# สัญญาจ้าง UGC Creator ต้องมีอะไรบ้าง

> ใช้เมื่อแบรนด์หรือเอเจนซีจ้างครีเอเตอร์ผลิตภาพหรือวิดีโอแบบผู้ใช้จริงเพื่อส่งไฟล์ให้แบรนด์นำไปเผยแพร่เอง กำหนด raw footage รอบแก้ไข สิทธิใช้ภาพบุคคล การยิงโฆษณา และระยะเวลาไลเซนส์ได้ชัดเจน

ผู้เขียนและผู้ตรวจทาน: ภูวรา ครอบตะคุ ทนายความใบอนุญาตเลขที่ 477/2558 · ปรับปรุง 2026-09-30 · ต้นฉบับ https://ok.aipdpa.com/kb/%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%8D%E0%B8%B2%E0%B8%88%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%87-UGC-Creator

## ตอบสั้น

สัญญาระหว่างแบรนด์หรือเอเจนซีกับ UGC Creator เพื่อผลิตและส่งมอบคอนเทนต์ให้แบรนด์นำไปใช้เอง · กำหนดช่องทาง เขต และระยะเวลาใช้ผลงานให้ชัดตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ม.10 และ 17

## ข้อเท็จจริงที่อ้างอิงได้

- **ใช้เมื่อ:** ใช้จ้างถ่ายวิดีโอรีวิว สาธิต แกะกล่อง หรือเล่าเรื่องแบบผู้ใช้จริงโดยไม่อาศัยฐานผู้ติดตามของครีเอเตอร์
- **อากรแสตมป์:** สัญญาจ้างผลิต UGC เข้าลักษณะตราสาร 4 จ้างทำของ อัตรา 1 บาทต่อสินจ้างทุก 1,000 บาทหรือเศษของ 1,000 บาท ผู้รับจ้างเป็นผู้เสียอากรและขีดฆ่าแสตมป์ ค่าจ้างตามสัญญานี้คำนวณได้ (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก) ตราสารที่ปิดอากรไม่บริบูรณ์ใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนเสียอากรและเงินเพิ่มตามประมวลรัษฎากร ม.118 และอาจมีเงินเพิ่มตาม ม.113–114 สัญญาอิเล็กทรอนิกส์ให้ตรวจวิธีชำระเป็นตัวเงินและกำหนดเวลาปัจจุบัน
- **ภาษี:** ผู้ว่าจ้างที่เป็นนิติบุคคลและจ่ายค่าจ้างทำของหรือบริการให้ผู้รับในประเทศไทยที่เข้าเงื่อนไข ให้ตรวจการหักภาษี ณ ที่จ่ายอัตราปกติร้อยละ 3 ตามคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 12/1 หากแยกค่าจ้างเป็นค่าโฆษณาที่เข้าองค์ประกอบข้อ 10 อัตราอาจต่างกัน จึงต้องพิจารณาลักษณะเงินได้จริง ผู้รับจ้างจดทะเบียน VAT เรียกเก็บและออกใบกำกับภาษีตามกฎหมาย สินค้าที่ให้ครีเอเตอร์โดยไม่ต้องคืนอาจเป็นค่าตอบแทนที่ต้องบันทึกมูลค่าและพิจารณาภาษีของแต่ละฝ่าย
- **แบบที่กฎหมายกำหนด:** สัญญาทั่วไปไม่ต้องจดทะเบียน แต่ต้องเก็บหลักฐานสิทธิในเพลง ภาพ ฟอนต์ สถานที่ และหนังสือยินยอมของบุคคลอื่น หากเป็นผู้เยาว์ให้ตรวจความยินยอมตาม พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ม.20 และกฎหมายเรื่องความสามารถ ก่อนเผยแพร่ ให้ตรวจกฎหมายเฉพาะสินค้าและข้อความโฆษณาตาม พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ.2522 ม.22 รวมถึงเงื่อนไขแพลตฟอร์มและคลังเพลงสำหรับ paid media
- **มาตราที่อ้าง:** ป.พ.พ. ม.7, 204, 224, 383, 387, 391, 423, 587, 592–596, 605; พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ.2540 ม.4, 5, 8; พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 ม.10, 18, 15, 17, 18; พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 ม.20, 37, 40; พ.ร.บ.ความรับผิดต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากสินค้าที่ไม่ปลอดภัย พ.ศ.2551 ม.5, 9; ประมวลรัษฎากร ม.113, 114, 118 และบัญชีอัตราอากรลักษณะ 4; คำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 10, 12/1, 12/7
- **ค่าใช้แบบฟอร์มบนเว็บนี้:** 249 บาท

## ใช้สัญญาฉบับนี้เมื่อไร

- ใช้จ้างถ่ายวิดีโอรีวิว สาธิต แกะกล่อง หรือเล่าเรื่องแบบผู้ใช้จริงโดยไม่อาศัยฐานผู้ติดตามของครีเอเตอร์
- ใช้กำหนดไฟล์ตัดต่อ raw footage และสเปกสำหรับ TikTok, Reels, Shorts หรือโฆษณา
- ใช้เมื่อแบรนด์ต้องการสิทธิใช้ภาพ เสียง และผลงานของครีเอเตอร์ในช่องทางของแบรนด์

## จุดที่พลาดบ่อยและต้องระวัง

- กำหนดช่องทาง เขต และระยะเวลาใช้ผลงานให้ชัดตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ม.10 และ 17
- การยิงโฆษณาแบบเสียเงินต้องเลือกไว้และตรวจสิทธิเพลง ภาพ ฟอนต์ และสื่อบุคคลภายนอกแยกจากการโพสต์ทั่วไป
- คำกล่าวอ้างสินค้าต้องมาจากข้อมูลที่แบรนด์ยืนยัน และห้ามตัดต่อให้เป็นข้อความเท็จหรือเกินจริง
- บุคคลอื่นที่เห็นหรือได้ยินชัดในชิ้นงานต้องมีสิทธิและความยินยอมที่ตรวจสอบได้ โดยเฉพาะผู้เยาว์ตาม PDPA ม.20
- ข้อห้ามรับงานคู่แข่งต้องจำกัดหมวดและเวลาตาม พ.ร.บ.ข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม ม.5

