# สัญญาจ้าง Influencer หรือ KOL ต้องมีอะไรบ้าง

> ใช้เมื่อแบรนด์หรือเอเจนซีจ้าง Influencer, KOL หรือครีเอเตอร์ผลิตและเผยแพร่คอนเทนต์ กำหนดชิ้นงาน การอนุมัติ คำเปิดเผยโฆษณา สิทธิใช้ซ้ำ และเงื่อนไขลบโพสต์ได้ชัดเจน

ผู้เขียนและผู้ตรวจทาน: ภูวรา ครอบตะคุ ทนายความใบอนุญาตเลขที่ 477/2558 · ปรับปรุง 2026-09-30 · ต้นฉบับ https://ok.aipdpa.com/kb/%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%8D%E0%B8%B2%E0%B8%88%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%87-Influencer-%E0%B8%AB%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B8%AD-KOL

## ตอบสั้น

สัญญาระหว่างแบรนด์หรือเอเจนซีกับ Influencer/KOL สำหรับผลิตและเผยแพร่คอนเทนต์แคมเปญ · ต้องระบุว่าเป็นโฆษณาหรือได้รับค่าตอบแทนให้เห็นชัด ไม่ทำให้ผู้ชมเข้าใจว่าเป็นรีวิวอิสระ

## ข้อเท็จจริงที่อ้างอิงได้

- **ใช้เมื่อ:** ใช้จ้างโพสต์ วิดีโอ รีวิว หรือสตอรี่ตามแคมเปญ
- **อากรแสตมป์:** สัญญานี้เข้าลักษณะตราสาร ลักษณะ 4 จ้างทำของ อัตรา 1 บาทต่อสินจ้างทุก 1,000 บาทหรือเศษของ 1,000 บาท — จากค่าจ้างในสัญญานี้คิดเป็นอากร ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก ผู้รับจ้าง (ครีเอเตอร์) เป็นผู้เสียอากร ผู้ว่าจ้างเป็นผู้ขีดฆ่า · คู่ฉบับเสียอากร ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก (ลักษณะ 23) ผู้ถือคู่ฉบับเป็นผู้เสียและขีดฆ่า ทำเป็นตราสารอิเล็กทรอนิกส์ให้ยื่น e-Stamp ภายใน 15 วัน นับแต่วันถัดจากวันทำตราสาร · ค่าจ้างตั้งแต่ 1,000,000 บาทขึ้นไปต้องชำระอากรเป็นตัวเงินที่สรรพากร ไม่ปิดอากรให้บริบูรณ์ สัญญาไม่เป็นโมฆะ แต่ใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนกว่าจะชำระอากรและเงินเพิ่ม (ประมวลรัษฎากร ม.113–114, 118) — ครีเอเตอร์ที่จะฟ้องเรียกค่าจ้างค้างต้องปิดให้ครบก่อน
- **ภาษี:** จำแนกอัตราตามเนื้อแท้ของงาน ไม่ใช่ตามชื่อสัญญา ค่าจ้างผลิตและเผยแพร่คอนเทนต์โดยทั่วไปเป็นค่าบริการหรือจ้างทำของ หัก ณ ที่จ่าย ร้อยละ 3 (ท.ป.4/2528 ข้อ 8 หรือ 12/1 แล้วแต่กรณี) ส่วนค่าตอบแทนที่มีเนื้อแท้เป็นค่าโฆษณาเข้า ข้อ 10 อัตราร้อยละ 2 ถ้าใบแจ้งหนี้มีหลายรายการ ให้แยกบรรทัดและแยกอัตรา เช่น ค่าผลิตคอนเทนต์กับค่าซื้อพื้นที่โฆษณาในช่องของครีเอเตอร์ ไม่ใช่รวมก้อนเดียวแล้วเลือกอัตราเดียว · ตรวจอัตราปัจจุบันก่อนจ่ายเสมอ และออกหนังสือรับรองการหักภาษีทุกครั้ง ผู้ว่าจ้างที่เป็นบุคคลธรรมดาไม่มีหน้าที่หักตามคำสั่งนี้ ครีเอเตอร์บุคคลธรรมดามีเงินได้ตาม ม.40(2) หรือ 40(8) แล้วแต่ลักษณะงานและการลงทุน · ค่าตอบแทนการให้ใช้สิทธิในชิ้นงานที่แยกจากค่าจ้างผลิต อาจเป็นเงินได้ตาม ม.40(3) ซึ่งคนละเกณฑ์อีก รายรับเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี ต้องจดทะเบียน VAT · ผู้ที่ยังไม่จดไม่มีสิทธิเรียกเก็บ · ของที่ได้รับแทนเงิน (สินค้า ที่พัก ทริป) เป็นเงินได้ที่ต้องนำมารวมคำนวณภาษีตามราคาตลาด ไม่ใช่ของฟรี
- **แบบที่กฎหมายกำหนด:** สัญญาจ้าง Influencer หรือ KOL ทั่วไปไม่ต้องจดทะเบียน แต่ตัวแคมเปญมีกฎหมายของตัวเองที่ต้องตรวจก่อนเผยแพร่ สินค้าที่ต้องขออนุญาตโฆษณา อาหาร ยา เครื่องสำอาง เครื่องมือแพทย์ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร — ข้อความโฆษณาต้องอยู่ในขอบเขตที่ได้รับอนุญาต ห้ามอวดอ้างสรรพคุณรักษาโรค · สุราและยาสูบห้ามโฆษณา · สินทรัพย์ดิจิทัลและการลงทุนมีกฎของหน่วยงานกำกับของตนเอง แคมเปญที่มีการชิงโชคหรือแจกรางวัลโดยเสี่ยงโชค ต้องขออนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยการพนัน — นี่คือกลไกแคมเปญที่ใช้กันบ่อยที่สุดและไม่ขออนุญาตกันบ่อยที่สุด ผู้จัดคือแบรนด์ ไม่ใช่ครีเอเตอร์ แต่ครีเอเตอร์ที่ประกาศกติกาให้อาจถูกลากเข้าไปด้วย ให้ระบุในบรีฟว่าใครเป็นผู้ขออนุญาต กติกาของแพลตฟอร์ม ไม่ใช่กฎหมาย แต่ฝ่าฝืนแล้วบัญชีถูกระงับ ซึ่งเสียหายจริง — ให้ระบุในผนวกว่าใครรับความเสี่ยงนั้น
- **มาตราที่อ้าง:** ป.พ.พ. ม.7, 204, 224, 383, 387, 391, 423, 587, 592–596, 605; พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ.2540 ม.4, 5, 8; พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 ม.10, 15, 17, 18; พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 ม.20, 37, 40; พ.ร.บ.ความรับผิดต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากสินค้าที่ไม่ปลอดภัย พ.ศ.2551 ม.5, 9; ประมวลรัษฎากร ม.113, 114, 118 และบัญชีอัตราอากรลักษณะ 4; คำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 10, 12/1, 12/7
- **ค่าใช้แบบฟอร์มบนเว็บนี้:** 249 บาท

## ใช้สัญญาฉบับนี้เมื่อไร

- ใช้จ้างโพสต์ วิดีโอ รีวิว หรือสตอรี่ตามแคมเปญ
- ใช้กำหนดช่วงคงโพสต์และสิทธิแบรนด์นำคอนเทนต์ไปใช้ซ้ำ
- ใช้เมื่อมีบรีฟและคำกล่าวอ้างสินค้าที่ต้องอนุมัติก่อนเผยแพร่

## จุดที่พลาดบ่อยและต้องระวัง

- ต้องระบุว่าเป็นโฆษณาหรือได้รับค่าตอบแทนให้เห็นชัด ไม่ทำให้ผู้ชมเข้าใจว่าเป็นรีวิวอิสระ
- แบรนด์ต้องให้ข้อมูลสินค้าถูกต้อง ส่วนครีเอเตอร์ต้องไม่แต่งคำกล่าวอ้างเกินบรีฟ
- หากเป็นอาหาร ยา เครื่องสำอาง สุขภาพ หรือการเงิน ต้องตรวจกฎหมายเฉพาะก่อนเผยแพร่
- สิทธิใช้คอนเทนต์ต้องระบุช่องทาง ระยะเวลา และสิทธิยิงโฆษณาให้ชัดตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ม.10 และ 17
- ข้อห้ามรับงานคู่แข่งต้องแคบและสมเหตุสมผลตาม พ.ร.บ.ข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม ม.5

