สัญญาใช้พื้นที่ทำงานร่วม (Co-working Space) ต้องมีอะไรบ้าง
ผู้ให้บริการให้สมาชิกใช้พื้นที่ทำงานร่วมตามแพ็กเกจรายเดือน · การใช้ที่อยู่จดทะเบียนต้องมีหนังสือยินยอมจากผู้มีสิทธิในอาคาร
| ใช้เมื่อ | ใช้เมื่อเปิดพื้นที่ทำงานร่วมและรับสมาชิกรายเดือนหรือรายปี |
|---|---|
| อากรแสตมป์ | เมื่อสมาชิกได้พื้นที่หรือโต๊ะประจำที่ใช้ได้ผู้เดียว สัญญานี้มีลักษณะเป็นการเช่าโรงเรือนบางส่วน ให้ถือว่าเข้าบัญชีอัตราอากรแสตมป์ลักษณะ 1 เพื่อความปลอดภัยของพยานหลักฐาน เสียอากร 1 บาทต่อค่าบริการตลอดอายุสัญญาทุก 1,000 บาทหรือเศษ คิดได้ ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก ผู้ให้บริการเป็นผู้เสีย สมาชิกเป็นผู้ขีดฆ่า คู่ฉบับ (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก) ถ้าไม่ปิดอากรครบ สัญญาใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนกว่าจะเสียอากรและเงินเพิ่มตามประมวลรัษฎากร มาตรา 118 และ 113–114แพ็กเกจที่ไม่มีที่นั่งประจำเป็นการให้บริการใช้พื้นที่ส่วนกลางร่วมกับผู้อื่น สมาชิกไม่ได้ครอบครองส่วนใดของอาคาร จึงไม่ใช่การเช่าตามบัญชีอัตราอากรแสตมป์ลักษณะ 1 และไม่ใช่ตราสารอื่นในบัญชี ไม่ต้องปิดอากรแสตมป์ ถ้าภายหลังเปลี่ยนเป็นโต๊ะหรือห้องประจำ ให้ทำสัญญาใหม่และปิดอากรตามลักษณะ 1 ค่าบริการรวมตั้งแต่ 1,000,000 บาทและเป็นการเช่า: ชำระอากรเป็นตัวเงินที่สรรพากร ก่อนลงนามหรือภายใน 15 วัน (ประกาศอธิบดีฯ ฉบับที่ 37 ข้อ 2(1)) |
| ภาษี | สมาชิกที่เป็นนิติบุคคลต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย ร้อยละ 5 ถ้าถือเป็นค่าเช่าตามคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 6 ซึ่งเป็นเงินได้ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 40(5) หรือร้อยละ 3 ถ้าผู้ให้บริการแยกค่าบริการออกจากค่าเช่าในใบแจ้งหนี้ ตามข้อ 8ร้อยละ 3 เพราะเป็นค่าบริการตามคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 8 สมาชิกที่เป็นบุคคลธรรมดาไม่มีหน้าที่หัก ผู้ให้บริการที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มออกใบกำกับภาษีตามมาตรา 78/1 และ 86 |
| แบบที่กฎหมายกำหนด | สัญญานี้ไม่ต้องจดทะเบียน เพราะมีกำหนดไม่เกิน 3 ปี ถ้าทำเกิน 3 ปีและเป็นการเช่า ต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนตาม ป.พ.พ. มาตรา 538 การใช้ที่อยู่เป็นที่ตั้งสำนักงาน — การจดทะเบียนบริษัท ทะเบียนพาณิชย์ และภาษีมูลค่าเพิ่มต้องแนบหนังสือยินยอมให้ใช้สถานที่จากเจ้าของหรือผู้มีสิทธิในอาคาร ข้อ 3.1 บังคับให้ผู้ให้บริการออกเอกสารภายในกำหนด ถ้าผู้ให้บริการเองเป็นผู้เช่าอาคาร ต้องตรวจว่าสัญญาเช่าของผู้ให้บริการอนุญาตให้ใช้ที่อยู่เป็นที่ตั้งของบุคคลอื่นได้ มิฉะนั้นอาจเป็นการให้เช่าช่วงโดยไม่ได้รับอนุญาตตาม ป.พ.พ. มาตรา 544 เจ้าหน้าที่สรรพากรอาจตรวจสถานประกอบการจริงก่อนอนุมัติภาษีมูลค่าเพิ่ม สมาชิกที่ใช้แพ็กเกจที่นั่งไม่ประจำอาจถูกปฏิเสธ ให้ตรวจหลักเกณฑ์ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้าและกรมสรรพากรเรื่องนี้ก่อนใช้ที่อยู่ |
