู้ให้กู้เสีย) และถ้าไม่ปิด ใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนกว่าจะเสียอากรและเงินเพิ่ม (ประมวลรัษฎากร ม.118) ผู้รับซื้อลดที่ไม่แน่ใจ ควรปิดอากรตามลักษณะ 5 ไว้ก่อนเพื่อความปลอดภัย
  • ตัวเช็ค ผู้สั่งจ่ายเสียอากรฉบับละ 3 บาทตามลักษณะ 12 ไปแล้วตอนออกเช็ค (ธนาคารเรียกเก็บตอนซื้อสมุดเช็ค) ผู้ขายลดและผู้รับซื้อลดไม่ต้องเสียซ้ำ

ขายลดเช็คต่างจากการกู้เงินอย่างไร — และเส้นที่ข้ามแล้วเป็นดอกเบี้ยเกินอัตรา

ขายลดเช็คคือผู้ขายลดโอนเช็คล่วงหน้าที่ได้รับจากลูกค้าให้ผู้รับซื้อลด แลกกับเงินสดทันทีที่หักส่วนลดแล้ว โดยผู้ขายลดยังรับประกันว่าเช็คจะขึ้นเงิน (ข้อ 5) กฎหมายไม่ได้บัญญัติเรื่องนี้ไว้เป็นเอกเทศ แต่ ถ้าส่วนลดคิดเป็นอัตราต่อปีแล้วสูงเกินไป ศาลอาจมองว่าเป็นการให้กู้ยืมเงินอำพราง และส่วนลดคือดอกเบี้ย ซึ่งต้องไม่เกิน ร้อยละ 15 ต่อปี (ป.พ.พ. ม.654)

  • วิธีคิดคร่าว ๆ: อัตราต่อปี ≈ (ส่วนลด ÷ เงินที่จ่ายจริง) × (365 ÷ จำนวนวันจนถึงวันที่ลงในเช็ค) × 100 · ตัวอย่าง เช็ค 100,000 บาท ลงวันที่อีก 60 วัน รับซื้อ 98,000 บาท = (2,000 ÷ 98,000) × (365 ÷ 60) × 100 ≈ ร้อยละ 12.4 ต่อปี — ยังไม่เกิน แต่ถ้ารับซื้อ 95,000 บาท ≈ ร้อยละ 32 ต่อปี เกินเพดาน
  • การให้กู้ยืมหรือ กระทำการใด ๆ อันมีลักษณะเป็นการอำพรางการให้กู้ยืมเงิน โดยเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา หรือเรียกประโยชน์อื่นที่มากเกินส่วน เป็นความผิดอาญา จำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 200,000 บาท (พ.ร.บ.ห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ. 2560 ม.4) และผู้ที่รับโอนสิทธิมาโดยรู้ก็มีความผิดด้วย (ม.5)
  • ข้อ 3.2 ให้คู่สัญญายืนยันว่าส่วนลดไม่เกินร้อยละ 15 ต่อปี — คำยืนยันไม่ได้ทำให้ส่วนลดที่เกินจริงถูกกฎหมาย ต้องคำนวณให้ถูกก่อนลงนาม
  • ดอกเบี้ยเมื่อผู้ขายลดไม่ชำระตามข้อ 5.2 ก็ต้องไม่เกินร้อยละ 15 ต่อปี ถ้าไม่แน่ใจให้ใช้อัตราตามกฎหมาย (ปัจจุบันร้อยละ 5 ต่อปี ป.พ.พ. ม.224) และห้ามคิดดอกเบี้ยทบต้น (ม.655)

