สัญญาใช้พื้นที่โฆษณาบนเว็บไซต์หรือแอป ต้องมีอะไรบ้าง
เจ้าของเว็บไซต์หรือแอปให้ผู้ลงโฆษณาซื้อพื้นที่แสดงผลของตนโดยตรง คิดค่าตอบแทนตามจำนวนครั้งที่แสดงหรือคลิก · กำหนดล่วงหน้าว่าตัวเลขของใครเป็นหลักเมื่อระบบวัดผลสองฝ่ายนับได้ไม่ตรงกัน
| ใช้เมื่อ | ใช้เมื่อเว็บไซต์หรือแอปขายพื้นที่โฆษณาของตัวเองให้แบรนด์หรือเอเจนซี่โดยตรง |
|---|---|
| อากรแสตมป์ | สัญญานี้ไม่มีสินจ้างเป็นจำนวนแน่นอน ค่าโฆษณาคำนวณจากจำนวนหน่วยที่แสดงจริง (CPM/CPC) ซึ่งไม่แน่นอนล่วงหน้า ไม่เข้าบัญชีอัตราอากรแสตมป์ลักษณะใด ไม่ต้องปิดอากร ถ้าเลือกราคาเหมาจ่ายตายตัวในข้อ 1.2 ก็ยังไม่เข้าลักษณะเช่าทรัพย์สิน (ลักษณะ 1) หรือจ้างทำของ (ลักษณะ 4) เพราะเป็นการอนุญาตให้ใช้พื้นที่แสดงผลแบบดิจิทัล ไม่ใช่การเช่าอสังหาริมทรัพย์หรือสังหาริมทรัพย์ที่จับต้องได้ และไม่ใช่การว่าจ้างให้ทำผลสำเร็จของงานชิ้นใดชิ้นหนึ่ง |
| ภาษี | ค่าโฆษณาตามสัญญานี้เป็นเงินได้ค่าโฆษณาตามมาตรา 40(8) เฉพาะประเภทค่าโฆษณา ถ้าผู้ลงโฆษณาเป็นนิติบุคคลและผู้เผยแพร่เป็นผู้เสียภาษีในไทย ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายในอัตราร้อยละ 2 ตามคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 9–10/1 ส่วนค่าโฆษณา ซึ่งเป็นคนละอัตรากับค่าบริการทั่วไปที่ร้อยละ 3 ผู้เผยแพร่ที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มต้องออกใบกำกับภาษีตามประมวลรัษฎากร มาตรา 78/1 และ 86 ถ้าผู้เผยแพร่เป็นแพลตฟอร์มต่างประเทศ เช่น เครือข่ายโฆษณาระดับโลก การจ่ายเงินไปต่างประเทศต้องตรวจภาษีตามมาตรา 70 และภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับบริการทางอิเล็กทรอนิกส์จากต่างประเทศตามมาตรา 83/6 แยกต่างหาก |
| แบบที่กฎหมายกำหนด | สัญญานี้ไม่ต้องจดทะเบียน แต่มีสองเรื่องที่ต้องตรวจก่อนใช้จริง หนึ่ง สินค้าควบคุมการโฆษณา ถ้าครีเอทีฟเป็นโฆษณายา อาหารเสริม เครื่องสำอาง เครื่องมือแพทย์ หรือผลิตภัณฑ์การเงินและการลงทุน กฎหมายเฉพาะกำหนดให้ต้องขออนุญาตข้อความโฆษณาก่อนเผยแพร่ ข้อ 3.2 ให้ผู้ลงโฆษณารับรองว่าผ่านการอนุญาตแล้ว แต่ผู้เผยแพร่เองก็มีความเสี่ยงถ้ารู้อยู่แล้วว่าเป็นโฆษณาที่ไม่ได้รับอนุญาตแต่ยังปล่อยแสดง สอง คุกกี้และความยินยอม ข้อ 5 แยกหน้าที่ตามผู้ควบคุมข้อมูลแต่ละราย ผู้เผยแพร่ต้องขอความยินยอมคุกกี้บนเว็บไซต์หรือแอปของตนตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ส่วนผู้ลงโฆษณาที่ติดตั้งพิกเซลหรือแท็กของตนเองเพื่อวัดผลหรือทำ retargeting ต้องมีฐานทางกฎหมายของตัวเองด้วย ไม่ใช่อาศัยความยินยอมที่ผู้เผยแพร่ขอไว้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น |
| มาตราที่อ้าง | ป.พ.พ. ม.383, 420; พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 ม.4; พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ม.15; พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ม.19, 24; ประมวลรัษฎากร ม.70, 78/1, 83/6, 86; คำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 9–10/1 |
| ค่าใช้แบบฟอร์มบนเว็บนี้ | 249 บาท |
ใช้สัญญาฉบับนี้เมื่อไร
- ใช้เมื่อเว็บไซต์หรือแอปขายพื้นที่โฆษณาของตัวเองให้แบรนด์หรือเอเจนซี่โดยตรง
- ใช้เมื่อต้องกำหนดวิธีนับยอดแสดงผล มาตรฐานการมองเห็น และการจัดการทราฟฟิกปลอม
- ใช้เมื่อผู้ลงโฆษณาต้องการความเป็นเอกสิทธิ์ในหมวดสินค้าบนพื้นที่นั้น
