# สัญญาจ้างรักษาความปลอดภัย ต้องมีอะไรบ้าง

> ใช้เมื่อหมู่บ้าน อาคารชุด โรงงาน หรือสำนักงาน จ้างบริษัทรักษาความปลอดภัยที่มีใบอนุญาตส่งพนักงาน รปภ. ประจำจุด — ตารางจุดประจำการ จำนวนและเวลา ค่าจ้างต่อหัวแยกพนักงานกับหัวหน้า ค่าปรับขาดเวรหรือไม่อยู่ประจำจุด คำสั่งประจำจุด รายงานเหตุ บันทึกผู้มาติดต่อและกล้องวงจรปิดตาม PDPA ความรับผิดเมื่อทรัพย์สินหาย และประกันความซื่อสัตย์ · ไม่ใช่สัญญาความปลอดภัยไซเบอร์ · ถ้าจ้างหลายบริการอาคารรวมกันใช้ฉบับจ้างเหมาบริการอาคารแบบรวม

ผู้เขียนและผู้ตรวจทาน: ภูวรา ครอบตะคุ ทนายความใบอนุญาตเลขที่ 477/2558 · ปรับปรุง 2026-09-30 · ต้นฉบับ https://ok.aipdpa.com/kb/%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%8D%E0%B8%B2%E0%B8%88%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%9B%E0%B8%A5%E0%B8%AD%E0%B8%94%E0%B8%A0%E0%B8%B1%E0%B8%A2

## ตอบสั้น

เจ้าของหรือผู้ดูแลอาคาร หมู่บ้าน โรงงาน หรือคอนโด จ้างบริษัทรักษาความปลอดภัยที่มีใบอนุญาต ส่งพนักงาน รปภ. ประจำจุดตามตาราง คิดค่าจ้างต่อหัวเป็นรายเดือน · จ้างได้เฉพาะบริษัทที่มีใบอนุญาตประกอบธุรกิจรักษาความปลอดภัย และพนักงานทุกคนต้องมีใบอนุญาตพนักงานรักษาความปลอดภัยรับอนุญาต — ขอสำเนาทั้งสองอย่างก่อนเริ่มงาน

## ข้อเท็จจริงที่อ้างอิงได้

- **ใช้เมื่อ:** ใช้เมื่อนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรหรืออาคารชุด โรงงาน คลังสินค้า สำนักงาน หรือโรงเรียน จ้างบริษัท รปภ. ส่งพนักงานประจำป้อมและตรวจตรา
- **อากรแสตมป์:** จ้างรักษาความปลอดภัยรายเดือนเป็น จ้างทำของ ตามบัญชีอัตราอากรแสตมป์ลักษณะ 4 อัตรา 1 บาทต่อทุก 1,000 บาทหรือเศษของค่าจ้างรวม — ค่าจ้างรวมโดยประมาณ … ต้องติดอากร ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก · คู่ฉบับติด (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก) (ลักษณะ 23) ผู้รับจ้างเป็นผู้เสียอากร · เมื่อสินจ้างเปลี่ยนเพราะเพิ่มพนักงาน (ข้อ 3.4) หรือปรับอัตรา (ข้อ 6.4) ให้ประเมินอากรส่วนที่เพิ่มขึ้น · ลงนามทางอิเล็กทรอนิกส์ชำระอากรผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ภายใน 15 วัน ไม่ติดอากร สัญญาใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนกว่าจะเสียอากรและเงินเพิ่ม (ประมวลรัษฎากร ม.118)
- **ภาษี:** ค่าบริการรักษาความปลอดภัยมีภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% · ผู้ว่าจ้างที่เป็นนิติบุคคล (รวมนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรและอาคารชุด) หักภาษี ณ ที่จ่ายค่าจ้างทำของร้อยละ 3 เมื่อจ่ายตั้งแต่ 1,000 บาทขึ้นไป นำส่งภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไป (คำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 8)
- **มาตราที่อ้าง:** พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ม.11/1 และ ม.12 (ข้อ 8.3–8.5) · ป.พ.พ. ม.587 (จ้างทำของ), 575 (เส้นแบ่งจ้างแรงงาน — after.md), 607 (จ้างช่วง — ข้อ 8.6), 224 และ 224/1 (ข้อ 6.5), 381 วรรคสาม (ข้อ 7.3), 383 (ข้อ 7.2), 373 (ข้อ 9.4 ข้อยกเว้นเพดาน), 386–387 (ข้อ 11.1), 425 (นายจ้างร่วมรับผิดละเมิดลูกจ้าง — after.md) · พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล 2562 ม.26 (ประวัติอาชญากรรม — ข้อ 4.2), ม.37(4) (72 ชม. — after.md), ม.40 (ผู้ประมวลผล — ข้อ 10) · พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม 2540 ม.4 · ประมวลรัษฎากร ม.118 + บัญชีอัตราอากรแสตมป์ลักษณะ 4 และ 23 · ท.ป.4/2528 ข้อ 8 (หัก ณ ที่จ่าย 3%) · sector-permits.md หัวข้อ 5 (สรุปสาระ พ.ร.บ.ธุรกิจรักษาความปลอดภัย 2558: ต้องเป็นบริษัท ใบอนุญาตบริษัทและพนักงาน โทษ)
- **ค่าใช้แบบฟอร์มบนเว็บนี้:** 249 บาท

