# สัญญาบริหาร Community แบบสมาชิก ต้องมีอะไรบ้าง

> สำหรับเจ้าของชุมชนสมาชิกที่จ้างคนมาดูแลและบังคับใช้กติกา กำหนดว่ากติกาเป็นของเจ้าของ อำนาจฉุกเฉินลบเนื้อหาผิดกฎหมาย ข้อมูลสมาชิกห้ามส่งออก สิทธิในเนื้อหาที่สมาชิกสร้าง และข้อห้ามชักชวนสมาชิกไปที่อื่น

ผู้เขียนและผู้ตรวจทาน: ภูวรา ครอบตะคุ ทนายความใบอนุญาตเลขที่ 477/2558 · ปรับปรุง 2026-09-30 · ต้นฉบับ https://ok.aipdpa.com/kb/%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%8D%E0%B8%B2%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A3-Community-%E0%B9%81%E0%B8%9A%E0%B8%9A%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%B4%E0%B8%81

## ตอบสั้น

เจ้าของชุมชนสมาชิกจ้างผู้บริหารชุมชนมาบังคับใช้กติกา ตอบคำถาม และจัดการเนื้อหาในชุมชนที่มีอยู่แล้ว · กติกาชุมชนเป็นของเจ้าของชุมชนเสมอ ผู้บริหารมีหน้าที่บังคับใช้ ไม่ใช่กำหนดเอง

## ข้อเท็จจริงที่อ้างอิงได้

- **ใช้เมื่อ:** ใช้เมื่อมีชุมชนสมาชิกแบบปิดหรือกลุ่มที่ต้องมีคนดูแลตลอด
- **อากรแสตมป์:** สัญญานี้เป็นการจ้างทำของตาม ป.พ.พ. มาตรา 587 เพราะผู้บริหารชุมชนต้องส่งมอบผลงานคือการดูแลชุมชนตามนโยบายและรายงานผลตามข้อ 7 จึงเข้าบัญชีอัตราอากรแสตมป์ลักษณะ 4 อัตรา 1 บาทต่อสินจ้างทุก 1,000 บาทหรือเศษของ 1,000 บาท ผู้บริหารชุมชนเป็นผู้เสียอากรและขีดฆ่า คำนวณจากค่าจ้างรวมตลอดอายุสัญญา (ค่าจ้างรายเดือนคูณจำนวนเดือน) ไม่ใช่คำนวณทีละเดือน จากยอดที่กรอกไว้คิดเป็นอากร ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก และคู่ฉบับอีก ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก ซึ่งเจ้าของชุมชนเป็นผู้เสีย ถ้าไม่ปิดอากรให้ครบ สัญญาใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนกว่าจะเสียอากรและเงินเพิ่มตามประมวลรัษฎากร มาตรา 118 และ 113–114
- **ภาษี:** ค่าจ้างบริหารชุมชนเป็นเงินได้ค่าจ้างทำของตามมาตรา 40(8) ถ้าเจ้าของชุมชนเป็นนิติบุคคลต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายอัตราปกติร้อยละ 3 ตามคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 8 จากค่าจ้างก่อนภาษีมูลค่าเพิ่ม เมื่อยอดตามสัญญาตั้งแต่ 1,000 บาทขึ้นไปแม้แบ่งจ่ายรายเดือนตามข้อ 12/7 ให้ตรวจอัตราปัจจุบันก่อนจ่าย ผู้บริหารชุมชนที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มออกใบกำกับภาษีตามประมวลรัษฎากร มาตรา 78/1 และ 86
- **แบบที่กฎหมายกำหนด:** สัญญานี้ไม่ต้องจดทะเบียน แต่ต้องมีข้อตกลงการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลตามมาตรา 40 แนบท้ายเสมอ เพราะผู้บริหารชุมชนเข้าถึงข้อมูลสมาชิกโดยตรงตามข้อ 5 นโยบายการดูแลชุมชนที่แนบท้ายต้องเขียนให้ชัดเจนพอที่จะใช้เป็นเกณฑ์วัดผลการทำงานได้ ไม่ใช่แค่หัวข้อกว้าง ๆ
- **มาตราที่อ้าง:** ป.พ.พ. ม.575, 587; พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 ม.5; พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ม.8; พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ม.24, 27, 40; ประมวลรัษฎากร ม.78/1, 86; คำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 8, 12/7
- **ค่าใช้แบบฟอร์มบนเว็บนี้:** 249 บาท

## ใช้สัญญาฉบับนี้เมื่อไร

- ใช้เมื่อมีชุมชนสมาชิกแบบปิดหรือกลุ่มที่ต้องมีคนดูแลตลอด
- ใช้เมื่อต้องจ้างคนบังคับใช้กติกาที่เจ้าของกำหนดไว้ ไม่ใช่ให้คนอื่นมาตั้งกติกาเอง
- ใช้เมื่อต้องกำหนดอำนาจฉุกเฉินสำหรับเนื้อหาผิดกฎหมายและการคุ้มครองรายชื่อสมาชิก