การสลักหลังและยื่นเช็ค

  • เช็คที่ระบุชื่อผู้ขายลดเป็นผู้รับเงิน ต้องสลักหลังและส่งมอบ ผู้รับซื้อลดจึงเป็นผู้ทรงที่เรียกเก็บเงินได้ ส่วนเช็คผู้ถือ แม้โอนได้ด้วยการส่งมอบ ก็ควรให้ผู้ขายลดลงชื่อสลักหลังด้วยตามข้อ 2.1 เพื่อให้ผู้ขายลดต้องรับผิดตามเช็คอีกทางหนึ่ง
  • เช็คที่ขีดคร่อมเขียนว่า "A/C Payee Only" หรือ "เข้าบัญชีผู้รับเงินเท่านั้น" หรือเขียนว่า "ห้ามเปลี่ยนมือ" ไม่ควรรับซื้อลด ธนาคารจะนำเงินเข้าได้เฉพาะบัญชีของผู้รับเงินที่ระบุ ผู้รับซื้อลดจะเรียกเก็บในนามตนเองไม่ได้
  • ยื่นเช็คตรงเวลา กฎหมายกำหนดเวลายื่นเช็คไว้ (โดยทั่วไปหนึ่งเดือนนับแต่วันที่ลงในเช็ค ถ้าเป็นเช็คที่ใช้เงินในเมืองเดียวกับที่ออก) ยื่นช้าอาจเสียสิทธิไล่เบี้ยผู้สลักหลัง ข้อ 4.1 จึงให้ผู้รับซื้อลดยื่นภายใน 3 วันทำการนับแต่วันที่ลงในเช็ค

เมื่อเช็คเด้ง — ทางแพ่งและทางอาญาต่างกัน

  • ทางแพ่ง: ผู้รับซื้อลดเรียกให้ผู้ขายลดชดใช้ตามข้อ 5.2 ได้ทันทีหลังแจ้งตามข้อ 5.1 หรือฟ้องผู้สั่งจ่ายและผู้สลักหลังตามกฎหมายตั๋วเงินก็ได้ แต่รวมทุกทางแล้วได้ไม่เกินจำนวนตามข้อ 5.4 ฟ้องตามเช็คมีอายุความสั้น (โดยทั่วไป 1 ปีนับแต่วันที่เช็คถึงกำหนด) อย่าปล่อยไว้นาน
  • ทางอาญา: การออกเช็คที่ธนาคารปฏิเสธการจ่ายอาจเป็นความผิดตามกฎหมายว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค แต่มีเงื่อนไขเฉพาะ เช่น ต้องเป็นเช็คที่ออกเพื่อชำระหนี้ที่มีอยู่จริงและบังคับได้ ผู้ที่รับโอนเช็คมาโดยรู้อยู่แล้วว่าไม่มีเงินพอจ่ายไม่ถือเป็นผู้เสียหาย และต้องร้องทุกข์ภายในเวลาที่กฎหมายกำหนด — อย่าใช้การขู่แจ้งความเป็นเครื่องมือทวงเงิน และปรึกษาทนายทันทีเมื่อเช็คเด้งถ้าจะดำเนินคดีอาญา
  • ผู้รับซื้อลดที่รับซื้อเช็คเป็นทางค้าปกติ เมื่อทวงเงินจากผู้สั่งจ่ายหรือผู้ขายลด อยู่ใต้ พ.ร.บ.การทวงถามหนี้ พ.ศ. 2558 — ห้ามข่มขู่ ห้ามติดต่อคนอื่นที่ไม่ใช่ลูกหนี้เพื่อแจ้งเรื่องหนี้ (ม.3, 8, 11)

ภาษีและใบอนุญาต

  • ส่วนลดที่ผู้รับซื้อลดได้เป็นเงินได้ของผู้รับซื้อลด ต้องนำไปยื่นภาษีตามปกติ ถ้าผู้รับซื้อลดเป็นนิติบุคคลให้บันทึกเป็นรายได้ตามรอบบัญชี · ผู้ขายลดที่เป็นกิจการบันทึกส่วนลดเป็นค่าใช้จ่ายทางการเงิน — ให้ตรวจการหักภาษี ณ ที่จ่ายและภาษีธุรกิจเฉพาะกับผู้ทำบัญชี
  • การรับซื้อลดเช็คเป็นธุรกิจ (รับจากคนทั่วไปเป็นประจำ) อาจเข้าข่ายธุรกิจสินเชื่อที่ต้องได้รับอนุญาตจากหน่วยงานกำกับ แบบนี้ทำไว้สำหรับการขายลดเช็คเป็นรายครั้งระหว่างคู่ค้า

