สัญญาร่วมลงทุนในโครงการ ต้องมีอะไรบ้าง

ตอบสั้น

คู่สัญญาลงเงินร่วมกันในโครงการที่กำหนด แล้วแบ่งกำไรตามสัดส่วนที่ตกลง · ร่วมลงเงินและร่วมจัดการเพื่อแบ่งกำไร คือห้างหุ้นส่วน ถ้าไม่จดทะเบียน ทุกคนรับผิดไม่จำกัด

ข้อเท็จจริงที่อ้างอิงได้
ใช้เมื่อใช้เมื่อสองคนลงเงินสร้างบ้านหรือทาวน์เฮาส์เพื่อขาย
อากรแสตมป์เมื่อผู้ร่วมลงทุนฝ่ายที่สองลงเงินเพียงอย่างเดียวโดยไม่ร่วมทำกิจการ สัญญานี้ร่างไว้ไม่ให้เป็นสัญญาจัดตั้งห้างหุ้นส่วน จึงไม่เข้าบัญชีอัตราอากรแสตมป์ลักษณะ 27 และไม่ใช่ตราสารอื่นในบัญชี โดยหลักไม่ต้องปิดอากร แต่ถ้าศาลหรือเจ้าพนักงานมองว่าเป็นห้างหุ้นส่วน จะต้องเสียอากรตามลักษณะ 27 จำนวน 100 บาท การปิดอากร 100 บาทไว้ก่อนจึงเป็นทางที่ปลอดภัยสำหรับการใช้สัญญาเป็นพยานหลักฐานสัญญานี้เป็นหนังสือสัญญาห้างหุ้นส่วนตามบัญชีอัตราอากรแสตมป์ลักษณะ 27 เสียอากร 100 บาท ผู้เป็นหุ้นส่วนเป็นผู้เสีย การแก้ไขสัญญาภายหลังเสียอากร 50 บาท ถ้าไม่ปิดอากรครบ สัญญาใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนกว่าจะเสียอากรและเงินเพิ่มตามประมวลรัษฎากร มาตรา 118 และ 113–114
ภาษีผู้ดำเนินโครงการเสียภาษีจากรายได้ของโครงการในนามของตนเอง ส่วนแบ่งกำไรที่จ่ายให้ผู้ลงเงินเป็นเงินได้ของผู้ลงเงิน ประเภทของเงินได้และการหักภาษี ณ ที่จ่ายขึ้นกับว่าเป็นส่วนแบ่งกำไรหรือผลตอบแทนจากเงินที่ให้ใช้ ให้ตรวจกับสำนักงานบัญชีก่อนแบ่งกำไรครั้งแรกห้างหุ้นส่วนสามัญที่ไม่จดทะเบียนเป็นหน่วยภาษีแยกต่างหาก ต้องมีเลขประจำตัวผู้เสียภาษีและยื่นแบบเสียภาษีในนามห้าง ส่วนแบ่งกำไรที่ผู้เป็นหุ้นส่วนได้รับจากห้างหุ้นส่วนสามัญที่ไม่ใช่นิติบุคคลได้รับยกเว้นภาษีตามกฎหมายภาษีเงินได้ ควรตรวจกับสำนักงานบัญชีก่อนแบ่งกำไร