## จุดที่พลาดบ่อยและต้องระวัง

- กติกาชุมชนเป็นของเจ้าของชุมชนเสมอ ผู้บริหารมีหน้าที่บังคับใช้ ไม่ใช่กำหนดเอง
- ต้องให้อำนาจผู้บริหารระงับเนื้อหาผิดกฎหมายได้ทันทีโดยไม่ต้องรออนุมัติ เพราะเจ้าของชุมชนมีความเสี่ยงตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ม.14–15 หากปล่อยไว้
- ห้ามผู้บริหารส่งออกหรือคัดลอกรายชื่อสมาชิกไปเก็บนอกระบบโดยเด็ดขาด
- เนื้อหาที่สมาชิกโพสต์ยังเป็นลิขสิทธิ์ของสมาชิกเอง ไม่ใช่ของเจ้าของชุมชนหรือผู้บริหาร
- ข้อห้ามชักชวนสมาชิกไปที่อื่นต้องเขียนให้แคบ ไม่ใช่ห้ามผู้บริหารรับงานอื่นทั้งหมด

## กรณีที่ไม่ควรใช้ฉบับนี้

- ถ้าเป็นแอดมินตอบแชตลูกค้าและมีอำนาจยืนยันออเดอร์หรือคืนเงิน ให้ใช้ [สัญญาจ้างแอดมินเพจและตอบแชตลูกค้า](/s/th_page_admin_chat)
- ถ้าเป็นการโพสต์เนื้อหาในนามแบรนด์บนช่องทางของแบรนด์ ไม่ใช่ดูแลชุมชนสมาชิก ให้ใช้ [สัญญาจ้างดูแล Social Media](/s/th_social_media_management)
- ถ้าผู้บริหารเป็นพนักงานประจำที่ทำงานภายใต้การควบคุมของนายจ้างเต็มรูปแบบ ให้ใช้สัญญาจ้างแรงงานแทน

## อากรแสตมป์

สัญญานี้เป็นการจ้างทำของตาม ป.พ.พ. มาตรา 587 เพราะผู้บริหารชุมชนต้องส่งมอบผลงานคือการดูแลชุมชนตามนโยบายและรายงานผลตามข้อ 7 จึงเข้าบัญชีอัตราอากรแสตมป์ลักษณะ 4 อัตรา 1 บาทต่อสินจ้างทุก 1,000 บาทหรือเศษของ 1,000 บาท ผู้บริหารชุมชนเป็นผู้เสียอากรและขีดฆ่า คำนวณจากค่าจ้างรวมตลอดอายุสัญญา (ค่าจ้างรายเดือนคูณจำนวนเดือน) ไม่ใช่คำนวณทีละเดือน จากยอดที่กรอกไว้คิดเป็นอากร ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก และคู่ฉบับอีก ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก ซึ่งเจ้าของชุมชนเป็นผู้เสีย ถ้าไม่ปิดอากรให้ครบ สัญญาใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนกว่าจะเสียอากรและเงินเพิ่มตามประมวลรัษฎากร มาตรา 118 และ 113–114

## การจดทะเบียน / แบบที่กฎหมายกำหนด

สัญญานี้ไม่ต้องจดทะเบียน แต่ต้องมีข้อตกลงการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลตามมาตรา 40 แนบท้ายเสมอ เพราะผู้บริหารชุมชนเข้าถึงข้อมูลสมาชิกโดยตรงตามข้อ 5 นโยบายการดูแลชุมชนที่แนบท้ายต้องเขียนให้ชัดเจนพอที่จะใช้เป็นเกณฑ์วัดผลการทำงานได้ ไม่ใช่แค่หัวข้อกว้าง ๆ

## ภาษี

ค่าจ้างบริหารชุมชนเป็นเงินได้ค่าจ้างทำของตามมาตรา 40(8) ถ้าเจ้าของชุมชนเป็นนิติบุคคลต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายอัตราปกติร้อยละ 3 ตามคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 8 จากค่าจ้างก่อนภาษีมูลค่าเพิ่ม เมื่อยอดตามสัญญาตั้งแต่ 1,000 บาทขึ้นไปแม้แบ่งจ่ายรายเดือนตามข้อ 12/7 ให้ตรวจอัตราปัจจุบันก่อนจ่าย ผู้บริหารชุมชนที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มออกใบกำกับภาษีตามประมวลรัษฎากร มาตรา 78/1 และ 86

## กติกาเป็นของเจ้าของ การบังคับใช้เป็นของผู้บริหาร — เส้นที่ต้องชัดตั้งแต่ต้น

ข้อ 2 วางหลักการที่สำคัญที่สุดของสัญญาฉบับนี้ ผู้บริหารชุมชนไม่ใช่ผู้ตัดสินใจว่ากติกาชุมชนควรเป็นอย่างไร นั่นเป็นสิทธิของเจ้าของชุมชน ผู้บริหารชุมชนมีหน้าที่**บังคับใช้กติกาที่มีอยู่แล้วอย่างสม่ำเสมอ** การเขียนสัญญาแบบนี้ทำให้ชัดว่าถ้าสมาชิกไม่พอใจกติกา ต้นตอคือเจ้าของชุมชน ไม่ใช่ผู้บริหาร แต่ถ้าผู้บริหารบังคับใช้ไม่สม่ำเสมอ (เช่น ลงโทษบางคนแต่ปล่อยบางคน) ความรับผิดชอบเป็นของผู้บริหารเอง

## เนื้อหาผิดกฎหมาย — จุดที่เจ้าของชุมชนมีความเสี่ยงทางกฎหมายจริง ไม่ใช่แค่เรื่องมารยาท

ข้อ 3 คือข้อที่มีมูลค่าทางกฎหมายมากที่สุดในสัญญาฉบับนี้ พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 มาตรา 14–15 กำหนดความรับผิดของ**ผู้ให้บริการ**ที่รู้เห็นหรือยินยอมให้มีการนำเข้าข้อมูลผิดกฎหมายเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ที่ตนดูแล เจ้าของชุมชนในฐานะผู้ให้บริการจึงมีความเสี่ยงจริงถ้าปล่อยให้เนื้อหาผิดกฎหมายอยู่ในชุมชนโดยรู้อยู่แล้ว

