# สัญญาจ้างเชื่อมต่อ API ต้องมีอะไรบ้าง

> สำหรับจ้างพัฒนาการเชื่อมระบบของผู้ว่าจ้างกับ API ภายนอก กำหนดเจ้าของบัญชี กุญแจ โควตา ค่าใช้บริการ การทดสอบรายการซ้ำ การสลับใช้จริง และการส่งมอบ

ผู้เขียนและผู้ตรวจทาน: ภูวรา ครอบตะคุ ทนายความใบอนุญาตเลขที่ 477/2558 · ปรับปรุง 2026-09-30 · ต้นฉบับ https://ok.aipdpa.com/kb/%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%8D%E0%B8%B2%E0%B8%88%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%8A%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8%AD-API

## ตอบสั้น

ผู้ว่าจ้างจ้างผู้รับจ้างเขียนและติดตั้งส่วนเชื่อมต่อระบบกับ API ของบุคคลภายนอกโดยส่งมอบโค้ดและเอกสาร · ตรวจรุ่น API เงื่อนไขผู้ให้บริการและผู้เป็นเจ้าของบัญชีให้ตรงเอกสารแนบ

## ข้อเท็จจริงที่อ้างอิงได้

- **ใช้เมื่อ:** ใช้เมื่อระบบเดิมต้องเรียก API ภายนอกและมีผลรับส่งข้อมูลชัดเจน
- **อากรแสตมป์:** สัญญาจ้างเชื่อมต่อ API ส่วนงานสร้างและส่งมอบเข้าลักษณะจ้างทำของตาม ป.พ.พ. มาตรา 587 และบัญชีอัตราอากรแสตมป์ลักษณะ 4 ผู้รับจ้างเป็นผู้เสียอากรและขีดฆ่า อัตรา 1 บาทต่อสินจ้างทุก 1,000 บาทหรือเศษของ 1,000 บาท จากค่าจ้าง … คำนวณอากรได้ (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก) คู่ฉบับส่วนนี้ (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก) ให้ตรวจลักษณะ 23 ตามจำนวนฉบับที่ลงนาม ค่าใช้ API ที่จ่ายแก่บุคคลภายนอกและแสดงหลักฐานแยกไม่ใช่ค่าจ้างสร้างงานโดยอัตโนมัติ หากมีการแต่งตั้งตัวแทนให้เบิกจ่ายหรือถือเงินแทน ต้องตรวจอากรลักษณะ 21 แยกตามขอบเขตอำนาจ หากไม่ปิดอากรบริบูรณ์ ตราสารที่ต้องเสียอากรอาจใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนชำระอากรและเงินเพิ่มตามประมวลรัษฎากร มาตรา 118, 113–114 สัญญาอิเล็กทรอนิกส์ให้ตรวจการชำระเป็นตัวเงินและกำหนดเวลา ผู้รับจ้างควรเก็บหลักฐานชำระคู่กับสัญญา
- **ภาษี:** ผู้ว่าจ้างที่เป็นนิติบุคคลและจ่ายค่าจ้างทำของแก่ผู้รับที่เข้าเงื่อนไข หักภาษี ณ ที่จ่ายอัตราปกติร้อยละ 3 ตามคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 8 จากค่าจ้างก่อนภาษีมูลค่าเพิ่ม เมื่อยอดตามสัญญาตั้งแต่ 1,000 บาทแม้แบ่งจ่ายต่ำกว่านั้นตามข้อ 12/7 ออกหนังสือรับรองและนำส่งตามกำหนด ตรวจอัตราปัจจุบันก่อนจ่าย ค่า API ที่ผู้ว่าจ้างชำระตรงไม่ใช่รายได้ผู้รับจ้าง ส่วนเงินสำรองจ่ายต้องแยกเอกสารหลักฐานและตรวจการปฏิบัติทางภาษีตามผู้รับเงินกับลักษณะรายการจริง ผู้รับจ้างที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มเรียกเก็บภาษีตามอัตราปัจจุบันและออกใบกำกับภาษีเมื่อเกิดความรับผิดตามประมวลรัษฎากร มาตรา 78/1 และ 86 เมื่อชำระค่า API ให้ผู้ให้บริการต่างประเทศต้องตรวจภาษีและภาษีมูลค่าเพิ่มของบริการข้ามแดนตามข้อเท็จจริง ไม่สมมติว่าเป็นค่าบริการในประเทศ
- **แบบที่กฎหมายกำหนด:** สัญญาจ้างเชื่อมต่อระบบทั่วไปไม่ต้องจดทะเบียน แต่ต้องตรวจสิทธิใช้ API และบัญชีของผู้ว่าจ้างตามเงื่อนไขผู้ให้บริการ หากข้อมูลลูกค้าจริงผ่านระบบ ผู้ว่าจ้างและผู้รับจ้างต้องลงนามข้อตกลงประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเปิดสิทธิ โดยใช้แม่แบบสัญญาประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลให้ตรงกับกิจกรรมตาม พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล มาตรา 40 การโอนสิทธิในโค้ดที่สร้างขึ้นใหม่และการระบุชื่อผู้สร้างสรรค์ให้ตรวจ พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ มาตรา 10, 15, 17 และ 18 ตามข้อ 10
- **มาตราที่อ้าง:** ป.พ.พ. ม.7, 224, 383, 387, 391, 575, 587, 605, 797, 810–812; พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 ม.4, 5, 8; พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ม.10, 15, 17, 18; พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ม.28–29, 37(4), 39, 40; ประมวลรัษฎากร ม.113–114, 118, บัญชีอัตราอากรลักษณะ 4, 21, 23; คำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 8, 12/7; ประมวลรัษฎากร ม.78/1, 86
- **ค่าใช้แบบฟอร์มบนเว็บนี้:** 249 บาท