แบบที่กฎหมายกำหนดตัดสินใจเองว่าสัญญานี้คืออะไร ไม่อย่างนั้นกฎหมายจะตัดสินให้ ป.พ.พ. มาตรา 1012 วางหลักว่าบุคคลสองคนขึ้นไปที่ตกลงเข้ากันเพื่อทำกิจการร่วมกันด้วยประสงค์จะแบ่งกำไร คือห้างหุ้นส่วน และห้างหุ้นส่วนสามัญที่ไม่จดทะเบียนมีผลตามมาตรา 1025 ว่าผู้เป็นหุ้นส่วนทุกคนต้องรับผิดร่วมกันในหนี้ทั้งปวงของห้างโดยไม่จำกัดจำนวน สัญญานี้เลือกรูปแบบ ผู้ลงเงินอย่างเดียว ผู้ร่วมลงทุนฝ่ายที่สองไม่ร่วมจัดการ ไม่ติดต่อบุคคลภายนอกในนามโครงการ และไม่รับขาดทุนเกินเงินที่ลง ซึ่งเป็นข้อตกลงทางสัญญาระหว่างคู่สัญญา ความเสี่ยงที่เหลืออยู่คือ ถ้าฝ่ายที่สองเข้าไปสั่งการโครงการจริง หรือแสดงตนต่อบุคคลภายนอกว่าเป็นหุ้นส่วน ศาลอาจถือว่าเป็นห้างหุ้นส่วนตามข้อเท็จจริง และเจ้าหนี้ภายนอกอาจเรียกให้รับผิดไม่จำกัด ข้อ 2.1 จึงห้ามไว้ชัด และฝ่ายที่สองต้องปฏิบัติตามนั้นจริงสัญญานี้ยอมรับว่าเป็น ห้างหุ้นส่วนสามัญ และจะจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลตามข้อ 2.2 ซึ่งการจดทะเบียนทำให้กิจการเป็นนิติบุคคลแยกจากหุ้นส่วน ให้ตรวจหลักเกณฑ์การจดทะเบียนห้างหุ้นส่วนและบริษัทใน ป.พ.พ. กับสำนักงานบัญชีก่อนจดที่ไม่จดทะเบียน คู่สัญญาแต่ละฝ่ายจึงรับผิดในหนี้ของโครงการโดยไม่จำกัดต่อเจ้าหนี้ภายนอก การแบ่งขาดทุนตามข้อ 4.2 ใช้ได้เฉพาะระหว่างคู่สัญญา ถ้ามูลค่าโครงการสูง ควรจดทะเบียนเป็นห้างหุ้นส่วนจำกัดหรือบริษัทเพื่อจำกัดความรับผิด
มาตราที่อ้างป.พ.พ. ม.224, 654, 1012, 1025; พ.ร.บ.ห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ. 2560 ม.4; พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 ม.4; ประมวลรัษฎากร ม.113–114, 118, บัญชีอัตราอากรลักษณะ 27
ค่าใช้แบบฟอร์มบนเว็บนี้349 บาท