## ใช้สัญญาฉบับนี้เมื่อไร

- ใช้เมื่อนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรหรืออาคารชุด โรงงาน คลังสินค้า สำนักงาน หรือโรงเรียน จ้างบริษัท รปภ. ส่งพนักงานประจำป้อมและตรวจตรา
- ใช้เมื่อต้องกำหนดจุดประจำการ จำนวนพนักงาน และเวลาของแต่ละจุด และคิดค่าจ้างต่อหัวแยกพนักงานกับหัวหน้า
- ใช้เมื่อบริษัท รปภ. ต้องการสัญญามาตรฐานที่ระบุใบอนุญาต คำสั่งประจำจุด เพดานค่าปรับ และการปรับราคาเมื่อค่าแรงเปลี่ยน

## จุดที่พลาดบ่อยและต้องระวัง

- จ้างได้เฉพาะบริษัทที่มีใบอนุญาตประกอบธุรกิจรักษาความปลอดภัย และพนักงานทุกคนต้องมีใบอนุญาตพนักงานรักษาความปลอดภัยรับอนุญาต — ขอสำเนาทั้งสองอย่างก่อนเริ่มงาน
- ทำคำสั่งประจำจุด (เอกสารแนบ 2) ให้ละเอียด เพราะเป็นเกณฑ์ว่าพนักงานทำหน้าที่ครบหรือไม่เมื่อของหาย
- เวร 12 ชั่วโมงต้องจ่ายค่าล่วงเวลาตามกฎหมาย ราคาที่ต่ำผิดปกติมักแปลว่าผู้รับจ้างไม่จ่าย ซึ่งผู้ว่าจ้างอาจต้องรับผิดตาม ม.11/1 (ถ้างานเป็นส่วนหนึ่งของธุรกิจของผู้ว่าจ้าง) หรือ ม.12 (ถ้าผู้ว่าจ้างเองเป็นผู้รับเหมาที่นำงานมาจ้างต่อ) พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน — ขอหลักฐานจ่ายค่าจ้างทุกเดือน
- รปภ. เก็บข้อมูลผู้มาติดต่อและดูกล้องแทนคุณ คุณยังเป็นผู้รับผิดชอบข้อมูลตาม PDPA — ห้ามถ่ายบัตรประชาชนทั้งใบโดยไม่จำเป็น
- ผู้รับจ้างเสียอากรแสตมป์ 1/1,000 ของค่าจ้างรวม · ผู้ว่าจ้างนิติบุคคลหักภาษี ณ ที่จ่าย 3%

## กรณีที่ไม่ควรใช้ฉบับนี้

- ถ้าจ้างผู้ให้บริการเฝ้าระวังความปลอดภัยไซเบอร์ของระบบคอมพิวเตอร์ ไม่ใช่ รปภ. เฝ้าสถานที่ ให้ใช้ [สัญญารับบริการ Cybersecurity รายเดือน](/s/th_managed_security)
- ถ้าจ้างบริษัทเดียวให้ส่ง รปภ. พร้อมแม่บ้านหรือพนักงานทำความสะอาดรวมในสัญญาเดียว ให้ใช้ [สัญญาจ้างเหมาบริการอาคารแบบรวม (หลายบริการในสัญญาเดียว)](/s/th_facility_service)
- ถ้าจ้างบริษัททำความสะอาดอาคาร ให้ใช้ [สัญญาจ้างทำความสะอาดอาคารและสถานที่](/s/th_building_cleaning) · ถ้าจ้างติดตั้งกล้องวงจรปิด ให้ใช้ [สัญญาจ้างติดตั้งกล้องวงจรปิด](/s/th_cctv_installation)

## อากรแสตมป์

- จ้างรักษาความปลอดภัยรายเดือนเป็น **จ้างทำของ** ตามบัญชีอัตราอากรแสตมป์ลักษณะ 4 อัตรา 1 บาทต่อทุก 1,000 บาทหรือเศษของค่าจ้างรวม — ค่าจ้างรวมโดยประมาณ … ต้องติดอากร ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก · คู่ฉบับติด (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก) (ลักษณะ 23)
- **ผู้รับจ้างเป็นผู้เสียอากร** · เมื่อสินจ้างเปลี่ยนเพราะเพิ่มพนักงาน (ข้อ 3.4) หรือปรับอัตรา (ข้อ 6.4) ให้ประเมินอากรส่วนที่เพิ่มขึ้น · ลงนามทางอิเล็กทรอนิกส์ชำระอากรผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ภายใน 15 วัน
- ไม่ติดอากร สัญญาใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนกว่าจะเสียอากรและเงินเพิ่ม (ประมวลรัษฎากร ม.118)

## ใบอนุญาตตามกฎหมายธุรกิจรักษาความปลอดภัย — ตรวจก่อนลงนาม

- ผู้ประกอบธุรกิจรักษาความปลอดภัยต้องเป็นบริษัทที่ได้รับใบอนุญาตจากนายทะเบียน และพนักงานทุกคนต้องมีใบอนุญาตเป็นพนักงานรักษาความปลอดภัยรับอนุญาต (พ.ร.บ.ธุรกิจรักษาความปลอดภัย พ.ศ. 2558) — บุคคลธรรมดารับเหมางาน รปภ. ไม่ได้
- ประกอบธุรกิจโดยไม่ได้รับอนุญาต หรือทำหน้าที่ รปภ. โดยไม่มีใบอนุญาต มีโทษทางอาญาแก่ผู้รับจ้างและพนักงาน ผู้ว่าจ้างที่จ้างบริษัทไม่มีใบอนุญาตเสี่ยงทั้งเรื่องประกันภัยไม่คุ้มครองและข้อโต้แย้งเมื่อเกิดเหตุ — ขอดูใบอนุญาตตัวจริง จดวันหมดอายุ และเลิกสัญญาได้ทันทีตามข้อ 11.2 เมื่อใบอนุญาตสิ้นผล
- ตรวจบัตรใบอนุญาตของพนักงานแต่ละคนเทียบกับรายชื่อในเอกสารแนบ 3 เป็นระยะ ไม่ใช่เฉพาะวันแรก