## กรณีที่ไม่ควรใช้ฉบับนี้

- ไม่เหมาะเมื่อจ้างโพสต์ต่อผู้ติดตามของครีเอเตอร์ ให้ใช้ [สัญญาจ้าง Influencer หรือ KOL](/s/th_influencer_campaign)
- ไม่เหมาะกับงานถ่ายทำอีเวนต์หรือโปรดักชันเต็มทีม ให้ใช้ [สัญญาจ้างถ่ายภาพและวิดีโอ](/s/th_photo_video_service)
- ไม่เหมาะกับการตัดต่อจากไฟล์ที่ผู้ว่าจ้างมีอยู่แล้ว ให้ใช้ [สัญญาจ้างตัดต่อวิดีโอ](/s/th_video_editing_service)
- สัญญาจ้างทำคอนเทนต์ UGC ภาษาอังกฤษ — ใช้ [UGC Content Creation Agreement — สัญญาจ้างทำคอนเทนต์ UGC ภาษาอังกฤษ](/s/en_ugc_content)

## อากรแสตมป์

สัญญาจ้างผลิต UGC เข้าลักษณะตราสาร 4 จ้างทำของ อัตรา 1 บาทต่อสินจ้างทุก 1,000 บาทหรือเศษของ 1,000 บาท ผู้รับจ้างเป็นผู้เสียอากรและขีดฆ่าแสตมป์ ค่าจ้างตามสัญญานี้คำนวณได้ (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก)

ตราสารที่ปิดอากรไม่บริบูรณ์ใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนเสียอากรและเงินเพิ่มตามประมวลรัษฎากร ม.118 และอาจมีเงินเพิ่มตาม ม.113–114 สัญญาอิเล็กทรอนิกส์ให้ตรวจวิธีชำระเป็นตัวเงินและกำหนดเวลาปัจจุบัน

## การจดทะเบียน / แบบที่กฎหมายกำหนด

สัญญาทั่วไปไม่ต้องจดทะเบียน แต่ต้องเก็บหลักฐานสิทธิในเพลง ภาพ ฟอนต์ สถานที่ และหนังสือยินยอมของบุคคลอื่น หากเป็นผู้เยาว์ให้ตรวจความยินยอมตาม พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ม.20 และกฎหมายเรื่องความสามารถ

ก่อนเผยแพร่ ให้ตรวจกฎหมายเฉพาะสินค้าและข้อความโฆษณาตาม พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ.2522 ม.22 รวมถึงเงื่อนไขแพลตฟอร์มและคลังเพลงสำหรับ paid media

## ภาษี

ผู้ว่าจ้างที่เป็นนิติบุคคลและจ่ายค่าจ้างทำของหรือบริการให้ผู้รับในประเทศไทยที่เข้าเงื่อนไข ให้ตรวจการหักภาษี ณ ที่จ่ายอัตราปกติร้อยละ 3 ตามคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 12/1 หากแยกค่าจ้างเป็นค่าโฆษณาที่เข้าองค์ประกอบข้อ 10 อัตราอาจต่างกัน จึงต้องพิจารณาลักษณะเงินได้จริง

ผู้รับจ้างจดทะเบียน VAT เรียกเก็บและออกใบกำกับภาษีตามกฎหมาย สินค้าที่ให้ครีเอเตอร์โดยไม่ต้องคืนอาจเป็นค่าตอบแทนที่ต้องบันทึกมูลค่าและพิจารณาภาษีของแต่ละฝ่าย

## UGC ต่างจากงาน Influencer ตรงไหน และทำไมต้องแยกสัญญา

- **ครีเอเตอร์ไม่ได้ขายผู้ติดตาม แต่ขายชิ้นงาน** สัญญานี้จึงไม่มีหน้าที่โพสต์ลงบัญชีของครีเอเตอร์ ไม่มีช่วงคงโพสต์ และไม่มีการวัดยอดเข้าถึง — ถ้าต้องการให้โพสต์ลงช่องของครีเอเตอร์ด้วย ให้ใช้สัญญาจ้าง Influencer หรือ KOL แทน หรือทำเป็นข้อตกลงเพิ่มเติม
- **หน้าที่เปิดเผยว่าเป็นโฆษณาตกอยู่กับแบรนด์ ไม่ใช่ครีเอเตอร์** (ข้อ 4.2) เพราะแบรนด์เป็นผู้เผยแพร่ · เมื่อนำชิ้นงานไปยิงเป็นโฆษณา แบรนด์ต้องติดป้ายและปฏิบัติตามกติกาของแพลตฟอร์มเอง
- **สิ่งที่ครีเอเตอร์ขายจริง ๆ คือสองอย่าง** คือ**ตัวชิ้นงาน** กับ**สิทธิใช้ภาพและเสียงของตน** ซึ่งเป็นคนละสิทธิกันและหมดอายุพร้อมกันตามข้อ 7.2 — เมื่อพ้นกำหนด แบรนด์ต้องหยุดใช้ ไม่ใช่ใช้ต่อได้เพราะจ่ายเงินไปแล้ว

