# สัญญาจ้างทำความสะอาดอาคารและสถานที่ ต้องมีอะไรบ้าง

> ใช้เมื่อสำนักงาน โรงงาน โรงเรียน คลินิก หรืออาคารชุด จ้างบริษัททำความสะอาดส่งพนักงานประจำเป็นรายเดือน — ตารางพื้นที่และความถี่ แบบตรวจงานรายวัน ตรวจรับรายเดือน คนแทนเมื่อขาดงาน ค่าปรับต่อคนมีเพดาน สารเคมีปลอดภัย ประกันภัย และหลักฐานจ่ายค่าจ้าง/เงินสมทบพร้อมสิทธิชดใช้คืนเมื่อผู้ว่าจ้างต้องรับผิดตาม ม.11/1 หรือ ม.12 พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน · ถ้าจ้างหลายบริการอาคารรวมกันใช้ฉบับจ้างเหมาบริการอาคารแบบรวม · ถ้าจ้าง รปภ. ใช้ฉบับจ้างรักษาความปลอดภัย

ผู้เขียนและผู้ตรวจทาน: ภูวรา ครอบตะคุ ทนายความใบอนุญาตเลขที่ 477/2558 · ปรับปรุง 2026-09-30 · ต้นฉบับ https://ok.aipdpa.com/kb/%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%8D%E0%B8%B2%E0%B8%88%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%97%E0%B8%B3%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%AA%E0%B8%B0%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%94%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%AA%E0%B8%96%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88

## ตอบสั้น

เจ้าของหรือผู้ใช้อาคารจ้างบริษัทหรือผู้รับเหมาทำความสะอาด ส่งพนักงานประจำอาคารเป็นรายเดือน วัดผลด้วยตารางพื้นที่ ความถี่ และแบบตรวจงาน · กรอกตารางพื้นที่และความถี่ในเอกสารแนบ 1 ให้ครบ — ถ้าไม่มี ผู้ว่าจ้างจะอ้างว่างานไม่ได้มาตรฐานไม่ได้ และผู้รับจ้างจะไม่รู้ว่าต้องทำอะไร

## ข้อเท็จจริงที่อ้างอิงได้

- **ใช้เมื่อ:** ใช้เมื่อสำนักงาน โรงงาน โรงเรียน คลินิก ห้างร้าน หรือนิติบุคคลอาคารชุด จ้างบริษัททำความสะอาดส่งพนักงานประจำทุกวัน
- **อากรแสตมป์:** จ้างทำความสะอาดรายเดือนเป็น จ้างทำของ ตามบัญชีอัตราอากรแสตมป์ลักษณะ 4 อัตรา 1 บาทต่อทุก 1,000 บาทหรือเศษของค่าจ้างรวมทั้งสัญญา — ค่าจ้างรวม … ต้องติดอากร ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก · คู่ฉบับติด (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก) (ลักษณะ 23) ผู้รับจ้างเป็นผู้เสียอากร ติดและขีดฆ่าในวันลงนาม หรือชำระเป็นตัวเงินผ่านระบบอากรแสตมป์อิเล็กทรอนิกส์ภายใน 15 วันเมื่อลงนามทางอิเล็กทรอนิกส์ · ตรวจว่าช่องค่าจ้างรวมเท่ากับค่าจ้างรายเดือนคูณจำนวนเดือนจริง ถ้าสัญญาต่อเป็นรายเดือนหลังครบกำหนด (ข้อ 1.3) หรือมีงานพิเศษที่ตกลงราคาเพิ่ม ให้ประเมินอากรส่วนเพิ่มด้วย ไม่ติดอากร สัญญาใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนกว่าจะเสียอากรและเงินเพิ่ม (ประมวลรัษฎากร ม.118)
- **ภาษี:** ค่าบริการทำความสะอาดมีภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% ถ้าผู้รับจ้างจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม — ตรวจช่อง รวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว ให้ตรงกับใบเสนอราคา ผู้ว่าจ้างที่เป็นนิติบุคคล (รวมนิติบุคคลอาคารชุด) หักภาษี ณ ที่จ่ายค่าจ้างทำของร้อยละ 3 เมื่อจ่ายตั้งแต่ 1,000 บาทขึ้นไป และนำส่งภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไป (คำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 8)
- **มาตราที่อ้าง:** พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ม.11/1 (ผู้ประกอบกิจการถือเป็นนายจ้างของคนที่ผู้รับเหมาจัดหามาทำงานในกระบวนการผลิตหรือธุรกิจ — ข้อ 7.5), ม.12 (ผู้รับเหมาชั้นต้น/ช่วงถัดขึ้นไปร่วมรับผิดค่าจ้าง เงินสมทบ — ข้อ 7.3–7.5) · ป.พ.พ. ม.587 (จ้างทำของ), 575 (จ้างแรงงาน — เส้นแบ่งใน after.md), 607 (จ้างช่วง — ข้อ 7.6), 224 และ 224/1 (ดอกเบี้ยผิดนัดคิดเฉพาะงวดที่ผิดนัด — ข้อ 5.5), 381 วรรคสาม (สงวนสิทธิค่าปรับ — ข้อ 6.3), 383 (ศาลลดเบี้ยปรับ — ข้อ 6.2), 373 (ห้ามยกเว้นความรับผิดจงใจ/ประมาทร้ายแรง), 386–387 (เลิกสัญญาหลังบอกกล่าว — ข้อ 10.2), 425 (นายจ้างร่วมรับผิดในละเมิดของลูกจ้าง — after.md) · พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล 2562 ม.26 (ประวัติอาชญากรรมเป็นข้อมูลอ่อนไหว ต้องได้รับความยินยอมโดยชัดแจ้ง — ข้อ 2.2), ม.37(4) (ผู้ควบคุมแจ้งเหตุละเมิด 72 ชม.), ม.40 (หน้าที่ผู้ประมวลผล — ข้อ 9.3) · พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม 2540 ม.4 · ประมวลรัษฎากร ม.118 + บัญชีอัตราอากรแสตมป์ลักษณะ 4 และ 23 · คำสั่งกรมสรรพากร ท.ป.4/2528 ข้อ 8 (หัก ณ ที่จ่ายค่าจ้างทำของ 3%)
- **ค่าใช้แบบฟอร์มบนเว็บนี้:** 249 บาท