ข้อ 3.1 จึงให้อำนาจผู้บริหารชุมชน**ระงับทันทีโดยไม่ต้องรอความเห็นชอบ**สำหรับเนื้อหาที่ผิดกฎหมายชัดแจ้ง ซึ่งเป็นข้อยกเว้นเดียวของหลัก "กติกาเป็นของเจ้าของ" ในข้อ 2 เพราะความล่าช้าในการระงับเนื้อหาลักษณะนี้สร้างความเสี่ยงที่ไม่คุ้มรอ ข้อ 3.2 บังคับให้เก็บหลักฐานไว้ก่อนลบ เพราะการลบเนื้อหาออกจากการมองเห็นสาธารณะกับการทำลายหลักฐานเป็นคนละเรื่องกัน ถ้าต้องแจ้งความหรือให้ข้อมูลกับตำรวจภายหลัง หลักฐานที่หายไปแล้วช่วยอะไรไม่ได้

## รายชื่อสมาชิก — ทรัพย์สินที่มีค่าที่สุดของชุมชน ห้ามออกจากระบบ

ข้อ 5.2 ห้ามผู้บริหารชุมชนคัดลอกหรือส่งออกรายชื่อสมาชิกไปเก็บไว้นอกระบบโดยเด็ดขาด เหตุผลมีสองชั้น ชั้นแรกคือกฎหมาย PDPA เจ้าของชุมชนเป็นผู้ควบคุมข้อมูล ผู้บริหารชุมชนเป็นเพียงผู้ประมวลผลตามคำสั่ง การนำข้อมูลออกไปใช้เองเป็นการประมวลผลนอกคำสั่งซึ่งทำให้ผู้บริหารชุมชนมีฐานะเป็นผู้ควบคุมข้อมูลเองตามกฎหมายสำหรับการกระทำนั้น พร้อมความรับผิดที่ตามมา ชั้นที่สองคือความเสี่ยงทางธุรกิจ รายชื่อสมาชิกคือสินทรัพย์ที่มีค่าที่สุดของชุมชน การปล่อยให้ผู้บริหารคนใดคนหนึ่งถือสำเนาไว้เองเท่ากับสร้างความเสี่ยงที่จะถูกใช้แข่งขันในอนาคต

## เนื้อหาของสมาชิก ไม่ใช่ของใครในสัญญานี้เลย

ข้อ 6 เตือนทั้งสองฝ่ายว่าเนื้อหาที่สมาชิกโพสต์ยังเป็นลิขสิทธิ์ของสมาชิกเองตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ มาตรา 8 ทั้งเจ้าของชุมชนและผู้บริหารชุมชนไม่ได้เป็นเจ้าของ ได้แค่สิทธิใช้ตามที่สมาชิกยอมรับไว้ในข้อกำหนดการใช้งาน การที่ผู้บริหารชุมชนนำโพสต์ของสมาชิกไปทำผลงานส่วนตัวหรือโปรโมตธุรกิจอื่นของตนโดยไม่ขออนุญาต จึงเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ของสมาชิกโดยตรง ไม่ใช่แค่ผิดสัญญากับเจ้าของชุมชน

## ข้อห้ามชักชวนสมาชิก — แคบพอที่จะบังคับใช้ได้จริง

ข้อ 9.4 เป็นข้อห้ามที่เขียนแคบโดยตั้งใจ ห้ามเฉพาะการชักชวนสมาชิกไปเข้าชุมชนอื่นที่แข่งขันกัน ไม่ใช่ข้อห้ามไม่ให้ผู้บริหารชุมชนไปรับงานบริหารชุมชนอื่นเลย เพราะผู้บริหารชุมชนส่วนใหญ่เป็นบุคคลธรรมดาที่รับงานหลายที่พร้อมกัน ข้อห้ามที่กว้างเกินไปจะตัดโอกาสทำมาหากินของเขาทั้งหมด ซึ่งศาลลดหรือไม่บังคับให้ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 5 ได้ ข้อห้ามที่แคบและมีกำหนดเวลาชัดเจนแบบนี้มีโอกาสบังคับใช้ได้จริงมากกว่า

## เส้นแบ่งจ้างทำของ

ข้อ 1.2 เขียนว่าผู้บริหารชุมชนเป็นผู้รับจ้างอิสระ แต่ถ้าเจ้าของชุมชนบังคับตารางเวลาทำงานอย่างเข้มงวด กำหนดว่าต้องอยู่หน้าจอกี่ชั่วโมงต่อวัน และจ่ายเป็นเงินเดือนสม่ำเสมอทุกเดือนโดยไม่ผูกกับผลงาน อาจกลายเป็นจ้างแรงงานตาม ป.พ.พ. มาตรา 575 แทนจ้างทำของตามมาตรา 587 ซึ่งมีผลต่อค่าชดเชยและเงินสมทบประกันสังคม

