# สัญญาจ้างบริการแบบรายเดือน (Retainer) ต้องมีอะไรบ้าง

> ใช้เมื่อซื้อบริการต่อเนื่องเป็นรายเดือนจากเอเจนซีหรือผู้เชี่ยวชาญ ดูแลระบบไอที บัญชี การตลาด หรือที่ปรึกษา — กำหนดโควตาปริมาณงานต่อเดือน ราคางานส่วนเกิน เวลาตอบสนอง ระยะผูกพันขั้นต่ำ การต่ออายุและปรับราคา และช่วงส่งต่องานเมื่อเลิกสัญญา

ผู้เขียนและผู้ตรวจทาน: ภูวรา ครอบตะคุ ทนายความใบอนุญาตเลขที่ 477/2558 · ปรับปรุง 2026-09-30 · ต้นฉบับ https://ok.aipdpa.com/kb/%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%8D%E0%B8%B2%E0%B8%88%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%81%E0%B8%9A%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%99-Retainer

## ตอบสั้น

ซื้อความพร้อมให้บริการเป็นรายเดือนตามโควตาที่ตกลง พร้อมเวลาตอบสนองและราคางานส่วนเกินที่ชัดเจน · เขียนโควตาเป็นหน่วยที่วัดได้ เช่น ชั่วโมง จำนวนชิ้น หรือจำนวนอุปกรณ์ อย่าเขียนว่าตามที่ร้องขอ

## ข้อเท็จจริงที่อ้างอิงได้

- **ใช้เมื่อ:** ใช้เมื่อจ้างเอเจนซีหรือผู้เชี่ยวชาญดูแลงานต่อเนื่องเป็นรายเดือน เช่น ดูแลระบบไอที บัญชี การตลาด ที่ปรึกษา
- **อากรแสตมป์:** จ้างทำของ ลักษณะ 4: 1 บาท ต่อค่าจ้างทุก 1,000 บาทหรือเศษของ 1,000 บาท — จากค่าบริการรวมตลอดอายุสัญญาคิดเป็นอากร ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก ผู้ให้บริการ (ผู้รับจ้าง) เป็นผู้เสียอากร ผู้ว่าจ้างเป็นผู้ขีดฆ่า · คู่ฉบับเสียอากร ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก (ลักษณะ 23) ผู้ถือคู่ฉบับเป็นผู้เสียและขีดฆ่า สัญญา Retainer มักทำยาวหลายปีจนยอดรวมสูงกว่าที่คิด ค่าบริการรวมตั้งแต่ 1,000,000 บาท ขึ้นไปต้องชำระอากรเป็นตัวเงินที่สรรพากร ไม่ใช่ปิดดวงแสตมป์ (ประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับอากรแสตมป์ ฉบับที่ 37) เช่น เดือนละ 30,000 บาท 36 เดือน ก็เกินเกณฑ์แล้ว · ถ้าผู้ว่าจ้างเป็นหน่วยงานรัฐ เกณฑ์ลดเหลือ 200,000 บาท เมื่อต่ออายุสัญญาต้องตรวจอากรใหม่ตามยอดของคราวที่ต่อ การต่ออายุอัตโนมัติไม่ได้ทำให้อากรของคราวเดิมครอบคลุมคราวใหม่ ตราสารอิเล็กทรอนิกส์ยื่น e-Stamp ภายใน 15 วัน นับแต่วันถัดจากวันทำตราสาร ไม่ติดอากรให้ครบ สัญญาไม่เป็นโมฆะ แต่ใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนกว่าจะเสียอากรและเงินเพิ่ม (ประมวลรัษฎากร ม.113–114, 118) — ผู้ให้บริการที่จะฟ้องเรียกค่าบริการค้างต้องติดให้ครบก่อน
- **ภาษี:** ผู้ว่าจ้างที่เป็นนิติบุคคลต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย ร้อยละ 3 ของค่าบริการก่อน VAT ตามคำสั่งกรมสรรพากร ท.ป.4/2528 ข้อ 8 เมื่อยอดตามสัญญาตั้งแต่ 1,000 บาท แม้จ่ายเป็นรายเดือนที่ต่ำกว่านั้น และต้องออกหนังสือรับรองการหักภาษีทุกเดือน ค่างานส่วนเกินก็เป็นค่าบริการ ถูกหัก 3% เช่นเดียวกัน ไม่ใช่รายการแยกที่ไม่ต้องหัก ผู้ว่าจ้างที่เป็นบุคคลธรรมดาไม่มีหน้าที่หัก 3% ตามคำสั่งนี้ ค่าใช้จ่ายที่สำรองจ่ายแทนต้องแยกบรรทัดจากค่าบริการในใบแจ้งหนี้ พร้อมแนบหลักฐาน มิฉะนั้นจะถูกหัก 3% ทั้งก้อนและทำให้ฐาน VAT ผิด กรณีชำระล่วงหน้าต้นเดือน ความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มของผู้ให้บริการเกิดเมื่อได้รับชำระ ต้องออกใบกำกับภาษีตามงวดที่รับเงินจริง ไม่ใช่รอสิ้นเดือน ผู้ให้บริการที่มีรายรับเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี ต้องจดทะเบียน VAT · ผู้ที่ยังไม่จดไม่มีสิทธิเรียกเก็บ
- **มาตราที่อ้าง:** ป.พ.พ. ม.7, 224, 383, 391, 575, 587, 591, 593, 596, 605; พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 ม.9, 10, 18; พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ.2540 ม.4, 5, 8; พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 ม.28–29, 37(4), 39, 40; บัญชีอัตราอากรแสตมป์ ลักษณะ 4, 23; ประมวลรัษฎากร ม.113–114, 118; คำสั่งกรมสรรพากร ท.ป.4/2528 ข้อ 8
- **ค่าใช้แบบฟอร์มบนเว็บนี้:** 249 บาท

