สัญญารับจัดเลี้ยง ต้องมีอะไรบ้าง
ผู้ว่าจ้างจ้างผู้รับจัดเลี้ยงเตรียม ปรุง และบริการอาหารและเครื่องดื่มในงานที่กำหนด โดยคิดราคาตามจำนวนแขก · ยืนยันจำนวนแขกเป็นหนังสือตามกำหนด เพราะราคาคิดตามจำนวนยืนยันแม้แขกมาน้อยกว่า
| ใช้เมื่อ | ใช้เมื่อจ้างจัดเลี้ยงงานแต่ง งานบวช งานบริษัท หรืองานสัมมนา |
|---|---|
| อากรแสตมป์ | สัญญารับจัดเลี้ยงให้ผู้รับจัดเลี้ยงปรุงอาหารตามเมนูที่ผู้ว่าจ้างเลือกและให้บริการในงานที่กำหนด สาระจึงเป็นการจ้างทำของตาม ป.พ.พ. มาตรา 587 มากกว่าการซื้อขายอาหาร เข้าบัญชีอัตราอากรแสตมป์ลักษณะ 4 อัตรา 1 บาทต่อสินจ้างทุก 1,000 บาทหรือเศษ ผู้รับจัดเลี้ยงเป็นผู้เสียอากรและขีดฆ่า จากค่าจ้าง … คำนวณอากรได้ (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก) คู่ฉบับ (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก) ถ้าจำนวนแขกขั้นสุดท้ายเพิ่มขึ้นมากจนค่าจ้างเปลี่ยน ให้ตรวจอากรส่วนที่เพิ่ม ถ้าไม่ปิดอากรครบ สัญญาใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนกว่าจะเสียอากรและเงินเพิ่มตามประมวลรัษฎากร มาตรา 118 และ 113–114 |
| ภาษี | ข้อนี้ต้องระวังเป็นพิเศษ คำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 12/1 ไม่ให้หักภาษี ณ ที่จ่ายจาก "ค่าบริการของภัตตาคาร" และนิยามภัตตาคารรวมถึง "กิจการรับจ้างปรุงอาหารหรือเครื่องดื่ม" ด้วย แต่นิยามนั้นผูกกับการบริโภคในหรือจากสถานที่ที่จัดให้ประชาชนเข้าไปบริโภคได้ ส่วนค่าจ้างทำของหักร้อยละ 3 ตามข้อ 8 ในทางปฏิบัติผู้ว่าจ้างที่เป็นนิติบุคคลจึงต้องตัดสินว่างานเลี้ยงนี้เป็นกรณีใด งานเลี้ยงที่ผู้รับจัดเลี้ยงนำอาหาร อุปกรณ์ และพนักงานไปให้บริการที่สถานที่ของผู้ว่าจ้างมักถือเป็นการจ้างทำของซึ่งต้องหักร้อยละ 3 ให้ตรวจกับผู้ทำบัญชีหรือสรรพากรพื้นที่ก่อนหัก และระบุให้ตรงกันในใบกำกับภาษีกับหนังสือรับรองการหักภาษี ผู้รับจัดเลี้ยงที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มออกใบกำกับภาษีตามประมวลรัษฎากร มาตรา 78/1 และ 86 |
| แบบที่กฎหมายกำหนด | สัญญานี้ไม่ต้องจดทะเบียน แต่มีใบอนุญาตที่ต้องตรวจ สถานที่ปรุงอาหารของผู้รับจัดเลี้ยง ต้องได้รับอนุญาตหรือแจ้ง ตาม พ.ร.บ.การสาธารณสุข พ.ศ. 2535 มาตรา 38 ซึ่งแบ่งตามขนาด — สถานที่จำหน่ายอาหารหรือสะสมอาหาร พื้นที่เกิน 200 ตารางเมตรต้องมีใบอนุญาต ไม่เกินนั้นต้องมีหนังสือรับรองการแจ้ง ทั้งสองอย่างออกโดยเจ้าพนักงานท้องถิ่น · ครัวขนาดใหญ่อาจเข้าข่าย กิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ (มาตรา 31–33) ตามประเภทที่รัฐมนตรีประกาศและข้อบัญญัติท้องถิ่นกำหนด ซึ่งต้องขออนุญาตอีกชั้นหนึ่ง · ผู้สัมผัสอาหารควรผ่านการอบรมตามที่ท้องถิ่นกำหนด เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ถ้าผู้รับจัดเลี้ยงขายหรือบริการเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ต้องมีใบอนุญาตขายสุรา และห้ามขายแก่ผู้อายุต่ำกว่ายี่สิบปีและในเวลาที่กฎหมายห้าม ข้อ 6 วางไว้แล้ว ผู้ฝ่าฝืนมีโทษทางอาญาตามกฎหมายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งเป็นความรับผิดของผู้ขาย แยกจากสัญญานี้ สถานที่จัดงาน หลายแห่งกำหนดให้ผู้จัดเลี้ยงภายนอกจ่ายค่าธรรมเนียมหรือแสดงประกันภัย ข้อ 4.1 ให้ผู้ว่าจ้างแจ้งล่วงหน้า |
| มาตราที่อ้าง | ป.พ.พ. ม.224, 383, 420, 587; พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 ม.7, 8; พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ม.26; ประมวลรัษฎากร ม.78/1, 86, 113–114, 118, บัญชีอัตราอากรลักษณะ 4; คำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 8, 12/1 (ข้อยกเว้นค่าบริการภัตตาคาร) |
| ค่าใช้แบบฟอร์มบนเว็บนี้ | 249 บาท |
ใช้สัญญาฉบับนี้เมื่อไร