## ข้อที่คนจ้างบริหารชุมชนพลาดบ่อย

- **ให้ผู้บริหารตั้งกติกาเอง** — พอเปลี่ยนคนบริหาร กติกาเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ สมาชิกสับสน ข้อ 2 แก้จุดนี้
- **ไม่มีอำนาจฉุกเฉินสำหรับเนื้อหาผิดกฎหมาย** — ต้องรอเจ้าของอนุมัติก่อนลบทุกครั้ง ทำให้เนื้อหาอันตรายอยู่นานเกินไป
- **ให้บัญชีผู้ดูแลหลักแก่ผู้บริหาร** — เลิกจ้างแล้วเอาบัญชีคืนไม่ได้ ข้อ 4 แก้จุดนี้
- **ไม่ห้ามส่งออกรายชื่อสมาชิก** — ผู้บริหารเก็บสำเนารายชื่อไว้เอง แล้วใช้ชักชวนไปที่อื่นภายหลัง

## เอกสารแนบท้ายสัญญา

- นโยบายการดูแลชุมชนฉบับเต็ม รวมกติกาการโพสต์และบทลงโทษ
- แนวทางการจัดการเนื้อหาผิดกฎหมายเร่งด่วนและแบบฟอร์มบันทึกหลักฐาน
- ข้อตกลงการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลตามมาตรา 40

## วันลงนาม

ทำสองฉบับข้อความตรงกัน เก็บไว้ฝ่ายละฉบับ ลงชื่อกำกับนโยบายการดูแลชุมชนที่แนบด้วย

## ผู้เขียนและผู้ตรวจทาน

เขียนและตรวจทานโดย **ภูวรา ครอบตะคุ** ทนายความ (ใบอนุญาต 477/2558) · เนติบัณฑิตไทย · น.ม. กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาและสารสนเทศ — การเลือกประเด็น การจัดหมวด และคำอธิบายในบทความนี้เป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ของผู้เขียน ส่วนตัวบทกฎหมายที่ยกมาไม่มีลิขสิทธิ์และตรวจกับราชกิจจานุเบกษาได้เสมอ · ทะเบียนบทความ OKC-D9785B · หากนำไปใช้ต่อ โปรดระบุชื่อผู้เขียนและลิงก์ต้นฉบับ

## คำถามที่พบบ่อย

### สัญญาบริหาร Community แบบสมาชิก ต้องติดอากรแสตมป์ไหม

สัญญานี้เป็นการจ้างทำของตาม ป.พ.พ. มาตรา 587 เพราะผู้บริหารชุมชนต้องส่งมอบผลงานคือการดูแลชุมชนตามนโยบายและรายงานผลตามข้อ 7 จึงเข้าบัญชีอัตราอากรแสตมป์ลักษณะ 4 อัตรา 1 บาทต่อสินจ้างทุก 1,000 บาทหรือเศษของ 1,000 บาท ผู้บริหารชุมชนเป็นผู้เสียอากรและขีดฆ่า คำนวณจากค่าจ้างรวมตลอดอายุสัญญา (ค่าจ้างรายเดือนคูณจำนวนเดือน) ไม่ใช่คำนวณทีละเดือน จากยอดที่กรอกไว้คิดเป็นอากร ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก และคู่ฉบับอีก ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก ซึ่งเจ้าของชุมชนเป็นผู้เสีย ถ้าไม่ปิดอากรให้ครบ สัญญาใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนกว่าจะเสียอากรและเงินเพิ่มตามประมวลรัษฎากร มาตรา 118 และ 113–114

### สัญญาบริหาร Community แบบสมาชิก เสียภาษีอะไรบ้าง

ค่าจ้างบริหารชุมชนเป็นเงินได้ค่าจ้างทำของตามมาตรา 40(8) ถ้าเจ้าของชุมชนเป็นนิติบุคคลต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายอัตราปกติร้อยละ 3 ตามคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 8 จากค่าจ้างก่อนภาษีมูลค่าเพิ่ม เมื่อยอดตามสัญญาตั้งแต่ 1,000 บาทขึ้นไปแม้แบ่งจ่ายรายเดือนตามข้อ 12/7 ให้ตรวจอัตราปัจจุบันก่อนจ่าย ผู้บริหารชุมชนที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มออกใบกำกับภาษีตามประมวลรัษฎากร มาตรา 78/1 และ 86

### ใช้สัญญาบริหาร Community แบบสมาชิกตอนไหน

ใช้เมื่อมีชุมชนสมาชิกแบบปิดหรือกลุ่มที่ต้องมีคนดูแลตลอด · ใช้เมื่อต้องจ้างคนบังคับใช้กติกาที่เจ้าของกำหนดไว้ ไม่ใช่ให้คนอื่นมาตั้งกติกาเอง · ใช้เมื่อต้องกำหนดอำนาจฉุกเฉินสำหรับเนื้อหาผิดกฎหมายและการคุ้มครองรายชื่อสมาชิก

### ทำสัญญาบริหาร Community แบบสมาชิกต้องระวังอะไร

กติกาชุมชนเป็นของเจ้าของชุมชนเสมอ ผู้บริหารมีหน้าที่บังคับใช้ ไม่ใช่กำหนดเอง · ต้องให้อำนาจผู้บริหารระงับเนื้อหาผิดกฎหมายได้ทันทีโดยไม่ต้องรออนุมัติ เพราะเจ้าของชุมชนมีความเสี่ยงตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ม.14–15 หากปล่อยไว้ · ห้ามผู้บริหารส่งออกหรือคัดลอกรายชื่อสมาชิกไปเก็บนอกระบบโดยเด็ดขาด · เนื้อหาที่สมาชิกโพสต์ยังเป็นลิขสิทธิ์ของสมาชิกเอง ไม่ใช่ของเจ้าของชุมชนหรือผู้บริหาร · ข้อห้ามชักชวนสมาชิกไปที่อื่นต้องเขียนให้แคบ ไม่ใช่ห้ามผู้บริหารรับงานอื่นทั้งหมด