| มาตราที่อ้าง | ป.พ.พ. ม.224, 538, 544; พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 ม.4, 7; พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ม.23; ประมวลรัษฎากร ม.40(5), 78/1, 86, 113–114, 118, บัญชีอัตราอากรลักษณะ 1, 23; คำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 6, 8; ประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับอากรแสตมป์ ฉบับที่ 37 ข้อ 2(1) |
| ค่าใช้แบบฟอร์มบนเว็บนี้ | 249 บาท |
ใช้สัญญาฉบับนี้เมื่อไร
- ใช้เมื่อเปิดพื้นที่ทำงานร่วมและรับสมาชิกรายเดือนหรือรายปี
- ใช้เมื่อสมาชิกต้องการใช้ที่อยู่ของพื้นที่จดทะเบียนบริษัท
- ใช้เมื่อสมาชิกเช่าโต๊ะหรือห้องประจำในพื้นที่ทำงานร่วม
จุดที่พลาดบ่อยและต้องระวัง
- การใช้ที่อยู่จดทะเบียนต้องมีหนังสือยินยอมจากผู้มีสิทธิในอาคาร
- ผู้ให้บริการที่เช่าอาคารมาต้องตรวจว่าสัญญาเช่าของตนอนุญาตให้บุคคลอื่นใช้ที่อยู่
- ห้ามกักจดหมายหรือทรัพย์สินของสมาชิกเพื่อบังคับชำระเงิน
- พื้นที่ประจำถือเป็นการเช่าและต้องปิดอากรแสตมป์
กรณีที่ไม่ควรใช้ฉบับนี้
- ถ้าให้ใช้พื้นที่ทั้งส่วนแก่รายเดียว ให้ใช้ สัญญาให้ใช้พื้นที่ในห้าง ตลาด หรือโกดัง (ผู้ค้า / บูธ / มุมร้าน)
- ถ้าเช่าอาคารสำนักงานทั้งหลัง ให้ใช้ สัญญาเช่าอาคารทั้งหลัง (ตึกแถว / อาคารพาณิชย์)
- สัญญาใช้พื้นที่โคเวิร์กกิ้งและสำนักงานพร้อมบริการ ภาษาอังกฤษ — ใช้ Coworking and Serviced Office Agreement — สัญญาใช้พื้นที่โคเวิร์กกิ้งและสำนักงานพร้อมบริการ ภาษาอังกฤษ
อากรแสตมป์
เมื่อสมาชิกได้พื้นที่หรือโต๊ะประจำที่ใช้ได้ผู้เดียว สัญญานี้มีลักษณะเป็นการเช่าโรงเรือนบางส่วน ให้ถือว่าเข้าบัญชีอัตราอากรแสตมป์ลักษณะ 1 เพื่อความปลอดภัยของพยานหลักฐาน เสียอากร 1 บาทต่อค่าบริการตลอดอายุสัญญาทุก 1,000 บาทหรือเศษ คิดได้ ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก ผู้ให้บริการเป็นผู้เสีย สมาชิกเป็นผู้ขีดฆ่า คู่ฉบับ (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก) ถ้าไม่ปิดอากรครบ สัญญาใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนกว่าจะเสียอากรและเงินเพิ่มตามประมวลรัษฎากร มาตรา 118 และ 113–114แพ็กเกจที่ไม่มีที่นั่งประจำเป็นการให้บริการใช้พื้นที่ส่วนกลางร่วมกับผู้อื่น สมาชิกไม่ได้ครอบครองส่วนใดของอาคาร จึงไม่ใช่การเช่าตามบัญชีอัตราอากรแสตมป์ลักษณะ 1 และไม่ใช่ตราสารอื่นในบัญชี ไม่ต้องปิดอากรแสตมป์ ถ้าภายหลังเปลี่ยนเป็นโต๊ะหรือห้องประจำ ให้ทำสัญญาใหม่และปิดอากรตามลักษณะ 1
- ค่าบริการรวมตั้งแต่ 1,000,000 บาทและเป็นการเช่า: ชำระอากรเป็นตัวเงินที่สรรพากร ก่อนลงนามหรือภายใน 15 วัน (ประกาศอธิบดีฯ ฉบับที่ 37 ข้อ 2(1))
การจดทะเบียน / แบบที่กฎหมายกำหนด
สัญญานี้ไม่ต้องจดทะเบียน เพราะมีกำหนดไม่เกิน 3 ปี ถ้าทำเกิน 3 ปีและเป็นการเช่า ต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนตาม ป.พ.พ. มาตรา 538
