สัญญาร่วมสร้างคอนเทนต์และแบ่งรายได้ ต้องมีอะไรบ้าง

ตอบสั้น

สัญญาระหว่างครีเอเตอร์สองฝ่ายที่ผลิตคอนเทนต์ร่วมกันลงช่องเดียวกันและแบ่งรายได้ที่เกิดขึ้น โดยแต่ละฝ่ายยังเป็นอิสระต่อกันทางภาษีและความรับผิด · งานที่สร้างร่วมกันจนแยกส่วนของแต่ละคนไม่ได้ เป็นงานที่มีผู้สร้างสรรค์ร่วมตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ม.4 ซึ่งโดยหลักต้องใช้สิทธิร่วมกัน

ข้อเท็จจริงที่อ้างอิงได้
ใช้เมื่อใช้เมื่อสองคนทำช่อง YouTube พอดแคสต์ หรือเพจร่วมกันและแบ่งรายได้
อากรแสตมป์สัญญาร่วมผลิตและแบ่งรายได้แบบนี้ไม่มีในบัญชีอัตราอากรแสตมป์ จึงไม่ต้องปิดอากร ตราบที่ต่างฝ่ายต่างเป็นตัวการของตนเอง ไม่ได้นำทรัพย์สินมาลงเป็นกองกลาง และไม่ได้แบ่งกำไรขาดทุนของกิจการร่วมกัน ข้อยกเว้นที่ต้องระวัง — ถ้าข้อเท็จจริงกลายเป็นการตกลงเข้ากันเพื่อกระทำกิจการร่วมกันด้วยประสงค์จะแบ่งปันกำไร เอกสารนั้นอาจเข้าลักษณะ 27 จัดตั้งห้างหุ้นส่วน ซึ่งต้องปิดอากร 100 บาท และตามมาด้วยความรับผิดไม่จำกัดของทุกคน ให้ดูเนื้อหาจริงไม่ใช่ชื่อเอกสาร ส่วนใบรับเงินไม่ต้องปิดอากร เพราะลักษณะ 28 คลุมเฉพาะใบรับรางวัลสลากกินแบ่งของรัฐบาล ใบรับการโอนอสังหาริมทรัพย์ และใบรับการขายหรือโอนยานพาหนะที่จดทะเบียน ถ้าฝ่ายหนึ่งจ้างอีกฝ่ายผลิตงานเป็นชิ้นโดยจ่ายค่าจ้าง ส่วนนั้นเป็นจ้างทำของ ลักษณะ 4 ต้องปิดอากร 1 บาทต่อทุก 1,000 บาทของสินจ้าง — แต่ถ้าเป็นเช่นนั้น ควรใช้สัญญาจ้างแทนสัญญาฉบับนี้ ตราสารที่ต้องเสียอากรแต่ปิดไม่บริบูรณ์ ใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนกว่าจะเสียอากรและเงินเพิ่มตามประมวลรัษฎากร มาตรา 118
ภาษีจุดที่ทำผิดกันมากที่สุดของสัญญาประเภทนี้ — รายได้จากแพลตฟอร์มเข้าบัญชีคนเดียว คนนั้นเป็นผู้มีเงินได้ ทั้งจำนวน ในทางภาษี ไม่ใช่ครึ่งเดียวตามที่ตกลงกันเอง การโอนส่วนแบ่งให้อีกฝ่ายเป็นรายการจ่ายอีกทอดหนึ่งที่ต้องมีเอกสารรองรับ ไม่งั้นฝ่ายที่รับเงินจากแพลตฟอร์มจะถูกประเมินภาษีจากยอดเต็มโดยหักอะไรไม่ได้ สิ่งที่ต้องตกลงกับผู้ทำบัญชีก่อนจ่ายงวดแรก คือ ส่วนแบ่งที่โอนให้อีกฝ่ายเป็นเงินได้ประเภทใด ซึ่งขึ้นกับข้อเท็จจริงว่าอีกฝ่ายทำอะไร ถ้าเป็นค่าตอบแทนการใช้ลิขสิทธิ์ในงานของอีกฝ่าย เป็นค่าสิทธิตามมาตรา 40(3) นิติบุคคลผู้จ่ายหักร้อยละ 3 ตาม ท.ป.4/2528 ข้อ 3/2 ถ้าเป็นค่าจ้างผลิตหรือค่าบริการ เป็นเงินได้ตามมาตรา 40(8) หักร้อยละ 3 ตามข้อ 8 หรือข้อ 12/1 แล้วแต่ลักษณะ ถ้าผู้จ่ายเป็นบุคคลธรรมดา ไม่มีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่ายในกรณีทั่วไป แต่ผู้รับยังต้องนำไปยื่นแบบเอง อีกเรื่องที่มักตกหล่น — สองคนที่หารายได้ร่วมกันโดยไม่ได้จดทะเบียนนิติบุคคล อาจเข้าลักษณะคณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคล ซึ่งมีหน้าที่ยื่นแบบในนามคณะบุคคลต่างหากจากภาษีส่วนตัวของแต่ละคน ข้อ 7 ของสัญญาจึงเขียนกันไว้ว่าไม่เปิดบัญชีร่วมและไม่แบ่งกำไรขาดทุน แต่ถ้ารูปแบบจริงเข้าข่าย ต้องให้ผู้ทำบัญชีตรวจ หากฝ่ายใดจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ต้องเรียกเก็บและออกใบกำกับภาษีสำหรับส่วนที่เป็นการให้บริการตามกฎหมาย
แบบที่กฎหมายกำหนดสัญญาแบบนี้ไม่ต้องจดทะเบียนและไม่มีแบบบังคับ สิ่งที่ต้องทำแทนคือ เก็บหลักฐานให้ครบตั้งแต่วันแรก เพราะเมื่อแยกทางกัน สิ่งที่พิสูจน์ยากที่สุดคือใครทำอะไรและตกลงแบ่งกันอย่างไร ภาพหน้าจอข้อตกลงและรายงานรายได้ทุกงวด ไม่ใช่เก็บเฉพาะยอดโอน บันทึกว่าใครเป็นคนสร้างบัญชี ใช้อีเมลอะไร เบอร์อะไรผูกไว้ และใครถือรหัสสำรอง ไฟล์ต้นฉบับของแต่ละฝ่าย แยกโฟลเดอร์ให้เห็นว่าวัสดุเดิมของใครคือของใคร เรื่องบัญชีช่องต้องเข้าใจข้อจำกัด — เงื่อนไขของแพลตฟอร์มส่วนใหญ่ห้ามโอนหรือแบ่งบัญชีผู้ใช้ ข้อ 2 ของสัญญาจึงผูกพันกันเองเท่านั้น ถ้าฝ่ายที่ถือบัญชีถอนสิทธิอีกฝ่ายออก แพลตฟอร์มจะไม่เข้ามาช่วย ทางแก้คือฟ้องกันตามสัญญา ซึ่งช้าและได้เป็นเงิน ไม่ได้ช่องคืน จึงควรเลือกฝ่ายที่ถือบัญชีอย่างรอบคอบตั้งแต่ต้น
มาตราที่อ้างพ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 ม.4 (ผู้สร้างสรรค์ร่วม), 6, 8, 9, 10, 11, 15, 17, 18; ป.พ.พ. ม.204, 224, 383, 387, 391, 420, 423, 1012, 1025; พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ.2540 ม.4, 5, 8; พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 ม.19, 24, 37; ประมวลรัษฎากร ม.40(2), 40(3), 40(8), 118 และบัญชีอัตราอากรแสตมป์ ลักษณะ 27 (จัดตั้งห้างหุ้นส่วน) กับ 28; คำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 3/2, 8, 12/1
ค่าใช้แบบฟอร์มบนเว็บนี้349 บาท