## ใช้สัญญาฉบับนี้เมื่อไร

- ใช้เมื่อจ้างเอเจนซีหรือผู้เชี่ยวชาญดูแลงานต่อเนื่องเป็นรายเดือน เช่น ดูแลระบบไอที บัญชี การตลาด ที่ปรึกษา
- ใช้เมื่อขายบริการเป็นแพ็กเกจปริมาณงานต่อเดือน และต้องมีราคางานส่วนเกิน
- ใช้เมื่อต้องกำหนดเวลาตอบสนองและเวลาเริ่มแก้ไขเรื่องเร่งด่วน
- ใช้เมื่อต้องการระยะผูกพันขั้นต่ำเพราะผู้ให้บริการต้องกันกำลังคนไว้ล่วงหน้า

## จุดที่พลาดบ่อยและต้องระวัง

- เขียนโควตาเป็นหน่วยที่วัดได้ เช่น ชั่วโมง จำนวนชิ้น หรือจำนวนอุปกรณ์ อย่าเขียนว่าตามที่ร้องขอ
- ระบุงานที่ไม่รวมไว้เสมอ งานแบบ Retainer ถูกขอเพิ่มทีละอย่างจนเกินราคาที่ตกลงได้ง่ายที่สุด
- ระยะผูกพันขั้นต่ำที่ยาวเกินสมควรอาจเป็นข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรมตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม ม.4
- ผู้ให้บริการระงับบริการเมื่อค้างชำระได้ แต่ห้ามยึดหรือลบข้อมูลและระบบของผู้ว่าจ้างเพื่อต่อรอง
- ถ้าผู้ว่าจ้างสั่งงานรายวันและควบคุมเวลาทำงานของทีมผู้ให้บริการ ข้อเท็จจริงอาจเป็นจ้างแรงงานตาม ป.พ.พ. ม.575

## กรณีที่ไม่ควรใช้ฉบับนี้

- อย่าใช้เมื่อจ้างทำงานชิ้นเดียวที่มีวันจบ ให้ใช้สัญญาจ้างฟรีแลนซ์แบบโครงการหรือสัญญาจ้างที่ปรึกษารายโครงการแทน
- อย่าใช้เมื่อจ้างบุคคลคนเดียวทำงานประจำรายเดือนแบบมีวันลา ให้ใช้สัญญาจ้างเหมาบริการรายเดือนแทน
- อย่าใช้แทนสัญญาจ้างแรงงาน ถ้าเจตนาจริงคือรับเข้าเป็นพนักงาน

## อากรแสตมป์

- จ้างทำของ **ลักษณะ 4**: 1 บาท ต่อค่าจ้างทุก 1,000 บาทหรือเศษของ 1,000 บาท — จากค่าบริการรวมตลอดอายุสัญญาคิดเป็นอากร ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก
- **ผู้ให้บริการ (ผู้รับจ้าง) เป็นผู้เสียอากร** ผู้ว่าจ้างเป็นผู้ขีดฆ่า · คู่ฉบับเสียอากร ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก (ลักษณะ 23) ผู้ถือคู่ฉบับเป็นผู้เสียและขีดฆ่า
- **สัญญา Retainer มักทำยาวหลายปีจนยอดรวมสูงกว่าที่คิด** ค่าบริการรวมตั้งแต่ **1,000,000 บาท** ขึ้นไปต้องชำระอากรเป็นตัวเงินที่สรรพากร ไม่ใช่ปิดดวงแสตมป์ (ประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับอากรแสตมป์ ฉบับที่ 37) เช่น เดือนละ 30,000 บาท 36 เดือน ก็เกินเกณฑ์แล้ว · ถ้าผู้ว่าจ้างเป็นหน่วยงานรัฐ เกณฑ์ลดเหลือ 200,000 บาท
- **เมื่อต่ออายุสัญญาต้องตรวจอากรใหม่ตามยอดของคราวที่ต่อ** การต่ออายุอัตโนมัติไม่ได้ทำให้อากรของคราวเดิมครอบคลุมคราวใหม่
- ตราสารอิเล็กทรอนิกส์ยื่น e-Stamp ภายใน **15 วัน** นับแต่วันถัดจากวันทำตราสาร
- ไม่ติดอากรให้ครบ สัญญาไม่เป็นโมฆะ แต่**ใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้**จนกว่าจะเสียอากรและเงินเพิ่ม (ประมวลรัษฎากร ม.113–114, 118) — ผู้ให้บริการที่จะฟ้องเรียกค่าบริการค้างต้องติดให้ครบก่อน

## ภาษี

- ผู้ว่าจ้างที่เป็น**นิติบุคคล**ต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย **ร้อยละ 3** ของค่าบริการก่อน VAT ตามคำสั่งกรมสรรพากร **ท.ป.4/2528 ข้อ 8** เมื่อยอดตามสัญญาตั้งแต่ 1,000 บาท แม้จ่ายเป็นรายเดือนที่ต่ำกว่านั้น และต้องออกหนังสือรับรองการหักภาษีทุกเดือน
- **ค่างานส่วนเกินก็เป็นค่าบริการ ถูกหัก 3% เช่นเดียวกัน** ไม่ใช่รายการแยกที่ไม่ต้องหัก
- **ผู้ว่าจ้างที่เป็นบุคคลธรรมดาไม่มีหน้าที่หัก 3% ตามคำสั่งนี้**
- **ค่าใช้จ่ายที่สำรองจ่ายแทนต้องแยกบรรทัดจากค่าบริการในใบแจ้งหนี้** พร้อมแนบหลักฐาน มิฉะนั้นจะถูกหัก 3% ทั้งก้อนและทำให้ฐาน VAT ผิด
- **กรณีชำระล่วงหน้าต้นเดือน** ความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มของผู้ให้บริการเกิดเมื่อได้รับชำระ ต้องออกใบกำกับภาษีตามงวดที่รับเงินจริง ไม่ใช่รอสิ้นเดือน
- ผู้ให้บริการที่มีรายรับเกิน **1.8 ล้านบาทต่อปี** ต้องจดทะเบียน VAT · ผู้ที่ยังไม่จดไม่มีสิทธิเรียกเก็บ