การใช้ที่อยู่เป็นที่ตั้งสำนักงาน — การจดทะเบียนบริษัท ทะเบียนพาณิชย์ และภาษีมูลค่าเพิ่มต้องแนบหนังสือยินยอมให้ใช้สถานที่จากเจ้าของหรือผู้มีสิทธิในอาคาร ข้อ 3.1 บังคับให้ผู้ให้บริการออกเอกสารภายในกำหนด ถ้าผู้ให้บริการเองเป็นผู้เช่าอาคาร ต้องตรวจว่าสัญญาเช่าของผู้ให้บริการอนุญาตให้ใช้ที่อยู่เป็นที่ตั้งของบุคคลอื่นได้ มิฉะนั้นอาจเป็นการให้เช่าช่วงโดยไม่ได้รับอนุญาตตาม ป.พ.พ. มาตรา 544 เจ้าหน้าที่สรรพากรอาจตรวจสถานประกอบการจริงก่อนอนุมัติภาษีมูลค่าเพิ่ม สมาชิกที่ใช้แพ็กเกจที่นั่งไม่ประจำอาจถูกปฏิเสธ ให้ตรวจหลักเกณฑ์ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้าและกรมสรรพากรเรื่องนี้ก่อนใช้ที่อยู่
ภาษี
สมาชิกที่เป็นนิติบุคคลต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย ร้อยละ 5 ถ้าถือเป็นค่าเช่าตามคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 6 ซึ่งเป็นเงินได้ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 40(5) หรือร้อยละ 3 ถ้าผู้ให้บริการแยกค่าบริการออกจากค่าเช่าในใบแจ้งหนี้ ตามข้อ 8ร้อยละ 3 เพราะเป็นค่าบริการตามคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 8 สมาชิกที่เป็นบุคคลธรรมดาไม่มีหน้าที่หัก ผู้ให้บริการที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มออกใบกำกับภาษีตามมาตรา 78/1 และ 86
เงินประกันและการย้ายพื้นที่
ข้อ 2.3 จำกัดการหักเงินประกันไว้เฉพาะรายการที่พิสูจน์ได้และกำหนดวันคืน ข้อ 1.3 ให้ผู้ให้บริการย้ายโต๊ะประจำได้เฉพาะในอาคารเดียวกันไปยังที่ไม่ด้อยกว่า และถ้าสมาชิกไม่รับ สมาชิกเลิกได้ ข้อ 4.2 กันไม่ให้ผู้ให้บริการใช้การแก้ระเบียบเพื่อลดสิทธิหรือขึ้นราคาระหว่างสัญญา ข้อสัญญาที่ให้ผู้ให้บริการเปลี่ยนสิทธิได้ฝ่ายเดียวเสี่ยงเป็นข้อที่ไม่เป็นธรรมตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 4 เงินประกันที่ริบเกินความเสียหายจริง ศาลลดได้ตามมาตรา 7 เงินที่คืนล่าช้าต้องเสียดอกเบี้ยตาม ป.พ.พ. มาตรา 224
ห้ามกักจดหมายและทรัพย์สิน
ข้อ 6.3 ห้ามผู้ให้บริการกักทรัพย์สิน เอกสาร หรือจดหมายของสมาชิกเพื่อบังคับชำระเงิน โดยเฉพาะจดหมายราชการที่ส่งมาที่อยู่จดทะเบียน ซึ่งถ้าไม่ถึงมือสมาชิกอาจทำให้พลาดกำหนดเวลาตามกฎหมาย ข้อ 6.2 ให้บอกกล่าวก่อนระงับสิทธิเข้าพื้นที่
กล้องวงจรปิดและเครือข่าย
ข้อ 5.2 จำกัดกล้องไว้ที่พื้นที่ส่วนกลางและไม่ตรวจเนื้อหาการสื่อสาร ผู้ให้บริการต้องแจ้งประกาศความเป็นส่วนตัวแก่สมาชิกและติดป้ายแจ้งกล้องตาม พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 23 ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตแก่บุคคลทั่วไปมีหน้าที่เก็บข้อมูลจราจรคอมพิวเตอร์ตามกฎหมายว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ให้ตรวจหน้าที่นี้ก่อนเปิดให้บริการ
เอกสารแนบท้ายสัญญา
- ระเบียบการใช้พื้นที่
- รายการบริการที่รวมในแพ็กเกจและอัตราค่าบริการเพิ่มเติม
- แผนผังระบุพื้นที่หรือโต๊ะประจำ ถ้ามี
- หนังสือยินยอมให้ใช้ที่อยู่เป็นที่ตั้งสำนักงาน ถ้ามี
- หลักฐานการรับเงินประกัน
วันลงนาม