ใช้สัญญาฉบับนี้เมื่อไร

  • ใช้เมื่อสองคนทำช่อง YouTube พอดแคสต์ หรือเพจร่วมกันและแบ่งรายได้
  • ใช้เมื่อคนหนึ่งออกหน้ากล้อง อีกคนถ่ายและตัดต่อ แล้วแบ่งรายได้กัน
  • ใช้เมื่อต้องตกลงว่าบัญชีช่องเป็นของใครและใครมีสิทธิแอดมิน
  • ใช้เมื่อต้องกำหนดล่วงหน้าว่าถ้าแยกทางแล้วคลิปเก่าและรายได้เก่าจะเป็นอย่างไร

จุดที่พลาดบ่อยและต้องระวัง

  • งานที่สร้างร่วมกันจนแยกส่วนของแต่ละคนไม่ได้ เป็นงานที่มีผู้สร้างสรรค์ร่วมตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ม.4 ซึ่งโดยหลักต้องใช้สิทธิร่วมกัน
  • อย่าเปิดบัญชีรับเงินร่วมหรือแบ่งกำไรขาดทุน เพราะอาจกลายเป็นห้างหุ้นส่วนสามัญที่หุ้นส่วนทุกคนรับผิดในหนี้ทั้งปวงโดยไม่จำกัดตาม ป.พ.พ. ม.1012 และ ม.1025
  • รายได้แพลตฟอร์มเข้าบัญชีคนเดียว คนนั้นเป็นผู้มีเงินได้ทั้งจำนวนในทางภาษี ต้องวางวิธีออกเอกสารให้ถูกตั้งแต่ต้น
  • ระบุให้ชัดว่านับรายได้จากอะไรบ้าง ทั้งโฆษณา สปอนเซอร์ สินค้า ทิป และค่าลิขสิทธิ์จากการนำคลิปไปใช้ซ้ำ
  • เงื่อนไขแพลตฟอร์มมักห้ามโอนหรือแบ่งบัญชี ข้อตกลงเรื่องแอดมินจึงผูกพันกันเองเท่านั้น ไม่ผูกพันแพลตฟอร์ม
  • ผู้สร้างสรรค์ยังมีสิทธิแสดงชื่อและห้ามการบิดเบือนที่ทำลายชื่อเสียงตาม ม.18 แม้ตกลงเรื่องลิขสิทธิ์ไว้แล้ว

กรณีที่ไม่ควรใช้ฉบับนี้

  • ไม่เหมาะเมื่อฝ่ายหนึ่งจ้างอีกฝ่ายผลิตงานและจ่ายค่าจ้าง ให้ใช้ สัญญาจ้างตัดต่อวิดีโอ หรือ สัญญาจ้าง UGC Creator ตามลักษณะงาน
  • ไม่เหมาะเมื่อสองแบรนด์ร่วมทำแคมเปญการตลาดที่มีวันเริ่มวันจบ ให้ใช้ สัญญาร่วมแคมเปญระหว่างแบรนด์
  • ไม่เหมาะเมื่อจะลงทุนร่วมกันเป็นกิจการต่อเนื่อง มีทรัพย์สินร่วม และแบ่งกำไรขาดทุน ควรใช้สัญญาร่วมทุนหรือจดทะเบียนนิติบุคคลหลังตรวจโครงสร้างภาษีและความรับผิดแล้ว

อากรแสตมป์

สัญญาร่วมผลิตและแบ่งรายได้แบบนี้ไม่มีในบัญชีอัตราอากรแสตมป์ จึงไม่ต้องปิดอากร ตราบที่ต่างฝ่ายต่างเป็นตัวการของตนเอง ไม่ได้นำทรัพย์สินมาลงเป็นกองกลาง และไม่ได้แบ่งกำไรขาดทุนของกิจการร่วมกัน

ข้อยกเว้นที่ต้องระวัง — ถ้าข้อเท็จจริงกลายเป็นการตกลงเข้ากันเพื่อกระทำกิจการร่วมกันด้วยประสงค์จะแบ่งปันกำไร เอกสารนั้นอาจเข้าลักษณะ 27 จัดตั้งห้างหุ้นส่วน ซึ่งต้องปิดอากร 100 บาท และตามมาด้วยความรับผิดไม่จำกัดของทุกคน ให้ดูเนื้อหาจริงไม่ใช่ชื่อเอกสาร ส่วนใบรับเงินไม่ต้องปิดอากร เพราะลักษณะ 28 คลุมเฉพาะใบรับรางวัลสลากกินแบ่งของรัฐบาล ใบรับการโอนอสังหาริมทรัพย์ และใบรับการขายหรือโอนยานพาหนะที่จดทะเบียน

ถ้าฝ่ายหนึ่งจ้างอีกฝ่ายผลิตงานเป็นชิ้นโดยจ่ายค่าจ้าง ส่วนนั้นเป็นจ้างทำของ ลักษณะ 4 ต้องปิดอากร 1 บาทต่อทุก 1,000 บาทของสินจ้าง — แต่ถ้าเป็นเช่นนั้น ควรใช้สัญญาจ้างแทนสัญญาฉบับนี้

ตราสารที่ต้องเสียอากรแต่ปิดไม่บริบูรณ์ ใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนกว่าจะเสียอากรและเงินเพิ่มตามประมวลรัษฎากร มาตรา 118

การจดทะเบียน / แบบที่กฎหมายกำหนด

สัญญาแบบนี้ไม่ต้องจดทะเบียนและไม่มีแบบบังคับ สิ่งที่ต้องทำแทนคือ เก็บหลักฐานให้ครบตั้งแต่วันแรก เพราะเมื่อแยกทางกัน สิ่งที่พิสูจน์ยากที่สุดคือใครทำอะไรและตกลงแบ่งกันอย่างไร

  • ภาพหน้าจอข้อตกลงและรายงานรายได้ทุกงวด ไม่ใช่เก็บเฉพาะยอดโอน
  • บันทึกว่าใครเป็นคนสร้างบัญชี ใช้อีเมลอะไร เบอร์อะไรผูกไว้ และใครถือรหัสสำรอง
  • ไฟล์ต้นฉบับของแต่ละฝ่าย แยกโฟลเดอร์ให้เห็นว่าวัสดุเดิมของใครคือของใคร

เรื่องบัญชีช่องต้องเข้าใจข้อจำกัด — เงื่อนไขของแพลตฟอร์มส่วนใหญ่ห้ามโอนหรือแบ่งบัญชีผู้ใช้ ข้อ 2 ของสัญญาจึงผูกพันกันเองเท่านั้น ถ้าฝ่ายที่ถือบัญชีถอนสิทธิอีกฝ่ายออก แพลตฟอร์มจะไม่เข้ามาช่วย ทางแก้คือฟ้องกันตามสัญญา ซึ่งช้าและได้เป็นเงิน ไม่ได้ช่องคืน จึงควรเลือกฝ่ายที่ถือบัญชีอย่างรอบคอบตั้งแต่ต้น

ภาษี

จุดที่ทำผิดกันมากที่สุดของสัญญาประเภทนี้ — รายได้จากแพลตฟอร์มเข้าบัญชีคนเดียว คนนั้นเป็นผู้มีเงินได้ ทั้งจำนวน ในทางภาษี ไม่ใช่ครึ่งเดียวตามที่ตกลงกันเอง การโอนส่วนแบ่งให้อีกฝ่ายเป็นรายการจ่ายอีกทอดหนึ่งที่ต้องมีเอกสารรองรับ ไม่งั้นฝ่ายที่รับเงินจากแพลตฟอร์มจะถูกประเมินภาษีจากยอดเต็มโดยหักอะไรไม่ได้