ใช้สัญญาฉบับนี้เมื่อไร

  • ใช้เมื่อสองคนลงเงินสร้างบ้านหรือทาวน์เฮาส์เพื่อขาย
  • ใช้เมื่อผู้มีเงินลงทุนในร้านหรือโครงการที่อีกฝ่ายเป็นผู้ดำเนินการ
  • ใช้เมื่อร่วมกันจัดงานหรือทำโครงการครั้งเดียวแล้วแบ่งกำไร

จุดที่พลาดบ่อยและต้องระวัง

  • ร่วมลงเงินและร่วมจัดการเพื่อแบ่งกำไร คือห้างหุ้นส่วน ถ้าไม่จดทะเบียน ทุกคนรับผิดไม่จำกัด
  • ผู้ลงเงินอย่างเดียวต้องไม่เข้าไปสั่งการโครงการจริง
  • แยกบัญชีโครงการออกจากบัญชีส่วนตัว
  • ถ้าผู้ลงเงินได้คืนเป็นจำนวนคงที่ จะเป็นเงินกู้และติดเพดานดอกเบี้ย

กรณีที่ไม่ควรใช้ฉบับนี้

อากรแสตมป์

เมื่อผู้ร่วมลงทุนฝ่ายที่สองลงเงินเพียงอย่างเดียวโดยไม่ร่วมทำกิจการ สัญญานี้ร่างไว้ไม่ให้เป็นสัญญาจัดตั้งห้างหุ้นส่วน จึงไม่เข้าบัญชีอัตราอากรแสตมป์ลักษณะ 27 และไม่ใช่ตราสารอื่นในบัญชี โดยหลักไม่ต้องปิดอากร แต่ถ้าศาลหรือเจ้าพนักงานมองว่าเป็นห้างหุ้นส่วน จะต้องเสียอากรตามลักษณะ 27 จำนวน 100 บาท การปิดอากร 100 บาทไว้ก่อนจึงเป็นทางที่ปลอดภัยสำหรับการใช้สัญญาเป็นพยานหลักฐานสัญญานี้เป็นหนังสือสัญญาห้างหุ้นส่วนตามบัญชีอัตราอากรแสตมป์ลักษณะ 27 เสียอากร 100 บาท ผู้เป็นหุ้นส่วนเป็นผู้เสีย การแก้ไขสัญญาภายหลังเสียอากร 50 บาท ถ้าไม่ปิดอากรครบ สัญญาใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนกว่าจะเสียอากรและเงินเพิ่มตามประมวลรัษฎากร มาตรา 118 และ 113–114

การจดทะเบียน / แบบที่กฎหมายกำหนด

ตัดสินใจเองว่าสัญญานี้คืออะไร ไม่อย่างนั้นกฎหมายจะตัดสินให้ ป.พ.พ. มาตรา 1012 วางหลักว่าบุคคลสองคนขึ้นไปที่ตกลงเข้ากันเพื่อทำกิจการร่วมกันด้วยประสงค์จะแบ่งกำไร คือห้างหุ้นส่วน และห้างหุ้นส่วนสามัญที่ไม่จดทะเบียนมีผลตามมาตรา 1025 ว่าผู้เป็นหุ้นส่วนทุกคนต้องรับผิดร่วมกันในหนี้ทั้งปวงของห้างโดยไม่จำกัดจำนวน

สัญญานี้เลือกรูปแบบ ผู้ลงเงินอย่างเดียว ผู้ร่วมลงทุนฝ่ายที่สองไม่ร่วมจัดการ ไม่ติดต่อบุคคลภายนอกในนามโครงการ และไม่รับขาดทุนเกินเงินที่ลง ซึ่งเป็นข้อตกลงทางสัญญาระหว่างคู่สัญญา ความเสี่ยงที่เหลืออยู่คือ ถ้าฝ่ายที่สองเข้าไปสั่งการโครงการจริง หรือแสดงตนต่อบุคคลภายนอกว่าเป็นหุ้นส่วน ศาลอาจถือว่าเป็นห้างหุ้นส่วนตามข้อเท็จจริง และเจ้าหนี้ภายนอกอาจเรียกให้รับผิดไม่จำกัด ข้อ 2.1 จึงห้ามไว้ชัด และฝ่ายที่สองต้องปฏิบัติตามนั้นจริงสัญญานี้ยอมรับว่าเป็น ห้างหุ้นส่วนสามัญ และจะจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลตามข้อ 2.2 ซึ่งการจดทะเบียนทำให้กิจการเป็นนิติบุคคลแยกจากหุ้นส่วน ให้ตรวจหลักเกณฑ์การจดทะเบียนห้างหุ้นส่วนและบริษัทใน ป.พ.พ. กับสำนักงานบัญชีก่อนจดที่ไม่จดทะเบียน คู่สัญญาแต่ละฝ่ายจึงรับผิดในหนี้ของโครงการโดยไม่จำกัดต่อเจ้าหนี้ภายนอก การแบ่งขาดทุนตามข้อ 4.2 ใช้ได้เฉพาะระหว่างคู่สัญญา ถ้ามูลค่าโครงการสูง ควรจดทะเบียนเป็นห้างหุ้นส่วนจำกัดหรือบริษัทเพื่อจำกัดความรับผิด