จุดที่พลาดบ่อยและต้องระวัง
- กำหนดล่วงหน้าว่าตัวเลขของใครเป็นหลักเมื่อระบบวัดผลสองฝ่ายนับได้ไม่ตรงกัน
- ต้องคืนเงินหรือชดเชยพื้นที่โฆษณาเมื่อพบภายหลังว่ามีทราฟฟิกไม่สุจริตหรือบอทปนอยู่ในยอดที่เรียกเก็บแล้ว
- คุกกี้และพิกเซลของผู้ลงโฆษณาเองต้องมีฐานทางกฎหมายของตัวเอง ไม่ใช่อาศัยความยินยอมที่ผู้เผยแพร่ขอไว้
- สินค้าควบคุมการโฆษณา เช่น ยาหรืออาหารเสริม ต้องผ่านการอนุญาตข้อความโฆษณาก่อนเผยแพร่เสมอ
กรณีที่ไม่ควรใช้ฉบับนี้
- ถ้าเป็นป้ายโฆษณาที่ติดตั้งจริงในพื้นที่กายภาพ ให้ใช้ สัญญาให้ใช้พื้นที่ติดตั้งป้ายโฆษณา
- ถ้าจ้างเอเจนซี่ไปซื้อสื่อโฆษณาแทนบนแพลตฟอร์มอื่น ให้ใช้ สัญญาจ้างทำการตลาดออนไลน์
- ถ้าขายพื้นที่แบบเหมาจ่ายรายเดือนไม่นับหน่วยแสดงผลเลย ให้เขียนสัญญาเช่าทรัพย์สินทั่วไปแทน
อากรแสตมป์
สัญญานี้ไม่มีสินจ้างเป็นจำนวนแน่นอน ค่าโฆษณาคำนวณจากจำนวนหน่วยที่แสดงจริง (CPM/CPC) ซึ่งไม่แน่นอนล่วงหน้า ไม่เข้าบัญชีอัตราอากรแสตมป์ลักษณะใด ไม่ต้องปิดอากร ถ้าเลือกราคาเหมาจ่ายตายตัวในข้อ 1.2 ก็ยังไม่เข้าลักษณะเช่าทรัพย์สิน (ลักษณะ 1) หรือจ้างทำของ (ลักษณะ 4) เพราะเป็นการอนุญาตให้ใช้พื้นที่แสดงผลแบบดิจิทัล ไม่ใช่การเช่าอสังหาริมทรัพย์หรือสังหาริมทรัพย์ที่จับต้องได้ และไม่ใช่การว่าจ้างให้ทำผลสำเร็จของงานชิ้นใดชิ้นหนึ่ง
การจดทะเบียน / แบบที่กฎหมายกำหนด
สัญญานี้ไม่ต้องจดทะเบียน แต่มีสองเรื่องที่ต้องตรวจก่อนใช้จริง
หนึ่ง สินค้าควบคุมการโฆษณา ถ้าครีเอทีฟเป็นโฆษณายา อาหารเสริม เครื่องสำอาง เครื่องมือแพทย์ หรือผลิตภัณฑ์การเงินและการลงทุน กฎหมายเฉพาะกำหนดให้ต้องขออนุญาตข้อความโฆษณาก่อนเผยแพร่ ข้อ 3.2 ให้ผู้ลงโฆษณารับรองว่าผ่านการอนุญาตแล้ว แต่ผู้เผยแพร่เองก็มีความเสี่ยงถ้ารู้อยู่แล้วว่าเป็นโฆษณาที่ไม่ได้รับอนุญาตแต่ยังปล่อยแสดง
สอง คุกกี้และความยินยอม ข้อ 5 แยกหน้าที่ตามผู้ควบคุมข้อมูลแต่ละราย ผู้เผยแพร่ต้องขอความยินยอมคุกกี้บนเว็บไซต์หรือแอปของตนตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ส่วนผู้ลงโฆษณาที่ติดตั้งพิกเซลหรือแท็กของตนเองเพื่อวัดผลหรือทำ retargeting ต้องมีฐานทางกฎหมายของตัวเองด้วย ไม่ใช่อาศัยความยินยอมที่ผู้เผยแพร่ขอไว้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น
ภาษี
ค่าโฆษณาตามสัญญานี้เป็นเงินได้ค่าโฆษณาตามมาตรา 40(8) เฉพาะประเภทค่าโฆษณา ถ้าผู้ลงโฆษณาเป็นนิติบุคคลและผู้เผยแพร่เป็นผู้เสียภาษีในไทย ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายในอัตราร้อยละ 2 ตามคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 9–10/1 ส่วนค่าโฆษณา ซึ่งเป็นคนละอัตรากับค่าบริการทั่วไปที่ร้อยละ 3 ผู้เผยแพร่ที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มต้องออกใบกำกับภาษีตามประมวลรัษฎากร มาตรา 78/1 และ 86
ถ้าผู้เผยแพร่เป็นแพลตฟอร์มต่างประเทศ เช่น เครือข่ายโฆษณาระดับโลก การจ่ายเงินไปต่างประเทศต้องตรวจภาษีตามมาตรา 70 และภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับบริการทางอิเล็กทรอนิกส์จากต่างประเทศตามมาตรา 83/6 แยกต่างหาก
ตัวเลขไม่ตรงกัน — ปัญหาที่พบทุกแคมเปญ
ข้อ 1.3 แก้ปัญหาที่เกิดแทบทุกแคมเปญโฆษณาดิจิทัล คือระบบนับของผู้เผยแพร่กับระบบนับของผู้ลงโฆษณามักนับได้ไม่เท่ากัน เพราะวิธีนับ ตัวกรองบอท และจังหวะเวลาต่างกัน ถ้าไม่กำหนดไว้ล่วงหน้าว่าตัวเลขใครเป็นหลัก การเรียกเก็บเงินจะกลายเป็นข้อพิพาททุกใบแจ้งหนี้ สัญญานี้ให้เลือกได้ว่าจะใช้ตัวเลขของผู้เผยแพร่เป็นหลัก หรือใช้ค่าเฉลี่ย พร้อมเกณฑ์ส่วนต่างที่ยอมรับได้ก่อนต้องโต้แย้ง