สิ่งที่ต้องตกลงกับผู้ทำบัญชีก่อนจ่ายงวดแรก คือ ส่วนแบ่งที่โอนให้อีกฝ่ายเป็นเงินได้ประเภทใด ซึ่งขึ้นกับข้อเท็จจริงว่าอีกฝ่ายทำอะไร

  • ถ้าเป็นค่าตอบแทนการใช้ลิขสิทธิ์ในงานของอีกฝ่าย เป็นค่าสิทธิตามมาตรา 40(3) นิติบุคคลผู้จ่ายหักร้อยละ 3 ตาม ท.ป.4/2528 ข้อ 3/2
  • ถ้าเป็นค่าจ้างผลิตหรือค่าบริการ เป็นเงินได้ตามมาตรา 40(8) หักร้อยละ 3 ตามข้อ 8 หรือข้อ 12/1 แล้วแต่ลักษณะ
  • ถ้าผู้จ่ายเป็นบุคคลธรรมดา ไม่มีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่ายในกรณีทั่วไป แต่ผู้รับยังต้องนำไปยื่นแบบเอง

อีกเรื่องที่มักตกหล่น — สองคนที่หารายได้ร่วมกันโดยไม่ได้จดทะเบียนนิติบุคคล อาจเข้าลักษณะคณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคล ซึ่งมีหน้าที่ยื่นแบบในนามคณะบุคคลต่างหากจากภาษีส่วนตัวของแต่ละคน ข้อ 7 ของสัญญาจึงเขียนกันไว้ว่าไม่เปิดบัญชีร่วมและไม่แบ่งกำไรขาดทุน แต่ถ้ารูปแบบจริงเข้าข่าย ต้องให้ผู้ทำบัญชีตรวจ

หากฝ่ายใดจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ต้องเรียกเก็บและออกใบกำกับภาษีสำหรับส่วนที่เป็นการให้บริการตามกฎหมาย

ลิขสิทธิ์ในงานที่ทำด้วยกัน — กฎตั้งต้นที่คนส่วนใหญ่ไม่รู้

งานที่สองคนร่วมกันสร้างสรรค์จนแยกไม่ออกว่าส่วนไหนของใคร เป็นงานที่มี ผู้สร้างสรรค์ร่วม ตามกฎหมายลิขสิทธิ์ ผลคือโดยหลักแล้ว คนใดคนหนึ่งเอาไปใช้ฝ่ายเดียวไม่ได้ ต้องใช้สิทธิร่วมกัน ซึ่งฟังดูยุติธรรมแต่ในทางปฏิบัติแปลว่าถ้าทะเลาะกัน ทั้งสองคนติดล็อกพร้อมกัน ใครก็เอาคลังคอนเทนต์ไปทำอะไรไม่ได้เลย

สัญญาฉบับนี้จึงให้เลือกตั้งแต่ต้นว่าลิขสิทธิ์เป็นของร่วมกันหรือของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แล้ววางกลไกสามชั้นไว้กันการล็อกกันเอง

  1. ข้อ 3.3 ขออนุญาตใช้นอกช่องทางได้ และอีกฝ่าย ปฏิเสธโดยไม่มีเหตุอันสมควรไม่ได้ พร้อมกำหนดวันต้องตอบ
  2. ข้อ 3.5 แต่ละฝ่ายใช้ภาพ เสียง และชื่อของตนเองได้เสมอ ไม่ต้องขอใคร — คนออกกล้องไม่ควรต้องขออนุญาตเพื่อเอาคลิปตัวเองไปลงพอร์ต
  3. ข้อ 11.1 เมื่อแยกทาง คลิปเก่าไม่ถูกลบ และยังแบ่งรายได้ตามเดิมต่อไป เพราะเป็นทรัพย์สินที่ทั้งคู่สร้างมาด้วยกัน ไม่ใช่สิ่งที่ฝ่ายถือบัญชีจะเก็บเข้ากระเป๋าคนเดียว

และไม่ว่าจะตกลงกันอย่างไร ธรรมสิทธิ์ยังติดตัวผู้สร้างสรรค์เสมอ คือสิทธิแสดงว่าตนเป็นผู้สร้างสรรค์ และสิทธิห้ามการบิดเบือนจนเสียชื่อเสียง ขายกันไม่ได้และสละได้เฉพาะเป็นหนังสือ

ความเสี่ยงที่ใหญ่ที่สุดคือกลายเป็นห้างหุ้นส่วนโดยไม่ตั้งใจ

การเขียนว่า "ไม่เป็นห้างหุ้นส่วน" ไม่ผูกพันเจ้าหนี้หรือบุคคลภายนอก ศาลดูพฤติการณ์จริงว่าตกลงเข้ากันเพื่อกระทำกิจการร่วมกันด้วยประสงค์จะแบ่งปันกำไรหรือไม่ ถ้าใช่ ถือเป็นห้างหุ้นส่วนสามัญ และผู้เป็นหุ้นส่วนทุกคนรับผิดร่วมกันในหนี้ทั้งปวงโดยไม่จำกัดจำนวน แปลว่าถ้าอีกฝ่ายไปก่อหนี้ในนามโครงการ เจ้าหนี้อาจมาเรียกเอาจากคุณเต็มจำนวน

สามอย่างที่ทำให้เสี่ยงที่สุด และข้อ 7.1 ห้ามไว้แล้ว คือ เปิดบัญชีรับเงินร่วม · นำทรัพย์สินมาลงเป็นกองกลาง · แบ่งกำไรขาดทุนของกิจการ สัญญาฉบับนี้จึงออกแบบให้เงินเข้าบัญชีฝ่ายเดียวแล้วโอนส่วนแบ่ง ซึ่งเป็นการแบ่ง รายได้ ไม่ใช่แบ่งกำไรขาดทุน ถ้าโครงการโตจนต้องมีทรัพย์สินร่วม ให้ไปจดทะเบียนนิติบุคคล ไม่ใช่แก้สัญญาฉบับนี้เอง

ข้อที่ครีเอเตอร์ที่ทำช่องร่วมกันพลาดบ่อย

  • ไม่คุยเรื่องบัญชีช่องตั้งแต่วันแรก — ข้อพิพาทอันดับหนึ่ง ตอนเริ่มทุกคนสนิทกัน ใครสร้างบัญชีก็ใช้อีเมลคนนั้น พอแยกทางกลายเป็นว่าอีกฝ่ายไม่มีอะไรเลย ข้อ 2.2 จึงห้ามถอนสิทธิอีกฝ่ายและห้ามเปลี่ยนอีเมลกู้คืนฝ่ายเดียว
  • นิยามรายได้แคบเกินไป — เขียนแค่ "รายได้โฆษณา" แล้วสปอนเซอร์ที่จ่ายตรงเข้ากระเป๋าคนเดียวไม่ต้องแบ่ง ข้อ 5.1 จึงไล่ทุกช่องทางตั้งแต่โฆษณา สปอนเซอร์ สมาชิก ทิป จนถึงสินค้า
  • แบ่งจากยอดก่อนหักค่าธรรมเนียม — ยอดที่เห็นในหลังบ้านกับยอดที่เข้าบัญชีจริงไม่เท่ากัน ข้อ 5.1 นับเฉพาะเงินที่ได้รับจริง
  • ลืมกรณีแพลตฟอร์มเรียกเงินคืน — เกิดขึ้นจริงเมื่อคลิปถูกตรวจพบว่าผิดกติกาย้อนหลัง ข้อ 5.5 บอกว่าปรับยอดงวดถัดไป และถ้าเกิดจากความผิดของใคร คนนั้นรับไปเต็ม
  • ลบคลิปเก่าตอนโกรธกัน — ข้อ 11.1 ต้องได้รับความยินยอมทั้งสองฝ่าย เพราะเป็นทั้งทรัพย์สินร่วมและแหล่งรายได้ที่ยังวิ่งอยู่
  • ห้ามอีกฝ่ายทำคอนเทนต์ต่อทั้งหมด — ข้อห้ามที่กว้างจนปิดอาชีพ ศาลบังคับให้ไม่ได้ ข้อ 11.4 จึงจำกัดเฉพาะการใช้ชื่อโครงการ รูปแบบรายการที่จำได้ และคลังคอนเทนต์ร่วม ไม่ห้ามทำหัวข้อเดียวกันด้วยรูปแบบของตัวเอง
  • ไม่เขียนวิธีซื้อส่วนของอีกฝ่าย — เมื่อคนหนึ่งอยากไปต่อและอีกคนอยากออก ถ้าไม่มีกลไกราคาไว้ก่อน จะตกลงกันไม่ได้เลย สวิตช์ในข้อ 11.3 มีไว้สำหรับกรณีนี้