- ใช้เมื่อจ้างจัดเลี้ยงงานแต่ง งานบวช งานบริษัท หรืองานสัมมนา
- ใช้เมื่อผู้รับจัดเลี้ยงต้องการกำหนดเวลายืนยันจำนวนแขกและค่ายกเลิกให้ชัด
- ใช้เมื่อมีการบริการเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หรือมีแขกที่แพ้อาหาร
จุดที่พลาดบ่อยและต้องระวัง
- ยืนยันจำนวนแขกเป็นหนังสือตามกำหนด เพราะราคาคิดตามจำนวนยืนยันแม้แขกมาน้อยกว่า
- ค่ายกเลิกต้องไม่เกินความเสียหายจริงรวมกำไรที่ควรได้ มิฉะนั้นศาลลดได้ตาม ป.พ.พ. ม.383
- ผู้รับจัดเลี้ยงที่ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ต้องมีใบอนุญาตและห้ามขายแก่ผู้อายุต่ำกว่า 20 ปี
- ข้อมูลการแพ้อาหารเป็นข้อมูลสุขภาพที่อ่อนไหว ส่งเท่าที่จำเป็นและลบหลังงาน
- ภาษีหัก ณ ที่จ่ายของงานจัดเลี้ยงต้องตรวจว่าเข้าข้อยกเว้นค่าบริการภัตตาคารหรือเป็นจ้างทำของ
กรณีที่ไม่ควรใช้ฉบับนี้
- ถ้าจ้างออร์แกไนเซอร์ดูแลทั้งงานรวมเวที แสงเสียง และบูธ ให้ใช้ สัญญาจ้าง Organizer จัดงาน (Event / งานเปิดตัว / นิทรรศการ / บูธ)
- ถ้าสั่งอาหารส่งร้านเป็นประจำทุกวัน ให้ใช้ สัญญาจ้างผลิตอาหารหรือเบเกอรี
- ถ้าเช่าอุปกรณ์จัดงานอย่างเดียวไม่มีอาหาร ให้ใช้ สัญญาเช่าอุปกรณ์จัดงานพร้อมติดตั้ง
- สัญญาจ้างจัดเลี้ยงอาหาร ภาษาอังกฤษ — ใช้ Catering Services Agreement — สัญญาจ้างจัดเลี้ยงอาหาร ภาษาอังกฤษ
อากรแสตมป์
สัญญารับจัดเลี้ยงให้ผู้รับจัดเลี้ยงปรุงอาหารตามเมนูที่ผู้ว่าจ้างเลือกและให้บริการในงานที่กำหนด สาระจึงเป็นการจ้างทำของตาม ป.พ.พ. มาตรา 587 มากกว่าการซื้อขายอาหาร เข้าบัญชีอัตราอากรแสตมป์ลักษณะ 4 อัตรา 1 บาทต่อสินจ้างทุก 1,000 บาทหรือเศษ ผู้รับจัดเลี้ยงเป็นผู้เสียอากรและขีดฆ่า จากค่าจ้าง … คำนวณอากรได้ (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก) คู่ฉบับ (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก) ถ้าจำนวนแขกขั้นสุดท้ายเพิ่มขึ้นมากจนค่าจ้างเปลี่ยน ให้ตรวจอากรส่วนที่เพิ่ม
ถ้าไม่ปิดอากรครบ สัญญาใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนกว่าจะเสียอากรและเงินเพิ่มตามประมวลรัษฎากร มาตรา 118 และ 113–114
การจดทะเบียน / แบบที่กฎหมายกำหนด
สัญญานี้ไม่ต้องจดทะเบียน แต่มีใบอนุญาตที่ต้องตรวจ
- สถานที่ปรุงอาหารของผู้รับจัดเลี้ยง ต้องได้รับอนุญาตหรือแจ้ง ตาม พ.ร.บ.การสาธารณสุข พ.ศ. 2535 มาตรา 38 ซึ่งแบ่งตามขนาด — สถานที่จำหน่ายอาหารหรือสะสมอาหาร พื้นที่เกิน 200 ตารางเมตรต้องมีใบอนุญาต ไม่เกินนั้นต้องมีหนังสือรับรองการแจ้ง ทั้งสองอย่างออกโดยเจ้าพนักงานท้องถิ่น · ครัวขนาดใหญ่อาจเข้าข่าย กิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ (มาตรา 31–33) ตามประเภทที่รัฐมนตรีประกาศและข้อบัญญัติท้องถิ่นกำหนด ซึ่งต้องขออนุญาตอีกชั้นหนึ่ง · ผู้สัมผัสอาหารควรผ่านการอบรมตามที่ท้องถิ่นกำหนด
- เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ถ้าผู้รับจัดเลี้ยงขายหรือบริการเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ต้องมีใบอนุญาตขายสุรา และห้ามขายแก่ผู้อายุต่ำกว่ายี่สิบปีและในเวลาที่กฎหมายห้าม ข้อ 6 วางไว้แล้ว ผู้ฝ่าฝืนมีโทษทางอาญาตามกฎหมายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งเป็นความรับผิดของผู้ขาย แยกจากสัญญานี้
- สถานที่จัดงาน หลายแห่งกำหนดให้ผู้จัดเลี้ยงภายนอกจ่ายค่าธรรมเนียมหรือแสดงประกันภัย ข้อ 4.1 ให้ผู้ว่าจ้างแจ้งล่วงหน้า
ภาษี
ข้อนี้ต้องระวังเป็นพิเศษ คำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 12/1 ไม่ให้หักภาษี ณ ที่จ่ายจาก "ค่าบริการของภัตตาคาร" และนิยามภัตตาคารรวมถึง "กิจการรับจ้างปรุงอาหารหรือเครื่องดื่ม" ด้วย แต่นิยามนั้นผูกกับการบริโภคในหรือจากสถานที่ที่จัดให้ประชาชนเข้าไปบริโภคได้ ส่วนค่าจ้างทำของหักร้อยละ 3 ตามข้อ 8