ทราฟฟิกไม่สุจริตและ Make-Good
ข้อ 2.2 เป็นข้อที่คุ้มครองผู้ลงโฆษณาจากปัญหาที่ตนตรวจสอบเองไม่ได้ นั่นคือทราฟฟิกปลอมหรือบอทที่ทำให้ตัวเลขการแสดงผลดูดีกว่าความจริง เมื่อพบภายหลัง ผู้เผยแพร่ต้องคืนเงินหรือมอบพื้นที่โฆษณาเพิ่มชดเชย (make-good) ซึ่งเป็นแนวปฏิบัติมาตรฐานของอุตสาหกรรมโฆษณาดิจิทัลทั่วโลก ข้อ 2.3 จำกัดเวลาที่ตรวจย้อนหลังได้ เพื่อไม่ให้ทั้งสองฝ่ายต้องเปิดบัญชีเก่าไม่มีที่สิ้นสุด
ใครรับผิดถ้าครีเอทีฟมีปัญหา
ข้อ 3 แบ่งความรับผิดตามผู้ควบคุมเนื้อหา ผู้เผยแพร่มีสิทธิปฏิเสธครีเอทีฟที่ขัดกติกาของตนได้ก่อนเผยแพร่ แต่เมื่อเผยแพร่ไปแล้วเกิดปัญหาเพราะเนื้อหาที่ผู้ลงโฆษณาจัดหาให้ เช่น ละเมิดลิขสิทธิ์ภาพหรือโฆษณาเกินจริง ผู้ลงโฆษณาเป็นผู้รับผิดชอบและต้องชดใช้ให้ผู้เผยแพร่ตามข้อ 3.3 ข้อความเท็จหรือเกินจริงในโฆษณาอาจเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 ส่วนโฆษณา ซึ่งเป็นความรับผิดทางปกครองและอาญาที่แยกจากสัญญานี้โดยสิ้นเชิง
ข้อที่คนซื้อขายโฆษณาดิจิทัลพลาดบ่อย
- ไม่กำหนดมาตรฐานการมองเห็น — จ่ายเต็มราคาสำหรับโฆษณาที่แสดงอยู่นอกจอ ไม่มีใครเห็นจริง ข้อ 2.1 แก้จุดนี้
- ไม่มีสิทธิตรวจสอบอิสระ — ต้องเชื่อตัวเลขของผู้เผยแพร่ฝ่ายเดียวเสมอ ข้อ 6.2 ให้สิทธิใช้เครื่องมือบุคคลที่สาม
- ไม่แจ้งรายชื่อแท็กหรือพิกเซลที่จะติดตั้ง — ผู้เผยแพร่เจอสคริปต์แปลกปลอมที่ทำให้เว็บช้าลงโดยไม่รู้ล่วงหน้า
- สัญญาเป็นเอกสิทธิ์โดยไม่กำหนดระยะเวลาสิ้นสุด — กันคู่แข่งไว้ตลอดไปโดยไม่มีวันหมดอายุ
เอกสารแนบท้ายสัญญา
- ข้อมูลจำเพาะพื้นที่โฆษณา ตำแหน่ง ขนาด และตัวอย่างการแสดงผล
- กติกาความปลอดภัยของแบรนด์และหมวดหมู่โฆษณาที่ไม่รับ
- มาตรฐานการมองเห็นและเครื่องมือกรองทราฟฟิกไม่สุจริตที่ใช้
วันลงนาม
ทำสองฉบับข้อความตรงกัน เก็บไว้ฝ่ายละฉบับ ลงชื่อกำกับข้อมูลจำเพาะพื้นที่โฆษณาที่แนบด้วย เพราะเป็นเอกสารที่ใช้อ้างอิงเมื่อเกิดข้อพิพาทเรื่องตำแหน่งและขนาดจริง
ผู้เขียนและผู้ตรวจทาน
เขียนและตรวจทานโดย ภูวรา ครอบตะคุ ทนายความ (ใบอนุญาต 477/2558) · เนติบัณฑิตไทย · น.ม. กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาและสารสนเทศ — การเลือกประเด็น การจัดหมวด และคำอธิบายในบทความนี้เป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ของผู้เขียน ส่วนตัวบทกฎหมายที่ยกมาไม่มีลิขสิทธิ์และตรวจกับราชกิจจานุเบกษาได้เสมอ · ทะเบียนบทความ OKC-83F737 · หากนำไปใช้ต่อ โปรดระบุชื่อผู้เขียนและลิงก์ต้นฉบับ
คำถามที่พบบ่อย
สัญญาใช้พื้นที่โฆษณาบนเว็บไซต์หรือแอป ต้องติดอากรแสตมป์ไหม
สัญญานี้ไม่มีสินจ้างเป็นจำนวนแน่นอน ค่าโฆษณาคำนวณจากจำนวนหน่วยที่แสดงจริง (CPM/CPC) ซึ่งไม่แน่นอนล่วงหน้า ไม่เข้าบัญชีอัตราอากรแสตมป์ลักษณะใด ไม่ต้องปิดอากร ถ้าเลือกราคาเหมาจ่ายตายตัวในข้อ 1.2 ก็ยังไม่เข้าลักษณะเช่าทรัพย์สิน (ลักษณะ 1) หรือจ้างทำของ (ลักษณะ 4) เพราะเป็นการอนุญาตให้ใช้พื้นที่แสดงผลแบบดิจิทัล ไม่ใช่การเช่าอสังหาริมทรัพย์หรือสังหาริมทรัพย์ที่จับต้องได้ และไม่ใช่การว่าจ้างให้ทำผลสำเร็จของงานชิ้นใดชิ้นหนึ่ง
สัญญาใช้พื้นที่โฆษณาบนเว็บไซต์หรือแอป เสียภาษีอะไรบ้าง
