สัญญาว่าจ้างทำงาน (มีกำหนดเวลา) ต้องมีอะไรบ้าง

ตอบสั้น

นายจ้างจ้างลูกจ้างทำงานในโครงการหรืองานที่มีวันเริ่มและวันสิ้นสุดแน่นอน การจ้างสิ้นสุดเองเมื่อครบกำหนดโดยไม่ต้องบอกกล่าว · ไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยเมื่อครบกำหนดเฉพาะงานโครงการที่ไม่ใช่งานปกติของธุรกิจ งานครั้งคราว หรืองานตามฤดูกาล ที่แล้วเสร็จไม่เกิน 2 ปี และทำสัญญาเป็นหนังสือตั้งแต่วันแรก — ขาดข้อใดข้อหนึ่งต้องจ่าย

ข้อเท็จจริงที่อ้างอิงได้
ใช้เมื่อใช้เมื่อจ้างพนักงานเฉพาะโครงการ เช่น ติดตั้งระบบ ก่อสร้างโครงการเดียว หรือโครงการวิจัยที่มีวันจบ
อากรแสตมป์สัญญาจ้างแรงงานไม่ต้องปิดอากรแสตมป์ เพราะไม่ใช่ตราสารในบัญชีอัตราอากรแสตมป์ท้ายประมวลรัษฎากร แม้จะจ้างเป็นโครงการก็ตาม ต่างจากการจ้างผู้รับเหมาหรือฟรีแลนซ์ให้ทำงานเสร็จเป็นชิ้น ซึ่งเป็นจ้างทำของตามลักษณะ 4 และต้องปิดอากร ความต่างอยู่ที่ว่าผู้ทำงานอยู่ใต้การบังคับบัญชาของนายจ้างหรือไม่ ไม่ใช่ชื่อสัญญา
ภาษีค่าจ้างเป็นเงินได้จากการจ้างแรงงานที่นายจ้างต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายรายเดือน (ไม่ใช่อัตรา 3% ของค่าจ้างทำของตามคำสั่ง ท.ป.4/2528) และต้องขึ้นทะเบียนลูกจ้างในระบบประกันสังคมแม้จ้างเพียงไม่กี่เดือน วิธีคำนวณภาษีเงินเดือนให้ตรวจกับกรมสรรพากรหรือสำนักงานบัญชี
แบบที่กฎหมายกำหนดพ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 17 วรรคหนึ่ง ให้สัญญาจ้างที่มีกำหนดระยะเวลาสิ้นสุดลงเมื่อครบกำหนดโดยไม่ต้องบอกกล่าวล่วงหน้า (ข้อ 3.1, 8.1) ข้อยกเว้นค่าชดเชยตามมาตรา 118 วรรคสามและวรรคสี่ ใช้ได้เมื่อครบทุกเงื่อนไขต่อไปนี้เท่านั้น 1. งานเป็นโครงการเฉพาะที่มิใช่งานปกติของธุรกิจหรือการค้าของนายจ้าง มีกำหนดเริ่มและสิ้นสุดแน่นอน หรือเป็นงานครั้งคราวที่มีกำหนดการสิ้นสุดหรือความสำเร็จของงาน หรือเป็นงานตามฤดูกาลที่จ้างในช่วงฤดูกาลนั้น 2. งานต้องแล้วเสร็จภายในเวลาไม่เกินสองปี 3. นายจ้างและลูกจ้างทำสัญญาเป็นหนังสือไว้ตั้งแต่เมื่อเริ่มจ้าง — ลงนามสัญญานี้ก่อนหรือในวันเริ่มงาน ไม่ใช่ย้อนหลัง 4. เลิกจ้างตามกำหนดระยะเวลานั้น ถ้าเลิกก่อนกำหนดโดยลูกจ้างไม่มีความผิด ข้อยกเว้นไม่ช่วย (ข้อ 9.2) สัญญาเขียนว่าเป็นโครงการ แต่ข้อเท็จจริงลูกจ้างทำงานประจำของธุรกิจ ศาลดูที่ข้อเท็จจริง นายจ้างยังต้องจ่ายค่าชดเชยการจ้างนี้ไม่เข้าข้อยกเว้นตามมาตรา 118 วรรคสามและวรรคสี่ เมื่อครบกำหนดแล้วไม่ต่อสัญญา ถือเป็นการเลิกจ้างตามมาตรา 118 วรรคสอง นายจ้างต้องจ่ายค่าชดเชยตามอายุงานในตารางด้านล่าง ข้อ 8.2 เขียนหน้าที่นี้ไว้ตรง ๆ เพื่อไม่ให้เข้าใจผิด
มาตราที่อ้างพ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ม.14/1, 17 วรรคหนึ่ง (ครบกำหนดสิ้นสุดโดยไม่ต้องบอกกล่าว), 20 (นับอายุงานรวมเมื่อจ้างเป็นช่วง ๆ), 76, 118 วรรคสาม–สี่ (ยกเว้นค่าชดเชยเฉพาะงานโครงการ/ครั้งคราว/ฤดูกาล ไม่เกิน 2 ปี ทำเป็นหนังสือตั้งแต่เริ่มจ้าง), 118(1)–(6), 119; ป.พ.พ. ม.581 (ทำงานต่อหลังครบกำหนดโดยไม่ทักท้วง = สันนิษฐานว่าจ้างใหม่), 583, 224, 383 (after.md — เหตุที่ไม่รับเบี้ยปรับของเล่ม); คำสั่งกรมสรรพากร ท.ป.4/2528 (after.md — ค่าจ้างแรงงานไม่ใช่ค่าจ้างทำของ 3%); พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ม.9; พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ม.24; ประมวลรัษฎากร บัญชีอัตราอากรแสตมป์ (จ้างแรงงานไม่อยู่ในบัญชี)
ค่าใช้แบบฟอร์มบนเว็บนี้249 บาท

