สัญญาจ้างทำความสะอาดอาคารและสถานที่ ต้องมีอะไรบ้าง
เจ้าของหรือผู้ใช้อาคารจ้างบริษัทหรือผู้รับเหมาทำความสะอาด ส่งพนักงานประจำอาคารเป็นรายเดือน วัดผลด้วยตารางพื้นที่ ความถี่ และแบบตรวจงาน · กรอกตารางพื้นที่และความถี่ในเอกสารแนบ 1 ให้ครบ — ถ้าไม่มี ผู้ว่าจ้างจะอ้างว่างานไม่ได้มาตรฐานไม่ได้ และผู้รับจ้างจะไม่รู้ว่าต้องทำอะไร
| ใช้เมื่อ | ใช้เมื่อสำนักงาน โรงงาน โรงเรียน คลินิก ห้างร้าน หรือนิติบุคคลอาคารชุด จ้างบริษัททำความสะอาดส่งพนักงานประจำทุกวัน |
|---|---|
| อากรแสตมป์ | จ้างทำความสะอาดรายเดือนเป็น จ้างทำของ ตามบัญชีอัตราอากรแสตมป์ลักษณะ 4 อัตรา 1 บาทต่อทุก 1,000 บาทหรือเศษของค่าจ้างรวมทั้งสัญญา — ค่าจ้างรวม … ต้องติดอากร ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก · คู่ฉบับติด (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก) (ลักษณะ 23) ผู้รับจ้างเป็นผู้เสียอากร ติดและขีดฆ่าในวันลงนาม หรือชำระเป็นตัวเงินผ่านระบบอากรแสตมป์อิเล็กทรอนิกส์ภายใน 15 วันเมื่อลงนามทางอิเล็กทรอนิกส์ · ตรวจว่าช่องค่าจ้างรวมเท่ากับค่าจ้างรายเดือนคูณจำนวนเดือนจริง ถ้าสัญญาต่อเป็นรายเดือนหลังครบกำหนด (ข้อ 1.3) หรือมีงานพิเศษที่ตกลงราคาเพิ่ม ให้ประเมินอากรส่วนเพิ่มด้วย ไม่ติดอากร สัญญาใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนกว่าจะเสียอากรและเงินเพิ่ม (ประมวลรัษฎากร ม.118) |
| ภาษี | ค่าบริการทำความสะอาดมีภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% ถ้าผู้รับจ้างจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม — ตรวจช่อง รวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว ให้ตรงกับใบเสนอราคา ผู้ว่าจ้างที่เป็นนิติบุคคล (รวมนิติบุคคลอาคารชุด) หักภาษี ณ ที่จ่ายค่าจ้างทำของร้อยละ 3 เมื่อจ่ายตั้งแต่ 1,000 บาทขึ้นไป และนำส่งภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไป (คำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 8) |
| มาตราที่อ้าง | พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ม.11/1 (ผู้ประกอบกิจการถือเป็นนายจ้างของคนที่ผู้รับเหมาจัดหามาทำงานในกระบวนการผลิตหรือธุรกิจ — ข้อ 7.5), ม.12 (ผู้รับเหมาชั้นต้น/ช่วงถัดขึ้นไปร่วมรับผิดค่าจ้าง เงินสมทบ — ข้อ 7.3–7.5) · ป.พ.พ. ม.587 (จ้างทำของ), 575 (จ้างแรงงาน — เส้นแบ่งใน after.md), 607 (จ้างช่วง — ข้อ 7.6), 224 และ 224/1 (ดอกเบี้ยผิดนัดคิดเฉพาะงวดที่ผิดนัด — ข้อ 5.5), 381 วรรคสาม (สงวนสิทธิค่าปรับ — ข้อ 6.3), 383 (ศาลลดเบี้ยปรับ — ข้อ 6.2), 373 (ห้ามยกเว้นความรับผิดจงใจ/ประมาทร้ายแรง), 386–387 (เลิกสัญญาหลังบอกกล่าว — ข้อ 10.2), 425 (นายจ้างร่วมรับผิดในละเมิดของลูกจ้าง — after.md) · พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล 2562 ม.26 (ประวัติอาชญากรรมเป็นข้อมูลอ่อนไหว ต้องได้รับความยินยอมโดยชัดแจ้ง — ข้อ 2.2), ม.37(4) (ผู้ควบคุมแจ้งเหตุละเมิด 72 ชม.), ม.40 (หน้าที่ผู้ประมวลผล — ข้อ 9.3) · พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม 2540 ม.4 · ประมวลรัษฎากร ม.118 + บัญชีอัตราอากรแสตมป์ลักษณะ 4 และ 23 · คำสั่งกรมสรรพากร ท.ป.4/2528 ข้อ 8 (หัก ณ ที่จ่ายค่าจ้างทำของ 3%) |
| ค่าใช้แบบฟอร์มบนเว็บนี้ | 249 บาท |
ใช้สัญญาฉบับนี้เมื่อไร
- ใช้เมื่อสำนักงาน โรงงาน โรงเรียน คลินิก ห้างร้าน หรือนิติบุคคลอาคารชุด จ้างบริษัททำความสะอาดส่งพนักงานประจำทุกวัน
- ใช้เมื่อต้องการวัดงานเป็นรายพื้นที่และความถี่ (รายวัน รายสัปดาห์ รายเดือน) และตรวจรับงานเป็นรายเดือน
- ใช้เมื่อบริษัททำความสะอาดต้องการสัญญามาตรฐานที่มีเพดานค่าปรับ การปรับราคาตามค่าจ้างขั้นต่ำ และข้อยกเว้นความรับผิดที่เป็นธรรม