ในทางปฏิบัติผู้ว่าจ้างที่เป็นนิติบุคคลจึงต้องตัดสินว่างานเลี้ยงนี้เป็นกรณีใด งานเลี้ยงที่ผู้รับจัดเลี้ยงนำอาหาร อุปกรณ์ และพนักงานไปให้บริการที่สถานที่ของผู้ว่าจ้างมักถือเป็นการจ้างทำของซึ่งต้องหักร้อยละ 3 ให้ตรวจกับผู้ทำบัญชีหรือสรรพากรพื้นที่ก่อนหัก และระบุให้ตรงกันในใบกำกับภาษีกับหนังสือรับรองการหักภาษี ผู้รับจัดเลี้ยงที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มออกใบกำกับภาษีตามประมวลรัษฎากร มาตรา 78/1 และ 86
จำนวนแขก — ตัวเลขที่กำหนดทั้งราคาและความเสี่ยง
ข้อ 2 แยกสองตัวเลขที่มักปนกัน ตัวแรกคือจำนวนยืนยัน ซึ่งผู้ว่าจ้างจ่ายเต็มแม้แขกมาน้อยกว่า เพราะผู้รับจัดเลี้ยงซื้อวัตถุดิบและจัดคนตามจำนวนนั้นไปแล้ว ตัวที่สองคือจำนวนเผื่อ ซึ่งผู้รับจัดเลี้ยงต้องเตรียมเกินไว้เพื่อไม่ให้อาหารหมดกลางงาน แขกที่เกินจำนวนเผื่อ ผู้รับจัดเลี้ยงไม่ต้องรับผิดถ้าอาหารไม่พอ เพราะผู้ว่าจ้างเป็นผู้ควบคุมจำนวนแขก
ค่ายกเลิกต้องมีเพดาน
ข้อ 7.1 กำหนดค่ายกเลิกเป็นขั้นตามระยะเวลาก่อนวันงาน และเขียนไว้ว่าต้องไม่เกินความเสียหายที่พิสูจน์ได้รวมกับกำไรที่ควรได้ เพราะค่ายกเลิกที่สูงเกินส่วนเป็นเบี้ยปรับที่ศาลลดได้ตาม ป.พ.พ. มาตรา 383 และถ้าผู้ว่าจ้างเป็นผู้บริโภค การริบเงินมัดจำที่สูงเกินส่วนศาลลดได้ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 7 ส่วนการเลิกเพราะเหตุสุดวิสัยตามข้อ 7.3 ให้คืนเงินหักเฉพาะค่าใช้จ่ายจริง
อาหารเป็นพิษในงานเลี้ยง — เป็นความผิดอาญาด้วย ไม่ใช่แค่ผิดสัญญา
นอกจากความรับผิดตามสัญญาและตาม พ.ร.บ.ความรับผิดต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากสินค้าที่ไม่ปลอดภัยแล้ว อาหารที่มีเชื้อโรคหรือสิ่งเจือปนที่น่าจะเป็นอันตรายต่อสุขภาพเป็น “อาหารไม่บริสุทธิ์” ตาม พ.ร.บ.อาหาร พ.ศ. 2522 มาตรา 25(1) และ 26 ซึ่งมีโทษอาญา ข้อจำกัดความรับผิดในสัญญาไม่ช่วยในส่วนนี้
อาหารจัดเลี้ยงมีความเสี่ยงสูงกว่าอาหารในร้าน เพราะปรุงล่วงหน้า ขนส่ง และวางอยู่นานระหว่างงาน ข้อ 5.1 จึงกำหนดเวลาวางอาหารสูงสุด ถ้าแขกป่วย ผู้รับจัดเลี้ยงรับผิดทางละเมิดตาม ป.พ.พ. มาตรา 420 ต่อแขกโดยตรง ไม่ว่าแขกจะเป็นคู่สัญญาหรือไม่ และเพดานความรับผิดในข้อ 9.3 ยกเว้นความเสียหายต่อชีวิตและร่างกายไว้เสมอเพราะข้อจำกัดความรับผิดส่วนนี้ศาลไม่บังคับให้ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม มาตรา 8
ข้อ 5.3 เรื่องอาหารเหลือกลับบ้านเป็นสวิตช์ เพราะเป็นจุดที่ผู้รับจัดเลี้ยงเสี่ยงโดยไม่ได้ควบคุม ถ้าอนุญาต ความเสี่ยงหลังส่งมอบโอนไปที่ผู้ว่าจ้าง
ห้ามลดบริการในวันงานเพื่อต่อรอง
ข้อ 3.3 ห้ามผู้รับจัดเลี้ยงหยุดเสิร์ฟหรือเก็บของกลับกลางงานเพื่อเรียกค่าใช้จ่ายเพิ่มที่ยังพิพาท ผลของการฝ่าฝืนคือผู้รับจัดเลี้ยงรับผิดในความเสียหายของงานที่ผู้ว่าจ้างพิสูจน์ได้ ค่าล่วงเวลาต้องมีผู้ประสานงานทั้งสองฝ่ายลงชื่อรับรองในวันงานตามข้อ 3.2 ส่วนผู้ว่าจ้างที่ไม่ชำระส่วนที่ไม่มีข้อโต้แย้งต้องเสียดอกเบี้ยผิดนัดตาม ป.พ.พ. มาตรา 224
ข้อมูลแขกและภาพถ่าย
ข้อมูลการแพ้อาหารเป็นข้อมูลสุขภาพ ซึ่งเป็นข้อมูลอ่อนไหวตาม พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 26 ข้อ 10.1 จึงให้ส่งเท่าที่จำเป็น ไม่ระบุชื่อถ้าไม่จำเป็น และลบหลังงาน ส่วนภาพถ่ายแขก การเผยแพร่ภาพใบหน้าบุคคลเพื่อการค้าโดยไม่ได้รับความยินยอมเสี่ยงทั้งละเมิดตามมาตรา 420 และกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
ข้อที่คนจ้างจัดเลี้ยงพลาดบ่อย
- ไม่ยืนยันจำนวนแขกเป็นหนังสือ — วันงานเถียงกันว่าตกลงไว้กี่คน
- ไม่ถามค่าธรรมเนียมผู้จัดเลี้ยงภายนอกของสถานที่ — มารู้วันงาน
- ค่าล่วงเวลาไม่มีใครเซ็นรับ — ข้อ 3.2 บังคับให้เซ็นในวันงาน