ทำสองฉบับข้อความตรงกัน เก็บไว้ฝ่ายละฉบับ บันทึกเลขบัตรเข้าออกและกุญแจที่ส่งมอบให้สมาชิกไว้ท้ายสัญญา
ผู้เขียนและผู้ตรวจทาน
เขียนและตรวจทานโดย ภูวรา ครอบตะคุ ทนายความ (ใบอนุญาต 477/2558) · เนติบัณฑิตไทย · น.ม. กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาและสารสนเทศ — การเลือกประเด็น การจัดหมวด และคำอธิบายในบทความนี้เป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ของผู้เขียน ส่วนตัวบทกฎหมายที่ยกมาไม่มีลิขสิทธิ์และตรวจกับราชกิจจานุเบกษาได้เสมอ · ทะเบียนบทความ OKC-1C4E88 · หากนำไปใช้ต่อ โปรดระบุชื่อผู้เขียนและลิงก์ต้นฉบับ
คำถามที่พบบ่อย
สัญญาใช้พื้นที่ทำงานร่วม (Co-working Space) ต้องติดอากรแสตมป์ไหม
เมื่อสมาชิกได้พื้นที่หรือโต๊ะประจำที่ใช้ได้ผู้เดียว สัญญานี้มีลักษณะเป็นการเช่าโรงเรือนบางส่วน ให้ถือว่าเข้าบัญชีอัตราอากรแสตมป์ลักษณะ 1 เพื่อความปลอดภัยของพยานหลักฐาน เสียอากร 1 บาทต่อค่าบริการตลอดอายุสัญญาทุก 1,000 บาทหรือเศษ คิดได้ ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก ผู้ให้บริการเป็นผู้เสีย สมาชิกเป็นผู้ขีดฆ่า คู่ฉบับ (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก) ถ้าไม่ปิดอากรครบ สัญญาใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนกว่าจะเสียอากรและเงินเพิ่มตามประมวลรัษฎากร มาตรา 118 และ 113–114แพ็กเกจที่ไม่มีที่นั่งประจำเป็นการให้บริการใช้พื้นที่ส่วนกลางร่วมกับผู้อื่น สมาชิกไม่ได้ครอบครองส่วนใดของอาคาร จึงไม่ใช่การเช่าตามบัญชีอัตราอากรแสตมป์ลักษณะ 1 และไม่ใช่ตราสารอื่นในบัญชี ไม่ต้องปิดอากรแสตมป์ ถ้าภายหลังเปลี่ยนเป็นโต๊ะหรือห้องประจำ ให้ทำสัญญาใหม่และปิดอากรตามลักษณะ 1 ค่าบริการรวมตั้งแต่ 1,000,000 บาทและเป็นการเช่า: ชำระอากรเป็นตัวเงินที่สรรพากร ก่อนลงนามหรือภายใน 15 วัน (ประกาศอธิบดีฯ ฉบับที่ 37 ข้อ 2(1))
สัญญาใช้พื้นที่ทำงานร่วม (Co-working Space) เสียภาษีอะไรบ้าง
สมาชิกที่เป็นนิติบุคคลต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย ร้อยละ 5 ถ้าถือเป็นค่าเช่าตามคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 6 ซึ่งเป็นเงินได้ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 40(5) หรือร้อยละ 3 ถ้าผู้ให้บริการแยกค่าบริการออกจากค่าเช่าในใบแจ้งหนี้ ตามข้อ 8ร้อยละ 3 เพราะเป็นค่าบริการตามคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 8 สมาชิกที่เป็นบุคคลธรรมดาไม่มีหน้าที่หัก ผู้ให้บริการที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มออกใบกำกับภาษีตามมาตรา 78/1 และ 86
ใช้สัญญาใช้พื้นที่ทำงานร่วม (Co-working Space)ตอนไหน
ใช้เมื่อเปิดพื้นที่ทำงานร่วมและรับสมาชิกรายเดือนหรือรายปี · ใช้เมื่อสมาชิกต้องการใช้ที่อยู่ของพื้นที่จดทะเบียนบริษัท · ใช้เมื่อสมาชิกเช่าโต๊ะหรือห้องประจำในพื้นที่ทำงานร่วม
ทำสัญญาใช้พื้นที่ทำงานร่วม (Co-working Space)ต้องระวังอะไร