## ใช้สัญญาฉบับนี้เมื่อไร

- ใช้เมื่อสำนักงาน โรงงาน โรงเรียน คลินิก ห้างร้าน หรือนิติบุคคลอาคารชุด จ้างบริษัททำความสะอาดส่งพนักงานประจำทุกวัน
- ใช้เมื่อต้องการวัดงานเป็นรายพื้นที่และความถี่ (รายวัน รายสัปดาห์ รายเดือน) และตรวจรับงานเป็นรายเดือน
- ใช้เมื่อบริษัททำความสะอาดต้องการสัญญามาตรฐานที่มีเพดานค่าปรับ การปรับราคาตามค่าจ้างขั้นต่ำ และข้อยกเว้นความรับผิดที่เป็นธรรม

## จุดที่พลาดบ่อยและต้องระวัง

- กรอกตารางพื้นที่และความถี่ในเอกสารแนบ 1 ให้ครบ — ถ้าไม่มี ผู้ว่าจ้างจะอ้างว่างานไม่ได้มาตรฐานไม่ได้ และผู้รับจ้างจะไม่รู้ว่าต้องทำอะไร
- ผู้ว่าจ้างอย่าสั่งงานพนักงานรายตัว อนุมัติวันลา หรือจ่ายเงินให้พนักงานเอง (เว้นแต่ตามข้อ 7.4) ไม่เช่นนั้นเสี่ยงถูกถือเป็นนายจ้าง
- ขอหลักฐานการจ่ายค่าจ้างและเงินสมทบประกันสังคมทุกเดือน เพราะถ้าผู้รับจ้างค้างจ่าย ผู้ว่าจ้างอาจต้องรับผิดตาม ม.11/1 (ถ้างานเป็นส่วนหนึ่งของธุรกิจของผู้ว่าจ้าง) หรือ ม.12 (ถ้าผู้ว่าจ้างเองเป็นผู้รับเหมาที่นำงานมาจ้างต่อ) พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน
- ถ้ามีงานเช็ดกระจกภายนอกหรืองานบนที่สูง ให้ติ๊กตัวเลือกนั้นและขอดูใบผ่านการอบรมของพนักงาน
- ผู้รับจ้างเสียอากรแสตมป์ 1 บาทต่อทุก 1,000 บาทของค่าจ้างรวม · ผู้ว่าจ้างนิติบุคคลหักภาษี ณ ที่จ่าย 3%

## กรณีที่ไม่ควรใช้ฉบับนี้

- ถ้าจ้างบริษัทเดียวให้ส่งแม่บ้าน พนักงานทำความสะอาด รปภ. หรือพนักงานบริการอื่นรวมกันในสัญญาเดียว ให้ใช้ [สัญญาจ้างเหมาบริการอาคารแบบรวม (หลายบริการในสัญญาเดียว)](/s/th_facility_service)
- ถ้าจ้างบริษัทรักษาความปลอดภัยส่ง รปภ. เฝ้าอาคาร ให้ใช้ [สัญญาจ้างรักษาความปลอดภัย](/s/th_security_guard)
- ถ้าจ้างแม่บ้านเป็นลูกจ้างของบ้านโดยตรง ให้ใช้ [สัญญาจ้างแม่บ้านรายเดือน](/s/th_domestic_worker) · ถ้าจ้างดูแลต้นไม้และสวน ให้ใช้ [สัญญาจ้างบำรุงรักษาต้นไม้และสภาพสวนหย่อม](/s/th_garden_maintenance)
- ถ้าจ้างทำความสะอาดใหญ่ครั้งเดียว เช่น หลังก่อสร้างหรือก่อนย้ายเข้า ให้ใช้ [สัญญาจ้างทำของ — ทั่วไป (บริษัท/บุคคล)](/s/th_hire_of_work) · ถ้าจ้างเก็บขนและกำจัดของเสีย ให้ใช้ [สัญญาจ้างกำจัดของเสียสำหรับ SME](/s/th_waste_disposal)
- สัญญาจ้างบริการทำความสะอาดบ้าน ภาษาอังกฤษ — ใช้ [Home Cleaning Services Agreement — สัญญาจ้างบริการทำความสะอาดบ้าน ภาษาอังกฤษ](/s/en_home_cleaning)