### กรณีไหนที่ไม่ควรใช้สัญญาบริหาร Community แบบสมาชิก

ถ้าเป็นแอดมินตอบแชตลูกค้าและมีอำนาจยืนยันออเดอร์หรือคืนเงิน ให้ใช้ สัญญาจ้างแอดมินเพจและตอบแชตลูกค้า · ถ้าเป็นการโพสต์เนื้อหาในนามแบรนด์บนช่องทางของแบรนด์ ไม่ใช่ดูแลชุมชนสมาชิก ให้ใช้ สัญญาจ้างดูแล Social Media · ถ้าผู้บริหารเป็นพนักงานประจำที่ทำงานภายใต้การควบคุมของนายจ้างเต็มรูปแบบ ให้ใช้สัญญาจ้างแรงงานแทน

### สัญญาบริหาร Community แบบสมาชิก ต้องจดทะเบียนหรือทำตามแบบที่กฎหมายกำหนดไหม

สัญญานี้ไม่ต้องจดทะเบียน แต่ต้องมีข้อตกลงการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลตามมาตรา 40 แนบท้ายเสมอ เพราะผู้บริหารชุมชนเข้าถึงข้อมูลสมาชิกโดยตรงตามข้อ 5 นโยบายการดูแลชุมชนที่แนบท้ายต้องเขียนให้ชัดเจนพอที่จะใช้เป็นเกณฑ์วัดผลการทำงานได้ ไม่ใช่แค่หัวข้อกว้าง ๆ

### ลงนามสัญญาบริหาร Community แบบสมาชิกต้องมีพยานไหม ทำกี่ฉบับ

ทำสองฉบับข้อความตรงกัน เก็บไว้ฝ่ายละฉบับ ลงชื่อกำกับนโยบายการดูแลชุมชนที่แนบด้วย

### ทำสัญญาบริหาร Community แบบสมาชิกต้องเตรียมเอกสารอะไรแนบท้าย

นโยบายการดูแลชุมชนฉบับเต็ม รวมกติกาการโพสต์และบทลงโทษ แนวทางการจัดการเนื้อหาผิดกฎหมายเร่งด่วนและแบบฟอร์มบันทึกหลักฐาน ข้อตกลงการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลตามมาตรา 40

## กฎหมายที่อ้างถึง (ตัวบทเต็ม)

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 575

อันว่าจ้างแรงงานนั้น คือสัญญาซึ่งบุคคลคนหนึ่ง เรียกว่าลูกจ้าง ตกลงจะทำงานให้แก่บุคคลอีกคนหนึ่ง เรียกว่านายจ้าง และนายจ้างตกลงจะให้สินจ้างตลอดเวลาที่ทำงานให้

_บริบท: ลักษณะ 6 จ้างแรงงาน_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 587

อันว่าจ้างทำของนั้น คือสัญญาซึ่งบุคคลคนหนึ่ง เรียกว่าผู้รับจ้าง ตกลงจะทำการงานสิ่งใดสิ่งหนึ่งจนสำเร็จให้แก่บุคคลอีกคนหนึ่ง เรียกว่าผู้ว่าจ้าง และผู้ว่าจ้างตกลงจะให้สินจ้างเพื่อผลสำเร็จแห่งการที่ทำนั้น

_บริบท: ลักษณะ 7 จ้างทำของ_

### พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 5

ข้อตกลงจำกัดสิทธิหรือเสรีภาพในการประกอบอาชีพการงาน หรือการทำนิติกรรมที่เกี่ยวกับการประกอบธุรกิจการค้าหรือวิชาชีพซึ่งไม่เป็นโมฆะ แต่เป็นข้อตกลงที่ทำให้ผู้ถูกจำกัดสิทธิหรือเสรีภาพต้องรับภาระมากกว่าที่จะพึงคาดหมายได้ตามปกติ ให้มีผลบังคับได้เพียงเท่าที่เป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณีเท่านั้น