การใช้ที่อยู่จดทะเบียนต้องมีหนังสือยินยอมจากผู้มีสิทธิในอาคาร · ผู้ให้บริการที่เช่าอาคารมาต้องตรวจว่าสัญญาเช่าของตนอนุญาตให้บุคคลอื่นใช้ที่อยู่ · ห้ามกักจดหมายหรือทรัพย์สินของสมาชิกเพื่อบังคับชำระเงิน · พื้นที่ประจำถือเป็นการเช่าและต้องปิดอากรแสตมป์
กรณีไหนที่ไม่ควรใช้สัญญาใช้พื้นที่ทำงานร่วม (Co-working Space)
ถ้าให้ใช้พื้นที่ทั้งส่วนแก่รายเดียว ให้ใช้ สัญญาให้ใช้พื้นที่ในห้าง ตลาด หรือโกดัง (ผู้ค้า / บูธ / มุมร้าน) · ถ้าเช่าอาคารสำนักงานทั้งหลัง ให้ใช้ สัญญาเช่าอาคารทั้งหลัง (ตึกแถว / อาคารพาณิชย์) · สัญญาใช้พื้นที่โคเวิร์กกิ้งและสำนักงานพร้อมบริการ ภาษาอังกฤษ — ใช้ Coworking and Serviced Office Agreement — สัญญาใช้พื้นที่โคเวิร์กกิ้งและสำนักงานพร้อมบริการ ภาษาอังกฤษ
สัญญาใช้พื้นที่ทำงานร่วม (Co-working Space) ต้องจดทะเบียนหรือทำตามแบบที่กฎหมายกำหนดไหม
สัญญานี้ไม่ต้องจดทะเบียน เพราะมีกำหนดไม่เกิน 3 ปี ถ้าทำเกิน 3 ปีและเป็นการเช่า ต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนตาม ป.พ.พ. มาตรา 538 การใช้ที่อยู่เป็นที่ตั้งสำนักงาน — การจดทะเบียนบริษัท ทะเบียนพาณิชย์ และภาษีมูลค่าเพิ่มต้องแนบหนังสือยินยอมให้ใช้สถานที่จากเจ้าของหรือผู้มีสิทธิในอาคาร ข้อ 3.1 บังคับให้ผู้ให้บริการออกเอกสารภายในกำหนด ถ้าผู้ให้บริการเองเป็นผู้เช่าอาคาร ต้องตรวจว่าสัญญาเช่าของผู้ให้บริการอนุญาตให้ใช้ที่อยู่เป็นที่ตั้งของบุคคลอื่นได้ มิฉะนั้นอาจเป็นการให้เช่าช่วงโดยไม่ได้รับอนุญาตตาม ป.พ.พ. มาตรา 544 เจ้าหน้าที่สรรพากรอาจตรวจสถานประกอบการจริงก่อนอนุมัติภาษีมูลค่าเพิ่ม สมาชิกที่ใช้แพ็กเกจที่นั่งไม่ประจำอาจถูกปฏิเสธ ให้ตรวจหลักเกณฑ์ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้าและกรมสรรพากรเรื่องนี้ก่อนใช้ที่อยู่
ลงนามสัญญาใช้พื้นที่ทำงานร่วม (Co-working Space)ต้องมีพยานไหม ทำกี่ฉบับ
ทำสองฉบับข้อความตรงกัน เก็บไว้ฝ่ายละฉบับ บันทึกเลขบัตรเข้าออกและกุญแจที่ส่งมอบให้สมาชิกไว้ท้ายสัญญา
ทำสัญญาใช้พื้นที่ทำงานร่วม (Co-working Space)ต้องเตรียมเอกสารอะไรแนบท้าย
ระเบียบการใช้พื้นที่ รายการบริการที่รวมในแพ็กเกจและอัตราค่าบริการเพิ่มเติม แผนผังระบุพื้นที่หรือโต๊ะประจำ ถ้ามี หนังสือยินยอมให้ใช้ที่อยู่เป็นที่ตั้งสำนักงาน ถ้ามี หลักฐานการรับเงินประกัน
กฎหมายที่อ้างถึงในบทความนี้
ถ้อยคำด้านล่างคัดจากตัวบท 9 มาตรา — ใช้อ้างอิงได้ แต่หากต้องใช้ในชั้นศาล ควรตรวจกับราชกิจจานุเบกษาฉบับทางการอีกครั้ง
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 224
หนี้เงินนั้น ให้คิดดอกเบี้ยในระหว่างเวลาผิดนัดในอัตราที่กำหนดตามมาตรา 7 บวกด้วยอัตราเพิ่มร้อยละสองต่อปี ถ้าเจ้าหนี้อาจจะเรียกดอกเบี้ยได้สูงกว่านั้นโดยอาศัยเหตุอย่างอื่นอันชอบด้วยกฎหมาย ก็ให้คงส่งดอกเบี้ยต่อไปตามนั้น
ส่วนที่ 1 การไม่ชำระหนี้
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 538
