สัญญาชำระหนี้ด้วยทรัพย์สิน ต้องมีอะไรบ้าง
ลูกหนี้โอนทรัพย์ให้เจ้าหนี้แทนการชำระหนี้เป็นเงิน โดยเจ้าหนี้ยินยอมและกำหนดมูลค่าไว้ · ถ้าหนี้เป็นเงินกู้ หนี้ระงับเท่าราคาท้องตลาดของทรัพย์ในวันส่งมอบ ตกลงเป็นอย่างอื่นไม่ได้
| ใช้เมื่อ | ใช้เมื่อลูกหนี้ไม่มีเงินแต่มีที่ดิน ห้องชุด หรือรถที่เจ้าหนี้ยอมรับแทน |
|---|---|
| อากรแสตมป์ | สัญญาตกลงชำระหนี้ด้วยทรัพย์ไม่ใช่ตราสารในบัญชีอัตราอากรแสตมป์ในตัวเอง แต่การโอนอสังหาริมทรัพย์ที่สำนักงานที่ดินต้องเสียอากรแสตมป์ในวันโอนตามบัญชีอัตราอากรแสตมป์ลักษณะ 28 ในอัตราร้อยละ 0.5 ของราคาประเมินหรือมูลค่าที่ตกลงแล้วแต่อย่างใดสูงกว่า เว้นแต่ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะแทน ตามราคาประเมินที่กรอกคำนวณได้ (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก)จึงไม่ต้องปิดอากรแสตมป์ ถ้าทรัพย์เป็นยานพาหนะที่จดทะเบียน ใบรับในการโอนต้องปิดอากรตามลักษณะ 28 ถ้าเข้าเกณฑ์ |
| ภาษี | การชำระหนี้ด้วยทรัพย์ถือเป็นการจำหน่ายทรัพย์ของลูกหนี้ ถ้าลูกหนี้เป็นนิติบุคคล ส่วนต่างระหว่างมูลค่าที่หักหนี้กับราคาทุนของทรัพย์เป็นกำไรหรือขาดทุนของกิจการ ถ้าลูกหนี้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มและทรัพย์เป็นสินค้า ต้องออกใบกำกับภาษีตามประมวลรัษฎากร มาตรา 78 และ 86 ส่วนดอกเบี้ยค้างชำระที่ระงับไปด้วยทรัพย์เป็นเงินได้ของเจ้าหนี้ตามมาตรา 40(4)(ก) ให้ตรวจกับผู้สอบบัญชีก่อนโอน |
| แบบที่กฎหมายกำหนด | การชำระหนี้ด้วยสิ่งอื่นแทนเงินต้องได้รับความยินยอมจากเจ้าหนี้ ตาม ป.พ.พ. มาตรา 321 ข้อ 2.1 จึงเขียนความยินยอมของเจ้าหนี้ไว้ชัด และข้อ 4.3 ให้หนี้ระงับเมื่อโอนและส่งมอบเสร็จเท่านั้น ไม่ใช่เมื่อลงนาม เพราะเจ้าหนี้ที่ยอมรับทรัพย์แต่ยังไม่ได้ทรัพย์ต้องไม่เสียสิทธิเรียกเงิน ⚠️ หนี้เดิมเป็นเงินกู้ ป.พ.พ. มาตรา 656 วรรคสอง บังคับว่าเมื่อผู้ให้กู้ยอมรับทรัพย์สินอย่างอื่นเป็นการชำระหนี้แทนเงินที่กู้ หนี้ระงับเท่าราคาท้องตลาดของทรัพย์ในเวลาและ ณ สถานที่ส่งมอบ และข้อตกลงที่ขัดกับหลักนี้เป็นโมฆะ ข้อ 2.2 จึงให้ใช้ราคาท้องตลาดในวันส่งมอบ ไม่ใช่ราคาที่คู่สัญญาตกลงกันเองถ้าต่างกัน เจ้าหนี้เงินกู้ที่กดราคาทรัพย์ให้ต่ำเพื่อให้ลูกหนี้ยังค้างหนี้อยู่ จะไม่ได้ผลตามข้อตกลงนั้น ให้ใช้รายงานประเมินราคาจากผู้ประเมินอิสระหนี้เดิมไม่ใช่เงินกู้ มาตรา 656 จึงไม่บังคับ คู่สัญญากำหนดมูลค่าเองได้ แต่ถ้ามูลค่าต่ำหรือสูงกว่าราคาจริงมากจนเห็นได้ว่าเอาเปรียบ อาจถูกโต้แย้งว่าไม่เป็นธรรมตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 4 หรือถูกเจ้าหนี้อื่นของลูกหนี้โต้แย้ง อสังหาริมทรัพย์ ต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ มิฉะนั้นการโอนเป็นโมฆะ ตามหลักเดียวกับการซื้อขายใน ป.