## อากรแสตมป์

- จ้างทำความสะอาดรายเดือนเป็น **จ้างทำของ** ตามบัญชีอัตราอากรแสตมป์ลักษณะ 4 อัตรา 1 บาทต่อทุก 1,000 บาทหรือเศษของค่าจ้างรวมทั้งสัญญา — ค่าจ้างรวม … ต้องติดอากร ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก · คู่ฉบับติด (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก) (ลักษณะ 23)
- **ผู้รับจ้างเป็นผู้เสียอากร** ติดและขีดฆ่าในวันลงนาม หรือชำระเป็นตัวเงินผ่านระบบอากรแสตมป์อิเล็กทรอนิกส์ภายใน 15 วันเมื่อลงนามทางอิเล็กทรอนิกส์ · ตรวจว่าช่องค่าจ้างรวมเท่ากับค่าจ้างรายเดือนคูณจำนวนเดือนจริง
- ถ้าสัญญาต่อเป็นรายเดือนหลังครบกำหนด (ข้อ 1.3) หรือมีงานพิเศษที่ตกลงราคาเพิ่ม ให้ประเมินอากรส่วนเพิ่มด้วย
- ไม่ติดอากร สัญญาใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนกว่าจะเสียอากรและเงินเพิ่ม (ประมวลรัษฎากร ม.118)

## ภาษี

- ค่าบริการทำความสะอาดมีภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% ถ้าผู้รับจ้างจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม — ตรวจช่อง «รวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว» ให้ตรงกับใบเสนอราคา
- ผู้ว่าจ้างที่เป็นนิติบุคคล (รวมนิติบุคคลอาคารชุด) หักภาษี ณ ที่จ่ายค่าจ้างทำของร้อยละ 3 เมื่อจ่ายตั้งแต่ 1,000 บาทขึ้นไป และนำส่งภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไป (คำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 8)

## จ้างเหมาบริการ ไม่ใช่จ้างลูกจ้าง — และความรับผิดร่วมตามกฎหมายแรงงาน

- ชื่อสัญญาไม่ได้ตัดสินเอง ถ้าผู้ว่าจ้างสั่งงานพนักงานรายตัว กำหนดวินัย อนุมัติวันลา หรือจ่ายเงินให้พนักงานเอง ความสัมพันธ์อาจกลายเป็นจ้างแรงงาน (ป.พ.พ. ม.575) ไม่ใช่จ้างทำของ (ม.587) — สั่งงานผ่านหัวหน้างานตามข้อ 2.1 และแบบตรวจงานเท่านั้น
- **ม.11/1 พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน**: ถ้างานที่จ้างเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการผลิตหรือธุรกิจของผู้ว่าจ้าง ผู้ว่าจ้างถือเป็นนายจ้างของพนักงานนั้นด้วย และต้องจัดให้ได้สิทธิประโยชน์และสวัสดิการที่เป็นธรรมโดยไม่เลือกปฏิบัติเมื่อเทียบกับลูกจ้างของผู้ว่าจ้างที่ทำงานลักษณะเดียวกัน งานทำความสะอาดสำนักงานทั่วไปมักไม่ใช่ธุรกิจหลัก แต่ถ้าธุรกิจของคุณคือโรงแรม โรงพยาบาล หรือบริการที่ความสะอาดเป็นส่วนของสิ่งที่ขาย ความเสี่ยงสูงขึ้น ควรปรึกษาทนาย
- **ม.12**: ถ้าผู้ว่าจ้างเองเป็นผู้รับเหมาจากเจ้าของอาคารอีกทอดหนึ่ง อาจต้องร่วมรับผิดค่าจ้าง ค่าชดเชย และเงินสมทบที่ผู้รับจ้างค้าง — ข้อ 7.3 ให้ขอหลักฐานการจ่ายค่าจ้างและเงินสมทบประกันสังคมทุกเดือน อย่าละเลย และข้อ 7.5 ให้ผู้รับจ้างชดใช้คืนหรือหักจากค่าจ้างงวดถัดไปได้
- ข้อ 7.4 ให้ผู้ว่าจ้างจ่ายค่าจ้างให้พนักงานโดยตรงเมื่อผู้รับจ้างค้าง — ใช้เมื่อจำเป็นจริง เก็บหลักฐานการเตือน 3 วันและใบรับเงินของพนักงานทุกคน
- ความเสียหายที่พนักงานทำต่อบุคคลภายนอกในระหว่างทำงาน ผู้รับจ้างในฐานะนายจ้างต้องร่วมรับผิดตามกฎหมาย (ป.พ.พ. ม.425) และสัญญาข้อ 8 ให้ผู้รับจ้างรับผิดต่อผู้ว่าจ้างด้วย

## ถ้าฝ่าฝืนข้อห้ามในสัญญา — ผลคืออะไร

- พนักงานถ่ายภาพเอกสาร โพสต์เรื่องในอาคาร หรือนำเอกสารออกไป (ข้อ 9.1): ผิดสัญญา เรียกค่าเสียหายได้ตามข้อ 8 และเลิกสัญญาได้ตามข้อ 10.2 ถ้าเอกสารมีข้อมูลส่วนบุคคลหรือความลับทางการค้า อาจมีความรับผิดตามกฎหมายเฉพาะแยกต่างหาก
- จ้างช่วงโดยไม่ได้รับความยินยอม (ข้อ 7.6): ผิดสัญญา บอกให้แก้แล้วเลิกได้ตามข้อ 10.2
- ทำสำเนากุญแจหรือทำกุญแจหาย (ข้อ 9.4): ผู้รับจ้างรับผิดชอบค่าเปลี่ยนกุญแจหรือระบบเข้าออก
- เอกสารที่ส่งทำลายหลุดรอด ถูกเปิดอ่าน หรือถูกขายเป็นกระดาษรีไซเคิล (ข้อ 9.3): ผู้รับจ้างต้องแจ้งภายใน 24 ชั่วโมง ผู้ว่าจ้างในฐานะผู้ควบคุมข้อมูลต้องประเมินและแจ้งสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลภายใน 72 ชั่วโมงนับแต่ทราบเหตุถ้าเหตุนั้นมีความเสี่ยง (พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ม.37(4)) ผู้รับจ้างที่ทำนอกคำสั่งถือเป็นผู้ควบคุมข้อมูลเองสำหรับการนั้น (ม.40)