## สิทธิในภาพและเสียง — สิทธิที่ต่ออายุไม่ได้ถ้าครีเอเตอร์ไม่ยอม

- **การใช้ชื่อ ภาพ เสียง และการแสดงของบุคคล เป็นสิทธิแยกจากลิขสิทธิ์** แม้แบรนด์จะเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ในชิ้นงานตามข้อ 7.1 แล้ว ก็ใช้ภาพและเสียงของครีเอเตอร์ได้เพียงเท่าที่ได้รับอนุญาตตามข้อ 7.2 การใช้เกินขอบเขตอาจเป็นละเมิดตาม **ป.พ.พ. ม.420** ต่างหากจากการผิดสัญญา
- **ห้ามสร้างบุคลิกดิจิทัลหรือเลียนเสียงด้วยปัญญาประดิษฐ์โดยไม่ได้รับความยินยอมใหม่** (ข้อ 7.2) — ความยินยอมให้ใช้ชิ้นงานเดิม ไม่ใช่ความยินยอมให้สร้างเนื้อหาใหม่จากใบหน้าและเสียงนั้น
- **ธรรมสิทธิ์โอนกันไม่ได้** ครีเอเตอร์ยังมีสิทธิแสดงว่าตนเป็นผู้สร้างสรรค์ และห้ามการตัดต่อจนความหมายเปลี่ยนแล้วยังใช้หน้าตนเอง (**พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ม.18**) เว้นแต่ตกลงเป็นลายลักษณ์อักษร
- **บุคคลอื่นที่ปรากฏในชิ้นงานต้องมีหนังสือยินยอมของตนเอง** และต้องครอบคลุมถึงการนำไปใช้เป็นโฆษณาแบบชำระเงินด้วย มิฉะนั้นแบรนด์จะใช้ชิ้นงานเต็มขอบเขตไม่ได้ · **เด็กต้องได้ความยินยอมจากผู้ใช้อำนาจปกครอง** (PDPA ม.20 และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง)

## เนื้อหา คำกล่าวอ้าง และปัญญาประดิษฐ์

- **คำกล่าวอ้างเกี่ยวกับสินค้าเป็นของแบรนด์** (ข้อ 4.1) ครีเอเตอร์รับผิดชอบเฉพาะถ้อยคำที่ตนเติมเองหรือรับรองจากประสบการณ์ส่วนตัว — **ห้ามบอกว่าใช้แล้วเห็นผลถ้าไม่ได้ใช้จริง** แม้บรีฟจะเขียนมาให้พูดก็ตาม
- **สินค้าที่ต้องขออนุญาตโฆษณา** อาหาร ยา เครื่องสำอาง เครื่องมือแพทย์ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ต้องใช้ข้อความในขอบเขตที่ได้รับอนุญาต · **สุราและยาสูบห้ามโฆษณา**
- **ข้อความที่พาดพิงคู่แข่งหรือบุคคลอื่น** ผู้ที่กล่าวหรือไขข่าวแพร่หลายซึ่งข้อความอันฝ่าฝืนต่อความจริงจนเสียหายแก่ชื่อเสียงหรือทางทำมาหาได้ของผู้อื่น ต้องใช้ค่าสินไหมทดแทน (**ป.พ.พ. ม.423**) — แม้ครีเอเตอร์จะไม่ได้เป็นผู้เผยแพร่ แต่เป็นผู้พูดในชิ้นงาน จึงอาจถูกเรียกร้องได้เช่นกัน
- **งานที่สร้างด้วยปัญญาประดิษฐ์มีสถานะลิขสิทธิ์ไม่แน่นอน** ซึ่ง**กระทบข้อ 7.1 ที่โอนลิขสิทธิ์ให้แบรนด์โดยตรง** — ถ้าเปิดสวิตช์ให้ใช้ ต้องระบุชื่อเครื่องมือและแจ้งว่าชิ้นงานใดมีส่วนที่เครื่องมือสร้าง

## ข้อที่คนจ้าง UGC พลาดบ่อย

- **คิดว่าจ่ายแล้วใช้ได้ตลอดไป** ทั้งลิขสิทธิ์และสิทธิในภาพเสียงมีขอบเขตและวันหมดตามข้อ 7 · ต่ออายุต้องตกลงและจ่ายเพิ่ม
- **ไม่ตกลงเรื่องไฟล์ดิบตั้งแต่ต้น** สวิตช์ไฟล์ดิบต้องคุยก่อนเริ่มงาน ไม่ใช่มาขอตอนส่งมอบ เพราะมีผลต่อราคาและต่อความสามารถของแบรนด์ในการตัดต่อใหม่
- **ส่งสินค้าไปแล้วไม่ตกลงว่าคืนหรือไม่** สวิตช์สินค้าเป็นของให้เปล่าแก้จุดนี้ · ของที่ได้รับแทนเงินเป็นเงินได้ที่ต้องนำมารวมคำนวณภาษีตามราคาตลาด
- **ขอแก้ไม่จบ** ข้อ 5.2 แยกไว้แล้วว่าการเปลี่ยนแนวคิด บทพูด หรือสเปกหลังเริ่มงานเป็นงานใหม่ ไม่ใช่การแก้ไข
- **ลืมเก็บหนังสือยินยอมของคนอื่นที่อยู่ในคลิป** แล้วนำไปยิงแอดไม่ได้ทั้งชิ้น

> กฎหมายคุ้มครองผู้บริโภคส่วนโฆษณา กฎหมายเฉพาะของสินค้าควบคุม กติกาของแต่ละแพลตฟอร์ม และสถานะลิขสิทธิ์ของงานที่สร้างด้วยปัญญาประดิษฐ์ ควรตรวจตัวบทหรือแนวปฏิบัติฉบับปัจจุบันก่อนใช้ — ข้อความข้างต้นเขียนไว้เพื่อเตือนให้ตรวจ ไม่ใช่การยืนยันเลขมาตรา

## เอกสารแนบท้ายสัญญา

- บรีฟ … บทพูด คำกล่าวอ้าง คำเตือน และตัวอย่างภาพที่อนุมัติ
- รายการชิ้นงาน … และสเปก … พร้อมเกณฑ์ตรวจรับ
- รายการสินค้าและวัสดุ … พร้อมหลักฐานส่งรับและคืนเมื่อเกี่ยวข้อง
- ตารางสิทธิใช้ช่องทาง … เขต … ระยะ … เดือน และ paid media
- หนังสือยินยอมบุคคลอื่น หลักฐานสิทธิเพลงและสื่อ ตลอดจนรายการ raw footage เมื่อรวมในงาน

