สัญญาแบ่งหน้าที่และค่าใช้จ่ายระหว่างผู้ก่อตั้ง ต้องมีอะไรบ้าง
ผู้ก่อตั้งตกลงหน้าที่ เงิน และทรัพย์สินทางปัญญา ก่อนจดทะเบียนบริษัท · งานที่ผู้ก่อตั้งสร้างเป็นลิขสิทธิ์ของผู้ก่อตั้งเองถ้าไม่โอน
| ใช้เมื่อ | ใช้เมื่อเพื่อนสองสามคนเริ่มทำสตาร์ทอัปก่อนตั้งบริษัท |
|---|---|
| อากรแสตมป์ | สัญญาระหว่างผู้ก่อตั้งไม่ต้องปิดอากรแสตมป์ เพราะไม่ใช่ตราสารในบัญชีอัตราอากรแสตมป์ ผู้ก่อตั้งตกลงจะตั้งบริษัท ไม่ได้ตกลงทำกิจการร่วมกันเป็นห้างหุ้นส่วน แต่ถ้าผู้ก่อตั้งเริ่มขายสินค้าหรือบริการและแบ่งกำไรกันก่อนจดทะเบียนบริษัท ความสัมพันธ์ช่วงนั้นอาจเป็นห้างหุ้นส่วนตามข้อเท็จจริง ซึ่งหนังสือสัญญาห้างหุ้นส่วนต้องปิดอากรตามลักษณะ 27 จำนวน 100 บาท |
| ภาษี | ค่าใช้จ่ายก่อนจัดตั้งบริษัทจะเป็นรายจ่ายของบริษัทได้หรือไม่ และการที่บริษัทคืนเงินให้ผู้ก่อตั้ง ขึ้นกับหลักฐานและวิธีบันทึกบัญชีตามประมวลรัษฎากร ให้ตรวจกับสำนักงานบัญชี ผู้ก่อตั้งควรเก็บใบเสร็จทุกรายการตามข้อ 3.1 |
| แบบที่กฎหมายกำหนด | ⚠️ ก่อนจดทะเบียนบริษัท ยังไม่มีบริษัทที่จะเป็นเจ้าของอะไร ผู้ก่อตั้งที่ทำสัญญาหรือก่อหนี้เพื่อกิจการในช่วงนี้ต้องรับผิดเป็นส่วนตัว ถ้าผู้ก่อตั้งทำกิจการร่วมกันเพื่อแบ่งกำไรก่อนจดทะเบียน อาจเป็นห้างหุ้นส่วนตาม ป.พ.พ. มาตรา 1012 และรับผิดในหนี้ร่วมกันโดยไม่จำกัดตามมาตรา 1025 จนกว่าบริษัทจะรับโอนกิจการ ข้อ 2.2 จึงจำกัดการก่อหนี้ก่อนจัดตั้ง การจัดตั้งบริษัทจำกัด การประชุมจัดตั้ง การรับรองสัญญาที่ผู้เริ่มก่อการทำไว้ก่อนจัดตั้ง และการชำระค่าหุ้นด้วยทรัพย์สินหรือแรงงาน อยู่ใน ป.พ.พ. บรรพ 3 ลักษณะ 22 หมวด 4 มาตรา 1096 เป็นต้นไป ข้อ 3.2 ให้ผู้ก่อตั้งเลือกว่าค่าใช้จ่ายก่อนจัดตั้งจะกลายเป็นอะไร ก่อนนำค่าใช้จ่ายไปหักกับค่าหุ้น ให้ตรวจกับทนายของคุณหรือสำนักงานบัญชีว่าทำได้หรือไม่ภายใต้กฎหมายบริษัท ⚠️ มีผู้ก่อตั้งเป็นคนต่างด้าว บริษัทที่คนต่างด้าวถือหุ้นตั้งแต่กึ่งหนึ่งของทุนขึ้นไปเป็นคนต่างด้าวตาม พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 การให้คนไทยถือหุ้นแทนเพื่อให้สัดส่วนต่ำกว่าเกณฑ์เป็นความผิดอาญา ต้องตรวจก่อนจดทะเบียน |
| มาตราที่อ้าง | ป.พ.พ. ม.224, 1012, 1025; พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ม.9, 10; พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 ม.5; บัญชีอัตราอากรลักษณะ 27 |
| ค่าใช้แบบฟอร์มบนเว็บนี้ | 349 บาท |
ใช้สัญญาฉบับนี้เมื่อไร
- ใช้เมื่อเพื่อนสองสามคนเริ่มทำสตาร์ทอัปก่อนตั้งบริษัท
