ข้อตกลงยุติการจ้างและจ่ายเงินตามสิทธิ ต้องมีอะไรบ้าง
นายจ้างกับลูกจ้างตกลงยุติการจ้าง จ่ายเงินตามสิทธิกฎหมายครบ และระงับข้อโต้แย้งส่วนที่เกินกฎหมาย · ลูกจ้างสละสิทธิขั้นต่ำตามกฎหมายไม่ได้ แม้ลงนามแล้ว
| ใช้เมื่อ | ใช้เมื่อตกลงเลิกจ้างพนักงานโดยจ่ายค่าชดเชยและเงินพิเศษ |
|---|---|
| อากรแสตมป์ | ข้อตกลงนี้ไม่ต้องปิดอากรแสตมป์ เพราะเป็นข้อตกลงเกี่ยวกับการสิ้นสุดการจ้างแรงงาน ไม่ใช่ตราสารในบัญชีอัตราอากรแสตมป์ |
| ภาษี | ค่าชดเชยตามกฎหมายและเงินที่จ่ายเพราะออกจากงานเป็นเงินได้ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 40(1) ซึ่งมีการยกเว้นภาษีสำหรับค่าชดเชยตามกฎหมายแรงงานบางส่วนและวิธีคำนวณเงินได้ที่จ่ายเพราะเหตุออกจากงานแยกต่างหาก รายละเอียดอยู่ในประมวลรัษฎากรส่วนภาษีเงินได้ ให้ตรวจกับผู้สอบบัญชีก่อนหักภาษี |
| แบบที่กฎหมายกำหนด | การจ้างนี้เป็นจ้างแรงงาน และ พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ใช้บังคับเต็มที่จนถึงวันสุดท้าย กฎหมายนี้เป็นกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน ลูกจ้างสละสิทธิขั้นต่ำตามกฎหมายล่วงหน้าไม่ได้ ข้อตกลงที่จ่ายน้อยกว่าค่าจ้างค้าง ค่าชดเชย และค่าจ้างแทนการบอกกล่าวตามกฎหมาย แล้วให้ลูกจ้างลงนามว่าไม่เรียกร้องอีก นายจ้างอ้างเป็นการระงับข้อพิพาทไม่ได้ ข้อ 2.2 และข้อ 6 จึงจำกัดการสละสิทธิไว้เฉพาะส่วนที่เกินกว่ากฎหมายและเรื่องที่โต้แย้งกันจริง ข้อตกลงที่ทำให้นายจ้างได้เปรียบลูกจ้างเกินสมควร ศาลให้มีผลเท่าที่เป็นธรรมได้ตามมาตรา 14/1 |
| มาตราที่อ้าง | ป.พ.พ. ม.585; พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ม.14/1, 17, 17/1, 118, 119; ประมวลรัษฎากร ม.40(1) |
| ค่าใช้แบบฟอร์มบนเว็บนี้ | 249 บาท |
ใช้สัญญาฉบับนี้เมื่อไร
- ใช้เมื่อตกลงเลิกจ้างพนักงานโดยจ่ายค่าชดเชยและเงินพิเศษ
- ใช้เมื่อพนักงานลาออกและต้องการสรุปเงินที่ได้รับให้ชัด
- ใช้เมื่อมีข้อโต้แย้งเรื่องเลิกจ้างและต้องการระงับด้วยเงินพิเศษ
จุดที่พลาดบ่อยและต้องระวัง
- ลูกจ้างสละสิทธิขั้นต่ำตามกฎหมายไม่ได้ แม้ลงนามแล้ว
- ตรวจค่าชดเชยตามอายุงานก่อนลงนาม
- การคืนทรัพย์สินไม่ใช่เงื่อนไขของการจ่ายเงินตามกฎหมาย
- ลาออกไม่มีค่าชดเชย แต่ถ้านายจ้างบังคับให้ลาออกอาจเป็นการเลิกจ้าง
กรณีที่ไม่ควรใช้ฉบับนี้
