ข้อตกลงเพิ่มเติมสำหรับลูกจ้างต่างด้าว (แนบท้ายสัญญาจ้าง) ต้องมีอะไรบ้าง
นายจ้างกับลูกจ้างต่างด้าวตกลงเรื่องใบอนุญาตทำงานและสิทธิที่เกี่ยวข้อง เพิ่มจากสัญญาจ้างหลัก · ห้ามยึดหนังสือเดินทางหรือใบอนุญาตทำงานของลูกจ้าง
| ใช้เมื่อ | ใช้เมื่อจ้างแรงงานต่างด้าวที่นำเข้าตาม MOU หรือขึ้นทะเบียน |
|---|---|
| อากรแสตมป์ | ข้อตกลงนี้ไม่ต้องปิดอากรแสตมป์ เป็นส่วนหนึ่งของสัญญาจ้างแรงงานซึ่งไม่ใช่ตราสารในบัญชีอัตราอากรแสตมป์ |
| ภาษี | ค่าจ้างของลูกจ้างต่างด้าวที่ทำงานในประเทศไทยเป็นเงินได้ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 40(1) นายจ้างต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายเช่นเดียวกับลูกจ้างไทย วิธีคำนวณให้ตรวจกับสำนักงานบัญชีหรือกรมสรรพากร |
| แบบที่กฎหมายกำหนด | ลูกจ้างต่างด้าวเป็นลูกจ้างเต็มสถานะ พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ใช้บังคับเท่ากับลูกจ้างไทย ทั้งค่าจ้างขั้นต่ำ เวลาทำงาน วันหยุด และค่าชดเชยตามมาตรา 118 ข้อ 1.1 ยืนยันไว้ ⚠️ ปัญหาหลักของการจ้างคนต่างด้าวคือใบอนุญาตของนายจ้าง การทำงานของคนต่างด้าวอยู่ในบังคับพระราชกำหนดการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ. 2560 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ซึ่งกำหนดเรื่องใบอนุญาตทำงาน การแจ้งการจ้างและการสิ้นสุดการจ้างภายในกำหนด งานที่ห้ามคนต่างด้าวทำ การห้ามนายจ้างยึดเอกสารประจำตัว และโทษปรับทั้งนายจ้างและลูกจ้าง สัญญานี้ไม่ระบุอัตราโทษ ระยะเวลาแจ้ง หรือรายการค่าธรรมเนียม เพราะต้องใช้ตามตัวบทและประกาศที่ใช้บังคับในปีที่ลงนาม ให้ตรวจกับกรมการจัดหางานหรือทนายของคุณก่อนจ้าง โดยเฉพาะ การทำงานนอกประเภทงานหรือนอกสถานที่ที่ได้รับอนุญาตเป็นความผิดทั้งนายจ้างและลูกจ้าง ข้อ 2.2 จึงผูกงานกับใบอนุญาต ช่องทางการเข้าทำงาน ได้แก่ นำเข้าตาม MOU ระหว่างรัฐ การขึ้นทะเบียนตามมติคณะรัฐมนตรี หรือใบอนุญาตทำงานทั่วไป มีเงื่อนไขต่างกัน ค่าใช้จ่ายใดเป็นภาระของนายจ้างและห้ามเรียกเก็บจากลูกจ้าง ข้อกำหนดเรื่องภาษาของสัญญาจ้างหรือคำแปล การขึ้นทะเบียนประกันสังคมของลูกจ้างต่างด้าวอยู่ใน พ.ร.บ.ประกันสังคม พ.ศ. 2533 ให้ตรวจขั้นตอนกับสำนักงานประกันสังคม |