## ใช้สัญญาฉบับนี้เมื่อไร

- ใช้เมื่อระบบเดิมต้องเรียก API ภายนอกและมีผลรับส่งข้อมูลชัดเจน
- ใช้เมื่อมีความเสี่ยงคำขอซ้ำ ค่าใช้ API และกุญแจระบบที่ต้องจัดอำนาจ
- ใช้เมื่อจะทดสอบในระบบทดลองก่อนสลับขึ้นระบบจริง

## จุดที่พลาดบ่อยและต้องระวัง

- ตรวจรุ่น API เงื่อนไขผู้ให้บริการและผู้เป็นเจ้าของบัญชีให้ตรงเอกสารแนบ
- ทดสอบการลองซ้ำและเว็บฮุกซ้ำโดยเฉพาะเมื่อรายการเคลื่อนเงินหรือสต็อก
- ค่าใช้ API ของบุคคลภายนอกต้องแยกจากค่าจ้างและมีเพดานพร้อมหลักฐาน
- หากมีข้อมูลลูกค้าจริง ต้องทำข้อตกลงประมวลผลข้อมูลตาม พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ม.40 และตรวจโอนต่างประเทศตาม ม.28–29
- เพดานความรับผิดต้องไม่คลุมการทุจริต จงใจ ประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง การละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล และการยึดกุญแจหรือระบบไว้ต่อรอง ไม่งั้นเสี่ยงถูกตัดทั้งข้อตาม พ.ร.บ.ข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม ม.8

## กรณีที่ไม่ควรใช้ฉบับนี้

- ถ้าจ้างสร้างระบบใหม่ทั้งระบบโดยแบ่งงวดงาน ให้ใช้ [สัญญาจ้างพัฒนาซอฟต์แวร์ / ระบบสารสนเทศ](/s/th_software_development)
- ถ้าจ้างสร้างผู้ช่วยที่ใช้โมเดลภาษาและฐานความรู้ ให้ใช้ [สัญญาจ้างพัฒนา Chatbot หรือระบบ AI](/s/th_ai_chatbot_development)
- ถ้าเป็นการเชื่อมเครื่องมือสำเร็จรูปโดยไม่เขียนโค้ด API เฉพาะ ให้ใช้สัญญาจ้างทำระบบอัตโนมัติเมื่อมีแม่แบบนั้น

## อากรแสตมป์

สัญญาจ้างเชื่อมต่อ API ส่วนงานสร้างและส่งมอบเข้าลักษณะจ้างทำของตาม ป.พ.พ. มาตรา 587 และบัญชีอัตราอากรแสตมป์ลักษณะ 4 ผู้รับจ้างเป็นผู้เสียอากรและขีดฆ่า อัตรา 1 บาทต่อสินจ้างทุก 1,000 บาทหรือเศษของ 1,000 บาท จากค่าจ้าง … คำนวณอากรได้ (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก) คู่ฉบับส่วนนี้ (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก) ให้ตรวจลักษณะ 23 ตามจำนวนฉบับที่ลงนาม ค่าใช้ API ที่จ่ายแก่บุคคลภายนอกและแสดงหลักฐานแยกไม่ใช่ค่าจ้างสร้างงานโดยอัตโนมัติ หากมีการแต่งตั้งตัวแทนให้เบิกจ่ายหรือถือเงินแทน ต้องตรวจอากรลักษณะ 21 แยกตามขอบเขตอำนาจ