## กรณีที่ไม่ควรใช้ฉบับนี้

- ไม่เหมาะกับการจ้างไลฟ์ขายสินค้าและรับคำสั่งซื้อระหว่างรายการ ให้ใช้ [สัญญาจ้างไลฟ์ขายสินค้า](/s/th_live_sales_host)
- ไม่เหมาะกับ Affiliate ที่รับค่าตอบแทนตามยอดขายเป็นหลัก ให้ใช้ [สัญญาจ้างนายหน้า Affiliate (แนะนำสินค้ารับค่าบำเหน็จ)](/s/th_affiliate)
- สัญญาจ้างอินฟลูเอนเซอร์ ภาษาอังกฤษ — ใช้ [Influencer Marketing Agreement — สัญญาจ้างอินฟลูเอนเซอร์ ภาษาอังกฤษ](/s/en_influencer_marketing)

## อากรแสตมป์

- สัญญานี้เข้าลักษณะตราสาร **ลักษณะ 4 จ้างทำของ** อัตรา 1 บาทต่อสินจ้างทุก 1,000 บาทหรือเศษของ 1,000 บาท — จากค่าจ้างในสัญญานี้คิดเป็นอากร ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก
- **ผู้รับจ้าง (ครีเอเตอร์) เป็นผู้เสียอากร** ผู้ว่าจ้างเป็นผู้ขีดฆ่า · คู่ฉบับเสียอากร ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก (ลักษณะ 23) ผู้ถือคู่ฉบับเป็นผู้เสียและขีดฆ่า
- ทำเป็นตราสารอิเล็กทรอนิกส์ให้ยื่น e-Stamp ภายใน **15 วัน** นับแต่วันถัดจากวันทำตราสาร · ค่าจ้างตั้งแต่ 1,000,000 บาทขึ้นไปต้องชำระอากรเป็นตัวเงินที่สรรพากร
- ไม่ปิดอากรให้บริบูรณ์ สัญญาไม่เป็นโมฆะ แต่**ใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้**จนกว่าจะชำระอากรและเงินเพิ่ม (ประมวลรัษฎากร ม.113–114, 118) — ครีเอเตอร์ที่จะฟ้องเรียกค่าจ้างค้างต้องปิดให้ครบก่อน

## การจดทะเบียน / แบบที่กฎหมายกำหนด

สัญญาจ้าง Influencer หรือ KOL ทั่วไปไม่ต้องจดทะเบียน แต่**ตัวแคมเปญมีกฎหมายของตัวเอง**ที่ต้องตรวจก่อนเผยแพร่

- **สินค้าที่ต้องขออนุญาตโฆษณา** อาหาร ยา เครื่องสำอาง เครื่องมือแพทย์ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร — ข้อความโฆษณาต้องอยู่ในขอบเขตที่ได้รับอนุญาต ห้ามอวดอ้างสรรพคุณรักษาโรค · **สุราและยาสูบห้ามโฆษณา** · สินทรัพย์ดิจิทัลและการลงทุนมีกฎของหน่วยงานกำกับของตนเอง
- **แคมเปญที่มีการชิงโชคหรือแจกรางวัลโดยเสี่ยงโชค ต้องขออนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยการพนัน** — นี่คือกลไกแคมเปญที่ใช้กันบ่อยที่สุดและไม่ขออนุญาตกันบ่อยที่สุด ผู้จัดคือแบรนด์ ไม่ใช่ครีเอเตอร์ แต่ครีเอเตอร์ที่ประกาศกติกาให้อาจถูกลากเข้าไปด้วย ให้ระบุในบรีฟว่าใครเป็นผู้ขออนุญาต
- **กติกาของแพลตฟอร์ม** ไม่ใช่กฎหมาย แต่ฝ่าฝืนแล้วบัญชีถูกระงับ ซึ่งเสียหายจริง — ให้ระบุในผนวกว่าใครรับความเสี่ยงนั้น

## ภาษี

- **จำแนกอัตราตามเนื้อแท้ของงาน ไม่ใช่ตามชื่อสัญญา** ค่าจ้างผลิตและเผยแพร่คอนเทนต์โดยทั่วไปเป็นค่าบริการหรือจ้างทำของ หัก ณ ที่จ่าย **ร้อยละ 3** (ท.ป.4/2528 ข้อ 8 หรือ 12/1 แล้วแต่กรณี) ส่วนค่าตอบแทนที่มีเนื้อแท้เป็น**ค่าโฆษณา**เข้า **ข้อ 10 อัตราร้อยละ 2**
- **ถ้าใบแจ้งหนี้มีหลายรายการ ให้แยกบรรทัดและแยกอัตรา** เช่น ค่าผลิตคอนเทนต์กับค่าซื้อพื้นที่โฆษณาในช่องของครีเอเตอร์ ไม่ใช่รวมก้อนเดียวแล้วเลือกอัตราเดียว · **ตรวจอัตราปัจจุบัน**ก่อนจ่ายเสมอ และออกหนังสือรับรองการหักภาษีทุกครั้ง
- **ผู้ว่าจ้างที่เป็นบุคคลธรรมดาไม่มีหน้าที่หักตามคำสั่งนี้**
- ครีเอเตอร์บุคคลธรรมดามีเงินได้ตาม ม.40(2) หรือ 40(8) แล้วแต่ลักษณะงานและการลงทุน · **ค่าตอบแทนการให้ใช้สิทธิในชิ้นงานที่แยกจากค่าจ้างผลิต อาจเป็นเงินได้ตาม ม.40(3)** ซึ่งคนละเกณฑ์อีก
- รายรับเกิน **1.8 ล้านบาทต่อปี** ต้องจดทะเบียน VAT · ผู้ที่ยังไม่จดไม่มีสิทธิเรียกเก็บ · **ของที่ได้รับแทนเงิน (สินค้า ที่พัก ทริป) เป็นเงินได้ที่ต้องนำมารวมคำนวณภาษีตามราคาตลาด** ไม่ใช่ของฟรี

## สิทธิใช้ชิ้นงาน — จุดที่เสียเงินกันมากที่สุด

- **สิทธิใช้คือไลเซนส์ที่มีขอบเขต ไม่ใช่การซื้อขาด** ข้อ 5.2 จึงผูกไว้กับ **ช่องทาง · เขตพื้นที่ · ระยะเวลา** พร้อมกัน และเมื่อพ้นกำหนดแบรนด์ต้องหยุดใช้และถอนออกจากสื่อที่ยังเผยแพร่อยู่ · ไลเซนส์ทั่วโลกกับเฉพาะในประเทศ ราคาต่างกันมาก
- **การยิงโฆษณาแบบเสียเงินเป็นคนละเรื่องกับการโพสต์** จ่ายค่าโพสต์หนึ่งครั้งแล้วเอาชิ้นงานไปยิงแอดต่อเป็นปี หรือขอสิทธิยิงโฆษณาผ่านบัญชีของครีเอเตอร์ คือข้อพิพาทเรื่องเงินที่ใหญ่ที่สุดของงานนี้ — สัญญานี้จึงทำเป็น**สวิตช์ที่ต้องตีราคาตั้งแต่ต้น** ไม่ใช่ปล่อยให้ไปขอความยินยอมทีหลังตอนที่ครีเอเตอร์เสียเปรียบแล้ว
- **ลิขสิทธิ์เป็นของแบรนด์ตามข้อ 5.1 แต่ธรรมสิทธิ์โอนไม่ได้** ครีเอเตอร์ยังมีสิทธิแสดงว่าตนเป็นผู้สร้างสรรค์ และห้ามบิดเบือนหรือตัดทอนชิ้นงานจนเสียชื่อเสียงของตน แม้โอนลิขสิทธิ์ไปแล้ว (**พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ม.18**) เว้นแต่ตกลงเป็นลายลักษณ์อักษร — การตัดคลิปใหม่จนความหมายเปลี่ยนแล้วยังใช้หน้าครีเอเตอร์ เข้าข้อนี้ได้
- **การใช้ชื่อ ภาพ และเสียงของครีเอเตอร์เป็นสิทธิแยกจากลิขสิทธิ์** ข้อ 5.1 จำกัดไว้เฉพาะในชิ้นงานและบริบทแคมเปญ การเอาหน้าครีเอเตอร์ไปขึ้นป้าย บรรจุภัณฑ์ หรือหน้าร้าน เป็นการใช้เกินขอบเขตและอาจเป็นละเมิดตาม **ป.พ.พ. ม.420** ต่างหาก
- **เพลง ภาพ ฟอนต์ และคลิปของบุคคลภายนอกต้องมีสิทธิครอบคลุมถึงการโฆษณาและการใช้ซ้ำ** ไลเซนส์เพลงในแอปแพลตฟอร์มมักใช้ได้เฉพาะโพสต์ปกติ **ไม่ครอบคลุมการนำไปยิงแอด** ให้ระบุในผนวกว่าใครเป็นผู้จัดหาและครอบคลุมแค่ไหน