| มาตราที่อ้าง | ป.พ.พ. ม.586; พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ม.76, 118; ประมวลรัษฎากร ม.40(1) |
| ค่าใช้แบบฟอร์มบนเว็บนี้ | 149 บาท |
ใช้สัญญาฉบับนี้เมื่อไร
- ใช้เมื่อจ้างแรงงานต่างด้าวที่นำเข้าตาม MOU หรือขึ้นทะเบียน
- ใช้เมื่อจ้างคนต่างด้าวที่ถือใบอนุญาตทำงานทั่วไป
- ใช้เมื่อนายจ้างจัดที่พักให้ลูกจ้างต่างด้าว
จุดที่พลาดบ่อยและต้องระวัง
- ห้ามยึดหนังสือเดินทางหรือใบอนุญาตทำงานของลูกจ้าง
- ให้ทำงานเฉพาะงานและสถานที่ตามใบอนุญาต
- ห้ามหักค่านายหน้าหรือค่านำเข้าจากค่าจ้าง
- ลูกจ้างต่างด้าวได้สิทธิตามกฎหมายแรงงานเท่าลูกจ้างไทย
กรณีที่ไม่ควรใช้ฉบับนี้
- ถ้ายังไม่มีสัญญาจ้างหลัก ให้ใช้ สัญญาว่าจ้างทำงาน (พนักงานประจำ) ก่อน
อากรแสตมป์
ข้อตกลงนี้ไม่ต้องปิดอากรแสตมป์ เป็นส่วนหนึ่งของสัญญาจ้างแรงงานซึ่งไม่ใช่ตราสารในบัญชีอัตราอากรแสตมป์
การจดทะเบียน / แบบที่กฎหมายกำหนด
ลูกจ้างต่างด้าวเป็นลูกจ้างเต็มสถานะ พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ใช้บังคับเท่ากับลูกจ้างไทย ทั้งค่าจ้างขั้นต่ำ เวลาทำงาน วันหยุด และค่าชดเชยตามมาตรา 118 ข้อ 1.1 ยืนยันไว้
⚠️ ปัญหาหลักของการจ้างคนต่างด้าวคือใบอนุญาตของนายจ้าง การทำงานของคนต่างด้าวอยู่ในบังคับพระราชกำหนดการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ. 2560 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ซึ่งกำหนดเรื่องใบอนุญาตทำงาน การแจ้งการจ้างและการสิ้นสุดการจ้างภายในกำหนด งานที่ห้ามคนต่างด้าวทำ การห้ามนายจ้างยึดเอกสารประจำตัว และโทษปรับทั้งนายจ้างและลูกจ้าง สัญญานี้ไม่ระบุอัตราโทษ ระยะเวลาแจ้ง หรือรายการค่าธรรมเนียม เพราะต้องใช้ตามตัวบทและประกาศที่ใช้บังคับในปีที่ลงนาม ให้ตรวจกับกรมการจัดหางานหรือทนายของคุณก่อนจ้าง โดยเฉพาะ
- การทำงานนอกประเภทงานหรือนอกสถานที่ที่ได้รับอนุญาตเป็นความผิดทั้งนายจ้างและลูกจ้าง ข้อ 2.2 จึงผูกงานกับใบอนุญาต
- ช่องทางการเข้าทำงาน ได้แก่ นำเข้าตาม MOU ระหว่างรัฐ การขึ้นทะเบียนตามมติคณะรัฐมนตรี หรือใบอนุญาตทำงานทั่วไป มีเงื่อนไขต่างกัน
- ค่าใช้จ่ายใดเป็นภาระของนายจ้างและห้ามเรียกเก็บจากลูกจ้าง
- ข้อกำหนดเรื่องภาษาของสัญญาจ้างหรือคำแปล
การขึ้นทะเบียนประกันสังคมของลูกจ้างต่างด้าวอยู่ใน พ.ร.บ.ประกันสังคม พ.ศ. 2533 ให้ตรวจขั้นตอนกับสำนักงานประกันสังคม