- ให้ผู้รับจัดเลี้ยงขายสุราโดยไม่ตรวจใบอนุญาต
เอกสารแนบท้ายสัญญา
- เมนูและจำนวนต่อรายการ ข้อจำกัดด้านอาหาร
- รายการอุปกรณ์พร้อมราคาชดใช้เมื่อเสียหาย
- แผนผังการจัดวางและกำหนดเวลาเข้าสถานที่ บริการ และเก็บ
- สำเนาใบอนุญาตที่เกี่ยวข้อง และกรมธรรม์ประกันภัย ถ้ามี
วันลงนาม
ทำสองฉบับข้อความตรงกัน เก็บไว้ฝ่ายละฉบับ ลงชื่อกำกับเมนูที่แนบ และแต่งตั้งผู้ประสานงานวันงานของทั้งสองฝ่ายให้ชัด
ผู้เขียนและผู้ตรวจทาน
เขียนและตรวจทานโดย ภูวรา ครอบตะคุ ทนายความ (ใบอนุญาต 477/2558) · เนติบัณฑิตไทย · น.ม. กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาและสารสนเทศ — การเลือกประเด็น การจัดหมวด และคำอธิบายในบทความนี้เป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ของผู้เขียน ส่วนตัวบทกฎหมายที่ยกมาไม่มีลิขสิทธิ์และตรวจกับราชกิจจานุเบกษาได้เสมอ · ทะเบียนบทความ OKC-E4A077 · หากนำไปใช้ต่อ โปรดระบุชื่อผู้เขียนและลิงก์ต้นฉบับ
คำถามที่พบบ่อย
สัญญารับจัดเลี้ยง ต้องติดอากรแสตมป์ไหม
สัญญารับจัดเลี้ยงให้ผู้รับจัดเลี้ยงปรุงอาหารตามเมนูที่ผู้ว่าจ้างเลือกและให้บริการในงานที่กำหนด สาระจึงเป็นการจ้างทำของตาม ป.พ.พ. มาตรา 587 มากกว่าการซื้อขายอาหาร เข้าบัญชีอัตราอากรแสตมป์ลักษณะ 4 อัตรา 1 บาทต่อสินจ้างทุก 1,000 บาทหรือเศษ ผู้รับจัดเลี้ยงเป็นผู้เสียอากรและขีดฆ่า จากค่าจ้าง … คำนวณอากรได้ (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก) คู่ฉบับ (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก) ถ้าจำนวนแขกขั้นสุดท้ายเพิ่มขึ้นมากจนค่าจ้างเปลี่ยน ให้ตรวจอากรส่วนที่เพิ่ม ถ้าไม่ปิดอากรครบ สัญญาใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนกว่าจะเสียอากรและเงินเพิ่มตามประมวลรัษฎากร มาตรา 118 และ 113–114
สัญญารับจัดเลี้ยง เสียภาษีอะไรบ้าง
ข้อนี้ต้องระวังเป็นพิเศษ คำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 12/1 ไม่ให้หักภาษี ณ ที่จ่ายจาก "ค่าบริการของภัตตาคาร" และนิยามภัตตาคารรวมถึง "กิจการรับจ้างปรุงอาหารหรือเครื่องดื่ม" ด้วย แต่นิยามนั้นผูกกับการบริโภคในหรือจากสถานที่ที่จัดให้ประชาชนเข้าไปบริโภคได้ ส่วนค่าจ้างทำของหักร้อยละ 3 ตามข้อ 8 ในทางปฏิบัติผู้ว่าจ้างที่เป็นนิติบุคคลจึงต้องตัดสินว่างานเลี้ยงนี้เป็นกรณีใด งานเลี้ยงที่ผู้รับจัดเลี้ยงนำอาหาร อุปกรณ์ และพนักงานไปให้บริการที่สถานที่ของผู้ว่าจ้างมักถือเป็นการจ้างทำของซึ่งต้องหักร้อยละ 3 ให้ตรวจกับผู้ทำบัญชีหรือสรรพากรพื้นที่ก่อนหัก และระบุให้ตรงกันในใบกำกับภาษีกับหนังสือรับรองการหักภาษี ผู้รับจัดเลี้ยงที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มออกใบกำกับภาษีตามประมวลรัษฎากร มาตรา 78/1 และ 86
ใช้สัญญารับจัดเลี้ยงตอนไหน
ใช้เมื่อจ้างจัดเลี้ยงงานแต่ง งานบวช งานบริษัท หรืองานสัมมนา · ใช้เมื่อผู้รับจัดเลี้ยงต้องการกำหนดเวลายืนยันจำนวนแขกและค่ายกเลิกให้ชัด · ใช้เมื่อมีการบริการเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หรือมีแขกที่แพ้อาหาร
ทำสัญญารับจัดเลี้ยงต้องระวังอะไร
ยืนยันจำนวนแขกเป็นหนังสือตามกำหนด เพราะราคาคิดตามจำนวนยืนยันแม้แขกมาน้อยกว่า · ค่ายกเลิกต้องไม่เกินความเสียหายจริงรวมกำไรที่ควรได้ มิฉะนั้นศาลลดได้ตาม ป.พ.พ. ม.383 · ผู้รับจัดเลี้ยงที่ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ต้องมีใบอนุญาตและห้ามขายแก่ผู้อายุต่ำกว่า 20 ปี · ข้อมูลการแพ้อาหารเป็นข้อมูลสุขภาพที่อ่อนไหว ส่งเท่าที่จำเป็นและลบหลังงาน · ภาษีหัก ณ ที่จ่ายของงานจัดเลี้ยงต้องตรวจว่าเข้าข้อยกเว้นค่าบริการภัตตาคารหรือเป็นจ้างทำของ
กรณีไหนที่ไม่ควรใช้สัญญารับจัดเลี้ยง