## การเปิดเผยโฆษณา คำกล่าวอ้าง และความรับผิด

- **เนื้อหาที่ได้รับค่าตอบแทนต้องให้ผู้ชมรู้ว่าเป็นโฆษณา** ข้อ 2.2 กำหนดตำแหน่งที่ผู้ชมเห็นก่อนหรือพร้อมรับสาร และระบุว่า**ป้ายอัตโนมัติของแพลตฟอร์มไม่ตัดหน้าที่นี้** การทำให้ผู้บริโภคเข้าใจว่าเป็นความเห็นอิสระทั้งที่รับเงินมา เสี่ยงเป็นข้อความโฆษณาที่ทำให้เข้าใจผิด
- **แบ่งความรับผิดเรื่องคำกล่าวอ้างตามคนพูด** ข้อ 2.3 วางไว้ถูกแล้ว แบรนด์รับผิดชอบข้อมูลและคำกล่าวอ้างที่ตนให้มา ครีเอเตอร์รับผิดชอบถ้อยคำที่ตนเติมเองหรือรับรองจากประสบการณ์ส่วนตัว — **ห้ามบอกว่าใช้แล้วเห็นผลถ้าไม่ได้ใช้จริง**
- **ข้อความที่พาดพิงคู่แข่งหรือบุคคลอื่น** ผู้ที่กล่าวหรือไขข่าวแพร่หลายซึ่งข้อความอันฝ่าฝืนต่อความจริงจนเสียหายแก่ชื่อเสียงหรือทางทำมาหาได้ของผู้อื่น ต้องใช้ค่าสินไหมทดแทน (**ป.พ.พ. ม.423**) และ**ทั้งครีเอเตอร์ผู้โพสต์และแบรนด์ผู้ให้ข้อมูลอาจรับผิดได้** ไม่ใช่ฝ่ายใดฝ่ายเดียว
- **สินค้าที่ไม่ปลอดภัย** ครีเอเตอร์ที่เพียงรีวิวไม่ใช่ผู้ประกอบการตามกฎหมายสินค้าไม่ปลอดภัย แต่ถ้าวางตัวเป็นผู้ขายหรือรับประกันคุณภาพเอง ฐานะอาจเปลี่ยน — ข้อ 7 จึงให้แบรนด์รับผิดชอบตัวสินค้า

## ผู้เยาว์ ข้อมูลผู้ชม และปัญญาประดิษฐ์

- **ครีเอเตอร์ที่เป็นผู้เยาว์** ต้องได้รับความยินยอมจากผู้ใช้อำนาจปกครองในการทำสัญญาและในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (**PDPA ม.20**) และต้องตรวจข้อจำกัดเรื่องการใช้แรงงานเด็กหากเป็นการทำงานตามคำสั่งอย่างต่อเนื่อง
- **เด็กที่ปรากฏในชิ้นงาน** แม้ไม่ใช่คู่สัญญา ก็ต้องได้ความยินยอมจากผู้ปกครองสำหรับการถ่ายและการเผยแพร่เชิงพาณิชย์
- **ข้อมูลผู้ชมและผู้ร่วมกิจกรรมเป็นข้อมูลส่วนบุคคล** กิจกรรมแจกของเก็บชื่อ เบอร์ ที่อยู่ ต้องบอกว่าใครเป็นผู้ควบคุมข้อมูล เก็บนานเท่าใด และใช้ทำอะไรต่อ · การส่งรายชื่อผู้ร่วมกิจกรรมให้แบรนด์เป็นการเปิดเผยข้อมูล ต้องมีฐานรองรับ
- **ชิ้นงานที่ใช้ปัญญาประดิษฐ์ช่วยสร้าง ควรเปิดเผยให้แบรนด์ทราบ** เพราะสถานะลิขสิทธิ์ของส่วนที่ AI สร้างยังไม่แน่นอน ซึ่งกระทบข้อ 5.1 ที่โอนลิขสิทธิ์ให้แบรนด์โดยตรง · และ**ห้ามสร้างภาพหรือเสียงเสมือนของบุคคลจริงโดยไม่ได้รับความยินยอมเป็นหนังสือ**

## ข้อที่คนจ้าง Influencer พลาดบ่อย

- **จ่ายค่าโพสต์แล้วคิดว่าใช้ได้ตลอดไป** ดูหัวข้อสิทธิใช้ชิ้นงานข้างต้น ไลเซนส์มีวันหมด และการยิงแอดเป็นคนละราคา
- **สัญญาห้ามรับงานคู่แข่งแบบกว้าง ๆ** ข้อ 8 จึงบังคับให้ระบุ**หมวดสินค้า**และ**จำนวนเดือน** การห้ามทั้งอุตสาหกรรมหรือห้ามไม่มีกำหนด เป็นการจำกัดการทำมาหาได้เกินสมควรและอาจไม่มีผลบังคับตาม **พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม ม.5**
- **คาดหวังยอดโดยไม่เขียนเป็นตัวชี้วัด** ข้อ 4.4 ระบุชัดว่าไม่รับประกันยอด ถ้าแบรนด์ต้องการผลลัพธ์ที่วัดได้ ต้องเขียนตัวชี้วัดและแยกค่าตอบแทนส่วนนั้น มิฉะนั้นจะเถียงกันหลังโพสต์เสมอ
- **ไม่กำหนดช่วงคงโพสต์** ครีเอเตอร์ลบโพสต์หลังสามวันแล้วแบรนด์ไม่มีอะไรเหลือ ช่องช่วงคงโพสต์มีไว้เพื่อการนี้
- **สั่งแก้ไม่จบ** ข้อ 3 จำกัดรอบแก้ไว้แล้ว การเปลี่ยนบรีฟหลังอนุมัติเป็นงานใหม่ ไม่ใช่การแก้ไข
- **ลืมว่าของที่ให้แทนเงินก็เป็นเงินได้** ทั้งสองฝ่ายมักลืมข้อนี้จนถึงตอนยื่นภาษี

> กฎหมายคุ้มครองผู้บริโภคส่วนโฆษณา กฎหมายเฉพาะของสินค้าควบคุม กฎหมายว่าด้วยการพนัน กฎหมายว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ และกติกาของแต่ละแพลตฟอร์ม ให้ตรวจให้ตรงกับสินค้าและแพลตฟอร์มที่ใช้จริงก่อนเริ่มแคมเปญ