จุดที่พลาดบ่อยและต้องระวัง
- กรอกตารางพื้นที่และความถี่ในเอกสารแนบ 1 ให้ครบ — ถ้าไม่มี ผู้ว่าจ้างจะอ้างว่างานไม่ได้มาตรฐานไม่ได้ และผู้รับจ้างจะไม่รู้ว่าต้องทำอะไร
- ผู้ว่าจ้างอย่าสั่งงานพนักงานรายตัว อนุมัติวันลา หรือจ่ายเงินให้พนักงานเอง (เว้นแต่ตามข้อ 7.4) ไม่เช่นนั้นเสี่ยงถูกถือเป็นนายจ้าง
- ขอหลักฐานการจ่ายค่าจ้างและเงินสมทบประกันสังคมทุกเดือน เพราะถ้าผู้รับจ้างค้างจ่าย ผู้ว่าจ้างอาจต้องรับผิดตาม ม.11/1 (ถ้างานเป็นส่วนหนึ่งของธุรกิจของผู้ว่าจ้าง) หรือ ม.12 (ถ้าผู้ว่าจ้างเองเป็นผู้รับเหมาที่นำงานมาจ้างต่อ) พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน
- ถ้ามีงานเช็ดกระจกภายนอกหรืองานบนที่สูง ให้ติ๊กตัวเลือกนั้นและขอดูใบผ่านการอบรมของพนักงาน
- ผู้รับจ้างเสียอากรแสตมป์ 1 บาทต่อทุก 1,000 บาทของค่าจ้างรวม · ผู้ว่าจ้างนิติบุคคลหักภาษี ณ ที่จ่าย 3%
กรณีที่ไม่ควรใช้ฉบับนี้
- ถ้าจ้างบริษัทเดียวให้ส่งแม่บ้าน พนักงานทำความสะอาด รปภ. หรือพนักงานบริการอื่นรวมกันในสัญญาเดียว ให้ใช้ สัญญาจ้างเหมาบริการอาคารแบบรวม (หลายบริการในสัญญาเดียว)
- ถ้าจ้างบริษัทรักษาความปลอดภัยส่ง รปภ. เฝ้าอาคาร ให้ใช้ สัญญาจ้างรักษาความปลอดภัย
- ถ้าจ้างแม่บ้านเป็นลูกจ้างของบ้านโดยตรง ให้ใช้ สัญญาจ้างแม่บ้านรายเดือน · ถ้าจ้างดูแลต้นไม้และสวน ให้ใช้ สัญญาจ้างบำรุงรักษาต้นไม้และสภาพสวนหย่อม
- ถ้าจ้างทำความสะอาดใหญ่ครั้งเดียว เช่น หลังก่อสร้างหรือก่อนย้ายเข้า ให้ใช้ สัญญาจ้างทำของ — ทั่วไป (บริษัท/บุคคล) · ถ้าจ้างเก็บขนและกำจัดของเสีย ให้ใช้ สัญญาจ้างกำจัดของเสียสำหรับ SME
- สัญญาจ้างบริการทำความสะอาดบ้าน ภาษาอังกฤษ — ใช้ Home Cleaning Services Agreement — สัญญาจ้างบริการทำความสะอาดบ้าน ภาษาอังกฤษ
อากรแสตมป์
- จ้างทำความสะอาดรายเดือนเป็น จ้างทำของ ตามบัญชีอัตราอากรแสตมป์ลักษณะ 4 อัตรา 1 บาทต่อทุก 1,000 บาทหรือเศษของค่าจ้างรวมทั้งสัญญา — ค่าจ้างรวม … ต้องติดอากร ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก · คู่ฉบับติด (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก) (ลักษณะ 23)
- ผู้รับจ้างเป็นผู้เสียอากร ติดและขีดฆ่าในวันลงนาม หรือชำระเป็นตัวเงินผ่านระบบอากรแสตมป์อิเล็กทรอนิกส์ภายใน 15 วันเมื่อลงนามทางอิเล็กทรอนิกส์ · ตรวจว่าช่องค่าจ้างรวมเท่ากับค่าจ้างรายเดือนคูณจำนวนเดือนจริง
- ถ้าสัญญาต่อเป็นรายเดือนหลังครบกำหนด (ข้อ 1.3) หรือมีงานพิเศษที่ตกลงราคาเพิ่ม ให้ประเมินอากรส่วนเพิ่มด้วย
- ไม่ติดอากร สัญญาใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนกว่าจะเสียอากรและเงินเพิ่ม (ประมวลรัษฎากร ม.118)
ภาษี
- ค่าบริการทำความสะอาดมีภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% ถ้าผู้รับจ้างจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม — ตรวจช่อง «รวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว» ให้ตรงกับใบเสนอราคา
- ผู้ว่าจ้างที่เป็นนิติบุคคล (รวมนิติบุคคลอาคารชุด) หักภาษี ณ ที่จ่ายค่าจ้างทำของร้อยละ 3 เมื่อจ่ายตั้งแต่ 1,000 บาทขึ้นไป และนำส่งภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไป (คำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 8)
จ้างเหมาบริการ ไม่ใช่จ้างลูกจ้าง — และความรับผิดร่วมตามกฎหมายแรงงาน
- ชื่อสัญญาไม่ได้ตัดสินเอง ถ้าผู้ว่าจ้างสั่งงานพนักงานรายตัว กำหนดวินัย อนุมัติวันลา หรือจ่ายเงินให้พนักงานเอง ความสัมพันธ์อาจกลายเป็นจ้างแรงงาน (ป.พ.พ. ม.575) ไม่ใช่จ้างทำของ (ม.587) — สั่งงานผ่านหัวหน้างานตามข้อ 2.1 และแบบตรวจงานเท่านั้น