- ถ้าแก้ไขสัญญาจ้างที่ยังดำเนินต่อ ให้ใช้ สัญญาแก้ไขเพิ่มเติมสัญญา
- ถ้ายังไม่มีสัญญาจ้าง ให้ใช้ สัญญาว่าจ้างทำงาน (พนักงานประจำ)
- ข้อตกลงยุติการจ้าง ภาษาอังกฤษ — ใช้ Employment Separation Agreement — ข้อตกลงยุติการจ้าง ภาษาอังกฤษ
อากรแสตมป์
ข้อตกลงนี้ไม่ต้องปิดอากรแสตมป์ เพราะเป็นข้อตกลงเกี่ยวกับการสิ้นสุดการจ้างแรงงาน ไม่ใช่ตราสารในบัญชีอัตราอากรแสตมป์
การจดทะเบียน / แบบที่กฎหมายกำหนด
การจ้างนี้เป็นจ้างแรงงาน และ พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ใช้บังคับเต็มที่จนถึงวันสุดท้าย กฎหมายนี้เป็นกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน ลูกจ้างสละสิทธิขั้นต่ำตามกฎหมายล่วงหน้าไม่ได้ ข้อตกลงที่จ่ายน้อยกว่าค่าจ้างค้าง ค่าชดเชย และค่าจ้างแทนการบอกกล่าวตามกฎหมาย แล้วให้ลูกจ้างลงนามว่าไม่เรียกร้องอีก นายจ้างอ้างเป็นการระงับข้อพิพาทไม่ได้ ข้อ 2.2 และข้อ 6 จึงจำกัดการสละสิทธิไว้เฉพาะส่วนที่เกินกว่ากฎหมายและเรื่องที่โต้แย้งกันจริง ข้อตกลงที่ทำให้นายจ้างได้เปรียบลูกจ้างเกินสมควร ศาลให้มีผลเท่าที่เป็นธรรมได้ตามมาตรา 14/1
ตรวจเงินขั้นต่ำตามกฎหมายเทียบกับเงินที่ตกลง
| รายการ | ตามข้อตกลงนี้ | ฐานทางกฎหมาย |
|---|---|---|
| ค่าจ้างค้าง | … | ค่าจ้างถึงวันสุดท้าย |
| วันหยุดพักผ่อนที่ไม่ได้ใช้ | … | ค่าจ้างรายวันคูณจำนวนวันที่ไม่ได้ใช้ (… วัน) |
| ค่าชดเชย | … | ม.118 ตามอายุงาน … |
| ค่าจ้างแทนการบอกกล่าว | … | ม.17/1 |
| เงินช่วยเหลือพิเศษ (เกินกฎหมาย) | … | ไม่มีหน้าที่ตามกฎหมาย |
ค่าชดเชยตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน มาตรา 118 คำนวณจากค่าจ้างอัตราสุดท้าย … หาร 30 ได้ค่าจ้างรายวัน แล้วคูณด้วยจำนวนวันตามอายุงาน ดังนี้
| อายุงาน | ค่าชดเชยไม่น้อยกว่า |
|---|---|
| ครบ 120 วัน แต่ไม่ครบ 1 ปี | 30 วัน |
| ครบ 1 ปี แต่ไม่ครบ 3 ปี | 90 วัน |
| ครบ 3 ปี แต่ไม่ครบ 6 ปี | 180 วัน |
| ครบ 6 ปี แต่ไม่ครบ 10 ปี | 240 วัน |
| ครบ 10 ปี แต่ไม่ครบ 20 ปี | 300 วัน |
| ครบ 20 ปีขึ้นไป | 400 วัน |
ตัวอย่าง ค่าจ้างเดือนละ 18,000 บาท ทำงานครบ 4 ปี ค่าชดเชยไม่น้อยกว่า 18,000 ÷ 30 × 180 = 108,000 บาท ให้ตรวจว่าตัวเลขในข้อ 2.1 (ค) ไม่ต่ำกว่าผลคำนวณนี้ก่อนลงนาม ถ้าค่าจ้างมีส่วนที่จ่ายเป็นประจำ เช่น ค่านายหน้าหรือค่าตำแหน่ง อาจต้องรวมเข้าในฐาน ซึ่งขึ้นกับนิยามค่าจ้างในมาตรา 5 ของ พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน ควรตรวจก่อนสรุปตัวเลข
