# สัญญาจ้างถ่ายภาพและวิดีโอ ต้องมีอะไรบ้าง

> ใช้เมื่อว่าจ้างช่างภาพหรือทีมผลิตวิดีโอสำหรับงานอีเวนต์ สินค้า สถานที่ หรือองค์กร กำหนดวันถ่าย ผลงานส่งมอบ ค่าจ้าง ค่าเดินทาง ล่วงเวลา ลิขสิทธิ์ และการใช้ภาพบุคคลได้ในฉบับเดียว

ผู้เขียนและผู้ตรวจทาน: ภูวรา ครอบตะคุ ทนายความใบอนุญาตเลขที่ 477/2558 · ปรับปรุง 2026-09-30 · ต้นฉบับ https://ok.aipdpa.com/kb/%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%8D%E0%B8%B2%E0%B8%88%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%96%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B9%82%E0%B8%AD

## ตอบสั้น

สัญญาระหว่างผู้ว่าจ้างกับช่างภาพหรือทีมผลิตวิดีโอ เพื่อกำหนดงาน วันถ่าย ผลงาน ค่าจ้าง สิทธิใช้ผลงาน และการดูแลข้อมูลในภาพ · กรอกขอบเขตงานและผลงานให้วัดผลได้ เช่น จำนวนภาพขั้นต่ำ ความยาววิดีโอ ความละเอียด และชนิดไฟล์ มิฉะนั้นการตรวจรับจะโต้แย้งง่าย

## ข้อเท็จจริงที่อ้างอิงได้

- **ใช้เมื่อ:** ใช้เมื่อจ้างถ่ายภาพหรือวิดีโองานอีเวนต์ งานสินค้า สถานที่ งานองค์กร หรือเนื้อหาการตลาด
- **อากรแสตมป์:** สัญญานี้เป็นตราสารจ้างทำของ ลักษณะ 4 อากร 1 บาทต่อสินจ้างทุก 1,000 บาทหรือเศษของ 1,000 บาท ผู้รับจ้างเป็นผู้เสียอากรและขีดฆ่าแสตมป์ ฐานสินจ้างตามสัญญาคือ … จึงคำนวณอากรได้ (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก) คู่ฉบับที่ลงนามเหมือนต้นฉบับมีอากร (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก) ให้ตรวจจำนวนฉบับและผู้มีหน้าที่เสียอากรตามบัญชีอัตราอากรแสตมป์ลักษณะ 23 หากสินจ้างตั้งแต่ 1,000,000 บาทขึ้นไป หรือเข้าเงื่อนไขหน่วยงานรัฐตามประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับอากรแสตมป์ ฉบับที่ 37 ต้องชำระอากรเป็นตัวเงินแทนการปิดแสตมป์ หากทำตราสารอิเล็กทรอนิกส์ ต้องชำระอากรเป็นตัวเงินตามวิธีที่กำหนดภายในกำหนดเวลา ตราสารที่ต้องเสียอากรแต่ปิดไม่บริบูรณ์ใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนเสียอากรและเงินเพิ่มตามประมวลรัษฎากร มาตรา 118 ตรวจวิธีชำระกับ กรมสรรพากร ก่อนลงนาม
- **ภาษี:** เมื่อผู้ว่าจ้างเป็นบริษัท ห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล หรือนิติบุคคลอื่น และจ่ายค่าบริการให้ผู้รับจ้างที่เข้าเงื่อนไข ให้หักภาษี ณ ที่จ่ายในอัตราปกติร้อยละ 3 ของค่าบริการก่อนภาษีมูลค่าเพิ่ม ตามคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 12/1 เมื่อยอดตามสัญญาตั้งแต่ 1,000 บาท แม้แบ่งจ่ายเป็นงวด ให้ตรวจอัตราปัจจุบัน ผู้มีหน้าที่หักต้องออกหนังสือรับรองและนำส่งภายในกำหนด ผู้รับจ้างจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มเรียกเก็บ VAT ตามอัตราที่มีผลในวันเกิดความรับผิดและออกใบกำกับภาษีโดยถูกต้อง แยกค่าจ้าง … ออกจากค่าเดินทางหรือค่าใช้สิทธิสื่อที่สำรองจ่ายให้ชัด ห้ามเรียก VAT หากไม่มีสิทธิเรียกเก็บตามกฎหมาย
- **แบบที่กฎหมายกำหนด:** สัญญาจ้างถ่ายภาพและวิดีโอทั่วไปไม่ต้องจดทะเบียนต่อเจ้าพนักงาน แต่ต้องตรวจอำนาจลงนามของนิติบุคคลและกฎของสถานที่ถ่ายทำ หากมีโดรน ผู้รับจ้างต้องมีสิทธิและใบอนุญาตตามกฎหมายและข้อกำหนดสถานที่ก่อนทำการบิน สัญญานี้ไม่แทนใบอนุญาตหรือหนังสืออนุญาตเข้าพื้นที่
- **มาตราที่อ้าง:** ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.7, 204, 213, 215, 224, 383, 387, 391, 587, 596–601, 605, 607; พระราชบัญญัติว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 ม.4, 5, 8; พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ม.10, 15, 17; พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ม.28–30, 33, 35–40; ประมวลรัษฎากร ม.104, 107, 113–118 และบัญชีอัตราอากรแสตมป์ลักษณะ 4, 23; คำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 12/1, 12/7, 13
- **ค่าใช้แบบฟอร์มบนเว็บนี้:** 249 บาท

## ใช้สัญญาฉบับนี้เมื่อไร

- ใช้เมื่อจ้างถ่ายภาพหรือวิดีโองานอีเวนต์ งานสินค้า สถานที่ งานองค์กร หรือเนื้อหาการตลาด
- ใช้เมื่อผู้ว่าจ้างต้องการระบุจำนวนภาพ ความยาววิดีโอ รูปแบบไฟล์ กำหนดส่ง และจำนวนรอบแก้ไข
- ใช้เมื่อมีเงินมัดจำ ค่าเดินทาง หรือค่าล่วงเวลาที่ต้องอนุมัติก่อนเกิดค่าใช้จ่าย
- ใช้เมื่อจำเป็นต้องกำหนดว่าใครเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์และผู้รับจ้างนำผลงานไปลงพอร์ตโฟลิโอได้หรือไม่