## Retainer ต่างจากสัญญาจ้างทำงานทั่วไปอย่างไร

- **ผู้ว่าจ้างซื้อ «ความพร้อมให้บริการ» ไม่ได้ซื้อชิ้นงาน** ข้อ 1.2 เขียนหลักนี้ไว้ชัด เพราะเป็นเหตุผลเดียวที่ทำให้ผู้ว่าจ้างต้องจ่ายเต็มแม้เดือนนั้นเรียกใช้ไม่ครบโควตา — **ถ้าตัดข้อ 1.2 ออก ข้อ 3.3 ที่ให้โควตาสิ้นไปทุกสิ้นเดือนจะไม่มีเหตุผลรองรับและอาจถูกมองว่าไม่เป็นธรรม**
- **ระยะผูกพันขั้นต่ำมีเหตุผลรองรับได้** เพราะผู้ให้บริการต้องกันคนไว้ล่วงหน้า แต่ยาวเกินสมควรเมื่อเทียบกับมูลค่าสัญญาอาจเป็นข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรมตาม **พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 ม.4** — ตลาดทั่วไปอยู่ที่ 3 ถึง 6 เดือน
- **การต่ออายุอัตโนมัติต้องมีทางออก** ข้อ 2.3 และ 2.4 จึงกำหนดให้แจ้งล่วงหน้าได้ และถ้าผู้ให้บริการขอปรับราคาแล้วผู้ว่าจ้างไม่ตกลง ให้สัญญาสิ้นสุดโดยไม่ถือว่าฝ่ายใดผิดสัญญา — **สัญญาที่ต่ออายุเองโดยไม่มีทางบอกเลิกคือข้อที่ถูกโต้แย้งบ่อยที่สุดในสัญญาแบบนี้**
- **เบี้ยปรับหรือค่าเลิกสัญญาที่สูงเกินส่วน ศาลลดได้เอง** (**ป.พ.พ. ม.383**) การเขียนให้ริบค่าบริการที่เหลือทั้งหมดเมื่อลูกค้าเลิกกลางคัน จึงมักบังคับไม่ได้เต็มจำนวน

## เงินค้างชำระ การระงับบริการ และการส่งต่องาน

- **ระงับบริการได้ แต่ยึดข้อมูลไม่ได้** ข้อ 5.5 ให้ระงับบริการเมื่อค้างชำระเกินกำหนดและบอกกล่าวล่วงหน้าแล้ว แต่**ห้ามระงับหรือลบข้อมูลและระบบที่จำเป็นต่อการดำเนินงานของผู้ว่าจ้าง** และข้อ 8.3 ห้ามยึดบัญชีหรือไฟล์งานไว้ต่อรอง — การปิดระบบลูกค้าเพื่อบีบให้จ่ายอาจเป็นความผิดอาญา ไม่ใช่แค่ผิดสัญญา
- **คืนเงินล่วงหน้าส่วนที่ยังไม่ได้ให้บริการ** ข้อ 10.3 เป็นข้อที่ทำให้สัญญาสมดุล และเป็นสิ่งที่ผู้ซื้อควรตรวจก่อนเซ็นเสมอ
- **ช่วงส่งต่องาน** ข้อ 10.4 ให้ความร่วมมือส่งต่อผู้ให้บริการรายใหม่ตามกำหนด และงานส่งต่อที่เกินปริมาณปกติคิดค่าตอบแทนได้ — ถ้าไม่เขียนไว้ การเปลี่ยนเอเจนซีจะติดขัดและเสียหายกับผู้ว่าจ้างมาก
- **บัญชีและสิทธิเข้าถึงควรเป็นของผู้ว่าจ้างตั้งแต่ต้น** ให้ระบุไว้ในผนวก 1 ว่าบัญชีโฆษณา บัญชีคลาวด์ โดเมน หรือระบบใดเป็นของฝ่ายใด และผู้ว่าจ้างต้องคงสิทธิผู้ดูแลสูงสุดไว้

## ความลับ ข้อมูลส่วนบุคคล และสิทธิในผลงาน

- ถ้าผู้ให้บริการเห็นข้อมูลลูกค้าหรือพนักงานของผู้ว่าจ้าง **ผู้ว่าจ้างเป็นผู้ควบคุมข้อมูล ผู้ให้บริการเป็นผู้ประมวลผล** ต้องทำตามคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมายเท่านั้น มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัย และจัดทำบันทึกรายการประมวลผล (PDPA **ม.37(4), 39, 40**)
- **แจ้งเหตุละเมิดข้อมูลให้ทันเวลาที่ผู้ว่าจ้างต้องแจ้งสำนักงานภายใน 72 ชั่วโมง** และ**ห้ามใช้ผู้ประมวลผลช่วงหรือส่งข้อมูลไปต่างประเทศโดยไม่ได้รับอนุญาต** (**ม.28–29**) — เอเจนซีที่ใช้ทีมงานหรือเครื่องมือในต่างประเทศต้องขออนุญาตก่อน
- **ใช้ข้อมูลนอกเหนือคำสั่ง ทำให้ผู้ให้บริการกลายเป็นผู้ควบคุมข้อมูลเองในส่วนนั้น** ซึ่งมีหน้าที่และโทษหนักกว่าเดิม (ม.40 วรรคท้าย)
- **งานที่สร้างสรรค์ขึ้นโดยการรับจ้าง ลิขสิทธิ์เป็นของผู้ว่าจ้างตั้งแต่ต้น** เว้นแต่ตกลงเป็นอย่างอื่น (**พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ม.10**) — สวิตช์ในข้อ 8.1 ที่ไม่ติ๊กคือการตกลงเป็นอย่างอื่น · ส่วน**ธรรมสิทธิ์โอนกันไม่ได้** (**ม.18**) แม้โอนลิขสิทธิ์แล้ว
- **วิธีทำงานและแม่แบบของผู้ให้บริการไม่ถูกกวาดไปกับผลงาน** (ข้อ 8.2) เพราะต้องใช้กับลูกค้ารายอื่นได้ ตราบที่ไม่เอาความลับของผู้ว่าจ้างไปด้วย