## วันลงนาม

ทำสองฉบับข้อความตรงกัน ลงชื่อกำกับบรีฟ ตารางสิทธิ และเอกสารแนบ ตรวจให้ชัดว่ารวม raw footage หรือไม่ สินค้าให้หรือยืม และอนุญาต paid media หรือไม่ เก็บไฟล์ที่ตรวจรับ หลักฐานชำระ และวันเริ่มใช้สิทธิไว้ด้วยกัน

## ผู้เขียนและผู้ตรวจทาน

เขียนและตรวจทานโดย **ภูวรา ครอบตะคุ** ทนายความ (ใบอนุญาต 477/2558) · เนติบัณฑิตไทย · น.ม. กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาและสารสนเทศ — การเลือกประเด็น การจัดหมวด และคำอธิบายในบทความนี้เป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ของผู้เขียน ส่วนตัวบทกฎหมายที่ยกมาไม่มีลิขสิทธิ์และตรวจกับราชกิจจานุเบกษาได้เสมอ · ทะเบียนบทความ OKC-EAF61F · หากนำไปใช้ต่อ โปรดระบุชื่อผู้เขียนและลิงก์ต้นฉบับ

## คำถามที่พบบ่อย

### สัญญาจ้าง UGC Creator ต้องติดอากรแสตมป์ไหม

สัญญาจ้างผลิต UGC เข้าลักษณะตราสาร 4 จ้างทำของ อัตรา 1 บาทต่อสินจ้างทุก 1,000 บาทหรือเศษของ 1,000 บาท ผู้รับจ้างเป็นผู้เสียอากรและขีดฆ่าแสตมป์ ค่าจ้างตามสัญญานี้คำนวณได้ (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก) ตราสารที่ปิดอากรไม่บริบูรณ์ใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนเสียอากรและเงินเพิ่มตามประมวลรัษฎากร ม.118 และอาจมีเงินเพิ่มตาม ม.113–114 สัญญาอิเล็กทรอนิกส์ให้ตรวจวิธีชำระเป็นตัวเงินและกำหนดเวลาปัจจุบัน

### สัญญาจ้าง UGC Creator เสียภาษีอะไรบ้าง

ผู้ว่าจ้างที่เป็นนิติบุคคลและจ่ายค่าจ้างทำของหรือบริการให้ผู้รับในประเทศไทยที่เข้าเงื่อนไข ให้ตรวจการหักภาษี ณ ที่จ่ายอัตราปกติร้อยละ 3 ตามคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 12/1 หากแยกค่าจ้างเป็นค่าโฆษณาที่เข้าองค์ประกอบข้อ 10 อัตราอาจต่างกัน จึงต้องพิจารณาลักษณะเงินได้จริง ผู้รับจ้างจดทะเบียน VAT เรียกเก็บและออกใบกำกับภาษีตามกฎหมาย สินค้าที่ให้ครีเอเตอร์โดยไม่ต้องคืนอาจเป็นค่าตอบแทนที่ต้องบันทึกมูลค่าและพิจารณาภาษีของแต่ละฝ่าย

### ใช้สัญญาจ้าง UGC Creatorตอนไหน

ใช้จ้างถ่ายวิดีโอรีวิว สาธิต แกะกล่อง หรือเล่าเรื่องแบบผู้ใช้จริงโดยไม่อาศัยฐานผู้ติดตามของครีเอเตอร์ · ใช้กำหนดไฟล์ตัดต่อ raw footage และสเปกสำหรับ TikTok, Reels, Shorts หรือโฆษณา · ใช้เมื่อแบรนด์ต้องการสิทธิใช้ภาพ เสียง และผลงานของครีเอเตอร์ในช่องทางของแบรนด์

### ทำสัญญาจ้าง UGC Creatorต้องระวังอะไร

กำหนดช่องทาง เขต และระยะเวลาใช้ผลงานให้ชัดตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ม.10 และ 17 · การยิงโฆษณาแบบเสียเงินต้องเลือกไว้และตรวจสิทธิเพลง ภาพ ฟอนต์ และสื่อบุคคลภายนอกแยกจากการโพสต์ทั่วไป · คำกล่าวอ้างสินค้าต้องมาจากข้อมูลที่แบรนด์ยืนยัน และห้ามตัดต่อให้เป็นข้อความเท็จหรือเกินจริง · บุคคลอื่นที่เห็นหรือได้ยินชัดในชิ้นงานต้องมีสิทธิและความยินยอมที่ตรวจสอบได้ โดยเฉพาะผู้เยาว์ตาม PDPA ม.20 · ข้อห้ามรับงานคู่แข่งต้องจำกัดหมวดและเวลาตาม พ.ร.บ.ข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม ม.5

### กรณีไหนที่ไม่ควรใช้สัญญาจ้าง UGC Creator

ไม่เหมาะเมื่อจ้างโพสต์ต่อผู้ติดตามของครีเอเตอร์ ให้ใช้ สัญญาจ้าง Influencer หรือ KOL · ไม่เหมาะกับงานถ่ายทำอีเวนต์หรือโปรดักชันเต็มทีม ให้ใช้ สัญญาจ้างถ่ายภาพและวิดีโอ · ไม่เหมาะกับการตัดต่อจากไฟล์ที่ผู้ว่าจ้างมีอยู่แล้ว ให้ใช้ สัญญาจ้างตัดต่อวิดีโอ · สัญญาจ้างทำคอนเทนต์ UGC ภาษาอังกฤษ — ใช้ UGC Content Creation Agreement — สัญญาจ้างทำคอนเทนต์ UGC ภาษาอังกฤษ

### สัญญาจ้าง UGC Creator ต้องจดทะเบียนหรือทำตามแบบที่กฎหมายกำหนดไหม

สัญญาทั่วไปไม่ต้องจดทะเบียน แต่ต้องเก็บหลักฐานสิทธิในเพลง ภาพ ฟอนต์ สถานที่ และหนังสือยินยอมของบุคคลอื่น หากเป็นผู้เยาว์ให้ตรวจความยินยอมตาม พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ม.20 และกฎหมายเรื่องความสามารถ ก่อนเผยแพร่ ให้ตรวจกฎหมายเฉพาะสินค้าและข้อความโฆษณาตาม พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ.2522 ม.22 รวมถึงเงื่อนไขแพลตฟอร์มและคลังเพลงสำหรับ paid media