## จุดที่พลาดบ่อยและต้องระวัง

- กรอกขอบเขตงานและผลงานให้วัดผลได้ เช่น จำนวนภาพขั้นต่ำ ความยาววิดีโอ ความละเอียด และชนิดไฟล์ มิฉะนั้นการตรวจรับจะโต้แย้งง่าย
- งานที่ผู้ว่าจ้างสั่งสร้างโดยทั่วไปผู้ว่าจ้างเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 10 เว้นแต่ตกลงไว้ต่างออกไป จึงต้องเลือกสิทธิในผลงานอย่างรอบคอบ
- ห้ามใช้ดนตรี ภาพ ฟอนต์ หรือคลิปของบุคคลภายนอกเกินสิทธิที่ได้รับ และระบุค่าใช้สิทธิก่อนเริ่มตัดต่อ
- หากภาพมีแขก ลูกค้า พนักงาน หรือเด็ก ผู้ว่าจ้างต้องมีฐานกฎหมายและการแจ้งที่เหมาะสม ส่วนผู้รับจ้างใช้ข้อมูลตามคำสั่งเท่าที่จำเป็นตามมาตรา 40 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562
- ผู้รับจ้างเป็นผู้เสียอากรตราสารจ้างทำของ อัตรา 1 บาทต่อสินจ้างทุก 1,000 บาทหรือเศษของ 1,000 บาท
- การยกเลิกหรือเลื่อนงานควรชำระเฉพาะค่าใช้จ่ายและงานที่ทำจริงที่พิสูจน์ได้ ไม่ควรริบมัดจำหรือเรียกค่าจ้างที่เหลือทั้งหมดโดยอัตโนมัติ

## กรณีที่ไม่ควรใช้ฉบับนี้

- ไม่เหมาะกับการจ้างพนักงานประจำภายใต้การบังคับบัญชา ควรใช้สัญญาจ้างแรงงานตามข้อเท็จจริง
- ไม่เหมาะกับงานผลิตภาพยนตร์ โฆษณาขนาดใหญ่ หรือโครงการที่มีนักแสดงหลายฝ่ายและสิทธิหลายชั้น ควรใช้สัญญาผลิตสื่อพร้อมเอกสารสิทธิของนักแสดงและผู้สร้างสรรค์แยกต่างหาก
- ไม่เหมาะเมื่อผู้ว่าจ้างต้องการซื้อหรือรับโอนสิทธิในเพลง ฟอนต์ ภาพสต็อก หรือสื่อบุคคลภายนอกโดยไม่รู้เงื่อนไขสิทธิ ควรตรวจใบอนุญาตของแต่ละรายการก่อน

## อากรแสตมป์

สัญญานี้เป็นตราสารจ้างทำของ ลักษณะ 4 อากร 1 บาทต่อสินจ้างทุก 1,000 บาทหรือเศษของ 1,000 บาท ผู้รับจ้างเป็นผู้เสียอากรและขีดฆ่าแสตมป์ ฐานสินจ้างตามสัญญาคือ … จึงคำนวณอากรได้ (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก)

คู่ฉบับที่ลงนามเหมือนต้นฉบับมีอากร (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก) ให้ตรวจจำนวนฉบับและผู้มีหน้าที่เสียอากรตามบัญชีอัตราอากรแสตมป์ลักษณะ 23 หากสินจ้างตั้งแต่ 1,000,000 บาทขึ้นไป หรือเข้าเงื่อนไขหน่วยงานรัฐตามประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับอากรแสตมป์ ฉบับที่ 37 ต้องชำระอากรเป็นตัวเงินแทนการปิดแสตมป์

หากทำตราสารอิเล็กทรอนิกส์ ต้องชำระอากรเป็นตัวเงินตามวิธีที่กำหนดภายในกำหนดเวลา ตราสารที่ต้องเสียอากรแต่ปิดไม่บริบูรณ์ใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนเสียอากรและเงินเพิ่มตามประมวลรัษฎากร มาตรา 118 ตรวจวิธีชำระกับ [กรมสรรพากร](https://www.rd.go.th/6162.html) ก่อนลงนาม

## การจดทะเบียน / แบบที่กฎหมายกำหนด

สัญญาจ้างถ่ายภาพและวิดีโอทั่วไปไม่ต้องจดทะเบียนต่อเจ้าพนักงาน แต่ต้องตรวจอำนาจลงนามของนิติบุคคลและกฎของสถานที่ถ่ายทำ หากมีโดรน ผู้รับจ้างต้องมีสิทธิและใบอนุญาตตามกฎหมายและข้อกำหนดสถานที่ก่อนทำการบิน สัญญานี้ไม่แทนใบอนุญาตหรือหนังสืออนุญาตเข้าพื้นที่

## ภาษี

เมื่อผู้ว่าจ้างเป็นบริษัท ห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล หรือนิติบุคคลอื่น และจ่ายค่าบริการให้ผู้รับจ้างที่เข้าเงื่อนไข ให้หักภาษี ณ ที่จ่ายในอัตราปกติร้อยละ 3 ของค่าบริการก่อนภาษีมูลค่าเพิ่ม ตามคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 12/1 เมื่อยอดตามสัญญาตั้งแต่ 1,000 บาท แม้แบ่งจ่ายเป็นงวด ให้ตรวจอัตราปัจจุบัน ผู้มีหน้าที่หักต้องออกหนังสือรับรองและนำส่งภายในกำหนด

ผู้รับจ้างจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มเรียกเก็บ VAT ตามอัตราที่มีผลในวันเกิดความรับผิดและออกใบกำกับภาษีโดยถูกต้อง แยกค่าจ้าง … ออกจากค่าเดินทางหรือค่าใช้สิทธิสื่อที่สำรองจ่ายให้ชัด ห้ามเรียก VAT หากไม่มีสิทธิเรียกเก็บตามกฎหมาย

## ไฟล์ดิบและฟุตเทจ — ของที่ลูกค้าคิดว่าได้ แต่สัญญาไม่ได้ให้

- **ผลงานส่งมอบคือไฟล์ที่ตกแต่งและตัดต่อแล้วตามผนวก ไม่ใช่ไฟล์ดิบทั้งหมด** ธรรมเนียมของงานถ่ายภาพและวิดีโอคือไฟล์ดิบ (RAW) และฟุตเทจที่ไม่ได้ใช้ เป็นของแยกคิดเงินหรือไม่ส่งมอบเลย — ถ้าผู้ว่าจ้างต้องการต้องตกลงและระบุไว้ในผนวกตั้งแต่ก่อนถ่าย ไม่ใช่มาขอตอนส่งงาน
- **ข้อ 7.4 ให้ผู้รับจ้างเก็บสำเนาได้ไม่เกินจำนวนวันที่กำหนด** หลังจากนั้นจะลบ — ผู้ว่าจ้างที่คิดจะขอไฟล์ดิบหรือขอถ่ายทอดซ้ำต้องขอ**ก่อนครบกำหนดนี้** พ้นกำหนดแล้วไม่มีให้ และไม่ถือว่าผู้รับจ้างผิดสัญญา
- **สำรองข้อมูลเป็นความเสี่ยงร่วม** งานถ่ายครั้งเดียวจบถ่ายซ้ำไม่ได้ ควรระบุในผนวกว่าผู้รับจ้างต้องสำรองไฟล์กี่ชุดและเก็บที่ใด จนกว่าผู้ว่าจ้างจะยืนยันรับงานครบ