## ข้อที่คนทำสัญญา Retainer พลาดบ่อย

- **เขียนโควตาว่า «ตามที่ร้องขอ»** ทำให้ไม่มีเส้นแบ่งระหว่างงานที่รวมกับงานส่วนเกิน และจบลงที่ฝ่ายหนึ่งรู้สึกถูกเอาเปรียบเสมอ
- **ไม่แจ้งเตือนก่อนทำงานส่วนเกิน** ข้อ 3.2 จึงตัดสิทธิเรียกค่างานส่วนเกินที่ทำไปโดยไม่แจ้ง เว้นแต่เหตุฉุกเฉิน — ผู้ให้บริการต้องมีระบบเตือนจริง ไม่ใช่มาเรียกเก็บตอนสิ้นเดือน
- **ปล่อยให้หลายคนในองค์กรสั่งงานตรง** โควตาจะหมดโดยไม่มีใครรู้ว่าใครสั่ง ข้อ 4.4 จึงบังคับให้ผ่านผู้ประสานงานคนเดียว
- **ไม่มีประชุมทบทวนผลงาน** สัญญารายเดือนที่ไม่มีรอบทบทวนมักจบด้วยการที่ผู้ว่าจ้างรู้สึกว่าจ่ายไปโดยไม่รู้ว่าได้อะไร ข้อ 4.5 แก้จุดนี้
- **สับสนระหว่างเวลาตอบรับกับเวลาทำเสร็จ** ข้อ 4.2 แยกไว้ชัดแล้ว และแยกเรื่องเร่งด่วนออกมาอีกชั้น
- **ลืมว่ายอดรวมทั้งสัญญาสูงพอจะต้องเสียอากรเป็นตัวเงิน** ดูหัวข้ออากรแสตมป์ข้างต้น

> กฎหมายคุ้มครองแรงงานและประกันสังคม กรณีข้อเท็จจริงกลายเป็นจ้างแรงงาน และกฎหมายว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ กรณีปิดระบบของลูกค้า ควรตรวจกับกฎหมายและข้อกำหนดฉบับปัจจุบันก่อนใช้ — ข้อความนี้เขียนไว้เพื่อเตือน ไม่ได้ยืนยันเลขมาตรา

## เอกสารแนบท้ายสัญญา

- **ผนวก 1** ขอบเขตบริการที่รวมและที่ไม่รวม วิธีนับปริมาณงาน ตัวอย่างการคิดงานส่วนเกิน ช่องทางสั่งงาน และแบบรายงานปริมาณงานรายเดือน
- รายการบัญชี ระบบ และสิทธิเข้าถึงที่ใช้ในการทำงาน พร้อมระบุว่าบัญชีใดเป็นของฝ่ายใดและใครถือสิทธิผู้ดูแลสูงสุด
- รายชื่อทีมงานหลักและผู้รับผิดชอบ พร้อมช่องทางติดต่อฉุกเฉิน
- หนังสือรับรองนิติบุคคลหรือบัตรประชาชนของทั้งสองฝ่าย และหนังสือมอบอำนาจถ้าลงนามแทน

## วันลงนาม

- ทำสองฉบับข้อความตรงกัน ลงชื่อคู่สัญญาและพยานสองคน พร้อมลงชื่อกำกับผนวก 1 ทุกหน้า
- ผู้ให้บริการปิดอากร ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก และคู่ฉบับ ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก ผู้ว่าจ้างเป็นผู้ขีดฆ่า
- **ตรวจว่าโควตากับอัตราค่างานส่วนเกินกรอกครบและเป็นหน่วยเดียวกัน** สองช่องนี้คือสิ่งที่ทะเลาะกันมากที่สุดในเดือนที่สาม
- ตรวจว่าระยะผูกพันขั้นต่ำและเงื่อนไขต่ออายุตรงกับที่ตกลงกันจริง และผู้ว่าจ้างรู้ว่าจะออกจากสัญญาได้เมื่อใด

## ผู้เขียนและผู้ตรวจทาน

เขียนและตรวจทานโดย **ภูวรา ครอบตะคุ** ทนายความ (ใบอนุญาต 477/2558) · เนติบัณฑิตไทย · น.ม. กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาและสารสนเทศ — การเลือกประเด็น การจัดหมวด และคำอธิบายในบทความนี้เป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ของผู้เขียน ส่วนตัวบทกฎหมายที่ยกมาไม่มีลิขสิทธิ์และตรวจกับราชกิจจานุเบกษาได้เสมอ · ทะเบียนบทความ OKC-8AC601 · หากนำไปใช้ต่อ โปรดระบุชื่อผู้เขียนและลิงก์ต้นฉบับ