พ.พ. มาตรา 456 ค่าธรรมเนียมการโอนร้อยละ 2 ของราคาประเมิน ตามราคาประเมินที่กรอกคือ (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก) เจ้าพนักงานที่ดินอาจถือว่าการโอนชำระหนี้เป็นการขาย ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายและภาษีธุรกิจเฉพาะจึงอาจเกิดเหมือนการขาย ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายประมาณ (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก) ถ้าถือครองไม่ถึง 5 ปีอาจต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะร้อยละ 3.3 แทนอากรแสตมป์ ตัวเลขนี้เป็นการประมาณ ให้ตรวจกับสำนักงานที่ดินในวันโอน |
| มาตราที่อ้าง | ป.พ.พ. ม.224, 456, 656; พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 ม.4; ประมวลรัษฎากร ม.40(4)(ก), 78, 86, บัญชีอัตราอากรลักษณะ 28 |
| ค่าใช้แบบฟอร์มบนเว็บนี้ | 349 บาท |
ใช้สัญญาฉบับนี้เมื่อไร
- ใช้เมื่อลูกหนี้ไม่มีเงินแต่มีที่ดิน ห้องชุด หรือรถที่เจ้าหนี้ยอมรับแทน
- ใช้เมื่อปิดหนี้เงินกู้ด้วยการโอนทรัพย์
- ใช้เมื่อคู่ค้าชำระหนี้ค่าสินค้าด้วยสินค้าหรืออุปกรณ์
จุดที่พลาดบ่อยและต้องระวัง
- ถ้าหนี้เป็นเงินกู้ หนี้ระงับเท่าราคาท้องตลาดของทรัพย์ในวันส่งมอบ ตกลงเป็นอย่างอื่นไม่ได้
- หนี้ระงับเมื่อโอนเสร็จ ไม่ใช่เมื่อลงนาม
- ตรวจภาระจำนองและการอายัดก่อนรับโอน
- กำหนดให้ชัดว่าส่วนต่างระหว่างมูลค่ากับหนี้เป็นอย่างไร
กรณีที่ไม่ควรใช้ฉบับนี้
- ถ้ายังจะชำระเป็นเงินโดยผ่อน ให้ใช้ หนังสือรับสภาพหนี้และสัญญาผ่อนชำระหนี้
- ถ้าปรับโครงสร้างหนี้ ให้ใช้ สัญญาปรับโครงสร้างหนี้
- ถ้าเป็นการซื้อขายที่ดินโดยจ่ายราคาเป็นเงิน ให้ใช้ สัญญาจะซื้อจะขายที่ดิน (ตามเนื้อที่ / เหมายกแปลง)
อากรแสตมป์
สัญญาตกลงชำระหนี้ด้วยทรัพย์ไม่ใช่ตราสารในบัญชีอัตราอากรแสตมป์ในตัวเอง แต่การโอนอสังหาริมทรัพย์ที่สำนักงานที่ดินต้องเสียอากรแสตมป์ในวันโอนตามบัญชีอัตราอากรแสตมป์ลักษณะ 28 ในอัตราร้อยละ 0.5 ของราคาประเมินหรือมูลค่าที่ตกลงแล้วแต่อย่างใดสูงกว่า เว้นแต่ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะแทน ตามราคาประเมินที่กรอกคำนวณได้ (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก)จึงไม่ต้องปิดอากรแสตมป์ ถ้าทรัพย์เป็นยานพาหนะที่จดทะเบียน ใบรับในการโอนต้องปิดอากรตามลักษณะ 28 ถ้าเข้าเกณฑ์
การจดทะเบียน / แบบที่กฎหมายกำหนด
การชำระหนี้ด้วยสิ่งอื่นแทนเงินต้องได้รับความยินยอมจากเจ้าหนี้ ตาม ป.พ.พ. มาตรา 321 ข้อ 2.1 จึงเขียนความยินยอมของเจ้าหนี้ไว้ชัด และข้อ 4.3 ให้หนี้ระงับเมื่อโอนและส่งมอบเสร็จเท่านั้น ไม่ใช่เมื่อลงนาม เพราะเจ้าหนี้ที่ยอมรับทรัพย์แต่ยังไม่ได้ทรัพย์ต้องไม่เสียสิทธิเรียกเงิน