นายจ้างเป็นผู้เลิกจ้าง นายจ้างต้องบอกกล่าวล่วงหน้าตามมาตรา 17 ซึ่งไม่ได้บอกกล่าว จึงต้องจ่ายค่าจ้างแทนการบอกกล่าวตามมาตรา 17/1 นับจากวันเลิกจ้างถึงวันที่ควรมีผลตามการบอกกล่าวที่ถูกต้อง นายจ้างไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยเฉพาะเหตุในมาตรา 119 ถ้าการเลิกจ้างนี้มีเหตุตามมาตรา 119 ต้องระบุไว้ในหนังสือเลิกจ้าง ไม่ใช่ในข้อตกลงนี้ลูกจ้างลาออกเอง ลูกจ้างไม่มีสิทธิได้ค่าชดเชยตามมาตรา 118 แต่ยังมีสิทธิได้ค่าจ้างค้างและค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนที่ไม่ได้ใช้ ถ้าในทางปฏิบัตินายจ้างบังคับให้ลาออก ศาลอาจถือว่าเป็นการเลิกจ้าง
กำหนดเวลาจ่ายเงินเมื่อเลิกจ้าง ดอกเบี้ย และเงินเพิ่มเมื่อจ่ายล่าช้า อยู่ใน พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน มาตรา 70 และ 9 สิทธิเรื่องวันหยุดพักผ่อนที่ไม่ได้ใช้อยู่ในมาตรา 67 ควรตรวจตัวบทฉบับปัจจุบันก่อนกำหนดวันจ่าย ลูกจ้างมีสิทธิได้หนังสือรับรองการทำงานตาม ป.พ.พ. มาตรา 585
ภาษี
ค่าชดเชยตามกฎหมายและเงินที่จ่ายเพราะออกจากงานเป็นเงินได้ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 40(1) ซึ่งมีการยกเว้นภาษีสำหรับค่าชดเชยตามกฎหมายแรงงานบางส่วนและวิธีคำนวณเงินได้ที่จ่ายเพราะเหตุออกจากงานแยกต่างหาก รายละเอียดอยู่ในประมวลรัษฎากรส่วนภาษีเงินได้ ให้ตรวจกับผู้สอบบัญชีก่อนหักภาษี
เอกสารแนบท้าย
- ตารางคำนวณเงินตามกฎหมาย
- รายการทรัพย์สินที่ส่งคืน
- หนังสือรับรองการทำงาน
- ข้อความหนังสือแนะนำตัว ถ้ามี
วันลงนาม
ทำสองฉบับข้อความตรงกัน มอบให้ลูกจ้างหนึ่งฉบับ ให้ลูกจ้างมีเวลาอ่านและปรึกษาผู้อื่นก่อนลงนาม
ผู้เขียนและผู้ตรวจทาน
เขียนและตรวจทานโดย ภูวรา ครอบตะคุ ทนายความ (ใบอนุญาต 477/2558) · เนติบัณฑิตไทย · น.ม. กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาและสารสนเทศ — การเลือกประเด็น การจัดหมวด และคำอธิบายในบทความนี้เป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ของผู้เขียน ส่วนตัวบทกฎหมายที่ยกมาไม่มีลิขสิทธิ์และตรวจกับราชกิจจานุเบกษาได้เสมอ · ทะเบียนบทความ OKC-690775 · หากนำไปใช้ต่อ โปรดระบุชื่อผู้เขียนและลิงก์ต้นฉบับ
คำถามที่พบบ่อย