เอกสารแนบท้ายสัญญา

  • สำเนาเช็คด้านหน้าและด้านหลังหลังสลักหลังแล้ว ลงชื่อรับรองทั้งสองฝ่าย
  • หลักฐานการจ่ายราคาขายลด (สลิปโอนหรือใบรับเงินสด)
  • หลักฐานหนี้ที่เป็นมูลของเช็ค เช่น ใบกำกับสินค้า ใบแจ้งหนี้ (ถ้ามี)
  • สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนหรือหนังสือรับรองนิติบุคคลของทั้งสองฝ่าย

วันลงนาม

ทำสองฉบับ เก็บไว้ฝ่ายละฉบับ สลักหลังเช็ค ส่งมอบเช็ค และจ่ายราคาขายลดในวันเดียวกับที่ลงนาม ถ่ายภาพเช็คทั้งสองด้านก่อนส่งมอบ ผู้รับซื้อลดเก็บเช็คฉบับจริงไว้ในที่ปลอดภัยจนถึงวันนำเข้าเรียกเก็บ

ผู้เขียนและผู้ตรวจทาน

เขียนและตรวจทานโดย ภูวรา ครอบตะคุ ทนายความ (ใบอนุญาต 477/2558) · เนติบัณฑิตไทย · น.ม. กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาและสารสนเทศ — การเลือกประเด็น การจัดหมวด และคำอธิบายในบทความนี้เป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ของผู้เขียน ส่วนตัวบทกฎหมายที่ยกมาไม่มีลิขสิทธิ์และตรวจกับราชกิจจานุเบกษาได้เสมอ · ทะเบียนบทความ OKC-C2233B · หากนำไปใช้ต่อ โปรดระบุชื่อผู้เขียนและลิงก์ต้นฉบับ

มีแบบฟอร์มฉบับนี้ให้กรอกออนไลน์แล้วกรอกไม่กี่นาที ดูตัวอย่างเต็มฉบับก่อนจ่าย ได้ไฟล์ PDF พร้อมพิมพ์
เปิดแบบฟอร์ม · 249 บาท

คำถามที่พบบ่อย

สัญญาขายลดเช็ค ต้องติดอากรแสตมป์ไหม

ตัวสัญญาขายลดเช็ค ไม่อยู่ในบัญชีอัตราอากรแสตมป์โดยตรง (ไม่ใช่เช่า จ้างทำของ กู้ยืม หรือค้ำประกัน) ตามปกติจึงไม่ต้องปิดอากร — แต่ถ้าข้อเท็จจริงเป็นการให้กู้ยืมเงินโดยใช้เช็คเป็นประกัน เอกสารอาจถูกมองเป็นหลักฐานการกู้ยืมซึ่งต้องปิดอากรลักษณะ 5 (1 บาทต่อทุก 2,000 บาท สูงสุด 10,000 บาท ผู้ให้กู้เสีย) และถ้าไม่ปิด ใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนกว่าจะเสียอากรและเงินเพิ่ม (ประมวลรัษฎากร ม.118) ผู้รับซื้อลดที่ไม่แน่ใจ ควรปิดอากรตามลักษณะ 5 ไว้ก่อนเพื่อความปลอดภัย ตัวเช็ค ผู้สั่งจ่ายเสียอากรฉบับละ 3 บาทตามลักษณะ 12 ไปแล้วตอนออกเช็ค (ธนาคารเรียกเก็บตอนซื้อสมุดเช็ค) ผู้ขายลดและผู้รับซื้อลดไม่ต้องเสียซ้ำ

สัญญาขายลดเช็ค เสียภาษีอะไรบ้าง

ส่วนลดที่ผู้รับซื้อลดได้เป็นเงินได้ของผู้รับซื้อลด ต้องนำไปยื่นภาษีตามปกติ ถ้าผู้รับซื้อลดเป็นนิติบุคคลให้บันทึกเป็นรายได้ตามรอบบัญชี · ผู้ขายลดที่เป็นกิจการบันทึกส่วนลดเป็นค่าใช้จ่ายทางการเงิน — ให้ตรวจการหักภาษี ณ ที่จ่ายและภาษีธุรกิจเฉพาะกับผู้ทำบัญชี การรับซื้อลดเช็คเป็นธุรกิจ (รับจากคนทั่วไปเป็นประจำ) อาจเข้าข่ายธุรกิจสินเชื่อที่ต้องได้รับอนุญาตจากหน่วยงานกำกับ แบบนี้ทำไว้สำหรับการขายลดเช็คเป็นรายครั้งระหว่างคู่ค้า