ภาษี
ค่าจ้างของลูกจ้างต่างด้าวที่ทำงานในประเทศไทยเป็นเงินได้ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 40(1) นายจ้างต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายเช่นเดียวกับลูกจ้างไทย วิธีคำนวณให้ตรวจกับสำนักงานบัญชีหรือกรมสรรพากร
ห้ามยึดเอกสารและห้ามหักเงินนอกกฎหมาย
ข้อ 3.1 ห้ามนายจ้างยึดหนังสือเดินทางหรือใบอนุญาตทำงาน ซึ่งเป็นวิธีที่ใช้บังคับให้ลูกจ้างทำงานต่อ และอาจเกี่ยวข้องกับความผิดร้ายแรงตามกฎหมายอื่น
นายจ้างหักค่าจ้างได้เฉพาะกรณีที่ พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน มาตรา 76 กำหนด ค่านายหน้าจัดหางานและค่าใช้จ่ายการนำเข้าไม่อยู่ในรายการนั้น ข้อ 4.2 จึงห้ามไว้ ค่าที่พักตามข้อ 4.3 ให้ชำระแยกหรือหักได้เฉพาะเมื่อลูกจ้างยินยอมตามที่กฎหมายอนุญาต
การเดินทางกลับ
ลูกจ้างที่นายจ้างจ้างมาจากต่างถิ่นโดยนายจ้างออกค่าเดินทางมา มีสิทธิได้ค่าเดินทางกลับเมื่อสัญญาสิ้นสุดโดยไม่ใช่เพราะการกระทำหรือความผิดของลูกจ้าง และลูกจ้างกลับไปยังถิ่นเดิมภายในเวลาอันสมควร ตาม ป.พ.พ. มาตรา 586 ข้อ 5.2 เขียนหลักนี้ไว้ ข้อ 5.3 ให้ถือว่าใบอนุญาตไม่ได้ต่ออายุโดยไม่ใช่ความผิดของลูกจ้างเป็นการเลิกจ้าง ซึ่งนายจ้างต้องจ่ายค่าชดเชยตามมาตรา 118
เอกสารแนบท้าย
- สำเนาสัญญาจ้างหลัก
- สำเนาใบอนุญาตทำงานและหนังสือเดินทาง
- คำแปลสัญญาในภาษาที่ลูกจ้างเข้าใจ
- หลักฐานการแจ้งการจ้างต่อหน่วยงาน
วันลงนาม
ทำสองฉบับข้อความตรงกัน มอบให้ลูกจ้างหนึ่งฉบับพร้อมคำแปล เก็บไว้กับสัญญาจ้างหลัก
ผู้เขียนและผู้ตรวจทาน
เขียนและตรวจทานโดย ภูวรา ครอบตะคุ ทนายความ (ใบอนุญาต 477/2558) · เนติบัณฑิตไทย · น.ม. กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาและสารสนเทศ — การเลือกประเด็น การจัดหมวด และคำอธิบายในบทความนี้เป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ของผู้เขียน ส่วนตัวบทกฎหมายที่ยกมาไม่มีลิขสิทธิ์และตรวจกับราชกิจจานุเบกษาได้เสมอ · ทะเบียนบทความ OKC-D983D6 · หากนำไปใช้ต่อ โปรดระบุชื่อผู้เขียนและลิงก์ต้นฉบับ
คำถามที่พบบ่อย
ข้อตกลงเพิ่มเติมสำหรับลูกจ้างต่างด้าว (แนบท้ายสัญญาจ้าง) ต้องติดอากรแสตมป์ไหม
ข้อตกลงนี้ไม่ต้องปิดอากรแสตมป์ เป็นส่วนหนึ่งของสัญญาจ้างแรงงานซึ่งไม่ใช่ตราสารในบัญชีอัตราอากรแสตมป์