หากไม่ปิดอากรบริบูรณ์ ตราสารที่ต้องเสียอากรอาจใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนชำระอากรและเงินเพิ่มตามประมวลรัษฎากร มาตรา 118, 113–114 สัญญาอิเล็กทรอนิกส์ให้ตรวจการชำระเป็นตัวเงินและกำหนดเวลา ผู้รับจ้างควรเก็บหลักฐานชำระคู่กับสัญญา

## การจดทะเบียน / แบบที่กฎหมายกำหนด

สัญญาจ้างเชื่อมต่อระบบทั่วไปไม่ต้องจดทะเบียน แต่ต้องตรวจสิทธิใช้ API และบัญชีของผู้ว่าจ้างตามเงื่อนไขผู้ให้บริการ หากข้อมูลลูกค้าจริงผ่านระบบ ผู้ว่าจ้างและผู้รับจ้างต้องลงนามข้อตกลงประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเปิดสิทธิ โดยใช้แม่แบบสัญญาประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลให้ตรงกับกิจกรรมตาม พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล มาตรา 40 การโอนสิทธิในโค้ดที่สร้างขึ้นใหม่และการระบุชื่อผู้สร้างสรรค์ให้ตรวจ พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ มาตรา 10, 15, 17 และ 18 ตามข้อ 10

## ภาษี

ผู้ว่าจ้างที่เป็นนิติบุคคลและจ่ายค่าจ้างทำของแก่ผู้รับที่เข้าเงื่อนไข หักภาษี ณ ที่จ่ายอัตราปกติร้อยละ 3 ตามคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 8 จากค่าจ้างก่อนภาษีมูลค่าเพิ่ม เมื่อยอดตามสัญญาตั้งแต่ 1,000 บาทแม้แบ่งจ่ายต่ำกว่านั้นตามข้อ 12/7 ออกหนังสือรับรองและนำส่งตามกำหนด ตรวจอัตราปัจจุบันก่อนจ่าย ค่า API ที่ผู้ว่าจ้างชำระตรงไม่ใช่รายได้ผู้รับจ้าง ส่วนเงินสำรองจ่ายต้องแยกเอกสารหลักฐานและตรวจการปฏิบัติทางภาษีตามผู้รับเงินกับลักษณะรายการจริง

ผู้รับจ้างที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มเรียกเก็บภาษีตามอัตราปัจจุบันและออกใบกำกับภาษีเมื่อเกิดความรับผิดตามประมวลรัษฎากร มาตรา 78/1 และ 86 เมื่อชำระค่า API ให้ผู้ให้บริการต่างประเทศต้องตรวจภาษีและภาษีมูลค่าเพิ่มของบริการข้ามแดนตามข้อเท็จจริง ไม่สมมติว่าเป็นค่าบริการในประเทศ

## API ของคนอื่นเปลี่ยนเมื่อไรก็ได้ — และนั่นไม่ใช่ความผิดของใคร

งานเชื่อม API ต่างจากงานพัฒนาทั่วไปตรงที่ **ของที่เราสร้างวางอยู่บนของที่คนอื่นเป็นเจ้าของ** ผู้ให้บริการปลายทางเปลี่ยนรุ่น เปลี่ยนรูปแบบข้อมูล ลดโควตา ขึ้นราคา หรือยกเลิกบริการได้ตลอดเวลา โดยไม่ต้องถามใคร และระบบที่เคยทำงานดีก็หยุดทำงานเองโดยไม่มีใครแก้โค้ด

ข้อ 7 จึงแยกให้ชัดว่า **การเปลี่ยนแปลงของผู้ให้บริการไม่ใช่ความบกพร่องของผู้รับจ้าง** แต่ก็ไม่ได้แปลว่าไม่มีใครต้องจ่ายค่าแก้ สิ่งที่ต้องตกลงกันไว้ก่อนคือใครเฝ้าดูประกาศของผู้ให้บริการ ใครแจ้งใคร และค่าแก้คิดอย่างไร