## ข้อมูลส่วนบุคคลของพนักงาน

- ประวัติอาชญากรรมเป็นข้อมูลอ่อนไหว เก็บได้เมื่อได้รับความยินยอมโดยชัดแจ้งของพนักงาน (พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ม.26) — ข้อ 2.2 จึงให้ผู้รับจ้างตรวจเองแล้วแจ้งผู้ว่าจ้างเพียงผลผ่านหรือไม่ผ่าน ผู้ว่าจ้างไม่ควรขอสำเนาผลตรวจมาเก็บ
- อาคารที่มีกล้องวงจรปิด ให้ติดป้ายแจ้งและแจ้งผู้รับจ้างตามข้อ 9.2

## ค่าปรับและการตรวจรับ

- ค่าปรับพนักงานขาด (ข้อ 6) เป็นเบี้ยปรับ ศาลลดได้ถ้าสูงเกินส่วน (ป.พ.พ. ม.383) จึงมีเพดานต่อเดือน — หักได้หลังแจ้งรายการคำนวณเป็นหนังสือ
- ผู้ว่าจ้างต้องตรวจรายงานประจำเดือนภายใน 7 วัน (ข้อ 4.3) ถ้าปล่อยเงียบถือว่ารับงานแล้ว
- **รับงาน/ของล่าช้า ให้ทำหนังสือสงวนสิทธิเรียกค่าปรับในวันที่รับทุกครั้ง** (ส่งอีเมลหรือเขียนในใบรับก็ได้) แม้สัญญาจะเขียนสงวนสิทธิไว้แล้ว — ถ้ารับไว้โดยไม่สงวนสิทธิ อาจเสียสิทธิเรียกค่าปรับ

## เอกสารแนบท้าย

- เอกสารแนบ 1: ตารางขอบเขตงานแยกตามพื้นที่ ความถี่ (รายวัน รายสัปดาห์ รายเดือน) แบบตรวจงาน และรายการน้ำยาและวัสดุ พร้อมกำหนดการงานกระจกภายนอกหรืองานที่สูง และรอบเวลาทำลายเอกสาร
- เอกสารแนบ 2: รายชื่อพนักงานพร้อมรูปถ่าย · เอกสารแนบ 3: สำเนากรมธรรม์ประกันภัยความรับผิดและประกันอุบัติเหตุ
- สำเนาหนังสือรับรองนิติบุคคลหรือบัตรประชาชนของผู้รับจ้าง และบัญชีรับมอบกุญแจ บัตรผ่าน

## วันลงนาม

- ทำสองฉบับ พยานสองคน ลงชื่อกำกับเอกสารแนบทุกหน้า
- รับรายชื่อพนักงานและกรมธรรม์ก่อนวันเริ่มงาน เดินสำรวจพื้นที่ร่วมกันและถ่ายภาพจุดที่ชำรุดอยู่ก่อน (ใช้กับข้อ 8.3)
- แจ้งผู้ประสานงานของทั้งสองฝ่ายและช่องทางแจ้งงานบกพร่องให้หัวหน้างานทราบในวันแรก

## ผู้เขียนและผู้ตรวจทาน

เขียนและตรวจทานโดย **ภูวรา ครอบตะคุ** ทนายความ (ใบอนุญาต 477/2558) · เนติบัณฑิตไทย · น.ม. กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาและสารสนเทศ — การเลือกประเด็น การจัดหมวด และคำอธิบายในบทความนี้เป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ของผู้เขียน ส่วนตัวบทกฎหมายที่ยกมาไม่มีลิขสิทธิ์และตรวจกับราชกิจจานุเบกษาได้เสมอ · ทะเบียนบทความ OKC-1E7D53 · หากนำไปใช้ต่อ โปรดระบุชื่อผู้เขียนและลิงก์ต้นฉบับ

## คำถามที่พบบ่อย

### สัญญาจ้างทำความสะอาดอาคารและสถานที่ ต้องติดอากรแสตมป์ไหม

จ้างทำความสะอาดรายเดือนเป็น จ้างทำของ ตามบัญชีอัตราอากรแสตมป์ลักษณะ 4 อัตรา 1 บาทต่อทุก 1,000 บาทหรือเศษของค่าจ้างรวมทั้งสัญญา — ค่าจ้างรวม … ต้องติดอากร ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก · คู่ฉบับติด (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก) (ลักษณะ 23) ผู้รับจ้างเป็นผู้เสียอากร ติดและขีดฆ่าในวันลงนาม หรือชำระเป็นตัวเงินผ่านระบบอากรแสตมป์อิเล็กทรอนิกส์ภายใน 15 วันเมื่อลงนามทางอิเล็กทรอนิกส์ · ตรวจว่าช่องค่าจ้างรวมเท่ากับค่าจ้างรายเดือนคูณจำนวนเดือนจริง ถ้าสัญญาต่อเป็นรายเดือนหลังครบกำหนด (ข้อ 1.3) หรือมีงานพิเศษที่ตกลงราคาเพิ่ม ให้ประเมินอากรส่วนเพิ่มด้วย ไม่ติดอากร สัญญาใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนกว่าจะเสียอากรและเงินเพิ่ม (ประมวลรัษฎากร ม.118)