เอกสารแนบท้ายสัญญา

  • ตารางหน้าที่ของแต่ละฝ่ายตาม … พร้อมปฏิทินเผยแพร่และผู้รับผิดชอบรายคลิป
  • รายการบัญชีและแพลตฟอร์ม … พร้อมอีเมลหลัก อีเมลกู้คืน เบอร์ที่ผูกไว้ และผู้ถือรหัสสำรองตาม …
  • รายการวัสดุเดิมของแต่ละฝ่าย … พร้อมหลักฐานความเป็นเจ้าของ
  • นิยามรายได้ … และแบบรายงานกระทบยอดที่ใช้ร่วมกันทุกงวด
  • รายการค่าใช้จ่ายที่หักก่อนแบ่งตาม … พร้อมวงเงินที่ต้องขออนุมัติล่วงหน้า
  • วิธีคิดราคาซื้อส่วนของอีกฝ่ายตาม … พร้อมตัวอย่างการคำนวณบันทึกว่าคู่สัญญายังไม่ตกลงกลไกซื้อส่วนของกัน หากต้องการให้มี ต้องทำเป็นหนังสือเพิ่มเติม

วันลงนาม

ทำสองฉบับข้อความตรงกัน ลงลายมือชื่อทั้งสองฝ่าย ลงชื่อกำกับทุกหน้าและเอกสารแนบ ตรวจอำนาจลงนามของฝ่ายที่เป็นนิติบุคคล

ทำสามอย่างนี้ในวันเดียวกับที่เซ็น — ถ่ายภาพหน้าจอการตั้งค่าสิทธิแอดมินของทุกแพลตฟอร์มเก็บไว้กับสัญญา · ตกลงกับผู้ทำบัญชีว่าส่วนแบ่งที่โอนให้กันเป็นเงินได้ประเภทใดและต้องออกเอกสารอะไร · และเปิดโฟลเดอร์กลางแยกวัสดุเดิมของแต่ละฝ่ายออกจากงานที่ทำร่วมกัน เพราะสามอย่างนี้คือสิ่งที่ย้อนกลับไปทำทีหลังไม่ได้

ผู้เขียนและผู้ตรวจทาน

เขียนและตรวจทานโดย ภูวรา ครอบตะคุ ทนายความ (ใบอนุญาต 477/2558) · เนติบัณฑิตไทย · น.ม. กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาและสารสนเทศ — การเลือกประเด็น การจัดหมวด และคำอธิบายในบทความนี้เป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ของผู้เขียน ส่วนตัวบทกฎหมายที่ยกมาไม่มีลิขสิทธิ์และตรวจกับราชกิจจานุเบกษาได้เสมอ · ทะเบียนบทความ OKC-0B866C · หากนำไปใช้ต่อ โปรดระบุชื่อผู้เขียนและลิงก์ต้นฉบับ

มีแบบฟอร์มฉบับนี้ให้กรอกออนไลน์แล้วกรอกไม่กี่นาที ดูตัวอย่างเต็มฉบับก่อนจ่าย ได้ไฟล์ PDF พร้อมพิมพ์
เปิดแบบฟอร์ม · 349 บาท

คำถามที่พบบ่อย

สัญญาร่วมสร้างคอนเทนต์และแบ่งรายได้ ต้องติดอากรแสตมป์ไหม

สัญญาร่วมผลิตและแบ่งรายได้แบบนี้ไม่มีในบัญชีอัตราอากรแสตมป์ จึงไม่ต้องปิดอากร ตราบที่ต่างฝ่ายต่างเป็นตัวการของตนเอง ไม่ได้นำทรัพย์สินมาลงเป็นกองกลาง และไม่ได้แบ่งกำไรขาดทุนของกิจการร่วมกัน ข้อยกเว้นที่ต้องระวัง — ถ้าข้อเท็จจริงกลายเป็นการตกลงเข้ากันเพื่อกระทำกิจการร่วมกันด้วยประสงค์จะแบ่งปันกำไร เอกสารนั้นอาจเข้าลักษณะ 27 จัดตั้งห้างหุ้นส่วน ซึ่งต้องปิดอากร 100 บาท และตามมาด้วยความรับผิดไม่จำกัดของทุกคน ให้ดูเนื้อหาจริงไม่ใช่ชื่อเอกสาร ส่วนใบรับเงินไม่ต้องปิดอากร เพราะลักษณะ 28 คลุมเฉพาะใบรับรางวัลสลากกินแบ่งของรัฐบาล ใบรับการโอนอสังหาริมทรัพย์ และใบรับการขายหรือโอนยานพาหนะที่จดทะเบียน ถ้าฝ่ายหนึ่งจ้างอีกฝ่ายผลิตงานเป็นชิ้นโดยจ่ายค่าจ้าง ส่วนนั้นเป็นจ้างทำของ ลักษณะ 4 ต้องปิดอากร 1 บาทต่อทุก 1,000 บาทของสินจ้าง — แต่ถ้าเป็นเช่นนั้น ควรใช้สัญญาจ้างแทนสัญญาฉบับนี้ ตราสารที่ต้องเสียอากรแต่ปิดไม่บริบูรณ์ ใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนกว่าจะเสียอากรและเงินเพิ่มตามประมวลรัษฎากร มาตรา 118

สัญญาร่วมสร้างคอนเทนต์และแบ่งรายได้ เสียภาษีอะไรบ้าง

จุดที่ทำผิดกันมากที่สุดของสัญญาประเภทนี้ — รายได้จากแพลตฟอร์มเข้าบัญชีคนเดียว คนนั้นเป็นผู้มีเงินได้ ทั้งจำนวน ในทางภาษี ไม่ใช่ครึ่งเดียวตามที่ตกลงกันเอง การโอนส่วนแบ่งให้อีกฝ่ายเป็นรายการจ่ายอีกทอดหนึ่งที่ต้องมีเอกสารรองรับ ไม่งั้นฝ่ายที่รับเงินจากแพลตฟอร์มจะถูกประเมินภาษีจากยอดเต็มโดยหักอะไรไม่ได้ สิ่งที่ต้องตกลงกับผู้ทำบัญชีก่อนจ่ายงวดแรก คือ ส่วนแบ่งที่โอนให้อีกฝ่ายเป็นเงินได้ประเภทใด ซึ่งขึ้นกับข้อเท็จจริงว่าอีกฝ่ายทำอะไร ถ้าเป็นค่าตอบแทนการใช้ลิขสิทธิ์ในงานของอีกฝ่าย เป็นค่าสิทธิตามมาตรา 40(3) นิติบุคคลผู้จ่ายหักร้อยละ 3 ตาม ท.ป.4/2528 ข้อ 3/2 ถ้าเป็นค่าจ้างผลิตหรือค่าบริการ เป็นเงินได้ตามมาตรา 40(8) หักร้อยละ 3 ตามข้อ 8 หรือข้อ 12/1 แล้วแต่ลักษณะ ถ้าผู้จ่ายเป็นบุคคลธรรมดา ไม่มีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่ายในกรณีทั่วไป แต่ผู้รับยังต้องนำไปยื่นแบบเอง อีกเรื่องที่มักตกหล่น — สองคนที่หารายได้ร่วมกันโดยไม่ได้จดทะเบียนนิติบุคคล อาจเข้าลักษณะคณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคล ซึ่งมีหน้าที่ยื่นแบบในนามคณะบุคคลต่างหากจากภาษีส่วนตัวของแต่ละคน ข้อ 7 ของสัญญาจึงเขียนกันไว้ว่าไม่เปิดบัญชีร่วมและไม่แบ่งกำไรขาดทุน แต่ถ้ารูปแบบจริงเข้าข่าย ต้องให้ผู้ทำบัญชีตรวจ หากฝ่ายใดจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ต้องเรียกเก็บและออกใบกำกับภาษีสำหรับส่วนที่เป็นการให้บริการตามกฎหมาย