## คำถามที่พบบ่อย

### สัญญาจ้างบริการแบบรายเดือน (Retainer) ต้องติดอากรแสตมป์ไหม

จ้างทำของ ลักษณะ 4: 1 บาท ต่อค่าจ้างทุก 1,000 บาทหรือเศษของ 1,000 บาท — จากค่าบริการรวมตลอดอายุสัญญาคิดเป็นอากร ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก ผู้ให้บริการ (ผู้รับจ้าง) เป็นผู้เสียอากร ผู้ว่าจ้างเป็นผู้ขีดฆ่า · คู่ฉบับเสียอากร ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก (ลักษณะ 23) ผู้ถือคู่ฉบับเป็นผู้เสียและขีดฆ่า สัญญา Retainer มักทำยาวหลายปีจนยอดรวมสูงกว่าที่คิด ค่าบริการรวมตั้งแต่ 1,000,000 บาท ขึ้นไปต้องชำระอากรเป็นตัวเงินที่สรรพากร ไม่ใช่ปิดดวงแสตมป์ (ประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับอากรแสตมป์ ฉบับที่ 37) เช่น เดือนละ 30,000 บาท 36 เดือน ก็เกินเกณฑ์แล้ว · ถ้าผู้ว่าจ้างเป็นหน่วยงานรัฐ เกณฑ์ลดเหลือ 200,000 บาท เมื่อต่ออายุสัญญาต้องตรวจอากรใหม่ตามยอดของคราวที่ต่อ การต่ออายุอัตโนมัติไม่ได้ทำให้อากรของคราวเดิมครอบคลุมคราวใหม่ ตราสารอิเล็กทรอนิกส์ยื่น e-Stamp ภายใน 15 วัน นับแต่วันถัดจากวันทำตราสาร ไม่ติดอากรให้ครบ สัญญาไม่เป็นโมฆะ แต่ใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนกว่าจะเสียอากรและเงินเพิ่ม (ประมวลรัษฎากร ม.113–114, 118) — ผู้ให้บริการที่จะฟ้องเรียกค่าบริการค้างต้องติดให้ครบก่อน

### สัญญาจ้างบริการแบบรายเดือน (Retainer) เสียภาษีอะไรบ้าง

ผู้ว่าจ้างที่เป็นนิติบุคคลต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย ร้อยละ 3 ของค่าบริการก่อน VAT ตามคำสั่งกรมสรรพากร ท.ป.4/2528 ข้อ 8 เมื่อยอดตามสัญญาตั้งแต่ 1,000 บาท แม้จ่ายเป็นรายเดือนที่ต่ำกว่านั้น และต้องออกหนังสือรับรองการหักภาษีทุกเดือน ค่างานส่วนเกินก็เป็นค่าบริการ ถูกหัก 3% เช่นเดียวกัน ไม่ใช่รายการแยกที่ไม่ต้องหัก ผู้ว่าจ้างที่เป็นบุคคลธรรมดาไม่มีหน้าที่หัก 3% ตามคำสั่งนี้ ค่าใช้จ่ายที่สำรองจ่ายแทนต้องแยกบรรทัดจากค่าบริการในใบแจ้งหนี้ พร้อมแนบหลักฐาน มิฉะนั้นจะถูกหัก 3% ทั้งก้อนและทำให้ฐาน VAT ผิด กรณีชำระล่วงหน้าต้นเดือน ความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มของผู้ให้บริการเกิดเมื่อได้รับชำระ ต้องออกใบกำกับภาษีตามงวดที่รับเงินจริง ไม่ใช่รอสิ้นเดือน ผู้ให้บริการที่มีรายรับเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี ต้องจดทะเบียน VAT · ผู้ที่ยังไม่จดไม่มีสิทธิเรียกเก็บ

### ใช้สัญญาจ้างบริการแบบรายเดือน (Retainer)ตอนไหน

ใช้เมื่อจ้างเอเจนซีหรือผู้เชี่ยวชาญดูแลงานต่อเนื่องเป็นรายเดือน เช่น ดูแลระบบไอที บัญชี การตลาด ที่ปรึกษา · ใช้เมื่อขายบริการเป็นแพ็กเกจปริมาณงานต่อเดือน และต้องมีราคางานส่วนเกิน · ใช้เมื่อต้องกำหนดเวลาตอบสนองและเวลาเริ่มแก้ไขเรื่องเร่งด่วน · ใช้เมื่อต้องการระยะผูกพันขั้นต่ำเพราะผู้ให้บริการต้องกันกำลังคนไว้ล่วงหน้า

### ทำสัญญาจ้างบริการแบบรายเดือน (Retainer)ต้องระวังอะไร

เขียนโควตาเป็นหน่วยที่วัดได้ เช่น ชั่วโมง จำนวนชิ้น หรือจำนวนอุปกรณ์ อย่าเขียนว่าตามที่ร้องขอ · ระบุงานที่ไม่รวมไว้เสมอ งานแบบ Retainer ถูกขอเพิ่มทีละอย่างจนเกินราคาที่ตกลงได้ง่ายที่สุด · ระยะผูกพันขั้นต่ำที่ยาวเกินสมควรอาจเป็นข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรมตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม ม.4 · ผู้ให้บริการระงับบริการเมื่อค้างชำระได้ แต่ห้ามยึดหรือลบข้อมูลและระบบของผู้ว่าจ้างเพื่อต่อรอง · ถ้าผู้ว่าจ้างสั่งงานรายวันและควบคุมเวลาทำงานของทีมผู้ให้บริการ ข้อเท็จจริงอาจเป็นจ้างแรงงานตาม ป.พ.พ. ม.575

### กรณีไหนที่ไม่ควรใช้สัญญาจ้างบริการแบบรายเดือน (Retainer)

อย่าใช้เมื่อจ้างทำงานชิ้นเดียวที่มีวันจบ ให้ใช้สัญญาจ้างฟรีแลนซ์แบบโครงการหรือสัญญาจ้างที่ปรึกษารายโครงการแทน · อย่าใช้เมื่อจ้างบุคคลคนเดียวทำงานประจำรายเดือนแบบมีวันลา ให้ใช้สัญญาจ้างเหมาบริการรายเดือนแทน · อย่าใช้แทนสัญญาจ้างแรงงาน ถ้าเจตนาจริงคือรับเข้าเป็นพนักงาน

### ลงนามสัญญาจ้างบริการแบบรายเดือน (Retainer)ต้องมีพยานไหม ทำกี่ฉบับ

ทำสองฉบับข้อความตรงกัน ลงชื่อคู่สัญญาและพยานสองคน พร้อมลงชื่อกำกับผนวก 1 ทุกหน้า ผู้ให้บริการปิดอากร ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก และคู่ฉบับ ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก ผู้ว่าจ้างเป็นผู้ขีดฆ่า ตรวจว่าโควตากับอัตราค่างานส่วนเกินกรอกครบและเป็นหน่วยเดียวกัน สองช่องนี้คือสิ่งที่ทะเลาะกันมากที่สุดในเดือนที่สาม ตรวจว่าระยะผูกพันขั้นต่ำและเงื่อนไขต่ออายุตรงกับที่ตกลงกันจริง และผู้ว่าจ้างรู้ว่าจะออกจากสัญญาได้เมื่อใด