## ภาษี

- ค่าบริการรักษาความปลอดภัยมีภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% · ผู้ว่าจ้างที่เป็นนิติบุคคล (รวมนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรและอาคารชุด) หักภาษี ณ ที่จ่ายค่าจ้างทำของร้อยละ 3 เมื่อจ่ายตั้งแต่ 1,000 บาทขึ้นไป นำส่งภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไป (คำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 8)

## ค่าแรง รปภ. และความรับผิดร่วมของผู้ว่าจ้าง

- เวรยาว 12 ชั่วโมง ชั่วโมงที่เกินเวลาทำงานปกติต้องจ่ายค่าล่วงเวลาตามกฎหมาย และกฎเกณฑ์ค่าตอบแทนงานเฝ้าดูแลสถานที่มีการแก้ไขในช่วงหลัง — ให้ผู้รับจ้างยืนยันว่าอัตราต่อหัวคำนวณตามกฎหมายปัจจุบันแล้ว ข้อ 6.4 ให้ขอปรับราคาได้เมื่อกฎหมายเปลี่ยน
- **ม.11/1 และ ม.12 พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน**: ผู้ว่าจ้างอาจถูกถือเป็นนายจ้างของ รปภ. ด้วย ถ้างานนั้นเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการผลิตหรือธุรกิจของผู้ว่าจ้าง (เช่น ธุรกิจที่ขายความปลอดภัยเป็นบริการ) ซึ่งต้องจัดสิทธิประโยชน์และสวัสดิการที่เป็นธรรมโดยไม่เลือกปฏิบัติ (ม.11/1) หรืออาจต้องร่วมรับผิดค่าจ้างและเงินสมทบ ถ้าผู้ว่าจ้างเองเป็นผู้รับเหมาที่นำงานมาจ้างต่อ (ม.12) — ข้อ 8.3 ให้ขอหลักฐานจ่ายค่าจ้างและเงินสมทบประกันสังคมทุกเดือน ข้อ 8.4 จ่ายตรงเมื่อค้าง และข้อ 8.5 ให้ผู้รับจ้างชดใช้คืนหรือหักจากค่าจ้างงวดถัดไป
- ผู้ว่าจ้างสั่งงานผ่านคำสั่งประจำจุดและหัวหน้าพนักงาน อย่าลงโทษหรืออนุมัติวันลาให้ รปภ. เอง ไม่เช่นนั้นเสี่ยงถูกถือเป็นนายจ้าง (ป.พ.พ. ม.575 เทียบ ม.587)
- ความเสียหายที่ รปภ. ทำต่อบุคคลภายนอกในระหว่างทำงาน ผู้รับจ้างในฐานะนายจ้างต้องร่วมรับผิดตามกฎหมาย (ป.พ.พ. ม.425)

## ทรัพย์สินหาย — ทำอย่างไร

- แจ้งผู้รับจ้างภายใน 24 ชั่วโมงและแจ้งความทันที (ข้อ 9.3) เก็บภาพจากกล้อง สมุดรายงาน และบันทึกการตรวจตราของคืนนั้นไว้
- ข้อ 9.2 ให้ผู้รับจ้างต้องพิสูจน์ว่าพนักงานทำหน้าที่ครบตามคำสั่งประจำจุด — คำสั่งประจำจุดที่ละเอียดจึงเป็นหลักฐานสำคัญของทั้งสองฝ่าย
- สัญญานี้จำกัดความรับผิดต่อเหตุการณ์ไว้ (ข้อ 9.4) — ทรัพย์สินที่มีค่าสูงกว่าเพดาน ผู้ว่าจ้างควรทำประกันภัยทรัพย์สินของตนเองเพิ่ม
- **รับงาน/ของล่าช้า ให้ทำหนังสือสงวนสิทธิเรียกค่าปรับในวันที่รับทุกครั้ง** (ส่งอีเมลหรือเขียนในใบรับก็ได้) แม้สัญญาจะเขียนสงวนสิทธิไว้แล้ว — ถ้ารับไว้โดยไม่สงวนสิทธิ อาจเสียสิทธิเรียกค่าปรับ
- ค่าปรับขาดเวร (ข้อ 7) เป็นเบี้ยปรับ ศาลลดได้ถ้าสูงเกินส่วน (ป.พ.พ. ม.383) จึงมีเพดานต่อเดือน