ใช้สัญญาขายลดเช็คตอนไหน

ใช้เมื่อร้านค้าหรือผู้รับเหมาได้เช็คลงวันที่ล่วงหน้าจากลูกค้า แต่ต้องการเงินสดก่อน · ใช้เมื่อคู่ค้าหรือคนรู้จักยอมรับซื้อเช็คล่วงหน้าเป็นรายครั้ง โดยหักส่วนลดตามระยะเวลาที่รอ · ใช้เมื่อต้องการกติกาชัดว่าถ้าเช็คเด้ง ใครแจ้งใคร ภายในกี่วัน และคืนเช็คเมื่อไร

ทำสัญญาขายลดเช็คต้องระวังอะไร

คำนวณส่วนลดเป็นอัตราต่อปีก่อนลงนาม ถ้าเกินร้อยละ 15 ต่อปี อาจถูกมองเป็นเงินกู้ดอกเบี้ยเกินอัตราซึ่งมีโทษอาญา · เช็คที่ขีดคร่อมเข้าบัญชีผู้รับเงินเท่านั้น หรือเขียนห้ามเปลี่ยนมือ ไม่ควรรับซื้อลด · ผู้รับซื้อลดต้องยื่นเช็คตรงเวลา ยื่นช้าอาจเสียสิทธิไล่เบี้ยและต้องรับผลเอง · เช็คเด้งไม่ได้แปลว่าฟ้องอาญาได้เสมอ อย่าใช้การขู่แจ้งความทวงเงิน

กรณีไหนที่ไม่ควรใช้สัญญาขายลดเช็ค

ถ้าขายหรือโอนหนี้การค้าที่ไม่ใช่เช็ค เช่น ใบแจ้งหนี้ค้างรับ ให้ใช้ สัญญาโอนสิทธิเรียกร้อง · ถ้าเป็นการให้กู้เงินโดยมีเช็คเป็นประกัน ไม่ได้ขายเช็คจริง ให้ใช้ สัญญากู้ยืมเงิน และเก็บเช็คไว้เป็นหลักประกัน · ถ้าลูกหนี้จะออกตราสารสัญญาใช้เงินเอง ไม่ใช่เช็คของคนอื่น ให้ใช้ ตั๋วสัญญาใช้เงิน · รับซื้อลดเช็คจากคนทั่วไปเป็นธุรกิจ อาจต้องได้รับอนุญาตตามกฎหมายกำกับสินเชื่อ

ลงนามสัญญาขายลดเช็คต้องมีพยานไหม ทำกี่ฉบับ

ทำสองฉบับ เก็บไว้ฝ่ายละฉบับ สลักหลังเช็ค ส่งมอบเช็ค และจ่ายราคาขายลดในวันเดียวกับที่ลงนาม ถ่ายภาพเช็คทั้งสองด้านก่อนส่งมอบ ผู้รับซื้อลดเก็บเช็คฉบับจริงไว้ในที่ปลอดภัยจนถึงวันนำเข้าเรียกเก็บ

ทำสัญญาขายลดเช็คต้องเตรียมเอกสารอะไรแนบท้าย

สำเนาเช็คด้านหน้าและด้านหลังหลังสลักหลังแล้ว ลงชื่อรับรองทั้งสองฝ่าย หลักฐานการจ่ายราคาขายลด (สลิปโอนหรือใบรับเงินสด) หลักฐานหนี้ที่เป็นมูลของเช็ค เช่น ใบกำกับสินค้า ใบแจ้งหนี้ (ถ้ามี) สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนหรือหนังสือรับรองนิติบุคคลของทั้งสองฝ่าย

กฎหมายที่อ้างถึงในบทความนี้

ถ้อยคำด้านล่างคัดจากตัวบท 12 มาตรา — ใช้อ้างอิงได้ แต่หากต้องใช้ในชั้นศาล ควรตรวจกับราชกิจจานุเบกษาฉบับทางการอีกครั้ง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 654

ท่านห้ามมิให้คิดดอกเบี้ยเกินร้อยละสิบห้าต่อปี ถ้าในสัญญากำหนดดอกเบี้ยเกินกว่านั้น ก็ให้ลดลงมาเป็นร้อยละสิบห้าต่อปี