ถ้าจ้างออร์แกไนเซอร์ดูแลทั้งงานรวมเวที แสงเสียง และบูธ ให้ใช้ สัญญาจ้าง Organizer จัดงาน (Event / งานเปิดตัว / นิทรรศการ / บูธ) · ถ้าสั่งอาหารส่งร้านเป็นประจำทุกวัน ให้ใช้ สัญญาจ้างผลิตอาหารหรือเบเกอรี · ถ้าเช่าอุปกรณ์จัดงานอย่างเดียวไม่มีอาหาร ให้ใช้ สัญญาเช่าอุปกรณ์จัดงานพร้อมติดตั้ง · สัญญาจ้างจัดเลี้ยงอาหาร ภาษาอังกฤษ — ใช้ Catering Services Agreement — สัญญาจ้างจัดเลี้ยงอาหาร ภาษาอังกฤษ
สัญญารับจัดเลี้ยง ต้องจดทะเบียนหรือทำตามแบบที่กฎหมายกำหนดไหม
สัญญานี้ไม่ต้องจดทะเบียน แต่มีใบอนุญาตที่ต้องตรวจ สถานที่ปรุงอาหารของผู้รับจัดเลี้ยง ต้องได้รับอนุญาตหรือแจ้ง ตาม พ.ร.บ.การสาธารณสุข พ.ศ. 2535 มาตรา 38 ซึ่งแบ่งตามขนาด — สถานที่จำหน่ายอาหารหรือสะสมอาหาร พื้นที่เกิน 200 ตารางเมตรต้องมีใบอนุญาต ไม่เกินนั้นต้องมีหนังสือรับรองการแจ้ง ทั้งสองอย่างออกโดยเจ้าพนักงานท้องถิ่น · ครัวขนาดใหญ่อาจเข้าข่าย กิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ (มาตรา 31–33) ตามประเภทที่รัฐมนตรีประกาศและข้อบัญญัติท้องถิ่นกำหนด ซึ่งต้องขออนุญาตอีกชั้นหนึ่ง · ผู้สัมผัสอาหารควรผ่านการอบรมตามที่ท้องถิ่นกำหนด เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ถ้าผู้รับจัดเลี้ยงขายหรือบริการเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ต้องมีใบอนุญาตขายสุรา และห้ามขายแก่ผู้อายุต่ำกว่ายี่สิบปีและในเวลาที่กฎหมายห้าม ข้อ 6 วางไว้แล้ว ผู้ฝ่าฝืนมีโทษทางอาญาตามกฎหมายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งเป็นความรับผิดของผู้ขาย แยกจากสัญญานี้ สถานที่จัดงาน หลายแห่งกำหนดให้ผู้จัดเลี้ยงภายนอกจ่ายค่าธรรมเนียมหรือแสดงประกันภัย ข้อ 4.1 ให้ผู้ว่าจ้างแจ้งล่วงหน้า
ลงนามสัญญารับจัดเลี้ยงต้องมีพยานไหม ทำกี่ฉบับ
ทำสองฉบับข้อความตรงกัน เก็บไว้ฝ่ายละฉบับ ลงชื่อกำกับเมนูที่แนบ และแต่งตั้งผู้ประสานงานวันงานของทั้งสองฝ่ายให้ชัด
ทำสัญญารับจัดเลี้ยงต้องเตรียมเอกสารอะไรแนบท้าย
เมนูและจำนวนต่อรายการ ข้อจำกัดด้านอาหาร รายการอุปกรณ์พร้อมราคาชดใช้เมื่อเสียหาย แผนผังการจัดวางและกำหนดเวลาเข้าสถานที่ บริการ และเก็บ สำเนาใบอนุญาตที่เกี่ยวข้อง และกรมธรรม์ประกันภัย ถ้ามี
กฎหมายที่อ้างถึงในบทความนี้
ถ้อยคำด้านล่างคัดจากตัวบท 14 มาตรา — ใช้อ้างอิงได้ แต่หากต้องใช้ในชั้นศาล ควรตรวจกับราชกิจจานุเบกษาฉบับทางการอีกครั้ง
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 224
หนี้เงินนั้น ให้คิดดอกเบี้ยในระหว่างเวลาผิดนัดในอัตราที่กำหนดตามมาตรา 7 บวกด้วยอัตราเพิ่มร้อยละสองต่อปี ถ้าเจ้าหนี้อาจจะเรียกดอกเบี้ยได้สูงกว่านั้นโดยอาศัยเหตุอย่างอื่นอันชอบด้วยกฎหมาย ก็ให้คงส่งดอกเบี้ยต่อไปตามนั้น
ส่วนที่ 1 การไม่ชำระหนี้
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 383
ถ้าเบี้ยปรับที่ริบนั้นสูงเกินส่วน ศาลจะลดลงเป็นจำนวนพอสมควรก็ได้ ในการที่จะวินิจฉัยว่าสมควรเพียงใดนั้น ท่านให้พิเคราะห์ถึงทางได้เสียของเจ้าหนี้ทุกอย่างอันชอบด้วยกฎหมาย ไม่ใช่แต่เพียงทางได้เสียในเชิงทรัพย์สิน เมื่อได้ใช้เงินตามเบี้ยปรับแล้ว สิทธิเรียกร้องขอลดก็เป็นอันขาดไป
หมวด 3 มัดจำและกำหนดเบี้ยปรับ
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 420
ผู้ใดจงใจหรือประมาทเลินเล่อ ทำต่อบุคคลอื่นโดยผิดกฎหมายให้เขาเสียหายถึงแก่ชีวิตก็ดี แก่ร่างกายก็ดี อนามัยก็ดี เสรีภาพก็ดี ทรัพย์สินหรือสิทธิอย่างหนึ่งอย่างใดก็ดี ท่านว่าผู้นั้นทำละเมิดจำต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อการนั้น
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ — ลักษณะ 5 ละเมิด (มาตรา 420–437)
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 587
