สัญญาบริหาร Community แบบสมาชิก ต้องมีอะไรบ้าง
เจ้าของชุมชนสมาชิกจ้างผู้บริหารชุมชนมาบังคับใช้กติกา ตอบคำถาม และจัดการเนื้อหาในชุมชนที่มีอยู่แล้ว · กติกาชุมชนเป็นของเจ้าของชุมชนเสมอ ผู้บริหารมีหน้าที่บังคับใช้ ไม่ใช่กำหนดเอง
| ใช้เมื่อ | ใช้เมื่อมีชุมชนสมาชิกแบบปิดหรือกลุ่มที่ต้องมีคนดูแลตลอด |
|---|---|
| อากรแสตมป์ | สัญญานี้เป็นการจ้างทำของตาม ป.พ.พ. มาตรา 587 เพราะผู้บริหารชุมชนต้องส่งมอบผลงานคือการดูแลชุมชนตามนโยบายและรายงานผลตามข้อ 7 จึงเข้าบัญชีอัตราอากรแสตมป์ลักษณะ 4 อัตรา 1 บาทต่อสินจ้างทุก 1,000 บาทหรือเศษของ 1,000 บาท ผู้บริหารชุมชนเป็นผู้เสียอากรและขีดฆ่า คำนวณจากค่าจ้างรวมตลอดอายุสัญญา (ค่าจ้างรายเดือนคูณจำนวนเดือน) ไม่ใช่คำนวณทีละเดือน จากยอดที่กรอกไว้คิดเป็นอากร ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก และคู่ฉบับอีก ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก ซึ่งเจ้าของชุมชนเป็นผู้เสีย ถ้าไม่ปิดอากรให้ครบ สัญญาใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนกว่าจะเสียอากรและเงินเพิ่มตามประมวลรัษฎากร มาตรา 118 และ 113–114 |
| ภาษี | ค่าจ้างบริหารชุมชนเป็นเงินได้ค่าจ้างทำของตามมาตรา 40(8) ถ้าเจ้าของชุมชนเป็นนิติบุคคลต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายอัตราปกติร้อยละ 3 ตามคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 8 จากค่าจ้างก่อนภาษีมูลค่าเพิ่ม เมื่อยอดตามสัญญาตั้งแต่ 1,000 บาทขึ้นไปแม้แบ่งจ่ายรายเดือนตามข้อ 12/7 ให้ตรวจอัตราปัจจุบันก่อนจ่าย ผู้บริหารชุมชนที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มออกใบกำกับภาษีตามประมวลรัษฎากร มาตรา 78/1 และ 86 |
| แบบที่กฎหมายกำหนด | สัญญานี้ไม่ต้องจดทะเบียน แต่ต้องมีข้อตกลงการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลตามมาตรา 40 แนบท้ายเสมอ เพราะผู้บริหารชุมชนเข้าถึงข้อมูลสมาชิกโดยตรงตามข้อ 5 นโยบายการดูแลชุมชนที่แนบท้ายต้องเขียนให้ชัดเจนพอที่จะใช้เป็นเกณฑ์วัดผลการทำงานได้ ไม่ใช่แค่หัวข้อกว้าง ๆ |
| มาตราที่อ้าง | ป.พ.พ. ม.575, 587; พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 ม.5; พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ม.8; พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ม.24, 27, 40; ประมวลรัษฎากร ม.78/1, 86; คำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 8, 12/7 |
| ค่าใช้แบบฟอร์มบนเว็บนี้ | 249 บาท |
ใช้สัญญาฉบับนี้เมื่อไร
- ใช้เมื่อมีชุมชนสมาชิกแบบปิดหรือกลุ่มที่ต้องมีคนดูแลตลอด
- ใช้เมื่อต้องจ้างคนบังคับใช้กติกาที่เจ้าของกำหนดไว้ ไม่ใช่ให้คนอื่นมาตั้งกติกาเอง
- ใช้เมื่อต้องกำหนดอำนาจฉุกเฉินสำหรับเนื้อหาผิดกฎหมายและการคุ้มครองรายชื่อสมาชิก
จุดที่พลาดบ่อยและต้องระวัง
- กติกาชุมชนเป็นของเจ้าของชุมชนเสมอ ผู้บริหารมีหน้าที่บังคับใช้ ไม่ใช่กำหนดเอง
- ต้องให้อำนาจผู้บริหารระงับเนื้อหาผิดกฎหมายได้ทันทีโดยไม่ต้องรออนุมัติ เพราะเจ้าของชุมชนมีความเสี่ยงตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ม.14–15 หากปล่อยไว้
- ห้ามผู้บริหารส่งออกหรือคัดลอกรายชื่อสมาชิกไปเก็บนอกระบบโดยเด็ดขาด
- เนื้อหาที่สมาชิกโพสต์ยังเป็นลิขสิทธิ์ของสมาชิกเอง ไม่ใช่ของเจ้าของชุมชนหรือผู้บริหาร
- ข้อห้ามชักชวนสมาชิกไปที่อื่นต้องเขียนให้แคบ ไม่ใช่ห้ามผู้บริหารรับงานอื่นทั้งหมด
กรณีที่ไม่ควรใช้ฉบับนี้
- ถ้าเป็นแอดมินตอบแชตลูกค้าและมีอำนาจยืนยันออเดอร์หรือคืนเงิน ให้ใช้ สัญญาจ้างแอดมินเพจและตอบแชตลูกค้า
- ถ้าเป็นการโพสต์เนื้อหาในนามแบรนด์บนช่องทางของแบรนด์ ไม่ใช่ดูแลชุมชนสมาชิก ให้ใช้ สัญญาจ้างดูแล Social Media