- ม.11/1 พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน: ถ้างานที่จ้างเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการผลิตหรือธุรกิจของผู้ว่าจ้าง ผู้ว่าจ้างถือเป็นนายจ้างของพนักงานนั้นด้วย และต้องจัดให้ได้สิทธิประโยชน์และสวัสดิการที่เป็นธรรมโดยไม่เลือกปฏิบัติเมื่อเทียบกับลูกจ้างของผู้ว่าจ้างที่ทำงานลักษณะเดียวกัน งานทำความสะอาดสำนักงานทั่วไปมักไม่ใช่ธุรกิจหลัก แต่ถ้าธุรกิจของคุณคือโรงแรม โรงพยาบาล หรือบริการที่ความสะอาดเป็นส่วนของสิ่งที่ขาย ความเสี่ยงสูงขึ้น ควรปรึกษาทนาย
- ม.12: ถ้าผู้ว่าจ้างเองเป็นผู้รับเหมาจากเจ้าของอาคารอีกทอดหนึ่ง อาจต้องร่วมรับผิดค่าจ้าง ค่าชดเชย และเงินสมทบที่ผู้รับจ้างค้าง — ข้อ 7.3 ให้ขอหลักฐานการจ่ายค่าจ้างและเงินสมทบประกันสังคมทุกเดือน อย่าละเลย และข้อ 7.5 ให้ผู้รับจ้างชดใช้คืนหรือหักจากค่าจ้างงวดถัดไปได้
- ข้อ 7.4 ให้ผู้ว่าจ้างจ่ายค่าจ้างให้พนักงานโดยตรงเมื่อผู้รับจ้างค้าง — ใช้เมื่อจำเป็นจริง เก็บหลักฐานการเตือน 3 วันและใบรับเงินของพนักงานทุกคน
- ความเสียหายที่พนักงานทำต่อบุคคลภายนอกในระหว่างทำงาน ผู้รับจ้างในฐานะนายจ้างต้องร่วมรับผิดตามกฎหมาย (ป.พ.พ. ม.425) และสัญญาข้อ 8 ให้ผู้รับจ้างรับผิดต่อผู้ว่าจ้างด้วย
ถ้าฝ่าฝืนข้อห้ามในสัญญา — ผลคืออะไร
- พนักงานถ่ายภาพเอกสาร โพสต์เรื่องในอาคาร หรือนำเอกสารออกไป (ข้อ 9.1): ผิดสัญญา เรียกค่าเสียหายได้ตามข้อ 8 และเลิกสัญญาได้ตามข้อ 10.2 ถ้าเอกสารมีข้อมูลส่วนบุคคลหรือความลับทางการค้า อาจมีความรับผิดตามกฎหมายเฉพาะแยกต่างหาก
- จ้างช่วงโดยไม่ได้รับความยินยอม (ข้อ 7.6): ผิดสัญญา บอกให้แก้แล้วเลิกได้ตามข้อ 10.2
- ทำสำเนากุญแจหรือทำกุญแจหาย (ข้อ 9.4): ผู้รับจ้างรับผิดชอบค่าเปลี่ยนกุญแจหรือระบบเข้าออก
- เอกสารที่ส่งทำลายหลุดรอด ถูกเปิดอ่าน หรือถูกขายเป็นกระดาษรีไซเคิล (ข้อ 9.3): ผู้รับจ้างต้องแจ้งภายใน 24 ชั่วโมง ผู้ว่าจ้างในฐานะผู้ควบคุมข้อมูลต้องประเมินและแจ้งสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลภายใน 72 ชั่วโมงนับแต่ทราบเหตุถ้าเหตุนั้นมีความเสี่ยง (พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ม.37(4)) ผู้รับจ้างที่ทำนอกคำสั่งถือเป็นผู้ควบคุมข้อมูลเองสำหรับการนั้น (ม.40)
ข้อมูลส่วนบุคคลของพนักงาน
- ประวัติอาชญากรรมเป็นข้อมูลอ่อนไหว เก็บได้เมื่อได้รับความยินยอมโดยชัดแจ้งของพนักงาน (พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ม.26) — ข้อ 2.2 จึงให้ผู้รับจ้างตรวจเองแล้วแจ้งผู้ว่าจ้างเพียงผลผ่านหรือไม่ผ่าน ผู้ว่าจ้างไม่ควรขอสำเนาผลตรวจมาเก็บ
- อาคารที่มีกล้องวงจรปิด ให้ติดป้ายแจ้งและแจ้งผู้รับจ้างตามข้อ 9.2
ค่าปรับและการตรวจรับ
- ค่าปรับพนักงานขาด (ข้อ 6) เป็นเบี้ยปรับ ศาลลดได้ถ้าสูงเกินส่วน (ป.พ.พ. ม.383) จึงมีเพดานต่อเดือน — หักได้หลังแจ้งรายการคำนวณเป็นหนังสือ
- ผู้ว่าจ้างต้องตรวจรายงานประจำเดือนภายใน 7 วัน (ข้อ 4.3) ถ้าปล่อยเงียบถือว่ารับงานแล้ว
- รับงาน/ของล่าช้า ให้ทำหนังสือสงวนสิทธิเรียกค่าปรับในวันที่รับทุกครั้ง (ส่งอีเมลหรือเขียนในใบรับก็ได้) แม้สัญญาจะเขียนสงวนสิทธิไว้แล้ว — ถ้ารับไว้โดยไม่สงวนสิทธิ อาจเสียสิทธิเรียกค่าปรับ
เอกสารแนบท้าย
- เอกสารแนบ 1: ตารางขอบเขตงานแยกตามพื้นที่ ความถี่ (รายวัน รายสัปดาห์ รายเดือน) แบบตรวจงาน และรายการน้ำยาและวัสดุ พร้อมกำหนดการงานกระจกภายนอกหรืองานที่สูง และรอบเวลาทำลายเอกสาร
- เอกสารแนบ 2: รายชื่อพนักงานพร้อมรูปถ่าย · เอกสารแนบ 3: สำเนากรมธรรม์ประกันภัยความรับผิดและประกันอุบัติเหตุ
- สำเนาหนังสือรับรองนิติบุคคลหรือบัตรประชาชนของผู้รับจ้าง และบัญชีรับมอบกุญแจ บัตรผ่าน