อันว่าจ้างทำของนั้น คือสัญญาซึ่งบุคคลคนหนึ่ง เรียกว่าผู้รับจ้าง ตกลงจะทำการงานสิ่งใดสิ่งหนึ่งจนสำเร็จให้แก่บุคคลอีกคนหนึ่ง เรียกว่าผู้ว่าจ้าง และผู้ว่าจ้างตกลงจะให้สินจ้างเพื่อผลสำเร็จแห่งการที่ทำนั้น
ลักษณะ 7 จ้างทำของ
พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 7
ในสัญญาที่มีการให้สิ่งใดไว้เป็นมัดจำ หากมีกรณีที่จะต้องริบมัดจำถ้ามัดจำนั้นสูงเกินส่วน ศาลจะลดลงให้ริบได้เพียงเท่าความเสียหายที่แท้จริงก็ได้
พระราชบัญญัติ ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540
พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 8
ข้อตกลง ประกาศ หรือคำแจ้งความที่ได้ทำไว้ล่วงหน้า เพื่อยกเว้นหรือจำกัดความรับผิดเพื่อละเมิดหรือผิดสัญญาในความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย หรืออนามัยของผู้อื่น อันเกิดจากการกระทำโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่อของผู้ตกลง ผู้ประกาศ ผู้แจ้งความ หรือของบุคคลอื่นซึ่งผู้ตกลง ผู้ประกาศ หรือผู้แจ้งความต้องรับผิดด้วย จะนำมาอ้างเป็นข้อยกเว้นหรือจำกัดความรับผิดไม่ได้
พระราชบัญญัติ ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540
พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 26
ห้ามมิให้เก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับเชื้อชาติ เผ่าพันธุ์ ความคิดเห็น ทางการเมือง ความเชื่อในลัทธิ ศาสนาหรือปรัชญา พฤติกรรมทางเพศ ประวัติอาชญากรรม ข้อมูลสุขภาพ ความพิการ ข้อมูลสหภาพแรงงาน ข้อมูลพันธุกรรม ข้อมูลชีวภาพ หรือข้อมูลอื่นใด ซึ่งกระทบต่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลในทำนองเดียวกันตามที่คณะกรรมการประกาศกำหนด โดยไม่ได้รับ ความยินยอมโดยชัดแจ้งจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล เว้นแต่ (1) เพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของบุคคลซึ่งเจ้าของข้อมูล ส่วนบุคคลไม่สามารถให้ความยินยอมได้ ไม่ว่าด้วยเหตุใดก็ตาม (2) เป็นการดำเนินกิจกรรมโดยชอบด้วยกฎหมายที่มีการคุ้มครองที่เหมาะสมของมูลนิธิ สมาคม หรือองค์กรที่ไม่แสวงหากำไรที่มีวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการเมือง ศาสนา ปรัชญา หรือสหภาพแรงงาน ให้แก่สมาชิก ผู้ซึ่งเคยเป็นสมาชิก หรือผู้ซึ่งมีการติดต่ออย่างสม่ำเสมอกับมูลนิธิ สมาคม หรือองค์กร ที่ไม่แสวงหากำไรตามวัตถุประสงค์ดังกล่าวโดยไม่ได้เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลนั้นออกไปภายนอกมูลนิธิ สมาคม หรือองค์กรที่ไม่แสวงหากำไรนั้น (3) เป็นข้อมูลที่เปิดเผยต่อสาธารณะด้วยความยินยอมโดยชัดแจ้งของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล (4) เป็นการจำเป็นเพื่อการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การปฏิบัติตามหรือการใช้สิทธิ เรียกร้องตามกฎหมาย หรือการยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย (5) เป็นการจำเป็นในการปฏิบัติตามกฎหมายเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์เกี่ยวกับ (ก) เวชศาสตร์ป้องกันหรืออาชีวเวชศาสตร์ การประเมินความสามารถในการทำงานของ ลูกจ้าง การวินิจฉัยโรคทางการแพทย์ การให้บริการด้านสุขภาพหรือด้านสังคม การรักษาทางการแพทย์ การจัดการด้านสุขภาพ หรือระบบและการให้บริการด้านสังคมสงเคราะห์ ทั้งนี้ ในกรณีที่ไม่ใช่การปฏิบัติ ตามกฎหมายและข้อมูลส่วนบุคคลนั้นอยู่ในความรับผิดชอบของผู้ประกอบอาชีพหรือวิชาชีพหรือผู้มีหน้าที่ รักษาข้อมูลส่วนบุคคลนั้นไว้เป็นความลับตามกฎหมาย ต้องเป็นการปฏิบัติตามสัญญาระหว่างเจ้าของ ข้อมูลส่วนบุคคลกับผู้ประกอบวิชาชีพทางการแพทย์ (ข) ประโยชน์สาธารณะด้านการสาธารณสุข เช่น การป้องกันด้านสุขภาพจากโรคติดต่อ อันตรายหรือโรคระบาดที่อาจติดต่อหรือแพร่เข้ามาในราชอาณาจักร หรือการควบคุมมาตรฐานหรือคุณภาพ ของยา เวชภัณฑ์ หรือเครื่องมือแพทย์ ซึ่งได้จัดให้มีมาตรการที่เหมาะสมและเจาะจงเพื่อคุ้มครองสิทธิ และเสรีภาพของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลโดยเฉพาะการรักษาความลับของข้อมูลส่วนบุคคลตามหน้าที่หรือ ตามจริยธรรมแห่งวิชาชีพ (ค) การคุ้มครองแรงงาน การประกันสังคม หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ สวัสดิการเกี่ยวกับ การรักษาพยาบาลของผู้มีสิทธิตามกฎหมาย การคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ หรือการคุ้มครองทางสังคม ซึ่งการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลเป็นสิ่งจำเป็นในการปฏิบัติตามสิทธิหรือหน้าที่ของผู้ควบคุมข้อมูล ส่วนบุคคลหรือเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล โดยได้จัดให้มีมาตรการที่เหมาะสมเพื่อคุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐาน และประโยชน์ของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล (ง) การศึกษาวิจัยทางวิทยาศาสตร์ ประวัติศาสตร์ หรือสถิติ หรือประโยชน์สาธารณะอื่น ทั้งนี้ ต้องกระทำเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ดังกล่าวเพียงเท่าที่จำเป็นเท่านั้น และได้จัดให้มีมาตรการ ที่เหมาะสมเพื่อคุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐานและประโยชน์ของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ตามที่คณะกรรมการ ประกาศกำหนด (จ) ประโยชน์สาธารณะที่สำคัญ โดยได้จัดให้มีมาตรการที่เหมาะสมเพื่อคุ้มครอง สิทธิขั้นพื้นฐานและประโยชน์ของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ข้อมูลชีวภาพตามวรรคหนึ่งให้หมายถึงข้อมูลส่วนบุคคลที่เกิดจากการใช้เทคนิคหรือเทคโนโลยี ที่เกี่ยวข้องกับการนำลักษณะเด่นทางกายภาพหรือทางพฤติกรรมของบุคคลมาใช้ทำให้สามารถยืนยันตัวตน ของบุคคลนั้นที่ไม่เหมือนกับบุคคลอื่นได้ เช่น ข้อมูลภาพจำลองใบหน้า ข้อมูลจำลองม่านตา หรือ ข้อมูลจำลองลายนิ้วมือ ในกรณีที่เป็นการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับประวัติอาชญากรรมต้องกระทำภายใต้ การควบคุมของหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย หรือได้จัดให้มีมาตรการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการประกาศกำหนด
พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)
ประมวลรัษฎากร มาตรา 78/1
ภายใต้บังคับมาตรา 78/3 ความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มที่เกิดจากการให้บริการ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้ (1) การให้บริการนอกจากที่อยู่ในบังคับตาม (2) (3) หรือ (4) ให้ความรับผิดทั้งหมดเกิดขึ้นเมื่อได้รับชำระราคาค่าบริการ เว้นแต่กรณีที่ได้มีการกระทำดังต่อไปนี้เกิดขึ้นก่อนได้รับชำระราคาค่าบริการ ก็ให้ถือว่าความรับผิดเกิดขึ้นเมื่อได้มีการกระทำนั้น ๆ ด้วย (ก) ได้ออกใบกำกับภาษี หรือ (ข) ได้ใช้บริการไม่ว่าโดยตนเองหรือบุคคลอื่น ทั้งนี้ โดยให้ความรับผิดเกิดขึ้นตามส่วนของการกระทำนั้น ๆ แล้วแต่กรณี (2) การให้บริการตามสัญญาที่กำหนดค่าตอบแทนตามส่วนของบริการที่ทำให้ความรับผิดตามส่วนของบริการเกิดขึ้นเมื่อได้รับชำระราคาค่าบริการตามส่วนของบริการที่สิ้นสุดลง เว้นแต่กรณีที่ได้มีการกระทำดังต่อไปนี้เกิดขึ้นก่อนได้รับชำระราคาค่าบริการตามส่วนของบริการที่สิ้นสุดลงก็ให้ถือว่าความรับผิดเกิดขึ้นเมื่อได้มีการกระทำนั้น ๆ ด้วย (ก) ได้ออกใบกำกับภาษี หรือ (ข) ได้ใช้บริการไม่ว่าโดยตนเองหรือบุคคลอื่น ทั้งนี้ โดยให้ความรับผิดเกิดขึ้นตามส่วนของการกระทำนั้น ๆ แล้วแต่กรณี (3) การให้บริการที่ทำในต่างประเทศและได้มีการใช้บริการนั้นในราชอาณาจักร ให้ความรับผิดทั้งหมดหรือบางส่วนเกิดขึ้นเมื่อได้มีการชำระราคาค่าบริการทั้งหมดหรือบางส่วน แล้วแต่กรณี (4) การให้บริการที่เสียภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละ 0 ตามมาตรา 80/1 (5) และภายหลังได้มีการโอนสิทธิในบริการอันทำให้ผู้รับโอนสิทธิในบริการมีหน้าที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 82/1 (2) ให้ความรับผิดทั้งหมดเกิดขึ้นเมื่อได้รับชำระราคาค่าบริการ เพื่อเป็นการบรรเทาภาระในการยื่นแบบแสดงรายการและการชำระภาษีของผู้ประกอบการจดทะเบียนสำหรับการให้บริการแก่กระทรวง ทบวง กรม หรือราชการส่วนท้องถิ่น ทั้งนี้ เฉพาะการให้บริการตามสัญญาและมีการชำระราคาค่าบริการที่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดโดยกฎกระทรวง ให้อธิบดีโดยอนุมัติรัฐมนตรีมีอำนาจกำหนดความรับผิดตาม (1) และ (2) เกิดขึ้นเป็นอย่างอื่นได้
ประมวลรัษฎากร หมวด 4 ภาษีมูลค่าเพิ่ม (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)
ประมวลรัษฎากร มาตรา 86
ภายใต้บังคับมาตรา 86/1 มาตรา 86/2 และมาตรา 86/8 ให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนจัดทำใบกำกับภาษีและสำเนาใบกำกับภาษีสำหรับการขายสินค้า หรือการให้บริการทุกครั้ง และต้องจัดทำในทันทีที่ความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มเกิดขึ้น พร้อมทั้งให้ส่งมอบใบกำกับภาษีนั้นแก่ผู้ซื้อสินค้าหรือผู้รับบริการ ส่วนสำเนาใบกำกับภาษีให้เก็บรักษาไว้ตามมาตรา 87/3 ผู้ประกอบการที่ได้รับยกเว้นการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มและได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มชั่วคราวตามมาตรา 85/3 จะออกใบกำกับภาษีได้ต่อเมื่อเป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด ใบกำกับภาษีให้ออกเป็นรายสถานประกอบการ ทั้งนี้ เว้นแต่อธิบดีจะกำหนดเป็นอย่างอื่น การออกใบกำกับภาษีโดยตัวแทนในนามของผู้ประกอบการจดทะเบียนให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด
ประมวลรัษฎากร หมวด 4 ภาษีมูลค่าเพิ่ม (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)
ประมวลรัษฎากร มาตรา 113
ตราสารใดมิได้ปิดแสตมป์บริบูรณ์ ผู้มีหน้าที่เสียอากร หรือผู้ทรงตราสารหรือผู้ถือเอาประโยชน์ชอบที่จะยื่นตราสารนั้นต่อพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อขอเสียอากรได้ เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ได้รับตราสารแล้ว ให้อนุมัติให้เสียอากรภายในบังคับแห่งบทบัญญัติต่อไปนี้
บทบัญญัติ (ถ้อยคำตามเว็บกรมสรรพากร)
ประมวลรัษฎากร มาตรา 118
ตราสารใดไม่ปิดแสตมป์บริบูรณ์ จะใช้ต้นฉบับ คู่ฉบับ คู่ฉีก หรือสำเนาตราสารนั้นเป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้ จนกว่าจะได้เสียอากรโดยปิดแสตมป์ครบจำนวนตามอัตราในบัญชีท้ายหมวดนี้ และขีดฆ่าแล้ว แต่ทั้งนี้ ไม่เป็นการเสื่อมสิทธิที่จะเรียกเงินเพิ่มอากรตามมาตรา 113 และมาตรา 114
บทบัญญัติ (ถ้อยคำตามเว็บกรมสรรพากร)
พ.ร.บ.การสาธารณสุข พ.ศ. 2535 มาตรา 38
ผู้ใดจะจัดตั้งสถานที่จำหน่ายอาหารหรือสถานที่สะสมอาหารในอาคารหรือพื้นที่ใดซึ่ง
พระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535 (และที่แก้ไขเพิ่มเติมถึงฉบับที่ 3 พ.ศ. 2560)
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 31
ถ้าเหตุที่ทำให้เป็นคนไร้ความสามารถได้สิ้นสุดไปแล้ว และเมื่อบุคคลผู้นั้นเองหรือบุคคลใด ๆ ดังกล่าวมาในมาตรา 28 ร้องขอต่อศาลก็ให้ศาลสั่งเพิกถอนคำสั่งที่ให้เป็นคนไร้ความสามารถนั้น
ความสามารถของบุคคล — ป.พ.พ. ม.19–36
พ.ร.บ.อาหาร พ.ศ. 2522 มาตรา 25
ห้ามมิให้ผู้ใดผลิต นำเข้าเพื่อจำหน่าย หรือจำหน่าย ซึ่งอาหารดังต่อไปนี้ (1) อาหารไม่บริสุทธิ์ (2) อาหารปลอม (3) อาหารผิดมาตรฐาน (4) อาหารอื่นที่รัฐมนตรีกำหนด
พระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522