ใช้สัญญาฉบับนี้เมื่อไร

  • ใช้เมื่อจ้างพนักงานเฉพาะโครงการ เช่น ติดตั้งระบบ ก่อสร้างโครงการเดียว หรือโครงการวิจัยที่มีวันจบ
  • ใช้เมื่อจ้างพนักงานช่วงฤดูกาล เช่น ฤดูเก็บเกี่ยว ช่วงเทศกาลขายสินค้า หรืองานครั้งคราวที่มีกำหนดเสร็จ
  • ใช้เมื่อจ้างมีกำหนดเวลาด้วยเหตุอื่น เช่น จ้างแทนพนักงานที่ลาคลอด โดยยอมจ่ายค่าชดเชยเมื่อครบกำหนด

จุดที่พลาดบ่อยและต้องระวัง

  • ไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยเมื่อครบกำหนดเฉพาะงานโครงการที่ไม่ใช่งานปกติของธุรกิจ งานครั้งคราว หรืองานตามฤดูกาล ที่แล้วเสร็จไม่เกิน 2 ปี และทำสัญญาเป็นหนังสือตั้งแต่วันแรก — ขาดข้อใดข้อหนึ่งต้องจ่าย
  • จ้างพนักงานขายหรือแคชเชียร์แบบสัญญาปีต่อปีแล้วต่อเรื่อย ๆ เป็นงานปกติของธุรกิจ ครบกำหนดแล้วไม่ต่อก็ต้องจ่ายค่าชดเชยตามอายุงานรวม
  • ต่อสัญญาต้องทำเป็นหนังสือก่อนวันครบกำหนด ถ้าปล่อยให้ทำงานต่อโดยไม่ทำอะไร การจ้างกลายเป็นไม่มีกำหนดระยะเวลา
  • อย่าเขียนให้นายจ้างเลิกก่อนครบกำหนดได้ตามใจ ศาลอาจถือว่าเป็นสัญญาไม่มีกำหนดระยะเวลาทั้งฉบับ

กรณีที่ไม่ควรใช้ฉบับนี้

อากรแสตมป์

สัญญาจ้างแรงงานไม่ต้องปิดอากรแสตมป์ เพราะไม่ใช่ตราสารในบัญชีอัตราอากรแสตมป์ท้ายประมวลรัษฎากร แม้จะจ้างเป็นโครงการก็ตาม ต่างจากการจ้างผู้รับเหมาหรือฟรีแลนซ์ให้ทำงานเสร็จเป็นชิ้น ซึ่งเป็นจ้างทำของตามลักษณะ 4 และต้องปิดอากร ความต่างอยู่ที่ว่าผู้ทำงานอยู่ใต้การบังคับบัญชาของนายจ้างหรือไม่ ไม่ใช่ชื่อสัญญา

แบบที่กฎหมายกำหนด — ต้องทำเป็นหนังสือตั้งแต่วันแรก

พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 17 วรรคหนึ่ง ให้สัญญาจ้างที่มีกำหนดระยะเวลาสิ้นสุดลงเมื่อครบกำหนดโดยไม่ต้องบอกกล่าวล่วงหน้า (ข้อ 3.1, 8.1)

ข้อยกเว้นค่าชดเชยตามมาตรา 118 วรรคสามและวรรคสี่ ใช้ได้เมื่อครบทุกเงื่อนไขต่อไปนี้เท่านั้น