**ข้อยกเว้นที่สำคัญ** คือถ้าผู้รับจ้างรู้อยู่แล้วตอนทำสัญญาว่า API รุ่นนั้นกำลังจะถูกยกเลิก แล้วยังเลือกใช้โดยไม่บอก อันนั้นเป็นความรับผิดของผู้รับจ้าง ไม่ใช่เหตุภายนอก

## รายการซ้ำ — จุดที่ทำให้เงินออกสองครั้ง

ข้อ 4.2 เป็นข้อที่มีมูลค่าที่สุดในสัญญาฉบับนี้ และเป็นข้อที่สัญญาจ้างพัฒนาทั่วไปไม่มี

เครือข่ายขาดกลางคัน ปลายทางตอบช้าจนระบบเราคิดว่าล้มเหลวแล้วยิงซ้ำ หรือเว็บฮุกส่งข้อความเดิมมาสองรอบ ทั้งสามอย่างนี้เป็นเรื่องปกติของการเชื่อมระบบ **ไม่ใช่เหตุผิดปกติ** ผลคือถ้าไม่ได้ออกแบบกันไว้ ลูกค้าอาจถูกตัดเงินสองครั้ง สต็อกอาจถูกตัดซ้ำ หรือออเดอร์เดียวกลายเป็นสองใบ

สิ่งที่ต้องมีคือ **เลขอ้างอิงประจำรายการ** เพื่อให้ปลายทางรู้ว่าเคยรับคำขอนี้แล้ว บวกกับ **กรณีทดสอบที่จำลองการยิงซ้ำและเครือข่ายขาดจริง** ตามผนวก ข้อ 4.3 ยังห้ามผู้รับจ้างยิงคำขอซ้ำเองเพื่อลองแก้ปัญหาโดยไม่ให้ผู้ว่าจ้างตรวจก่อน ซึ่งเป็นวิธีที่ทำให้เรื่องเล็กกลายเป็นเรื่องใหญ่

## กุญแจ บัญชี และเงินค่า API

**บัญชีของผู้ให้บริการ API ต้องอยู่ในชื่อผู้ว่าจ้าง** ผู้รับจ้างได้สิทธิเป็นผู้ใช้รายบุคคลหรือได้กุญแจสำหรับงานนี้เท่านั้น เหตุผลตรงไปตรงมาคือเมื่อเลิกจ้างแล้วต้องเปลี่ยนคนดูแลได้โดยไม่ต้องขอใคร และระบบต้องไม่ดับเพราะบัตรเครดิตที่ผูกไว้เป็นของผู้รับจ้าง

**ค่าใช้ API ที่ผู้รับจ้างสำรองจ่ายแทน เป็นเงินของผู้ว่าจ้าง** ไม่ใช่รายได้ของผู้รับจ้าง จึงต้องมีหลักฐานทุกรายการ คืนส่วนที่เหลือ และห้ามบวกกำไรเงียบ ๆ นี่คือเหตุผลที่สัญญากำหนดเพดานค่าใช้จ่ายและให้แจ้งเตือนก่อนถึงเพดาน เพราะระบบที่ตั้งค่าผิดหรือติดลูปเรียกซ้ำ ใช้โควตาหมดได้ในไม่กี่ชั่วโมง

**ห้ามเขียนกุญแจหรือรหัสจริงลงในสัญญาหรือเอกสารแนบเด็ดขาด** ให้ส่งผ่านช่องทางที่ตกลงกันและหมุนเปลี่ยนทันทีหลังส่งมอบงาน

## ความเงียบเป็นการตรวจรับ กับเส้นแบ่งจ้างทำของ

**สวิตช์ในข้อ 6.2** ที่ให้ความเงียบเป็นการตรวจรับต้องใช้เฉพาะเมื่อเลือกไว้ ส่งหลักฐานครบ และเตือนก่อนกำหนด มิฉะนั้นอาจเป็นข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรมตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 4 และมาตรา 8; ข้อ 12.2 เรื่องเลิกก่อนเสร็จต้องคิดงานและความเสียหายที่พิสูจน์ได้ตาม ป.พ.พ. มาตรา 605 ไม่ริบค่าจ้างทั้งก้อน

ผู้รับจ้างอิสระตามข้อ 1 ยังต้องดูสภาพงานจริง หากผู้ว่าจ้างบังคับเวลา สถานที่ และวิธีทำงานอย่างต่อเนื่อง อาจเข้าลักษณะจ้างแรงงานตาม ป.พ.พ. มาตรา 575 แทนจ้างทำของตามมาตรา 587 ซึ่งกระทบสิทธิแรงงาน ประกันสังคม และภาษี