- ใช้เมื่อผู้ก่อตั้งคนหนึ่งเขียนโปรแกรมและอีกคนลงเงิน
- ใช้เมื่อต้องการกำหนดว่าถ้ามีคนออกก่อนตั้งบริษัทจะเป็นอย่างไร
จุดที่พลาดบ่อยและต้องระวัง
- งานที่ผู้ก่อตั้งสร้างเป็นลิขสิทธิ์ของผู้ก่อตั้งเองถ้าไม่โอน
- ก่อนจดทะเบียน ผู้ก่อตั้งรับผิดในหนี้เป็นส่วนตัว
- เปิดโดเมนและบัญชีสื่อในชื่อที่ทุกคนเข้าถึงได้
- ทำสัญญาผู้ถือหุ้นเมื่อบริษัทจดทะเบียนแล้ว
กรณีที่ไม่ควรใช้ฉบับนี้
- ถ้าบริษัทจดทะเบียนแล้ว ให้ใช้ สัญญาผู้ถือหุ้นสำหรับบริษัทเล็ก
- ถ้าไม่ตั้งบริษัทแต่ทำธุรกิจเป็นหุ้นส่วน ให้ใช้ สัญญาหุ้นส่วนทำธุรกิจร่วมกัน (เพื่อน/ครอบครัวเปิดร้าน)
อากรแสตมป์
สัญญาระหว่างผู้ก่อตั้งไม่ต้องปิดอากรแสตมป์ เพราะไม่ใช่ตราสารในบัญชีอัตราอากรแสตมป์ ผู้ก่อตั้งตกลงจะตั้งบริษัท ไม่ได้ตกลงทำกิจการร่วมกันเป็นห้างหุ้นส่วน แต่ถ้าผู้ก่อตั้งเริ่มขายสินค้าหรือบริการและแบ่งกำไรกันก่อนจดทะเบียนบริษัท ความสัมพันธ์ช่วงนั้นอาจเป็นห้างหุ้นส่วนตามข้อเท็จจริง ซึ่งหนังสือสัญญาห้างหุ้นส่วนต้องปิดอากรตามลักษณะ 27 จำนวน 100 บาท
การจดทะเบียน / แบบที่กฎหมายกำหนด
⚠️ ก่อนจดทะเบียนบริษัท ยังไม่มีบริษัทที่จะเป็นเจ้าของอะไร ผู้ก่อตั้งที่ทำสัญญาหรือก่อหนี้เพื่อกิจการในช่วงนี้ต้องรับผิดเป็นส่วนตัว ถ้าผู้ก่อตั้งทำกิจการร่วมกันเพื่อแบ่งกำไรก่อนจดทะเบียน อาจเป็นห้างหุ้นส่วนตาม ป.พ.พ. มาตรา 1012 และรับผิดในหนี้ร่วมกันโดยไม่จำกัดตามมาตรา 1025 จนกว่าบริษัทจะรับโอนกิจการ ข้อ 2.2 จึงจำกัดการก่อหนี้ก่อนจัดตั้ง
การจัดตั้งบริษัทจำกัด การประชุมจัดตั้ง การรับรองสัญญาที่ผู้เริ่มก่อการทำไว้ก่อนจัดตั้ง และการชำระค่าหุ้นด้วยทรัพย์สินหรือแรงงาน อยู่ใน ป.พ.พ. บรรพ 3 ลักษณะ 22 หมวด 4 มาตรา 1096 เป็นต้นไป ข้อ 3.2 ให้ผู้ก่อตั้งเลือกว่าค่าใช้จ่ายก่อนจัดตั้งจะกลายเป็นอะไร ก่อนนำค่าใช้จ่ายไปหักกับค่าหุ้น ให้ตรวจกับทนายของคุณหรือสำนักงานบัญชีว่าทำได้หรือไม่ภายใต้กฎหมายบริษัท
⚠️ มีผู้ก่อตั้งเป็นคนต่างด้าว บริษัทที่คนต่างด้าวถือหุ้นตั้งแต่กึ่งหนึ่งของทุนขึ้นไปเป็นคนต่างด้าวตาม พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 การให้คนไทยถือหุ้นแทนเพื่อให้สัดส่วนต่ำกว่าเกณฑ์เป็นความผิดอาญา ต้องตรวจก่อนจดทะเบียน
ภาษี
ค่าใช้จ่ายก่อนจัดตั้งบริษัทจะเป็นรายจ่ายของบริษัทได้หรือไม่ และการที่บริษัทคืนเงินให้ผู้ก่อตั้ง ขึ้นกับหลักฐานและวิธีบันทึกบัญชีตามประมวลรัษฎากร ให้ตรวจกับสำนักงานบัญชี ผู้ก่อตั้งควรเก็บใบเสร็จทุกรายการตามข้อ 3.1