ข้อตกลงเพิ่มเติมสำหรับลูกจ้างต่างด้าว (แนบท้ายสัญญาจ้าง) เสียภาษีอะไรบ้าง
ค่าจ้างของลูกจ้างต่างด้าวที่ทำงานในประเทศไทยเป็นเงินได้ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 40(1) นายจ้างต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายเช่นเดียวกับลูกจ้างไทย วิธีคำนวณให้ตรวจกับสำนักงานบัญชีหรือกรมสรรพากร
ใช้ข้อตกลงเพิ่มเติมสำหรับลูกจ้างต่างด้าว (แนบท้ายสัญญาจ้าง)ตอนไหน
ใช้เมื่อจ้างแรงงานต่างด้าวที่นำเข้าตาม MOU หรือขึ้นทะเบียน · ใช้เมื่อจ้างคนต่างด้าวที่ถือใบอนุญาตทำงานทั่วไป · ใช้เมื่อนายจ้างจัดที่พักให้ลูกจ้างต่างด้าว
ทำข้อตกลงเพิ่มเติมสำหรับลูกจ้างต่างด้าว (แนบท้ายสัญญาจ้าง)ต้องระวังอะไร
ห้ามยึดหนังสือเดินทางหรือใบอนุญาตทำงานของลูกจ้าง · ให้ทำงานเฉพาะงานและสถานที่ตามใบอนุญาต · ห้ามหักค่านายหน้าหรือค่านำเข้าจากค่าจ้าง · ลูกจ้างต่างด้าวได้สิทธิตามกฎหมายแรงงานเท่าลูกจ้างไทย
กรณีไหนที่ไม่ควรใช้ข้อตกลงเพิ่มเติมสำหรับลูกจ้างต่างด้าว (แนบท้ายสัญญาจ้าง)
ถ้ายังไม่มีสัญญาจ้างหลัก ให้ใช้ สัญญาว่าจ้างทำงาน (พนักงานประจำ) ก่อน
ข้อตกลงเพิ่มเติมสำหรับลูกจ้างต่างด้าว (แนบท้ายสัญญาจ้าง) ต้องจดทะเบียนหรือทำตามแบบที่กฎหมายกำหนดไหม
ลูกจ้างต่างด้าวเป็นลูกจ้างเต็มสถานะ พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ใช้บังคับเท่ากับลูกจ้างไทย ทั้งค่าจ้างขั้นต่ำ เวลาทำงาน วันหยุด และค่าชดเชยตามมาตรา 118 ข้อ 1.1 ยืนยันไว้ ⚠️ ปัญหาหลักของการจ้างคนต่างด้าวคือใบอนุญาตของนายจ้าง การทำงานของคนต่างด้าวอยู่ในบังคับพระราชกำหนดการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ. 2560 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ซึ่งกำหนดเรื่องใบอนุญาตทำงาน การแจ้งการจ้างและการสิ้นสุดการจ้างภายในกำหนด งานที่ห้ามคนต่างด้าวทำ การห้ามนายจ้างยึดเอกสารประจำตัว และโทษปรับทั้งนายจ้างและลูกจ้าง สัญญานี้ไม่ระบุอัตราโทษ ระยะเวลาแจ้ง หรือรายการค่าธรรมเนียม เพราะต้องใช้ตามตัวบทและประกาศที่ใช้บังคับในปีที่ลงนาม ให้ตรวจกับกรมการจัดหางานหรือทนายของคุณก่อนจ้าง โดยเฉพาะ การทำงานนอกประเภทงานหรือนอกสถานที่ที่ได้รับอนุญาตเป็นความผิดทั้งนายจ้างและลูกจ้าง ข้อ 2.2 จึงผูกงานกับใบอนุญาต ช่องทางการเข้าทำงาน ได้แก่ นำเข้าตาม MOU ระหว่างรัฐ การขึ้นทะเบียนตามมติคณะรัฐมนตรี หรือใบอนุญาตทำงานทั่วไป มีเงื่อนไขต่างกัน ค่าใช้จ่ายใดเป็นภาระของนายจ้างและห้ามเรียกเก็บจากลูกจ้าง ข้อกำหนดเรื่องภาษาของสัญญาจ้างหรือคำแปล การขึ้นทะเบียนประกันสังคมของลูกจ้างต่างด้าวอยู่ใน พ.