  1. งานเป็นโครงการเฉพาะที่มิใช่งานปกติของธุรกิจหรือการค้าของนายจ้าง มีกำหนดเริ่มและสิ้นสุดแน่นอน หรือเป็นงานครั้งคราวที่มีกำหนดการสิ้นสุดหรือความสำเร็จของงาน หรือเป็นงานตามฤดูกาลที่จ้างในช่วงฤดูกาลนั้น
  2. งานต้องแล้วเสร็จภายในเวลาไม่เกินสองปี
  3. นายจ้างและลูกจ้างทำสัญญาเป็นหนังสือไว้ตั้งแต่เมื่อเริ่มจ้าง — ลงนามสัญญานี้ก่อนหรือในวันเริ่มงาน ไม่ใช่ย้อนหลัง
  4. เลิกจ้างตามกำหนดระยะเวลานั้น ถ้าเลิกก่อนกำหนดโดยลูกจ้างไม่มีความผิด ข้อยกเว้นไม่ช่วย (ข้อ 9.2)

สัญญาเขียนว่าเป็นโครงการ แต่ข้อเท็จจริงลูกจ้างทำงานประจำของธุรกิจ ศาลดูที่ข้อเท็จจริง นายจ้างยังต้องจ่ายค่าชดเชยการจ้างนี้ไม่เข้าข้อยกเว้นตามมาตรา 118 วรรคสามและวรรคสี่ เมื่อครบกำหนดแล้วไม่ต่อสัญญา ถือเป็นการเลิกจ้างตามมาตรา 118 วรรคสอง นายจ้างต้องจ่ายค่าชดเชยตามอายุงานในตารางด้านล่าง ข้อ 8.2 เขียนหน้าที่นี้ไว้ตรง ๆ เพื่อไม่ให้เข้าใจผิด

ต่อสัญญา — จุดที่ทำให้สัญญามีกำหนดกลายเป็นลูกจ้างประจำ

  • ต่อหลายครั้งหรือจ้างใหม่เป็นช่วง ๆ มาตรา 20 ให้นับระยะเวลาทำงานทุกช่วงรวมกันเพื่อสิทธิของลูกจ้าง ถ้าเจตนาคือไม่ให้ลูกจ้างได้สิทธิ การเว้นช่วงไม่กี่วันระหว่างสัญญาไม่ช่วย
  • ปล่อยให้ทำงานต่อหลังวันครบกำหนดโดยไม่ทำหนังสือ ป.พ.พ. มาตรา 581 สันนิษฐานว่าจ้างกันใหม่ในข้อความเดิม และการเลิกหลังจากนั้นต้องบอกกล่าวล่วงหน้า ข้อ 3.3 ตกลงให้ถือว่าเป็นการจ้างไม่มีกำหนดระยะเวลา
  • ต่อรวมเกินสองปี หรือเปลี่ยนให้ไปทำงานปกติของธุรกิจ เสียข้อยกเว้นค่าชดเชย ถ้างานต่อเนื่องเป็นงานประจำจริง ให้เปลี่ยนไปทำสัญญาว่าจ้างทำงาน (พนักงานประจำ) โดยนับอายุงานต่อจากวันเริ่มจ้างเดิม

ค่าชดเชยตามอายุงาน (มาตรา 118)

อายุงานติดต่อกัน ค่าชดเชยไม่น้อยกว่าค่าจ้างอัตราสุดท้าย
ครบ 120 วัน แต่ไม่ครบ 1 ปี 30 วัน
ครบ 1 ปี แต่ไม่ครบ 3 ปี 90 วัน
ครบ 3 ปี แต่ไม่ครบ 6 ปี 180 วัน
ครบ 6 ปี แต่ไม่ครบ 10 ปี 240 วัน
ครบ 10 ปี แต่ไม่ครบ 20 ปี 300 วัน
ครบ 20 ปีขึ้นไป 400 วัน

ใช้ตารางนี้เมื่อข้อเท็จจริงไม่เข้าเงื่อนไขข้างบน หรือเมื่อนายจ้างเลิกจ้างก่อนครบกำหนดโดยลูกจ้างไม่มีความผิด นายจ้างไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยเฉพาะเหตุในมาตรา 119 และต้องระบุเหตุไว้ในหนังสือเลิกจ้าง (ข้อ 9.1)