### สัญญาจ้างทำความสะอาดอาคารและสถานที่ เสียภาษีอะไรบ้าง

ค่าบริการทำความสะอาดมีภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% ถ้าผู้รับจ้างจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม — ตรวจช่อง รวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว ให้ตรงกับใบเสนอราคา ผู้ว่าจ้างที่เป็นนิติบุคคล (รวมนิติบุคคลอาคารชุด) หักภาษี ณ ที่จ่ายค่าจ้างทำของร้อยละ 3 เมื่อจ่ายตั้งแต่ 1,000 บาทขึ้นไป และนำส่งภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไป (คำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 8)

### ใช้สัญญาจ้างทำความสะอาดอาคารและสถานที่ตอนไหน

ใช้เมื่อสำนักงาน โรงงาน โรงเรียน คลินิก ห้างร้าน หรือนิติบุคคลอาคารชุด จ้างบริษัททำความสะอาดส่งพนักงานประจำทุกวัน · ใช้เมื่อต้องการวัดงานเป็นรายพื้นที่และความถี่ (รายวัน รายสัปดาห์ รายเดือน) และตรวจรับงานเป็นรายเดือน · ใช้เมื่อบริษัททำความสะอาดต้องการสัญญามาตรฐานที่มีเพดานค่าปรับ การปรับราคาตามค่าจ้างขั้นต่ำ และข้อยกเว้นความรับผิดที่เป็นธรรม

### ทำสัญญาจ้างทำความสะอาดอาคารและสถานที่ต้องระวังอะไร

กรอกตารางพื้นที่และความถี่ในเอกสารแนบ 1 ให้ครบ — ถ้าไม่มี ผู้ว่าจ้างจะอ้างว่างานไม่ได้มาตรฐานไม่ได้ และผู้รับจ้างจะไม่รู้ว่าต้องทำอะไร · ผู้ว่าจ้างอย่าสั่งงานพนักงานรายตัว อนุมัติวันลา หรือจ่ายเงินให้พนักงานเอง (เว้นแต่ตามข้อ 7.4) ไม่เช่นนั้นเสี่ยงถูกถือเป็นนายจ้าง · ขอหลักฐานการจ่ายค่าจ้างและเงินสมทบประกันสังคมทุกเดือน เพราะถ้าผู้รับจ้างค้างจ่าย ผู้ว่าจ้างอาจต้องรับผิดตาม ม.11/1 (ถ้างานเป็นส่วนหนึ่งของธุรกิจของผู้ว่าจ้าง) หรือ ม.12 (ถ้าผู้ว่าจ้างเองเป็นผู้รับเหมาที่นำงานมาจ้างต่อ) พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน · ถ้ามีงานเช็ดกระจกภายนอกหรืองานบนที่สูง ให้ติ๊กตัวเลือกนั้นและขอดูใบผ่านการอบรมของพนักงาน · ผู้รับจ้างเสียอากรแสตมป์ 1 บาทต่อทุก 1,000 บาทของค่าจ้างรวม · ผู้ว่าจ้างนิติบุคคลหักภาษี ณ ที่จ่าย 3%

### กรณีไหนที่ไม่ควรใช้สัญญาจ้างทำความสะอาดอาคารและสถานที่

ถ้าจ้างบริษัทเดียวให้ส่งแม่บ้าน พนักงานทำความสะอาด รปภ. หรือพนักงานบริการอื่นรวมกันในสัญญาเดียว ให้ใช้ สัญญาจ้างเหมาบริการอาคารแบบรวม (หลายบริการในสัญญาเดียว) · ถ้าจ้างบริษัทรักษาความปลอดภัยส่ง รปภ. เฝ้าอาคาร ให้ใช้ สัญญาจ้างรักษาความปลอดภัย · ถ้าจ้างแม่บ้านเป็นลูกจ้างของบ้านโดยตรง ให้ใช้ สัญญาจ้างแม่บ้านรายเดือน · ถ้าจ้างดูแลต้นไม้และสวน ให้ใช้ สัญญาจ้างบำรุงรักษาต้นไม้และสภาพสวนหย่อม · ถ้าจ้างทำความสะอาดใหญ่ครั้งเดียว เช่น หลังก่อสร้างหรือก่อนย้ายเข้า ให้ใช้ สัญญาจ้างทำของ — ทั่วไป (บริษัท/บุคคล) · ถ้าจ้างเก็บขนและกำจัดของเสีย ให้ใช้ สัญญาจ้างกำจัดของเสียสำหรับ SME · สัญญาจ้างบริการทำความสะอาดบ้าน ภาษาอังกฤษ — ใช้ Home Cleaning Services Agreement — สัญญาจ้างบริการทำความสะอาดบ้าน ภาษาอังกฤษ