ข้อตกลงยุติการจ้างและจ่ายเงินตามสิทธิ ต้องติดอากรแสตมป์ไหม
ข้อตกลงนี้ไม่ต้องปิดอากรแสตมป์ เพราะเป็นข้อตกลงเกี่ยวกับการสิ้นสุดการจ้างแรงงาน ไม่ใช่ตราสารในบัญชีอัตราอากรแสตมป์
ข้อตกลงยุติการจ้างและจ่ายเงินตามสิทธิ เสียภาษีอะไรบ้าง
ค่าชดเชยตามกฎหมายและเงินที่จ่ายเพราะออกจากงานเป็นเงินได้ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 40(1) ซึ่งมีการยกเว้นภาษีสำหรับค่าชดเชยตามกฎหมายแรงงานบางส่วนและวิธีคำนวณเงินได้ที่จ่ายเพราะเหตุออกจากงานแยกต่างหาก รายละเอียดอยู่ในประมวลรัษฎากรส่วนภาษีเงินได้ ให้ตรวจกับผู้สอบบัญชีก่อนหักภาษี
ใช้ข้อตกลงยุติการจ้างและจ่ายเงินตามสิทธิตอนไหน
ใช้เมื่อตกลงเลิกจ้างพนักงานโดยจ่ายค่าชดเชยและเงินพิเศษ · ใช้เมื่อพนักงานลาออกและต้องการสรุปเงินที่ได้รับให้ชัด · ใช้เมื่อมีข้อโต้แย้งเรื่องเลิกจ้างและต้องการระงับด้วยเงินพิเศษ
ทำข้อตกลงยุติการจ้างและจ่ายเงินตามสิทธิต้องระวังอะไร
ลูกจ้างสละสิทธิขั้นต่ำตามกฎหมายไม่ได้ แม้ลงนามแล้ว · ตรวจค่าชดเชยตามอายุงานก่อนลงนาม · การคืนทรัพย์สินไม่ใช่เงื่อนไขของการจ่ายเงินตามกฎหมาย · ลาออกไม่มีค่าชดเชย แต่ถ้านายจ้างบังคับให้ลาออกอาจเป็นการเลิกจ้าง
กรณีไหนที่ไม่ควรใช้ข้อตกลงยุติการจ้างและจ่ายเงินตามสิทธิ
ถ้าแก้ไขสัญญาจ้างที่ยังดำเนินต่อ ให้ใช้ สัญญาแก้ไขเพิ่มเติมสัญญา · ถ้ายังไม่มีสัญญาจ้าง ให้ใช้ สัญญาว่าจ้างทำงาน (พนักงานประจำ) · ข้อตกลงยุติการจ้าง ภาษาอังกฤษ — ใช้ Employment Separation Agreement — ข้อตกลงยุติการจ้าง ภาษาอังกฤษ
ข้อตกลงยุติการจ้างและจ่ายเงินตามสิทธิ ต้องจดทะเบียนหรือทำตามแบบที่กฎหมายกำหนดไหม
การจ้างนี้เป็นจ้างแรงงาน และ พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ใช้บังคับเต็มที่จนถึงวันสุดท้าย กฎหมายนี้เป็นกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน ลูกจ้างสละสิทธิขั้นต่ำตามกฎหมายล่วงหน้าไม่ได้ ข้อตกลงที่จ่ายน้อยกว่าค่าจ้างค้าง ค่าชดเชย และค่าจ้างแทนการบอกกล่าวตามกฎหมาย แล้วให้ลูกจ้างลงนามว่าไม่เรียกร้องอีก นายจ้างอ้างเป็นการระงับข้อพิพาทไม่ได้ ข้อ 2.2 และข้อ 6 จึงจำกัดการสละสิทธิไว้เฉพาะส่วนที่เกินกว่ากฎหมายและเรื่องที่โต้แย้งกันจริง ข้อตกลงที่ทำให้นายจ้างได้เปรียบลูกจ้างเกินสมควร ศาลให้มีผลเท่าที่เป็นธรรมได้ตามมาตรา 14/1