เลิกก่อนครบกำหนด ค่าเสียหาย และข้อห้ามในสัญญา

ฉบับนี้ไม่ให้สิทธินายจ้างบอกเลิกก่อนกำหนดด้วยการบอกกล่าวเฉย ๆ เพราะสัญญาที่ให้เลิกก่อนกำหนดได้ตามใจเสี่ยงถูกตีความว่าเป็นสัญญาไม่มีกำหนดระยะเวลาทั้งฉบับ ถ้าโครงการยกเลิกหรือเสร็จเร็ว ให้ตกลงเลิกสัญญาเป็นหนังสือตามข้อ 9.4 โดยจ่ายเงินไม่น้อยกว่าสิทธิตามกฎหมาย

สัญญาจ้างแบบทั่วไปมักให้ลูกจ้างชดใช้ค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ยตามอัตราที่กรอกเมื่อผิดสัญญาข้อใดก็ได้ ฉบับนี้ไม่รับ เพราะค่าเสียหายที่กำหนดล่วงหน้าเกินส่วนศาลลดได้ตาม ป.พ.พ. มาตรา 383 และหนี้เงินที่ผิดนัดคิดดอกเบี้ยตามมาตรา 224 อยู่แล้ว นายจ้างหักค่าจ้างเป็นค่าเสียหายได้เฉพาะความเสียหายจากความจงใจหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงที่ลูกจ้างยินยอมเป็นหนังสือ ตามมาตรา 76 (ข้อ 4.4, 9.3)

ผลของการฝ่าฝืนข้อห้าม: ลูกจ้างที่รับงานแข่งขันระหว่างสัญญา (ข้อ 6.1) เปิดเผยความลับหรือป้อนข้อมูลลับเข้าบริการปัญญาประดิษฐ์สาธารณะ (ข้อ 7.1) อาจถูกเลิกจ้างตามมาตรา 119 เมื่อเป็นกรณีร้ายแรงหรือเคยได้รับหนังสือเตือน และต้องรับผิดค่าเสียหายทางแพ่ง ส่วนนายจ้างที่ระงับค่าจ้างเพื่อบังคับส่งมอบงาน (ข้อ 4.4) ต้องจ่ายค่าจ้างพร้อมดอกเบี้ยและอาจมีความผิดตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน ข้อตกลงใดที่ทำให้นายจ้างได้เปรียบเกินสมควร ศาลสั่งให้มีผลเพียงเท่าที่เป็นธรรมได้ตามมาตรา 14/1

ลิขสิทธิ์และข้อมูลส่วนบุคคล

งานที่ลูกจ้างสร้างสรรค์ในการทำงาน ลิขสิทธิ์เป็นของลูกจ้างเว้นแต่ตกลงเป็นหนังสือ ตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 9 ข้อ 7.2 จึงโอนผลงานโครงการเป็นของนายจ้าง การเก็บข้อมูลลูกจ้างต้องมีฐานทางกฎหมายตาม พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 24

ภาษีและประกันสังคม

ค่าจ้างเป็นเงินได้จากการจ้างแรงงานที่นายจ้างต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายรายเดือน (ไม่ใช่อัตรา 3% ของค่าจ้างทำของตามคำสั่ง ท.ป.4/2528) และต้องขึ้นทะเบียนลูกจ้างในระบบประกันสังคมแม้จ้างเพียงไม่กี่เดือน วิธีคำนวณภาษีเงินเดือนให้ตรวจกับกรมสรรพากรหรือสำนักงานบัญชี

เอกสารแนบท้ายสัญญา

  • รายละเอียดหรือแผนงานของโครงการ (ถ้ามี) ที่แสดงวันเริ่มและวันสิ้นสุดของงาน
  • คำบรรยายลักษณะงาน
  • ข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานและประกาศความเป็นส่วนตัวสำหรับพนักงาน
  • สำเนาบัตรประชาชนหรือหนังสือเดินทาง (ลูกจ้างต่างด้าวต้องมีใบอนุญาตทำงานก่อนเริ่มงาน)

วันลงนาม

ลงนามก่อนหรือในวันเริ่มจ้าง ทำสองฉบับข้อความตรงกัน มอบให้ลูกจ้างหนึ่งฉบับ ก่อนวันครบกำหนดอย่างน้อย 15 วัน ให้แจ้งเป็นหนังสือว่าจะต่อสัญญาหรือไม่ (ข้อ 3.4) และในวันสุดท้ายทำบันทึกส่งมอบงานตามข้อ 7.3 แล้วจ่ายเงินที่ค้างทั้งหมดภายในสามวัน รวมเงินพิเศษเมื่อจบงาน …