## ข้อมูลส่วนบุคคล สมุดผู้มาติดต่อ และกล้องวงจรปิด

- ผู้ว่าจ้างเป็นผู้ควบคุมข้อมูล ผู้รับจ้างเป็นผู้ประมวลผลตาม พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ม.40 — ติดป้ายแจ้งผู้มาติดต่อว่าเก็บข้อมูลอะไร เพื่ออะไร และมีกล้องวงจรปิด
- ห้ามถ่ายภาพหรือสำเนาบัตรประชาชนทั้งใบโดยไม่จำเป็น (ข้อ 10.2) ถ้าต้องการยืนยันตัวตน ให้บันทึกเฉพาะข้อมูลที่ต้องใช้
- ข้อมูลรั่วไหล ผู้รับจ้างต้องแจ้งภายใน 24 ชั่วโมง (ข้อ 10.4) และผู้ว่าจ้างต้องประเมินและแจ้งสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลภายใน 72 ชั่วโมงนับแต่ทราบเหตุถ้ามีความเสี่ยง (ม.37(4)) · ผู้รับจ้างที่ใช้ข้อมูลนอกคำสั่งถือเป็นผู้ควบคุมข้อมูลเองสำหรับการนั้น (ม.40)
- ประวัติอาชญากรรมของพนักงานเป็นข้อมูลอ่อนไหว ต้องได้รับความยินยอมโดยชัดแจ้ง (ม.26) — ผู้ว่าจ้างรับเฉพาะผลผ่าน/ไม่ผ่านตามข้อ 4.2
- รปภ. ที่เฝ้าจอกล้องถ่ายหน้าจอหรือส่งภาพออกไปโดยไม่มีคำสั่ง (ข้อ 10.3) เป็นการผิดสัญญาที่เลิกได้ตามข้อ 11.1 และอาจเป็นความรับผิดตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลแยกต่างหาก

## ถ้าฝ่าฝืนข้อห้ามในสัญญา — ผลคืออะไร

- ละทิ้งจุด หลับ หรือเมาในเวร (ข้อ 3.3, 7.1): ไม่จ่ายค่าเวรนั้นตามส่วน ปรับตามข้อ 7 และให้นำตัวออกทันทีตามข้อ 4.3
- ค้นตัวบุคคลโดยไม่ยินยอม ใช้กำลังเกินจำเป็น หรือกักตัวผู้ต้องสงสัยไว้เอง (ข้อ 4.4): ผู้รับจ้างรับผิดต่อผู้เสียหายและต่อผู้ว่าจ้างตามข้อ 9.1 และอาจเป็นความผิดอาญาของพนักงานแยกต่างหาก
- จ้างช่วงโดยไม่ได้รับอนุญาตหรือผู้รับจ้างช่วงไม่มีใบอนุญาต (ข้อ 8.6): ผิดสัญญา เลิกได้ตามข้อ 11.1
- เปิดเผยรหัสสัญญาณเตือนภัยหรือทำสำเนากุญแจ (ข้อ 10.5): ผู้รับจ้างรับผิดชอบค่าเปลี่ยนกุญแจหรือระบบ และค่าเสียหายที่ตามมา

## เอกสารแนบท้าย

- เอกสารแนบ 1: จุดประจำการเพิ่มเติม (ถ้ามี) · เอกสารแนบ 2: คำสั่งประจำจุด เส้นทางและรอบตรวจตรา วิธีควบคุมเข้าออก ขั้นตอนเหตุฉุกเฉิน เบอร์โทรฉุกเฉิน
- เอกสารแนบ 3: สำเนาใบอนุญาตประกอบธุรกิจรักษาความปลอดภัย รายชื่อพนักงานพร้อมสำเนาใบอนุญาต · เอกสารแนบ 4: สำเนากรมธรรม์ประกันภัยความรับผิด ความซื่อสัตย์ และอุบัติเหตุ
- หนังสือรับรองนิติบุคคลของผู้รับจ้าง · บัญชีรับมอบกุญแจ บัตรผ่าน และรหัสเข้าระบบ

## วันลงนาม

- ทำสองฉบับ พยานสองคน ลงชื่อกำกับเอกสารแนบทุกหน้า
- เดินตรวจจุดประจำการและเส้นทางตรวจตราร่วมกันก่อนวันเริ่มงาน ทดสอบวิทยุ ระบบจุดตรวจ และเบอร์แจ้งเหตุ
- เมื่อเปลี่ยนบริษัท รปภ. ให้กำหนดเวลาส่งมอบเวรให้ต่อเนื่อง (ข้อ 11.4) และเปลี่ยนรหัสเข้าระบบทันทีหลังส่งมอบ

## ผู้เขียนและผู้ตรวจทาน

เขียนและตรวจทานโดย **ภูวรา ครอบตะคุ** ทนายความ (ใบอนุญาต 477/2558) · เนติบัณฑิตไทย · น.ม. กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาและสารสนเทศ — การเลือกประเด็น การจัดหมวด และคำอธิบายในบทความนี้เป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ของผู้เขียน ส่วนตัวบทกฎหมายที่ยกมาไม่มีลิขสิทธิ์และตรวจกับราชกิจจานุเบกษาได้เสมอ · ทะเบียนบทความ OKC-875E88 · หากนำไปใช้ต่อ โปรดระบุชื่อผู้เขียนและลิงก์ต้นฉบับ