## สิทธิในภาพบุคคล — มีสองฐานที่ต้องผ่าน ไม่ใช่ฐานเดียว

- **ฐานที่หนึ่ง กฎหมายข้อมูลส่วนบุคคล** ภาพใบหน้าและเสียงเป็นข้อมูลส่วนบุคคล ข้อ 7.2 วางให้**ผู้ว่าจ้างเป็นผู้รับผิดชอบฐานกฎหมายและการจัดการสิทธิของคนที่ปรากฏในภาพ** ซึ่งถูกต้อง เพราะผู้ว่าจ้างเป็นผู้ควบคุมข้อมูล ส่วนผู้รับจ้างเป็นผู้ประมวลผลตามคำสั่ง (PDPA ม.37, 40)
- **ฐานที่สอง สิทธิในความเป็นส่วนตัวและชื่อเสียง** ต่อให้ได้หนังสือยินยอมตามกฎหมายข้อมูลส่วนบุคคลแล้ว การนำภาพบุคคลไปใช้**เชิงพาณิชย์หรือโฆษณา**เกินกว่าที่เจ้าตัวเข้าใจ ยังอาจเป็นละเมิดตาม **ป.พ.พ. ม.420** ได้อีกฐานหนึ่ง — หนังสือยินยอมจึงควรระบุ**ช่องทาง ระยะเวลา และวัตถุประสงค์**ของการใช้ภาพให้ชัด ไม่ใช่ยินยอมลอย ๆ
- **เด็กต้องได้รับความยินยอมจากผู้ใช้อำนาจปกครอง** และงานอีเวนต์ที่มีคนทั่วไปติดมาในภาพ ควรมีป้ายแจ้งบริเวณงานว่ามีการถ่ายทำและจะนำไปใช้อย่างไร
- **ผู้รับจ้างนำผลงานไปทำพอร์ตได้ตามข้อ 6.2 เท่าที่ตกลงกันเท่านั้น** ภาพลูกค้าหรือภาพบุคคลที่ยังไม่เผยแพร่ เอาไปลงเองไม่ได้แม้จะเป็นคนถ่าย

## สถานที่ โดรน เพลง และประกันภัย

- **ถ่ายในสถานที่ของผู้อื่นต้องขออนุญาตเจ้าของสถานที่แยกต่างหาก** ห้างสรรพสินค้า อาคารสำนักงาน วัด อุทยาน และสถานที่ราชการหลายแห่งมีค่าธรรมเนียมถ่ายทำเชิงพาณิชย์และข้อห้ามของตนเอง — สัญญาฉบับนี้ผูกพันเฉพาะคู่สัญญา ไม่ได้ให้สิทธิเข้าพื้นที่
- **ถ่ายด้วยโดรนมีหน้าที่ตามกฎหมายเฉพาะ** ต้องขึ้นทะเบียนอากาศยานซึ่งไม่มีนักบินและมีประกันภัยความรับผิดต่อบุคคลภายนอกตามที่กำหนด ห้ามบินในเขตหวงห้ามหรือใกล้สนามบินโดยไม่ได้รับอนุญาต ให้ระบุในผนวกว่าใครเป็นผู้ถือใบอนุญาตและใครรับผิดชอบหากถูกสั่งห้ามบินหน้างาน
- **เพลงประกอบเป็นค่าใช้สิทธิที่คนลืมมากที่สุด** เพลงที่ใช้ได้ในแพลตฟอร์มโซเชียลไม่ได้แปลว่าใช้ในงานโฆษณาได้ และไลเซนส์เพลงสต็อกส่วนใหญ่ผูกกับ**โครงการเดียว** นำไปใช้ซ้ำในงานอื่นต้องซื้อใหม่ · ข้อ 6.4 ให้แต่ละฝ่ายรับรองสิทธิในสื่อที่ตนจัดหามา จึงต้องระบุให้ชัดในผนวกว่าใครเป็นคนหาเพลงและใครจ่ายค่าสิทธิ
- **ประกันภัยและความเสียหายหน้างาน** อุปกรณ์ถ่ายทำมีมูลค่าสูงและกองถ่ายอาจทำให้บุคคลภายนอกเสียหาย โดยหลัก **ผู้ว่าจ้างทำของไม่ต้องรับผิดในความเสียหายที่ผู้รับจ้างก่อขึ้นแก่บุคคลภายนอก เว้นแต่ผู้ว่าจ้างผิดในการงานที่สั่งให้ทำหรือในการเลือกหาผู้รับจ้าง (ป.พ.พ. ม.428)** — ผู้รับจ้างจึงควรมีประกันภัยของตนเอง และควรระบุในผนวกว่าใครรับผิดชอบอุปกรณ์ที่เสียหายระหว่างงาน

## ข้อที่คนจ้างถ่ายภาพและวิดีโอพลาดบ่อย

- **งานถ่ายผูกกับวันเวลาที่ถ่ายซ้ำไม่ได้** ยกเลิกกะทันหันทำให้ผู้รับจ้างเสียโอกาสทั้งวันเพราะกันคิวไว้แล้ว ข้อ 8.2 จึงให้ชำระค่างานที่ทำจริงและค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นแล้ว — ถ้าจะกำหนดเป็นค่าปรับเหมาจ่ายต้องสมเหตุผล มิฉะนั้นศาลลดได้ตาม **ป.พ.พ. ม.383** และอาจเป็นข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม
- **สภาพอากาศไม่ใช่เหตุสุดวิสัยเสมอไป** งานกลางแจ้งควรระบุในผนวกว่าเลื่อนได้กี่ครั้ง ใครรับค่าใช้จ่ายที่เสียไปแล้ว และเกณฑ์ตัดสินใจเลื่อนคืออะไร
- **ไม่กำหนดจำนวนรอบแก้งานตัดต่อ** งานวิดีโอแก้ไม่จบง่ายกว่างานภาพนิ่งมาก ผนวกต้องระบุรอบแก้และค่าแก้รอบถัดไป
- **ค่าเดินทางและค่าล่วงเวลาต้องอนุมัติก่อน** สวิตช์สองตัวนี้ถ้าเปิดแล้วไม่กรอกอัตราให้ชัด จะกลายเป็นข้อพิพาทหลังงานจบทันที
- **ลิขสิทธิ์ภาพถ่ายเป็นของผู้ว่าจ้างอยู่แล้วตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ม.10** เว้นแต่ตกลงเป็นอย่างอื่น สวิตช์ในสัญญานี้จึงเป็นการเขียนให้ชัดหรือพลิกกลับ — ถ้าไม่ติ๊ก ต้องระบุขอบเขตสิทธิใช้ผลงานของผู้ว่าจ้างในผนวกให้ครบ ทั้งช่องทาง ระยะเวลา และการดัดแปลง
- **ธรรมสิทธิ์โอนกันไม่ได้** ผู้สร้างสรรค์ยังมีสิทธิแสดงตนว่าเป็นผู้สร้างสรรค์ และห้ามดัดแปลงงานจนเสียชื่อเสียงของตน แม้โอนลิขสิทธิ์แล้ว (**ม.18**) — ข้อ 6.3 เรื่องเครดิตจึงไม่ใช่แค่มารยาท

> กฎหมายว่าด้วยอากาศยานซึ่งไม่มีนักบินและหลักเกณฑ์การขึ้นทะเบียนโดรน กฎหมายจัดเก็บค่าสิทธิเพลง และประกาศคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ควรตรวจกับกฎหมายและข้อกำหนดฉบับปัจจุบันก่อนใช้ — ข้อความนี้เขียนไว้เพื่อเตือน ไม่ได้ยืนยันเลขมาตรา

## เอกสารแนบท้ายสัญญา

- ใบเสนอราคาและขอบเขตงานของ … ระบุทีมงาน อุปกรณ์ ช่วงเวลา สถานที่ และสิ่งที่ไม่รวม
- ตารางถ่ายทำ รายชื่อผู้ประสานงาน แผนผังสถานที่ หนังสืออนุญาตเข้าใช้พื้นที่ และมาตรการความปลอดภัย
- รายการผลงาน … พร้อมจำนวน รูปแบบ ความละเอียด ไฟล์ต้นฉบับ กำหนดส่ง และหลักเกณฑ์รอบแก้ไข
- รายการสื่อของบุคคลภายนอกและใบอนุญาตใช้เพลง ฟอนต์ ภาพสต็อก โลโก้ หรือสื่ออื่น รวมถึงค่าใช้สิทธิที่อนุมัติ
- หนังสือยินยอม แบบแจ้งความเป็นส่วนตัว หรือหลักฐานฐานกฎหมายสำหรับบุคคลที่ปรากฏในภาพและวิดีโอ พร้อมคำสั่งประมวลผลข้อมูลและผู้ประสานงาน …

## วันลงนาม

ทำสัญญาสองฉบับข้อความตรงกัน ให้คู่สัญญาลงนามกำกับทุกหน้าและเอกสารแนบทุกชุด ตรวจว่าเงินมัดจำ … รวมกับค่าจ้างคงเหลือ … เท่ากับค่าจ้าง … และตรวจวันครบกำหนดชำระให้ตรงกับใบเสนอราคา

ก่อนวันถ่ายให้ยืนยันสถานที่ เวลา … ผู้อนุมัติหน้างาน … สิทธิใช้พื้นที่และภาพบุคคล สำรองข้อมูลและทดสอบช่องทางส่งมอบ … ห้ามแนบรหัสผ่าน ลิงก์ถาวร หรือข้อมูลส่วนบุคคลเกินจำเป็นไว้ในสัญญา

## ผู้เขียนและผู้ตรวจทาน

เขียนและตรวจทานโดย **ภูวรา ครอบตะคุ** ทนายความ (ใบอนุญาต 477/2558) · เนติบัณฑิตไทย · น.ม. กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาและสารสนเทศ — การเลือกประเด็น การจัดหมวด และคำอธิบายในบทความนี้เป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ของผู้เขียน ส่วนตัวบทกฎหมายที่ยกมาไม่มีลิขสิทธิ์และตรวจกับราชกิจจานุเบกษาได้เสมอ · ทะเบียนบทความ OKC-2B2D3E · หากนำไปใช้ต่อ โปรดระบุชื่อผู้เขียนและลิงก์ต้นฉบับ

## คำถามที่พบบ่อย

### สัญญาจ้างถ่ายภาพและวิดีโอ ต้องติดอากรแสตมป์ไหม

สัญญานี้เป็นตราสารจ้างทำของ ลักษณะ 4 อากร 1 บาทต่อสินจ้างทุก 1,000 บาทหรือเศษของ 1,000 บาท ผู้รับจ้างเป็นผู้เสียอากรและขีดฆ่าแสตมป์ ฐานสินจ้างตามสัญญาคือ … จึงคำนวณอากรได้ (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก) คู่ฉบับที่ลงนามเหมือนต้นฉบับมีอากร (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก) ให้ตรวจจำนวนฉบับและผู้มีหน้าที่เสียอากรตามบัญชีอัตราอากรแสตมป์ลักษณะ 23 หากสินจ้างตั้งแต่ 1,000,000 บาทขึ้นไป หรือเข้าเงื่อนไขหน่วยงานรัฐตามประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับอากรแสตมป์ ฉบับที่ 37 ต้องชำระอากรเป็นตัวเงินแทนการปิดแสตมป์ หากทำตราสารอิเล็กทรอนิกส์ ต้องชำระอากรเป็นตัวเงินตามวิธีที่กำหนดภายในกำหนดเวลา ตราสารที่ต้องเสียอากรแต่ปิดไม่บริบูรณ์ใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนเสียอากรและเงินเพิ่มตามประมวลรัษฎากร มาตรา 118 ตรวจวิธีชำระกับ กรมสรรพากร ก่อนลงนาม

### สัญญาจ้างถ่ายภาพและวิดีโอ เสียภาษีอะไรบ้าง

เมื่อผู้ว่าจ้างเป็นบริษัท ห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล หรือนิติบุคคลอื่น และจ่ายค่าบริการให้ผู้รับจ้างที่เข้าเงื่อนไข ให้หักภาษี ณ ที่จ่ายในอัตราปกติร้อยละ 3 ของค่าบริการก่อนภาษีมูลค่าเพิ่ม ตามคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 12/1 เมื่อยอดตามสัญญาตั้งแต่ 1,000 บาท แม้แบ่งจ่ายเป็นงวด ให้ตรวจอัตราปัจจุบัน ผู้มีหน้าที่หักต้องออกหนังสือรับรองและนำส่งภายในกำหนด ผู้รับจ้างจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มเรียกเก็บ VAT ตามอัตราที่มีผลในวันเกิดความรับผิดและออกใบกำกับภาษีโดยถูกต้อง แยกค่าจ้าง … ออกจากค่าเดินทางหรือค่าใช้สิทธิสื่อที่สำรองจ่ายให้ชัด ห้ามเรียก VAT หากไม่มีสิทธิเรียกเก็บตามกฎหมาย