ใช้สัญญาร่วมสร้างคอนเทนต์และแบ่งรายได้ตอนไหน

ใช้เมื่อสองคนทำช่อง YouTube พอดแคสต์ หรือเพจร่วมกันและแบ่งรายได้ · ใช้เมื่อคนหนึ่งออกหน้ากล้อง อีกคนถ่ายและตัดต่อ แล้วแบ่งรายได้กัน · ใช้เมื่อต้องตกลงว่าบัญชีช่องเป็นของใครและใครมีสิทธิแอดมิน · ใช้เมื่อต้องกำหนดล่วงหน้าว่าถ้าแยกทางแล้วคลิปเก่าและรายได้เก่าจะเป็นอย่างไร

ทำสัญญาร่วมสร้างคอนเทนต์และแบ่งรายได้ต้องระวังอะไร

งานที่สร้างร่วมกันจนแยกส่วนของแต่ละคนไม่ได้ เป็นงานที่มีผู้สร้างสรรค์ร่วมตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ม.4 ซึ่งโดยหลักต้องใช้สิทธิร่วมกัน · อย่าเปิดบัญชีรับเงินร่วมหรือแบ่งกำไรขาดทุน เพราะอาจกลายเป็นห้างหุ้นส่วนสามัญที่หุ้นส่วนทุกคนรับผิดในหนี้ทั้งปวงโดยไม่จำกัดตาม ป.พ.พ. ม.1012 และ ม.1025 · รายได้แพลตฟอร์มเข้าบัญชีคนเดียว คนนั้นเป็นผู้มีเงินได้ทั้งจำนวนในทางภาษี ต้องวางวิธีออกเอกสารให้ถูกตั้งแต่ต้น · ระบุให้ชัดว่านับรายได้จากอะไรบ้าง ทั้งโฆษณา สปอนเซอร์ สินค้า ทิป และค่าลิขสิทธิ์จากการนำคลิปไปใช้ซ้ำ · เงื่อนไขแพลตฟอร์มมักห้ามโอนหรือแบ่งบัญชี ข้อตกลงเรื่องแอดมินจึงผูกพันกันเองเท่านั้น ไม่ผูกพันแพลตฟอร์ม · ผู้สร้างสรรค์ยังมีสิทธิแสดงชื่อและห้ามการบิดเบือนที่ทำลายชื่อเสียงตาม ม.18 แม้ตกลงเรื่องลิขสิทธิ์ไว้แล้ว

กรณีไหนที่ไม่ควรใช้สัญญาร่วมสร้างคอนเทนต์และแบ่งรายได้

ไม่เหมาะเมื่อฝ่ายหนึ่งจ้างอีกฝ่ายผลิตงานและจ่ายค่าจ้าง ให้ใช้ สัญญาจ้างตัดต่อวิดีโอ หรือ สัญญาจ้าง UGC Creator ตามลักษณะงาน · ไม่เหมาะเมื่อสองแบรนด์ร่วมทำแคมเปญการตลาดที่มีวันเริ่มวันจบ ให้ใช้ สัญญาร่วมแคมเปญระหว่างแบรนด์ · ไม่เหมาะเมื่อจะลงทุนร่วมกันเป็นกิจการต่อเนื่อง มีทรัพย์สินร่วม และแบ่งกำไรขาดทุน ควรใช้สัญญาร่วมทุนหรือจดทะเบียนนิติบุคคลหลังตรวจโครงสร้างภาษีและความรับผิดแล้ว

สัญญาร่วมสร้างคอนเทนต์และแบ่งรายได้ ต้องจดทะเบียนหรือทำตามแบบที่กฎหมายกำหนดไหม

สัญญาแบบนี้ไม่ต้องจดทะเบียนและไม่มีแบบบังคับ สิ่งที่ต้องทำแทนคือ เก็บหลักฐานให้ครบตั้งแต่วันแรก เพราะเมื่อแยกทางกัน สิ่งที่พิสูจน์ยากที่สุดคือใครทำอะไรและตกลงแบ่งกันอย่างไร ภาพหน้าจอข้อตกลงและรายงานรายได้ทุกงวด ไม่ใช่เก็บเฉพาะยอดโอน บันทึกว่าใครเป็นคนสร้างบัญชี ใช้อีเมลอะไร เบอร์อะไรผูกไว้ และใครถือรหัสสำรอง ไฟล์ต้นฉบับของแต่ละฝ่าย แยกโฟลเดอร์ให้เห็นว่าวัสดุเดิมของใครคือของใคร เรื่องบัญชีช่องต้องเข้าใจข้อจำกัด — เงื่อนไขของแพลตฟอร์มส่วนใหญ่ห้ามโอนหรือแบ่งบัญชีผู้ใช้ ข้อ 2 ของสัญญาจึงผูกพันกันเองเท่านั้น ถ้าฝ่ายที่ถือบัญชีถอนสิทธิอีกฝ่ายออก แพลตฟอร์มจะไม่เข้ามาช่วย ทางแก้คือฟ้องกันตามสัญญา ซึ่งช้าและได้เป็นเงิน ไม่ได้ช่องคืน จึงควรเลือกฝ่ายที่ถือบัญชีอย่างรอบคอบตั้งแต่ต้น

ลงนามสัญญาร่วมสร้างคอนเทนต์และแบ่งรายได้ต้องมีพยานไหม ทำกี่ฉบับ

ทำสองฉบับข้อความตรงกัน ลงลายมือชื่อทั้งสองฝ่าย ลงชื่อกำกับทุกหน้าและเอกสารแนบ ตรวจอำนาจลงนามของฝ่ายที่เป็นนิติบุคคล ทำสามอย่างนี้ในวันเดียวกับที่เซ็น — ถ่ายภาพหน้าจอการตั้งค่าสิทธิแอดมินของทุกแพลตฟอร์มเก็บไว้กับสัญญา · ตกลงกับผู้ทำบัญชีว่าส่วนแบ่งที่โอนให้กันเป็นเงินได้ประเภทใดและต้องออกเอกสารอะไร · และเปิดโฟลเดอร์กลางแยกวัสดุเดิมของแต่ละฝ่ายออกจากงานที่ทำร่วมกัน เพราะสามอย่างนี้คือสิ่งที่ย้อนกลับไปทำทีหลังไม่ได้

ทำสัญญาร่วมสร้างคอนเทนต์และแบ่งรายได้ต้องเตรียมเอกสารอะไรแนบท้าย

ตารางหน้าที่ของแต่ละฝ่ายตาม … พร้อมปฏิทินเผยแพร่และผู้รับผิดชอบรายคลิป รายการบัญชีและแพลตฟอร์ม … พร้อมอีเมลหลัก อีเมลกู้คืน เบอร์ที่ผูกไว้ และผู้ถือรหัสสำรองตาม … รายการวัสดุเดิมของแต่ละฝ่าย … พร้อมหลักฐานความเป็นเจ้าของ นิยามรายได้ … และแบบรายงานกระทบยอดที่ใช้ร่วมกันทุกงวด รายการค่าใช้จ่ายที่หักก่อนแบ่งตาม … พร้อมวงเงินที่ต้องขออนุมัติล่วงหน้า วิธีคิดราคาซื้อส่วนของอีกฝ่ายตาม … พร้อมตัวอย่างการคำนวณบันทึกว่าคู่สัญญายังไม่ตกลงกลไกซื้อส่วนของกัน หากต้องการให้มี ต้องทำเป็นหนังสือเพิ่มเติม