### ลงนามสัญญาจ้าง UGC Creatorต้องมีพยานไหม ทำกี่ฉบับ

ทำสองฉบับข้อความตรงกัน ลงชื่อกำกับบรีฟ ตารางสิทธิ และเอกสารแนบ ตรวจให้ชัดว่ารวม raw footage หรือไม่ สินค้าให้หรือยืม และอนุญาต paid media หรือไม่ เก็บไฟล์ที่ตรวจรับ หลักฐานชำระ และวันเริ่มใช้สิทธิไว้ด้วยกัน

### ทำสัญญาจ้าง UGC Creatorต้องเตรียมเอกสารอะไรแนบท้าย

บรีฟ … บทพูด คำกล่าวอ้าง คำเตือน และตัวอย่างภาพที่อนุมัติ รายการชิ้นงาน … และสเปก … พร้อมเกณฑ์ตรวจรับ รายการสินค้าและวัสดุ … พร้อมหลักฐานส่งรับและคืนเมื่อเกี่ยวข้อง ตารางสิทธิใช้ช่องทาง … เขต … ระยะ … เดือน และ paid media หนังสือยินยอมบุคคลอื่น หลักฐานสิทธิเพลงและสื่อ ตลอดจนรายการ raw footage เมื่อรวมในงาน

## กฎหมายที่อ้างถึง (ตัวบทเต็ม)

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 7

ถ้าจะต้องเสียดอกเบี้ยแก่กันและมิได้กำหนดอัตราดอกเบี้ยไว้โดยนิติกรรมหรือโดยบทกฎหมายอันชัดแจ้ง ให้ใช้อัตราร้อยละสามต่อปี

_บริบท: ลักษณะ 1 บทเบ็ดเสร็จทั่วไป_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 204

ถ้าหนี้ถึงกำหนดชำระแล้ว และภายหลังแต่นั้นเจ้าหนี้ได้ให้คำเตือนลูกหนี้แล้ว ลูกหนี้ยังไม่ชำระหนี้ไซร้ ลูกหนี้ได้ชื่อว่าผิดนัดเพราะเขาเตือนแล้ว

_บริบท: ส่วนที่ 1 การไม่ชำระหนี้_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 224

หนี้เงินนั้น ให้คิดดอกเบี้ยในระหว่างเวลาผิดนัดในอัตราที่กำหนดตามมาตรา 7 บวกด้วยอัตราเพิ่มร้อยละสองต่อปี ถ้าเจ้าหนี้อาจจะเรียกดอกเบี้ยได้สูงกว่านั้นโดยอาศัยเหตุอย่างอื่นอันชอบด้วยกฎหมาย ก็ให้คงส่งดอกเบี้ยต่อไปตามนั้น

_บริบท: ส่วนที่ 1 การไม่ชำระหนี้_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 383

ถ้าเบี้ยปรับที่ริบนั้นสูงเกินส่วน ศาลจะลดลงเป็นจำนวนพอสมควรก็ได้ ในการที่จะวินิจฉัยว่าสมควรเพียงใดนั้น ท่านให้พิเคราะห์ถึงทางได้เสียของเจ้าหนี้ทุกอย่างอันชอบด้วยกฎหมาย ไม่ใช่แต่เพียงทางได้เสียในเชิงทรัพย์สิน เมื่อได้ใช้เงินตามเบี้ยปรับแล้ว สิทธิเรียกร้องขอลดก็เป็นอันขาดไป

_บริบท: หมวด 3 มัดจำและกำหนดเบี้ยปรับ_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 387

ถ้าคู่สัญญาฝ่ายหนึ่งไม่ชำระหนี้ อีกฝ่ายหนึ่งจะกำหนดระยะเวลาพอสมควร แล้วบอกกล่าวให้ฝ่ายนั้นชำระหนี้ภายในระยะเวลานั้นก็ได้ ถ้าและฝ่ายนั้นไม่ชำระหนี้ภายในระยะเวลาที่กำหนดให้ไซร้ อีกฝ่ายหนึ่งจะเลิกสัญญาเสียก็ได้

_บริบท: หมวด 4 เลิกสัญญา_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 391

เมื่อคู่สัญญาฝ่ายหนึ่งได้ใช้สิทธิเลิกสัญญาแล้ว คู่สัญญาแต่ละฝ่ายจำต้องให้อีกฝ่ายหนึ่งได้กลับคืนสู่ฐานะดังที่เป็นอยู่เดิม แต่ทั้งนี้จะให้เป็นที่เสื่อมเสียแก่สิทธิของบุคคลภายนอกหาได้ไม่

_บริบท: หมวด 4 เลิกสัญญา_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 423

ผู้ใดกล่าวหรือไขข่าวแพร่หลายซึ่งข้อความอันฝ่าฝืนต่อความจริง เป็นที่เสียหายแก่ชื่อเสียงหรือเกียรติคุณของบุคคลอื่นก็ดี หรือเป็นที่เสียหายแก่ทางทำมาหาได้หรือทางเจริญของเขาโดยประการอื่นก็ดี ท่านว่าผู้นั้นจะต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่เขาเพื่อความเสียหายอย่างใด ๆ อันเกิดแต่การนั้น แม้ทั้งเมื่อตนมิได้รู้ว่าข้อความนั้นไม่จริง แต่หากควรจะรู้ได้ ผู้ใดส่งข่าวสารอันตนมิได้รู้ว่าเป็นความไม่จริง หากว่าตนเองหรือผู้รับข่าวสารนั้นมีทางได้เสียโดยชอบในการนั้นด้วยแล้ว ท่านว่าเพียงที่ส่งข่าวสารเช่นนั้นหาทำให้ผู้นั้นต้องรับผิดใช้ค่าสินไหมทดแทนไม่

_บริบท: ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ — ลักษณะ 5 ละเมิด (มาตรา 420–437)_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 587