## ข้อที่คนจ้างเชื่อม API พลาดบ่อย

- **ไม่ระบุว่าเชื่อมกับ API รุ่นไหน** — ผู้ให้บริการมักมีหลายรุ่นพร้อมกัน และรุ่นเก่าถูกปิดตามกำหนด ให้เขียนรุ่นไว้ในผนวกพร้อมวันสิ้นสุดการสนับสนุนถ้าประกาศไว้แล้ว
- **บัญชี API อยู่ในชื่อผู้รับจ้าง** — เลิกจ้างแล้วระบบดับ หรือถูกเรียกค่าไถ่โดยไม่ตั้งใจ ข้อ 2 แก้จุดนี้
- **ไม่ตั้งเพดานค่าใช้จ่าย** — ลูปเรียกซ้ำหนึ่งครั้งกินโควตาทั้งเดือนได้ และผู้ว่าจ้างมารู้ตอนได้ใบแจ้งหนี้
- **ทดสอบแต่ทางที่ถูก** — กรณีที่ต้องทดสอบจริงคือทางที่ผิด เครือข่ายขาด ปลายทางตอบช้า และข้อความซ้ำ ซึ่งผนวกกำหนดให้ต้องมี
- **สลับขึ้นระบบจริงโดยไม่มีแผนย้อนกลับ** — ข้อ 5 บังคับให้มีแผนกลับไปสภาพเดิม เพราะการเชื่อมระบบพังตอนขึ้นจริงคือเวลาที่เสียหายที่สุด
- **คิดว่าผู้รับจ้างต้องรับผิดเมื่อ API ล่ม** — บริการของคนอื่นล่มไม่ใช่ความผิดผู้รับจ้าง แต่ผู้รับจ้างต้องช่วยวินิจฉัยและบรรเทา ข้อ 11.2 เขียนไว้แล้ว
- **ส่งข้อมูลลูกค้าข้ามไปปลายทางโดยไม่ดูว่าเซิร์ฟเวอร์อยู่ไหน** — API ต่างประเทศคือการส่งข้อมูลข้ามแดน ต้องตรวจก่อนเปิดใช้ ไม่ใช่หลังเปิด
- **จบงานแล้วไม่ได้เอกสาร** — ข้อ 10 กำหนดให้ส่งมอบซอร์สโค้ด เอกสาร API รายการส่วนประกอบเดิมและโอเพนซอร์ส อย่ารอจนถึงวันเลิกจ้างค่อยถาม

## เอกสารแนบท้ายสัญญา

- ผังระบบต้นทาง–ปลายทาง รายการจุดเชื่อมต่อ รุ่น API ทิศทางและประเภทข้อมูล พร้อมสำเนาข้อกำหนดการใช้
- ตารางโควตา อัตราเรียกใช้ งบและผู้ชำระ ใบแจ้งหนี้ของผู้ให้บริการ พร้อมสิทธิผู้ดูแลบัญชี
- กรณีทดสอบคำขอซ้ำ เว็บฮุกซ้ำ ความล่าช้าและเครือข่ายขาด รวมหลักฐานกระทบยอดเงินหรือสต็อก
- แผนสลับระบบทดสอบสู่ระบบจริงและย้อนกลับ เอกสาร API ซอร์สโค้ด รายการส่วนประกอบเดิมและโอเพนซอร์ส
- หากมีข้อมูลส่วนบุคคล แนบข้อตกลงประมวลผลตามมาตรา 37, 39, 40 และตรวจการโอนต่างประเทศตามมาตรา 28–29 รวมประเทศปลายทางและผู้รับข้อมูล

## วันลงนาม

ทำสองฉบับข้อความตรงกัน เก็บฝ่ายละฉบับ ลงชื่อกำกับเอกสารแนบ พยานลงชื่อเมื่อมี ตรวจว่าบัญชี API อยู่ในชื่อผู้ว่าจ้างและช่องกู้คืนใช้ได้จริง ห้ามแนบกุญแจจริงหรือรหัสผ่านในสัญญา หากฝ่าฝืนข้อ 2, 4, 8 หรือ 10 ให้หยุดสิทธิที่เสี่ยง เก็บหลักฐาน แจ้งอีกฝ่าย และใช้สิทธิเรียกค่าเสียหายหรือเลิกสัญญาตามข้อ 11–12 เงินที่ผู้รับจ้างรับไว้แทนต้องส่งคืนตาม ป.พ.พ. มาตรา 810–811 การเข้าระบบหลังเพิกถอนสิทธิอาจเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 มาตรา 5–10 ต้องตรวจข้อเท็จจริงก่อนกล่าวหา