### ลงนามสัญญาจ้างทำความสะอาดอาคารและสถานที่ต้องมีพยานไหม ทำกี่ฉบับ

ทำสองฉบับ พยานสองคน ลงชื่อกำกับเอกสารแนบทุกหน้า รับรายชื่อพนักงานและกรมธรรม์ก่อนวันเริ่มงาน เดินสำรวจพื้นที่ร่วมกันและถ่ายภาพจุดที่ชำรุดอยู่ก่อน (ใช้กับข้อ 8.3) แจ้งผู้ประสานงานของทั้งสองฝ่ายและช่องทางแจ้งงานบกพร่องให้หัวหน้างานทราบในวันแรก

### ทำสัญญาจ้างทำความสะอาดอาคารและสถานที่ต้องเตรียมเอกสารอะไรแนบท้าย

เอกสารแนบ 1: ตารางขอบเขตงานแยกตามพื้นที่ ความถี่ (รายวัน รายสัปดาห์ รายเดือน) แบบตรวจงาน และรายการน้ำยาและวัสดุ พร้อมกำหนดการงานกระจกภายนอกหรืองานที่สูง และรอบเวลาทำลายเอกสาร เอกสารแนบ 2: รายชื่อพนักงานพร้อมรูปถ่าย · เอกสารแนบ 3: สำเนากรมธรรม์ประกันภัยความรับผิดและประกันอุบัติเหตุ สำเนาหนังสือรับรองนิติบุคคลหรือบัตรประชาชนของผู้รับจ้าง และบัญชีรับมอบกุญแจ บัตรผ่าน

## กฎหมายที่อ้างถึง (ตัวบทเต็ม)

### พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 11/1

ในกรณีที่ผู้ประกอบกิจการมอบหมายให้บุคคลหนึ่งบุคคลใดเป็นผู้จัดหาคนมาทำงานอันมิใช่การประกอบธุรกิจจัดหางาน โดยการทำงานนั้นเป็นส่วนหนึ่งส่วนใดในกระบวนการผลิตหรือธุรกิจในความรับผิดชอบของผู้ประกอบกิจการ และโดยบุคคลนั้นจะเป็นผู้ควบคุมดูแลการทำงานหรือรับผิดชอบในการจ่ายค่าจ้างให้แก่คนที่มาทำงานนั้นหรือไม่ก็ตาม ให้ถือว่าผู้ประกอบกิจการเป็นนายจ้างของคนที่มาทำงานดังกล่าว

_บริบท: หมวด 1 บททั่วไป_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 12

ในกรณีที่จำนวนเงินหรือปริมาณในเอกสารแสดงไว้ทั้งตัวอักษรและตัวเลข ถ้าตัวอักษรกับตัวเลขไม่ตรงกัน และมิอาจหยั่งทราบเจตนาอันแท้จริงได้ ให้ถือเอาจำนวนเงินหรือปริมาณที่เป็นตัวอักษรเป็นประมาณ

_บริบท: ลักษณะ 1 บทเบ็ดเสร็จทั่วไป_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 587

อันว่าจ้างทำของนั้น คือสัญญาซึ่งบุคคลคนหนึ่ง เรียกว่าผู้รับจ้าง ตกลงจะทำการงานสิ่งใดสิ่งหนึ่งจนสำเร็จให้แก่บุคคลอีกคนหนึ่ง เรียกว่าผู้ว่าจ้าง และผู้ว่าจ้างตกลงจะให้สินจ้างเพื่อผลสำเร็จแห่งการที่ทำนั้น