ผู้เขียนและผู้ตรวจทาน

เขียนและตรวจทานโดย ภูวรา ครอบตะคุ ทนายความ (ใบอนุญาต 477/2558) · เนติบัณฑิตไทย · น.ม. กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาและสารสนเทศ — การเลือกประเด็น การจัดหมวด และคำอธิบายในบทความนี้เป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ของผู้เขียน ส่วนตัวบทกฎหมายที่ยกมาไม่มีลิขสิทธิ์และตรวจกับราชกิจจานุเบกษาได้เสมอ · ทะเบียนบทความ OKC-11950E · หากนำไปใช้ต่อ โปรดระบุชื่อผู้เขียนและลิงก์ต้นฉบับ

มีแบบฟอร์มฉบับนี้ให้กรอกออนไลน์แล้วกรอกไม่กี่นาที ดูตัวอย่างเต็มฉบับก่อนจ่าย ได้ไฟล์ PDF พร้อมพิมพ์
เปิดแบบฟอร์ม · 249 บาท

คำถามที่พบบ่อย

สัญญาว่าจ้างทำงาน (มีกำหนดเวลา) ต้องติดอากรแสตมป์ไหม

สัญญาจ้างแรงงานไม่ต้องปิดอากรแสตมป์ เพราะไม่ใช่ตราสารในบัญชีอัตราอากรแสตมป์ท้ายประมวลรัษฎากร แม้จะจ้างเป็นโครงการก็ตาม ต่างจากการจ้างผู้รับเหมาหรือฟรีแลนซ์ให้ทำงานเสร็จเป็นชิ้น ซึ่งเป็นจ้างทำของตามลักษณะ 4 และต้องปิดอากร ความต่างอยู่ที่ว่าผู้ทำงานอยู่ใต้การบังคับบัญชาของนายจ้างหรือไม่ ไม่ใช่ชื่อสัญญา

สัญญาว่าจ้างทำงาน (มีกำหนดเวลา) เสียภาษีอะไรบ้าง

ค่าจ้างเป็นเงินได้จากการจ้างแรงงานที่นายจ้างต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายรายเดือน (ไม่ใช่อัตรา 3% ของค่าจ้างทำของตามคำสั่ง ท.ป.4/2528) และต้องขึ้นทะเบียนลูกจ้างในระบบประกันสังคมแม้จ้างเพียงไม่กี่เดือน วิธีคำนวณภาษีเงินเดือนให้ตรวจกับกรมสรรพากรหรือสำนักงานบัญชี

ใช้สัญญาว่าจ้างทำงาน (มีกำหนดเวลา)ตอนไหน

ใช้เมื่อจ้างพนักงานเฉพาะโครงการ เช่น ติดตั้งระบบ ก่อสร้างโครงการเดียว หรือโครงการวิจัยที่มีวันจบ · ใช้เมื่อจ้างพนักงานช่วงฤดูกาล เช่น ฤดูเก็บเกี่ยว ช่วงเทศกาลขายสินค้า หรืองานครั้งคราวที่มีกำหนดเสร็จ · ใช้เมื่อจ้างมีกำหนดเวลาด้วยเหตุอื่น เช่น จ้างแทนพนักงานที่ลาคลอด โดยยอมจ่ายค่าชดเชยเมื่อครบกำหนด

ทำสัญญาว่าจ้างทำงาน (มีกำหนดเวลา)ต้องระวังอะไร

ไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยเมื่อครบกำหนดเฉพาะงานโครงการที่ไม่ใช่งานปกติของธุรกิจ งานครั้งคราว หรืองานตามฤดูกาล ที่แล้วเสร็จไม่เกิน 2 ปี และทำสัญญาเป็นหนังสือตั้งแต่วันแรก — ขาดข้อใดข้อหนึ่งต้องจ่าย · จ้างพนักงานขายหรือแคชเชียร์แบบสัญญาปีต่อปีแล้วต่อเรื่อย ๆ เป็นงานปกติของธุรกิจ ครบกำหนดแล้วไม่ต่อก็ต้องจ่ายค่าชดเชยตามอายุงานรวม · ต่อสัญญาต้องทำเป็นหนังสือก่อนวันครบกำหนด ถ้าปล่อยให้ทำงานต่อโดยไม่ทำอะไร การจ้างกลายเป็นไม่มีกำหนดระยะเวลา · อย่าเขียนให้นายจ้างเลิกก่อนครบกำหนดได้ตามใจ ศาลอาจถือว่าเป็นสัญญาไม่มีกำหนดระยะเวลาทั้งฉบับ

กรณีไหนที่ไม่ควรใช้สัญญาว่าจ้างทำงาน (มีกำหนดเวลา)