⚠️ หนี้เดิมเป็นเงินกู้ ป.พ.พ. มาตรา 656 วรรคสอง บังคับว่าเมื่อผู้ให้กู้ยอมรับทรัพย์สินอย่างอื่นเป็นการชำระหนี้แทนเงินที่กู้ หนี้ระงับเท่าราคาท้องตลาดของทรัพย์ในเวลาและ ณ สถานที่ส่งมอบ และข้อตกลงที่ขัดกับหลักนี้เป็นโมฆะ ข้อ 2.2 จึงให้ใช้ราคาท้องตลาดในวันส่งมอบ ไม่ใช่ราคาที่คู่สัญญาตกลงกันเองถ้าต่างกัน เจ้าหนี้เงินกู้ที่กดราคาทรัพย์ให้ต่ำเพื่อให้ลูกหนี้ยังค้างหนี้อยู่ จะไม่ได้ผลตามข้อตกลงนั้น ให้ใช้รายงานประเมินราคาจากผู้ประเมินอิสระหนี้เดิมไม่ใช่เงินกู้ มาตรา 656 จึงไม่บังคับ คู่สัญญากำหนดมูลค่าเองได้ แต่ถ้ามูลค่าต่ำหรือสูงกว่าราคาจริงมากจนเห็นได้ว่าเอาเปรียบ อาจถูกโต้แย้งว่าไม่เป็นธรรมตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 4 หรือถูกเจ้าหนี้อื่นของลูกหนี้โต้แย้ง
อสังหาริมทรัพย์ ต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ มิฉะนั้นการโอนเป็นโมฆะ ตามหลักเดียวกับการซื้อขายใน ป.พ.พ. มาตรา 456 ค่าธรรมเนียมการโอนร้อยละ 2 ของราคาประเมิน ตามราคาประเมินที่กรอกคือ (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก) เจ้าพนักงานที่ดินอาจถือว่าการโอนชำระหนี้เป็นการขาย ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายและภาษีธุรกิจเฉพาะจึงอาจเกิดเหมือนการขาย ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายประมาณ (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก) ถ้าถือครองไม่ถึง 5 ปีอาจต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะร้อยละ 3.3 แทนอากรแสตมป์ ตัวเลขนี้เป็นการประมาณ ให้ตรวจกับสำนักงานที่ดินในวันโอน
ภาษี
การชำระหนี้ด้วยทรัพย์ถือเป็นการจำหน่ายทรัพย์ของลูกหนี้ ถ้าลูกหนี้เป็นนิติบุคคล ส่วนต่างระหว่างมูลค่าที่หักหนี้กับราคาทุนของทรัพย์เป็นกำไรหรือขาดทุนของกิจการ ถ้าลูกหนี้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มและทรัพย์เป็นสินค้า ต้องออกใบกำกับภาษีตามประมวลรัษฎากร มาตรา 78 และ 86 ส่วนดอกเบี้ยค้างชำระที่ระงับไปด้วยทรัพย์เป็นเงินได้ของเจ้าหนี้ตามมาตรา 40(4)(ก) ให้ตรวจกับผู้สอบบัญชีก่อนโอน
ส่วนต่างและการประกันสิทธิ
ข้อ 3 บังคับให้คู่สัญญาตัดสินใจเรื่องส่วนต่างตั้งแต่วันลงนาม ถ้ามูลค่าทรัพย์น้อยกว่าหนี้ ต้องบอกว่าส่วนที่เหลือยังเป็นหนี้หรือได้รับการปลด ถ้ามากกว่าหนี้ ต้องบอกว่าเจ้าหนี้คืนส่วนเกินหรือไม่ ข้อ 5.2 ให้หนี้เดิมกลับคืนถ้าเจ้าหนี้เสียทรัพย์เพราะสิทธิของบุคคลอื่น ซึ่งเป็นหลักเดียวกับความรับผิดเพื่อการรอนสิทธิในการซื้อขาย ผู้ที่ผิดนัดชำระเงินต้องเสียดอกเบี้ยตาม ป.พ.พ. มาตรา 224
การโอนทรัพย์ให้เจ้าหนี้รายหนึ่งขณะที่ลูกหนี้มีหนี้สินล้นพ้นตัว เจ้าหนี้รายอื่นอาจขอให้เพิกถอนได้ตามกฎหมายว่าด้วยการเพิกถอนการฉ้อฉลและกฎหมายล้มละลาย ถ้าลูกหนี้มีปัญหาทางการเงิน ควรปรึกษาทนายของท่านก่อนรับโอน