ลงนามข้อตกลงยุติการจ้างและจ่ายเงินตามสิทธิต้องมีพยานไหม ทำกี่ฉบับ
ทำสองฉบับข้อความตรงกัน มอบให้ลูกจ้างหนึ่งฉบับ ให้ลูกจ้างมีเวลาอ่านและปรึกษาผู้อื่นก่อนลงนาม
ทำข้อตกลงยุติการจ้างและจ่ายเงินตามสิทธิต้องเตรียมเอกสารอะไรแนบท้าย
ตารางคำนวณเงินตามกฎหมาย รายการทรัพย์สินที่ส่งคืน หนังสือรับรองการทำงาน ข้อความหนังสือแนะนำตัว ถ้ามี
กฎหมายที่อ้างถึงในบทความนี้
ถ้อยคำด้านล่างคัดจากตัวบท 7 มาตรา — ใช้อ้างอิงได้ แต่หากต้องใช้ในชั้นศาล ควรตรวจกับราชกิจจานุเบกษาฉบับทางการอีกครั้ง
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 585
เมื่อการจ้างแรงงานสุดสิ้นลงแล้ว ลูกจ้างชอบที่จะได้รับใบสำคัญแสดงว่าลูกจ้างนั้นได้ทำงานมานานเท่าไรและงานที่ทำนั้นเป็นงานอย่างไร
ลักษณะ 6 จ้างแรงงาน
พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 14/1
สัญญาจ้างระหว่างนายจ้างกับลูกจ้าง ข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน ระเบียบ หรือคำสั่งของนายจ้างที่ทำให้นายจ้างได้เปรียบลูกจ้างเกินสมควร ให้ศาลมีอำนาจสั่งให้สัญญาจ้าง ข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน ระเบียบ หรือคำสั่งนั้นมีผลใช้บังคับเพียงเท่าที่เป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณี
หมวด 1 บททั่วไป
พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 17
สัญญาจ้างย่อมสิ้นสุดลงเมื่อครบกำหนดระยะเวลาในสัญญาจ้างโดยมิต้องบอกกล่าวล่วงหน้า
หมวด 1 บททั่วไป
พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 17/1
ในกรณีที่นายจ้างบอกเลิกสัญญาจ้างโดยไม่บอกกล่าวล่วงหน้าให้ลูกจ้างทราบตามมาตรา 17 วรรคสอง ให้นายจ้างจ่ายเงินให้แก่ลูกจ้างเป็นจำนวนเท่ากับค่าจ้างที่ลูกจ้างควรจะได้รับนับแต่วันที่ให้ลูกจ้างออกจากงานจนถึงวันที่การเลิกสัญญาจ้างมีผลตามมาตรา 17 วรรคสอง โดยให้จ่ายในวันที่ให้ลูกจ้างออกจากงาน
หมวด 1 บททั่วไป
พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 118
ให้นายจ้างจ่ายค่าชดเชยให้แก่ลูกจ้างซึ่งเลิกจ้าง ดังต่อไปนี้ (1) ลูกจ้างซึ่งทำงานติดต่อกันครบหนึ่งร้อยยี่สิบวัน แต่ไม่ครบหนึ่งปี ให้จ่ายไม่น้อยกว่าค่าจ้างอัตราสุดท้ายสามสิบวัน หรือไม่น้อยกว่าค่าจ้างของการทำงานสามสิบวันสุดท้ายสำหรับลูกจ้างซึ่งได้รับค่าจ้างตามผลงานโดยคำนวณเป็นหน่วย (2) ลูกจ้างซึ่งทำงานติดต่อกันครบหนึ่งปี