- ถ้าผู้บริหารเป็นพนักงานประจำที่ทำงานภายใต้การควบคุมของนายจ้างเต็มรูปแบบ ให้ใช้สัญญาจ้างแรงงานแทน
อากรแสตมป์
สัญญานี้เป็นการจ้างทำของตาม ป.พ.พ. มาตรา 587 เพราะผู้บริหารชุมชนต้องส่งมอบผลงานคือการดูแลชุมชนตามนโยบายและรายงานผลตามข้อ 7 จึงเข้าบัญชีอัตราอากรแสตมป์ลักษณะ 4 อัตรา 1 บาทต่อสินจ้างทุก 1,000 บาทหรือเศษของ 1,000 บาท ผู้บริหารชุมชนเป็นผู้เสียอากรและขีดฆ่า คำนวณจากค่าจ้างรวมตลอดอายุสัญญา (ค่าจ้างรายเดือนคูณจำนวนเดือน) ไม่ใช่คำนวณทีละเดือน จากยอดที่กรอกไว้คิดเป็นอากร ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก และคู่ฉบับอีก ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก ซึ่งเจ้าของชุมชนเป็นผู้เสีย ถ้าไม่ปิดอากรให้ครบ สัญญาใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนกว่าจะเสียอากรและเงินเพิ่มตามประมวลรัษฎากร มาตรา 118 และ 113–114
การจดทะเบียน / แบบที่กฎหมายกำหนด
สัญญานี้ไม่ต้องจดทะเบียน แต่ต้องมีข้อตกลงการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลตามมาตรา 40 แนบท้ายเสมอ เพราะผู้บริหารชุมชนเข้าถึงข้อมูลสมาชิกโดยตรงตามข้อ 5 นโยบายการดูแลชุมชนที่แนบท้ายต้องเขียนให้ชัดเจนพอที่จะใช้เป็นเกณฑ์วัดผลการทำงานได้ ไม่ใช่แค่หัวข้อกว้าง ๆ
ภาษี
ค่าจ้างบริหารชุมชนเป็นเงินได้ค่าจ้างทำของตามมาตรา 40(8) ถ้าเจ้าของชุมชนเป็นนิติบุคคลต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายอัตราปกติร้อยละ 3 ตามคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 8 จากค่าจ้างก่อนภาษีมูลค่าเพิ่ม เมื่อยอดตามสัญญาตั้งแต่ 1,000 บาทขึ้นไปแม้แบ่งจ่ายรายเดือนตามข้อ 12/7 ให้ตรวจอัตราปัจจุบันก่อนจ่าย ผู้บริหารชุมชนที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มออกใบกำกับภาษีตามประมวลรัษฎากร มาตรา 78/1 และ 86
กติกาเป็นของเจ้าของ การบังคับใช้เป็นของผู้บริหาร — เส้นที่ต้องชัดตั้งแต่ต้น
ข้อ 2 วางหลักการที่สำคัญที่สุดของสัญญาฉบับนี้ ผู้บริหารชุมชนไม่ใช่ผู้ตัดสินใจว่ากติกาชุมชนควรเป็นอย่างไร นั่นเป็นสิทธิของเจ้าของชุมชน ผู้บริหารชุมชนมีหน้าที่บังคับใช้กติกาที่มีอยู่แล้วอย่างสม่ำเสมอ การเขียนสัญญาแบบนี้ทำให้ชัดว่าถ้าสมาชิกไม่พอใจกติกา ต้นตอคือเจ้าของชุมชน ไม่ใช่ผู้บริหาร แต่ถ้าผู้บริหารบังคับใช้ไม่สม่ำเสมอ (เช่น ลงโทษบางคนแต่ปล่อยบางคน) ความรับผิดชอบเป็นของผู้บริหารเอง
เนื้อหาผิดกฎหมาย — จุดที่เจ้าของชุมชนมีความเสี่ยงทางกฎหมายจริง ไม่ใช่แค่เรื่องมารยาท
ข้อ 3 คือข้อที่มีมูลค่าทางกฎหมายมากที่สุดในสัญญาฉบับนี้ พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 มาตรา 14–15 กำหนดความรับผิดของผู้ให้บริการที่รู้เห็นหรือยินยอมให้มีการนำเข้าข้อมูลผิดกฎหมายเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ที่ตนดูแล เจ้าของชุมชนในฐานะผู้ให้บริการจึงมีความเสี่ยงจริงถ้าปล่อยให้เนื้อหาผิดกฎหมายอยู่ในชุมชนโดยรู้อยู่แล้ว
ข้อ 3.1 จึงให้อำนาจผู้บริหารชุมชนระงับทันทีโดยไม่ต้องรอความเห็นชอบสำหรับเนื้อหาที่ผิดกฎหมายชัดแจ้ง ซึ่งเป็นข้อยกเว้นเดียวของหลัก "กติกาเป็นของเจ้าของ" ในข้อ 2 เพราะความล่าช้าในการระงับเนื้อหาลักษณะนี้สร้างความเสี่ยงที่ไม่คุ้มรอ ข้อ 3.2 บังคับให้เก็บหลักฐานไว้ก่อนลบ เพราะการลบเนื้อหาออกจากการมองเห็นสาธารณะกับการทำลายหลักฐานเป็นคนละเรื่องกัน ถ้าต้องแจ้งความหรือให้ข้อมูลกับตำรวจภายหลัง หลักฐานที่หายไปแล้วช่วยอะไรไม่ได้
รายชื่อสมาชิก — ทรัพย์สินที่มีค่าที่สุดของชุมชน ห้ามออกจากระบบ