ภาษี

ผู้ดำเนินโครงการเสียภาษีจากรายได้ของโครงการในนามของตนเอง ส่วนแบ่งกำไรที่จ่ายให้ผู้ลงเงินเป็นเงินได้ของผู้ลงเงิน ประเภทของเงินได้และการหักภาษี ณ ที่จ่ายขึ้นกับว่าเป็นส่วนแบ่งกำไรหรือผลตอบแทนจากเงินที่ให้ใช้ ให้ตรวจกับสำนักงานบัญชีก่อนแบ่งกำไรครั้งแรกห้างหุ้นส่วนสามัญที่ไม่จดทะเบียนเป็นหน่วยภาษีแยกต่างหาก ต้องมีเลขประจำตัวผู้เสียภาษีและยื่นแบบเสียภาษีในนามห้าง ส่วนแบ่งกำไรที่ผู้เป็นหุ้นส่วนได้รับจากห้างหุ้นส่วนสามัญที่ไม่ใช่นิติบุคคลได้รับยกเว้นภาษีตามกฎหมายภาษีเงินได้ ควรตรวจกับสำนักงานบัญชีก่อนแบ่งกำไร

บัญชีและผลประโยชน์ขัดกัน

ข้อ 3.1 บังคับให้เปิดบัญชีโครงการแยก ข้อ 5.3 ห้ามผู้จัดการทำธุรกรรมกับตนเองโดยไม่เปิดเผย และข้อ 6 ให้ทุกฝ่ายตรวจบัญชีได้ทุกเมื่อ เพราะข้อพิพาทร่วมลงทุนเกือบทั้งหมดเริ่มจากเงินโครงการปนกับเงินส่วนตัว ข้อ 4.3 ห้ามแบ่งกำไรก่อนชำระหนี้ของโครงการ ผู้ที่ผิดนัดชำระเงินต้องเสียดอกเบี้ยตาม ป.พ.พ. มาตรา 224 ข้อกำหนดที่ให้ฝ่ายหนึ่งได้เปรียบเกินสมควรเสี่ยงเป็นข้อที่ไม่เป็นธรรมตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 4

ถ้าผู้ลงเงินได้ผลตอบแทนคงที่

ถ้าคู่สัญญาตกลงให้ผู้ลงเงินได้เงินคืนเป็นจำนวนคงที่ไม่ว่าโครงการกำไรหรือขาดทุน สัญญานั้นไม่ใช่การร่วมลงทุน แต่เป็นการกู้ยืมเงินที่ส่วนเกินคือดอกเบี้ย ต้องไม่เกินร้อยละ 15 ต่อปีตาม ป.พ.พ. มาตรา 654 และ พ.ร.บ.ห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ. 2560 มาตรา 4 ให้ใช้สัญญากู้ยืมเงินแทน

เอกสารแนบท้ายสัญญา

  • งบประมาณและแผนงานโครงการ
  • หลักฐานการลงเงินของแต่ละฝ่าย
  • รายละเอียดบัญชีโครงการ
  • หนังสือรับรองการจดทะเบียน ถ้ามี

วันลงนาม

ทำฉบับตามจำนวนคู่สัญญา ข้อความตรงกัน เก็บไว้ฝ่ายละฉบับ

ผู้เขียนและผู้ตรวจทาน

เขียนและตรวจทานโดย ภูวรา ครอบตะคุ ทนายความ (ใบอนุญาต 477/2558) · เนติบัณฑิตไทย · น.ม. กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาและสารสนเทศ — การเลือกประเด็น การจัดหมวด และคำอธิบายในบทความนี้เป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ของผู้เขียน ส่วนตัวบทกฎหมายที่ยกมาไม่มีลิขสิทธิ์และตรวจกับราชกิจจานุเบกษาได้เสมอ · ทะเบียนบทความ OKC-1F076F · หากนำไปใช้ต่อ โปรดระบุชื่อผู้เขียนและลิงก์ต้นฉบับ

มีแบบฟอร์มฉบับนี้ให้กรอกออนไลน์แล้วกรอกไม่กี่นาที ดูตัวอย่างเต็มฉบับก่อนจ่าย ได้ไฟล์ PDF พร้อมพิมพ์
เปิดแบบฟอร์ม · 349 บาท