ทรัพย์สินทางปัญญาของผู้ก่อตั้ง
ผู้ก่อตั้งไม่ใช่ลูกจ้างและไม่ได้รับจ้าง งานที่ผู้ก่อตั้งสร้างขึ้นจึงเป็นลิขสิทธิ์ของผู้ก่อตั้งผู้นั้นเอง พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 9 ใช้กับงานของลูกจ้าง และมาตรา 10 ใช้กับงานที่รับจ้าง ทั้งสองมาตราไม่ใช้กับผู้ก่อตั้งที่ทำงานเพื่อกิจการของตนเอง ถ้าไม่มีการโอน ผู้ก่อตั้งที่ออกไปอาจเอาซอฟต์แวร์หรือแบบที่ตนเขียนไปด้วย ข้อ 4.1 และข้อ 6.2 จึงบังคับให้โอนให้บริษัท และข้อ 4.3 ให้บัญชีโดเมนและสื่อสังคมเปิดในชื่อที่ทุกคนเข้าถึงได้
การไม่แข่งขัน
ข้อห้ามแข่งขันระหว่างผู้ก่อตั้งไม่เป็นโมฆะ แต่ใช้บังคับได้เท่าที่เป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณีตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 5 ผู้ที่ผิดนัดคืนเงินต้องเสียดอกเบี้ยตาม ป.พ.พ. มาตรา 224
เอกสารแนบท้ายสัญญา
- รายการงานที่ผู้ก่อตั้งมีอยู่ก่อน
- บันทึกค่าใช้จ่ายก่อนจัดตั้ง
- รายการโดเมนและบัญชีที่เปิดเพื่อกิจการ
- ร่างหนังสือบริคณห์สนธิและข้อบังคับ
วันลงนาม
ทำฉบับตามจำนวนผู้ก่อตั้ง ข้อความตรงกัน ผู้ก่อตั้งทุกคนลงนาม
ผู้เขียนและผู้ตรวจทาน
เขียนและตรวจทานโดย ภูวรา ครอบตะคุ ทนายความ (ใบอนุญาต 477/2558) · เนติบัณฑิตไทย · น.ม. กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาและสารสนเทศ — การเลือกประเด็น การจัดหมวด และคำอธิบายในบทความนี้เป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ของผู้เขียน ส่วนตัวบทกฎหมายที่ยกมาไม่มีลิขสิทธิ์และตรวจกับราชกิจจานุเบกษาได้เสมอ · ทะเบียนบทความ OKC-82F672 · หากนำไปใช้ต่อ โปรดระบุชื่อผู้เขียนและลิงก์ต้นฉบับ
คำถามที่พบบ่อย
สัญญาแบ่งหน้าที่และค่าใช้จ่ายระหว่างผู้ก่อตั้ง ต้องติดอากรแสตมป์ไหม
สัญญาระหว่างผู้ก่อตั้งไม่ต้องปิดอากรแสตมป์ เพราะไม่ใช่ตราสารในบัญชีอัตราอากรแสตมป์ ผู้ก่อตั้งตกลงจะตั้งบริษัท ไม่ได้ตกลงทำกิจการร่วมกันเป็นห้างหุ้นส่วน แต่ถ้าผู้ก่อตั้งเริ่มขายสินค้าหรือบริการและแบ่งกำไรกันก่อนจดทะเบียนบริษัท ความสัมพันธ์ช่วงนั้นอาจเป็นห้างหุ้นส่วนตามข้อเท็จจริง ซึ่งหนังสือสัญญาห้างหุ้นส่วนต้องปิดอากรตามลักษณะ 27 จำนวน 100 บาท
สัญญาแบ่งหน้าที่และค่าใช้จ่ายระหว่างผู้ก่อตั้ง เสียภาษีอะไรบ้าง
ค่าใช้จ่ายก่อนจัดตั้งบริษัทจะเป็นรายจ่ายของบริษัทได้หรือไม่ และการที่บริษัทคืนเงินให้ผู้ก่อตั้ง ขึ้นกับหลักฐานและวิธีบันทึกบัญชีตามประมวลรัษฎากร ให้ตรวจกับสำนักงานบัญชี ผู้ก่อตั้งควรเก็บใบเสร็จทุกรายการตามข้อ 3.1