เอกสารแนบท้ายสัญญา
- หลักฐานหนี้เดิมและการยืนยันยอดหนี้
- รายงานประเมินราคาทรัพย์
- สำเนาเอกสารสิทธิหรือคู่มือจดทะเบียนของทรัพย์
- บันทึกการตรวจสภาพทรัพย์
วันลงนาม
ทำสองฉบับข้อความตรงกัน เก็บไว้ฝ่ายละฉบับ เจ้าหนี้ไม่ควรคืนเอกสารแห่งหนี้เดิมจนกว่าการโอนตามข้อ 4.1 เสร็จ
ผู้เขียนและผู้ตรวจทาน
เขียนและตรวจทานโดย ภูวรา ครอบตะคุ ทนายความ (ใบอนุญาต 477/2558) · เนติบัณฑิตไทย · น.ม. กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาและสารสนเทศ — การเลือกประเด็น การจัดหมวด และคำอธิบายในบทความนี้เป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ของผู้เขียน ส่วนตัวบทกฎหมายที่ยกมาไม่มีลิขสิทธิ์และตรวจกับราชกิจจานุเบกษาได้เสมอ · ทะเบียนบทความ OKC-87FA59 · หากนำไปใช้ต่อ โปรดระบุชื่อผู้เขียนและลิงก์ต้นฉบับ
คำถามที่พบบ่อย
สัญญาชำระหนี้ด้วยทรัพย์สิน ต้องติดอากรแสตมป์ไหม
สัญญาตกลงชำระหนี้ด้วยทรัพย์ไม่ใช่ตราสารในบัญชีอัตราอากรแสตมป์ในตัวเอง แต่การโอนอสังหาริมทรัพย์ที่สำนักงานที่ดินต้องเสียอากรแสตมป์ในวันโอนตามบัญชีอัตราอากรแสตมป์ลักษณะ 28 ในอัตราร้อยละ 0.5 ของราคาประเมินหรือมูลค่าที่ตกลงแล้วแต่อย่างใดสูงกว่า เว้นแต่ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะแทน ตามราคาประเมินที่กรอกคำนวณได้ (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก)จึงไม่ต้องปิดอากรแสตมป์ ถ้าทรัพย์เป็นยานพาหนะที่จดทะเบียน ใบรับในการโอนต้องปิดอากรตามลักษณะ 28 ถ้าเข้าเกณฑ์
สัญญาชำระหนี้ด้วยทรัพย์สิน เสียภาษีอะไรบ้าง
การชำระหนี้ด้วยทรัพย์ถือเป็นการจำหน่ายทรัพย์ของลูกหนี้ ถ้าลูกหนี้เป็นนิติบุคคล ส่วนต่างระหว่างมูลค่าที่หักหนี้กับราคาทุนของทรัพย์เป็นกำไรหรือขาดทุนของกิจการ ถ้าลูกหนี้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มและทรัพย์เป็นสินค้า ต้องออกใบกำกับภาษีตามประมวลรัษฎากร มาตรา 78 และ 86 ส่วนดอกเบี้ยค้างชำระที่ระงับไปด้วยทรัพย์เป็นเงินได้ของเจ้าหนี้ตามมาตรา 40(4)(ก) ให้ตรวจกับผู้สอบบัญชีก่อนโอน
ใช้สัญญาชำระหนี้ด้วยทรัพย์สินตอนไหน
ใช้เมื่อลูกหนี้ไม่มีเงินแต่มีที่ดิน ห้องชุด หรือรถที่เจ้าหนี้ยอมรับแทน · ใช้เมื่อปิดหนี้เงินกู้ด้วยการโอนทรัพย์ · ใช้เมื่อคู่ค้าชำระหนี้ค่าสินค้าด้วยสินค้าหรืออุปกรณ์
ทำสัญญาชำระหนี้ด้วยทรัพย์สินต้องระวังอะไร
ถ้าหนี้เป็นเงินกู้ หนี้ระงับเท่าราคาท้องตลาดของทรัพย์ในวันส่งมอบ ตกลงเป็นอย่างอื่นไม่ได้ · หนี้ระงับเมื่อโอนเสร็จ ไม่ใช่เมื่อลงนาม · ตรวจภาระจำนองและการอายัดก่อนรับโอน · กำหนดให้ชัดว่าส่วนต่างระหว่างมูลค่ากับหนี้เป็นอย่างไร
กรณีไหนที่ไม่ควรใช้สัญญาชำระหนี้ด้วยทรัพย์สิน
ถ้ายังจะชำระเป็นเงินโดยผ่อน ให้ใช้ หนังสือรับสภาพหนี้และสัญญาผ่อนชำระหนี้ · ถ้าปรับโครงสร้างหนี้ ให้ใช้ สัญญาปรับโครงสร้างหนี้ · ถ้าเป็นการซื้อขายที่ดินโดยจ่ายราคาเป็นเงิน ให้ใช้ สัญญาจะซื้อจะขายที่ดิน (ตามเนื้อที่ / เหมายกแปลง)
สัญญาชำระหนี้ด้วยทรัพย์สิน ต้องจดทะเบียนหรือทำตามแบบที่กฎหมายกำหนดไหม
การชำระหนี้ด้วยสิ่งอื่นแทนเงินต้องได้รับความยินยอมจากเจ้าหนี้ ตาม ป.พ.พ. มาตรา 321 ข้อ 2.1 จึงเขียนความยินยอมของเจ้าหนี้ไว้ชัด และข้อ 4.3 ให้หนี้ระงับเมื่อโอนและส่งมอบเสร็จเท่านั้น ไม่ใช่เมื่อลงนาม เพราะเจ้าหนี้ที่ยอมรับทรัพย์แต่ยังไม่ได้ทรัพย์ต้องไม่เสียสิทธิเรียกเงิน ⚠️ หนี้เดิมเป็นเงินกู้ ป.พ.พ. มาตรา 656 วรรคสอง บังคับว่าเมื่อผู้ให้กู้ยอมรับทรัพย์สินอย่างอื่นเป็นการชำระหนี้แทนเงินที่กู้ หนี้ระงับเท่าราคาท้องตลาดของทรัพย์ในเวลาและ ณ สถานที่ส่งมอบ และข้อตกลงที่ขัดกับหลักนี้เป็นโมฆะ ข้อ 2.2 จึงให้ใช้ราคาท้องตลาดในวันส่งมอบ ไม่ใช่ราคาที่คู่สัญญาตกลงกันเองถ้าต่างกัน เจ้าหนี้เงินกู้ที่กดราคาทรัพย์ให้ต่ำเพื่อให้ลูกหนี้ยังค้างหนี้อยู่ จะไม่ได้ผลตามข้อตกลงนั้น ให้ใช้รายงานประเมินราคาจากผู้ประเมินอิสระหนี้เดิมไม่ใช่เงินกู้ มาตรา 656 จึงไม่บังคับ คู่สัญญากำหนดมูลค่าเองได้ แต่ถ้ามูลค่าต่ำหรือสูงกว่าราคาจริงมากจนเห็นได้ว่าเอาเปรียบ อาจถูกโต้แย้งว่าไม่เป็นธรรมตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 4 หรือถูกเจ้าหนี้อื่นของลูกหนี้โต้แย้ง อสังหาริมทรัพย์ ต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ มิฉะนั้นการโอนเป็นโมฆะ ตามหลักเดียวกับการซื้อขายใน ป.พ.พ. มาตรา 456 ค่าธรรมเนียมการโอนร้อยละ 2 ของราคาประเมิน ตามราคาประเมินที่กรอกคือ (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก) เจ้าพนักงานที่ดินอาจถือว่าการโอนชำระหนี้เป็นการขาย ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายและภาษีธุรกิจเฉพาะจึงอาจเกิดเหมือนการขาย ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายประมาณ (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก) ถ้าถือครองไม่ถึง 5 ปีอาจต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะร้อยละ 3.3 แทนอากรแสตมป์ ตัวเลขนี้เป็นการประมาณ ให้ตรวจกับสำนักงานที่ดินในวันโอน
ลงนามสัญญาชำระหนี้ด้วยทรัพย์สินต้องมีพยานไหม ทำกี่ฉบับ
ทำสองฉบับข้อความตรงกัน เก็บไว้ฝ่ายละฉบับ เจ้าหนี้ไม่ควรคืนเอกสารแห่งหนี้เดิมจนกว่าการโอนตามข้อ 4.1 เสร็จ
ทำสัญญาชำระหนี้ด้วยทรัพย์สินต้องเตรียมเอกสารอะไรแนบท้าย
หลักฐานหนี้เดิมและการยืนยันยอดหนี้ รายงานประเมินราคาทรัพย์ สำเนาเอกสารสิทธิหรือคู่มือจดทะเบียนของทรัพย์ บันทึกการตรวจสภาพทรัพย์
กฎหมายที่อ้างถึงในบทความนี้
ถ้อยคำด้านล่างคัดจากตัวบท 6 มาตรา — ใช้อ้างอิงได้ แต่หากต้องใช้ในชั้นศาล ควรตรวจกับราชกิจจานุเบกษาฉบับทางการอีกครั้ง