ถ้าจ้างประจำไม่มีวันสิ้นสุด ให้ใช้ สัญญาว่าจ้างทำงาน (พนักงานประจำ) · ถ้าต้องการสัญญาช่วงทดลองงานที่มีเป้าหมายและผู้ประเมิน ให้ใช้ สัญญาว่าจ้างทำงาน (ทดลองงาน) · ถ้าจ้างคนมาทำงานให้เสร็จเป็นชิ้นโดยไม่อยู่ใต้การบังคับบัญชา ให้ใช้ สัญญาจ้างฟรีแลนซ์รายโปรเจกต์ (จ่ายตามงวดงาน)

สัญญาว่าจ้างทำงาน (มีกำหนดเวลา) ต้องจดทะเบียนหรือทำตามแบบที่กฎหมายกำหนดไหม

พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 17 วรรคหนึ่ง ให้สัญญาจ้างที่มีกำหนดระยะเวลาสิ้นสุดลงเมื่อครบกำหนดโดยไม่ต้องบอกกล่าวล่วงหน้า (ข้อ 3.1, 8.1) ข้อยกเว้นค่าชดเชยตามมาตรา 118 วรรคสามและวรรคสี่ ใช้ได้เมื่อครบทุกเงื่อนไขต่อไปนี้เท่านั้น 1. งานเป็นโครงการเฉพาะที่มิใช่งานปกติของธุรกิจหรือการค้าของนายจ้าง มีกำหนดเริ่มและสิ้นสุดแน่นอน หรือเป็นงานครั้งคราวที่มีกำหนดการสิ้นสุดหรือความสำเร็จของงาน หรือเป็นงานตามฤดูกาลที่จ้างในช่วงฤดูกาลนั้น 2. งานต้องแล้วเสร็จภายในเวลาไม่เกินสองปี 3. นายจ้างและลูกจ้างทำสัญญาเป็นหนังสือไว้ตั้งแต่เมื่อเริ่มจ้าง — ลงนามสัญญานี้ก่อนหรือในวันเริ่มงาน ไม่ใช่ย้อนหลัง 4. เลิกจ้างตามกำหนดระยะเวลานั้น ถ้าเลิกก่อนกำหนดโดยลูกจ้างไม่มีความผิด ข้อยกเว้นไม่ช่วย (ข้อ 9.2) สัญญาเขียนว่าเป็นโครงการ แต่ข้อเท็จจริงลูกจ้างทำงานประจำของธุรกิจ ศาลดูที่ข้อเท็จจริง นายจ้างยังต้องจ่ายค่าชดเชยการจ้างนี้ไม่เข้าข้อยกเว้นตามมาตรา 118 วรรคสามและวรรคสี่ เมื่อครบกำหนดแล้วไม่ต่อสัญญา ถือเป็นการเลิกจ้างตามมาตรา 118 วรรคสอง นายจ้างต้องจ่ายค่าชดเชยตามอายุงานในตารางด้านล่าง ข้อ 8.2 เขียนหน้าที่นี้ไว้ตรง ๆ เพื่อไม่ให้เข้าใจผิด

ลงนามสัญญาว่าจ้างทำงาน (มีกำหนดเวลา)ต้องมีพยานไหม ทำกี่ฉบับ

ลงนามก่อนหรือในวันเริ่มจ้าง ทำสองฉบับข้อความตรงกัน มอบให้ลูกจ้างหนึ่งฉบับ ก่อนวันครบกำหนดอย่างน้อย 15 วัน ให้แจ้งเป็นหนังสือว่าจะต่อสัญญาหรือไม่ (ข้อ 3.4) และในวันสุดท้ายทำบันทึกส่งมอบงานตามข้อ 7.3 แล้วจ่ายเงินที่ค้างทั้งหมดภายในสามวัน รวมเงินพิเศษเมื่อจบงาน …

ทำสัญญาว่าจ้างทำงาน (มีกำหนดเวลา)ต้องเตรียมเอกสารอะไรแนบท้าย

รายละเอียดหรือแผนงานของโครงการ (ถ้ามี) ที่แสดงวันเริ่มและวันสิ้นสุดของงาน คำบรรยายลักษณะงาน ข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานและประกาศความเป็นส่วนตัวสำหรับพนักงาน สำเนาบัตรประชาชนหรือหนังสือเดินทาง (ลูกจ้างต่างด้าวต้องมีใบอนุญาตทำงานก่อนเริ่มงาน)

กฎหมายที่อ้างถึงในบทความนี้

ถ้อยคำด้านล่างคัดจากตัวบท 8 มาตรา — ใช้อ้างอิงได้ แต่หากต้องใช้ในชั้นศาล ควรตรวจกับราชกิจจานุเบกษาฉบับทางการอีกครั้ง

พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 14/1

สัญญาจ้างระหว่างนายจ้างกับลูกจ้าง ข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน ระเบียบ หรือคำสั่งของนายจ้างที่ทำให้นายจ้างได้เปรียบลูกจ้างเกินสมควร ให้ศาลมีอำนาจสั่งให้สัญญาจ้าง ข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน ระเบียบ หรือคำสั่งนั้นมีผลใช้บังคับเพียงเท่าที่เป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณี

หมวด 1 บททั่วไป

พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 17

สัญญาจ้างย่อมสิ้นสุดลงเมื่อครบกำหนดระยะเวลาในสัญญาจ้างโดยมิต้องบอกกล่าวล่วงหน้า

หมวด 1 บททั่วไป

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 581

ถ้าระยะเวลาที่ได้ตกลงว่าจ้างกันนั้นสุดสิ้นลงแล้วลูกจ้างยังคงทำงานอยู่ต่อไปอีก และนายจ้างรู้ดังนั้นก็ไม่ทักท้วงไซร้ ท่านให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าคู่สัญญาเป็นอันได้ทำสัญญาจ้างกันใหม่โดยความอย่างเดียวกันกับสัญญาเดิม แต่คู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งอาจจะเลิกสัญญาเสียได้ด้วยการบอกกล่าวตามความในมาตราต่อไปนี้

ลักษณะ 6 จ้างแรงงาน

พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 24

ห้ามมิให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลทำการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล โดยไม่ได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล เว้นแต่ (1) เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่เกี่ยวกับการจัดทำเอกสารประวัติศาสตร์หรือจดหมายเหตุ เพื่อประโยชน์สาธารณะ หรือที่เกี่ยวกับการศึกษาวิจัยหรือสถิติซึ่งได้จัดให้มีมาตรการปกป้องที่เหมาะสม เพื่อคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ทั้งนี้ ตามที่คณะกรรมการประกาศกำหนด (2) เพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของบุคคล (3) เป็นการจำเป็นเพื่อการปฏิบัติตามสัญญาซึ่งเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเป็นคู่สัญญาหรือ เพื่อใช้ในการดำเนินการตามคำขอของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเข้าทำสัญญานั้น (4) เป็นการจำเป็นเพื่อการปฏิบัติหน้าที่ในการดำเนินภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะของผู้ควบคุม ข้อมูลส่วนบุคคล หรือปฏิบัติหน้าที่ในการใช้อำนาจรัฐที่ได้มอบให้แก่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล (5) เป็นการจำเป็นเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล หรือของบุคคลหรือนิติบุคคลอื่นที่ไม่ใช่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล เว้นแต่ประโยชน์ดังกล่าวมีความสำคัญ น้อยกว่าสิทธิขั้นพื้นฐานในข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล (6) เป็นการปฏิบัติตามกฎหมายของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล

พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 20

ผู้เยาว์ย่อมบรรลุนิติภาวะเมื่อทำการสมรส หากการสมรสนั้นได้ทำตามบทบัญญัติมาตรา 1448

ความสามารถของบุคคล — ป.พ.พ. ม.19–36

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 383

ถ้าเบี้ยปรับที่ริบนั้นสูงเกินส่วน ศาลจะลดลงเป็นจำนวนพอสมควรก็ได้ ในการที่จะวินิจฉัยว่าสมควรเพียงใดนั้น ท่านให้พิเคราะห์ถึงทางได้เสียของเจ้าหนี้ทุกอย่างอันชอบด้วยกฎหมาย ไม่ใช่แต่เพียงทางได้เสียในเชิงทรัพย์สิน เมื่อได้ใช้เงินตามเบี้ยปรับแล้ว สิทธิเรียกร้องขอลดก็เป็นอันขาดไป

หมวด 3 มัดจำและกำหนดเบี้ยปรับ

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 224

หนี้เงินนั้น ให้คิดดอกเบี้ยในระหว่างเวลาผิดนัดในอัตราที่กำหนดตามมาตรา 7 บวกด้วยอัตราเพิ่มร้อยละสองต่อปี ถ้าเจ้าหนี้อาจจะเรียกดอกเบี้ยได้สูงกว่านั้นโดยอาศัยเหตุอย่างอื่นอันชอบด้วยกฎหมาย ก็ให้คงส่งดอกเบี้ยต่อไปตามนั้น