กฎหมายที่อ้างถึงในบทความนี้

ถ้อยคำด้านล่างคัดจากตัวบท 18 มาตรา — ใช้อ้างอิงได้ แต่หากต้องใช้ในชั้นศาล ควรตรวจกับราชกิจจานุเบกษาฉบับทางการอีกครั้ง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 204

ถ้าหนี้ถึงกำหนดชำระแล้ว และภายหลังแต่นั้นเจ้าหนี้ได้ให้คำเตือนลูกหนี้แล้ว ลูกหนี้ยังไม่ชำระหนี้ไซร้ ลูกหนี้ได้ชื่อว่าผิดนัดเพราะเขาเตือนแล้ว

ส่วนที่ 1 การไม่ชำระหนี้

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 224

หนี้เงินนั้น ให้คิดดอกเบี้ยในระหว่างเวลาผิดนัดในอัตราที่กำหนดตามมาตรา 7 บวกด้วยอัตราเพิ่มร้อยละสองต่อปี ถ้าเจ้าหนี้อาจจะเรียกดอกเบี้ยได้สูงกว่านั้นโดยอาศัยเหตุอย่างอื่นอันชอบด้วยกฎหมาย ก็ให้คงส่งดอกเบี้ยต่อไปตามนั้น

ส่วนที่ 1 การไม่ชำระหนี้

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 383

ถ้าเบี้ยปรับที่ริบนั้นสูงเกินส่วน ศาลจะลดลงเป็นจำนวนพอสมควรก็ได้ ในการที่จะวินิจฉัยว่าสมควรเพียงใดนั้น ท่านให้พิเคราะห์ถึงทางได้เสียของเจ้าหนี้ทุกอย่างอันชอบด้วยกฎหมาย ไม่ใช่แต่เพียงทางได้เสียในเชิงทรัพย์สิน เมื่อได้ใช้เงินตามเบี้ยปรับแล้ว สิทธิเรียกร้องขอลดก็เป็นอันขาดไป

หมวด 3 มัดจำและกำหนดเบี้ยปรับ

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 387

ถ้าคู่สัญญาฝ่ายหนึ่งไม่ชำระหนี้ อีกฝ่ายหนึ่งจะกำหนดระยะเวลาพอสมควร แล้วบอกกล่าวให้ฝ่ายนั้นชำระหนี้ภายในระยะเวลานั้นก็ได้ ถ้าและฝ่ายนั้นไม่ชำระหนี้ภายในระยะเวลาที่กำหนดให้ไซร้ อีกฝ่ายหนึ่งจะเลิกสัญญาเสียก็ได้

หมวด 4 เลิกสัญญา

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 391

เมื่อคู่สัญญาฝ่ายหนึ่งได้ใช้สิทธิเลิกสัญญาแล้ว คู่สัญญาแต่ละฝ่ายจำต้องให้อีกฝ่ายหนึ่งได้กลับคืนสู่ฐานะดังที่เป็นอยู่เดิม แต่ทั้งนี้จะให้เป็นที่เสื่อมเสียแก่สิทธิของบุคคลภายนอกหาได้ไม่

หมวด 4 เลิกสัญญา

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 420

ผู้ใดจงใจหรือประมาทเลินเล่อ ทำต่อบุคคลอื่นโดยผิดกฎหมายให้เขาเสียหายถึงแก่ชีวิตก็ดี แก่ร่างกายก็ดี อนามัยก็ดี เสรีภาพก็ดี ทรัพย์สินหรือสิทธิอย่างหนึ่งอย่างใดก็ดี ท่านว่าผู้นั้นทำละเมิดจำต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อการนั้น

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ — ลักษณะ 5 ละเมิด (มาตรา 420–437)

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 423

ผู้ใดกล่าวหรือไขข่าวแพร่หลายซึ่งข้อความอันฝ่าฝืนต่อความจริง เป็นที่เสียหายแก่ชื่อเสียงหรือเกียรติคุณของบุคคลอื่นก็ดี หรือเป็นที่เสียหายแก่ทางทำมาหาได้หรือทางเจริญของเขาโดยประการอื่นก็ดี ท่านว่าผู้นั้นจะต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่เขาเพื่อความเสียหายอย่างใด ๆ อันเกิดแต่การนั้น แม้ทั้งเมื่อตนมิได้รู้ว่าข้อความนั้นไม่จริง แต่หากควรจะรู้ได้ ผู้ใดส่งข่าวสารอันตนมิได้รู้ว่าเป็นความไม่จริง หากว่าตนเองหรือผู้รับข่าวสารนั้นมีทางได้เสียโดยชอบในการนั้นด้วยแล้ว ท่านว่าเพียงที่ส่งข่าวสารเช่นนั้นหาทำให้ผู้นั้นต้องรับผิดใช้ค่าสินไหมทดแทนไม่

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ — ลักษณะ 5 ละเมิด (มาตรา 420–437)

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1012

อันว่าสัญญาจัดตั้งห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทนั้น คือสัญญาซึ่งบุคคลตั้งแต่สองคนขึ้นไปตกลงเข้ากันเพื่อกระทำกิจการร่วมกัน ด้วยประสงค์จะแบ่งปันกำไรอันจะพึงได้แต่กิจการที่ทำนั้น

ห้างหุ้นส่วนและบริษัท — ป.พ.พ. ม.1012–1076

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1025

อันว่าห้างหุ้นส่วนสามัญนั้น คือห้างหุ้นส่วนประเภทซึ่งผู้เป็นหุ้นส่วนหมดทุกคนต้องรับผิดร่วมกันเพื่อหนี้ทั้งปวงของหุ้นส่วนโดยไม่มีจำกัด

ห้างหุ้นส่วนและบริษัท — ป.พ.พ. ม.1012–1076

พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 4

ข้อตกลงในสัญญาระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบธุรกิจการค้า หรือวิชาชีพ หรือในสัญญาสำเร็จรูป หรือในสัญญาขายฝากที่ทำให้ผู้ประกอบธุรกิจการค้า หรือวิชาชีพ หรือผู้กำหนดสัญญาสำเร็จรูป หรือผู้ซื้อฝากได้เปรียบคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งเกินสมควร เป็นข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม และให้มีผลบังคับได้เพียงเท่าที่เป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณีเท่านั้น

พระราชบัญญัติ ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540

พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 5

ข้อตกลงจำกัดสิทธิหรือเสรีภาพในการประกอบอาชีพการงาน หรือการทำนิติกรรมที่เกี่ยวกับการประกอบธุรกิจการค้าหรือวิชาชีพซึ่งไม่เป็นโมฆะ แต่เป็นข้อตกลงที่ทำให้ผู้ถูกจำกัดสิทธิหรือเสรีภาพต้องรับภาระมากกว่าที่จะพึงคาดหมายได้ตามปกติ ให้มีผลบังคับได้เพียงเท่าที่เป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณีเท่านั้น