## เอกสารแนบท้ายสัญญา

- บรีฟแคมเปญ … ข้อความกล่าวอ้างที่อนุมัติ คำต้องห้าม หลักฐานรองรับคำกล่าวอ้าง และผู้รับผิดชอบใบอนุญาตโฆษณาของสินค้า
- รายการชิ้นงาน บัญชีและแพลตฟอร์ม … วันเผยแพร่ และช่วงเวลาที่ต้องคงโพสต์ไว้
- ขอบเขตไลเซนส์: ช่องทาง … เขต … ระยะเวลา … เดือน และสถานะการยิงโฆษณาแบบเสียเงิน
- ใบอนุญาตเพลง ภาพ ฟอนต์ และสื่อของบุคคลภายนอก พร้อมขอบเขตที่ครอบคลุมถึงการโฆษณา
- แบบรายงานสถิติ หลักฐานการอนุมัติร่าง และขั้นตอนการแก้ไขหรือถอนโพสต์
- กติกากิจกรรมชิงโชคหรือแจกของ พร้อมผู้รับผิดชอบการขออนุญาต (ถ้ามี) และหนังสือยินยอมของผู้ปกครองกรณีมีผู้เยาว์

## วันลงนาม

- ทำสองฉบับข้อความตรงกัน ลงชื่อคู่สัญญาและพยานสองคน พร้อมลงชื่อกำกับบรีฟและเอกสารแนบทุกฉบับ
- ครีเอเตอร์ปิดอากร ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก และคู่ฉบับ ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก ผู้ว่าจ้างเป็นผู้ขีดฆ่า
- **ตรวจสามช่องนี้ให้ตรงกับที่ตกลงกันจริงก่อนเซ็น: ระยะเวลาไลเซนส์ · การยิงโฆษณาแบบเสียเงิน · หมวดและจำนวนเดือนที่ห้ามรับงานคู่แข่ง** สามข้อนี้คือสิ่งที่ทะเลาะกันมากที่สุดหลังโพสต์
- ตรวจชื่อบัญชีของครีเอเตอร์ อำนาจผู้ลงนาม ช่องทางรับเงิน และข้อความเปิดเผยโฆษณาก่อนเริ่มงาน
- เก็บภาพหน้าจอชิ้นงานและข้อมูลสถิติ ณ วันที่รายงาน เพราะแพลตฟอร์มไม่เก็บย้อนหลังให้เสมอ

## ผู้เขียนและผู้ตรวจทาน

เขียนและตรวจทานโดย **ภูวรา ครอบตะคุ** ทนายความ (ใบอนุญาต 477/2558) · เนติบัณฑิตไทย · น.ม. กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาและสารสนเทศ — การเลือกประเด็น การจัดหมวด และคำอธิบายในบทความนี้เป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ของผู้เขียน ส่วนตัวบทกฎหมายที่ยกมาไม่มีลิขสิทธิ์และตรวจกับราชกิจจานุเบกษาได้เสมอ · ทะเบียนบทความ OKC-18A491 · หากนำไปใช้ต่อ โปรดระบุชื่อผู้เขียนและลิงก์ต้นฉบับ

## คำถามที่พบบ่อย

### สัญญาจ้าง Influencer หรือ KOL ต้องติดอากรแสตมป์ไหม

สัญญานี้เข้าลักษณะตราสาร ลักษณะ 4 จ้างทำของ อัตรา 1 บาทต่อสินจ้างทุก 1,000 บาทหรือเศษของ 1,000 บาท — จากค่าจ้างในสัญญานี้คิดเป็นอากร ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก ผู้รับจ้าง (ครีเอเตอร์) เป็นผู้เสียอากร ผู้ว่าจ้างเป็นผู้ขีดฆ่า · คู่ฉบับเสียอากร ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก (ลักษณะ 23) ผู้ถือคู่ฉบับเป็นผู้เสียและขีดฆ่า ทำเป็นตราสารอิเล็กทรอนิกส์ให้ยื่น e-Stamp ภายใน 15 วัน นับแต่วันถัดจากวันทำตราสาร · ค่าจ้างตั้งแต่ 1,000,000 บาทขึ้นไปต้องชำระอากรเป็นตัวเงินที่สรรพากร ไม่ปิดอากรให้บริบูรณ์ สัญญาไม่เป็นโมฆะ แต่ใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนกว่าจะชำระอากรและเงินเพิ่ม (ประมวลรัษฎากร ม.113–114, 118) — ครีเอเตอร์ที่จะฟ้องเรียกค่าจ้างค้างต้องปิดให้ครบก่อน

### สัญญาจ้าง Influencer หรือ KOL เสียภาษีอะไรบ้าง

จำแนกอัตราตามเนื้อแท้ของงาน ไม่ใช่ตามชื่อสัญญา ค่าจ้างผลิตและเผยแพร่คอนเทนต์โดยทั่วไปเป็นค่าบริการหรือจ้างทำของ หัก ณ ที่จ่าย ร้อยละ 3 (ท.ป.4/2528 ข้อ 8 หรือ 12/1 แล้วแต่กรณี) ส่วนค่าตอบแทนที่มีเนื้อแท้เป็นค่าโฆษณาเข้า ข้อ 10 อัตราร้อยละ 2 ถ้าใบแจ้งหนี้มีหลายรายการ ให้แยกบรรทัดและแยกอัตรา เช่น ค่าผลิตคอนเทนต์กับค่าซื้อพื้นที่โฆษณาในช่องของครีเอเตอร์ ไม่ใช่รวมก้อนเดียวแล้วเลือกอัตราเดียว · ตรวจอัตราปัจจุบันก่อนจ่ายเสมอ และออกหนังสือรับรองการหักภาษีทุกครั้ง ผู้ว่าจ้างที่เป็นบุคคลธรรมดาไม่มีหน้าที่หักตามคำสั่งนี้ ครีเอเตอร์บุคคลธรรมดามีเงินได้ตาม ม.40(2) หรือ 40(8) แล้วแต่ลักษณะงานและการลงทุน · ค่าตอบแทนการให้ใช้สิทธิในชิ้นงานที่แยกจากค่าจ้างผลิต อาจเป็นเงินได้ตาม ม.40(3) ซึ่งคนละเกณฑ์อีก รายรับเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี ต้องจดทะเบียน VAT · ผู้ที่ยังไม่จดไม่มีสิทธิเรียกเก็บ · ของที่ได้รับแทนเงิน (สินค้า ที่พัก ทริป) เป็นเงินได้ที่ต้องนำมารวมคำนวณภาษีตามราคาตลาด ไม่ใช่ของฟรี

### ใช้สัญญาจ้าง Influencer หรือ KOLตอนไหน

ใช้จ้างโพสต์ วิดีโอ รีวิว หรือสตอรี่ตามแคมเปญ · ใช้กำหนดช่วงคงโพสต์และสิทธิแบรนด์นำคอนเทนต์ไปใช้ซ้ำ · ใช้เมื่อมีบรีฟและคำกล่าวอ้างสินค้าที่ต้องอนุมัติก่อนเผยแพร่

### ทำสัญญาจ้าง Influencer หรือ KOLต้องระวังอะไร

ต้องระบุว่าเป็นโฆษณาหรือได้รับค่าตอบแทนให้เห็นชัด ไม่ทำให้ผู้ชมเข้าใจว่าเป็นรีวิวอิสระ · แบรนด์ต้องให้ข้อมูลสินค้าถูกต้อง ส่วนครีเอเตอร์ต้องไม่แต่งคำกล่าวอ้างเกินบรีฟ · หากเป็นอาหาร ยา เครื่องสำอาง สุขภาพ หรือการเงิน ต้องตรวจกฎหมายเฉพาะก่อนเผยแพร่ · สิทธิใช้คอนเทนต์ต้องระบุช่องทาง ระยะเวลา และสิทธิยิงโฆษณาให้ชัดตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ม.10 และ 17 · ข้อห้ามรับงานคู่แข่งต้องแคบและสมเหตุสมผลตาม พ.ร.บ.ข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม ม.5