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 224
หนี้เงินนั้น ให้คิดดอกเบี้ยในระหว่างเวลาผิดนัดในอัตราที่กำหนดตามมาตรา 7 บวกด้วยอัตราเพิ่มร้อยละสองต่อปี ถ้าเจ้าหนี้อาจจะเรียกดอกเบี้ยได้สูงกว่านั้นโดยอาศัยเหตุอย่างอื่นอันชอบด้วยกฎหมาย ก็ให้คงส่งดอกเบี้ยต่อไปตามนั้น
ส่วนที่ 1 การไม่ชำระหนี้
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 456
การซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ ถ้ามิได้ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่เป็นโมฆะ วิธีนี้ให้ใช้ถึงซื้อขายเรือมีระวางตั้งแต่ห้าตันขึ้นไป ทั้งซื้อขายแพและสัตว์พาหนะด้วย
ส่วนที่ 1 บทเบ็ดเสร็จทั่วไป
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 656
ถ้าทำสัญญากู้ยืมเงินกัน และผู้กู้ยืมยอมรับเอาสิ่งของหรือทรัพย์สินอย่างอื่นแทนจำนวนเงินนั้นไซร้ ท่านให้คิดเป็นหนี้ค้างชำระโดยจำนวนเท่ากับราคาท้องตลาดแห่งสิ่งของหรือทรัพย์สินนั้นในเวลาและ ณ สถานที่ส่งมอบ
หมวด 2 ยืมใช้สิ้นเปลือง
พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 4
ข้อตกลงในสัญญาระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบธุรกิจการค้า หรือวิชาชีพ หรือในสัญญาสำเร็จรูป หรือในสัญญาขายฝากที่ทำให้ผู้ประกอบธุรกิจการค้า หรือวิชาชีพ หรือผู้กำหนดสัญญาสำเร็จรูป หรือผู้ซื้อฝากได้เปรียบคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งเกินสมควร เป็นข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม และให้มีผลบังคับได้เพียงเท่าที่เป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณีเท่านั้น
พระราชบัญญัติ ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540
ประมวลรัษฎากร มาตรา 40
เงินได้พึงประเมินนั้นคือ เงินได้ประเภทดังต่อไปนี้ รวมตลอดถึงเงินค่าภาษีอากรที่ผู้จ่ายเงินหรือผู้อื่นออกแทนให้สำหรับเงินได้ประเภทต่าง ๆ ดังกล่าว ไม่ว่าในทอดใด (1) เงินได้เนื่องจากการจ้างแรงงานไม่ว่าจะเป็นเงินเดือน ค่าจ้าง เบี้ยเลี้ยง โบนัส เบี้ยหวัด บำเหน็จ บำนาญ เงินค่าเช่าบ้าน เงินที่คำนวณได้จากมูลค่าของการได้อยู่บ้านที่นายจ้างให้อยู่โดยไม่เสียค่าเช่า เงินที่นายจ้างจ่ายชำระหนี้ใด ๆ ซึ่งลูกจ้างมีหน้าที่ต้องชำระ และเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์ใด ๆ บรรดาที่ได้เนื่องจากการจ้างแรงงาน (2) เงินได้เนื่องจากหน้าที่หรือตำแหน่งงานที่ทำหรือจากการรับทำงานให้ ไม่ว่าจะเป็นค่าธรรมเนียม ค่านายหน้า ค่าส่วนลด เงินอุดหนุนในงานที่ทำ เบี้ยประชุม บำเหน็จ โบนัส เงินค่าเช่าบ้าน เงินที่คำนวณได้จากมูลค่าของการได้อยู่บ้านที่ผู้จ่ายเงินได้ให้อยู่โดยไม่เสียค่าเช่า เงินที่ผู้จ่ายเงินได้จ่ายชำระหนี้ใด