ใช้สัญญาแบ่งหน้าที่และค่าใช้จ่ายระหว่างผู้ก่อตั้งตอนไหน
ใช้เมื่อเพื่อนสองสามคนเริ่มทำสตาร์ทอัปก่อนตั้งบริษัท · ใช้เมื่อผู้ก่อตั้งคนหนึ่งเขียนโปรแกรมและอีกคนลงเงิน · ใช้เมื่อต้องการกำหนดว่าถ้ามีคนออกก่อนตั้งบริษัทจะเป็นอย่างไร
ทำสัญญาแบ่งหน้าที่และค่าใช้จ่ายระหว่างผู้ก่อตั้งต้องระวังอะไร
งานที่ผู้ก่อตั้งสร้างเป็นลิขสิทธิ์ของผู้ก่อตั้งเองถ้าไม่โอน · ก่อนจดทะเบียน ผู้ก่อตั้งรับผิดในหนี้เป็นส่วนตัว · เปิดโดเมนและบัญชีสื่อในชื่อที่ทุกคนเข้าถึงได้ · ทำสัญญาผู้ถือหุ้นเมื่อบริษัทจดทะเบียนแล้ว
กรณีไหนที่ไม่ควรใช้สัญญาแบ่งหน้าที่และค่าใช้จ่ายระหว่างผู้ก่อตั้ง
ถ้าบริษัทจดทะเบียนแล้ว ให้ใช้ สัญญาผู้ถือหุ้นสำหรับบริษัทเล็ก · ถ้าไม่ตั้งบริษัทแต่ทำธุรกิจเป็นหุ้นส่วน ให้ใช้ สัญญาหุ้นส่วนทำธุรกิจร่วมกัน (เพื่อน/ครอบครัวเปิดร้าน)
สัญญาแบ่งหน้าที่และค่าใช้จ่ายระหว่างผู้ก่อตั้ง ต้องจดทะเบียนหรือทำตามแบบที่กฎหมายกำหนดไหม
⚠️ ก่อนจดทะเบียนบริษัท ยังไม่มีบริษัทที่จะเป็นเจ้าของอะไร ผู้ก่อตั้งที่ทำสัญญาหรือก่อหนี้เพื่อกิจการในช่วงนี้ต้องรับผิดเป็นส่วนตัว ถ้าผู้ก่อตั้งทำกิจการร่วมกันเพื่อแบ่งกำไรก่อนจดทะเบียน อาจเป็นห้างหุ้นส่วนตาม ป.พ.พ. มาตรา 1012 และรับผิดในหนี้ร่วมกันโดยไม่จำกัดตามมาตรา 1025 จนกว่าบริษัทจะรับโอนกิจการ ข้อ 2.2 จึงจำกัดการก่อหนี้ก่อนจัดตั้ง การจัดตั้งบริษัทจำกัด การประชุมจัดตั้ง การรับรองสัญญาที่ผู้เริ่มก่อการทำไว้ก่อนจัดตั้ง และการชำระค่าหุ้นด้วยทรัพย์สินหรือแรงงาน อยู่ใน ป.พ.พ. บรรพ 3 ลักษณะ 22 หมวด 4 มาตรา 1096 เป็นต้นไป ข้อ 3.2 ให้ผู้ก่อตั้งเลือกว่าค่าใช้จ่ายก่อนจัดตั้งจะกลายเป็นอะไร ก่อนนำค่าใช้จ่ายไปหักกับค่าหุ้น ให้ตรวจกับทนายของคุณหรือสำนักงานบัญชีว่าทำได้หรือไม่ภายใต้กฎหมายบริษัท ⚠️ มีผู้ก่อตั้งเป็นคนต่างด้าว บริษัทที่คนต่างด้าวถือหุ้นตั้งแต่กึ่งหนึ่งของทุนขึ้นไปเป็นคนต่างด้าวตาม พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 การให้คนไทยถือหุ้นแทนเพื่อให้สัดส่วนต่ำกว่าเกณฑ์เป็นความผิดอาญา ต้องตรวจก่อนจดทะเบียน
ลงนามสัญญาแบ่งหน้าที่และค่าใช้จ่ายระหว่างผู้ก่อตั้งต้องมีพยานไหม ทำกี่ฉบับ
ทำฉบับตามจำนวนผู้ก่อตั้ง ข้อความตรงกัน ผู้ก่อตั้งทุกคนลงนาม
ทำสัญญาแบ่งหน้าที่และค่าใช้จ่ายระหว่างผู้ก่อตั้งต้องเตรียมเอกสารอะไรแนบท้าย
รายการงานที่ผู้ก่อตั้งมีอยู่ก่อน บันทึกค่าใช้จ่ายก่อนจัดตั้ง รายการโดเมนและบัญชีที่เปิดเพื่อกิจการ ร่างหนังสือบริคณห์สนธิและข้อบังคับ
กฎหมายที่อ้างถึงในบทความนี้