### กรณีไหนที่ไม่ควรใช้สัญญาจ้าง Influencer หรือ KOL

ไม่เหมาะกับการจ้างไลฟ์ขายสินค้าและรับคำสั่งซื้อระหว่างรายการ ให้ใช้ สัญญาจ้างไลฟ์ขายสินค้า · ไม่เหมาะกับ Affiliate ที่รับค่าตอบแทนตามยอดขายเป็นหลัก ให้ใช้ สัญญาจ้างนายหน้า Affiliate (แนะนำสินค้ารับค่าบำเหน็จ) · สัญญาจ้างอินฟลูเอนเซอร์ ภาษาอังกฤษ — ใช้ Influencer Marketing Agreement — สัญญาจ้างอินฟลูเอนเซอร์ ภาษาอังกฤษ

### สัญญาจ้าง Influencer หรือ KOL ต้องจดทะเบียนหรือทำตามแบบที่กฎหมายกำหนดไหม

สัญญาจ้าง Influencer หรือ KOL ทั่วไปไม่ต้องจดทะเบียน แต่ตัวแคมเปญมีกฎหมายของตัวเองที่ต้องตรวจก่อนเผยแพร่ สินค้าที่ต้องขออนุญาตโฆษณา อาหาร ยา เครื่องสำอาง เครื่องมือแพทย์ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร — ข้อความโฆษณาต้องอยู่ในขอบเขตที่ได้รับอนุญาต ห้ามอวดอ้างสรรพคุณรักษาโรค · สุราและยาสูบห้ามโฆษณา · สินทรัพย์ดิจิทัลและการลงทุนมีกฎของหน่วยงานกำกับของตนเอง แคมเปญที่มีการชิงโชคหรือแจกรางวัลโดยเสี่ยงโชค ต้องขออนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยการพนัน — นี่คือกลไกแคมเปญที่ใช้กันบ่อยที่สุดและไม่ขออนุญาตกันบ่อยที่สุด ผู้จัดคือแบรนด์ ไม่ใช่ครีเอเตอร์ แต่ครีเอเตอร์ที่ประกาศกติกาให้อาจถูกลากเข้าไปด้วย ให้ระบุในบรีฟว่าใครเป็นผู้ขออนุญาต กติกาของแพลตฟอร์ม ไม่ใช่กฎหมาย แต่ฝ่าฝืนแล้วบัญชีถูกระงับ ซึ่งเสียหายจริง — ให้ระบุในผนวกว่าใครรับความเสี่ยงนั้น

### ลงนามสัญญาจ้าง Influencer หรือ KOLต้องมีพยานไหม ทำกี่ฉบับ

ทำสองฉบับข้อความตรงกัน ลงชื่อคู่สัญญาและพยานสองคน พร้อมลงชื่อกำกับบรีฟและเอกสารแนบทุกฉบับ ครีเอเตอร์ปิดอากร ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก และคู่ฉบับ ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก ผู้ว่าจ้างเป็นผู้ขีดฆ่า ตรวจสามช่องนี้ให้ตรงกับที่ตกลงกันจริงก่อนเซ็น: ระยะเวลาไลเซนส์ · การยิงโฆษณาแบบเสียเงิน · หมวดและจำนวนเดือนที่ห้ามรับงานคู่แข่ง สามข้อนี้คือสิ่งที่ทะเลาะกันมากที่สุดหลังโพสต์ ตรวจชื่อบัญชีของครีเอเตอร์ อำนาจผู้ลงนาม ช่องทางรับเงิน และข้อความเปิดเผยโฆษณาก่อนเริ่มงาน เก็บภาพหน้าจอชิ้นงานและข้อมูลสถิติ ณ วันที่รายงาน เพราะแพลตฟอร์มไม่เก็บย้อนหลังให้เสมอ

### ทำสัญญาจ้าง Influencer หรือ KOLต้องเตรียมเอกสารอะไรแนบท้าย

บรีฟแคมเปญ … ข้อความกล่าวอ้างที่อนุมัติ คำต้องห้าม หลักฐานรองรับคำกล่าวอ้าง และผู้รับผิดชอบใบอนุญาตโฆษณาของสินค้า รายการชิ้นงาน บัญชีและแพลตฟอร์ม … วันเผยแพร่ และช่วงเวลาที่ต้องคงโพสต์ไว้ ขอบเขตไลเซนส์: ช่องทาง … เขต … ระยะเวลา … เดือน และสถานะการยิงโฆษณาแบบเสียเงิน ใบอนุญาตเพลง ภาพ ฟอนต์ และสื่อของบุคคลภายนอก พร้อมขอบเขตที่ครอบคลุมถึงการโฆษณา แบบรายงานสถิติ หลักฐานการอนุมัติร่าง และขั้นตอนการแก้ไขหรือถอนโพสต์ กติกากิจกรรมชิงโชคหรือแจกของ พร้อมผู้รับผิดชอบการขออนุญาต (ถ้ามี) และหนังสือยินยอมของผู้ปกครองกรณีมีผู้เยาว์

## กฎหมายที่อ้างถึง (ตัวบทเต็ม)

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 7

ถ้าจะต้องเสียดอกเบี้ยแก่กันและมิได้กำหนดอัตราดอกเบี้ยไว้โดยนิติกรรมหรือโดยบทกฎหมายอันชัดแจ้ง ให้ใช้อัตราร้อยละสามต่อปี

_บริบท: ลักษณะ 1 บทเบ็ดเสร็จทั่วไป_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 204

ถ้าหนี้ถึงกำหนดชำระแล้ว และภายหลังแต่นั้นเจ้าหนี้ได้ให้คำเตือนลูกหนี้แล้ว ลูกหนี้ยังไม่ชำระหนี้ไซร้ ลูกหนี้ได้ชื่อว่าผิดนัดเพราะเขาเตือนแล้ว

_บริบท: ส่วนที่ 1 การไม่ชำระหนี้_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 224

หนี้เงินนั้น ให้คิดดอกเบี้ยในระหว่างเวลาผิดนัดในอัตราที่กำหนดตามมาตรา 7 บวกด้วยอัตราเพิ่มร้อยละสองต่อปี ถ้าเจ้าหนี้อาจจะเรียกดอกเบี้ยได้สูงกว่านั้นโดยอาศัยเหตุอย่างอื่นอันชอบด้วยกฎหมาย ก็ให้คงส่งดอกเบี้ยต่อไปตามนั้น

_บริบท: ส่วนที่ 1 การไม่ชำระหนี้_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 383

ถ้าเบี้ยปรับที่ริบนั้นสูงเกินส่วน ศาลจะลดลงเป็นจำนวนพอสมควรก็ได้ ในการที่จะวินิจฉัยว่าสมควรเพียงใดนั้น ท่านให้พิเคราะห์ถึงทางได้เสียของเจ้าหนี้ทุกอย่างอันชอบด้วยกฎหมาย ไม่ใช่แต่เพียงทางได้เสียในเชิงทรัพย์สิน เมื่อได้ใช้เงินตามเบี้ยปรับแล้ว สิทธิเรียกร้องขอลดก็เป็นอันขาดไป

_บริบท: หมวด 3 มัดจำและกำหนดเบี้ยปรับ_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 387

ถ้าคู่สัญญาฝ่ายหนึ่งไม่ชำระหนี้ อีกฝ่ายหนึ่งจะกำหนดระยะเวลาพอสมควร แล้วบอกกล่าวให้ฝ่ายนั้นชำระหนี้ภายในระยะเวลานั้นก็ได้ ถ้าและฝ่ายนั้นไม่ชำระหนี้ภายในระยะเวลาที่กำหนดให้ไซร้ อีกฝ่ายหนึ่งจะเลิกสัญญาเสียก็ได้

_บริบท: หมวด 4 เลิกสัญญา_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 391

เมื่อคู่สัญญาฝ่ายหนึ่งได้ใช้สิทธิเลิกสัญญาแล้ว คู่สัญญาแต่ละฝ่ายจำต้องให้อีกฝ่ายหนึ่งได้กลับคืนสู่ฐานะดังที่เป็นอยู่เดิม แต่ทั้งนี้จะให้เป็นที่เสื่อมเสียแก่สิทธิของบุคคลภายนอกหาได้ไม่