เช่าอสังหาริมทรัพย์นั้น ถ้ามิได้มีหลักฐานเป็นหนังสืออย่างหนึ่งอย่างใดลงลายมือชื่อฝ่ายที่ต้องรับผิดเป็นสำคัญ ท่านว่าจะฟ้องร้องให้บังคับคดีหาได้ไม่ ถ้าเช่ามีกำหนดกว่าสามปีขึ้นไป หรือกำหนดตลอดอายุของผู้เช่าหรือผู้ให้เช่าไซร้ หากมิได้ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ท่านว่าการเช่านั้นจะฟ้องร้องให้บังคับคดีได้แต่เพียงสามปี
หมวด 1 บทเบ็ดเสร็จทั่วไป
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 544
ทรัพย์สินซึ่งเช่านั้น ผู้เช่าจะให้เช่าช่วงหรือโอนสิทธิของตนอันมีในทรัพย์สินนั้นไม่ว่าทั้งหมดหรือแต่บางส่วนให้แก่บุคคลภายนอก ท่านว่าหาอาจทำได้ไม่ เว้นแต่จะได้ตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่นในสัญญาเช่า
หมวด 1 บทเบ็ดเสร็จทั่วไป
พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 4
ข้อตกลงในสัญญาระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบธุรกิจการค้า หรือวิชาชีพ หรือในสัญญาสำเร็จรูป หรือในสัญญาขายฝากที่ทำให้ผู้ประกอบธุรกิจการค้า หรือวิชาชีพ หรือผู้กำหนดสัญญาสำเร็จรูป หรือผู้ซื้อฝากได้เปรียบคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งเกินสมควร เป็นข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม และให้มีผลบังคับได้เพียงเท่าที่เป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณีเท่านั้น
พระราชบัญญัติ ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540
พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 7
ในสัญญาที่มีการให้สิ่งใดไว้เป็นมัดจำ หากมีกรณีที่จะต้องริบมัดจำถ้ามัดจำนั้นสูงเกินส่วน ศาลจะลดลงให้ริบได้เพียงเท่าความเสียหายที่แท้จริงก็ได้
พระราชบัญญัติ ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540
พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 23
ในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลจะต้องแจ้ง ให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทราบก่อนหรือในขณะเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลถึงรายละเอียด ดังต่อไปนี้ เว้นแต่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้ทราบถึงรายละเอียดนั้นอยู่แล้ว (1) วัตถุประสงค์ของการเก็บรวบรวมเพื่อการนำข้อมูลส่วนบุคคลไปใช้หรือเปิดเผยซึ่งรวมถึง วัตถุประสงค์ตามที่มาตรา 24 ให้อำนาจในการเก็บรวบรวมได้โดยไม่ได้รับความยินยอมจากเจ้าของ ข้อมูลส่วนบุคคล (2) แจ้งให้ทราบถึงกรณีที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลต้องให้ข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อปฏิบัติ ตามกฎหมายหรือสัญญาหรือมีความจำเป็นต้องให้ข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อเข้าทำสัญญา รวมทั้งแจ้งถึง ผลกระทบที่เป็นไปได้จากการไม่ให้ข้อมูลส่วนบุคคล (3) ข้อมูลส่วนบุคคลที่จะมีการเก็บรวบรวมและระยะเวลาในการเก็บรวบรวมไว้ ทั้งนี้ ในกรณี ที่ไม่สามารถกำหนดระยะเวลาดังกล่าวได้ชัดเจน ให้กำหนดระยะเวลาที่อาจคาดหมายได้ตามมาตรฐาน ของการเก็บรวบรวม (4) ประเภทของบุคคลหรือหน่วยงานซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลที่เก็บรวบรวมอาจจะถูกเปิดเผย (5) ข้อมูลเกี่ยวกับผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล สถานที่ติดต่อ และวิธีการติดต่อในกรณี ที่มีตัวแทนหรือเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ให้แจ้งข้อมูล สถานที่ติดต่อ และวิธีการติดต่อของ ตัวแทนหรือเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลด้วย (6) สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลตามมาตรา 19 วรรคห้า มาตรา 30 วรรคหนึ่ง
พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)
ประมวลรัษฎากร มาตรา 40
เงินได้พึงประเมินนั้นคือ เงินได้ประเภทดังต่อไปนี้ รวมตลอดถึงเงินค่าภาษีอากรที่ผู้จ่ายเงินหรือผู้อื่นออกแทนให้สำหรับเงินได้ประเภทต่าง ๆ ดังกล่าว ไม่ว่าในทอดใด (1) เงินได้เนื่องจากการจ้างแรงงานไม่ว่าจะเป็นเงินเดือน ค่าจ้าง เบี้ยเลี้ยง โบนัส เบี้ยหวัด บำเหน็จ บำนาญ เงินค่าเช่าบ้าน เงินที่คำนวณได้จากมูลค่าของการได้อยู่บ้านที่นายจ้างให้อยู่โดยไม่เสียค่าเช่า เงินที่นายจ้างจ่ายชำระหนี้ใด ๆ ซึ่งลูกจ้างมีหน้าที่ต้องชำระ และเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์ใด ๆ บรรดาที่ได้เนื่องจากการจ้างแรงงาน (2) เงินได้เนื่องจากหน้าที่หรือตำแหน่งงานที่ทำหรือจากการรับทำงานให้ ไม่ว่าจะเป็นค่าธรรมเนียม ค่านายหน้า ค่าส่วนลด เงินอุดหนุนในงานที่ทำ เบี้ยประชุม บำเหน็จ โบนัส เงินค่าเช่าบ้าน เงินที่คำนวณได้จากมูลค่าของการได้อยู่บ้านที่ผู้จ่ายเงินได้ให้อยู่โดยไม่เสียค่าเช่า เงินที่ผู้จ่ายเงินได้จ่ายชำระหนี้ใด ๆ ซึ่งผู้มีเงินได้มีหน้าที่ต้องชำระ และเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์ใด ๆ บรรดาที่ได้เนื่องจากหน้าที่หรือตำแหน่งงานที่ทำหรือจากการรับทำงานให้นั้น ไม่ว่าหน้าที่หรือตำแหน่งงานหรืองานที่รับทำให้นั้นจะเป็นการประจำหรือชั่วคราว (3) ค่าแห่งกู๊ดวิลล์ ค่าแห่งลิขสิทธิ์ หรือสิทธิอย่างอื่น เงินปีหรือเงินได้มีลักษณะเป็นเงินรายปีอันได้มาจากพินัยกรรม นิติกรรมอย่างอื่น หรือคำพิพากษาของศาล (4) เงินได้ที่เป็น (ก) ดอกเบี้ยพันธบัตร ดอกเบี้ยเงินฝาก ดอกเบี้ยหุ้นกู้ ดอกเบี้ยตั๋วเงิน ดอกเบี้ยเงินกู้ยืมไม่ว่าจะมีหลักประกันหรือไม่ ดอกเบี้ยเงินกู้ยืมที่อยู่ในบังคับต้องถูกหักภาษีไว้ ณ ที่จ่ายตามกฎหมายว่าด้วยภาษีเงินได้ปิโตรเลียมเฉพาะส่วนที่เหลือจากถูกหักภาษีไว้ ณ ที่จ่ายตามกฎหมายดังกล่าว หรือผลต่างระหว่างราคาไถ่ถอนกับราคาจำหน่ายตั๋วเงินหรือตราสารแสดงสิทธิในหนี้ที่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล หรือนิติบุคคลอื่นเป็นผู้ออกและจำหน่ายครั้งแรกในราคาต่ำกว่าราคาไถ่ถอน รวมทั้งเงินได้ที่มีลักษณะทำนองเดียวกันกับดอกเบี้ย ผลประโยชน์หรือค่าตอบแทนอื่น ๆ ที่ได้จากการให้กู้ยืมหรือจากสิทธิเรียกร้องในหนี้ทุกชนิดไม่ว่าจะมีหลักประกันหรือไม่ก็ตาม (ข) เงินปันผล เงินส่วนแบ่งของกำไร หรือประโยชน์อื่นใดที่ได้จากบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล หรือสถาบันการเงินที่มีกฎหมายโดยเฉพาะของประเทศไทยจัดตั้งขึ้นสำหรับให้กู้ยืมเงินเพื่อส่งเสริมเกษตรกรรม พาณิชยกรรม หรืออุตสาหกรรม เงินปันผลหรือเงินส่วนแบ่งของกำไรที่อยู่ในบังคับต้องถูกหักภาษีไว้ ณ ที่จ่าย ตามกฎหมายว่าด้วยภาษีเงินได้ปิโตรเลียมเฉพาะส่วนที่เหลือจากถูกหักภาษีไว้ ณ ที่จ่ายตามกฎหมายดังกล่าว