คำถามที่พบบ่อย

สัญญาร่วมลงทุนในโครงการ ต้องติดอากรแสตมป์ไหม

เมื่อผู้ร่วมลงทุนฝ่ายที่สองลงเงินเพียงอย่างเดียวโดยไม่ร่วมทำกิจการ สัญญานี้ร่างไว้ไม่ให้เป็นสัญญาจัดตั้งห้างหุ้นส่วน จึงไม่เข้าบัญชีอัตราอากรแสตมป์ลักษณะ 27 และไม่ใช่ตราสารอื่นในบัญชี โดยหลักไม่ต้องปิดอากร แต่ถ้าศาลหรือเจ้าพนักงานมองว่าเป็นห้างหุ้นส่วน จะต้องเสียอากรตามลักษณะ 27 จำนวน 100 บาท การปิดอากร 100 บาทไว้ก่อนจึงเป็นทางที่ปลอดภัยสำหรับการใช้สัญญาเป็นพยานหลักฐานสัญญานี้เป็นหนังสือสัญญาห้างหุ้นส่วนตามบัญชีอัตราอากรแสตมป์ลักษณะ 27 เสียอากร 100 บาท ผู้เป็นหุ้นส่วนเป็นผู้เสีย การแก้ไขสัญญาภายหลังเสียอากร 50 บาท ถ้าไม่ปิดอากรครบ สัญญาใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนกว่าจะเสียอากรและเงินเพิ่มตามประมวลรัษฎากร มาตรา 118 และ 113–114

สัญญาร่วมลงทุนในโครงการ เสียภาษีอะไรบ้าง

ผู้ดำเนินโครงการเสียภาษีจากรายได้ของโครงการในนามของตนเอง ส่วนแบ่งกำไรที่จ่ายให้ผู้ลงเงินเป็นเงินได้ของผู้ลงเงิน ประเภทของเงินได้และการหักภาษี ณ ที่จ่ายขึ้นกับว่าเป็นส่วนแบ่งกำไรหรือผลตอบแทนจากเงินที่ให้ใช้ ให้ตรวจกับสำนักงานบัญชีก่อนแบ่งกำไรครั้งแรกห้างหุ้นส่วนสามัญที่ไม่จดทะเบียนเป็นหน่วยภาษีแยกต่างหาก ต้องมีเลขประจำตัวผู้เสียภาษีและยื่นแบบเสียภาษีในนามห้าง ส่วนแบ่งกำไรที่ผู้เป็นหุ้นส่วนได้รับจากห้างหุ้นส่วนสามัญที่ไม่ใช่นิติบุคคลได้รับยกเว้นภาษีตามกฎหมายภาษีเงินได้ ควรตรวจกับสำนักงานบัญชีก่อนแบ่งกำไร

ใช้สัญญาร่วมลงทุนในโครงการตอนไหน

ใช้เมื่อสองคนลงเงินสร้างบ้านหรือทาวน์เฮาส์เพื่อขาย · ใช้เมื่อผู้มีเงินลงทุนในร้านหรือโครงการที่อีกฝ่ายเป็นผู้ดำเนินการ · ใช้เมื่อร่วมกันจัดงานหรือทำโครงการครั้งเดียวแล้วแบ่งกำไร

ทำสัญญาร่วมลงทุนในโครงการต้องระวังอะไร

ร่วมลงเงินและร่วมจัดการเพื่อแบ่งกำไร คือห้างหุ้นส่วน ถ้าไม่จดทะเบียน ทุกคนรับผิดไม่จำกัด · ผู้ลงเงินอย่างเดียวต้องไม่เข้าไปสั่งการโครงการจริง · แยกบัญชีโครงการออกจากบัญชีส่วนตัว · ถ้าผู้ลงเงินได้คืนเป็นจำนวนคงที่ จะเป็นเงินกู้และติดเพดานดอกเบี้ย