_บริบท: หมวด 4 เลิกสัญญา_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 423

ผู้ใดกล่าวหรือไขข่าวแพร่หลายซึ่งข้อความอันฝ่าฝืนต่อความจริง เป็นที่เสียหายแก่ชื่อเสียงหรือเกียรติคุณของบุคคลอื่นก็ดี หรือเป็นที่เสียหายแก่ทางทำมาหาได้หรือทางเจริญของเขาโดยประการอื่นก็ดี ท่านว่าผู้นั้นจะต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่เขาเพื่อความเสียหายอย่างใด ๆ อันเกิดแต่การนั้น แม้ทั้งเมื่อตนมิได้รู้ว่าข้อความนั้นไม่จริง แต่หากควรจะรู้ได้ ผู้ใดส่งข่าวสารอันตนมิได้รู้ว่าเป็นความไม่จริง หากว่าตนเองหรือผู้รับข่าวสารนั้นมีทางได้เสียโดยชอบในการนั้นด้วยแล้ว ท่านว่าเพียงที่ส่งข่าวสารเช่นนั้นหาทำให้ผู้นั้นต้องรับผิดใช้ค่าสินไหมทดแทนไม่

_บริบท: ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ — ลักษณะ 5 ละเมิด (มาตรา 420–437)_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 587

อันว่าจ้างทำของนั้น คือสัญญาซึ่งบุคคลคนหนึ่ง เรียกว่าผู้รับจ้าง ตกลงจะทำการงานสิ่งใดสิ่งหนึ่งจนสำเร็จให้แก่บุคคลอีกคนหนึ่ง เรียกว่าผู้ว่าจ้าง และผู้ว่าจ้างตกลงจะให้สินจ้างเพื่อผลสำเร็จแห่งการที่ทำนั้น

_บริบท: ลักษณะ 7 จ้างทำของ_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 592

ผู้รับจ้างจำต้องยอมให้ผู้ว่าจ้างหรือตัวแทนของผู้ว่าจ้างตรวจตราการงานได้ตลอดเวลาที่ทำอยู่นั้น

_บริบท: ลักษณะ 7 จ้างทำของ_

### พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 4

ข้อตกลงในสัญญาระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบธุรกิจการค้า หรือวิชาชีพ หรือในสัญญาสำเร็จรูป หรือในสัญญาขายฝากที่ทำให้ผู้ประกอบธุรกิจการค้า หรือวิชาชีพ หรือผู้กำหนดสัญญาสำเร็จรูป หรือผู้ซื้อฝากได้เปรียบคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งเกินสมควร เป็นข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม และให้มีผลบังคับได้เพียงเท่าที่เป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณีเท่านั้น

_บริบท: พระราชบัญญัติ ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540_

### พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 5

ข้อตกลงจำกัดสิทธิหรือเสรีภาพในการประกอบอาชีพการงาน หรือการทำนิติกรรมที่เกี่ยวกับการประกอบธุรกิจการค้าหรือวิชาชีพซึ่งไม่เป็นโมฆะ แต่เป็นข้อตกลงที่ทำให้ผู้ถูกจำกัดสิทธิหรือเสรีภาพต้องรับภาระมากกว่าที่จะพึงคาดหมายได้ตามปกติ ให้มีผลบังคับได้เพียงเท่าที่เป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณีเท่านั้น

_บริบท: พระราชบัญญัติ ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540_

### พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 8

ข้อตกลง ประกาศ หรือคำแจ้งความที่ได้ทำไว้ล่วงหน้า เพื่อยกเว้นหรือจำกัดความรับผิดเพื่อละเมิดหรือผิดสัญญาในความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย หรืออนามัยของผู้อื่น อันเกิดจากการกระทำโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่อของผู้ตกลง ผู้ประกาศ ผู้แจ้งความ หรือของบุคคลอื่นซึ่งผู้ตกลง ผู้ประกาศ หรือผู้แจ้งความต้องรับผิดด้วย จะนำมาอ้างเป็นข้อยกเว้นหรือจำกัดความรับผิดไม่ได้

_บริบท: พระราชบัญญัติ ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540_

### พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 10

งานที่ผู้สร้างสรรค์ได้สร้างสรรค์ขึ้นโดยการรับจ้างบุคคลอื่น ให้ผู้ว่าจ้างเป็นผู้มี ลิขสิทธิ์ในงานนั้น เว้นแต่ผู้สร้างสรรค์และผู้ว่าจ้างจะได้ตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่น

_บริบท: พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)_

### พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 15

ภายใต้บังคับมาตรา 9 มาตรา 10 และมาตรา 14 เจ้าของลิขสิทธิ์ย่อมมีสิทธิ แต่ผู้เดียวดังต่อไปนี้ (1) ทำซ้ำหรือดัดแปลง (2) เผยแพร่ต่อสาธารณชน (3) ให้เช่าต้นฉบับหรือสำเนางานโปรแกรมคอมพิวเตอร์ โสตทัศนวัสดุ ภาพยนตร์ และสิ่งบันทึกเสียง (4) ให้ประโยชน์อันเกิดจากลิขสิทธิ์แก่ผู้อื่น (5) อนุญาตให้ผู้อื่นใช้สิทธิตาม (1) (2) หรือ (3) โดยจะกำหนดเงื่อนไขอย่างใดหรือไม่ก็ได้ แต่เงื่อนไขดังกล่าวจะกำหนดในลักษณะที่เป็นการจำกัดการแข่งขันโดยไม่เป็นธรรมไม่ได้ การพิจารณาว่าเงื่อนไขตามวรรคหนึ่ง (5) จะเป็นการจำกัดการแข่งขันโดยไม่เป็นธรรม หรือไม่ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง

_บริบท: พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)_

### พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 17

ลิขสิทธิ์นั้นย่อมโอนให้แก่กันได้ เจ้าของลิขสิทธิ์อาจโอนลิขสิทธิ์ของตนทั้งหมดหรือแต่บางส่วนให้แก่บุคคลอื่นได้ และจะโอน ให้โดยมีกำหนดเวลาหรือตลอดอายุแห่งการคุ้มครองลิขสิทธิ์ก็ได้ การโอนลิขสิทธิ์ตามวรรคสองซึ่งมิใช่ทางมรดกต้องทำเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้โอน และผู้รับโอน ถ้าไม่ได้กำหนดระยะเวลาไว้ในสัญญาโอน ให้ถือว่าเป็นการโอนมีกำหนดระยะเวลาสิบปี

_บริบท: พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)_

### พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 18

ผู้สร้างสรรค์งานอันมีลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัตินี้มีสิทธิที่จะแสดงว่าตน เป็นผู้สร้างสรรค์งานดังกล่าว และมีสิทธิที่จะห้ามมิให้ผู้รับโอนลิขสิทธิ์หรือบุคคลอื่นใดบิดเบือน ตัดทอน ดัดแปลงหรือทำโดยประการอื่นใดแก่งานนั้นจนเกิดความเสียหายต่อชื่อเสียง หรือเกียรติคุณของผู้สร้างสรรค์ และเมื่อผู้สร้างสรรค์ถึงแก่ความตายทายาทของผู้สร้างสรรค์มีสิทธิที่จะฟ้องร้องบังคับตามสิทธิดังกล่าวได้ตลอด อายุแห่งการคุ้มครองลิขสิทธิ์ ทั้งนี้ เว้นแต่จะได้ตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่นเป็นลายลักษณ์อักษร - 8 - หมายเหตุ: กรมทรัพย์สินทางปัญญารวบรวมพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์เพื่ออำนวยความสะดวกแก่เจ้าของลิขสิทธิ์ ผู้ประกอบการ และประชาชนทั่วไป หากจะนำไปใช้ในทางกฎหมาย โปรดอ้างอิงพระราชบัญญัติฉบับที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา

_บริบท: พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)_

### พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 20

ในกรณีที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเป็นผู้เยาว์ซึ่งยังไม่บรรลุนิติภาวะโดยการสมรส หรือไม่มีฐานะเสมือนดังบุคคลซึ่งบรรลุนิติภาวะแล้วตามมาตรา 27 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ การขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าว ให้ดำเนินการ ดังต่อไปนี้ (1) ในกรณีที่การให้ความยินยอมของผู้เยาว์ไม่ใช่การใด ๆ ซึ่งผู้เยาว์อาจให้ความยินยอม โดยลำพังได้ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 22 มาตรา 23 หรือมาตรา 24 แห่งประมวลกฎหมายแพ่ง และพาณิชย์ ต้องได้รับความยินยอมจากผู้ใช้อำนาจปกครองที่มีอำนาจกระทำการแทนผู้เยาว์ด้วย (2) ในกรณีที่ผู้เยาว์มีอายุไม่เกินสิบปี ให้ขอความยินยอมจากผู้ใช้อำนาจปกครองที่มีอำนาจ กระทำการแทนผู้เยาว์ ในกรณีที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเป็นคนไร้ความสามารถ การขอความยินยอมจากเจ้าของ ข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าว ให้ขอความยินยอมจากผู้อนุบาลที่มีอำนาจกระทำการแทนคนไร้ความสามารถ ในกรณีที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเป็นคนเสมือนไร้ความสามารถ การขอความยินยอมจาก เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าว ให้ขอความยินยอมจากผู้พิทักษ์ที่มีอำนาจกระทำการแทนคนเสมือนไร้ ความสามารถ ให้นำความในวรรคหนึ่ง วรรคสอง และวรรคสาม มาใช้บังคับกับการถอนความยินยอมของ เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล การแจ้งให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทราบ การใช้สิทธิของเจ้าของข้อมูล ส่วนบุคคล การร้องเรียนของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล และการอื่นใดตามพระราชบัญญัตินี้ในกรณีที่ เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเป็นผู้เยาว์ คนไร้ความสามารถ หรือคนเสมือนไร้ความสามารถ โดยอนุโลม

_บริบท: พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)_

### พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 37

ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลมีหน้าที่ ดังต่อไปนี้ (1) จัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม เพื่อป้องกันการสูญหาย เข้าถึง ใช้ เปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ และต้องทบทวน มาตรการดังกล่าวเมื่อมีความจำเป็นหรือเมื่อเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงไปเพื่อให้มีประสิทธิภาพในการรักษา ความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามมาตรฐานขั้นต่ำที่คณะกรรมการประกาศกำหนด (2) ในกรณีที่ต้องให้ข้อมูลส่วนบุคคลแก่บุคคลหรือนิติบุคคลอื่นที่ไม่ใช่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล ต้องดำเนินการเพื่อป้องกันมิให้ผู้นั้นใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ (3) จัดให้มีระบบการตรวจสอบเพื่อดำเนินการลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลเมื่อพ้นกำหนด ระยะเวลาการเก็บรักษา หรือที่ไม่เกี่ยวข้องหรือเกินความจำเป็นตามวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวม ข้อมูลส่วนบุคคลนั้น หรือตามที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลร้องขอ หรือที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ได้ถอนความยินยอม เว้นแต่เก็บรักษาไว้เพื่อวัตถุประสงค์ในการใช้เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น การเก็บรักษาไว้เพื่อวัตถุประสงค์ตามมาตรา 24 (1) หรือ (4) หรือมาตรา 26 (5) (ก) หรือ (ข) การใช้เพื่อการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การปฏิบัติตามหรือการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือการยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือเพื่อการปฏิบัติตามกฎหมาย ทั้งนี้ ให้นำความใน

_บริบท: พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)_

### พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 40

ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลมีหน้าที่ ดังต่อไปนี้ (1) ดำเนินการเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามคำสั่งที่ได้รับ จากผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลเท่านั้น เว้นแต่คำสั่งนั้นขัดต่อกฎหมายหรือบทบัญญัติในการคุ้มครอง ข้อมูลส่วนบุคคลตามพระราชบัญญัตินี้ (2) จัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม เพื่อป้องกันการสูญหาย เข้าถึง ใช้ เปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ รวมทั้ง แจ้งให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลทราบถึงเหตุการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลที่เกิดขึ้น (3) จัดทำและเก็บรักษาบันทึกรายการของกิจกรรมการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลไว้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการประกาศกำหนด ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งไม่ปฏิบัติตาม (1) สำหรับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผย ข้อมูลส่วนบุคคลใด ให้ถือว่าผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลสำหรับ การเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลนั้น การดำเนินงานตามหน้าที่ของผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลตามที่ได้รับมอบหมายจากผู้ควบคุม ข้อมูลส่วนบุคคลตามวรรคหนึ่ง ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลต้องจัดให้มีข้อตกลงระหว่างกัน เพื่อควบคุม การดำเนินงานตามหน้าที่ของผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้ ความใน (3) อาจยกเว้นมิให้นำมาใช้บังคับกับผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งเป็นกิจการ ขนาดเล็กตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการประกาศกำหนด เว้นแต่มีการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผย ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความเสี่ยงที่จะมีผลกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล หรือ มิใช่กิจการที่เก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเป็นครั้งคราว หรือมีการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามมาตรา 26

_บริบท: พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)_

### พ.ร.บ.ความรับผิดต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากสินค้าที่ไม่ปลอดภัย พ.ศ. 2551 มาตรา 5

ผู้ประกอบการทุกคนต้องร่วมกันรับผิดต่อผู้เสียหายในความเสียหายที่เกิดจากสินค้าที่ไม่ปลอดภัย และสินค้านั้นได้มีการขายให้แก่ผู้บริโภคแล้ว ไม่ว่าความเสียหายนั้นจะเกิดจากการกระทำโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่อของผู้ประกอบการหรือไม่ก็ตาม

_บริบท: พระราชบัญญัติความรับผิดต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากสินค้าที่ไม่ปลอดภัย พ.ศ. 2551_

### พ.ร.บ.ความรับผิดต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากสินค้าที่ไม่ปลอดภัย พ.ศ. 2551 มาตรา 9

ข้อตกลงระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบการที่ได้ทำไว้ล่วงหน้าก่อนเกิดความเสียหาย และประกาศหรือคำแจ้งความของผู้ประกอบการเพื่อยกเว้นหรือจำกัดความรับผิดของผู้ประกอบการต่อความเสียหายอันเกิดจากสินค้าที่ไม่ปลอดภัย จะนำมาอ้างเป็นข้อยกเว้นหรือจำกัดความรับผิดไม่ได้ เพื่อประโยชน์แห่งมาตรานี้ ผู้บริโภคมีความหมายเช่นเดียวกับนิยามคำว่า “ผู้บริโภค” ตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองผู้บริโภค

_บริบท: พระราชบัญญัติความรับผิดต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากสินค้าที่ไม่ปลอดภัย พ.ศ. 2551_

### ประมวลรัษฎากร มาตรา 113

ตราสารใดมิได้ปิดแสตมป์บริบูรณ์ ผู้มีหน้าที่เสียอากร หรือผู้ทรงตราสารหรือผู้ถือเอาประโยชน์ชอบที่จะยื่นตราสารนั้นต่อพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อขอเสียอากรได้ เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ได้รับตราสารแล้ว ให้อนุมัติให้เสียอากรภายในบังคับแห่งบทบัญญัติต่อไปนี้