ประมวลรัษฎากร — เงินได้พึงประเมิน ม.40–41
ประมวลรัษฎากร มาตรา 118
ตราสารใดไม่ปิดแสตมป์บริบูรณ์ จะใช้ต้นฉบับ คู่ฉบับ คู่ฉีก หรือสำเนาตราสารนั้นเป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้ จนกว่าจะได้เสียอากรโดยปิดแสตมป์ครบจำนวนตามอัตราในบัญชีท้ายหมวดนี้ และขีดฆ่าแล้ว แต่ทั้งนี้ ไม่เป็นการเสื่อมสิทธิที่จะเรียกเงินเพิ่มอากรตามมาตรา 113 และมาตรา 114
บทบัญญัติ (ถ้อยคำตามเว็บกรมสรรพากร)
ประมวลรัษฎากร มาตรา 78/1
ภายใต้บังคับมาตรา 78/3 ความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มที่เกิดจากการให้บริการ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้ (1) การให้บริการนอกจากที่อยู่ในบังคับตาม (2) (3) หรือ (4) ให้ความรับผิดทั้งหมดเกิดขึ้นเมื่อได้รับชำระราคาค่าบริการ เว้นแต่กรณีที่ได้มีการกระทำดังต่อไปนี้เกิดขึ้นก่อนได้รับชำระราคาค่าบริการ ก็ให้ถือว่าความรับผิดเกิดขึ้นเมื่อได้มีการกระทำนั้น ๆ ด้วย (ก) ได้ออกใบกำกับภาษี หรือ (ข) ได้ใช้บริการไม่ว่าโดยตนเองหรือบุคคลอื่น ทั้งนี้ โดยให้ความรับผิดเกิดขึ้นตามส่วนของการกระทำนั้น ๆ แล้วแต่กรณี (2) การให้บริการตามสัญญาที่กำหนดค่าตอบแทนตามส่วนของบริการที่ทำให้ความรับผิดตามส่วนของบริการเกิดขึ้นเมื่อได้รับชำระราคาค่าบริการตามส่วนของบริการที่สิ้นสุดลง เว้นแต่กรณีที่ได้มีการกระทำดังต่อไปนี้เกิดขึ้นก่อนได้รับชำระราคาค่าบริการตามส่วนของบริการที่สิ้นสุดลงก็ให้ถือว่าความรับผิดเกิดขึ้นเมื่อได้มีการกระทำนั้น ๆ ด้วย (ก) ได้ออกใบกำกับภาษี หรือ (ข) ได้ใช้บริการไม่ว่าโดยตนเองหรือบุคคลอื่น ทั้งนี้ โดยให้ความรับผิดเกิดขึ้นตามส่วนของการกระทำนั้น ๆ แล้วแต่กรณี (3) การให้บริการที่ทำในต่างประเทศและได้มีการใช้บริการนั้นในราชอาณาจักร ให้ความรับผิดทั้งหมดหรือบางส่วนเกิดขึ้นเมื่อได้มีการชำระราคาค่าบริการทั้งหมดหรือบางส่วน แล้วแต่กรณี (4) การให้บริการที่เสียภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละ 0 ตามมาตรา 80/1 (5) และภายหลังได้มีการโอนสิทธิในบริการอันทำให้ผู้รับโอนสิทธิในบริการมีหน้าที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 82/1 (2) ให้ความรับผิดทั้งหมดเกิดขึ้นเมื่อได้รับชำระราคาค่าบริการ เพื่อเป็นการบรรเทาภาระในการยื่นแบบแสดงรายการและการชำระภาษีของผู้ประกอบการจดทะเบียนสำหรับการให้บริการแก่กระทรวง ทบวง กรม หรือราชการส่วนท้องถิ่น ทั้งนี้ เฉพาะการให้บริการตามสัญญาและมีการชำระราคาค่าบริการที่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดโดยกฎกระทรวง ให้อธิบดีโดยอนุมัติรัฐมนตรีมีอำนาจกำหนดความรับผิดตาม (1) และ (2) เกิดขึ้นเป็นอย่างอื่นได้
ประมวลรัษฎากร หมวด 4 ภาษีมูลค่าเพิ่ม (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)