แต่ไม่ครบสามปี ให้จ่ายไม่น้อยกว่าค่าจ้างอัตราสุดท้ายเก้าสิบวัน หรือไม่น้อยกว่าค่าจ้างของการทำงานเก้าสิบวันสุดท้ายสำหรับลูกจ้างซึ่งได้รับค่าจ้างตามผลงานโดยคำนวณเป็นหน่วย (3) ลูกจ้างซึ่งทำงานติดต่อกันครบสามปี แต่ไม่ครบหกปี ให้จ่ายไม่น้อยกว่าค่าจ้างอัตราสุดท้ายหนึ่งร้อยแปดสิบวัน หรือไม่น้อยกว่าค่าจ้างของการทำงานหนึ่งร้อยแปดสิบวันสุดท้ายสำหรับลูกจ้างซึ่งได้รับค่าจ้างตามผลงานโดยคำนวณเป็นหน่วย (4) ลูกจ้างซึ่งทำงานติดต่อกันครบหกปี แต่ไม่ครบสิบปี ให้จ่ายไม่น้อยกว่าค่าจ้างอัตราสุดท้ายสองร้อยสี่สิบวัน หรือไม่น้อยกว่าค่าจ้างของการทำงานสองร้อยสี่สิบวันสุดท้ายสำหรับลูกจ้างซึ่งได้รับค่าจ้างตามผลงานโดยคำนวณเป็นหน่วย (5) ลูกจ้างซึ่งทำงานติดต่อกันครบสิบปี แต่ไม่ครบยี่สิบปี ให้จ่ายไม่น้อยกว่าค่าจ้างอัตราสุดท้ายสามร้อยวัน หรือไม่น้อยกว่าค่าจ้างของการทำงานสามร้อยวันสุดท้ายสำหรับลูกจ้างซึ่งได้รับค่าจ้างตามผลงานโดยคำนวณเป็นหน่วย (6) ลูกจ้างซึ่งทำงานติดต่อกันครบยี่สิบปีขึ้นไป ให้จ่ายไม่น้อยกว่าค่าจ้างอัตราสุดท้ายสี่ร้อยวัน หรือไม่น้อยกว่าค่าจ้างของการทำงานสี่ร้อยวันสุดท้ายสำหรับลูกจ้างซึ่งได้รับค่าจ้างตามผลงานโดยคำนวณเป็นหน่วย
หมวด 11 ค่าชดเชย
พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 119
นายจ้างไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยให้แก่ลูกจ้างซึ่งเลิกจ้างในกรณีหนึ่งกรณีใด ดังต่อไปนี้ (1) ทุจริตต่อหน้าที่หรือกระทำความผิดอาญาโดยเจตนาแก่นายจ้าง (2) จงใจทำให้นายจ้างได้รับความเสียหาย (3) ประมาทเลินเล่อเป็นเหตุให้นายจ้างได้รับความเสียหายอย่างร้ายแรง (4) ฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน ระเบียบ หรือคำสั่งของนายจ้างอันชอบด้วยกฎหมายและเป็นธรรม และนายจ้างได้ตักเตือนเป็นหนังสือแล้ว เว้นแต่กรณีที่ร้ายแรง นายจ้างไม่จำเป็นต้องตักเตือน
หมวด 11 ค่าชดเชย
ประมวลรัษฎากร มาตรา 40
เงินได้พึงประเมินนั้นคือ เงินได้ประเภทดังต่อไปนี้ รวมตลอดถึงเงินค่าภาษีอากรที่ผู้จ่ายเงินหรือผู้อื่นออกแทนให้สำหรับเงินได้ประเภทต่าง ๆ ดังกล่าว ไม่ว่าในทอดใด (1) เงินได้เนื่องจากการจ้างแรงงานไม่ว่าจะเป็นเงินเดือน ค่าจ้าง เบี้ยเลี้ยง โบนัส เบี้ยหวัด บำเหน็จ บำนาญ เงินค่าเช่าบ้าน เงินที่คำนวณได้จากมูลค่าของการได้อยู่บ้านที่นายจ้างให้อยู่โดยไม่เสียค่าเช่า