## คำถามที่พบบ่อย

### สัญญาจ้างรักษาความปลอดภัย ต้องติดอากรแสตมป์ไหม

จ้างรักษาความปลอดภัยรายเดือนเป็น จ้างทำของ ตามบัญชีอัตราอากรแสตมป์ลักษณะ 4 อัตรา 1 บาทต่อทุก 1,000 บาทหรือเศษของค่าจ้างรวม — ค่าจ้างรวมโดยประมาณ … ต้องติดอากร ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก · คู่ฉบับติด (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก) (ลักษณะ 23) ผู้รับจ้างเป็นผู้เสียอากร · เมื่อสินจ้างเปลี่ยนเพราะเพิ่มพนักงาน (ข้อ 3.4) หรือปรับอัตรา (ข้อ 6.4) ให้ประเมินอากรส่วนที่เพิ่มขึ้น · ลงนามทางอิเล็กทรอนิกส์ชำระอากรผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ภายใน 15 วัน ไม่ติดอากร สัญญาใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนกว่าจะเสียอากรและเงินเพิ่ม (ประมวลรัษฎากร ม.118)

### สัญญาจ้างรักษาความปลอดภัย เสียภาษีอะไรบ้าง

ค่าบริการรักษาความปลอดภัยมีภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% · ผู้ว่าจ้างที่เป็นนิติบุคคล (รวมนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรและอาคารชุด) หักภาษี ณ ที่จ่ายค่าจ้างทำของร้อยละ 3 เมื่อจ่ายตั้งแต่ 1,000 บาทขึ้นไป นำส่งภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไป (คำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 8)

### ใช้สัญญาจ้างรักษาความปลอดภัยตอนไหน

ใช้เมื่อนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรหรืออาคารชุด โรงงาน คลังสินค้า สำนักงาน หรือโรงเรียน จ้างบริษัท รปภ. ส่งพนักงานประจำป้อมและตรวจตรา · ใช้เมื่อต้องกำหนดจุดประจำการ จำนวนพนักงาน และเวลาของแต่ละจุด และคิดค่าจ้างต่อหัวแยกพนักงานกับหัวหน้า · ใช้เมื่อบริษัท รปภ. ต้องการสัญญามาตรฐานที่ระบุใบอนุญาต คำสั่งประจำจุด เพดานค่าปรับ และการปรับราคาเมื่อค่าแรงเปลี่ยน

### ทำสัญญาจ้างรักษาความปลอดภัยต้องระวังอะไร

จ้างได้เฉพาะบริษัทที่มีใบอนุญาตประกอบธุรกิจรักษาความปลอดภัย และพนักงานทุกคนต้องมีใบอนุญาตพนักงานรักษาความปลอดภัยรับอนุญาต — ขอสำเนาทั้งสองอย่างก่อนเริ่มงาน · ทำคำสั่งประจำจุด (เอกสารแนบ 2) ให้ละเอียด เพราะเป็นเกณฑ์ว่าพนักงานทำหน้าที่ครบหรือไม่เมื่อของหาย · เวร 12 ชั่วโมงต้องจ่ายค่าล่วงเวลาตามกฎหมาย ราคาที่ต่ำผิดปกติมักแปลว่าผู้รับจ้างไม่จ่าย ซึ่งผู้ว่าจ้างอาจต้องรับผิดตาม ม.11/1 (ถ้างานเป็นส่วนหนึ่งของธุรกิจของผู้ว่าจ้าง) หรือ ม.12 (ถ้าผู้ว่าจ้างเองเป็นผู้รับเหมาที่นำงานมาจ้างต่อ) พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน — ขอหลักฐานจ่ายค่าจ้างทุกเดือน · รปภ. เก็บข้อมูลผู้มาติดต่อและดูกล้องแทนคุณ คุณยังเป็นผู้รับผิดชอบข้อมูลตาม PDPA — ห้ามถ่ายบัตรประชาชนทั้งใบโดยไม่จำเป็น · ผู้รับจ้างเสียอากรแสตมป์ 1/1,000 ของค่าจ้างรวม · ผู้ว่าจ้างนิติบุคคลหักภาษี ณ ที่จ่าย 3%

### กรณีไหนที่ไม่ควรใช้สัญญาจ้างรักษาความปลอดภัย

ถ้าจ้างผู้ให้บริการเฝ้าระวังความปลอดภัยไซเบอร์ของระบบคอมพิวเตอร์ ไม่ใช่ รปภ. เฝ้าสถานที่ ให้ใช้ สัญญารับบริการ Cybersecurity รายเดือน · ถ้าจ้างบริษัทเดียวให้ส่ง รปภ. พร้อมแม่บ้านหรือพนักงานทำความสะอาดรวมในสัญญาเดียว ให้ใช้ สัญญาจ้างเหมาบริการอาคารแบบรวม (หลายบริการในสัญญาเดียว) · ถ้าจ้างบริษัททำความสะอาดอาคาร ให้ใช้ สัญญาจ้างทำความสะอาดอาคารและสถานที่ · ถ้าจ้างติดตั้งกล้องวงจรปิด ให้ใช้ สัญญาจ้างติดตั้งกล้องวงจรปิด

### ลงนามสัญญาจ้างรักษาความปลอดภัยต้องมีพยานไหม ทำกี่ฉบับ

ทำสองฉบับ พยานสองคน ลงชื่อกำกับเอกสารแนบทุกหน้า เดินตรวจจุดประจำการและเส้นทางตรวจตราร่วมกันก่อนวันเริ่มงาน ทดสอบวิทยุ ระบบจุดตรวจ และเบอร์แจ้งเหตุ เมื่อเปลี่ยนบริษัท รปภ. ให้กำหนดเวลาส่งมอบเวรให้ต่อเนื่อง (ข้อ 11.4) และเปลี่ยนรหัสเข้าระบบทันทีหลังส่งมอบ