หมวด 2 ยืมใช้สิ้นเปลือง

พ.ร.บ.ห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ. 2560 มาตรา 4

บุคคลใดให้บุคคลอื่นกู้ยืมเงินหรือกระทำการใด ๆ อันมีลักษณะเป็นการอำพราง

พระราชบัญญัติห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ. 2560

พ.ร.บ.ห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ. 2560 มาตรา 5

บุคคลใดได้มาซึ่งสิทธิเรียกร้องจากบุคคลอื่นโดยรู้ว่าเป็นสิทธิที่ได้มาจาก

พระราชบัญญัติห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ. 2560

พ.ร.บ.การทวงถามหนี้ พ.ศ. 2558 มาตรา 3

ในพระราชบัญญัตินี้ “ผู้ทวงถามหนี้” หมายความว่า เจ้าหนี้ซึ่งเป็นผู้ให้สินเชื่อ ผู้ประกอบธุรกิจตามกฎหมายว่าด้วย การคุ้มครองผู้บริโภค ผู้จัดให้มีการเล่นการพนันเป็นปกติธุระตามกฎหมายว่าด้วยการพนัน และเจ้าหนี้อื่น ซึ่งมีสิทธิรับชําระหนี้อันเกิดจากการกระทําที่เป็นทางการค้าปกติหรือเป็นปกติธุระของเจ้าหนี้ ทั้งนี้ ไม่ว่าหนี้ดังกล่าวจะชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ก็ตาม และให้หมายความรวมถึง ผู้รับมอบอํานาจจากเจ้าหนี้ ดังกล่าว ผู้รับมอบอํานาจช่วงในการทวงถามหนี้ ผู้ประกอบธุรกิจทวงถามหนี้ และผู้รับมอบอํานาจจาก ผู้ประกอบธุรกิจทวงถามหนี้ด้วย “ผู้ให้สินเชื่อ” หมายความว่า (1) บุคคลซึ่งให้สินเชื่อเป็นทางการค้าปกติ หรือ (2) บุคคลซึ่งรับซื้อหรือรับโอนสินเชื่อต่อไปทุกทอด “สินเชื่อ” หมายความว่า สินเชื่อที่ให้แก่บุคคลธรรมดาโดยการให้กู้ยืมเงิน การให้บริการบัตรเครดิต การให้เช่าซื้อ การให้เช่าแบบลิสซิ่ง และสินเชื่อในรูปแบบอื่นที่มีลักษณะทํานองเดียวกัน “ลูกหนี้” หมายความว่า ลูกหนี้ซึ่งเป็นบุคคลธรรมดา และให้หมายความรวมถึงผู้ค้ําประกัน ซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาด้วย “ธุรกิจทวงถามหนี้” หมายความว่า การรับจ้างทวงถามหนี้ไม่ว่าโดยตรงหรือโดยอ้อมเป็นปกติธุระ แต่ไม่รวมถึงการทวงถามหนี้ของทนายความซึ่งกระทําแทนลูกความของตน “ข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่ติดต่อลูกหนี้” หมายความว่า ที่อยู่อาศัยหรือสถานที่ทํางานของลูกหนี้ และให้หมายความรวมถึงหมายเลขโทรศัพท์และโทรสาร และสถานที่ติดต่อโดยจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ โดยสื่ออิเล็กทรอนิกส์ หรือโดยสื่อเทคโนโลยีสารสนเทศประเภทอื่น ที่สามารถติดต่อกับลูกหนี้ได้ด้วย “คณะกรรมการ” หมายความว่า คณะกรรมการกํากับการทวงถามหนี้ “นายทะเบียน” หมายความว่า ผู้ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยแต่งตั้งให้เป็นผู้มีหน้าที่ รับจดทะเบียนตามพระราชบัญญัตินี้ “พนักงานเจ้าหน้าที่” หมายความว่า ผู้ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยแต่งตั้ง ตามการเสนอแนะของคณะกรรมการกํากับการทวงถามหนี้ให้ปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ “รัฐมนตรี” หมายความว่า รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้