กรณีไหนที่ไม่ควรใช้สัญญาร่วมลงทุนในโครงการ

ถ้าร่วมมือโดยไม่ลงเงินร่วม ให้ใช้ บันทึกข้อตกลง (MOA) — ระหว่างธุรกิจ/องค์กรทั่วไป · ถ้าให้ทุนแล้วรับคืนจากรายได้โดยไม่รับขาดทุน ให้ใช้ สัญญาให้เงินทุนแลกส่วนแบ่งรายได้ · ถ้าให้กู้เงินพร้อมดอกเบี้ย ให้ใช้ สัญญากู้ยืมเงิน

สัญญาร่วมลงทุนในโครงการ ต้องจดทะเบียนหรือทำตามแบบที่กฎหมายกำหนดไหม

ตัดสินใจเองว่าสัญญานี้คืออะไร ไม่อย่างนั้นกฎหมายจะตัดสินให้ ป.พ.พ. มาตรา 1012 วางหลักว่าบุคคลสองคนขึ้นไปที่ตกลงเข้ากันเพื่อทำกิจการร่วมกันด้วยประสงค์จะแบ่งกำไร คือห้างหุ้นส่วน และห้างหุ้นส่วนสามัญที่ไม่จดทะเบียนมีผลตามมาตรา 1025 ว่าผู้เป็นหุ้นส่วนทุกคนต้องรับผิดร่วมกันในหนี้ทั้งปวงของห้างโดยไม่จำกัดจำนวน สัญญานี้เลือกรูปแบบ ผู้ลงเงินอย่างเดียว ผู้ร่วมลงทุนฝ่ายที่สองไม่ร่วมจัดการ ไม่ติดต่อบุคคลภายนอกในนามโครงการ และไม่รับขาดทุนเกินเงินที่ลง ซึ่งเป็นข้อตกลงทางสัญญาระหว่างคู่สัญญา ความเสี่ยงที่เหลืออยู่คือ ถ้าฝ่ายที่สองเข้าไปสั่งการโครงการจริง หรือแสดงตนต่อบุคคลภายนอกว่าเป็นหุ้นส่วน ศาลอาจถือว่าเป็นห้างหุ้นส่วนตามข้อเท็จจริง และเจ้าหนี้ภายนอกอาจเรียกให้รับผิดไม่จำกัด ข้อ 2.1 จึงห้ามไว้ชัด และฝ่ายที่สองต้องปฏิบัติตามนั้นจริงสัญญานี้ยอมรับว่าเป็น ห้างหุ้นส่วนสามัญ และจะจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลตามข้อ 2.2 ซึ่งการจดทะเบียนทำให้กิจการเป็นนิติบุคคลแยกจากหุ้นส่วน ให้ตรวจหลักเกณฑ์การจดทะเบียนห้างหุ้นส่วนและบริษัทใน ป.พ.พ. กับสำนักงานบัญชีก่อนจดที่ไม่จดทะเบียน คู่สัญญาแต่ละฝ่ายจึงรับผิดในหนี้ของโครงการโดยไม่จำกัดต่อเจ้าหนี้ภายนอก การแบ่งขาดทุนตามข้อ 4.2 ใช้ได้เฉพาะระหว่างคู่สัญญา ถ้ามูลค่าโครงการสูง ควรจดทะเบียนเป็นห้างหุ้นส่วนจำกัดหรือบริษัทเพื่อจำกัดความรับผิด

ลงนามสัญญาร่วมลงทุนในโครงการต้องมีพยานไหม ทำกี่ฉบับ

ทำฉบับตามจำนวนคู่สัญญา ข้อความตรงกัน เก็บไว้ฝ่ายละฉบับ

ทำสัญญาร่วมลงทุนในโครงการต้องเตรียมเอกสารอะไรแนบท้าย

งบประมาณและแผนงานโครงการ หลักฐานการลงเงินของแต่ละฝ่าย รายละเอียดบัญชีโครงการ หนังสือรับรองการจดทะเบียน ถ้ามี