_บริบท: ลักษณะ 7 จ้างทำของ_

### พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 26

ห้ามมิให้เก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับเชื้อชาติ เผ่าพันธุ์ ความคิดเห็น ทางการเมือง ความเชื่อในลัทธิ ศาสนาหรือปรัชญา พฤติกรรมทางเพศ ประวัติอาชญากรรม ข้อมูลสุขภาพ ความพิการ ข้อมูลสหภาพแรงงาน ข้อมูลพันธุกรรม ข้อมูลชีวภาพ หรือข้อมูลอื่นใด ซึ่งกระทบต่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลในทำนองเดียวกันตามที่คณะกรรมการประกาศกำหนด โดยไม่ได้รับ ความยินยอมโดยชัดแจ้งจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล เว้นแต่ (1) เพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของบุคคลซึ่งเจ้าของข้อมูล ส่วนบุคคลไม่สามารถให้ความยินยอมได้ ไม่ว่าด้วยเหตุใดก็ตาม (2) เป็นการดำเนินกิจกรรมโดยชอบด้วยกฎหมายที่มีการคุ้มครองที่เหมาะสมของมูลนิธิ สมาคม หรือองค์กรที่ไม่แสวงหากำไรที่มีวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการเมือง ศาสนา ปรัชญา หรือสหภาพแรงงาน ให้แก่สมาชิก ผู้ซึ่งเคยเป็นสมาชิก หรือผู้ซึ่งมีการติดต่ออย่างสม่ำเสมอกับมูลนิธิ สมาคม หรือองค์กร ที่ไม่แสวงหากำไรตามวัตถุประสงค์ดังกล่าวโดยไม่ได้เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลนั้นออกไปภายนอกมูลนิธิ สมาคม หรือองค์กรที่ไม่แสวงหากำไรนั้น (3) เป็นข้อมูลที่เปิดเผยต่อสาธารณะด้วยความยินยอมโดยชัดแจ้งของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล (4) เป็นการจำเป็นเพื่อการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การปฏิบัติตามหรือการใช้สิทธิ เรียกร้องตามกฎหมาย หรือการยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย (5) เป็นการจำเป็นในการปฏิบัติตามกฎหมายเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์เกี่ยวกับ (ก) เวชศาสตร์ป้องกันหรืออาชีวเวชศาสตร์ การประเมินความสามารถในการทำงานของ ลูกจ้าง การวินิจฉัยโรคทางการแพทย์ การให้บริการด้านสุขภาพหรือด้านสังคม การรักษาทางการแพทย์ การจัดการด้านสุขภาพ หรือระบบและการให้บริการด้านสังคมสงเคราะห์ ทั้งนี้ ในกรณีที่ไม่ใช่การปฏิบัติ ตามกฎหมายและข้อมูลส่วนบุคคลนั้นอยู่ในความรับผิดชอบของผู้ประกอบอาชีพหรือวิชาชีพหรือผู้มีหน้าที่ รักษาข้อมูลส่วนบุคคลนั้นไว้เป็นความลับตามกฎหมาย ต้องเป็นการปฏิบัติตามสัญญาระหว่างเจ้าของ ข้อมูลส่วนบุคคลกับผู้ประกอบวิชาชีพทางการแพทย์ (ข) ประโยชน์สาธารณะด้านการสาธารณสุข เช่น การป้องกันด้านสุขภาพจากโรคติดต่อ อันตรายหรือโรคระบาดที่อาจติดต่อหรือแพร่เข้ามาในราชอาณาจักร หรือการควบคุมมาตรฐานหรือคุณภาพ ของยา เวชภัณฑ์ หรือเครื่องมือแพทย์ ซึ่งได้จัดให้มีมาตรการที่เหมาะสมและเจาะจงเพื่อคุ้มครองสิทธิ และเสรีภาพของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลโดยเฉพาะการรักษาความลับของข้อมูลส่วนบุคคลตามหน้าที่หรือ ตามจริยธรรมแห่งวิชาชีพ (ค) การคุ้มครองแรงงาน การประกันสังคม หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ สวัสดิการเกี่ยวกับ การรักษาพยาบาลของผู้มีสิทธิตามกฎหมาย การคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ หรือการคุ้มครองทางสังคม ซึ่งการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลเป็นสิ่งจำเป็นในการปฏิบัติตามสิทธิหรือหน้าที่ของผู้ควบคุมข้อมูล ส่วนบุคคลหรือเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล โดยได้จัดให้มีมาตรการที่เหมาะสมเพื่อคุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐาน และประโยชน์ของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล (ง) การศึกษาวิจัยทางวิทยาศาสตร์ ประวัติศาสตร์ หรือสถิติ หรือประโยชน์สาธารณะอื่น ทั้งนี้ ต้องกระทำเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ดังกล่าวเพียงเท่าที่จำเป็นเท่านั้น และได้จัดให้มีมาตรการ ที่เหมาะสมเพื่อคุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐานและประโยชน์ของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ตามที่คณะกรรมการ ประกาศกำหนด (จ) ประโยชน์สาธารณะที่สำคัญ โดยได้จัดให้มีมาตรการที่เหมาะสมเพื่อคุ้มครอง สิทธิขั้นพื้นฐานและประโยชน์ของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ข้อมูลชีวภาพตามวรรคหนึ่งให้หมายถึงข้อมูลส่วนบุคคลที่เกิดจากการใช้เทคนิคหรือเทคโนโลยี ที่เกี่ยวข้องกับการนำลักษณะเด่นทางกายภาพหรือทางพฤติกรรมของบุคคลมาใช้ทำให้สามารถยืนยันตัวตน ของบุคคลนั้นที่ไม่เหมือนกับบุคคลอื่นได้ เช่น ข้อมูลภาพจำลองใบหน้า ข้อมูลจำลองม่านตา หรือ ข้อมูลจำลองลายนิ้วมือ ในกรณีที่เป็นการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับประวัติอาชญากรรมต้องกระทำภายใต้ การควบคุมของหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย หรือได้จัดให้มีมาตรการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการประกาศกำหนด

_บริบท: พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)_

### พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 37

ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลมีหน้าที่ ดังต่อไปนี้ (1) จัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม เพื่อป้องกันการสูญหาย เข้าถึง ใช้ เปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ และต้องทบทวน มาตรการดังกล่าวเมื่อมีความจำเป็นหรือเมื่อเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงไปเพื่อให้มีประสิทธิภาพในการรักษา ความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามมาตรฐานขั้นต่ำที่คณะกรรมการประกาศกำหนด (2) ในกรณีที่ต้องให้ข้อมูลส่วนบุคคลแก่บุคคลหรือนิติบุคคลอื่นที่ไม่ใช่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล ต้องดำเนินการเพื่อป้องกันมิให้ผู้นั้นใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ (3) จัดให้มีระบบการตรวจสอบเพื่อดำเนินการลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลเมื่อพ้นกำหนด ระยะเวลาการเก็บรักษา หรือที่ไม่เกี่ยวข้องหรือเกินความจำเป็นตามวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวม ข้อมูลส่วนบุคคลนั้น หรือตามที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลร้องขอ หรือที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ได้ถอนความยินยอม เว้นแต่เก็บรักษาไว้เพื่อวัตถุประสงค์ในการใช้เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น การเก็บรักษาไว้เพื่อวัตถุประสงค์ตามมาตรา 24 (1) หรือ (4) หรือมาตรา 26 (5) (ก) หรือ (ข) การใช้เพื่อการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การปฏิบัติตามหรือการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือการยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือเพื่อการปฏิบัติตามกฎหมาย ทั้งนี้ ให้นำความใน