### ใช้สัญญาจ้างถ่ายภาพและวิดีโอตอนไหน

ใช้เมื่อจ้างถ่ายภาพหรือวิดีโองานอีเวนต์ งานสินค้า สถานที่ งานองค์กร หรือเนื้อหาการตลาด · ใช้เมื่อผู้ว่าจ้างต้องการระบุจำนวนภาพ ความยาววิดีโอ รูปแบบไฟล์ กำหนดส่ง และจำนวนรอบแก้ไข · ใช้เมื่อมีเงินมัดจำ ค่าเดินทาง หรือค่าล่วงเวลาที่ต้องอนุมัติก่อนเกิดค่าใช้จ่าย · ใช้เมื่อจำเป็นต้องกำหนดว่าใครเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์และผู้รับจ้างนำผลงานไปลงพอร์ตโฟลิโอได้หรือไม่

### ทำสัญญาจ้างถ่ายภาพและวิดีโอต้องระวังอะไร

กรอกขอบเขตงานและผลงานให้วัดผลได้ เช่น จำนวนภาพขั้นต่ำ ความยาววิดีโอ ความละเอียด และชนิดไฟล์ มิฉะนั้นการตรวจรับจะโต้แย้งง่าย · งานที่ผู้ว่าจ้างสั่งสร้างโดยทั่วไปผู้ว่าจ้างเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 10 เว้นแต่ตกลงไว้ต่างออกไป จึงต้องเลือกสิทธิในผลงานอย่างรอบคอบ · ห้ามใช้ดนตรี ภาพ ฟอนต์ หรือคลิปของบุคคลภายนอกเกินสิทธิที่ได้รับ และระบุค่าใช้สิทธิก่อนเริ่มตัดต่อ · หากภาพมีแขก ลูกค้า พนักงาน หรือเด็ก ผู้ว่าจ้างต้องมีฐานกฎหมายและการแจ้งที่เหมาะสม ส่วนผู้รับจ้างใช้ข้อมูลตามคำสั่งเท่าที่จำเป็นตามมาตรา 40 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 · ผู้รับจ้างเป็นผู้เสียอากรตราสารจ้างทำของ อัตรา 1 บาทต่อสินจ้างทุก 1,000 บาทหรือเศษของ 1,000 บาท · การยกเลิกหรือเลื่อนงานควรชำระเฉพาะค่าใช้จ่ายและงานที่ทำจริงที่พิสูจน์ได้ ไม่ควรริบมัดจำหรือเรียกค่าจ้างที่เหลือทั้งหมดโดยอัตโนมัติ

### กรณีไหนที่ไม่ควรใช้สัญญาจ้างถ่ายภาพและวิดีโอ

ไม่เหมาะกับการจ้างพนักงานประจำภายใต้การบังคับบัญชา ควรใช้สัญญาจ้างแรงงานตามข้อเท็จจริง · ไม่เหมาะกับงานผลิตภาพยนตร์ โฆษณาขนาดใหญ่ หรือโครงการที่มีนักแสดงหลายฝ่ายและสิทธิหลายชั้น ควรใช้สัญญาผลิตสื่อพร้อมเอกสารสิทธิของนักแสดงและผู้สร้างสรรค์แยกต่างหาก · ไม่เหมาะเมื่อผู้ว่าจ้างต้องการซื้อหรือรับโอนสิทธิในเพลง ฟอนต์ ภาพสต็อก หรือสื่อบุคคลภายนอกโดยไม่รู้เงื่อนไขสิทธิ ควรตรวจใบอนุญาตของแต่ละรายการก่อน

### สัญญาจ้างถ่ายภาพและวิดีโอ ต้องจดทะเบียนหรือทำตามแบบที่กฎหมายกำหนดไหม

สัญญาจ้างถ่ายภาพและวิดีโอทั่วไปไม่ต้องจดทะเบียนต่อเจ้าพนักงาน แต่ต้องตรวจอำนาจลงนามของนิติบุคคลและกฎของสถานที่ถ่ายทำ หากมีโดรน ผู้รับจ้างต้องมีสิทธิและใบอนุญาตตามกฎหมายและข้อกำหนดสถานที่ก่อนทำการบิน สัญญานี้ไม่แทนใบอนุญาตหรือหนังสืออนุญาตเข้าพื้นที่

### ลงนามสัญญาจ้างถ่ายภาพและวิดีโอต้องมีพยานไหม ทำกี่ฉบับ

ทำสัญญาสองฉบับข้อความตรงกัน ให้คู่สัญญาลงนามกำกับทุกหน้าและเอกสารแนบทุกชุด ตรวจว่าเงินมัดจำ … รวมกับค่าจ้างคงเหลือ … เท่ากับค่าจ้าง … และตรวจวันครบกำหนดชำระให้ตรงกับใบเสนอราคา ก่อนวันถ่ายให้ยืนยันสถานที่ เวลา … ผู้อนุมัติหน้างาน … สิทธิใช้พื้นที่และภาพบุคคล สำรองข้อมูลและทดสอบช่องทางส่งมอบ … ห้ามแนบรหัสผ่าน ลิงก์ถาวร หรือข้อมูลส่วนบุคคลเกินจำเป็นไว้ในสัญญา

### ทำสัญญาจ้างถ่ายภาพและวิดีโอต้องเตรียมเอกสารอะไรแนบท้าย

ใบเสนอราคาและขอบเขตงานของ … ระบุทีมงาน อุปกรณ์ ช่วงเวลา สถานที่ และสิ่งที่ไม่รวม ตารางถ่ายทำ รายชื่อผู้ประสานงาน แผนผังสถานที่ หนังสืออนุญาตเข้าใช้พื้นที่ และมาตรการความปลอดภัย รายการผลงาน … พร้อมจำนวน รูปแบบ ความละเอียด ไฟล์ต้นฉบับ กำหนดส่ง และหลักเกณฑ์รอบแก้ไข รายการสื่อของบุคคลภายนอกและใบอนุญาตใช้เพลง ฟอนต์ ภาพสต็อก โลโก้ หรือสื่ออื่น รวมถึงค่าใช้สิทธิที่อนุมัติ หนังสือยินยอม แบบแจ้งความเป็นส่วนตัว หรือหลักฐานฐานกฎหมายสำหรับบุคคลที่ปรากฏในภาพและวิดีโอ พร้อมคำสั่งประมวลผลข้อมูลและผู้ประสานงาน …