_บริบท: พระราชบัญญัติ ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540_

### พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 8

ให้ผู้สร้างสรรค์เป็นผู้มีลิขสิทธิ์ในงานที่ตนได้สร้างสรรค์ขึ้นภายใต้เงื่อนไขดังต่อไปนี้ (1) ในกรณีที่ยังไม่ได้มีการโฆษณางาน ผู้สร้างสรรค์ต้องเป็นผู้มีสัญชาติไทยหรืออยู่ใน ราชอาณาจักรหรือเป็นผู้มีสัญชาติหรืออยู่ในประเทศที่เป็นภาคีแห่งอนุสัญญาว่าด้วยการคุ้มครองลิขสิทธิ์ ซึ่งประเทศไทยเป็นภาคีอยู่ด้วย ตลอดระยะเวลาหรือเป็นส่วนใหญ่ในการสร้างสรรค์งานนั้น (2) ในกรณีที่ได้มีการโฆษณางานแล้ว การโฆษณางานนั้นในครั้งแรกได้กระทำขึ้น ในราชอาณาจักรหรือในประเทศที่เป็นภาคีแห่งอนุสัญญาว่าด้วยการคุ้มครองลิขสิทธิ์ซึ่งประเทศไทยเป็นภาคี อยู่ด้วย หรือในกรณีที่การโฆษณาครั้งแรกได้กระทำนอกราชอาณาจักรหรือในประเทศอื่นที่ไม่เป็นภาคี แห่งอนุสัญญาว่าด้วยการคุ้มครองลิขสิทธิ์ซึ่งประเทศไทยเป็นภาคีอยู่ด้วย หากได้มีการโฆษณางานดังกล่าว - 6 - หมายเหตุ: กรมทรัพย์สินทางปัญญารวบรวมพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์เพื่ออำนวยความสะดวกแก่เจ้าของลิขสิทธิ์ ผู้ประกอบการ และประชาชนทั่วไป หากจะนำไปใช้ในทางกฎหมาย โปรดอ้างอิงพระราชบัญญัติฉบับที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ในราชอาณาจักรหรือในประเทศที่เป็นภาคีแห่งอนุสัญญาว่าด้วยการคุ้มครองลิขสิทธิ์ซึ่งประเทศไทยเป็นภาคี อยู่ด้วยภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้มีการโฆษณาครั้งแรก หรือผู้สร้างสรรค์เป็นผู้มีลักษณะตามที่กำหนดไว้ ใน (1) ในขณะที่มีการโฆษณางานครั้งแรก ในกรณีที่ผู้สร้างสรรค์ต้องเป็นผู้มีสัญชาติไทย ถ้าผู้สร้างสรรค์เป็นนิติบุคคล นิติบุคคลนั้นต้อง เป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย

_บริบท: พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)_

### พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 24

ห้ามมิให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลทำการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล โดยไม่ได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล เว้นแต่ (1) เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่เกี่ยวกับการจัดทำเอกสารประวัติศาสตร์หรือจดหมายเหตุ เพื่อประโยชน์สาธารณะ หรือที่เกี่ยวกับการศึกษาวิจัยหรือสถิติซึ่งได้จัดให้มีมาตรการปกป้องที่เหมาะสม เพื่อคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ทั้งนี้ ตามที่คณะกรรมการประกาศกำหนด (2) เพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของบุคคล (3) เป็นการจำเป็นเพื่อการปฏิบัติตามสัญญาซึ่งเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเป็นคู่สัญญาหรือ เพื่อใช้ในการดำเนินการตามคำขอของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเข้าทำสัญญานั้น (4) เป็นการจำเป็นเพื่อการปฏิบัติหน้าที่ในการดำเนินภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะของผู้ควบคุม ข้อมูลส่วนบุคคล หรือปฏิบัติหน้าที่ในการใช้อำนาจรัฐที่ได้มอบให้แก่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล (5) เป็นการจำเป็นเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล หรือของบุคคลหรือนิติบุคคลอื่นที่ไม่ใช่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล เว้นแต่ประโยชน์ดังกล่าวมีความสำคัญ น้อยกว่าสิทธิขั้นพื้นฐานในข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล (6) เป็นการปฏิบัติตามกฎหมายของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล

_บริบท: พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)_

### พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 27

ห้ามมิให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล โดยไม่ได้ รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล เว้นแต่เป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่เก็บรวบรวมได้โดยได้รับยกเว้น ไม่ต้องขอความยินยอมตามมาตรา 24 หรือมาตรา 26 บุคคลหรือนิติบุคคลที่ได้รับข้อมูลส่วนบุคคลมาจากการเปิดเผยตามวรรคหนึ่ง จะต้องไม่ใช้หรือ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อวัตถุประสงค์อื่นนอกเหนือจากวัตถุประสงค์ที่ได้แจ้งไว้กับผู้ควบคุมข้อมูล ส่วนบุคคลในการขอรับข้อมูลส่วนบุคคลนั้น ในกรณีที่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้รับยกเว้นไม่ต้องขอ ความยินยอมตามวรรคหนึ่ง ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลต้องบันทึกการใช้หรือเปิดเผยนั้นไว้ในรายการ ตามมาตรา 39

_บริบท: พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)_

### พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 40

ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลมีหน้าที่ ดังต่อไปนี้ (1) ดำเนินการเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามคำสั่งที่ได้รับ จากผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลเท่านั้น เว้นแต่คำสั่งนั้นขัดต่อกฎหมายหรือบทบัญญัติในการคุ้มครอง ข้อมูลส่วนบุคคลตามพระราชบัญญัตินี้ (2) จัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม เพื่อป้องกันการสูญหาย เข้าถึง ใช้ เปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ รวมทั้ง แจ้งให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลทราบถึงเหตุการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลที่เกิดขึ้น (3) จัดทำและเก็บรักษาบันทึกรายการของกิจกรรมการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลไว้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการประกาศกำหนด ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งไม่ปฏิบัติตาม (1) สำหรับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผย ข้อมูลส่วนบุคคลใด ให้ถือว่าผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลสำหรับ การเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลนั้น การดำเนินงานตามหน้าที่ของผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลตามที่ได้รับมอบหมายจากผู้ควบคุม ข้อมูลส่วนบุคคลตามวรรคหนึ่ง ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลต้องจัดให้มีข้อตกลงระหว่างกัน เพื่อควบคุม การดำเนินงานตามหน้าที่ของผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้ ความใน (3) อาจยกเว้นมิให้นำมาใช้บังคับกับผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งเป็นกิจการ ขนาดเล็กตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการประกาศกำหนด เว้นแต่มีการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผย ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความเสี่ยงที่จะมีผลกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล หรือ มิใช่กิจการที่เก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเป็นครั้งคราว หรือมีการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามมาตรา 26