เงินที่นายจ้างจ่ายชำระหนี้ใด ๆ ซึ่งลูกจ้างมีหน้าที่ต้องชำระ และเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์ใด ๆ บรรดาที่ได้เนื่องจากการจ้างแรงงาน (2) เงินได้เนื่องจากหน้าที่หรือตำแหน่งงานที่ทำหรือจากการรับทำงานให้ ไม่ว่าจะเป็นค่าธรรมเนียม ค่านายหน้า ค่าส่วนลด เงินอุดหนุนในงานที่ทำ เบี้ยประชุม บำเหน็จ โบนัส เงินค่าเช่าบ้าน เงินที่คำนวณได้จากมูลค่าของการได้อยู่บ้านที่ผู้จ่ายเงินได้ให้อยู่โดยไม่เสียค่าเช่า เงินที่ผู้จ่ายเงินได้จ่ายชำระหนี้ใด ๆ ซึ่งผู้มีเงินได้มีหน้าที่ต้องชำระ และเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์ใด ๆ บรรดาที่ได้เนื่องจากหน้าที่หรือตำแหน่งงานที่ทำหรือจากการรับทำงานให้นั้น ไม่ว่าหน้าที่หรือตำแหน่งงานหรืองานที่รับทำให้นั้นจะเป็นการประจำหรือชั่วคราว (3) ค่าแห่งกู๊ดวิลล์ ค่าแห่งลิขสิทธิ์ หรือสิทธิอย่างอื่น เงินปีหรือเงินได้มีลักษณะเป็นเงินรายปีอันได้มาจากพินัยกรรม นิติกรรมอย่างอื่น หรือคำพิพากษาของศาล (4) เงินได้ที่เป็น (ก) ดอกเบี้ยพันธบัตร ดอกเบี้ยเงินฝาก ดอกเบี้ยหุ้นกู้ ดอกเบี้ยตั๋วเงิน ดอกเบี้ยเงินกู้ยืมไม่ว่าจะมีหลักประกันหรือไม่ ดอกเบี้ยเงินกู้ยืมที่อยู่ในบังคับต้องถูกหักภาษีไว้ ณ ที่จ่ายตามกฎหมายว่าด้วยภาษีเงินได้ปิโตรเลียมเฉพาะส่วนที่เหลือจากถูกหักภาษีไว้ ณ ที่จ่ายตามกฎหมายดังกล่าว หรือผลต่างระหว่างราคาไถ่ถอนกับราคาจำหน่ายตั๋วเงินหรือตราสารแสดงสิทธิในหนี้ที่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล หรือนิติบุคคลอื่นเป็นผู้ออกและจำหน่ายครั้งแรกในราคาต่ำกว่าราคาไถ่ถอน รวมทั้งเงินได้ที่มีลักษณะทำนองเดียวกันกับดอกเบี้ย ผลประโยชน์หรือค่าตอบแทนอื่น ๆ ที่ได้จากการให้กู้ยืมหรือจากสิทธิเรียกร้องในหนี้ทุกชนิดไม่ว่าจะมีหลักประกันหรือไม่ก็ตาม (ข) เงินปันผล เงินส่วนแบ่งของกำไร หรือประโยชน์อื่นใดที่ได้จากบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล หรือสถาบันการเงินที่มีกฎหมายโดยเฉพาะของประเทศไทยจัดตั้งขึ้นสำหรับให้กู้ยืมเงินเพื่อส่งเสริมเกษตรกรรม พาณิชยกรรม หรืออุตสาหกรรม เงินปันผลหรือเงินส่วนแบ่งของกำไรที่อยู่ในบังคับต้องถูกหักภาษีไว้ ณ ที่จ่าย ตามกฎหมายว่าด้วยภาษีเงินได้ปิโตรเลียมเฉพาะส่วนที่เหลือจากถูกหักภาษีไว้ ณ ที่จ่ายตามกฎหมายดังกล่าว
ประมวลรัษฎากร — เงินได้พึงประเมิน ม.40–41