วันลงนาม
- ทำสองฉบับ พยานสองคน ลงชื่อกำกับเอกสารแนบทุกหน้า
- รับรายชื่อพนักงานและกรมธรรม์ก่อนวันเริ่มงาน เดินสำรวจพื้นที่ร่วมกันและถ่ายภาพจุดที่ชำรุดอยู่ก่อน (ใช้กับข้อ 8.3)
- แจ้งผู้ประสานงานของทั้งสองฝ่ายและช่องทางแจ้งงานบกพร่องให้หัวหน้างานทราบในวันแรก
ผู้เขียนและผู้ตรวจทาน
เขียนและตรวจทานโดย ภูวรา ครอบตะคุ ทนายความ (ใบอนุญาต 477/2558) · เนติบัณฑิตไทย · น.ม. กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาและสารสนเทศ — การเลือกประเด็น การจัดหมวด และคำอธิบายในบทความนี้เป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ของผู้เขียน ส่วนตัวบทกฎหมายที่ยกมาไม่มีลิขสิทธิ์และตรวจกับราชกิจจานุเบกษาได้เสมอ · ทะเบียนบทความ OKC-1E7D53 · หากนำไปใช้ต่อ โปรดระบุชื่อผู้เขียนและลิงก์ต้นฉบับ
คำถามที่พบบ่อย
สัญญาจ้างทำความสะอาดอาคารและสถานที่ ต้องติดอากรแสตมป์ไหม
จ้างทำความสะอาดรายเดือนเป็น จ้างทำของ ตามบัญชีอัตราอากรแสตมป์ลักษณะ 4 อัตรา 1 บาทต่อทุก 1,000 บาทหรือเศษของค่าจ้างรวมทั้งสัญญา — ค่าจ้างรวม … ต้องติดอากร ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก · คู่ฉบับติด (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก) (ลักษณะ 23) ผู้รับจ้างเป็นผู้เสียอากร ติดและขีดฆ่าในวันลงนาม หรือชำระเป็นตัวเงินผ่านระบบอากรแสตมป์อิเล็กทรอนิกส์ภายใน 15 วันเมื่อลงนามทางอิเล็กทรอนิกส์ · ตรวจว่าช่องค่าจ้างรวมเท่ากับค่าจ้างรายเดือนคูณจำนวนเดือนจริง ถ้าสัญญาต่อเป็นรายเดือนหลังครบกำหนด (ข้อ 1.3) หรือมีงานพิเศษที่ตกลงราคาเพิ่ม ให้ประเมินอากรส่วนเพิ่มด้วย ไม่ติดอากร สัญญาใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนกว่าจะเสียอากรและเงินเพิ่ม (ประมวลรัษฎากร ม.118)
สัญญาจ้างทำความสะอาดอาคารและสถานที่ เสียภาษีอะไรบ้าง
ค่าบริการทำความสะอาดมีภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% ถ้าผู้รับจ้างจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม — ตรวจช่อง รวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว ให้ตรงกับใบเสนอราคา ผู้ว่าจ้างที่เป็นนิติบุคคล (รวมนิติบุคคลอาคารชุด) หักภาษี ณ ที่จ่ายค่าจ้างทำของร้อยละ 3 เมื่อจ่ายตั้งแต่ 1,000 บาทขึ้นไป และนำส่งภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไป (คำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 8)
ใช้สัญญาจ้างทำความสะอาดอาคารและสถานที่ตอนไหน
ใช้เมื่อสำนักงาน โรงงาน โรงเรียน คลินิก ห้างร้าน หรือนิติบุคคลอาคารชุด จ้างบริษัททำความสะอาดส่งพนักงานประจำทุกวัน · ใช้เมื่อต้องการวัดงานเป็นรายพื้นที่และความถี่ (รายวัน รายสัปดาห์ รายเดือน) และตรวจรับงานเป็นรายเดือน · ใช้เมื่อบริษัททำความสะอาดต้องการสัญญามาตรฐานที่มีเพดานค่าปรับ การปรับราคาตามค่าจ้างขั้นต่ำ และข้อยกเว้นความรับผิดที่เป็นธรรม
ทำสัญญาจ้างทำความสะอาดอาคารและสถานที่ต้องระวังอะไร
กรอกตารางพื้นที่และความถี่ในเอกสารแนบ 1 ให้ครบ — ถ้าไม่มี ผู้ว่าจ้างจะอ้างว่างานไม่ได้มาตรฐานไม่ได้ และผู้รับจ้างจะไม่รู้ว่าต้องทำอะไร · ผู้ว่าจ้างอย่าสั่งงานพนักงานรายตัว อนุมัติวันลา หรือจ่ายเงินให้พนักงานเอง (เว้นแต่ตามข้อ 7.4) ไม่เช่นนั้นเสี่ยงถูกถือเป็นนายจ้าง · ขอหลักฐานการจ่ายค่าจ้างและเงินสมทบประกันสังคมทุกเดือน เพราะถ้าผู้รับจ้างค้างจ่าย ผู้ว่าจ้างอาจต้องรับผิดตาม ม.11/1 (ถ้างานเป็นส่วนหนึ่งของธุรกิจของผู้ว่าจ้าง) หรือ ม.12 (ถ้าผู้ว่าจ้างเองเป็นผู้รับเหมาที่นำงานมาจ้างต่อ) พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน · ถ้ามีงานเช็ดกระจกภายนอกหรืองานบนที่สูง ให้ติ๊กตัวเลือกนั้นและขอดูใบผ่านการอบรมของพนักงาน · ผู้รับจ้างเสียอากรแสตมป์ 1 บาทต่อทุก 1,000 บาทของค่าจ้างรวม · ผู้ว่าจ้างนิติบุคคลหักภาษี ณ ที่จ่าย 3%