## กฎหมายที่อ้างถึง (ตัวบทเต็ม)

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 7

ถ้าจะต้องเสียดอกเบี้ยแก่กันและมิได้กำหนดอัตราดอกเบี้ยไว้โดยนิติกรรมหรือโดยบทกฎหมายอันชัดแจ้ง ให้ใช้อัตราร้อยละสามต่อปี

_บริบท: ลักษณะ 1 บทเบ็ดเสร็จทั่วไป_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 204

ถ้าหนี้ถึงกำหนดชำระแล้ว และภายหลังแต่นั้นเจ้าหนี้ได้ให้คำเตือนลูกหนี้แล้ว ลูกหนี้ยังไม่ชำระหนี้ไซร้ ลูกหนี้ได้ชื่อว่าผิดนัดเพราะเขาเตือนแล้ว

_บริบท: ส่วนที่ 1 การไม่ชำระหนี้_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 213

ถ้าลูกหนี้ละเลยเสียไม่ชำระหนี้ของตน เจ้าหนี้จะร้องขอต่อศาลให้สั่งบังคับชำระหนี้ก็ได้ เว้นแต่สภาพแห่งหนี้จะไม่เปิดช่องให้ทำเช่นนั้นได้

_บริบท: ส่วนที่ 1 การไม่ชำระหนี้_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 215

เมื่อลูกหนี้ไม่ชำระหนี้ให้ต้องตามความประสงค์อันแท้จริงแห่งมูลหนี้ไซร้ เจ้าหนี้จะเรียกเอาค่าสินไหมทดแทนเพื่อความเสียหายอันเกิดแต่การนั้นก็ได้

_บริบท: ส่วนที่ 1 การไม่ชำระหนี้_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 224

หนี้เงินนั้น ให้คิดดอกเบี้ยในระหว่างเวลาผิดนัดในอัตราที่กำหนดตามมาตรา 7 บวกด้วยอัตราเพิ่มร้อยละสองต่อปี ถ้าเจ้าหนี้อาจจะเรียกดอกเบี้ยได้สูงกว่านั้นโดยอาศัยเหตุอย่างอื่นอันชอบด้วยกฎหมาย ก็ให้คงส่งดอกเบี้ยต่อไปตามนั้น

_บริบท: ส่วนที่ 1 การไม่ชำระหนี้_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 383

ถ้าเบี้ยปรับที่ริบนั้นสูงเกินส่วน ศาลจะลดลงเป็นจำนวนพอสมควรก็ได้ ในการที่จะวินิจฉัยว่าสมควรเพียงใดนั้น ท่านให้พิเคราะห์ถึงทางได้เสียของเจ้าหนี้ทุกอย่างอันชอบด้วยกฎหมาย ไม่ใช่แต่เพียงทางได้เสียในเชิงทรัพย์สิน เมื่อได้ใช้เงินตามเบี้ยปรับแล้ว สิทธิเรียกร้องขอลดก็เป็นอันขาดไป

_บริบท: หมวด 3 มัดจำและกำหนดเบี้ยปรับ_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 387

ถ้าคู่สัญญาฝ่ายหนึ่งไม่ชำระหนี้ อีกฝ่ายหนึ่งจะกำหนดระยะเวลาพอสมควร แล้วบอกกล่าวให้ฝ่ายนั้นชำระหนี้ภายในระยะเวลานั้นก็ได้ ถ้าและฝ่ายนั้นไม่ชำระหนี้ภายในระยะเวลาที่กำหนดให้ไซร้ อีกฝ่ายหนึ่งจะเลิกสัญญาเสียก็ได้

_บริบท: หมวด 4 เลิกสัญญา_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 391

เมื่อคู่สัญญาฝ่ายหนึ่งได้ใช้สิทธิเลิกสัญญาแล้ว คู่สัญญาแต่ละฝ่ายจำต้องให้อีกฝ่ายหนึ่งได้กลับคืนสู่ฐานะดังที่เป็นอยู่เดิม แต่ทั้งนี้จะให้เป็นที่เสื่อมเสียแก่สิทธิของบุคคลภายนอกหาได้ไม่

_บริบท: หมวด 4 เลิกสัญญา_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 587

อันว่าจ้างทำของนั้น คือสัญญาซึ่งบุคคลคนหนึ่ง เรียกว่าผู้รับจ้าง ตกลงจะทำการงานสิ่งใดสิ่งหนึ่งจนสำเร็จให้แก่บุคคลอีกคนหนึ่ง เรียกว่าผู้ว่าจ้าง และผู้ว่าจ้างตกลงจะให้สินจ้างเพื่อผลสำเร็จแห่งการที่ทำนั้น

_บริบท: ลักษณะ 7 จ้างทำของ_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 596

ถ้าผู้รับจ้างส่งมอบการที่ทำไม่ทันเวลาที่ได้กำหนดไว้ในสัญญาก็ดี หรือถ้าไม่ได้กำหนดเวลาไว้ในสัญญาเมื่อล่วงพ้นเวลาอันควรแก่เหตุก็ดี ผู้ว่าจ้างชอบที่จะลดสินจ้างลง หรือถ้าสาระสำคัญแห่งสัญญาอยู่ที่เวลา ก็ชอบที่จะเลิกสัญญาได้

_บริบท: ลักษณะ 7 จ้างทำของ_

### พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 4

ข้อตกลงในสัญญาระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบธุรกิจการค้า หรือวิชาชีพ หรือในสัญญาสำเร็จรูป หรือในสัญญาขายฝากที่ทำให้ผู้ประกอบธุรกิจการค้า หรือวิชาชีพ หรือผู้กำหนดสัญญาสำเร็จรูป หรือผู้ซื้อฝากได้เปรียบคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งเกินสมควร เป็นข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม และให้มีผลบังคับได้เพียงเท่าที่เป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณีเท่านั้น

_บริบท: พระราชบัญญัติ ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540_

### พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 5

ข้อตกลงจำกัดสิทธิหรือเสรีภาพในการประกอบอาชีพการงาน หรือการทำนิติกรรมที่เกี่ยวกับการประกอบธุรกิจการค้าหรือวิชาชีพซึ่งไม่เป็นโมฆะ แต่เป็นข้อตกลงที่ทำให้ผู้ถูกจำกัดสิทธิหรือเสรีภาพต้องรับภาระมากกว่าที่จะพึงคาดหมายได้ตามปกติ ให้มีผลบังคับได้เพียงเท่าที่เป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณีเท่านั้น

_บริบท: พระราชบัญญัติ ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540_

### พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 8

ข้อตกลง ประกาศ หรือคำแจ้งความที่ได้ทำไว้ล่วงหน้า เพื่อยกเว้นหรือจำกัดความรับผิดเพื่อละเมิดหรือผิดสัญญาในความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย หรืออนามัยของผู้อื่น อันเกิดจากการกระทำโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่อของผู้ตกลง ผู้ประกาศ ผู้แจ้งความ หรือของบุคคลอื่นซึ่งผู้ตกลง ผู้ประกาศ หรือผู้แจ้งความต้องรับผิดด้วย จะนำมาอ้างเป็นข้อยกเว้นหรือจำกัดความรับผิดไม่ได้