กฎหมายที่อ้างถึงในบทความนี้

ถ้อยคำด้านล่างคัดจากตัวบท 8 มาตรา — ใช้อ้างอิงได้ แต่หากต้องใช้ในชั้นศาล ควรตรวจกับราชกิจจานุเบกษาฉบับทางการอีกครั้ง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 224

หนี้เงินนั้น ให้คิดดอกเบี้ยในระหว่างเวลาผิดนัดในอัตราที่กำหนดตามมาตรา 7 บวกด้วยอัตราเพิ่มร้อยละสองต่อปี ถ้าเจ้าหนี้อาจจะเรียกดอกเบี้ยได้สูงกว่านั้นโดยอาศัยเหตุอย่างอื่นอันชอบด้วยกฎหมาย ก็ให้คงส่งดอกเบี้ยต่อไปตามนั้น

ส่วนที่ 1 การไม่ชำระหนี้

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 654

ท่านห้ามมิให้คิดดอกเบี้ยเกินร้อยละสิบห้าต่อปี ถ้าในสัญญากำหนดดอกเบี้ยเกินกว่านั้น ก็ให้ลดลงมาเป็นร้อยละสิบห้าต่อปี

หมวด 2 ยืมใช้สิ้นเปลือง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1012

อันว่าสัญญาจัดตั้งห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทนั้น คือสัญญาซึ่งบุคคลตั้งแต่สองคนขึ้นไปตกลงเข้ากันเพื่อกระทำกิจการร่วมกัน ด้วยประสงค์จะแบ่งปันกำไรอันจะพึงได้แต่กิจการที่ทำนั้น

ห้างหุ้นส่วนและบริษัท — ป.พ.พ. ม.1012–1076

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1025

อันว่าห้างหุ้นส่วนสามัญนั้น คือห้างหุ้นส่วนประเภทซึ่งผู้เป็นหุ้นส่วนหมดทุกคนต้องรับผิดร่วมกันเพื่อหนี้ทั้งปวงของหุ้นส่วนโดยไม่มีจำกัด

ห้างหุ้นส่วนและบริษัท — ป.พ.พ. ม.1012–1076

พ.ร.บ.ห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ. 2560 มาตรา 4

บุคคลใดให้บุคคลอื่นกู้ยืมเงินหรือกระทำการใด ๆ อันมีลักษณะเป็นการอำพราง

พระราชบัญญัติห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ. 2560

พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 4

ข้อตกลงในสัญญาระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบธุรกิจการค้า หรือวิชาชีพ หรือในสัญญาสำเร็จรูป หรือในสัญญาขายฝากที่ทำให้ผู้ประกอบธุรกิจการค้า หรือวิชาชีพ หรือผู้กำหนดสัญญาสำเร็จรูป หรือผู้ซื้อฝากได้เปรียบคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งเกินสมควร เป็นข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม และให้มีผลบังคับได้เพียงเท่าที่เป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณีเท่านั้น

พระราชบัญญัติ ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540

ประมวลรัษฎากร มาตรา 113

ตราสารใดมิได้ปิดแสตมป์บริบูรณ์ ผู้มีหน้าที่เสียอากร หรือผู้ทรงตราสารหรือผู้ถือเอาประโยชน์ชอบที่จะยื่นตราสารนั้นต่อพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อขอเสียอากรได้ เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ได้รับตราสารแล้ว ให้อนุมัติให้เสียอากรภายในบังคับแห่งบทบัญญัติต่อไปนี้

บทบัญญัติ (ถ้อยคำตามเว็บกรมสรรพากร)

ประมวลรัษฎากร มาตรา 118

ตราสารใดไม่ปิดแสตมป์บริบูรณ์ จะใช้ต้นฉบับ คู่ฉบับ คู่ฉีก หรือสำเนาตราสารนั้นเป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้ จนกว่าจะได้เสียอากรโดยปิดแสตมป์ครบจำนวนตามอัตราในบัญชีท้ายหมวดนี้ และขีดฆ่าแล้ว แต่ทั้งนี้ ไม่เป็นการเสื่อมสิทธิที่จะเรียกเงินเพิ่มอากรตามมาตรา 113 และมาตรา 114