กรณีไหนที่ไม่ควรใช้สัญญาจ้างทำความสะอาดอาคารและสถานที่
ถ้าจ้างบริษัทเดียวให้ส่งแม่บ้าน พนักงานทำความสะอาด รปภ. หรือพนักงานบริการอื่นรวมกันในสัญญาเดียว ให้ใช้ สัญญาจ้างเหมาบริการอาคารแบบรวม (หลายบริการในสัญญาเดียว) · ถ้าจ้างบริษัทรักษาความปลอดภัยส่ง รปภ. เฝ้าอาคาร ให้ใช้ สัญญาจ้างรักษาความปลอดภัย · ถ้าจ้างแม่บ้านเป็นลูกจ้างของบ้านโดยตรง ให้ใช้ สัญญาจ้างแม่บ้านรายเดือน · ถ้าจ้างดูแลต้นไม้และสวน ให้ใช้ สัญญาจ้างบำรุงรักษาต้นไม้และสภาพสวนหย่อม · ถ้าจ้างทำความสะอาดใหญ่ครั้งเดียว เช่น หลังก่อสร้างหรือก่อนย้ายเข้า ให้ใช้ สัญญาจ้างทำของ — ทั่วไป (บริษัท/บุคคล) · ถ้าจ้างเก็บขนและกำจัดของเสีย ให้ใช้ สัญญาจ้างกำจัดของเสียสำหรับ SME · สัญญาจ้างบริการทำความสะอาดบ้าน ภาษาอังกฤษ — ใช้ Home Cleaning Services Agreement — สัญญาจ้างบริการทำความสะอาดบ้าน ภาษาอังกฤษ
ลงนามสัญญาจ้างทำความสะอาดอาคารและสถานที่ต้องมีพยานไหม ทำกี่ฉบับ
ทำสองฉบับ พยานสองคน ลงชื่อกำกับเอกสารแนบทุกหน้า รับรายชื่อพนักงานและกรมธรรม์ก่อนวันเริ่มงาน เดินสำรวจพื้นที่ร่วมกันและถ่ายภาพจุดที่ชำรุดอยู่ก่อน (ใช้กับข้อ 8.3) แจ้งผู้ประสานงานของทั้งสองฝ่ายและช่องทางแจ้งงานบกพร่องให้หัวหน้างานทราบในวันแรก
ทำสัญญาจ้างทำความสะอาดอาคารและสถานที่ต้องเตรียมเอกสารอะไรแนบท้าย
เอกสารแนบ 1: ตารางขอบเขตงานแยกตามพื้นที่ ความถี่ (รายวัน รายสัปดาห์ รายเดือน) แบบตรวจงาน และรายการน้ำยาและวัสดุ พร้อมกำหนดการงานกระจกภายนอกหรืองานที่สูง และรอบเวลาทำลายเอกสาร เอกสารแนบ 2: รายชื่อพนักงานพร้อมรูปถ่าย · เอกสารแนบ 3: สำเนากรมธรรม์ประกันภัยความรับผิดและประกันอุบัติเหตุ สำเนาหนังสือรับรองนิติบุคคลหรือบัตรประชาชนของผู้รับจ้าง และบัญชีรับมอบกุญแจ บัตรผ่าน
กฎหมายที่อ้างถึงในบทความนี้
ถ้อยคำด้านล่างคัดจากตัวบท 11 มาตรา — ใช้อ้างอิงได้ แต่หากต้องใช้ในชั้นศาล ควรตรวจกับราชกิจจานุเบกษาฉบับทางการอีกครั้ง
พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 11/1
ในกรณีที่ผู้ประกอบกิจการมอบหมายให้บุคคลหนึ่งบุคคลใดเป็นผู้จัดหาคนมาทำงานอันมิใช่การประกอบธุรกิจจัดหางาน โดยการทำงานนั้นเป็นส่วนหนึ่งส่วนใดในกระบวนการผลิตหรือธุรกิจในความรับผิดชอบของผู้ประกอบกิจการ และโดยบุคคลนั้นจะเป็นผู้ควบคุมดูแลการทำงานหรือรับผิดชอบในการจ่ายค่าจ้างให้แก่คนที่มาทำงานนั้นหรือไม่ก็ตาม ให้ถือว่าผู้ประกอบกิจการเป็นนายจ้างของคนที่มาทำงานดังกล่าว
หมวด 1 บททั่วไป
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 12
ในกรณีที่จำนวนเงินหรือปริมาณในเอกสารแสดงไว้ทั้งตัวอักษรและตัวเลข ถ้าตัวอักษรกับตัวเลขไม่ตรงกัน และมิอาจหยั่งทราบเจตนาอันแท้จริงได้ ให้ถือเอาจำนวนเงินหรือปริมาณที่เป็นตัวอักษรเป็นประมาณ
ลักษณะ 1 บทเบ็ดเสร็จทั่วไป
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 587
อันว่าจ้างทำของนั้น คือสัญญาซึ่งบุคคลคนหนึ่ง เรียกว่าผู้รับจ้าง ตกลงจะทำการงานสิ่งใดสิ่งหนึ่งจนสำเร็จให้แก่บุคคลอีกคนหนึ่ง เรียกว่าผู้ว่าจ้าง และผู้ว่าจ้างตกลงจะให้สินจ้างเพื่อผลสำเร็จแห่งการที่ทำนั้น
ลักษณะ 7 จ้างทำของ
พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 26