ข้อ 5.2 ห้ามผู้บริหารชุมชนคัดลอกหรือส่งออกรายชื่อสมาชิกไปเก็บไว้นอกระบบโดยเด็ดขาด เหตุผลมีสองชั้น ชั้นแรกคือกฎหมาย PDPA เจ้าของชุมชนเป็นผู้ควบคุมข้อมูล ผู้บริหารชุมชนเป็นเพียงผู้ประมวลผลตามคำสั่ง การนำข้อมูลออกไปใช้เองเป็นการประมวลผลนอกคำสั่งซึ่งทำให้ผู้บริหารชุมชนมีฐานะเป็นผู้ควบคุมข้อมูลเองตามกฎหมายสำหรับการกระทำนั้น พร้อมความรับผิดที่ตามมา ชั้นที่สองคือความเสี่ยงทางธุรกิจ รายชื่อสมาชิกคือสินทรัพย์ที่มีค่าที่สุดของชุมชน การปล่อยให้ผู้บริหารคนใดคนหนึ่งถือสำเนาไว้เองเท่ากับสร้างความเสี่ยงที่จะถูกใช้แข่งขันในอนาคต
เนื้อหาของสมาชิก ไม่ใช่ของใครในสัญญานี้เลย
ข้อ 6 เตือนทั้งสองฝ่ายว่าเนื้อหาที่สมาชิกโพสต์ยังเป็นลิขสิทธิ์ของสมาชิกเองตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ มาตรา 8 ทั้งเจ้าของชุมชนและผู้บริหารชุมชนไม่ได้เป็นเจ้าของ ได้แค่สิทธิใช้ตามที่สมาชิกยอมรับไว้ในข้อกำหนดการใช้งาน การที่ผู้บริหารชุมชนนำโพสต์ของสมาชิกไปทำผลงานส่วนตัวหรือโปรโมตธุรกิจอื่นของตนโดยไม่ขออนุญาต จึงเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ของสมาชิกโดยตรง ไม่ใช่แค่ผิดสัญญากับเจ้าของชุมชน
ข้อห้ามชักชวนสมาชิก — แคบพอที่จะบังคับใช้ได้จริง
ข้อ 9.4 เป็นข้อห้ามที่เขียนแคบโดยตั้งใจ ห้ามเฉพาะการชักชวนสมาชิกไปเข้าชุมชนอื่นที่แข่งขันกัน ไม่ใช่ข้อห้ามไม่ให้ผู้บริหารชุมชนไปรับงานบริหารชุมชนอื่นเลย เพราะผู้บริหารชุมชนส่วนใหญ่เป็นบุคคลธรรมดาที่รับงานหลายที่พร้อมกัน ข้อห้ามที่กว้างเกินไปจะตัดโอกาสทำมาหากินของเขาทั้งหมด ซึ่งศาลลดหรือไม่บังคับให้ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 5 ได้ ข้อห้ามที่แคบและมีกำหนดเวลาชัดเจนแบบนี้มีโอกาสบังคับใช้ได้จริงมากกว่า
เส้นแบ่งจ้างทำของ
ข้อ 1.2 เขียนว่าผู้บริหารชุมชนเป็นผู้รับจ้างอิสระ แต่ถ้าเจ้าของชุมชนบังคับตารางเวลาทำงานอย่างเข้มงวด กำหนดว่าต้องอยู่หน้าจอกี่ชั่วโมงต่อวัน และจ่ายเป็นเงินเดือนสม่ำเสมอทุกเดือนโดยไม่ผูกกับผลงาน อาจกลายเป็นจ้างแรงงานตาม ป.พ.พ. มาตรา 575 แทนจ้างทำของตามมาตรา 587 ซึ่งมีผลต่อค่าชดเชยและเงินสมทบประกันสังคม
ข้อที่คนจ้างบริหารชุมชนพลาดบ่อย
- ให้ผู้บริหารตั้งกติกาเอง — พอเปลี่ยนคนบริหาร กติกาเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ สมาชิกสับสน ข้อ 2 แก้จุดนี้
- ไม่มีอำนาจฉุกเฉินสำหรับเนื้อหาผิดกฎหมาย — ต้องรอเจ้าของอนุมัติก่อนลบทุกครั้ง ทำให้เนื้อหาอันตรายอยู่นานเกินไป
- ให้บัญชีผู้ดูแลหลักแก่ผู้บริหาร — เลิกจ้างแล้วเอาบัญชีคืนไม่ได้ ข้อ 4 แก้จุดนี้
- ไม่ห้ามส่งออกรายชื่อสมาชิก — ผู้บริหารเก็บสำเนารายชื่อไว้เอง แล้วใช้ชักชวนไปที่อื่นภายหลัง
เอกสารแนบท้ายสัญญา
- นโยบายการดูแลชุมชนฉบับเต็ม รวมกติกาการโพสต์และบทลงโทษ
- แนวทางการจัดการเนื้อหาผิดกฎหมายเร่งด่วนและแบบฟอร์มบันทึกหลักฐาน
- ข้อตกลงการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลตามมาตรา 40
วันลงนาม
ทำสองฉบับข้อความตรงกัน เก็บไว้ฝ่ายละฉบับ ลงชื่อกำกับนโยบายการดูแลชุมชนที่แนบด้วย
ผู้เขียนและผู้ตรวจทาน
เขียนและตรวจทานโดย ภูวรา ครอบตะคุ ทนายความ (ใบอนุญาต 477/2558) · เนติบัณฑิตไทย · น.ม. กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาและสารสนเทศ — การเลือกประเด็น การจัดหมวด และคำอธิบายในบทความนี้เป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ของผู้เขียน ส่วนตัวบทกฎหมายที่ยกมาไม่มีลิขสิทธิ์และตรวจกับราชกิจจานุเบกษาได้เสมอ · ทะเบียนบทความ OKC-D9785B · หากนำไปใช้ต่อ โปรดระบุชื่อผู้เขียนและลิงก์ต้นฉบับ
คำถามที่พบบ่อย
สัญญาบริหาร Community แบบสมาชิก ต้องติดอากรแสตมป์ไหม