ๆ ซึ่งผู้มีเงินได้มีหน้าที่ต้องชำระ และเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์ใด ๆ บรรดาที่ได้เนื่องจากหน้าที่หรือตำแหน่งงานที่ทำหรือจากการรับทำงานให้นั้น ไม่ว่าหน้าที่หรือตำแหน่งงานหรืองานที่รับทำให้นั้นจะเป็นการประจำหรือชั่วคราว (3) ค่าแห่งกู๊ดวิลล์ ค่าแห่งลิขสิทธิ์ หรือสิทธิอย่างอื่น เงินปีหรือเงินได้มีลักษณะเป็นเงินรายปีอันได้มาจากพินัยกรรม นิติกรรมอย่างอื่น หรือคำพิพากษาของศาล (4) เงินได้ที่เป็น (ก) ดอกเบี้ยพันธบัตร ดอกเบี้ยเงินฝาก ดอกเบี้ยหุ้นกู้ ดอกเบี้ยตั๋วเงิน ดอกเบี้ยเงินกู้ยืมไม่ว่าจะมีหลักประกันหรือไม่ ดอกเบี้ยเงินกู้ยืมที่อยู่ในบังคับต้องถูกหักภาษีไว้ ณ ที่จ่ายตามกฎหมายว่าด้วยภาษีเงินได้ปิโตรเลียมเฉพาะส่วนที่เหลือจากถูกหักภาษีไว้ ณ ที่จ่ายตามกฎหมายดังกล่าว หรือผลต่างระหว่างราคาไถ่ถอนกับราคาจำหน่ายตั๋วเงินหรือตราสารแสดงสิทธิในหนี้ที่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล หรือนิติบุคคลอื่นเป็นผู้ออกและจำหน่ายครั้งแรกในราคาต่ำกว่าราคาไถ่ถอน รวมทั้งเงินได้ที่มีลักษณะทำนองเดียวกันกับดอกเบี้ย ผลประโยชน์หรือค่าตอบแทนอื่น ๆ ที่ได้จากการให้กู้ยืมหรือจากสิทธิเรียกร้องในหนี้ทุกชนิดไม่ว่าจะมีหลักประกันหรือไม่ก็ตาม (ข) เงินปันผล เงินส่วนแบ่งของกำไร หรือประโยชน์อื่นใดที่ได้จากบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล หรือสถาบันการเงินที่มีกฎหมายโดยเฉพาะของประเทศไทยจัดตั้งขึ้นสำหรับให้กู้ยืมเงินเพื่อส่งเสริมเกษตรกรรม พาณิชยกรรม หรืออุตสาหกรรม เงินปันผลหรือเงินส่วนแบ่งของกำไรที่อยู่ในบังคับต้องถูกหักภาษีไว้ ณ ที่จ่าย ตามกฎหมายว่าด้วยภาษีเงินได้ปิโตรเลียมเฉพาะส่วนที่เหลือจากถูกหักภาษีไว้ ณ ที่จ่ายตามกฎหมายดังกล่าว
ประมวลรัษฎากร — เงินได้พึงประเมิน ม.40–41
ประมวลรัษฎากร มาตรา 78
ภายใต้บังคับมาตรา 78/3 ความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มที่เกิดจากการขายสินค้า ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้ (1) การขายสินค้านอกจากที่อยู่ในบังคับตาม (2) (3) (4) หรือ (5) ให้ความรับผิดทั้งหมดเกิดขึ้นเมื่อส่งมอบสินค้า เว้นแต่กรณีที่ได้มีการกระทำดังต่อไปนี้เกิดขึ้นก่อนส่งมอบสินค้า ก็ให้ถือว่าความรับผิดเกิดขึ้นเมื่อได้มีการกระทำนั้น ๆ ด้วย (ก) โอนกรรมสิทธิ์สินค้า (ข) ได้รับชำระราคาสินค้า หรือ (ค) ได้ออกใบกำกับภาษี ทั้งนี้ โดยให้ความรับผิดเกิดขึ้นตามส่วนของการกระทำนั้น ๆ แล้วแต่กรณี (2) การขายสินค้าตามสัญญาให้เช่าซื้อหรือสัญญาซื้อขายผ่อนชำระที่กรรมสิทธิ์ในสินค้ายังไม่โอนไปยังผู้ซื้อเมื่อได้ส่งมอบ ให้ความรับผิดเกิดขึ้นเมื่อถึงกำหนดชำระราคาตามงวดที่ถึงกำหนดชำระราคาแต่ละงวด เว้นแต่กรณีที่ได้มีการกระทำดังต่อไปนี้เกิดขึ้นก่อนถึงกำหนดชำระราคาแต่ละงวด