ร.บ.ประกันสังคม พ.ศ. 2533 ให้ตรวจขั้นตอนกับสำนักงานประกันสังคม
ลงนามข้อตกลงเพิ่มเติมสำหรับลูกจ้างต่างด้าว (แนบท้ายสัญญาจ้าง)ต้องมีพยานไหม ทำกี่ฉบับ
ทำสองฉบับข้อความตรงกัน มอบให้ลูกจ้างหนึ่งฉบับพร้อมคำแปล เก็บไว้กับสัญญาจ้างหลัก
ทำข้อตกลงเพิ่มเติมสำหรับลูกจ้างต่างด้าว (แนบท้ายสัญญาจ้าง)ต้องเตรียมเอกสารอะไรแนบท้าย
สำเนาสัญญาจ้างหลัก สำเนาใบอนุญาตทำงานและหนังสือเดินทาง คำแปลสัญญาในภาษาที่ลูกจ้างเข้าใจ หลักฐานการแจ้งการจ้างต่อหน่วยงาน
กฎหมายที่อ้างถึงในบทความนี้
ถ้อยคำด้านล่างคัดจากตัวบท 4 มาตรา — ใช้อ้างอิงได้ แต่หากต้องใช้ในชั้นศาล ควรตรวจกับราชกิจจานุเบกษาฉบับทางการอีกครั้ง
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 586
ถ้าลูกจ้างเป็นผู้ซึ่งนายจ้างได้จ้างเอามาแต่ต่างถิ่นโดยนายจ้างออกเงินค่าเดินทางให้ไซร้ เมื่อการจ้างแรงงานสุดสิ้นลง และถ้ามิได้กำหนดกันไว้เป็นอย่างอื่นในสัญญาแล้ว ท่านว่านายจ้างจำต้องใช้เงินค่าเดินทางขากลับให้ แต่จะต้องเป็นดังต่อไปนี้ คือ (1) สัญญามิได้เลิกหรือระงับเพราะการกระทำหรือความผิดของลูกจ้าง และ (2) ลูกจ้างกลับไปยังถิ่นที่ได้จ้างเอามาภายในเวลาอันสมควร
ลักษณะ 6 จ้างแรงงาน
พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 76
ห้ามมิให้นายจ้างหักค่าจ้าง ค่าล่วงเวลา ค่าทำงานในวันหยุด และค่าล่วงเวลาในวันหยุด เว้นแต่เป็นการหักเพื่อ (1) ชำระภาษีเงินได้ตามจำนวนที่ลูกจ้างต้องจ่าย หรือชำระเงินอื่นตามที่มีกฎหมายบัญญัติไว้ (2) ชำระค่าบำรุงสหภาพแรงงานตามข้อบังคับของสหภาพแรงงาน (3) ชำระหนี้สินสหกรณ์ออมทรัพย์ หรือสหกรณ์อื่นที่มีลักษณะเดียวกันกับสหกรณ์ออมทรัพย์ หรือหนี้ที่เป็นไปเพื่อสวัสดิการที่เป็นประโยชน์ต่อลูกจ้างฝ่ายเดียว โดยได้รับความยินยอมล่วงหน้าจากลูกจ้าง (4) เป็นเงินประกันตามมาตรา 10 หรือชดใช้ค่าเสียหายให้แก่นายจ้าง ซึ่งลูกจ้างได้กระทำโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง โดยได้รับความยินยอมจากลูกจ้าง (5) เป็นเงินสะสมตามข้อตกลงเกี่ยวกับกองทุนเงินสะสม
พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 — การหักค่าจ้าง (มาตรา 76–77)
พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 118
ให้นายจ้างจ่ายค่าชดเชยให้แก่ลูกจ้างซึ่งเลิกจ้าง ดังต่อไปนี้ (1) ลูกจ้างซึ่งทำงานติดต่อกันครบหนึ่งร้อยยี่สิบวัน แต่ไม่ครบหนึ่งปี ให้จ่ายไม่น้อยกว่าค่าจ้างอัตราสุดท้ายสามสิบวัน หรือไม่น้อยกว่าค่าจ้างของการทำงานสามสิบวันสุดท้ายสำหรับลูกจ้างซึ่งได้รับค่าจ้างตามผลงานโดยคำนวณเป็นหน่วย (2) ลูกจ้างซึ่งทำงานติดต่อกันครบหนึ่งปี แต่ไม่ครบสามปี ให้จ่ายไม่น้อยกว่าค่าจ้างอัตราสุดท้ายเก้าสิบวัน หรือไม่น้อยกว่าค่าจ้างของการทำงานเก้าสิบวันสุดท้ายสำหรับลูกจ้างซึ่งได้รับค่าจ้างตามผลงานโดยคำนวณเป็นหน่วย (3) ลูกจ้างซึ่งทำงานติดต่อกันครบสามปี แต่ไม่ครบหกปี ให้จ่ายไม่น้อยกว่าค่าจ้างอัตราสุดท้ายหนึ่งร้อยแปดสิบวัน หรือไม่น้อยกว่าค่าจ้างของการทำงานหนึ่งร้อยแปดสิบวันสุดท้ายสำหรับลูกจ้างซึ่งได้รับค่าจ้างตามผลงานโดยคำนวณเป็นหน่วย (4) ลูกจ้างซึ่งทำงานติดต่อกันครบหกปี แต่ไม่ครบสิบปี ให้จ่ายไม่น้อยกว่าค่าจ้างอัตราสุดท้ายสองร้อยสี่สิบวัน หรือไม่น้อยกว่าค่าจ้างของการทำงานสองร้อยสี่สิบวันสุดท้ายสำหรับลูกจ้างซึ่งได้รับค่าจ้างตามผลงานโดยคำนวณเป็นหน่วย (5) ลูกจ้างซึ่งทำงานติดต่อกันครบสิบปี แต่ไม่ครบยี่สิบปี ให้จ่ายไม่น้อยกว่าค่าจ้างอัตราสุดท้ายสามร้อยวัน หรือไม่น้อยกว่าค่าจ้างของการทำงานสามร้อยวันสุดท้ายสำหรับลูกจ้างซึ่งได้รับค่าจ้างตามผลงานโดยคำนวณเป็นหน่วย (6) ลูกจ้างซึ่งทำงานติดต่อกันครบยี่สิบปีขึ้นไป ให้จ่ายไม่น้อยกว่าค่าจ้างอัตราสุดท้ายสี่ร้อยวัน หรือไม่น้อยกว่าค่าจ้างของการทำงานสี่ร้อยวันสุดท้ายสำหรับลูกจ้างซึ่งได้รับค่าจ้างตามผลงานโดยคำนวณเป็นหน่วย
หมวด 11 ค่าชดเชย
ประมวลรัษฎากร มาตรา 40
เงินได้พึงประเมินนั้นคือ เงินได้ประเภทดังต่อไปนี้ รวมตลอดถึงเงินค่าภาษีอากรที่ผู้จ่ายเงินหรือผู้อื่นออกแทนให้สำหรับเงินได้ประเภทต่าง ๆ ดังกล่าว ไม่ว่าในทอดใด (1) เงินได้เนื่องจากการจ้างแรงงานไม่ว่าจะเป็นเงินเดือน ค่าจ้าง เบี้ยเลี้ยง โบนัส เบี้ยหวัด บำเหน็จ บำนาญ เงินค่าเช่าบ้าน เงินที่คำนวณได้จากมูลค่าของการได้อยู่บ้านที่นายจ้างให้อยู่โดยไม่เสียค่าเช่า เงินที่นายจ้างจ่ายชำระหนี้ใด ๆ ซึ่งลูกจ้างมีหน้าที่ต้องชำระ และเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์ใด ๆ บรรดาที่ได้เนื่องจากการจ้างแรงงาน (2) เงินได้เนื่องจากหน้าที่หรือตำแหน่งงานที่ทำหรือจากการรับทำงานให้ ไม่ว่าจะเป็นค่าธรรมเนียม ค่านายหน้า ค่าส่วนลด เงินอุดหนุนในงานที่ทำ เบี้ยประชุม บำเหน็จ โบนัส เงินค่าเช่าบ้าน เงินที่คำนวณได้จากมูลค่าของการได้อยู่บ้านที่ผู้จ่ายเงินได้ให้อยู่โดยไม่เสียค่าเช่า เงินที่ผู้จ่ายเงินได้จ่ายชำระหนี้ใด ๆ ซึ่งผู้มีเงินได้มีหน้าที่ต้องชำระ และเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์ใด ๆ บรรดาที่ได้เนื่องจากหน้าที่หรือตำแหน่งงานที่ทำหรือจากการรับทำงานให้นั้น ไม่ว่าหน้าที่หรือตำแหน่งงานหรืองานที่รับทำให้นั้นจะเป็นการประจำหรือชั่วคราว (3) ค่าแห่งกู๊ดวิลล์ ค่าแห่งลิขสิทธิ์ หรือสิทธิอย่างอื่น เงินปีหรือเงินได้มีลักษณะเป็นเงินรายปีอันได้มาจากพินัยกรรม นิติกรรมอย่างอื่น หรือคำพิพากษาของศาล (4) เงินได้ที่เป็น (ก) ดอกเบี้ยพันธบัตร ดอกเบี้ยเงินฝาก ดอกเบี้ยหุ้นกู้ ดอกเบี้ยตั๋วเงิน ดอกเบี้ยเงินกู้ยืมไม่ว่าจะมีหลักประกันหรือไม่ ดอกเบี้ยเงินกู้ยืมที่อยู่ในบังคับต้องถูกหักภาษีไว้ ณ ที่จ่ายตามกฎหมายว่าด้วยภาษีเงินได้ปิโตรเลียมเฉพาะส่วนที่เหลือจากถูกหักภาษีไว้ ณ ที่จ่ายตามกฎหมายดังกล่าว หรือผลต่างระหว่างราคาไถ่ถอนกับราคาจำหน่ายตั๋วเงินหรือตราสารแสดงสิทธิในหนี้ที่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล หรือนิติบุคคลอื่นเป็นผู้ออกและจำหน่ายครั้งแรกในราคาต่ำกว่าราคาไถ่ถอน รวมทั้งเงินได้ที่มีลักษณะทำนองเดียวกันกับดอกเบี้ย ผลประโยชน์หรือค่าตอบแทนอื่น ๆ ที่ได้จากการให้กู้ยืมหรือจากสิทธิเรียกร้องในหนี้ทุกชนิดไม่ว่าจะมีหลักประกันหรือไม่ก็ตาม (ข) เงินปันผล เงินส่วนแบ่งของกำไร หรือประโยชน์อื่นใดที่ได้จากบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล หรือสถาบันการเงินที่มีกฎหมายโดยเฉพาะของประเทศไทยจัดตั้งขึ้นสำหรับให้กู้ยืมเงินเพื่อส่งเสริมเกษตรกรรม พาณิชยกรรม หรืออุตสาหกรรม เงินปันผลหรือเงินส่วนแบ่งของกำไรที่อยู่ในบังคับต้องถูกหักภาษีไว้ ณ ที่จ่าย ตามกฎหมายว่าด้วยภาษีเงินได้ปิโตรเลียมเฉพาะส่วนที่เหลือจากถูกหักภาษีไว้ ณ ที่จ่ายตามกฎหมายดังกล่าว
ประมวลรัษฎากร — เงินได้พึงประเมิน ม.40–41