ค่าโฆษณาตามสัญญานี้เป็นเงินได้ค่าโฆษณาตามมาตรา 40(8) เฉพาะประเภทค่าโฆษณา ถ้าผู้ลงโฆษณาเป็นนิติบุคคลและผู้เผยแพร่เป็นผู้เสียภาษีในไทย ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายในอัตราร้อยละ 2 ตามคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 9–10/1 ส่วนค่าโฆษณา ซึ่งเป็นคนละอัตรากับค่าบริการทั่วไปที่ร้อยละ 3 ผู้เผยแพร่ที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มต้องออกใบกำกับภาษีตามประมวลรัษฎากร มาตรา 78/1 และ 86 ถ้าผู้เผยแพร่เป็นแพลตฟอร์มต่างประเทศ เช่น เครือข่ายโฆษณาระดับโลก การจ่ายเงินไปต่างประเทศต้องตรวจภาษีตามมาตรา 70 และภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับบริการทางอิเล็กทรอนิกส์จากต่างประเทศตามมาตรา 83/6 แยกต่างหาก
ใช้สัญญาใช้พื้นที่โฆษณาบนเว็บไซต์หรือแอปตอนไหน
ใช้เมื่อเว็บไซต์หรือแอปขายพื้นที่โฆษณาของตัวเองให้แบรนด์หรือเอเจนซี่โดยตรง · ใช้เมื่อต้องกำหนดวิธีนับยอดแสดงผล มาตรฐานการมองเห็น และการจัดการทราฟฟิกปลอม · ใช้เมื่อผู้ลงโฆษณาต้องการความเป็นเอกสิทธิ์ในหมวดสินค้าบนพื้นที่นั้น
ทำสัญญาใช้พื้นที่โฆษณาบนเว็บไซต์หรือแอปต้องระวังอะไร
กำหนดล่วงหน้าว่าตัวเลขของใครเป็นหลักเมื่อระบบวัดผลสองฝ่ายนับได้ไม่ตรงกัน · ต้องคืนเงินหรือชดเชยพื้นที่โฆษณาเมื่อพบภายหลังว่ามีทราฟฟิกไม่สุจริตหรือบอทปนอยู่ในยอดที่เรียกเก็บแล้ว · คุกกี้และพิกเซลของผู้ลงโฆษณาเองต้องมีฐานทางกฎหมายของตัวเอง ไม่ใช่อาศัยความยินยอมที่ผู้เผยแพร่ขอไว้ · สินค้าควบคุมการโฆษณา เช่น ยาหรืออาหารเสริม ต้องผ่านการอนุญาตข้อความโฆษณาก่อนเผยแพร่เสมอ
กรณีไหนที่ไม่ควรใช้สัญญาใช้พื้นที่โฆษณาบนเว็บไซต์หรือแอป
ถ้าเป็นป้ายโฆษณาที่ติดตั้งจริงในพื้นที่กายภาพ ให้ใช้ สัญญาให้ใช้พื้นที่ติดตั้งป้ายโฆษณา · ถ้าจ้างเอเจนซี่ไปซื้อสื่อโฆษณาแทนบนแพลตฟอร์มอื่น ให้ใช้ สัญญาจ้างทำการตลาดออนไลน์ · ถ้าขายพื้นที่แบบเหมาจ่ายรายเดือนไม่นับหน่วยแสดงผลเลย ให้เขียนสัญญาเช่าทรัพย์สินทั่วไปแทน
สัญญาใช้พื้นที่โฆษณาบนเว็บไซต์หรือแอป ต้องจดทะเบียนหรือทำตามแบบที่กฎหมายกำหนดไหม
สัญญานี้ไม่ต้องจดทะเบียน แต่มีสองเรื่องที่ต้องตรวจก่อนใช้จริง หนึ่ง สินค้าควบคุมการโฆษณา ถ้าครีเอทีฟเป็นโฆษณายา อาหารเสริม เครื่องสำอาง เครื่องมือแพทย์ หรือผลิตภัณฑ์การเงินและการลงทุน กฎหมายเฉพาะกำหนดให้ต้องขออนุญาตข้อความโฆษณาก่อนเผยแพร่ ข้อ 3.2 ให้ผู้ลงโฆษณารับรองว่าผ่านการอนุญาตแล้ว แต่ผู้เผยแพร่เองก็มีความเสี่ยงถ้ารู้อยู่แล้วว่าเป็นโฆษณาที่ไม่ได้รับอนุญาตแต่ยังปล่อยแสดง สอง คุกกี้และความยินยอม ข้อ 5 แยกหน้าที่ตามผู้ควบคุมข้อมูลแต่ละราย ผู้เผยแพร่ต้องขอความยินยอมคุกกี้บนเว็บไซต์หรือแอปของตนตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ส่วนผู้ลงโฆษณาที่ติดตั้งพิกเซลหรือแท็กของตนเองเพื่อวัดผลหรือทำ retargeting ต้องมีฐานทางกฎหมายของตัวเองด้วย ไม่ใช่อาศัยความยินยอมที่ผู้เผยแพร่ขอไว้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น
ลงนามสัญญาใช้พื้นที่โฆษณาบนเว็บไซต์หรือแอปต้องมีพยานไหม ทำกี่ฉบับ
ทำสองฉบับข้อความตรงกัน เก็บไว้ฝ่ายละฉบับ ลงชื่อกำกับข้อมูลจำเพาะพื้นที่โฆษณาที่แนบด้วย เพราะเป็นเอกสารที่ใช้อ้างอิงเมื่อเกิดข้อพิพาทเรื่องตำแหน่งและขนาดจริง
ทำสัญญาใช้พื้นที่โฆษณาบนเว็บไซต์หรือแอปต้องเตรียมเอกสารอะไรแนบท้าย
ข้อมูลจำเพาะพื้นที่โฆษณา ตำแหน่ง ขนาด และตัวอย่างการแสดงผล กติกาความปลอดภัยของแบรนด์และหมวดหมู่โฆษณาที่ไม่รับ มาตรฐานการมองเห็นและเครื่องมือกรองทราฟฟิกไม่สุจริตที่ใช้