ก็ให้ถือว่าความรับผิดเกิดขึ้นเมื่อได้มีการกระทำนั้น ๆ ด้วย (ก) ได้รับชำระราคาสินค้า หรือ (ข) ได้ออกใบกำกับภาษี ทั้งนี้ โดยให้ความรับผิดเกิดขึ้นตามส่วนของการกระทำนั้น ๆ แล้วแต่กรณี (3) การขายสินค้าโดยมีการตั้งตัวแทนเพื่อขายและได้ส่งมอบสินค้าให้ตัวแทนแล้ว ทั้งนี้ เฉพาะสัญญาการตั้งตัวแทนเพื่อขายตามประเภทของสินค้าและเป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนดโดยอนุมัติรัฐมนตรี ให้ความรับผิดทั้งหมดเกิดขึ้นเมื่อตัวแทนได้ส่งมอบสินค้าให้ผู้ซื้อ เว้นแต่กรณีที่ได้มีการกระทำดังต่อไปนี้เกิดขึ้นก่อนการส่งมอบสินค้าให้ผู้ซื้อ ก็ให้ถือว่าความรับผิดเกิดขึ้นเมื่อได้มีการระทำนั้น ๆ ด้วย (ก) ตัวแทนได้โอนกรรมสิทธิ์สินค้าให้ผู้ซื้อ (ข) ตัวแทนได้รับชำระราคาสินค้า (ค) ตัวแทนได้ออกใบกำกับภาษี หรือ (ง) ได้มีการนำสินค้าไปใช้ไม่ว่าโดยตัวแทนหรือบุคคลอื่น ทั้งนี้ โดยให้ความรับผิดเกิดขึ้นตามส่วนของการกระทำนั้น ๆ แล้วแต่กรณี (4) การขายสินค้าโดยส่งออกให้ความรับผิดเกิดขึ้นดังต่อไปนี้ (ก) การส่งออกนอกจากที่ระบุใน (ข) หรือ (ค) ให้ความรับผิดเกิดขึ้นเมื่อชำระอากรขาออก วางหลักประกันอากรขาออก หรือจัดให้มีผู้ค้ำประกันอากรขาออก เว้นแต่ในกรณีที่ไม่ต้องเสียอากรขาออกหรือได้รับยกเว้นอากรขาออก แล้วแต่กรณี ก็ให้ถือว่าความรับผิดเกิดขึ้นในวันที่มีการออกใบขนสินค้าขาออกตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร (ข)2 การส่งออกในกรณีที่นำสินค้าเข้าไปในเขตปลอดอากรตามมาตรา 77/1 (14) (ก) ให้ความรับผิดเกิดขึ้นในวันที่นำสินค้าในราชอาณาจักรเข้าไปในเขตดังกล่าว (ค) การส่งออกซึ่งสินค้าที่อยู่ในคลังสินค้าทัณฑ์บนตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร ให้ความรับผิดเกิดขึ้นพร้อมกับความรับผิดตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร (5) การขายสินค้าที่ได้เสียภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละ 0 ตามมาตรา 80/1 (5) และภายหลังได้มีการโอนกรรมสิทธิ์ในสินค้าอันทำให้ผู้รับโอนสินค้ามีหน้าที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 82/1 (2) ให้ความรับผิดทั้งหมดเกิดขึ้นเมื่อโอนกรรมสิทธิ์สินค้า เพื่อเป็นการบรรเทาภาระในการยื่นแบบแสดงรายการภาษีและการชำระภาษีของผู้ประกอบการจดทะเบียนสำหรับการขายสินค้าแก่กระทรวง ทบวง กรม หรือราชการส่วนท้องถิ่น ทั้งนี้ เฉพาะการขายสินค้าตามสัญญาและมีการชำระราคาที่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดโดยกฎกระทรวง ให้อธิบดีโดยอนุมัติรัฐมนตรีมีอำนาจกำหนดความรับผิดตาม (1) (2) และ (3) เกิดขึ้นเป็นอย่างอื่นได้
ประมวลรัษฎากร หมวด 4 ภาษีมูลค่าเพิ่ม (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)