### ทำสัญญาจ้างบริการแบบรายเดือน (Retainer)ต้องเตรียมเอกสารอะไรแนบท้าย

ผนวก 1 ขอบเขตบริการที่รวมและที่ไม่รวม วิธีนับปริมาณงาน ตัวอย่างการคิดงานส่วนเกิน ช่องทางสั่งงาน และแบบรายงานปริมาณงานรายเดือน รายการบัญชี ระบบ และสิทธิเข้าถึงที่ใช้ในการทำงาน พร้อมระบุว่าบัญชีใดเป็นของฝ่ายใดและใครถือสิทธิผู้ดูแลสูงสุด รายชื่อทีมงานหลักและผู้รับผิดชอบ พร้อมช่องทางติดต่อฉุกเฉิน หนังสือรับรองนิติบุคคลหรือบัตรประชาชนของทั้งสองฝ่าย และหนังสือมอบอำนาจถ้าลงนามแทน

## กฎหมายที่อ้างถึง (ตัวบทเต็ม)

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 7

ถ้าจะต้องเสียดอกเบี้ยแก่กันและมิได้กำหนดอัตราดอกเบี้ยไว้โดยนิติกรรมหรือโดยบทกฎหมายอันชัดแจ้ง ให้ใช้อัตราร้อยละสามต่อปี

_บริบท: ลักษณะ 1 บทเบ็ดเสร็จทั่วไป_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 224

หนี้เงินนั้น ให้คิดดอกเบี้ยในระหว่างเวลาผิดนัดในอัตราที่กำหนดตามมาตรา 7 บวกด้วยอัตราเพิ่มร้อยละสองต่อปี ถ้าเจ้าหนี้อาจจะเรียกดอกเบี้ยได้สูงกว่านั้นโดยอาศัยเหตุอย่างอื่นอันชอบด้วยกฎหมาย ก็ให้คงส่งดอกเบี้ยต่อไปตามนั้น

_บริบท: ส่วนที่ 1 การไม่ชำระหนี้_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 383

ถ้าเบี้ยปรับที่ริบนั้นสูงเกินส่วน ศาลจะลดลงเป็นจำนวนพอสมควรก็ได้ ในการที่จะวินิจฉัยว่าสมควรเพียงใดนั้น ท่านให้พิเคราะห์ถึงทางได้เสียของเจ้าหนี้ทุกอย่างอันชอบด้วยกฎหมาย ไม่ใช่แต่เพียงทางได้เสียในเชิงทรัพย์สิน เมื่อได้ใช้เงินตามเบี้ยปรับแล้ว สิทธิเรียกร้องขอลดก็เป็นอันขาดไป

_บริบท: หมวด 3 มัดจำและกำหนดเบี้ยปรับ_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 391

เมื่อคู่สัญญาฝ่ายหนึ่งได้ใช้สิทธิเลิกสัญญาแล้ว คู่สัญญาแต่ละฝ่ายจำต้องให้อีกฝ่ายหนึ่งได้กลับคืนสู่ฐานะดังที่เป็นอยู่เดิม แต่ทั้งนี้จะให้เป็นที่เสื่อมเสียแก่สิทธิของบุคคลภายนอกหาได้ไม่

_บริบท: หมวด 4 เลิกสัญญา_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 575

อันว่าจ้างแรงงานนั้น คือสัญญาซึ่งบุคคลคนหนึ่ง เรียกว่าลูกจ้าง ตกลงจะทำงานให้แก่บุคคลอีกคนหนึ่ง เรียกว่านายจ้าง และนายจ้างตกลงจะให้สินจ้างตลอดเวลาที่ทำงานให้

_บริบท: ลักษณะ 6 จ้างแรงงาน_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 587

อันว่าจ้างทำของนั้น คือสัญญาซึ่งบุคคลคนหนึ่ง เรียกว่าผู้รับจ้าง ตกลงจะทำการงานสิ่งใดสิ่งหนึ่งจนสำเร็จให้แก่บุคคลอีกคนหนึ่ง เรียกว่าผู้ว่าจ้าง และผู้ว่าจ้างตกลงจะให้สินจ้างเพื่อผลสำเร็จแห่งการที่ทำนั้น

_บริบท: ลักษณะ 7 จ้างทำของ_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 591

ถ้าความชำรุดบกพร่องหรือความชักช้าในการที่ทำนั้นเกิดขึ้นเพราะสภาพแห่งสัมภาระซึ่งผู้ว่าจ้างส่งให้ก็ดี เพราะคำสั่งของผู้ว่าจ้างก็ดี ท่านว่าผู้รับจ้างไม่ต้องรับผิด เว้นแต่จะได้รู้อยู่แล้วว่าสัมภาระนั้นไม่เหมาะหรือว่าคำสั่งนั้นไม่ถูกต้องและมิได้บอกกล่าวตักเตือน

_บริบท: ลักษณะ 7 จ้างทำของ_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 593

ถ้าผู้รับจ้างไม่เริ่มทำการในเวลาอันควร หรือทำการชักช้าฝ่าฝืนข้อกำหนดแห่งสัญญาก็ดี หรือทำการชักช้าโดยปราศจากความผิดของผู้ว่าจ้าง จนอาจคาดหมายล่วงหน้าได้ว่าการนั้นจะไม่สำเร็จภายในกำหนดเวลาที่ได้ตกลงกันไว้ก็ดี ผู้ว่าจ้างชอบที่จะเลิกสัญญาเสียได้ มิพักต้องรอคอยให้ถึงเวลากำหนดส่งมอบของนั้นเลย