บทบัญญัติ (ถ้อยคำตามเว็บกรมสรรพากร)

อ่านต่อในหมวดธุรกิจ / หุ้นส่วน

สัญญาจ้างนายหน้า Affiliate (แนะนำสินค้ารับค่าบำเหน็จ) ต้องมีอะไรบ้างใช้เมื่อร้านค้าหรือแบรนด์ให้คนอื่นแนะนำสินค้าผ่านลิงก์หรือรหัสส่วนลด แล้วจ่ายค่าบำเหน็จตามยอดขายจริง — กำหนดวิธีติดตามยอด ระยะเวลาระบุแหล่งที่มา รอบจ่ายเงิน การหักคืนเมื่อลูกค้าคืนสินค้า วิธีการต้องห้าม และสิทธิใช้เนื้อหาสัญญาตั้งตัวแทน (มอบหมายให้ทำการแทน มีค่าตอบแทน) ต้องมีอะไรบ้างตั้งคนหรือบริษัทให้ทำธุระแทนเป็นเรื่อง ๆ หรือต่อเนื่อง เช่น ดูแลบ้านเช่าและเก็บค่าเช่า ติดต่อราชการ ยื่นขอใบอนุญาต จัดการธุระขณะเจ้าของอยู่ต่างประเทศ — กำหนดขอบอำนาจ เรื่องที่ต้องมอบเฉพาะ วงเงินใช้จ่าย เงินที่ตัวแทนถือไว้ การเข้าถึงบัญชีออนไลน์ ค่าตอบแทน และการคืนเอกสารเมื่อเลิกสัญญาจัดพิมพ์หนังสือหรือ E-book ต้องมีอะไรบ้างใช้เมื่อผู้เขียนให้สำนักพิมพ์นำต้นฉบับไปจัดพิมพ์และจำหน่าย — แยกสิทธิเป็นรูปแบบ ทั้งเล่มกระดาษ อีบุ๊ก หนังสือเสียง คำแปล และการดัดแปลง เลือกได้ทีละอย่าง พร้อมค่าลิขสิทธิ์ เงินล่วงหน้า รอบรายงานยอดขาย จำนวนพิมพ์ครั้งแรก และการคืนสิทธิเมื่อหนังสือขาดตลาดหรือไม่ได้พิมพ์สัญญาเข้าร่วมแพลตฟอร์มจองบริการ ต้องมีอะไรบ้างสำหรับผู้ดำเนินการแพลตฟอร์มจองที่พัก ร้านอาหาร คลินิก หรือบริการที่มีความจุจำกัดและปฏิทิน กำหนดการซิงก์ปฏิทินและความรับผิดเรื่องจองซ้ำ ราคาเท่าเทียมระหว่างช่องทาง เงินมัดจำ นโยบายยกเลิก และค่าธรรมเนียมสัญญาร่วมแคมเปญระหว่างแบรนด์ ต้องมีอะไรบ้างใช้เมื่อสองแบรนด์ร่วมจัดแคมเปญการตลาดโดยต่างฝ่ายต่างมีหน้าที่ งบประมาณ ช่องทาง และทรัพย์สินทางปัญญาของตน กำหนดการอนุมัติสื่อ ค่าใช้จ่าย ยอดขาย ข้อมูลลูกค้า และทางออกเมื่อแคมเปญต้องหยุดได้ชัดเจนสัญญาฝากขายรถยนต์ ต้องมีอะไรบ้างสำหรับเจ้าของรถที่ฝากรถไว้กับเต็นท์หรือผู้รับฝากขายเพื่อหาผู้ซื้อ กำหนดราคาต่ำสุด ค่าตอบแทน ความรับผิดเมื่อรถเสียหายระหว่างฝาก การทดลองขับ รถติดไฟแนนซ์ การรับเงินค่ารถ และห้ามส่งมอบรถก่อนเจ้าของได้เงินครบ