พระราชบัญญัติ ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540

พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 8

ข้อตกลง ประกาศ หรือคำแจ้งความที่ได้ทำไว้ล่วงหน้า เพื่อยกเว้นหรือจำกัดความรับผิดเพื่อละเมิดหรือผิดสัญญาในความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย หรืออนามัยของผู้อื่น อันเกิดจากการกระทำโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่อของผู้ตกลง ผู้ประกาศ ผู้แจ้งความ หรือของบุคคลอื่นซึ่งผู้ตกลง ผู้ประกาศ หรือผู้แจ้งความต้องรับผิดด้วย จะนำมาอ้างเป็นข้อยกเว้นหรือจำกัดความรับผิดไม่ได้

พระราชบัญญัติ ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540

พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 19

ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลจะกระทำการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูล ส่วนบุคคลไม่ได้หากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลไม่ได้ให้ความยินยอมไว้ก่อนหรือในขณะนั้น เว้นแต่บทบัญญัติ แห่งพระราชบัญญัตินี้หรือกฎหมายอื่นบัญญัติให้กระทำได้ การขอความยินยอมต้องทำโดยชัดแจ้ง เป็นหนังสือหรือทำโดยผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ เว้นแต่ โดยสภาพไม่อาจขอความยินยอมด้วยวิธีการดังกล่าวได้ ในการขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลต้องแจ้ง วัตถุประสงค์ของการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลไปด้วย และการขอความยินยอมนั้น ต้องแยกส่วนออกจากข้อความอื่นอย่างชัดเจน มีแบบหรือข้อความที่เข้าถึงได้ง่ายและเข้าใจได้ รวมทั้ง ใช้ภาษาที่อ่านง่าย และไม่เป็นการหลอกลวงหรือทำให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเข้าใจผิดในวัตถุประสงค์ ดังกล่าว ทั้งนี้ คณะกรรมการจะให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ตามแบบและข้อความที่คณะกรรมการประกาศกำหนดก็ได้ ในการขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลต้องคำนึง อย่างถึงที่สุดในความเป็นอิสระของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลในการให้ความยินยอม ทั้งนี้ ในการเข้าทำสัญญา ซึ่งรวมถึงการให้บริการใด ๆ ต้องไม่มีเงื่อนไขในการให้ความยินยอมเพื่อเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผย ข้อมูลส่วนบุคคลที่ไม่มีความจำเป็นหรือเกี่ยวข้องสำหรับการเข้าทำสัญญาซึ่งรวมถึงการให้บริการนั้น ๆ เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลจะถอนความยินยอมเสียเมื่อใดก็ได้โดยจะต้องถอนความยินยอมได้ง่าย เช่นเดียวกับการให้ความยินยอม เว้นแต่มีข้อจำกัดสิทธิในการถอนความยินยอมโดยกฎหมายหรือ สัญญาที่ให้ประโยชน์แก่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ทั้งนี้ การถอนความยินยอมย่อมไม่ส่งผลกระทบต่อ การเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้ให้ความยินยอมไปแล้ว โดยชอบตามที่กำหนดไว้ในหมวดนี้ ในกรณีที่การถอนความยินยอมส่งผลกระทบต่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลในเรื่องใด ผู้ควบคุม ข้อมูลส่วนบุคคลต้องแจ้งให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทราบถึงผลกระทบจากการถอนความยินยอมนั้น การขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลที่ไม่เป็นไปตามที่กำหนดไว้ในหมวดนี้ ไม่มีผล ผูกพันเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล และไม่ทำให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลสามารถทำการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลได้

พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)

พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 24

ห้ามมิให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลทำการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล โดยไม่ได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล เว้นแต่ (1) เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่เกี่ยวกับการจัดทำเอกสารประวัติศาสตร์หรือจดหมายเหตุ เพื่อประโยชน์สาธารณะ หรือที่เกี่ยวกับการศึกษาวิจัยหรือสถิติซึ่งได้จัดให้มีมาตรการปกป้องที่เหมาะสม เพื่อคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ทั้งนี้ ตามที่คณะกรรมการประกาศกำหนด (2) เพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของบุคคล (3) เป็นการจำเป็นเพื่อการปฏิบัติตามสัญญาซึ่งเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเป็นคู่สัญญาหรือ เพื่อใช้ในการดำเนินการตามคำขอของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเข้าทำสัญญานั้น (4) เป็นการจำเป็นเพื่อการปฏิบัติหน้าที่ในการดำเนินภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะของผู้ควบคุม ข้อมูลส่วนบุคคล หรือปฏิบัติหน้าที่ในการใช้อำนาจรัฐที่ได้มอบให้แก่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล (5) เป็นการจำเป็นเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล หรือของบุคคลหรือนิติบุคคลอื่นที่ไม่ใช่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล เว้นแต่ประโยชน์ดังกล่าวมีความสำคัญ น้อยกว่าสิทธิขั้นพื้นฐานในข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล (6) เป็นการปฏิบัติตามกฎหมายของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล

พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)

พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 37

ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลมีหน้าที่ ดังต่อไปนี้ (1) จัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม เพื่อป้องกันการสูญหาย เข้าถึง ใช้ เปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ และต้องทบทวน มาตรการดังกล่าวเมื่อมีความจำเป็นหรือเมื่อเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงไปเพื่อให้มีประสิทธิภาพในการรักษา ความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามมาตรฐานขั้นต่ำที่คณะกรรมการประกาศกำหนด (2) ในกรณีที่ต้องให้ข้อมูลส่วนบุคคลแก่บุคคลหรือนิติบุคคลอื่นที่ไม่ใช่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล ต้องดำเนินการเพื่อป้องกันมิให้ผู้นั้นใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ (3) จัดให้มีระบบการตรวจสอบเพื่อดำเนินการลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลเมื่อพ้นกำหนด ระยะเวลาการเก็บรักษา หรือที่ไม่เกี่ยวข้องหรือเกินความจำเป็นตามวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวม ข้อมูลส่วนบุคคลนั้น หรือตามที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลร้องขอ หรือที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ได้ถอนความยินยอม เว้นแต่เก็บรักษาไว้เพื่อวัตถุประสงค์ในการใช้เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น การเก็บรักษาไว้เพื่อวัตถุประสงค์ตามมาตรา 24 (1) หรือ (4) หรือมาตรา 26 (5) (ก) หรือ (ข) การใช้เพื่อการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การปฏิบัติตามหรือการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือการยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือเพื่อการปฏิบัติตามกฎหมาย ทั้งนี้ ให้นำความใน

พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)