กฎหมายที่อ้างถึงในบทความนี้
ถ้อยคำด้านล่างคัดจากตัวบท 9 มาตรา — ใช้อ้างอิงได้ แต่หากต้องใช้ในชั้นศาล ควรตรวจกับราชกิจจานุเบกษาฉบับทางการอีกครั้ง
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 383
ถ้าเบี้ยปรับที่ริบนั้นสูงเกินส่วน ศาลจะลดลงเป็นจำนวนพอสมควรก็ได้ ในการที่จะวินิจฉัยว่าสมควรเพียงใดนั้น ท่านให้พิเคราะห์ถึงทางได้เสียของเจ้าหนี้ทุกอย่างอันชอบด้วยกฎหมาย ไม่ใช่แต่เพียงทางได้เสียในเชิงทรัพย์สิน เมื่อได้ใช้เงินตามเบี้ยปรับแล้ว สิทธิเรียกร้องขอลดก็เป็นอันขาดไป
หมวด 3 มัดจำและกำหนดเบี้ยปรับ
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 420
ผู้ใดจงใจหรือประมาทเลินเล่อ ทำต่อบุคคลอื่นโดยผิดกฎหมายให้เขาเสียหายถึงแก่ชีวิตก็ดี แก่ร่างกายก็ดี อนามัยก็ดี เสรีภาพก็ดี ทรัพย์สินหรือสิทธิอย่างหนึ่งอย่างใดก็ดี ท่านว่าผู้นั้นทำละเมิดจำต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อการนั้น
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ — ลักษณะ 5 ละเมิด (มาตรา 420–437)
พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 4
ข้อตกลงในสัญญาระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบธุรกิจการค้า หรือวิชาชีพ หรือในสัญญาสำเร็จรูป หรือในสัญญาขายฝากที่ทำให้ผู้ประกอบธุรกิจการค้า หรือวิชาชีพ หรือผู้กำหนดสัญญาสำเร็จรูป หรือผู้ซื้อฝากได้เปรียบคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งเกินสมควร เป็นข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม และให้มีผลบังคับได้เพียงเท่าที่เป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณีเท่านั้น
พระราชบัญญัติ ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540
พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 15
ภายใต้บังคับมาตรา 9 มาตรา 10 และมาตรา 14 เจ้าของลิขสิทธิ์ย่อมมีสิทธิ แต่ผู้เดียวดังต่อไปนี้ (1) ทำซ้ำหรือดัดแปลง (2) เผยแพร่ต่อสาธารณชน (3) ให้เช่าต้นฉบับหรือสำเนางานโปรแกรมคอมพิวเตอร์ โสตทัศนวัสดุ ภาพยนตร์ และสิ่งบันทึกเสียง (4) ให้ประโยชน์อันเกิดจากลิขสิทธิ์แก่ผู้อื่น (5) อนุญาตให้ผู้อื่นใช้สิทธิตาม (1) (2) หรือ (3) โดยจะกำหนดเงื่อนไขอย่างใดหรือไม่ก็ได้ แต่เงื่อนไขดังกล่าวจะกำหนดในลักษณะที่เป็นการจำกัดการแข่งขันโดยไม่เป็นธรรมไม่ได้ การพิจารณาว่าเงื่อนไขตามวรรคหนึ่ง (5) จะเป็นการจำกัดการแข่งขันโดยไม่เป็นธรรม หรือไม่ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)
พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 19
ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลจะกระทำการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูล ส่วนบุคคลไม่ได้หากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลไม่ได้ให้ความยินยอมไว้ก่อนหรือในขณะนั้น เว้นแต่บทบัญญัติ แห่งพระราชบัญญัตินี้หรือกฎหมายอื่นบัญญัติให้กระทำได้ การขอความยินยอมต้องทำโดยชัดแจ้ง เป็นหนังสือหรือทำโดยผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ เว้นแต่ โดยสภาพไม่อาจขอความยินยอมด้วยวิธีการดังกล่าวได้ ในการขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลต้องแจ้ง วัตถุประสงค์ของการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลไปด้วย