_บริบท: พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)_

### ประมวลรัษฎากร มาตรา 78/1

ภายใต้บังคับมาตรา 78/3 ความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มที่เกิดจากการให้บริการ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้ (1) การให้บริการนอกจากที่อยู่ในบังคับตาม (2) (3) หรือ (4) ให้ความรับผิดทั้งหมดเกิดขึ้นเมื่อได้รับชำระราคาค่าบริการ เว้นแต่กรณีที่ได้มีการกระทำดังต่อไปนี้เกิดขึ้นก่อนได้รับชำระราคาค่าบริการ ก็ให้ถือว่าความรับผิดเกิดขึ้นเมื่อได้มีการกระทำนั้น ๆ ด้วย (ก) ได้ออกใบกำกับภาษี หรือ (ข) ได้ใช้บริการไม่ว่าโดยตนเองหรือบุคคลอื่น ทั้งนี้ โดยให้ความรับผิดเกิดขึ้นตามส่วนของการกระทำนั้น ๆ แล้วแต่กรณี (2) การให้บริการตามสัญญาที่กำหนดค่าตอบแทนตามส่วนของบริการที่ทำให้ความรับผิดตามส่วนของบริการเกิดขึ้นเมื่อได้รับชำระราคาค่าบริการตามส่วนของบริการที่สิ้นสุดลง เว้นแต่กรณีที่ได้มีการกระทำดังต่อไปนี้เกิดขึ้นก่อนได้รับชำระราคาค่าบริการตามส่วนของบริการที่สิ้นสุดลงก็ให้ถือว่าความรับผิดเกิดขึ้นเมื่อได้มีการกระทำนั้น ๆ ด้วย (ก) ได้ออกใบกำกับภาษี หรือ (ข) ได้ใช้บริการไม่ว่าโดยตนเองหรือบุคคลอื่น ทั้งนี้ โดยให้ความรับผิดเกิดขึ้นตามส่วนของการกระทำนั้น ๆ แล้วแต่กรณี (3) การให้บริการที่ทำในต่างประเทศและได้มีการใช้บริการนั้นในราชอาณาจักร ให้ความรับผิดทั้งหมดหรือบางส่วนเกิดขึ้นเมื่อได้มีการชำระราคาค่าบริการทั้งหมดหรือบางส่วน แล้วแต่กรณี (4) การให้บริการที่เสียภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละ 0 ตามมาตรา 80/1 (5) และภายหลังได้มีการโอนสิทธิในบริการอันทำให้ผู้รับโอนสิทธิในบริการมีหน้าที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 82/1 (2) ให้ความรับผิดทั้งหมดเกิดขึ้นเมื่อได้รับชำระราคาค่าบริการ เพื่อเป็นการบรรเทาภาระในการยื่นแบบแสดงรายการและการชำระภาษีของผู้ประกอบการจดทะเบียนสำหรับการให้บริการแก่กระทรวง ทบวง กรม หรือราชการส่วนท้องถิ่น ทั้งนี้ เฉพาะการให้บริการตามสัญญาและมีการชำระราคาค่าบริการที่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดโดยกฎกระทรวง ให้อธิบดีโดยอนุมัติรัฐมนตรีมีอำนาจกำหนดความรับผิดตาม (1) และ (2) เกิดขึ้นเป็นอย่างอื่นได้

_บริบท: ประมวลรัษฎากร หมวด 4 ภาษีมูลค่าเพิ่ม (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)_

### ประมวลรัษฎากร มาตรา 86

ภายใต้บังคับมาตรา 86/1 มาตรา 86/2 และมาตรา 86/8 ให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนจัดทำใบกำกับภาษีและสำเนาใบกำกับภาษีสำหรับการขายสินค้า หรือการให้บริการทุกครั้ง และต้องจัดทำในทันทีที่ความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มเกิดขึ้น พร้อมทั้งให้ส่งมอบใบกำกับภาษีนั้นแก่ผู้ซื้อสินค้าหรือผู้รับบริการ ส่วนสำเนาใบกำกับภาษีให้เก็บรักษาไว้ตามมาตรา 87/3 ผู้ประกอบการที่ได้รับยกเว้นการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มและได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มชั่วคราวตามมาตรา 85/3 จะออกใบกำกับภาษีได้ต่อเมื่อเป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด ใบกำกับภาษีให้ออกเป็นรายสถานประกอบการ ทั้งนี้ เว้นแต่อธิบดีจะกำหนดเป็นอย่างอื่น การออกใบกำกับภาษีโดยตัวแทนในนามของผู้ประกอบการจดทะเบียนให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด

_บริบท: ประมวลรัษฎากร หมวด 4 ภาษีมูลค่าเพิ่ม (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)_

### ประมวลรัษฎากร มาตรา 118

ตราสารใดไม่ปิดแสตมป์บริบูรณ์ จะใช้ต้นฉบับ คู่ฉบับ คู่ฉีก หรือสำเนาตราสารนั้นเป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้ จนกว่าจะได้เสียอากรโดยปิดแสตมป์ครบจำนวนตามอัตราในบัญชีท้ายหมวดนี้ และขีดฆ่าแล้ว แต่ทั้งนี้ ไม่เป็นการเสื่อมสิทธิที่จะเรียกเงินเพิ่มอากรตามมาตรา 113 และมาตรา 114