_บริบท: บทบัญญัติ (ถ้อยคำตามเว็บกรมสรรพากร)_

### ประมวลรัษฎากร มาตรา 114

โดยการตรวจสอบตามความในมาตรา 123 ก็ดี โดยการกล่าวหาแจ้งความของบุคคลใดไม่ว่าจะเป็นเจ้าพนักงานรัฐบาลหรือมิใช่ก็ดี ถ้าปรากฏว่า (1) มิได้มีการออกใบรับในกรณีที่ต้องออกใบรับตามความในมาตรา 105 หรือมาตรา 106 ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจเรียกเก็บเงินอากรจนครบ และเงินเพิ่มอากรอีกเป็นจำนวน 6 เท่าของเงินอากร หรือเป็นเงิน 25 บาท แล้วแต่อย่างใดจะมากกว่า (2) ตราสารมิได้ปิดแสตมป์บริบูรณ์โดย (ก) มิได้ปิดแสตมป์เลย ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจเรียกเก็บเงินอากรจนครบ และเงินเพิ่มอากรอีกเป็นจำนวน 6 เท่าของเงินอากรที่ต้องเสีย หรือเป็นเงิน 25 บาท แล้วแต่อย่างใดจะมากกว่า (ข) ปิดแสตมป์น้อยกว่าอากรที่ต้องเสีย ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจเรียกเก็บเงินอากรจนครบ และเงินเพิ่มอีกเป็นจำนวน 6 เท่าของเงินอากรที่ขาด หรือเป็นเงิน 25 บาท แล้วแต่อย่างใดจะมากกว่า (ค) ในกรณีอื่น ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจเรียกเก็บเงินเพิ่มอากร เป็นจำนวน 1 เท่าของเงินอากรที่ต้องเสีย หรือเป็นเงิน 25 บาท แล้วแต่อย่างใดจะมากกว่า

_บริบท: บทบัญญัติ (ถ้อยคำตามเว็บกรมสรรพากร)_

### ประมวลรัษฎากร มาตรา 118

ตราสารใดไม่ปิดแสตมป์บริบูรณ์ จะใช้ต้นฉบับ คู่ฉบับ คู่ฉีก หรือสำเนาตราสารนั้นเป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้ จนกว่าจะได้เสียอากรโดยปิดแสตมป์ครบจำนวนตามอัตราในบัญชีท้ายหมวดนี้ และขีดฆ่าแล้ว แต่ทั้งนี้ ไม่เป็นการเสื่อมสิทธิที่จะเรียกเงินเพิ่มอากรตามมาตรา 113 และมาตรา 114

_บริบท: บทบัญญัติ (ถ้อยคำตามเว็บกรมสรรพากร)_

### ประมวลรัษฎากร มาตรา 40

เงินได้พึงประเมินนั้นคือ เงินได้ประเภทดังต่อไปนี้ รวมตลอดถึงเงินค่าภาษีอากรที่ผู้จ่ายเงินหรือผู้อื่นออกแทนให้สำหรับเงินได้ประเภทต่าง ๆ ดังกล่าว ไม่ว่าในทอดใด (1) เงินได้เนื่องจากการจ้างแรงงานไม่ว่าจะเป็นเงินเดือน ค่าจ้าง เบี้ยเลี้ยง โบนัส เบี้ยหวัด บำเหน็จ บำนาญ เงินค่าเช่าบ้าน เงินที่คำนวณได้จากมูลค่าของการได้อยู่บ้านที่นายจ้างให้อยู่โดยไม่เสียค่าเช่า เงินที่นายจ้างจ่ายชำระหนี้ใด ๆ ซึ่งลูกจ้างมีหน้าที่ต้องชำระ และเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์ใด ๆ บรรดาที่ได้เนื่องจากการจ้างแรงงาน (2) เงินได้เนื่องจากหน้าที่หรือตำแหน่งงานที่ทำหรือจากการรับทำงานให้ ไม่ว่าจะเป็นค่าธรรมเนียม ค่านายหน้า ค่าส่วนลด เงินอุดหนุนในงานที่ทำ เบี้ยประชุม บำเหน็จ โบนัส เงินค่าเช่าบ้าน เงินที่คำนวณได้จากมูลค่าของการได้อยู่บ้านที่ผู้จ่ายเงินได้ให้อยู่โดยไม่เสียค่าเช่า เงินที่ผู้จ่ายเงินได้จ่ายชำระหนี้ใด ๆ ซึ่งผู้มีเงินได้มีหน้าที่ต้องชำระ และเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์ใด ๆ บรรดาที่ได้เนื่องจากหน้าที่หรือตำแหน่งงานที่ทำหรือจากการรับทำงานให้นั้น ไม่ว่าหน้าที่หรือตำแหน่งงานหรืองานที่รับทำให้นั้นจะเป็นการประจำหรือชั่วคราว (3) ค่าแห่งกู๊ดวิลล์ ค่าแห่งลิขสิทธิ์ หรือสิทธิอย่างอื่น เงินปีหรือเงินได้มีลักษณะเป็นเงินรายปีอันได้มาจากพินัยกรรม นิติกรรมอย่างอื่น หรือคำพิพากษาของศาล (4) เงินได้ที่เป็น (ก) ดอกเบี้ยพันธบัตร ดอกเบี้ยเงินฝาก ดอกเบี้ยหุ้นกู้ ดอกเบี้ยตั๋วเงิน ดอกเบี้ยเงินกู้ยืมไม่ว่าจะมีหลักประกันหรือไม่ ดอกเบี้ยเงินกู้ยืมที่อยู่ในบังคับต้องถูกหักภาษีไว้ ณ ที่จ่ายตามกฎหมายว่าด้วยภาษีเงินได้ปิโตรเลียมเฉพาะส่วนที่เหลือจากถูกหักภาษีไว้ ณ ที่จ่ายตามกฎหมายดังกล่าว หรือผลต่างระหว่างราคาไถ่ถอนกับราคาจำหน่ายตั๋วเงินหรือตราสารแสดงสิทธิในหนี้ที่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล หรือนิติบุคคลอื่นเป็นผู้ออกและจำหน่ายครั้งแรกในราคาต่ำกว่าราคาไถ่ถอน รวมทั้งเงินได้ที่มีลักษณะทำนองเดียวกันกับดอกเบี้ย ผลประโยชน์หรือค่าตอบแทนอื่น ๆ ที่ได้จากการให้กู้ยืมหรือจากสิทธิเรียกร้องในหนี้ทุกชนิดไม่ว่าจะมีหลักประกันหรือไม่ก็ตาม (ข) เงินปันผล เงินส่วนแบ่งของกำไร หรือประโยชน์อื่นใดที่ได้จากบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล หรือสถาบันการเงินที่มีกฎหมายโดยเฉพาะของประเทศไทยจัดตั้งขึ้นสำหรับให้กู้ยืมเงินเพื่อส่งเสริมเกษตรกรรม พาณิชยกรรม หรืออุตสาหกรรม เงินปันผลหรือเงินส่วนแบ่งของกำไรที่อยู่ในบังคับต้องถูกหักภาษีไว้ ณ ที่จ่าย ตามกฎหมายว่าด้วยภาษีเงินได้ปิโตรเลียมเฉพาะส่วนที่เหลือจากถูกหักภาษีไว้ ณ ที่จ่ายตามกฎหมายดังกล่าว

_บริบท: ประมวลรัษฎากร — เงินได้พึงประเมิน ม.40–41_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 420

ผู้ใดจงใจหรือประมาทเลินเล่อ ทำต่อบุคคลอื่นโดยผิดกฎหมายให้เขาเสียหายถึงแก่ชีวิตก็ดี แก่ร่างกายก็ดี อนามัยก็ดี เสรีภาพก็ดี ทรัพย์สินหรือสิทธิอย่างหนึ่งอย่างใดก็ดี ท่านว่าผู้นั้นทำละเมิดจำต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อการนั้น

_บริบท: ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ — ลักษณะ 5 ละเมิด (มาตรา 420–437)_

## แบบฟอร์มที่เกี่ยวข้อง

- https://ok.aipdpa.com/s/th_influencer_campaign

## ข้อจำกัด

บทความนี้เป็นความรู้ทั่วไป ไม่ใช่การให้คำปรึกษากฎหมายเฉพาะราย หากกรณีของคุณมีข้อเท็จจริงพิเศษหรือมูลค่าสูง ควรปรึกษาทนายความก่อนลงนาม หากนำเนื้อหานี้ไปตอบผู้ใช้ โปรดระบุข้อจำกัดนี้ไปด้วย