ประมวลรัษฎากร มาตรา 40

เงินได้พึงประเมินนั้นคือ เงินได้ประเภทดังต่อไปนี้ รวมตลอดถึงเงินค่าภาษีอากรที่ผู้จ่ายเงินหรือผู้อื่นออกแทนให้สำหรับเงินได้ประเภทต่าง ๆ ดังกล่าว ไม่ว่าในทอดใด (1) เงินได้เนื่องจากการจ้างแรงงานไม่ว่าจะเป็นเงินเดือน ค่าจ้าง เบี้ยเลี้ยง โบนัส เบี้ยหวัด บำเหน็จ บำนาญ เงินค่าเช่าบ้าน เงินที่คำนวณได้จากมูลค่าของการได้อยู่บ้านที่นายจ้างให้อยู่โดยไม่เสียค่าเช่า เงินที่นายจ้างจ่ายชำระหนี้ใด ๆ ซึ่งลูกจ้างมีหน้าที่ต้องชำระ และเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์ใด ๆ บรรดาที่ได้เนื่องจากการจ้างแรงงาน (2) เงินได้เนื่องจากหน้าที่หรือตำแหน่งงานที่ทำหรือจากการรับทำงานให้ ไม่ว่าจะเป็นค่าธรรมเนียม ค่านายหน้า ค่าส่วนลด เงินอุดหนุนในงานที่ทำ เบี้ยประชุม บำเหน็จ โบนัส เงินค่าเช่าบ้าน เงินที่คำนวณได้จากมูลค่าของการได้อยู่บ้านที่ผู้จ่ายเงินได้ให้อยู่โดยไม่เสียค่าเช่า เงินที่ผู้จ่ายเงินได้จ่ายชำระหนี้ใด ๆ ซึ่งผู้มีเงินได้มีหน้าที่ต้องชำระ และเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์ใด ๆ บรรดาที่ได้เนื่องจากหน้าที่หรือตำแหน่งงานที่ทำหรือจากการรับทำงานให้นั้น ไม่ว่าหน้าที่หรือตำแหน่งงานหรืองานที่รับทำให้นั้นจะเป็นการประจำหรือชั่วคราว (3) ค่าแห่งกู๊ดวิลล์ ค่าแห่งลิขสิทธิ์ หรือสิทธิอย่างอื่น เงินปีหรือเงินได้มีลักษณะเป็นเงินรายปีอันได้มาจากพินัยกรรม นิติกรรมอย่างอื่น หรือคำพิพากษาของศาล (4) เงินได้ที่เป็น (ก) ดอกเบี้ยพันธบัตร ดอกเบี้ยเงินฝาก ดอกเบี้ยหุ้นกู้ ดอกเบี้ยตั๋วเงิน ดอกเบี้ยเงินกู้ยืมไม่ว่าจะมีหลักประกันหรือไม่ ดอกเบี้ยเงินกู้ยืมที่อยู่ในบังคับต้องถูกหักภาษีไว้ ณ ที่จ่ายตามกฎหมายว่าด้วยภาษีเงินได้ปิโตรเลียมเฉพาะส่วนที่เหลือจากถูกหักภาษีไว้ ณ ที่จ่ายตามกฎหมายดังกล่าว หรือผลต่างระหว่างราคาไถ่ถอนกับราคาจำหน่ายตั๋วเงินหรือตราสารแสดงสิทธิในหนี้ที่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล หรือนิติบุคคลอื่นเป็นผู้ออกและจำหน่ายครั้งแรกในราคาต่ำกว่าราคาไถ่ถอน รวมทั้งเงินได้ที่มีลักษณะทำนองเดียวกันกับดอกเบี้ย ผลประโยชน์หรือค่าตอบแทนอื่น ๆ ที่ได้จากการให้กู้ยืมหรือจากสิทธิเรียกร้องในหนี้ทุกชนิดไม่ว่าจะมีหลักประกันหรือไม่ก็ตาม (ข) เงินปันผล เงินส่วนแบ่งของกำไร หรือประโยชน์อื่นใดที่ได้จากบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล หรือสถาบันการเงินที่มีกฎหมายโดยเฉพาะของประเทศไทยจัดตั้งขึ้นสำหรับให้กู้ยืมเงินเพื่อส่งเสริมเกษตรกรรม พาณิชยกรรม หรืออุตสาหกรรม เงินปันผลหรือเงินส่วนแบ่งของกำไรที่อยู่ในบังคับต้องถูกหักภาษีไว้ ณ ที่จ่าย ตามกฎหมายว่าด้วยภาษีเงินได้ปิโตรเลียมเฉพาะส่วนที่เหลือจากถูกหักภาษีไว้ ณ ที่จ่ายตามกฎหมายดังกล่าว

ประมวลรัษฎากร — เงินได้พึงประเมิน ม.40–41

ประมวลรัษฎากร มาตรา 118

ตราสารใดไม่ปิดแสตมป์บริบูรณ์ จะใช้ต้นฉบับ คู่ฉบับ คู่ฉีก หรือสำเนาตราสารนั้นเป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้ จนกว่าจะได้เสียอากรโดยปิดแสตมป์ครบจำนวนตามอัตราในบัญชีท้ายหมวดนี้ และขีดฆ่าแล้ว แต่ทั้งนี้ ไม่เป็นการเสื่อมสิทธิที่จะเรียกเงินเพิ่มอากรตามมาตรา 113 และมาตรา 114

บทบัญญัติ (ถ้อยคำตามเว็บกรมสรรพากร)

อ่านต่อในหมวดธุรกิจ / หุ้นส่วน

สัญญาจ้างนายหน้า Affiliate (แนะนำสินค้ารับค่าบำเหน็จ) ต้องมีอะไรบ้างใช้เมื่อร้านค้าหรือแบรนด์ให้คนอื่นแนะนำสินค้าผ่านลิงก์หรือรหัสส่วนลด แล้วจ่ายค่าบำเหน็จตามยอดขายจริง — กำหนดวิธีติดตามยอด ระยะเวลาระบุแหล่งที่มา รอบจ่ายเงิน การหักคืนเมื่อลูกค้าคืนสินค้า วิธีการต้องห้าม และสิทธิใช้เนื้อหาสัญญาตั้งตัวแทน (มอบหมายให้ทำการแทน มีค่าตอบแทน) ต้องมีอะไรบ้างตั้งคนหรือบริษัทให้ทำธุระแทนเป็นเรื่อง ๆ หรือต่อเนื่อง เช่น ดูแลบ้านเช่าและเก็บค่าเช่า ติดต่อราชการ ยื่นขอใบอนุญาต จัดการธุระขณะเจ้าของอยู่ต่างประเทศ — กำหนดขอบอำนาจ เรื่องที่ต้องมอบเฉพาะ วงเงินใช้จ่าย เงินที่ตัวแทนถือไว้ การเข้าถึงบัญชีออนไลน์ ค่าตอบแทน และการคืนเอกสารเมื่อเลิกสัญญาจัดพิมพ์หนังสือหรือ E-book ต้องมีอะไรบ้างใช้เมื่อผู้เขียนให้สำนักพิมพ์นำต้นฉบับไปจัดพิมพ์และจำหน่าย — แยกสิทธิเป็นรูปแบบ ทั้งเล่มกระดาษ อีบุ๊ก หนังสือเสียง คำแปล และการดัดแปลง เลือกได้ทีละอย่าง พร้อมค่าลิขสิทธิ์ เงินล่วงหน้า รอบรายงานยอดขาย จำนวนพิมพ์ครั้งแรก และการคืนสิทธิเมื่อหนังสือขาดตลาดหรือไม่ได้พิมพ์สัญญาเข้าร่วมแพลตฟอร์มจองบริการ ต้องมีอะไรบ้างสำหรับผู้ดำเนินการแพลตฟอร์มจองที่พัก ร้านอาหาร คลินิก หรือบริการที่มีความจุจำกัดและปฏิทิน กำหนดการซิงก์ปฏิทินและความรับผิดเรื่องจองซ้ำ ราคาเท่าเทียมระหว่างช่องทาง เงินมัดจำ นโยบายยกเลิก และค่าธรรมเนียมสัญญาร่วมแคมเปญระหว่างแบรนด์ ต้องมีอะไรบ้างใช้เมื่อสองแบรนด์ร่วมจัดแคมเปญการตลาดโดยต่างฝ่ายต่างมีหน้าที่ งบประมาณ ช่องทาง และทรัพย์สินทางปัญญาของตน กำหนดการอนุมัติสื่อ ค่าใช้จ่าย ยอดขาย ข้อมูลลูกค้า และทางออกเมื่อแคมเปญต้องหยุดได้ชัดเจนสัญญาฝากขายรถยนต์ ต้องมีอะไรบ้างสำหรับเจ้าของรถที่ฝากรถไว้กับเต็นท์หรือผู้รับฝากขายเพื่อหาผู้ซื้อ กำหนดราคาต่ำสุด ค่าตอบแทน ความรับผิดเมื่อรถเสียหายระหว่างฝาก การทดลองขับ รถติดไฟแนนซ์ การรับเงินค่ารถ และห้ามส่งมอบรถก่อนเจ้าของได้เงินครบ