พระราชบัญญัติการทวงถามหนี้ พ.ศ. 2558

พ.ร.บ.การทวงถามหนี้ พ.ศ. 2558 มาตรา 8

ห้ามผู้ทวงถามหนี้ติดต่อกับบุคคลอื่นซึ่งมิใช่ลูกหนี้เพื่อการทวงถามหนี้ เว้นแต่บุคคล ซึ่งลูกหนี้ได้ระบุไว้เพื่อการดังกล่าว การติดต่อกับบุคคลอื่นนอกจากบุคคลตามวรรคหนึ่ง ให้กระทําได้เพื่อวัตถุประสงค์ในการสอบถาม หรือยืนยันข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่ติดต่อลูกหนี้หรือบุคคลซึ่งลูกหนี้ได้ระบุไว้เพื่อการทวงถามหนี้เท่านั้น โดยผู้ทวงถามหนี้ต้องปฏิบัติดังต่อไปนี้ (1) แจ้งให้ทราบชื่อตัว ชื่อสกุล และแสดงเจตนาว่าต้องการสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่ ติดต่อลูกหนี้หรือบุคคลซึ่งลูกหนี้ได้ระบุไว้เพื่อการทวงถามหนี้ (2) ห้ามแจ้งถึงความเป็นหนี้ของลูกหนี้ เว้นแต่ในกรณีที่บุคคลอื่นนั้นเป็นสามี ภริยา บุพการี หรือผู้สืบสันดานของลูกหนี้ และบุคคลอื่นดังกล่าวได้สอบถามผู้ทวงถามหนี้ถึงสาเหตุของการติดต่อ ให้ผู้ทวงถามหนี้ชี้แจงข้อมูลเกี่ยวกับหนี้ได้เท่าที่จําเป็นและตามความเหมาะสม (3) ห้ามใช้ข้อความ เครื่องหมาย สัญลักษณ์ หรือชื่อทางธุรกิจของผู้ทวงถามหนี้บนซองจดหมาย ในหนังสือ หรือในสื่ออื่นใดที่ใช้ในการติดต่อสอบถาม ซึ่งทําให้เข้าใจได้ว่าเป็นการติดต่อเพื่อทวงถามหนี้ ของลูกหนี้ (4) ห้ามติดต่อหรือแสดงตนที่ทําให้เข้าใจผิดเพื่อให้ได้ข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่ติดต่อลูกหนี้ หรือบุคคลซึ่งลูกหนี้ได้ระบุไว้เพื่อการทวงถามหนี้

พระราชบัญญัติการทวงถามหนี้ พ.ศ. 2558

พ.ร.บ.การทวงถามหนี้ พ.ศ. 2558 มาตรา 11

ห้ามผู้ทวงถามหนี้กระทําการทวงถามหนี้ในลักษณะดังต่อไปนี้ (1) การข่มขู่ การใช้ความรุนแรง หรือการกระทําอื่นใดที่ทําให้เกิดความเสียหายแก่ร่างกาย ชื่อเสียง หรือทรัพย์สินของลูกหนี้หรือผู้อื่น (2) การใช้วาจาหรือภาษาที่เป็นการดูหมิ่นลูกหนี้หรือผู้อื่น (3) การแจ้งหรือเปิดเผยเกี่ยวกับความเป็นหนี้ของลูกหนี้ให้แก่ผู้อื่นที่ไม่เกี่ยวข้องกับการทวงถามหนี้ เว้นแต่เป็นกรณีตามมาตรา 8 วรรคสอง (2) (4) การติดต่อลูกหนี้โดยไปรษณียบัตร เอกสารเปิดผนึก โทรสาร หรือสิ่งอื่นใดที่สื่อให้ทราบว่า เป็นการทวงถามหนี้อย่างชัดเจน เว้นแต่กรณีการบอกกล่าวบังคับจํานองด้วยวิธีการประกาศหนังสือพิมพ์ ซึ่งเจ้าหนี้ไม่สามารถติดต่อลูกหนี้โดยวิธีการอื่น หรือกรณีอื่นใดตามที่คณะกรรมการประกาศกําหนด (5) การใช้ข้อความ เครื่องหมาย สัญลักษณ์ หรือชื่อทางธุรกิจของผู้ทวงถามหนี้บนซองจดหมาย ในการติดต่อลูกหนี้ที่ทําให้เข้าใจได้ว่าเป็นการติดต่อเพื่อการทวงถามหนี้ เว้นแต่ชื่อทางธุรกิจของผู้ทวงถามหนี้ ไม่ได้สื่อให้ทราบได้ว่าเป็นผู้ประกอบธุรกิจทวงถามหนี้ (6) การทวงถามหนี้ที่ไม่เหมาะสมในลักษณะอื่นตามที่คณะกรรมการประกาศกําหนด ความใน (5) มิให้นํามาใช้บังคับกับการทวงถามหนี้เป็นหนังสือเพื่อจะใช้สิทธิฟ้องคดีต่อศาล