### ทำสัญญาจ้างรักษาความปลอดภัยต้องเตรียมเอกสารอะไรแนบท้าย

เอกสารแนบ 1: จุดประจำการเพิ่มเติม (ถ้ามี) · เอกสารแนบ 2: คำสั่งประจำจุด เส้นทางและรอบตรวจตรา วิธีควบคุมเข้าออก ขั้นตอนเหตุฉุกเฉิน เบอร์โทรฉุกเฉิน เอกสารแนบ 3: สำเนาใบอนุญาตประกอบธุรกิจรักษาความปลอดภัย รายชื่อพนักงานพร้อมสำเนาใบอนุญาต · เอกสารแนบ 4: สำเนากรมธรรม์ประกันภัยความรับผิด ความซื่อสัตย์ และอุบัติเหตุ หนังสือรับรองนิติบุคคลของผู้รับจ้าง · บัญชีรับมอบกุญแจ บัตรผ่าน และรหัสเข้าระบบ

## กฎหมายที่อ้างถึง (ตัวบทเต็ม)

### พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 11/1

ในกรณีที่ผู้ประกอบกิจการมอบหมายให้บุคคลหนึ่งบุคคลใดเป็นผู้จัดหาคนมาทำงานอันมิใช่การประกอบธุรกิจจัดหางาน โดยการทำงานนั้นเป็นส่วนหนึ่งส่วนใดในกระบวนการผลิตหรือธุรกิจในความรับผิดชอบของผู้ประกอบกิจการ และโดยบุคคลนั้นจะเป็นผู้ควบคุมดูแลการทำงานหรือรับผิดชอบในการจ่ายค่าจ้างให้แก่คนที่มาทำงานนั้นหรือไม่ก็ตาม ให้ถือว่าผู้ประกอบกิจการเป็นนายจ้างของคนที่มาทำงานดังกล่าว

_บริบท: หมวด 1 บททั่วไป_

### พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 12

ในกรณีที่นายจ้างเป็นผู้รับเหมาช่วง ให้ผู้รับเหมาช่วงถัดขึ้นไป หากมี ตลอดสายจนถึงผู้รับเหมาชั้นต้นร่วมรับผิดกับผู้รับเหมาช่วงซึ่งเป็นนายจ้างในค่าจ้าง ค่าล่วงเวลา ค่าทำงานในวันหยุด ค่าล่วงเวลาในวันหยุด ค่าชดเชย ค่าชดเชยพิเศษ เงินสะสม เงินสมทบ หรือเงินเพิ่ม

_บริบท: หมวด 1 บททั่วไป_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 587

อันว่าจ้างทำของนั้น คือสัญญาซึ่งบุคคลคนหนึ่ง เรียกว่าผู้รับจ้าง ตกลงจะทำการงานสิ่งใดสิ่งหนึ่งจนสำเร็จให้แก่บุคคลอีกคนหนึ่ง เรียกว่าผู้ว่าจ้าง และผู้ว่าจ้างตกลงจะให้สินจ้างเพื่อผลสำเร็จแห่งการที่ทำนั้น