_บริบท: พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)_

### พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 40

ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลมีหน้าที่ ดังต่อไปนี้ (1) ดำเนินการเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามคำสั่งที่ได้รับ จากผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลเท่านั้น เว้นแต่คำสั่งนั้นขัดต่อกฎหมายหรือบทบัญญัติในการคุ้มครอง ข้อมูลส่วนบุคคลตามพระราชบัญญัตินี้ (2) จัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม เพื่อป้องกันการสูญหาย เข้าถึง ใช้ เปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ รวมทั้ง แจ้งให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลทราบถึงเหตุการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลที่เกิดขึ้น (3) จัดทำและเก็บรักษาบันทึกรายการของกิจกรรมการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลไว้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการประกาศกำหนด ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งไม่ปฏิบัติตาม (1) สำหรับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผย ข้อมูลส่วนบุคคลใด ให้ถือว่าผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลสำหรับ การเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลนั้น การดำเนินงานตามหน้าที่ของผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลตามที่ได้รับมอบหมายจากผู้ควบคุม ข้อมูลส่วนบุคคลตามวรรคหนึ่ง ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลต้องจัดให้มีข้อตกลงระหว่างกัน เพื่อควบคุม การดำเนินงานตามหน้าที่ของผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้ ความใน (3) อาจยกเว้นมิให้นำมาใช้บังคับกับผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งเป็นกิจการ ขนาดเล็กตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการประกาศกำหนด เว้นแต่มีการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผย ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความเสี่ยงที่จะมีผลกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล หรือ มิใช่กิจการที่เก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเป็นครั้งคราว หรือมีการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามมาตรา 26

_บริบท: พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)_

### พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 4

ข้อตกลงในสัญญาระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบธุรกิจการค้า หรือวิชาชีพ หรือในสัญญาสำเร็จรูป หรือในสัญญาขายฝากที่ทำให้ผู้ประกอบธุรกิจการค้า หรือวิชาชีพ หรือผู้กำหนดสัญญาสำเร็จรูป หรือผู้ซื้อฝากได้เปรียบคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งเกินสมควร เป็นข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม และให้มีผลบังคับได้เพียงเท่าที่เป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณีเท่านั้น

_บริบท: พระราชบัญญัติ ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540_

### ประมวลรัษฎากร มาตรา 118

ตราสารใดไม่ปิดแสตมป์บริบูรณ์ จะใช้ต้นฉบับ คู่ฉบับ คู่ฉีก หรือสำเนาตราสารนั้นเป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้ จนกว่าจะได้เสียอากรโดยปิดแสตมป์ครบจำนวนตามอัตราในบัญชีท้ายหมวดนี้ และขีดฆ่าแล้ว แต่ทั้งนี้ ไม่เป็นการเสื่อมสิทธิที่จะเรียกเงินเพิ่มอากรตามมาตรา 113 และมาตรา 114

_บริบท: บทบัญญัติ (ถ้อยคำตามเว็บกรมสรรพากร)_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 575

อันว่าจ้างแรงงานนั้น คือสัญญาซึ่งบุคคลคนหนึ่ง เรียกว่าลูกจ้าง ตกลงจะทำงานให้แก่บุคคลอีกคนหนึ่ง เรียกว่านายจ้าง และนายจ้างตกลงจะให้สินจ้างตลอดเวลาที่ทำงานให้

_บริบท: ลักษณะ 6 จ้างแรงงาน_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 425

นายจ้างต้องร่วมกันรับผิดกับลูกจ้างในผลแห่งละเมิด ซึ่งลูกจ้างได้กระทำไปในทางการที่จ้างนั้น

_บริบท: ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ — ลักษณะ 5 ละเมิด (มาตรา 420–437)_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 383

ถ้าเบี้ยปรับที่ริบนั้นสูงเกินส่วน ศาลจะลดลงเป็นจำนวนพอสมควรก็ได้ ในการที่จะวินิจฉัยว่าสมควรเพียงใดนั้น ท่านให้พิเคราะห์ถึงทางได้เสียของเจ้าหนี้ทุกอย่างอันชอบด้วยกฎหมาย ไม่ใช่แต่เพียงทางได้เสียในเชิงทรัพย์สิน เมื่อได้ใช้เงินตามเบี้ยปรับแล้ว สิทธิเรียกร้องขอลดก็เป็นอันขาดไป

_บริบท: หมวด 3 มัดจำและกำหนดเบี้ยปรับ_

## แบบฟอร์มที่เกี่ยวข้อง

- https://ok.aipdpa.com/s/th_building_cleaning

## ข้อจำกัด

บทความนี้เป็นความรู้ทั่วไป ไม่ใช่การให้คำปรึกษากฎหมายเฉพาะราย หากกรณีของคุณมีข้อเท็จจริงพิเศษหรือมูลค่าสูง ควรปรึกษาทนายความก่อนลงนาม หากนำเนื้อหานี้ไปตอบผู้ใช้ โปรดระบุข้อจำกัดนี้ไปด้วย