พระราชบัญญัติการทวงถามหนี้ พ.ศ. 2558

ประมวลรัษฎากร มาตรา 118

ตราสารใดไม่ปิดแสตมป์บริบูรณ์ จะใช้ต้นฉบับ คู่ฉบับ คู่ฉีก หรือสำเนาตราสารนั้นเป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้ จนกว่าจะได้เสียอากรโดยปิดแสตมป์ครบจำนวนตามอัตราในบัญชีท้ายหมวดนี้ และขีดฆ่าแล้ว แต่ทั้งนี้ ไม่เป็นการเสื่อมสิทธิที่จะเรียกเงินเพิ่มอากรตามมาตรา 113 และมาตรา 114

บทบัญญัติ (ถ้อยคำตามเว็บกรมสรรพากร)

พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 4

ข้อตกลงในสัญญาระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบธุรกิจการค้า หรือวิชาชีพ หรือในสัญญาสำเร็จรูป หรือในสัญญาขายฝากที่ทำให้ผู้ประกอบธุรกิจการค้า หรือวิชาชีพ หรือผู้กำหนดสัญญาสำเร็จรูป หรือผู้ซื้อฝากได้เปรียบคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งเกินสมควร เป็นข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม และให้มีผลบังคับได้เพียงเท่าที่เป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณีเท่านั้น

พระราชบัญญัติ ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 224

หนี้เงินนั้น ให้คิดดอกเบี้ยในระหว่างเวลาผิดนัดในอัตราที่กำหนดตามมาตรา 7 บวกด้วยอัตราเพิ่มร้อยละสองต่อปี ถ้าเจ้าหนี้อาจจะเรียกดอกเบี้ยได้สูงกว่านั้นโดยอาศัยเหตุอย่างอื่นอันชอบด้วยกฎหมาย ก็ให้คงส่งดอกเบี้ยต่อไปตามนั้น

ส่วนที่ 1 การไม่ชำระหนี้

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 655

ท่านห้ามมิให้คิดดอกเบี้ยในดอกเบี้ยที่ค้างชำระ แต่ทว่าเมื่อดอกเบี้ยค้างชำระไม่น้อยกว่าปีหนึ่ง คู่สัญญากู้ยืมจะตกลงกันให้เอาดอกเบี้ยนั้นทบเข้ากับต้นเงินแล้วให้คิดดอกเบี้ยในจำนวนเงินที่ทบเข้ากันนั้นก็ได้ แต่การตกลงเช่นนั้นต้องทำเป็นหนังสือ

หมวด 2 ยืมใช้สิ้นเปลือง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 8

คำว่า “เหตุสุดวิสัย” หมายความว่า เหตุใด ๆ อันจะเกิดขึ้นก็ดี จะให้ผลพิบัติก็ดี เป็นเหตุที่ไม่อาจป้องกันได้แม้ทั้งบุคคลผู้ต้องประสบหรือใกล้จะต้องประสบเหตุนั้น จะได้จัดการระมัดระวังตามสมควรอันพึงคาดหมายได้จากบุคคลในฐานะและภาวะเช่นนั้น

ลักษณะ 1 บทเบ็ดเสร็จทั่วไป

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 11

ในกรณีที่มีข้อสงสัย ให้ตีความไปในทางที่เป็นคุณแก่คู่กรณีฝ่ายซึ่งจะเป็นผู้ต้องเสียในมูลหนี้นั้น