สัญญานี้เป็นการจ้างทำของตาม ป.พ.พ. มาตรา 587 เพราะผู้บริหารชุมชนต้องส่งมอบผลงานคือการดูแลชุมชนตามนโยบายและรายงานผลตามข้อ 7 จึงเข้าบัญชีอัตราอากรแสตมป์ลักษณะ 4 อัตรา 1 บาทต่อสินจ้างทุก 1,000 บาทหรือเศษของ 1,000 บาท ผู้บริหารชุมชนเป็นผู้เสียอากรและขีดฆ่า คำนวณจากค่าจ้างรวมตลอดอายุสัญญา (ค่าจ้างรายเดือนคูณจำนวนเดือน) ไม่ใช่คำนวณทีละเดือน จากยอดที่กรอกไว้คิดเป็นอากร ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก และคู่ฉบับอีก ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก ซึ่งเจ้าของชุมชนเป็นผู้เสีย ถ้าไม่ปิดอากรให้ครบ สัญญาใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนกว่าจะเสียอากรและเงินเพิ่มตามประมวลรัษฎากร มาตรา 118 และ 113–114
สัญญาบริหาร Community แบบสมาชิก เสียภาษีอะไรบ้าง
ค่าจ้างบริหารชุมชนเป็นเงินได้ค่าจ้างทำของตามมาตรา 40(8) ถ้าเจ้าของชุมชนเป็นนิติบุคคลต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายอัตราปกติร้อยละ 3 ตามคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 8 จากค่าจ้างก่อนภาษีมูลค่าเพิ่ม เมื่อยอดตามสัญญาตั้งแต่ 1,000 บาทขึ้นไปแม้แบ่งจ่ายรายเดือนตามข้อ 12/7 ให้ตรวจอัตราปัจจุบันก่อนจ่าย ผู้บริหารชุมชนที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มออกใบกำกับภาษีตามประมวลรัษฎากร มาตรา 78/1 และ 86
ใช้สัญญาบริหาร Community แบบสมาชิกตอนไหน
ใช้เมื่อมีชุมชนสมาชิกแบบปิดหรือกลุ่มที่ต้องมีคนดูแลตลอด · ใช้เมื่อต้องจ้างคนบังคับใช้กติกาที่เจ้าของกำหนดไว้ ไม่ใช่ให้คนอื่นมาตั้งกติกาเอง · ใช้เมื่อต้องกำหนดอำนาจฉุกเฉินสำหรับเนื้อหาผิดกฎหมายและการคุ้มครองรายชื่อสมาชิก
ทำสัญญาบริหาร Community แบบสมาชิกต้องระวังอะไร
กติกาชุมชนเป็นของเจ้าของชุมชนเสมอ ผู้บริหารมีหน้าที่บังคับใช้ ไม่ใช่กำหนดเอง · ต้องให้อำนาจผู้บริหารระงับเนื้อหาผิดกฎหมายได้ทันทีโดยไม่ต้องรออนุมัติ เพราะเจ้าของชุมชนมีความเสี่ยงตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ม.14–15 หากปล่อยไว้ · ห้ามผู้บริหารส่งออกหรือคัดลอกรายชื่อสมาชิกไปเก็บนอกระบบโดยเด็ดขาด · เนื้อหาที่สมาชิกโพสต์ยังเป็นลิขสิทธิ์ของสมาชิกเอง ไม่ใช่ของเจ้าของชุมชนหรือผู้บริหาร · ข้อห้ามชักชวนสมาชิกไปที่อื่นต้องเขียนให้แคบ ไม่ใช่ห้ามผู้บริหารรับงานอื่นทั้งหมด
กรณีไหนที่ไม่ควรใช้สัญญาบริหาร Community แบบสมาชิก
ถ้าเป็นแอดมินตอบแชตลูกค้าและมีอำนาจยืนยันออเดอร์หรือคืนเงิน ให้ใช้ สัญญาจ้างแอดมินเพจและตอบแชตลูกค้า · ถ้าเป็นการโพสต์เนื้อหาในนามแบรนด์บนช่องทางของแบรนด์ ไม่ใช่ดูแลชุมชนสมาชิก ให้ใช้ สัญญาจ้างดูแล Social Media · ถ้าผู้บริหารเป็นพนักงานประจำที่ทำงานภายใต้การควบคุมของนายจ้างเต็มรูปแบบ ให้ใช้สัญญาจ้างแรงงานแทน
สัญญาบริหาร Community แบบสมาชิก ต้องจดทะเบียนหรือทำตามแบบที่กฎหมายกำหนดไหม
สัญญานี้ไม่ต้องจดทะเบียน แต่ต้องมีข้อตกลงการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลตามมาตรา 40 แนบท้ายเสมอ เพราะผู้บริหารชุมชนเข้าถึงข้อมูลสมาชิกโดยตรงตามข้อ 5 นโยบายการดูแลชุมชนที่แนบท้ายต้องเขียนให้ชัดเจนพอที่จะใช้เป็นเกณฑ์วัดผลการทำงานได้ ไม่ใช่แค่หัวข้อกว้าง ๆ
ลงนามสัญญาบริหาร Community แบบสมาชิกต้องมีพยานไหม ทำกี่ฉบับ
ทำสองฉบับข้อความตรงกัน เก็บไว้ฝ่ายละฉบับ ลงชื่อกำกับนโยบายการดูแลชุมชนที่แนบด้วย
ทำสัญญาบริหาร Community แบบสมาชิกต้องเตรียมเอกสารอะไรแนบท้าย
นโยบายการดูแลชุมชนฉบับเต็ม รวมกติกาการโพสต์และบทลงโทษ แนวทางการจัดการเนื้อหาผิดกฎหมายเร่งด่วนและแบบฟอร์มบันทึกหลักฐาน ข้อตกลงการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลตามมาตรา 40
กฎหมายที่อ้างถึงในบทความนี้
ถ้อยคำด้านล่างคัดจากตัวบท 11 มาตรา — ใช้อ้างอิงได้ แต่หากต้องใช้ในชั้นศาล ควรตรวจกับราชกิจจานุเบกษาฉบับทางการอีกครั้ง