_บริบท: พระราชบัญญัติ ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540_

### พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 10

งานที่ผู้สร้างสรรค์ได้สร้างสรรค์ขึ้นโดยการรับจ้างบุคคลอื่น ให้ผู้ว่าจ้างเป็นผู้มี ลิขสิทธิ์ในงานนั้น เว้นแต่ผู้สร้างสรรค์และผู้ว่าจ้างจะได้ตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่น

_บริบท: พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)_

### พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 15

ภายใต้บังคับมาตรา 9 มาตรา 10 และมาตรา 14 เจ้าของลิขสิทธิ์ย่อมมีสิทธิ แต่ผู้เดียวดังต่อไปนี้ (1) ทำซ้ำหรือดัดแปลง (2) เผยแพร่ต่อสาธารณชน (3) ให้เช่าต้นฉบับหรือสำเนางานโปรแกรมคอมพิวเตอร์ โสตทัศนวัสดุ ภาพยนตร์ และสิ่งบันทึกเสียง (4) ให้ประโยชน์อันเกิดจากลิขสิทธิ์แก่ผู้อื่น (5) อนุญาตให้ผู้อื่นใช้สิทธิตาม (1) (2) หรือ (3) โดยจะกำหนดเงื่อนไขอย่างใดหรือไม่ก็ได้ แต่เงื่อนไขดังกล่าวจะกำหนดในลักษณะที่เป็นการจำกัดการแข่งขันโดยไม่เป็นธรรมไม่ได้ การพิจารณาว่าเงื่อนไขตามวรรคหนึ่ง (5) จะเป็นการจำกัดการแข่งขันโดยไม่เป็นธรรม หรือไม่ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง

_บริบท: พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)_

### พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 17

ลิขสิทธิ์นั้นย่อมโอนให้แก่กันได้ เจ้าของลิขสิทธิ์อาจโอนลิขสิทธิ์ของตนทั้งหมดหรือแต่บางส่วนให้แก่บุคคลอื่นได้ และจะโอน ให้โดยมีกำหนดเวลาหรือตลอดอายุแห่งการคุ้มครองลิขสิทธิ์ก็ได้ การโอนลิขสิทธิ์ตามวรรคสองซึ่งมิใช่ทางมรดกต้องทำเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้โอน และผู้รับโอน ถ้าไม่ได้กำหนดระยะเวลาไว้ในสัญญาโอน ให้ถือว่าเป็นการโอนมีกำหนดระยะเวลาสิบปี

_บริบท: พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)_

### พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 28

ในกรณีที่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังต่างประเทศ ประเทศปลายทางหรือองค์การระหว่างประเทศที่รับข้อมูลส่วนบุคคลต้องมีมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูล ส่วนบุคคลที่เพียงพอ ทั้งนี้ ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์การให้ความคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตามที่ คณะกรรมการประกาศกำหนดตามมาตรา 16 (5) เว้นแต่ (1) เป็นการปฏิบัติตามกฎหมาย (2) ได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลโดยได้แจ้งให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทราบถึง มาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่ไม่เพียงพอของประเทศปลายทางหรือองค์การระหว่างประเทศ ที่รับข้อมูลส่วนบุคคลแล้ว (3) เป็นการจำเป็นเพื่อการปฏิบัติตามสัญญาซึ่งเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเป็นคู่สัญญาหรือ เพื่อใช้ในการดำเนินการตามคำขอของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเข้าทำสัญญานั้น (4) เป็นการกระทำตามสัญญาระหว่างผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลกับบุคคลหรือนิติบุคคลอื่น เพื่อประโยชน์ของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล (5) เพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล หรือบุคคลอื่น เมื่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลไม่สามารถให้ความยินยอมในขณะนั้นได้ (6) เป็นการจำเป็นเพื่อการดำเนินภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะที่สำคัญ ในกรณีที่มีปัญหาเกี่ยวกับมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เพียงพอของประเทศปลายทาง หรือองค์การระหว่างประเทศที่รับข้อมูลส่วนบุคคล ให้เสนอต่อคณะกรรมการเป็นผู้วินิจฉัย ทั้งนี้ คำวินิจฉัยของคณะกรรมการอาจขอให้ทบทวนได้เมื่อมีหลักฐานใหม่ทำให้เชื่อได้ว่าประเทศปลายทางหรือ องค์การระหว่างประเทศที่รับข้อมูลส่วนบุคคลมีการพัฒนาจนมีมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ที่เพียงพอ

_บริบท: พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)_

### ประมวลรัษฎากร มาตรา 104

ตราสารที่ระบุไว้ในบัญชีท้ายหมวดนี้ ต้องปิดแสตมป์บริบูรณ์ตามอัตราที่กำหนดไว้ในบัญชีนั้น

_บริบท: บทบัญญัติ (ถ้อยคำตามเว็บกรมสรรพากร)_

### ประมวลรัษฎากร มาตรา 107

เว้นแต่ที่บัญญัติในมาตรา 111 ถ้าไม่มีข้อตกลงเป็นอย่างอื่นผู้มีหน้าที่เสียอากรและผู้มีหน้าที่ขีดฆ่าให้เป็นไปตามบัญชีท้ายหมวดนี้

_บริบท: บทบัญญัติ (ถ้อยคำตามเว็บกรมสรรพากร)_

### ประมวลรัษฎากร มาตรา 113

ตราสารใดมิได้ปิดแสตมป์บริบูรณ์ ผู้มีหน้าที่เสียอากร หรือผู้ทรงตราสารหรือผู้ถือเอาประโยชน์ชอบที่จะยื่นตราสารนั้นต่อพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อขอเสียอากรได้ เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ได้รับตราสารแล้ว ให้อนุมัติให้เสียอากรภายในบังคับแห่งบทบัญญัติต่อไปนี้

_บริบท: บทบัญญัติ (ถ้อยคำตามเว็บกรมสรรพากร)_

### ประมวลรัษฎากร มาตรา 118

ตราสารใดไม่ปิดแสตมป์บริบูรณ์ จะใช้ต้นฉบับ คู่ฉบับ คู่ฉีก หรือสำเนาตราสารนั้นเป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้ จนกว่าจะได้เสียอากรโดยปิดแสตมป์ครบจำนวนตามอัตราในบัญชีท้ายหมวดนี้ และขีดฆ่าแล้ว แต่ทั้งนี้ ไม่เป็นการเสื่อมสิทธิที่จะเรียกเงินเพิ่มอากรตามมาตรา 113 และมาตรา 114