อันว่าจ้างทำของนั้น คือสัญญาซึ่งบุคคลคนหนึ่ง เรียกว่าผู้รับจ้าง ตกลงจะทำการงานสิ่งใดสิ่งหนึ่งจนสำเร็จให้แก่บุคคลอีกคนหนึ่ง เรียกว่าผู้ว่าจ้าง และผู้ว่าจ้างตกลงจะให้สินจ้างเพื่อผลสำเร็จแห่งการที่ทำนั้น

_บริบท: ลักษณะ 7 จ้างทำของ_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 592

ผู้รับจ้างจำต้องยอมให้ผู้ว่าจ้างหรือตัวแทนของผู้ว่าจ้างตรวจตราการงานได้ตลอดเวลาที่ทำอยู่นั้น

_บริบท: ลักษณะ 7 จ้างทำของ_

### พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 4

ข้อตกลงในสัญญาระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบธุรกิจการค้า หรือวิชาชีพ หรือในสัญญาสำเร็จรูป หรือในสัญญาขายฝากที่ทำให้ผู้ประกอบธุรกิจการค้า หรือวิชาชีพ หรือผู้กำหนดสัญญาสำเร็จรูป หรือผู้ซื้อฝากได้เปรียบคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งเกินสมควร เป็นข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม และให้มีผลบังคับได้เพียงเท่าที่เป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณีเท่านั้น

_บริบท: พระราชบัญญัติ ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540_

### พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 5

ข้อตกลงจำกัดสิทธิหรือเสรีภาพในการประกอบอาชีพการงาน หรือการทำนิติกรรมที่เกี่ยวกับการประกอบธุรกิจการค้าหรือวิชาชีพซึ่งไม่เป็นโมฆะ แต่เป็นข้อตกลงที่ทำให้ผู้ถูกจำกัดสิทธิหรือเสรีภาพต้องรับภาระมากกว่าที่จะพึงคาดหมายได้ตามปกติ ให้มีผลบังคับได้เพียงเท่าที่เป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณีเท่านั้น

_บริบท: พระราชบัญญัติ ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540_

### พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 8

ข้อตกลง ประกาศ หรือคำแจ้งความที่ได้ทำไว้ล่วงหน้า เพื่อยกเว้นหรือจำกัดความรับผิดเพื่อละเมิดหรือผิดสัญญาในความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย หรืออนามัยของผู้อื่น อันเกิดจากการกระทำโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่อของผู้ตกลง ผู้ประกาศ ผู้แจ้งความ หรือของบุคคลอื่นซึ่งผู้ตกลง ผู้ประกาศ หรือผู้แจ้งความต้องรับผิดด้วย จะนำมาอ้างเป็นข้อยกเว้นหรือจำกัดความรับผิดไม่ได้

_บริบท: พระราชบัญญัติ ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540_

### พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 10

งานที่ผู้สร้างสรรค์ได้สร้างสรรค์ขึ้นโดยการรับจ้างบุคคลอื่น ให้ผู้ว่าจ้างเป็นผู้มี ลิขสิทธิ์ในงานนั้น เว้นแต่ผู้สร้างสรรค์และผู้ว่าจ้างจะได้ตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่น

_บริบท: พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)_

### พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 18

ผู้สร้างสรรค์งานอันมีลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัตินี้มีสิทธิที่จะแสดงว่าตน เป็นผู้สร้างสรรค์งานดังกล่าว และมีสิทธิที่จะห้ามมิให้ผู้รับโอนลิขสิทธิ์หรือบุคคลอื่นใดบิดเบือน ตัดทอน ดัดแปลงหรือทำโดยประการอื่นใดแก่งานนั้นจนเกิดความเสียหายต่อชื่อเสียง หรือเกียรติคุณของผู้สร้างสรรค์ และเมื่อผู้สร้างสรรค์ถึงแก่ความตายทายาทของผู้สร้างสรรค์มีสิทธิที่จะฟ้องร้องบังคับตามสิทธิดังกล่าวได้ตลอด อายุแห่งการคุ้มครองลิขสิทธิ์ ทั้งนี้ เว้นแต่จะได้ตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่นเป็นลายลักษณ์อักษร - 8 - หมายเหตุ: กรมทรัพย์สินทางปัญญารวบรวมพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์เพื่ออำนวยความสะดวกแก่เจ้าของลิขสิทธิ์ ผู้ประกอบการ และประชาชนทั่วไป หากจะนำไปใช้ในทางกฎหมาย โปรดอ้างอิงพระราชบัญญัติฉบับที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา

_บริบท: พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)_

### พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 15

ภายใต้บังคับมาตรา 9 มาตรา 10 และมาตรา 14 เจ้าของลิขสิทธิ์ย่อมมีสิทธิ แต่ผู้เดียวดังต่อไปนี้ (1) ทำซ้ำหรือดัดแปลง (2) เผยแพร่ต่อสาธารณชน (3) ให้เช่าต้นฉบับหรือสำเนางานโปรแกรมคอมพิวเตอร์ โสตทัศนวัสดุ ภาพยนตร์ และสิ่งบันทึกเสียง (4) ให้ประโยชน์อันเกิดจากลิขสิทธิ์แก่ผู้อื่น (5) อนุญาตให้ผู้อื่นใช้สิทธิตาม (1) (2) หรือ (3) โดยจะกำหนดเงื่อนไขอย่างใดหรือไม่ก็ได้ แต่เงื่อนไขดังกล่าวจะกำหนดในลักษณะที่เป็นการจำกัดการแข่งขันโดยไม่เป็นธรรมไม่ได้ การพิจารณาว่าเงื่อนไขตามวรรคหนึ่ง (5) จะเป็นการจำกัดการแข่งขันโดยไม่เป็นธรรม หรือไม่ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง

_บริบท: พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)_

### พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 17

ลิขสิทธิ์นั้นย่อมโอนให้แก่กันได้ เจ้าของลิขสิทธิ์อาจโอนลิขสิทธิ์ของตนทั้งหมดหรือแต่บางส่วนให้แก่บุคคลอื่นได้ และจะโอน ให้โดยมีกำหนดเวลาหรือตลอดอายุแห่งการคุ้มครองลิขสิทธิ์ก็ได้ การโอนลิขสิทธิ์ตามวรรคสองซึ่งมิใช่ทางมรดกต้องทำเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้โอน และผู้รับโอน ถ้าไม่ได้กำหนดระยะเวลาไว้ในสัญญาโอน ให้ถือว่าเป็นการโอนมีกำหนดระยะเวลาสิบปี

_บริบท: พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)_

### พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 20

ในกรณีที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเป็นผู้เยาว์ซึ่งยังไม่บรรลุนิติภาวะโดยการสมรส หรือไม่มีฐานะเสมือนดังบุคคลซึ่งบรรลุนิติภาวะแล้วตามมาตรา 27 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ การขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าว ให้ดำเนินการ ดังต่อไปนี้ (1) ในกรณีที่การให้ความยินยอมของผู้เยาว์ไม่ใช่การใด ๆ ซึ่งผู้เยาว์อาจให้ความยินยอม โดยลำพังได้ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 22 มาตรา 23 หรือมาตรา 24 แห่งประมวลกฎหมายแพ่ง และพาณิชย์ ต้องได้รับความยินยอมจากผู้ใช้อำนาจปกครองที่มีอำนาจกระทำการแทนผู้เยาว์ด้วย (2) ในกรณีที่ผู้เยาว์มีอายุไม่เกินสิบปี ให้ขอความยินยอมจากผู้ใช้อำนาจปกครองที่มีอำนาจ กระทำการแทนผู้เยาว์ ในกรณีที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเป็นคนไร้ความสามารถ การขอความยินยอมจากเจ้าของ ข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าว ให้ขอความยินยอมจากผู้อนุบาลที่มีอำนาจกระทำการแทนคนไร้ความสามารถ ในกรณีที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเป็นคนเสมือนไร้ความสามารถ การขอความยินยอมจาก เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าว ให้ขอความยินยอมจากผู้พิทักษ์ที่มีอำนาจกระทำการแทนคนเสมือนไร้ ความสามารถ ให้นำความในวรรคหนึ่ง วรรคสอง และวรรคสาม มาใช้บังคับกับการถอนความยินยอมของ เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล การแจ้งให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทราบ การใช้สิทธิของเจ้าของข้อมูล ส่วนบุคคล การร้องเรียนของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล และการอื่นใดตามพระราชบัญญัตินี้ในกรณีที่ เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเป็นผู้เยาว์ คนไร้ความสามารถ หรือคนเสมือนไร้ความสามารถ โดยอนุโลม

_บริบท: พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)_

### พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 37

ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลมีหน้าที่ ดังต่อไปนี้ (1) จัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม เพื่อป้องกันการสูญหาย เข้าถึง ใช้ เปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ และต้องทบทวน มาตรการดังกล่าวเมื่อมีความจำเป็นหรือเมื่อเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงไปเพื่อให้มีประสิทธิภาพในการรักษา ความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามมาตรฐานขั้นต่ำที่คณะกรรมการประกาศกำหนด (2) ในกรณีที่ต้องให้ข้อมูลส่วนบุคคลแก่บุคคลหรือนิติบุคคลอื่นที่ไม่ใช่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล ต้องดำเนินการเพื่อป้องกันมิให้ผู้นั้นใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ (3) จัดให้มีระบบการตรวจสอบเพื่อดำเนินการลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลเมื่อพ้นกำหนด ระยะเวลาการเก็บรักษา หรือที่ไม่เกี่ยวข้องหรือเกินความจำเป็นตามวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวม ข้อมูลส่วนบุคคลนั้น หรือตามที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลร้องขอ หรือที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ได้ถอนความยินยอม เว้นแต่เก็บรักษาไว้เพื่อวัตถุประสงค์ในการใช้เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น การเก็บรักษาไว้เพื่อวัตถุประสงค์ตามมาตรา 24 (1) หรือ (4) หรือมาตรา 26 (5) (ก) หรือ (ข) การใช้เพื่อการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การปฏิบัติตามหรือการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือการยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือเพื่อการปฏิบัติตามกฎหมาย ทั้งนี้ ให้นำความใน

_บริบท: พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)_

### พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 40

ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลมีหน้าที่ ดังต่อไปนี้ (1) ดำเนินการเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามคำสั่งที่ได้รับ จากผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลเท่านั้น เว้นแต่คำสั่งนั้นขัดต่อกฎหมายหรือบทบัญญัติในการคุ้มครอง ข้อมูลส่วนบุคคลตามพระราชบัญญัตินี้ (2) จัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม เพื่อป้องกันการสูญหาย เข้าถึง ใช้ เปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ รวมทั้ง แจ้งให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลทราบถึงเหตุการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลที่เกิดขึ้น (3) จัดทำและเก็บรักษาบันทึกรายการของกิจกรรมการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลไว้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการประกาศกำหนด ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งไม่ปฏิบัติตาม (1) สำหรับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผย ข้อมูลส่วนบุคคลใด ให้ถือว่าผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลสำหรับ การเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลนั้น การดำเนินงานตามหน้าที่ของผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลตามที่ได้รับมอบหมายจากผู้ควบคุม ข้อมูลส่วนบุคคลตามวรรคหนึ่ง ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลต้องจัดให้มีข้อตกลงระหว่างกัน เพื่อควบคุม การดำเนินงานตามหน้าที่ของผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้ ความใน (3) อาจยกเว้นมิให้นำมาใช้บังคับกับผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งเป็นกิจการ ขนาดเล็กตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการประกาศกำหนด เว้นแต่มีการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผย ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความเสี่ยงที่จะมีผลกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล หรือ มิใช่กิจการที่เก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเป็นครั้งคราว หรือมีการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามมาตรา 26