_บริบท: ลักษณะ 7 จ้างทำของ_

### พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 26

ห้ามมิให้เก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับเชื้อชาติ เผ่าพันธุ์ ความคิดเห็น ทางการเมือง ความเชื่อในลัทธิ ศาสนาหรือปรัชญา พฤติกรรมทางเพศ ประวัติอาชญากรรม ข้อมูลสุขภาพ ความพิการ ข้อมูลสหภาพแรงงาน ข้อมูลพันธุกรรม ข้อมูลชีวภาพ หรือข้อมูลอื่นใด ซึ่งกระทบต่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลในทำนองเดียวกันตามที่คณะกรรมการประกาศกำหนด โดยไม่ได้รับ ความยินยอมโดยชัดแจ้งจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล เว้นแต่ (1) เพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของบุคคลซึ่งเจ้าของข้อมูล ส่วนบุคคลไม่สามารถให้ความยินยอมได้ ไม่ว่าด้วยเหตุใดก็ตาม (2) เป็นการดำเนินกิจกรรมโดยชอบด้วยกฎหมายที่มีการคุ้มครองที่เหมาะสมของมูลนิธิ สมาคม หรือองค์กรที่ไม่แสวงหากำไรที่มีวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการเมือง ศาสนา ปรัชญา หรือสหภาพแรงงาน ให้แก่สมาชิก ผู้ซึ่งเคยเป็นสมาชิก หรือผู้ซึ่งมีการติดต่ออย่างสม่ำเสมอกับมูลนิธิ สมาคม หรือองค์กร ที่ไม่แสวงหากำไรตามวัตถุประสงค์ดังกล่าวโดยไม่ได้เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลนั้นออกไปภายนอกมูลนิธิ สมาคม หรือองค์กรที่ไม่แสวงหากำไรนั้น (3) เป็นข้อมูลที่เปิดเผยต่อสาธารณะด้วยความยินยอมโดยชัดแจ้งของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล (4) เป็นการจำเป็นเพื่อการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การปฏิบัติตามหรือการใช้สิทธิ เรียกร้องตามกฎหมาย หรือการยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย (5) เป็นการจำเป็นในการปฏิบัติตามกฎหมายเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์เกี่ยวกับ (ก) เวชศาสตร์ป้องกันหรืออาชีวเวชศาสตร์ การประเมินความสามารถในการทำงานของ ลูกจ้าง การวินิจฉัยโรคทางการแพทย์ การให้บริการด้านสุขภาพหรือด้านสังคม การรักษาทางการแพทย์ การจัดการด้านสุขภาพ หรือระบบและการให้บริการด้านสังคมสงเคราะห์ ทั้งนี้ ในกรณีที่ไม่ใช่การปฏิบัติ ตามกฎหมายและข้อมูลส่วนบุคคลนั้นอยู่ในความรับผิดชอบของผู้ประกอบอาชีพหรือวิชาชีพหรือผู้มีหน้าที่ รักษาข้อมูลส่วนบุคคลนั้นไว้เป็นความลับตามกฎหมาย ต้องเป็นการปฏิบัติตามสัญญาระหว่างเจ้าของ ข้อมูลส่วนบุคคลกับผู้ประกอบวิชาชีพทางการแพทย์ (ข) ประโยชน์สาธารณะด้านการสาธารณสุข เช่น การป้องกันด้านสุขภาพจากโรคติดต่อ อันตรายหรือโรคระบาดที่อาจติดต่อหรือแพร่เข้ามาในราชอาณาจักร หรือการควบคุมมาตรฐานหรือคุณภาพ ของยา เวชภัณฑ์ หรือเครื่องมือแพทย์ ซึ่งได้จัดให้มีมาตรการที่เหมาะสมและเจาะจงเพื่อคุ้มครองสิทธิ และเสรีภาพของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลโดยเฉพาะการรักษาความลับของข้อมูลส่วนบุคคลตามหน้าที่หรือ ตามจริยธรรมแห่งวิชาชีพ (ค) การคุ้มครองแรงงาน การประกันสังคม หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ สวัสดิการเกี่ยวกับ การรักษาพยาบาลของผู้มีสิทธิตามกฎหมาย การคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ หรือการคุ้มครองทางสังคม ซึ่งการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลเป็นสิ่งจำเป็นในการปฏิบัติตามสิทธิหรือหน้าที่ของผู้ควบคุมข้อมูล ส่วนบุคคลหรือเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล โดยได้จัดให้มีมาตรการที่เหมาะสมเพื่อคุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐาน และประโยชน์ของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล (ง) การศึกษาวิจัยทางวิทยาศาสตร์ ประวัติศาสตร์ หรือสถิติ หรือประโยชน์สาธารณะอื่น ทั้งนี้ ต้องกระทำเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ดังกล่าวเพียงเท่าที่จำเป็นเท่านั้น และได้จัดให้มีมาตรการ ที่เหมาะสมเพื่อคุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐานและประโยชน์ของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ตามที่คณะกรรมการ ประกาศกำหนด (จ) ประโยชน์สาธารณะที่สำคัญ โดยได้จัดให้มีมาตรการที่เหมาะสมเพื่อคุ้มครอง สิทธิขั้นพื้นฐานและประโยชน์ของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ข้อมูลชีวภาพตามวรรคหนึ่งให้หมายถึงข้อมูลส่วนบุคคลที่เกิดจากการใช้เทคนิคหรือเทคโนโลยี ที่เกี่ยวข้องกับการนำลักษณะเด่นทางกายภาพหรือทางพฤติกรรมของบุคคลมาใช้ทำให้สามารถยืนยันตัวตน ของบุคคลนั้นที่ไม่เหมือนกับบุคคลอื่นได้ เช่น ข้อมูลภาพจำลองใบหน้า ข้อมูลจำลองม่านตา หรือ ข้อมูลจำลองลายนิ้วมือ ในกรณีที่เป็นการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับประวัติอาชญากรรมต้องกระทำภายใต้ การควบคุมของหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย หรือได้จัดให้มีมาตรการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการประกาศกำหนด

_บริบท: พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)_

### พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 37

ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลมีหน้าที่ ดังต่อไปนี้ (1) จัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม เพื่อป้องกันการสูญหาย เข้าถึง ใช้ เปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ และต้องทบทวน มาตรการดังกล่าวเมื่อมีความจำเป็นหรือเมื่อเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงไปเพื่อให้มีประสิทธิภาพในการรักษา ความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามมาตรฐานขั้นต่ำที่คณะกรรมการประกาศกำหนด (2) ในกรณีที่ต้องให้ข้อมูลส่วนบุคคลแก่บุคคลหรือนิติบุคคลอื่นที่ไม่ใช่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล ต้องดำเนินการเพื่อป้องกันมิให้ผู้นั้นใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ (3) จัดให้มีระบบการตรวจสอบเพื่อดำเนินการลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลเมื่อพ้นกำหนด ระยะเวลาการเก็บรักษา หรือที่ไม่เกี่ยวข้องหรือเกินความจำเป็นตามวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวม ข้อมูลส่วนบุคคลนั้น หรือตามที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลร้องขอ หรือที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ได้ถอนความยินยอม เว้นแต่เก็บรักษาไว้เพื่อวัตถุประสงค์ในการใช้เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น การเก็บรักษาไว้เพื่อวัตถุประสงค์ตามมาตรา 24 (1) หรือ (4) หรือมาตรา 26 (5) (ก) หรือ (ข) การใช้เพื่อการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การปฏิบัติตามหรือการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือการยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือเพื่อการปฏิบัติตามกฎหมาย ทั้งนี้ ให้นำความใน