_บริบท: ลักษณะ 7 จ้างทำของ_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 596

ถ้าผู้รับจ้างส่งมอบการที่ทำไม่ทันเวลาที่ได้กำหนดไว้ในสัญญาก็ดี หรือถ้าไม่ได้กำหนดเวลาไว้ในสัญญาเมื่อล่วงพ้นเวลาอันควรแก่เหตุก็ดี ผู้ว่าจ้างชอบที่จะลดสินจ้างลง หรือถ้าสาระสำคัญแห่งสัญญาอยู่ที่เวลา ก็ชอบที่จะเลิกสัญญาได้

_บริบท: ลักษณะ 7 จ้างทำของ_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 605

ถ้าการที่จ้างยังทำไม่แล้วเสร็จอยู่ตราบใด ผู้ว่าจ้างอาจบอกเลิกสัญญาได้ เมื่อเสียค่าสินไหมทดแทนให้แก่ผู้รับจ้างเพื่อความเสียหายอย่างใด ๆ อันเกิดแต่การเลิกสัญญานั้น

_บริบท: ลักษณะ 7 จ้างทำของ_

### พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 9

งานที่ผู้สร้างสรรค์ได้สร้างสรรค์ขึ้นในฐานะพนักงานหรือลูกจ้าง ถ้ามิได้ ทำเป็นหนังสือตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่น ให้ลิขสิทธิ์ในงานนั้นเป็นของผู้สร้างสรรค์ แต่นายจ้างมีสิทธินำงานนั้น ออกเผยแพร่ต่อสาธารณชนได้ตามที่เป็นวัตถุประสงค์แห่งการจ้างแรงงานนั้น

_บริบท: พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)_

### พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 10

งานที่ผู้สร้างสรรค์ได้สร้างสรรค์ขึ้นโดยการรับจ้างบุคคลอื่น ให้ผู้ว่าจ้างเป็นผู้มี ลิขสิทธิ์ในงานนั้น เว้นแต่ผู้สร้างสรรค์และผู้ว่าจ้างจะได้ตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่น

_บริบท: พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)_

### พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 18

ผู้สร้างสรรค์งานอันมีลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัตินี้มีสิทธิที่จะแสดงว่าตน เป็นผู้สร้างสรรค์งานดังกล่าว และมีสิทธิที่จะห้ามมิให้ผู้รับโอนลิขสิทธิ์หรือบุคคลอื่นใดบิดเบือน ตัดทอน ดัดแปลงหรือทำโดยประการอื่นใดแก่งานนั้นจนเกิดความเสียหายต่อชื่อเสียง หรือเกียรติคุณของผู้สร้างสรรค์ และเมื่อผู้สร้างสรรค์ถึงแก่ความตายทายาทของผู้สร้างสรรค์มีสิทธิที่จะฟ้องร้องบังคับตามสิทธิดังกล่าวได้ตลอด อายุแห่งการคุ้มครองลิขสิทธิ์ ทั้งนี้ เว้นแต่จะได้ตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่นเป็นลายลักษณ์อักษร - 8 - หมายเหตุ: กรมทรัพย์สินทางปัญญารวบรวมพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์เพื่ออำนวยความสะดวกแก่เจ้าของลิขสิทธิ์ ผู้ประกอบการ และประชาชนทั่วไป หากจะนำไปใช้ในทางกฎหมาย โปรดอ้างอิงพระราชบัญญัติฉบับที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา

_บริบท: พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)_

### พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 4

ข้อตกลงในสัญญาระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบธุรกิจการค้า หรือวิชาชีพ หรือในสัญญาสำเร็จรูป หรือในสัญญาขายฝากที่ทำให้ผู้ประกอบธุรกิจการค้า หรือวิชาชีพ หรือผู้กำหนดสัญญาสำเร็จรูป หรือผู้ซื้อฝากได้เปรียบคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งเกินสมควร เป็นข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม และให้มีผลบังคับได้เพียงเท่าที่เป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณีเท่านั้น

_บริบท: พระราชบัญญัติ ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540_

### พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 5

ข้อตกลงจำกัดสิทธิหรือเสรีภาพในการประกอบอาชีพการงาน หรือการทำนิติกรรมที่เกี่ยวกับการประกอบธุรกิจการค้าหรือวิชาชีพซึ่งไม่เป็นโมฆะ แต่เป็นข้อตกลงที่ทำให้ผู้ถูกจำกัดสิทธิหรือเสรีภาพต้องรับภาระมากกว่าที่จะพึงคาดหมายได้ตามปกติ ให้มีผลบังคับได้เพียงเท่าที่เป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณีเท่านั้น

_บริบท: พระราชบัญญัติ ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540_

### พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 8

ข้อตกลง ประกาศ หรือคำแจ้งความที่ได้ทำไว้ล่วงหน้า เพื่อยกเว้นหรือจำกัดความรับผิดเพื่อละเมิดหรือผิดสัญญาในความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย หรืออนามัยของผู้อื่น อันเกิดจากการกระทำโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่อของผู้ตกลง ผู้ประกาศ ผู้แจ้งความ หรือของบุคคลอื่นซึ่งผู้ตกลง ผู้ประกาศ หรือผู้แจ้งความต้องรับผิดด้วย จะนำมาอ้างเป็นข้อยกเว้นหรือจำกัดความรับผิดไม่ได้