ลักษณะ 1 บทเบ็ดเสร็จทั่วไป

อ่านต่อในหมวดกู้ยืม / หลักประกัน

สัญญาโอนสิทธิเรียกร้อง ต้องมีอะไรบ้างสำหรับเจ้าหนี้ที่โอนสิทธิรับชำระหนี้ให้บุคคลอื่น เช่น ขายลูกหนี้การค้า ชำระหนี้ของตนด้วยสิทธิเรียกร้อง หรือโอนเป็นหลักประกัน กำหนดหนี้ที่โอน ราคา คำรับรองของผู้โอน การรับประกันการชำระของลูกหนี้ การบอกกล่าวลูกหนี้พร้อมหนังสือบอกกล่าว เอกสาร ข้อมูลส่วนบุคคล และข้อจำกัดการทวงถามหนี้สัญญาค้ำประกันมีวงเงิน ต้องมีอะไรบ้างใช้เมื่อค้ำประกันหนี้ที่ลูกหนี้ก่อขึ้นกับเจ้าหนี้เป็นคราว ๆ ภายในวงเงินสูงสุด เช่น เครดิตการค้าซื้อเชื่อสินค้า เครดิตค่าบริการ หรือกู้หลายครั้งในวงเงิน — ระบุวัตถุประสงค์ ลักษณะหนี้ และข้อตกลงหลักตามกฎหมายค้ำประกันหลังแก้ไข เลือกกำหนดระยะเวลาหรือค้ำต่อเนื่องที่ผู้ค้ำบอกเลิกสำหรับหนี้ในอนาคตได้ · ถ้าค้ำหนี้ตามสัญญาฉบับเดียว ใช้สัญญาค้ำประกันทั่วไป · ถ้าค้ำผู้รับจ้างหรือผู้ขายให้ทำตามสัญญา ใช้สัญญาค้ำประกันการปฏิบัติตามสัญญาหนังสือรับสภาพหนี้และสัญญาผ่อนชำระหนี้ ต้องมีอะไรบ้างใช้เมื่อลูกหนี้ยอมรับว่าเป็นหนี้และขอผ่อนชำระเป็นรายเดือน — หนี้ค่าสินค้า เงินยืม เงินที่รับเกินไป ค่าเสียหาย — ทำให้อายุความเริ่มนับใหม่และมีเงื่อนไขเรียกหนี้ทั้งก้อนเมื่อผิดนัด รองรับโอนพร้อมเพย์พร้อมใบรับเงินอิเล็กทรอนิกส์ ข้อความเตือนงวดทาง SMS/LINE ผู้ค้ำเดิมลงชื่อยินยอม และข้อยินยอมให้หักเงินเดือนหนังสือทวงถามให้ชำระหนี้ (หนังสือบอกกล่าวก่อนฟ้อง) ต้องมีอะไรบ้างหนังสือที่เจ้าหนี้หรือผู้รับมอบอำนาจส่งถึงลูกหนี้ที่ค้างชำระ เพื่อเตือนให้ชำระภายในกำหนดก่อนดำเนินคดี — ระบุที่มาของหนี้ ยอดต้นเงินและดอกเบี้ย ช่องทางชำระพร้อมเพย์ เชิญเจรจาผ่อนชำระ และให้ลูกหนี้โต้แย้งยอดได้ เขียนตามกรอบ พ.ร.บ.การทวงถามหนี้ 2558 ไม่ข่มขู่ ไม่เกินจริงสัญญาปรับโครงสร้างหนี้ ต้องมีอะไรบ้างใช้เมื่อลูกหนี้ค้างชำระเงินกู้หรือหนี้การค้าและเจ้าหนี้ยอมลดเบี้ยปรับ ยืดเวลา หรือลดดอกเบี้ย เพื่อให้ผ่อนได้จริงโดยไม่ต้องฟ้อง — คงหลักประกันและผู้ค้ำเดิมไว้ มีส่วนลดแบบมีเงื่อนไขให้เลือกสัญญาชำระหนี้ด้วยทรัพย์สิน ต้องมีอะไรบ้างสำหรับลูกหนี้ที่ตกลงกับเจ้าหนี้ให้โอนที่ดิน ห้องชุด รถ หรือทรัพย์อื่นแทนการชำระหนี้เงิน กำหนดมูลค่าที่ใช้หักหนี้ หลักราคาท้องตลาดเมื่อหนี้เป็นเงินกู้ ส่วนต่างระหว่างมูลค่ากับหนี้ การโอนและค่าใช้จ่าย และให้หนี้ระงับเมื่อโอนเสร็จเท่านั้น