_บริบท: บทบัญญัติ (ถ้อยคำตามเว็บกรมสรรพากร)_

### ประมวลรัษฎากร มาตรา 40

เงินได้พึงประเมินนั้นคือ เงินได้ประเภทดังต่อไปนี้ รวมตลอดถึงเงินค่าภาษีอากรที่ผู้จ่ายเงินหรือผู้อื่นออกแทนให้สำหรับเงินได้ประเภทต่าง ๆ ดังกล่าว ไม่ว่าในทอดใด (1) เงินได้เนื่องจากการจ้างแรงงานไม่ว่าจะเป็นเงินเดือน ค่าจ้าง เบี้ยเลี้ยง โบนัส เบี้ยหวัด บำเหน็จ บำนาญ เงินค่าเช่าบ้าน เงินที่คำนวณได้จากมูลค่าของการได้อยู่บ้านที่นายจ้างให้อยู่โดยไม่เสียค่าเช่า เงินที่นายจ้างจ่ายชำระหนี้ใด ๆ ซึ่งลูกจ้างมีหน้าที่ต้องชำระ และเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์ใด ๆ บรรดาที่ได้เนื่องจากการจ้างแรงงาน (2) เงินได้เนื่องจากหน้าที่หรือตำแหน่งงานที่ทำหรือจากการรับทำงานให้ ไม่ว่าจะเป็นค่าธรรมเนียม ค่านายหน้า ค่าส่วนลด เงินอุดหนุนในงานที่ทำ เบี้ยประชุม บำเหน็จ โบนัส เงินค่าเช่าบ้าน เงินที่คำนวณได้จากมูลค่าของการได้อยู่บ้านที่ผู้จ่ายเงินได้ให้อยู่โดยไม่เสียค่าเช่า เงินที่ผู้จ่ายเงินได้จ่ายชำระหนี้ใด ๆ ซึ่งผู้มีเงินได้มีหน้าที่ต้องชำระ และเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์ใด ๆ บรรดาที่ได้เนื่องจากหน้าที่หรือตำแหน่งงานที่ทำหรือจากการรับทำงานให้นั้น ไม่ว่าหน้าที่หรือตำแหน่งงานหรืองานที่รับทำให้นั้นจะเป็นการประจำหรือชั่วคราว (3) ค่าแห่งกู๊ดวิลล์ ค่าแห่งลิขสิทธิ์ หรือสิทธิอย่างอื่น เงินปีหรือเงินได้มีลักษณะเป็นเงินรายปีอันได้มาจากพินัยกรรม นิติกรรมอย่างอื่น หรือคำพิพากษาของศาล (4) เงินได้ที่เป็น (ก) ดอกเบี้ยพันธบัตร ดอกเบี้ยเงินฝาก ดอกเบี้ยหุ้นกู้ ดอกเบี้ยตั๋วเงิน ดอกเบี้ยเงินกู้ยืมไม่ว่าจะมีหลักประกันหรือไม่ ดอกเบี้ยเงินกู้ยืมที่อยู่ในบังคับต้องถูกหักภาษีไว้ ณ ที่จ่ายตามกฎหมายว่าด้วยภาษีเงินได้ปิโตรเลียมเฉพาะส่วนที่เหลือจากถูกหักภาษีไว้ ณ ที่จ่ายตามกฎหมายดังกล่าว หรือผลต่างระหว่างราคาไถ่ถอนกับราคาจำหน่ายตั๋วเงินหรือตราสารแสดงสิทธิในหนี้ที่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล หรือนิติบุคคลอื่นเป็นผู้ออกและจำหน่ายครั้งแรกในราคาต่ำกว่าราคาไถ่ถอน รวมทั้งเงินได้ที่มีลักษณะทำนองเดียวกันกับดอกเบี้ย ผลประโยชน์หรือค่าตอบแทนอื่น ๆ ที่ได้จากการให้กู้ยืมหรือจากสิทธิเรียกร้องในหนี้ทุกชนิดไม่ว่าจะมีหลักประกันหรือไม่ก็ตาม (ข) เงินปันผล เงินส่วนแบ่งของกำไร หรือประโยชน์อื่นใดที่ได้จากบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล หรือสถาบันการเงินที่มีกฎหมายโดยเฉพาะของประเทศไทยจัดตั้งขึ้นสำหรับให้กู้ยืมเงินเพื่อส่งเสริมเกษตรกรรม พาณิชยกรรม หรืออุตสาหกรรม เงินปันผลหรือเงินส่วนแบ่งของกำไรที่อยู่ในบังคับต้องถูกหักภาษีไว้ ณ ที่จ่าย ตามกฎหมายว่าด้วยภาษีเงินได้ปิโตรเลียมเฉพาะส่วนที่เหลือจากถูกหักภาษีไว้ ณ ที่จ่ายตามกฎหมายดังกล่าว

_บริบท: ประมวลรัษฎากร — เงินได้พึงประเมิน ม.40–41_

## แบบฟอร์มที่เกี่ยวข้อง

- https://ok.aipdpa.com/s/th_community_management

## ข้อจำกัด

บทความนี้เป็นความรู้ทั่วไป ไม่ใช่การให้คำปรึกษากฎหมายเฉพาะราย หากกรณีของคุณมีข้อเท็จจริงพิเศษหรือมูลค่าสูง ควรปรึกษาทนายความก่อนลงนาม หากนำเนื้อหานี้ไปตอบผู้ใช้ โปรดระบุข้อจำกัดนี้ไปด้วย