ถ้อยคำด้านล่างคัดจากตัวบท 6 มาตรา — ใช้อ้างอิงได้ แต่หากต้องใช้ในชั้นศาล ควรตรวจกับราชกิจจานุเบกษาฉบับทางการอีกครั้ง
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 224
หนี้เงินนั้น ให้คิดดอกเบี้ยในระหว่างเวลาผิดนัดในอัตราที่กำหนดตามมาตรา 7 บวกด้วยอัตราเพิ่มร้อยละสองต่อปี ถ้าเจ้าหนี้อาจจะเรียกดอกเบี้ยได้สูงกว่านั้นโดยอาศัยเหตุอย่างอื่นอันชอบด้วยกฎหมาย ก็ให้คงส่งดอกเบี้ยต่อไปตามนั้น
ส่วนที่ 1 การไม่ชำระหนี้
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1012
อันว่าสัญญาจัดตั้งห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทนั้น คือสัญญาซึ่งบุคคลตั้งแต่สองคนขึ้นไปตกลงเข้ากันเพื่อกระทำกิจการร่วมกัน ด้วยประสงค์จะแบ่งปันกำไรอันจะพึงได้แต่กิจการที่ทำนั้น
ห้างหุ้นส่วนและบริษัท — ป.พ.พ. ม.1012–1076
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1025
อันว่าห้างหุ้นส่วนสามัญนั้น คือห้างหุ้นส่วนประเภทซึ่งผู้เป็นหุ้นส่วนหมดทุกคนต้องรับผิดร่วมกันเพื่อหนี้ทั้งปวงของหุ้นส่วนโดยไม่มีจำกัด
ห้างหุ้นส่วนและบริษัท — ป.พ.พ. ม.1012–1076
พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 9
งานที่ผู้สร้างสรรค์ได้สร้างสรรค์ขึ้นในฐานะพนักงานหรือลูกจ้าง ถ้ามิได้ ทำเป็นหนังสือตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่น ให้ลิขสิทธิ์ในงานนั้นเป็นของผู้สร้างสรรค์ แต่นายจ้างมีสิทธินำงานนั้น ออกเผยแพร่ต่อสาธารณชนได้ตามที่เป็นวัตถุประสงค์แห่งการจ้างแรงงานนั้น
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)
พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 10
งานที่ผู้สร้างสรรค์ได้สร้างสรรค์ขึ้นโดยการรับจ้างบุคคลอื่น ให้ผู้ว่าจ้างเป็นผู้มี ลิขสิทธิ์ในงานนั้น เว้นแต่ผู้สร้างสรรค์และผู้ว่าจ้างจะได้ตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่น
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)
พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 5
ข้อตกลงจำกัดสิทธิหรือเสรีภาพในการประกอบอาชีพการงาน หรือการทำนิติกรรมที่เกี่ยวกับการประกอบธุรกิจการค้าหรือวิชาชีพซึ่งไม่เป็นโมฆะ แต่เป็นข้อตกลงที่ทำให้ผู้ถูกจำกัดสิทธิหรือเสรีภาพต้องรับภาระมากกว่าที่จะพึงคาดหมายได้ตามปกติ ให้มีผลบังคับได้เพียงเท่าที่เป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณีเท่านั้น
พระราชบัญญัติ ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540