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 575
อันว่าจ้างแรงงานนั้น คือสัญญาซึ่งบุคคลคนหนึ่ง เรียกว่าลูกจ้าง ตกลงจะทำงานให้แก่บุคคลอีกคนหนึ่ง เรียกว่านายจ้าง และนายจ้างตกลงจะให้สินจ้างตลอดเวลาที่ทำงานให้
ลักษณะ 6 จ้างแรงงาน
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 587
อันว่าจ้างทำของนั้น คือสัญญาซึ่งบุคคลคนหนึ่ง เรียกว่าผู้รับจ้าง ตกลงจะทำการงานสิ่งใดสิ่งหนึ่งจนสำเร็จให้แก่บุคคลอีกคนหนึ่ง เรียกว่าผู้ว่าจ้าง และผู้ว่าจ้างตกลงจะให้สินจ้างเพื่อผลสำเร็จแห่งการที่ทำนั้น
ลักษณะ 7 จ้างทำของ
พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 5
ข้อตกลงจำกัดสิทธิหรือเสรีภาพในการประกอบอาชีพการงาน หรือการทำนิติกรรมที่เกี่ยวกับการประกอบธุรกิจการค้าหรือวิชาชีพซึ่งไม่เป็นโมฆะ แต่เป็นข้อตกลงที่ทำให้ผู้ถูกจำกัดสิทธิหรือเสรีภาพต้องรับภาระมากกว่าที่จะพึงคาดหมายได้ตามปกติ ให้มีผลบังคับได้เพียงเท่าที่เป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณีเท่านั้น
พระราชบัญญัติ ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540
พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 8
ให้ผู้สร้างสรรค์เป็นผู้มีลิขสิทธิ์ในงานที่ตนได้สร้างสรรค์ขึ้นภายใต้เงื่อนไขดังต่อไปนี้ (1) ในกรณีที่ยังไม่ได้มีการโฆษณางาน ผู้สร้างสรรค์ต้องเป็นผู้มีสัญชาติไทยหรืออยู่ใน ราชอาณาจักรหรือเป็นผู้มีสัญชาติหรืออยู่ในประเทศที่เป็นภาคีแห่งอนุสัญญาว่าด้วยการคุ้มครองลิขสิทธิ์ ซึ่งประเทศไทยเป็นภาคีอยู่ด้วย ตลอดระยะเวลาหรือเป็นส่วนใหญ่ในการสร้างสรรค์งานนั้น (2) ในกรณีที่ได้มีการโฆษณางานแล้ว การโฆษณางานนั้นในครั้งแรกได้กระทำขึ้น ในราชอาณาจักรหรือในประเทศที่เป็นภาคีแห่งอนุสัญญาว่าด้วยการคุ้มครองลิขสิทธิ์ซึ่งประเทศไทยเป็นภาคี อยู่ด้วย หรือในกรณีที่การโฆษณาครั้งแรกได้กระทำนอกราชอาณาจักรหรือในประเทศอื่นที่ไม่เป็นภาคี แห่งอนุสัญญาว่าด้วยการคุ้มครองลิขสิทธิ์ซึ่งประเทศไทยเป็นภาคีอยู่ด้วย หากได้มีการโฆษณางานดังกล่าว - 6 - หมายเหตุ: กรมทรัพย์สินทางปัญญารวบรวมพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์เพื่ออำนวยความสะดวกแก่เจ้าของลิขสิทธิ์ ผู้ประกอบการ และประชาชนทั่วไป หากจะนำไปใช้ในทางกฎหมาย โปรดอ้างอิงพระราชบัญญัติฉบับที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ในราชอาณาจักรหรือในประเทศที่เป็นภาคีแห่งอนุสัญญาว่าด้วยการคุ้มครองลิขสิทธิ์ซึ่งประเทศไทยเป็นภาคี อยู่ด้วยภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้มีการโฆษณาครั้งแรก หรือผู้สร้างสรรค์เป็นผู้มีลักษณะตามที่กำหนดไว้ ใน (1) ในขณะที่มีการโฆษณางานครั้งแรก ในกรณีที่ผู้สร้างสรรค์ต้องเป็นผู้มีสัญชาติไทย ถ้าผู้สร้างสรรค์เป็นนิติบุคคล นิติบุคคลนั้นต้อง เป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)
พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 24
ห้ามมิให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลทำการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล โดยไม่ได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล เว้นแต่ (1) เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่เกี่ยวกับการจัดทำเอกสารประวัติศาสตร์หรือจดหมายเหตุ เพื่อประโยชน์สาธารณะ หรือที่เกี่ยวกับการศึกษาวิจัยหรือสถิติซึ่งได้จัดให้มีมาตรการปกป้องที่เหมาะสม เพื่อคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ทั้งนี้ ตามที่คณะกรรมการประกาศกำหนด (2) เพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของบุคคล (3) เป็นการจำเป็นเพื่อการปฏิบัติตามสัญญาซึ่งเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเป็นคู่สัญญาหรือ เพื่อใช้ในการดำเนินการตามคำขอของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเข้าทำสัญญานั้น (4) เป็นการจำเป็นเพื่อการปฏิบัติหน้าที่ในการดำเนินภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะของผู้ควบคุม ข้อมูลส่วนบุคคล หรือปฏิบัติหน้าที่ในการใช้อำนาจรัฐที่ได้มอบให้แก่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล (5) เป็นการจำเป็นเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล หรือของบุคคลหรือนิติบุคคลอื่นที่ไม่ใช่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล เว้นแต่ประโยชน์ดังกล่าวมีความสำคัญ น้อยกว่าสิทธิขั้นพื้นฐานในข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล (6) เป็นการปฏิบัติตามกฎหมายของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล
พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)
พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 27
ห้ามมิให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล โดยไม่ได้ รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล เว้นแต่เป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่เก็บรวบรวมได้โดยได้รับยกเว้น ไม่ต้องขอความยินยอมตามมาตรา 24 หรือมาตรา 26 บุคคลหรือนิติบุคคลที่ได้รับข้อมูลส่วนบุคคลมาจากการเปิดเผยตามวรรคหนึ่ง จะต้องไม่ใช้หรือ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อวัตถุประสงค์อื่นนอกเหนือจากวัตถุประสงค์ที่ได้แจ้งไว้กับผู้ควบคุมข้อมูล ส่วนบุคคลในการขอรับข้อมูลส่วนบุคคลนั้น ในกรณีที่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้รับยกเว้นไม่ต้องขอ ความยินยอมตามวรรคหนึ่ง ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลต้องบันทึกการใช้หรือเปิดเผยนั้นไว้ในรายการ ตามมาตรา 39
พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)
พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 40
ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลมีหน้าที่ ดังต่อไปนี้ (1) ดำเนินการเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามคำสั่งที่ได้รับ จากผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลเท่านั้น เว้นแต่คำสั่งนั้นขัดต่อกฎหมายหรือบทบัญญัติในการคุ้มครอง ข้อมูลส่วนบุคคลตามพระราชบัญญัตินี้ (2) จัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม เพื่อป้องกันการสูญหาย เข้าถึง ใช้ เปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ รวมทั้ง แจ้งให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลทราบถึงเหตุการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลที่เกิดขึ้น (3) จัดทำและเก็บรักษาบันทึกรายการของกิจกรรมการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลไว้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการประกาศกำหนด ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งไม่ปฏิบัติตาม (1) สำหรับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผย ข้อมูลส่วนบุคคลใด ให้ถือว่าผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลสำหรับ การเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลนั้น การดำเนินงานตามหน้าที่ของผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลตามที่ได้รับมอบหมายจากผู้ควบคุม ข้อมูลส่วนบุคคลตามวรรคหนึ่ง ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลต้องจัดให้มีข้อตกลงระหว่างกัน เพื่อควบคุม การดำเนินงานตามหน้าที่ของผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้ ความใน (3) อาจยกเว้นมิให้นำมาใช้บังคับกับผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งเป็นกิจการ ขนาดเล็กตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการประกาศกำหนด เว้นแต่มีการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผย ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความเสี่ยงที่จะมีผลกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล หรือ มิใช่กิจการที่เก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเป็นครั้งคราว หรือมีการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามมาตรา 26
พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)
ประมวลรัษฎากร มาตรา 78/1
ภายใต้บังคับมาตรา 78/3 ความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มที่เกิดจากการให้บริการ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้ (1) การให้บริการนอกจากที่อยู่ในบังคับตาม (2) (3) หรือ (4) ให้ความรับผิดทั้งหมดเกิดขึ้นเมื่อได้รับชำระราคาค่าบริการ เว้นแต่กรณีที่ได้มีการกระทำดังต่อไปนี้เกิดขึ้นก่อนได้รับชำระราคาค่าบริการ ก็ให้ถือว่าความรับผิดเกิดขึ้นเมื่อได้มีการกระทำนั้น ๆ ด้วย (ก) ได้ออกใบกำกับภาษี หรือ (ข) ได้ใช้บริการไม่ว่าโดยตนเองหรือบุคคลอื่น ทั้งนี้ โดยให้ความรับผิดเกิดขึ้นตามส่วนของการกระทำนั้น ๆ แล้วแต่กรณี (2) การให้บริการตามสัญญาที่กำหนดค่าตอบแทนตามส่วนของบริการที่ทำให้ความรับผิดตามส่วนของบริการเกิดขึ้นเมื่อได้รับชำระราคาค่าบริการตามส่วนของบริการที่สิ้นสุดลง เว้นแต่กรณีที่ได้มีการกระทำดังต่อไปนี้เกิดขึ้นก่อนได้รับชำระราคาค่าบริการตามส่วนของบริการที่สิ้นสุดลงก็ให้ถือว่าความรับผิดเกิดขึ้นเมื่อได้มีการกระทำนั้น ๆ ด้วย (ก) ได้ออกใบกำกับภาษี หรือ (ข) ได้ใช้บริการไม่ว่าโดยตนเองหรือบุคคลอื่น ทั้งนี้ โดยให้ความรับผิดเกิดขึ้นตามส่วนของการกระทำนั้น ๆ แล้วแต่กรณี (3) การให้บริการที่ทำในต่างประเทศและได้มีการใช้บริการนั้นในราชอาณาจักร ให้ความรับผิดทั้งหมดหรือบางส่วนเกิดขึ้นเมื่อได้มีการชำระราคาค่าบริการทั้งหมดหรือบางส่วน แล้วแต่กรณี (4) การให้บริการที่เสียภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละ 0 ตามมาตรา 80/1 (5) และภายหลังได้มีการโอนสิทธิในบริการอันทำให้ผู้รับโอนสิทธิในบริการมีหน้าที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 82/1 (2) ให้ความรับผิดทั้งหมดเกิดขึ้นเมื่อได้รับชำระราคาค่าบริการ เพื่อเป็นการบรรเทาภาระในการยื่นแบบแสดงรายการและการชำระภาษีของผู้ประกอบการจดทะเบียนสำหรับการให้บริการแก่กระทรวง ทบวง กรม หรือราชการส่วนท้องถิ่น ทั้งนี้ เฉพาะการให้บริการตามสัญญาและมีการชำระราคาค่าบริการที่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดโดยกฎกระทรวง ให้อธิบดีโดยอนุมัติรัฐมนตรีมีอำนาจกำหนดความรับผิดตาม (1) และ (2) เกิดขึ้นเป็นอย่างอื่นได้
ประมวลรัษฎากร หมวด 4 ภาษีมูลค่าเพิ่ม (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)
ประมวลรัษฎากร มาตรา 86
ภายใต้บังคับมาตรา 86/1 มาตรา 86/2 และมาตรา 86/8 ให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนจัดทำใบกำกับภาษีและสำเนาใบกำกับภาษีสำหรับการขายสินค้า หรือการให้บริการทุกครั้ง และต้องจัดทำในทันทีที่ความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มเกิดขึ้น พร้อมทั้งให้ส่งมอบใบกำกับภาษีนั้นแก่ผู้ซื้อสินค้าหรือผู้รับบริการ ส่วนสำเนาใบกำกับภาษีให้เก็บรักษาไว้ตามมาตรา 87/3 ผู้ประกอบการที่ได้รับยกเว้นการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มและได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มชั่วคราวตามมาตรา 85/3 จะออกใบกำกับภาษีได้ต่อเมื่อเป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด ใบกำกับภาษีให้ออกเป็นรายสถานประกอบการ ทั้งนี้ เว้นแต่อธิบดีจะกำหนดเป็นอย่างอื่น การออกใบกำกับภาษีโดยตัวแทนในนามของผู้ประกอบการจดทะเบียนให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด
ประมวลรัษฎากร หมวด 4 ภาษีมูลค่าเพิ่ม (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)
ประมวลรัษฎากร มาตรา 118
ตราสารใดไม่ปิดแสตมป์บริบูรณ์ จะใช้ต้นฉบับ คู่ฉบับ คู่ฉีก หรือสำเนาตราสารนั้นเป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้ จนกว่าจะได้เสียอากรโดยปิดแสตมป์ครบจำนวนตามอัตราในบัญชีท้ายหมวดนี้ และขีดฆ่าแล้ว แต่ทั้งนี้ ไม่เป็นการเสื่อมสิทธิที่จะเรียกเงินเพิ่มอากรตามมาตรา 113 และมาตรา 114
บทบัญญัติ (ถ้อยคำตามเว็บกรมสรรพากร)
ประมวลรัษฎากร มาตรา 40
เงินได้พึงประเมินนั้นคือ เงินได้ประเภทดังต่อไปนี้ รวมตลอดถึงเงินค่าภาษีอากรที่ผู้จ่ายเงินหรือผู้อื่นออกแทนให้สำหรับเงินได้ประเภทต่าง ๆ ดังกล่าว ไม่ว่าในทอดใด (1) เงินได้เนื่องจากการจ้างแรงงานไม่ว่าจะเป็นเงินเดือน ค่าจ้าง เบี้ยเลี้ยง โบนัส เบี้ยหวัด บำเหน็จ บำนาญ เงินค่าเช่าบ้าน เงินที่คำนวณได้จากมูลค่าของการได้อยู่บ้านที่นายจ้างให้อยู่โดยไม่เสียค่าเช่า เงินที่นายจ้างจ่ายชำระหนี้ใด ๆ ซึ่งลูกจ้างมีหน้าที่ต้องชำระ และเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์ใด ๆ บรรดาที่ได้เนื่องจากการจ้างแรงงาน (2) เงินได้เนื่องจากหน้าที่หรือตำแหน่งงานที่ทำหรือจากการรับทำงานให้ ไม่ว่าจะเป็นค่าธรรมเนียม ค่านายหน้า ค่าส่วนลด เงินอุดหนุนในงานที่ทำ เบี้ยประชุม บำเหน็จ โบนัส เงินค่าเช่าบ้าน เงินที่คำนวณได้จากมูลค่าของการได้อยู่บ้านที่ผู้จ่ายเงินได้ให้อยู่โดยไม่เสียค่าเช่า เงินที่ผู้จ่ายเงินได้จ่ายชำระหนี้ใด ๆ ซึ่งผู้มีเงินได้มีหน้าที่ต้องชำระ และเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์ใด ๆ บรรดาที่ได้เนื่องจากหน้าที่หรือตำแหน่งงานที่ทำหรือจากการรับทำงานให้นั้น ไม่ว่าหน้าที่หรือตำแหน่งงานหรืองานที่รับทำให้นั้นจะเป็นการประจำหรือชั่วคราว (3) ค่าแห่งกู๊ดวิลล์ ค่าแห่งลิขสิทธิ์ หรือสิทธิอย่างอื่น เงินปีหรือเงินได้มีลักษณะเป็นเงินรายปีอันได้มาจากพินัยกรรม นิติกรรมอย่างอื่น หรือคำพิพากษาของศาล (4) เงินได้ที่เป็น (ก) ดอกเบี้ยพันธบัตร ดอกเบี้ยเงินฝาก ดอกเบี้ยหุ้นกู้ ดอกเบี้ยตั๋วเงิน ดอกเบี้ยเงินกู้ยืมไม่ว่าจะมีหลักประกันหรือไม่ ดอกเบี้ยเงินกู้ยืมที่อยู่ในบังคับต้องถูกหักภาษีไว้ ณ ที่จ่ายตามกฎหมายว่าด้วยภาษีเงินได้ปิโตรเลียมเฉพาะส่วนที่เหลือจากถูกหักภาษีไว้ ณ ที่จ่ายตามกฎหมายดังกล่าว หรือผลต่างระหว่างราคาไถ่ถอนกับราคาจำหน่ายตั๋วเงินหรือตราสารแสดงสิทธิในหนี้ที่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล หรือนิติบุคคลอื่นเป็นผู้ออกและจำหน่ายครั้งแรกในราคาต่ำกว่าราคาไถ่ถอน รวมทั้งเงินได้ที่มีลักษณะทำนองเดียวกันกับดอกเบี้ย ผลประโยชน์หรือค่าตอบแทนอื่น ๆ ที่ได้จากการให้กู้ยืมหรือจากสิทธิเรียกร้องในหนี้ทุกชนิดไม่ว่าจะมีหลักประกันหรือไม่ก็ตาม (ข) เงินปันผล เงินส่วนแบ่งของกำไร หรือประโยชน์อื่นใดที่ได้จากบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล หรือสถาบันการเงินที่มีกฎหมายโดยเฉพาะของประเทศไทยจัดตั้งขึ้นสำหรับให้กู้ยืมเงินเพื่อส่งเสริมเกษตรกรรม พาณิชยกรรม หรืออุตสาหกรรม เงินปันผลหรือเงินส่วนแบ่งของกำไรที่อยู่ในบังคับต้องถูกหักภาษีไว้ ณ ที่จ่าย ตามกฎหมายว่าด้วยภาษีเงินได้ปิโตรเลียมเฉพาะส่วนที่เหลือจากถูกหักภาษีไว้ ณ ที่จ่ายตามกฎหมายดังกล่าว
ประมวลรัษฎากร — เงินได้พึงประเมิน ม.40–41