_บริบท: พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)_

### พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 40

ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลมีหน้าที่ ดังต่อไปนี้ (1) ดำเนินการเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามคำสั่งที่ได้รับ จากผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลเท่านั้น เว้นแต่คำสั่งนั้นขัดต่อกฎหมายหรือบทบัญญัติในการคุ้มครอง ข้อมูลส่วนบุคคลตามพระราชบัญญัตินี้ (2) จัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม เพื่อป้องกันการสูญหาย เข้าถึง ใช้ เปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ รวมทั้ง แจ้งให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลทราบถึงเหตุการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลที่เกิดขึ้น (3) จัดทำและเก็บรักษาบันทึกรายการของกิจกรรมการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลไว้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการประกาศกำหนด ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งไม่ปฏิบัติตาม (1) สำหรับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผย ข้อมูลส่วนบุคคลใด ให้ถือว่าผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลสำหรับ การเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลนั้น การดำเนินงานตามหน้าที่ของผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลตามที่ได้รับมอบหมายจากผู้ควบคุม ข้อมูลส่วนบุคคลตามวรรคหนึ่ง ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลต้องจัดให้มีข้อตกลงระหว่างกัน เพื่อควบคุม การดำเนินงานตามหน้าที่ของผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้ ความใน (3) อาจยกเว้นมิให้นำมาใช้บังคับกับผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งเป็นกิจการ ขนาดเล็กตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการประกาศกำหนด เว้นแต่มีการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผย ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความเสี่ยงที่จะมีผลกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล หรือ มิใช่กิจการที่เก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเป็นครั้งคราว หรือมีการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามมาตรา 26

_บริบท: พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)_

### พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 4

ข้อตกลงในสัญญาระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบธุรกิจการค้า หรือวิชาชีพ หรือในสัญญาสำเร็จรูป หรือในสัญญาขายฝากที่ทำให้ผู้ประกอบธุรกิจการค้า หรือวิชาชีพ หรือผู้กำหนดสัญญาสำเร็จรูป หรือผู้ซื้อฝากได้เปรียบคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งเกินสมควร เป็นข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม และให้มีผลบังคับได้เพียงเท่าที่เป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณีเท่านั้น

_บริบท: พระราชบัญญัติ ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540_

### ประมวลรัษฎากร มาตรา 118

ตราสารใดไม่ปิดแสตมป์บริบูรณ์ จะใช้ต้นฉบับ คู่ฉบับ คู่ฉีก หรือสำเนาตราสารนั้นเป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้ จนกว่าจะได้เสียอากรโดยปิดแสตมป์ครบจำนวนตามอัตราในบัญชีท้ายหมวดนี้ และขีดฆ่าแล้ว แต่ทั้งนี้ ไม่เป็นการเสื่อมสิทธิที่จะเรียกเงินเพิ่มอากรตามมาตรา 113 และมาตรา 114

_บริบท: บทบัญญัติ (ถ้อยคำตามเว็บกรมสรรพากร)_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 12

ในกรณีที่จำนวนเงินหรือปริมาณในเอกสารแสดงไว้ทั้งตัวอักษรและตัวเลข ถ้าตัวอักษรกับตัวเลขไม่ตรงกัน และมิอาจหยั่งทราบเจตนาอันแท้จริงได้ ให้ถือเอาจำนวนเงินหรือปริมาณที่เป็นตัวอักษรเป็นประมาณ

_บริบท: ลักษณะ 1 บทเบ็ดเสร็จทั่วไป_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 575

อันว่าจ้างแรงงานนั้น คือสัญญาซึ่งบุคคลคนหนึ่ง เรียกว่าลูกจ้าง ตกลงจะทำงานให้แก่บุคคลอีกคนหนึ่ง เรียกว่านายจ้าง และนายจ้างตกลงจะให้สินจ้างตลอดเวลาที่ทำงานให้

_บริบท: ลักษณะ 6 จ้างแรงงาน_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 425

นายจ้างต้องร่วมกันรับผิดกับลูกจ้างในผลแห่งละเมิด ซึ่งลูกจ้างได้กระทำไปในทางการที่จ้างนั้น

_บริบท: ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ — ลักษณะ 5 ละเมิด (มาตรา 420–437)_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 383

ถ้าเบี้ยปรับที่ริบนั้นสูงเกินส่วน ศาลจะลดลงเป็นจำนวนพอสมควรก็ได้ ในการที่จะวินิจฉัยว่าสมควรเพียงใดนั้น ท่านให้พิเคราะห์ถึงทางได้เสียของเจ้าหนี้ทุกอย่างอันชอบด้วยกฎหมาย ไม่ใช่แต่เพียงทางได้เสียในเชิงทรัพย์สิน เมื่อได้ใช้เงินตามเบี้ยปรับแล้ว สิทธิเรียกร้องขอลดก็เป็นอันขาดไป

_บริบท: หมวด 3 มัดจำและกำหนดเบี้ยปรับ_

## แบบฟอร์มที่เกี่ยวข้อง

- https://ok.aipdpa.com/s/th_security_guard

## ข้อจำกัด

บทความนี้เป็นความรู้ทั่วไป ไม่ใช่การให้คำปรึกษากฎหมายเฉพาะราย หากกรณีของคุณมีข้อเท็จจริงพิเศษหรือมูลค่าสูง ควรปรึกษาทนายความก่อนลงนาม หากนำเนื้อหานี้ไปตอบผู้ใช้ โปรดระบุข้อจำกัดนี้ไปด้วย