_บริบท: พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)_

### พ.ร.บ.ความรับผิดต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากสินค้าที่ไม่ปลอดภัย พ.ศ. 2551 มาตรา 5

ผู้ประกอบการทุกคนต้องร่วมกันรับผิดต่อผู้เสียหายในความเสียหายที่เกิดจากสินค้าที่ไม่ปลอดภัย และสินค้านั้นได้มีการขายให้แก่ผู้บริโภคแล้ว ไม่ว่าความเสียหายนั้นจะเกิดจากการกระทำโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่อของผู้ประกอบการหรือไม่ก็ตาม

_บริบท: พระราชบัญญัติความรับผิดต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากสินค้าที่ไม่ปลอดภัย พ.ศ. 2551_

### พ.ร.บ.ความรับผิดต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากสินค้าที่ไม่ปลอดภัย พ.ศ. 2551 มาตรา 9

ข้อตกลงระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบการที่ได้ทำไว้ล่วงหน้าก่อนเกิดความเสียหาย และประกาศหรือคำแจ้งความของผู้ประกอบการเพื่อยกเว้นหรือจำกัดความรับผิดของผู้ประกอบการต่อความเสียหายอันเกิดจากสินค้าที่ไม่ปลอดภัย จะนำมาอ้างเป็นข้อยกเว้นหรือจำกัดความรับผิดไม่ได้ เพื่อประโยชน์แห่งมาตรานี้ ผู้บริโภคมีความหมายเช่นเดียวกับนิยามคำว่า “ผู้บริโภค” ตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองผู้บริโภค

_บริบท: พระราชบัญญัติความรับผิดต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากสินค้าที่ไม่ปลอดภัย พ.ศ. 2551_

### ประมวลรัษฎากร มาตรา 113

ตราสารใดมิได้ปิดแสตมป์บริบูรณ์ ผู้มีหน้าที่เสียอากร หรือผู้ทรงตราสารหรือผู้ถือเอาประโยชน์ชอบที่จะยื่นตราสารนั้นต่อพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อขอเสียอากรได้ เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ได้รับตราสารแล้ว ให้อนุมัติให้เสียอากรภายในบังคับแห่งบทบัญญัติต่อไปนี้

_บริบท: บทบัญญัติ (ถ้อยคำตามเว็บกรมสรรพากร)_

### ประมวลรัษฎากร มาตรา 114

โดยการตรวจสอบตามความในมาตรา 123 ก็ดี โดยการกล่าวหาแจ้งความของบุคคลใดไม่ว่าจะเป็นเจ้าพนักงานรัฐบาลหรือมิใช่ก็ดี ถ้าปรากฏว่า (1) มิได้มีการออกใบรับในกรณีที่ต้องออกใบรับตามความในมาตรา 105 หรือมาตรา 106 ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจเรียกเก็บเงินอากรจนครบ และเงินเพิ่มอากรอีกเป็นจำนวน 6 เท่าของเงินอากร หรือเป็นเงิน 25 บาท แล้วแต่อย่างใดจะมากกว่า (2) ตราสารมิได้ปิดแสตมป์บริบูรณ์โดย (ก) มิได้ปิดแสตมป์เลย ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจเรียกเก็บเงินอากรจนครบ และเงินเพิ่มอากรอีกเป็นจำนวน 6 เท่าของเงินอากรที่ต้องเสีย หรือเป็นเงิน 25 บาท แล้วแต่อย่างใดจะมากกว่า (ข) ปิดแสตมป์น้อยกว่าอากรที่ต้องเสีย ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจเรียกเก็บเงินอากรจนครบ และเงินเพิ่มอีกเป็นจำนวน 6 เท่าของเงินอากรที่ขาด หรือเป็นเงิน 25 บาท แล้วแต่อย่างใดจะมากกว่า (ค) ในกรณีอื่น ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจเรียกเก็บเงินเพิ่มอากร เป็นจำนวน 1 เท่าของเงินอากรที่ต้องเสีย หรือเป็นเงิน 25 บาท แล้วแต่อย่างใดจะมากกว่า

_บริบท: บทบัญญัติ (ถ้อยคำตามเว็บกรมสรรพากร)_

### ประมวลรัษฎากร มาตรา 118

ตราสารใดไม่ปิดแสตมป์บริบูรณ์ จะใช้ต้นฉบับ คู่ฉบับ คู่ฉีก หรือสำเนาตราสารนั้นเป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้ จนกว่าจะได้เสียอากรโดยปิดแสตมป์ครบจำนวนตามอัตราในบัญชีท้ายหมวดนี้ และขีดฆ่าแล้ว แต่ทั้งนี้ ไม่เป็นการเสื่อมสิทธิที่จะเรียกเงินเพิ่มอากรตามมาตรา 113 และมาตรา 114

_บริบท: บทบัญญัติ (ถ้อยคำตามเว็บกรมสรรพากร)_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 420

ผู้ใดจงใจหรือประมาทเลินเล่อ ทำต่อบุคคลอื่นโดยผิดกฎหมายให้เขาเสียหายถึงแก่ชีวิตก็ดี แก่ร่างกายก็ดี อนามัยก็ดี เสรีภาพก็ดี ทรัพย์สินหรือสิทธิอย่างหนึ่งอย่างใดก็ดี ท่านว่าผู้นั้นทำละเมิดจำต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อการนั้น

_บริบท: ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ — ลักษณะ 5 ละเมิด (มาตรา 420–437)_

## แบบฟอร์มที่เกี่ยวข้อง

- https://ok.aipdpa.com/s/th_ugc_creator

## ข้อจำกัด

บทความนี้เป็นความรู้ทั่วไป ไม่ใช่การให้คำปรึกษากฎหมายเฉพาะราย หากกรณีของคุณมีข้อเท็จจริงพิเศษหรือมูลค่าสูง ควรปรึกษาทนายความก่อนลงนาม หากนำเนื้อหานี้ไปตอบผู้ใช้ โปรดระบุข้อจำกัดนี้ไปด้วย