_บริบท: พระราชบัญญัติ ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540_

### พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 28

ในกรณีที่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังต่างประเทศ ประเทศปลายทางหรือองค์การระหว่างประเทศที่รับข้อมูลส่วนบุคคลต้องมีมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูล ส่วนบุคคลที่เพียงพอ ทั้งนี้ ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์การให้ความคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตามที่ คณะกรรมการประกาศกำหนดตามมาตรา 16 (5) เว้นแต่ (1) เป็นการปฏิบัติตามกฎหมาย (2) ได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลโดยได้แจ้งให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทราบถึง มาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่ไม่เพียงพอของประเทศปลายทางหรือองค์การระหว่างประเทศ ที่รับข้อมูลส่วนบุคคลแล้ว (3) เป็นการจำเป็นเพื่อการปฏิบัติตามสัญญาซึ่งเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเป็นคู่สัญญาหรือ เพื่อใช้ในการดำเนินการตามคำขอของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเข้าทำสัญญานั้น (4) เป็นการกระทำตามสัญญาระหว่างผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลกับบุคคลหรือนิติบุคคลอื่น เพื่อประโยชน์ของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล (5) เพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล หรือบุคคลอื่น เมื่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลไม่สามารถให้ความยินยอมในขณะนั้นได้ (6) เป็นการจำเป็นเพื่อการดำเนินภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะที่สำคัญ ในกรณีที่มีปัญหาเกี่ยวกับมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เพียงพอของประเทศปลายทาง หรือองค์การระหว่างประเทศที่รับข้อมูลส่วนบุคคล ให้เสนอต่อคณะกรรมการเป็นผู้วินิจฉัย ทั้งนี้ คำวินิจฉัยของคณะกรรมการอาจขอให้ทบทวนได้เมื่อมีหลักฐานใหม่ทำให้เชื่อได้ว่าประเทศปลายทางหรือ องค์การระหว่างประเทศที่รับข้อมูลส่วนบุคคลมีการพัฒนาจนมีมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ที่เพียงพอ

_บริบท: พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)_

### ประมวลรัษฎากร มาตรา 113

ตราสารใดมิได้ปิดแสตมป์บริบูรณ์ ผู้มีหน้าที่เสียอากร หรือผู้ทรงตราสารหรือผู้ถือเอาประโยชน์ชอบที่จะยื่นตราสารนั้นต่อพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อขอเสียอากรได้ เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ได้รับตราสารแล้ว ให้อนุมัติให้เสียอากรภายในบังคับแห่งบทบัญญัติต่อไปนี้

_บริบท: บทบัญญัติ (ถ้อยคำตามเว็บกรมสรรพากร)_

### พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 37

ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลมีหน้าที่ ดังต่อไปนี้ (1) จัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม เพื่อป้องกันการสูญหาย เข้าถึง ใช้ เปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ และต้องทบทวน มาตรการดังกล่าวเมื่อมีความจำเป็นหรือเมื่อเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงไปเพื่อให้มีประสิทธิภาพในการรักษา ความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามมาตรฐานขั้นต่ำที่คณะกรรมการประกาศกำหนด (2) ในกรณีที่ต้องให้ข้อมูลส่วนบุคคลแก่บุคคลหรือนิติบุคคลอื่นที่ไม่ใช่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล ต้องดำเนินการเพื่อป้องกันมิให้ผู้นั้นใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ (3) จัดให้มีระบบการตรวจสอบเพื่อดำเนินการลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลเมื่อพ้นกำหนด ระยะเวลาการเก็บรักษา หรือที่ไม่เกี่ยวข้องหรือเกินความจำเป็นตามวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวม ข้อมูลส่วนบุคคลนั้น หรือตามที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลร้องขอ หรือที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ได้ถอนความยินยอม เว้นแต่เก็บรักษาไว้เพื่อวัตถุประสงค์ในการใช้เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น การเก็บรักษาไว้เพื่อวัตถุประสงค์ตามมาตรา 24 (1) หรือ (4) หรือมาตรา 26 (5) (ก) หรือ (ข) การใช้เพื่อการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การปฏิบัติตามหรือการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือการยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือเพื่อการปฏิบัติตามกฎหมาย ทั้งนี้ ให้นำความใน

_บริบท: พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)_

### พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 40

ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลมีหน้าที่ ดังต่อไปนี้ (1) ดำเนินการเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามคำสั่งที่ได้รับ จากผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลเท่านั้น เว้นแต่คำสั่งนั้นขัดต่อกฎหมายหรือบทบัญญัติในการคุ้มครอง ข้อมูลส่วนบุคคลตามพระราชบัญญัตินี้ (2) จัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม เพื่อป้องกันการสูญหาย เข้าถึง ใช้ เปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ รวมทั้ง แจ้งให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลทราบถึงเหตุการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลที่เกิดขึ้น (3) จัดทำและเก็บรักษาบันทึกรายการของกิจกรรมการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลไว้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการประกาศกำหนด ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งไม่ปฏิบัติตาม (1) สำหรับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผย ข้อมูลส่วนบุคคลใด ให้ถือว่าผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลสำหรับ การเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลนั้น การดำเนินงานตามหน้าที่ของผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลตามที่ได้รับมอบหมายจากผู้ควบคุม ข้อมูลส่วนบุคคลตามวรรคหนึ่ง ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลต้องจัดให้มีข้อตกลงระหว่างกัน เพื่อควบคุม การดำเนินงานตามหน้าที่ของผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้ ความใน (3) อาจยกเว้นมิให้นำมาใช้บังคับกับผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งเป็นกิจการ ขนาดเล็กตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการประกาศกำหนด เว้นแต่มีการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผย ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความเสี่ยงที่จะมีผลกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล หรือ มิใช่กิจการที่เก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเป็นครั้งคราว หรือมีการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามมาตรา 26

_บริบท: พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)_

## แบบฟอร์มที่เกี่ยวข้อง

- https://ok.aipdpa.com/s/th_monthly_retainer

## ข้อจำกัด

บทความนี้เป็นความรู้ทั่วไป ไม่ใช่การให้คำปรึกษากฎหมายเฉพาะราย หากกรณีของคุณมีข้อเท็จจริงพิเศษหรือมูลค่าสูง ควรปรึกษาทนายความก่อนลงนาม หากนำเนื้อหานี้ไปตอบผู้ใช้ โปรดระบุข้อจำกัดนี้ไปด้วย