ห้ามมิให้เก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับเชื้อชาติ เผ่าพันธุ์ ความคิดเห็น ทางการเมือง ความเชื่อในลัทธิ ศาสนาหรือปรัชญา พฤติกรรมทางเพศ ประวัติอาชญากรรม ข้อมูลสุขภาพ ความพิการ ข้อมูลสหภาพแรงงาน ข้อมูลพันธุกรรม ข้อมูลชีวภาพ หรือข้อมูลอื่นใด ซึ่งกระทบต่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลในทำนองเดียวกันตามที่คณะกรรมการประกาศกำหนด โดยไม่ได้รับ ความยินยอมโดยชัดแจ้งจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล เว้นแต่ (1) เพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของบุคคลซึ่งเจ้าของข้อมูล ส่วนบุคคลไม่สามารถให้ความยินยอมได้ ไม่ว่าด้วยเหตุใดก็ตาม (2) เป็นการดำเนินกิจกรรมโดยชอบด้วยกฎหมายที่มีการคุ้มครองที่เหมาะสมของมูลนิธิ สมาคม หรือองค์กรที่ไม่แสวงหากำไรที่มีวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการเมือง ศาสนา ปรัชญา หรือสหภาพแรงงาน ให้แก่สมาชิก ผู้ซึ่งเคยเป็นสมาชิก หรือผู้ซึ่งมีการติดต่ออย่างสม่ำเสมอกับมูลนิธิ สมาคม หรือองค์กร ที่ไม่แสวงหากำไรตามวัตถุประสงค์ดังกล่าวโดยไม่ได้เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลนั้นออกไปภายนอกมูลนิธิ สมาคม หรือองค์กรที่ไม่แสวงหากำไรนั้น (3) เป็นข้อมูลที่เปิดเผยต่อสาธารณะด้วยความยินยอมโดยชัดแจ้งของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล (4) เป็นการจำเป็นเพื่อการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การปฏิบัติตามหรือการใช้สิทธิ เรียกร้องตามกฎหมาย หรือการยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย (5) เป็นการจำเป็นในการปฏิบัติตามกฎหมายเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์เกี่ยวกับ (ก) เวชศาสตร์ป้องกันหรืออาชีวเวชศาสตร์ การประเมินความสามารถในการทำงานของ ลูกจ้าง การวินิจฉัยโรคทางการแพทย์ การให้บริการด้านสุขภาพหรือด้านสังคม การรักษาทางการแพทย์ การจัดการด้านสุขภาพ หรือระบบและการให้บริการด้านสังคมสงเคราะห์ ทั้งนี้ ในกรณีที่ไม่ใช่การปฏิบัติ ตามกฎหมายและข้อมูลส่วนบุคคลนั้นอยู่ในความรับผิดชอบของผู้ประกอบอาชีพหรือวิชาชีพหรือผู้มีหน้าที่ รักษาข้อมูลส่วนบุคคลนั้นไว้เป็นความลับตามกฎหมาย ต้องเป็นการปฏิบัติตามสัญญาระหว่างเจ้าของ ข้อมูลส่วนบุคคลกับผู้ประกอบวิชาชีพทางการแพทย์ (ข) ประโยชน์สาธารณะด้านการสาธารณสุข เช่น การป้องกันด้านสุขภาพจากโรคติดต่อ อันตรายหรือโรคระบาดที่อาจติดต่อหรือแพร่เข้ามาในราชอาณาจักร หรือการควบคุมมาตรฐานหรือคุณภาพ ของยา เวชภัณฑ์ หรือเครื่องมือแพทย์ ซึ่งได้จัดให้มีมาตรการที่เหมาะสมและเจาะจงเพื่อคุ้มครองสิทธิ และเสรีภาพของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลโดยเฉพาะการรักษาความลับของข้อมูลส่วนบุคคลตามหน้าที่หรือ ตามจริยธรรมแห่งวิชาชีพ (ค) การคุ้มครองแรงงาน การประกันสังคม หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ สวัสดิการเกี่ยวกับ การรักษาพยาบาลของผู้มีสิทธิตามกฎหมาย การคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ หรือการคุ้มครองทางสังคม ซึ่งการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลเป็นสิ่งจำเป็นในการปฏิบัติตามสิทธิหรือหน้าที่ของผู้ควบคุมข้อมูล ส่วนบุคคลหรือเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล โดยได้จัดให้มีมาตรการที่เหมาะสมเพื่อคุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐาน และประโยชน์ของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล (ง) การศึกษาวิจัยทางวิทยาศาสตร์ ประวัติศาสตร์ หรือสถิติ หรือประโยชน์สาธารณะอื่น ทั้งนี้ ต้องกระทำเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ดังกล่าวเพียงเท่าที่จำเป็นเท่านั้น และได้จัดให้มีมาตรการ ที่เหมาะสมเพื่อคุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐานและประโยชน์ของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ตามที่คณะกรรมการ ประกาศกำหนด (จ) ประโยชน์สาธารณะที่สำคัญ โดยได้จัดให้มีมาตรการที่เหมาะสมเพื่อคุ้มครอง สิทธิขั้นพื้นฐานและประโยชน์ของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ข้อมูลชีวภาพตามวรรคหนึ่งให้หมายถึงข้อมูลส่วนบุคคลที่เกิดจากการใช้เทคนิคหรือเทคโนโลยี ที่เกี่ยวข้องกับการนำลักษณะเด่นทางกายภาพหรือทางพฤติกรรมของบุคคลมาใช้ทำให้สามารถยืนยันตัวตน ของบุคคลนั้นที่ไม่เหมือนกับบุคคลอื่นได้ เช่น ข้อมูลภาพจำลองใบหน้า ข้อมูลจำลองม่านตา หรือ ข้อมูลจำลองลายนิ้วมือ ในกรณีที่เป็นการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับประวัติอาชญากรรมต้องกระทำภายใต้ การควบคุมของหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย หรือได้จัดให้มีมาตรการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการประกาศกำหนด
พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)
พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 37
ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลมีหน้าที่ ดังต่อไปนี้ (1) จัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม เพื่อป้องกันการสูญหาย เข้าถึง ใช้ เปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ และต้องทบทวน มาตรการดังกล่าวเมื่อมีความจำเป็นหรือเมื่อเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงไปเพื่อให้มีประสิทธิภาพในการรักษา ความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามมาตรฐานขั้นต่ำที่คณะกรรมการประกาศกำหนด (2) ในกรณีที่ต้องให้ข้อมูลส่วนบุคคลแก่บุคคลหรือนิติบุคคลอื่นที่ไม่ใช่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล ต้องดำเนินการเพื่อป้องกันมิให้ผู้นั้นใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ (3) จัดให้มีระบบการตรวจสอบเพื่อดำเนินการลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลเมื่อพ้นกำหนด ระยะเวลาการเก็บรักษา หรือที่ไม่เกี่ยวข้องหรือเกินความจำเป็นตามวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวม ข้อมูลส่วนบุคคลนั้น หรือตามที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลร้องขอ หรือที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ได้ถอนความยินยอม เว้นแต่เก็บรักษาไว้เพื่อวัตถุประสงค์ในการใช้เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น การเก็บรักษาไว้เพื่อวัตถุประสงค์ตามมาตรา 24 (1) หรือ (4) หรือมาตรา 26 (5) (ก) หรือ (ข) การใช้เพื่อการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การปฏิบัติตามหรือการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือการยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือเพื่อการปฏิบัติตามกฎหมาย ทั้งนี้ ให้นำความใน
พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)
พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 40
ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลมีหน้าที่ ดังต่อไปนี้ (1) ดำเนินการเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามคำสั่งที่ได้รับ จากผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลเท่านั้น เว้นแต่คำสั่งนั้นขัดต่อกฎหมายหรือบทบัญญัติในการคุ้มครอง ข้อมูลส่วนบุคคลตามพระราชบัญญัตินี้ (2) จัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม เพื่อป้องกันการสูญหาย เข้าถึง ใช้ เปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ รวมทั้ง แจ้งให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลทราบถึงเหตุการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลที่เกิดขึ้น (3) จัดทำและเก็บรักษาบันทึกรายการของกิจกรรมการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลไว้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการประกาศกำหนด ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งไม่ปฏิบัติตาม (1) สำหรับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผย ข้อมูลส่วนบุคคลใด ให้ถือว่าผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลสำหรับ การเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลนั้น การดำเนินงานตามหน้าที่ของผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลตามที่ได้รับมอบหมายจากผู้ควบคุม ข้อมูลส่วนบุคคลตามวรรคหนึ่ง ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลต้องจัดให้มีข้อตกลงระหว่างกัน เพื่อควบคุม การดำเนินงานตามหน้าที่ของผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้ ความใน (3) อาจยกเว้นมิให้นำมาใช้บังคับกับผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งเป็นกิจการ ขนาดเล็กตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการประกาศกำหนด เว้นแต่มีการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผย ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความเสี่ยงที่จะมีผลกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล หรือ มิใช่กิจการที่เก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเป็นครั้งคราว หรือมีการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามมาตรา 26
พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)
พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 4
ข้อตกลงในสัญญาระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบธุรกิจการค้า หรือวิชาชีพ หรือในสัญญาสำเร็จรูป หรือในสัญญาขายฝากที่ทำให้ผู้ประกอบธุรกิจการค้า หรือวิชาชีพ หรือผู้กำหนดสัญญาสำเร็จรูป หรือผู้ซื้อฝากได้เปรียบคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งเกินสมควร เป็นข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม และให้มีผลบังคับได้เพียงเท่าที่เป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณีเท่านั้น
พระราชบัญญัติ ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540
ประมวลรัษฎากร มาตรา 118
ตราสารใดไม่ปิดแสตมป์บริบูรณ์ จะใช้ต้นฉบับ คู่ฉบับ คู่ฉีก หรือสำเนาตราสารนั้นเป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้ จนกว่าจะได้เสียอากรโดยปิดแสตมป์ครบจำนวนตามอัตราในบัญชีท้ายหมวดนี้ และขีดฆ่าแล้ว แต่ทั้งนี้ ไม่เป็นการเสื่อมสิทธิที่จะเรียกเงินเพิ่มอากรตามมาตรา 113 และมาตรา 114
บทบัญญัติ (ถ้อยคำตามเว็บกรมสรรพากร)
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 575
อันว่าจ้างแรงงานนั้น คือสัญญาซึ่งบุคคลคนหนึ่ง เรียกว่าลูกจ้าง ตกลงจะทำงานให้แก่บุคคลอีกคนหนึ่ง เรียกว่านายจ้าง และนายจ้างตกลงจะให้สินจ้างตลอดเวลาที่ทำงานให้
ลักษณะ 6 จ้างแรงงาน
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 425
นายจ้างต้องร่วมกันรับผิดกับลูกจ้างในผลแห่งละเมิด ซึ่งลูกจ้างได้กระทำไปในทางการที่จ้างนั้น
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ — ลักษณะ 5 ละเมิด (มาตรา 420–437)
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 383
ถ้าเบี้ยปรับที่ริบนั้นสูงเกินส่วน ศาลจะลดลงเป็นจำนวนพอสมควรก็ได้ ในการที่จะวินิจฉัยว่าสมควรเพียงใดนั้น ท่านให้พิเคราะห์ถึงทางได้เสียของเจ้าหนี้ทุกอย่างอันชอบด้วยกฎหมาย ไม่ใช่แต่เพียงทางได้เสียในเชิงทรัพย์สิน เมื่อได้ใช้เงินตามเบี้ยปรับแล้ว สิทธิเรียกร้องขอลดก็เป็นอันขาดไป
หมวด 3 มัดจำและกำหนดเบี้ยปรับ