ส่วนที่ 1 การไม่ชำระหนี้

อ่านต่อในหมวดจ้างงาน / บริการ

สัญญาจ้างพัฒนาโปรแกรมบัญชี ต้องมีอะไรบ้างสำหรับจ้างพัฒนาโปรแกรมบัญชีเฉพาะกิจการ ทำงานสี่ช่วง ศึกษาระบบบัญชีเดิม ออกแบบที่ต้องได้ความเห็นชอบก่อนพัฒนา พัฒนาติดตั้งพร้อมส่งซอร์สโค้ดและคู่มือ และอบรม จ่ายสี่งวดโดยงวดสุดท้ายหลังใช้งานจริง — มีข้อเฉพาะงานบัญชี ใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ รายงานภาษีซื้อขายและสต็อก ห้ามลบรายการ ย้ายยอดยกมา สำรองข้อมูล ข้อมูลเงินเดือนและลูกค้า ถ้าเป็นเว็บไซต์ แอป หรือระบบทั่วไปให้ใช้สัญญาจ้างพัฒนาซอฟต์แวร์สัญญาจ้างพัฒนา Chatbot หรือระบบ AI ต้องมีอะไรบ้างใช้เมื่อจ้างพัฒนาแชตบอตหรือระบบที่ทำงานบนโมเดลปัญญาประดิษฐ์ — ระบุว่าใช้โมเดลของใคร ใครจ่ายค่าโทเคน ข้อมูลลูกค้าห้ามนำไปฝึกโมเดล วัดความแม่นยำอย่างไรจึงถือว่าตรวจรับได้ ต้องให้คนตรวจก่อนใช้ผลตรงไหน และเมื่อผู้ให้บริการโมเดลเปลี่ยนรุ่นแล้วใครรับภาระสัญญาตรวจสอบหรือกำกับการใช้ AI ในองค์กรขนาดเล็ก ต้องมีอะไรบ้างสำหรับธุรกิจขนาดเล็กที่จ้างที่ปรึกษาประเมินการใช้ AI ขององค์กรเทียบกับกรอบที่เลือก เช่น ISO/IEC 42001 หรือ NIST AI RMF ส่งมอบทะเบียนระบบ AI ทะเบียนความเสี่ยง รายงานช่องว่าง ชุดนโยบาย และการอบรม พร้อมประเด็นข้อมูลส่วนบุคคล ความเป็นอิสระจากผู้ขาย AI ข้อที่ไม่ใช่การรับรองมาตรฐาน และเพดานความรับผิดสัญญาจ้างซ่อมแซมและบำรุงรักษาเครื่องปรับอากาศ ต้องมีอะไรบ้างใช้เมื่อจ้างช่างหรือบริษัทแอร์ดูแลเครื่องปรับอากาศในบ้าน สำนักงาน ร้านค้า หรือโรงงานเป็นรายปี — ล้างตามรอบ (ค่าตั้งต้นทุก 2 เดือน) ล้างใหญ่ประจำปี วัดค่ากระแสไฟและอุณหภูมิทุกครั้ง เสียแล้วช่างมาใน 24 ชม. ซ่อมเสร็จใน 3 วัน ไม่ทันมีค่าปรับรายวันมีเพดาน อะไหล่และน้ำยาต้องขออนุมัติก่อน ห้ามปล่อยสารทำความเย็นทิ้ง น้ำหยดเสียหายเพราะท่อตันผู้รับจ้างรับผิด · ตัวเลือกเสริม: เซนเซอร์/IoT เฝ้าระวังพร้อมมาตรการไซเบอร์ อะไหล่ปรับสภาพ ใบงานดิจิทัล ประกันภัย เพดานความรับผิดสัญญาจ้างเชื่อมต่อ API ต้องมีอะไรบ้างสำหรับจ้างพัฒนาการเชื่อมระบบของผู้ว่าจ้างกับ API ภายนอก กำหนดเจ้าของบัญชี กุญแจ โควตา ค่าใช้บริการ การทดสอบรายการซ้ำ การสลับใช้จริง และการส่งมอบสัญญาจ้างออกแบบสถาปัตยกรรมและวิศวกรรม ต้องมีอะไรบ้างสำหรับจ้างสถาปนิกและวิศวกรออกแบบบ้านหรืออาคารใหม่ตั้งแต่แบบร่างจนถึงแบบก่อสร้างที่ใช้ขออนุญาตได้ กำหนดใบอนุญาตวิชาชีพ ขั้นตอนและกำหนดส่ง งบประมาณก่อสร้าง รอบแก้แบบ การแก้แบบตามข้อทักท้วงของเจ้าพนักงาน ไฟล์ CAD/BIM ลิขสิทธิ์ การใช้ปัญญาประดิษฐ์ ความพร้อมรองรับโซลาร์เซลล์และที่ชาร์จรถไฟฟ้า ค่าปรับ และความรับผิดในแบบผิดพลาด