และการขอความยินยอมนั้น ต้องแยกส่วนออกจากข้อความอื่นอย่างชัดเจน มีแบบหรือข้อความที่เข้าถึงได้ง่ายและเข้าใจได้ รวมทั้ง ใช้ภาษาที่อ่านง่าย และไม่เป็นการหลอกลวงหรือทำให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเข้าใจผิดในวัตถุประสงค์ ดังกล่าว ทั้งนี้ คณะกรรมการจะให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ตามแบบและข้อความที่คณะกรรมการประกาศกำหนดก็ได้ ในการขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลต้องคำนึง อย่างถึงที่สุดในความเป็นอิสระของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลในการให้ความยินยอม ทั้งนี้ ในการเข้าทำสัญญา ซึ่งรวมถึงการให้บริการใด ๆ ต้องไม่มีเงื่อนไขในการให้ความยินยอมเพื่อเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผย ข้อมูลส่วนบุคคลที่ไม่มีความจำเป็นหรือเกี่ยวข้องสำหรับการเข้าทำสัญญาซึ่งรวมถึงการให้บริการนั้น ๆ เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลจะถอนความยินยอมเสียเมื่อใดก็ได้โดยจะต้องถอนความยินยอมได้ง่าย เช่นเดียวกับการให้ความยินยอม เว้นแต่มีข้อจำกัดสิทธิในการถอนความยินยอมโดยกฎหมายหรือ สัญญาที่ให้ประโยชน์แก่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ทั้งนี้ การถอนความยินยอมย่อมไม่ส่งผลกระทบต่อ การเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้ให้ความยินยอมไปแล้ว โดยชอบตามที่กำหนดไว้ในหมวดนี้ ในกรณีที่การถอนความยินยอมส่งผลกระทบต่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลในเรื่องใด ผู้ควบคุม ข้อมูลส่วนบุคคลต้องแจ้งให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทราบถึงผลกระทบจากการถอนความยินยอมนั้น การขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลที่ไม่เป็นไปตามที่กำหนดไว้ในหมวดนี้ ไม่มีผล ผูกพันเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล และไม่ทำให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลสามารถทำการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลได้
พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)
พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 24
ห้ามมิให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลทำการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล โดยไม่ได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล เว้นแต่ (1) เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่เกี่ยวกับการจัดทำเอกสารประวัติศาสตร์หรือจดหมายเหตุ เพื่อประโยชน์สาธารณะ หรือที่เกี่ยวกับการศึกษาวิจัยหรือสถิติซึ่งได้จัดให้มีมาตรการปกป้องที่เหมาะสม เพื่อคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ทั้งนี้ ตามที่คณะกรรมการประกาศกำหนด (2) เพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของบุคคล (3) เป็นการจำเป็นเพื่อการปฏิบัติตามสัญญาซึ่งเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเป็นคู่สัญญาหรือ เพื่อใช้ในการดำเนินการตามคำขอของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเข้าทำสัญญานั้น (4) เป็นการจำเป็นเพื่อการปฏิบัติหน้าที่ในการดำเนินภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะของผู้ควบคุม ข้อมูลส่วนบุคคล หรือปฏิบัติหน้าที่ในการใช้อำนาจรัฐที่ได้มอบให้แก่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล (5) เป็นการจำเป็นเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล หรือของบุคคลหรือนิติบุคคลอื่นที่ไม่ใช่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล เว้นแต่ประโยชน์ดังกล่าวมีความสำคัญ น้อยกว่าสิทธิขั้นพื้นฐานในข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล (6) เป็นการปฏิบัติตามกฎหมายของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล
พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)
ประมวลรัษฎากร มาตรา 78/1
ภายใต้บังคับมาตรา 78/3 ความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มที่เกิดจากการให้บริการ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้ (1) การให้บริการนอกจากที่อยู่ในบังคับตาม (2) (3) หรือ (4) ให้ความรับผิดทั้งหมดเกิดขึ้นเมื่อได้รับชำระราคาค่าบริการ เว้นแต่กรณีที่ได้มีการกระทำดังต่อไปนี้เกิดขึ้นก่อนได้รับชำระราคาค่าบริการ ก็ให้ถือว่าความรับผิดเกิดขึ้นเมื่อได้มีการกระทำนั้น ๆ ด้วย (ก) ได้ออกใบกำกับภาษี หรือ (ข) ได้ใช้บริการไม่ว่าโดยตนเองหรือบุคคลอื่น ทั้งนี้ โดยให้ความรับผิดเกิดขึ้นตามส่วนของการกระทำนั้น ๆ แล้วแต่กรณี (2) การให้บริการตามสัญญาที่กำหนดค่าตอบแทนตามส่วนของบริการที่ทำให้ความรับผิดตามส่วนของบริการเกิดขึ้นเมื่อได้รับชำระราคาค่าบริการตามส่วนของบริการที่สิ้นสุดลง เว้นแต่กรณีที่ได้มีการกระทำดังต่อไปนี้เกิดขึ้นก่อนได้รับชำระราคาค่าบริการตามส่วนของบริการที่สิ้นสุดลงก็ให้ถือว่าความรับผิดเกิดขึ้นเมื่อได้มีการกระทำนั้น ๆ ด้วย (ก) ได้ออกใบกำกับภาษี หรือ (ข) ได้ใช้บริการไม่ว่าโดยตนเองหรือบุคคลอื่น ทั้งนี้ โดยให้ความรับผิดเกิดขึ้นตามส่วนของการกระทำนั้น ๆ แล้วแต่กรณี (3) การให้บริการที่ทำในต่างประเทศและได้มีการใช้บริการนั้นในราชอาณาจักร ให้ความรับผิดทั้งหมดหรือบางส่วนเกิดขึ้นเมื่อได้มีการชำระราคาค่าบริการทั้งหมดหรือบางส่วน แล้วแต่กรณี (4) การให้บริการที่เสียภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละ 0 ตามมาตรา 80/1 (5) และภายหลังได้มีการโอนสิทธิในบริการอันทำให้ผู้รับโอนสิทธิในบริการมีหน้าที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 82/1 (2) ให้ความรับผิดทั้งหมดเกิดขึ้นเมื่อได้รับชำระราคาค่าบริการ เพื่อเป็นการบรรเทาภาระในการยื่นแบบแสดงรายการและการชำระภาษีของผู้ประกอบการจดทะเบียนสำหรับการให้บริการแก่กระทรวง ทบวง กรม หรือราชการส่วนท้องถิ่น ทั้งนี้ เฉพาะการให้บริการตามสัญญาและมีการชำระราคาค่าบริการที่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดโดยกฎกระทรวง ให้อธิบดีโดยอนุมัติรัฐมนตรีมีอำนาจกำหนดความรับผิดตาม (1) และ (2) เกิดขึ้นเป็นอย่างอื่นได้
ประมวลรัษฎากร หมวด 4 ภาษีมูลค่าเพิ่ม (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)
ประมวลรัษฎากร มาตรา 86
ภายใต้บังคับมาตรา 86/1 มาตรา 86/2 และมาตรา 86/8 ให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนจัดทำใบกำกับภาษีและสำเนาใบกำกับภาษีสำหรับการขายสินค้า หรือการให้บริการทุกครั้ง และต้องจัดทำในทันทีที่ความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มเกิดขึ้น พร้อมทั้งให้ส่งมอบใบกำกับภาษีนั้นแก่ผู้ซื้อสินค้าหรือผู้รับบริการ ส่วนสำเนาใบกำกับภาษีให้เก็บรักษาไว้ตามมาตรา 87/3 ผู้ประกอบการที่ได้รับยกเว้นการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มและได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มชั่วคราวตามมาตรา 85/3 จะออกใบกำกับภาษีได้ต่อเมื่อเป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด ใบกำกับภาษีให้ออกเป็นรายสถานประกอบการ ทั้งนี้ เว้นแต่อธิบดีจะกำหนดเป็นอย่างอื่น การออกใบกำกับภาษีโดยตัวแทนในนามของผู้ประกอบการจดทะเบียนให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด
ประมวลรัษฎากร หมวด 4 ภาษีมูลค่าเพิ่ม (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)
ประมวลรัษฎากร มาตรา 40
เงินได้พึงประเมินนั้นคือ เงินได้ประเภทดังต่อไปนี้ รวมตลอดถึงเงินค่าภาษีอากรที่ผู้จ่ายเงินหรือผู้อื่นออกแทนให้สำหรับเงินได้ประเภทต่าง ๆ ดังกล่าว ไม่ว่าในทอดใด (1) เงินได้เนื่องจากการจ้างแรงงานไม่ว่าจะเป็นเงินเดือน ค่าจ้าง เบี้ยเลี้ยง โบนัส เบี้ยหวัด บำเหน็จ บำนาญ เงินค่าเช่าบ้าน เงินที่คำนวณได้จากมูลค่าของการได้อยู่บ้านที่นายจ้างให้อยู่โดยไม่เสียค่าเช่า เงินที่นายจ้างจ่ายชำระหนี้ใด ๆ ซึ่งลูกจ้างมีหน้าที่ต้องชำระ และเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์ใด ๆ บรรดาที่ได้เนื่องจากการจ้างแรงงาน (2) เงินได้เนื่องจากหน้าที่หรือตำแหน่งงานที่ทำหรือจากการรับทำงานให้ ไม่ว่าจะเป็นค่าธรรมเนียม ค่านายหน้า ค่าส่วนลด เงินอุดหนุนในงานที่ทำ เบี้ยประชุม บำเหน็จ โบนัส เงินค่าเช่าบ้าน เงินที่คำนวณได้จากมูลค่าของการได้อยู่บ้านที่ผู้จ่ายเงินได้ให้อยู่โดยไม่เสียค่าเช่า เงินที่ผู้จ่ายเงินได้จ่ายชำระหนี้ใด ๆ ซึ่งผู้มีเงินได้มีหน้าที่ต้องชำระ และเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์ใด ๆ บรรดาที่ได้เนื่องจากหน้าที่หรือตำแหน่งงานที่ทำหรือจากการรับทำงานให้นั้น ไม่ว่าหน้าที่หรือตำแหน่งงานหรืองานที่รับทำให้นั้นจะเป็นการประจำหรือชั่วคราว (3) ค่าแห่งกู๊ดวิลล์ ค่าแห่งลิขสิทธิ์ หรือสิทธิอย่างอื่น เงินปีหรือเงินได้มีลักษณะเป็นเงินรายปีอันได้มาจากพินัยกรรม นิติกรรมอย่างอื่น หรือคำพิพากษาของศาล (4) เงินได้ที่เป็น (ก) ดอกเบี้ยพันธบัตร ดอกเบี้ยเงินฝาก ดอกเบี้ยหุ้นกู้ ดอกเบี้ยตั๋วเงิน ดอกเบี้ยเงินกู้ยืมไม่ว่าจะมีหลักประกันหรือไม่ ดอกเบี้ยเงินกู้ยืมที่อยู่ในบังคับต้องถูกหักภาษีไว้ ณ ที่จ่ายตามกฎหมายว่าด้วยภาษีเงินได้ปิโตรเลียมเฉพาะส่วนที่เหลือจากถูกหักภาษีไว้ ณ ที่จ่ายตามกฎหมายดังกล่าว หรือผลต่างระหว่างราคาไถ่ถอนกับราคาจำหน่ายตั๋วเงินหรือตราสารแสดงสิทธิในหนี้ที่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล หรือนิติบุคคลอื่นเป็นผู้ออกและจำหน่ายครั้งแรกในราคาต่ำกว่าราคาไถ่ถอน รวมทั้งเงินได้ที่มีลักษณะทำนองเดียวกันกับดอกเบี้ย ผลประโยชน์หรือค่าตอบแทนอื่น ๆ ที่ได้จากการให้กู้ยืมหรือจากสิทธิเรียกร้องในหนี้ทุกชนิดไม่ว่าจะมีหลักประกันหรือไม่ก็ตาม (ข) เงินปันผล เงินส่วนแบ่งของกำไร หรือประโยชน์อื่นใดที่ได้จากบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล หรือสถาบันการเงินที่มีกฎหมายโดยเฉพาะของประเทศไทยจัดตั้งขึ้นสำหรับให้กู้ยืมเงินเพื่อส่งเสริมเกษตรกรรม พาณิชยกรรม หรืออุตสาหกรรม เงินปันผลหรือเงินส่วนแบ่งของกำไรที่อยู่ในบังคับต้องถูกหักภาษีไว้ ณ ที่จ่าย ตามกฎหมายว่าด้วยภาษีเงินได้ปิโตรเลียมเฉพาะส่วนที่เหลือจากถูกหักภาษีไว้ ณ ที่จ่ายตามกฎหมายดังกล่าว
ประมวลรัษฎากร — เงินได้พึงประเมิน ม.40–41