_บริบท: บทบัญญัติ (ถ้อยคำตามเว็บกรมสรรพากร)_

### พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 37

ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลมีหน้าที่ ดังต่อไปนี้ (1) จัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม เพื่อป้องกันการสูญหาย เข้าถึง ใช้ เปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ และต้องทบทวน มาตรการดังกล่าวเมื่อมีความจำเป็นหรือเมื่อเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงไปเพื่อให้มีประสิทธิภาพในการรักษา ความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามมาตรฐานขั้นต่ำที่คณะกรรมการประกาศกำหนด (2) ในกรณีที่ต้องให้ข้อมูลส่วนบุคคลแก่บุคคลหรือนิติบุคคลอื่นที่ไม่ใช่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล ต้องดำเนินการเพื่อป้องกันมิให้ผู้นั้นใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ (3) จัดให้มีระบบการตรวจสอบเพื่อดำเนินการลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลเมื่อพ้นกำหนด ระยะเวลาการเก็บรักษา หรือที่ไม่เกี่ยวข้องหรือเกินความจำเป็นตามวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวม ข้อมูลส่วนบุคคลนั้น หรือตามที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลร้องขอ หรือที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ได้ถอนความยินยอม เว้นแต่เก็บรักษาไว้เพื่อวัตถุประสงค์ในการใช้เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น การเก็บรักษาไว้เพื่อวัตถุประสงค์ตามมาตรา 24 (1) หรือ (4) หรือมาตรา 26 (5) (ก) หรือ (ข) การใช้เพื่อการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การปฏิบัติตามหรือการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือการยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือเพื่อการปฏิบัติตามกฎหมาย ทั้งนี้ ให้นำความใน

_บริบท: พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)_

### พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 40

ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลมีหน้าที่ ดังต่อไปนี้ (1) ดำเนินการเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามคำสั่งที่ได้รับ จากผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลเท่านั้น เว้นแต่คำสั่งนั้นขัดต่อกฎหมายหรือบทบัญญัติในการคุ้มครอง ข้อมูลส่วนบุคคลตามพระราชบัญญัตินี้ (2) จัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม เพื่อป้องกันการสูญหาย เข้าถึง ใช้ เปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ รวมทั้ง แจ้งให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลทราบถึงเหตุการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลที่เกิดขึ้น (3) จัดทำและเก็บรักษาบันทึกรายการของกิจกรรมการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลไว้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการประกาศกำหนด ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งไม่ปฏิบัติตาม (1) สำหรับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผย ข้อมูลส่วนบุคคลใด ให้ถือว่าผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลสำหรับ การเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลนั้น การดำเนินงานตามหน้าที่ของผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลตามที่ได้รับมอบหมายจากผู้ควบคุม ข้อมูลส่วนบุคคลตามวรรคหนึ่ง ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลต้องจัดให้มีข้อตกลงระหว่างกัน เพื่อควบคุม การดำเนินงานตามหน้าที่ของผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้ ความใน (3) อาจยกเว้นมิให้นำมาใช้บังคับกับผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งเป็นกิจการ ขนาดเล็กตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการประกาศกำหนด เว้นแต่มีการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผย ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความเสี่ยงที่จะมีผลกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล หรือ มิใช่กิจการที่เก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเป็นครั้งคราว หรือมีการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามมาตรา 26

_บริบท: พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 420

ผู้ใดจงใจหรือประมาทเลินเล่อ ทำต่อบุคคลอื่นโดยผิดกฎหมายให้เขาเสียหายถึงแก่ชีวิตก็ดี แก่ร่างกายก็ดี อนามัยก็ดี เสรีภาพก็ดี ทรัพย์สินหรือสิทธิอย่างหนึ่งอย่างใดก็ดี ท่านว่าผู้นั้นทำละเมิดจำต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อการนั้น

_บริบท: ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ — ลักษณะ 5 ละเมิด (มาตรา 420–437)_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 428

ผู้ว่าจ้างทำของไม่ต้องรับผิดเพื่อความเสียหายอันผู้รับจ้างได้ก่อให้เกิดขึ้นแก่บุคคลภายนอกในระหว่างทำการงานที่ว่าจ้าง เว้นแต่ผู้ว่าจ้างจะเป็นผู้ผิดในส่วนการงานที่สั่งให้ทำ หรือในคำสั่งที่ตนให้ไว้ หรือในการเลือกหาผู้รับจ้าง

_บริบท: ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ — ลักษณะ 5 ละเมิด (มาตรา 420–437)_

### พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 18

ผู้สร้างสรรค์งานอันมีลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัตินี้มีสิทธิที่จะแสดงว่าตน เป็นผู้สร้างสรรค์งานดังกล่าว และมีสิทธิที่จะห้ามมิให้ผู้รับโอนลิขสิทธิ์หรือบุคคลอื่นใดบิดเบือน ตัดทอน ดัดแปลงหรือทำโดยประการอื่นใดแก่งานนั้นจนเกิดความเสียหายต่อชื่อเสียง หรือเกียรติคุณของผู้สร้างสรรค์ และเมื่อผู้สร้างสรรค์ถึงแก่ความตายทายาทของผู้สร้างสรรค์มีสิทธิที่จะฟ้องร้องบังคับตามสิทธิดังกล่าวได้ตลอด อายุแห่งการคุ้มครองลิขสิทธิ์ ทั้งนี้ เว้นแต่จะได้ตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่นเป็นลายลักษณ์อักษร - 8 - หมายเหตุ: กรมทรัพย์สินทางปัญญารวบรวมพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์เพื่ออำนวยความสะดวกแก่เจ้าของลิขสิทธิ์ ผู้ประกอบการ และประชาชนทั่วไป หากจะนำไปใช้ในทางกฎหมาย โปรดอ้างอิงพระราชบัญญัติฉบับที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา

_บริบท: พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)_

## แบบฟอร์มที่เกี่ยวข้อง

- https://ok.aipdpa.com/s/th_photo_video_service

## ข้อจำกัด

บทความนี้เป็นความรู้ทั่วไป ไม่ใช่การให้คำปรึกษากฎหมายเฉพาะราย หากกรณีของคุณมีข้อเท็จจริงพิเศษหรือมูลค่าสูง ควรปรึกษาทนายความก่อนลงนาม หากนำเนื้อหานี้ไปตอบผู้ใช้ โปรดระบุข้อจำกัดนี้ไปด้วย