## ผู้เขียนและผู้ตรวจทาน

เขียนและตรวจทานโดย **ภูวรา ครอบตะคุ** ทนายความ (ใบอนุญาต 477/2558) · เนติบัณฑิตไทย · น.ม. กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาและสารสนเทศ — การเลือกประเด็น การจัดหมวด และคำอธิบายในบทความนี้เป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ของผู้เขียน ส่วนตัวบทกฎหมายที่ยกมาไม่มีลิขสิทธิ์และตรวจกับราชกิจจานุเบกษาได้เสมอ · ทะเบียนบทความ OKC-35CF1C · หากนำไปใช้ต่อ โปรดระบุชื่อผู้เขียนและลิงก์ต้นฉบับ

## คำถามที่พบบ่อย

### สัญญาจ้างเชื่อมต่อ API ต้องติดอากรแสตมป์ไหม

สัญญาจ้างเชื่อมต่อ API ส่วนงานสร้างและส่งมอบเข้าลักษณะจ้างทำของตาม ป.พ.พ. มาตรา 587 และบัญชีอัตราอากรแสตมป์ลักษณะ 4 ผู้รับจ้างเป็นผู้เสียอากรและขีดฆ่า อัตรา 1 บาทต่อสินจ้างทุก 1,000 บาทหรือเศษของ 1,000 บาท จากค่าจ้าง … คำนวณอากรได้ (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก) คู่ฉบับส่วนนี้ (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก) ให้ตรวจลักษณะ 23 ตามจำนวนฉบับที่ลงนาม ค่าใช้ API ที่จ่ายแก่บุคคลภายนอกและแสดงหลักฐานแยกไม่ใช่ค่าจ้างสร้างงานโดยอัตโนมัติ หากมีการแต่งตั้งตัวแทนให้เบิกจ่ายหรือถือเงินแทน ต้องตรวจอากรลักษณะ 21 แยกตามขอบเขตอำนาจ หากไม่ปิดอากรบริบูรณ์ ตราสารที่ต้องเสียอากรอาจใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนชำระอากรและเงินเพิ่มตามประมวลรัษฎากร มาตรา 118, 113–114 สัญญาอิเล็กทรอนิกส์ให้ตรวจการชำระเป็นตัวเงินและกำหนดเวลา ผู้รับจ้างควรเก็บหลักฐานชำระคู่กับสัญญา

### สัญญาจ้างเชื่อมต่อ API เสียภาษีอะไรบ้าง

ผู้ว่าจ้างที่เป็นนิติบุคคลและจ่ายค่าจ้างทำของแก่ผู้รับที่เข้าเงื่อนไข หักภาษี ณ ที่จ่ายอัตราปกติร้อยละ 3 ตามคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 8 จากค่าจ้างก่อนภาษีมูลค่าเพิ่ม เมื่อยอดตามสัญญาตั้งแต่ 1,000 บาทแม้แบ่งจ่ายต่ำกว่านั้นตามข้อ 12/7 ออกหนังสือรับรองและนำส่งตามกำหนด ตรวจอัตราปัจจุบันก่อนจ่าย ค่า API ที่ผู้ว่าจ้างชำระตรงไม่ใช่รายได้ผู้รับจ้าง ส่วนเงินสำรองจ่ายต้องแยกเอกสารหลักฐานและตรวจการปฏิบัติทางภาษีตามผู้รับเงินกับลักษณะรายการจริง ผู้รับจ้างที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มเรียกเก็บภาษีตามอัตราปัจจุบันและออกใบกำกับภาษีเมื่อเกิดความรับผิดตามประมวลรัษฎากร มาตรา 78/1 และ 86 เมื่อชำระค่า API ให้ผู้ให้บริการต่างประเทศต้องตรวจภาษีและภาษีมูลค่าเพิ่มของบริการข้ามแดนตามข้อเท็จจริง ไม่สมมติว่าเป็นค่าบริการในประเทศ

### ใช้สัญญาจ้างเชื่อมต่อ APIตอนไหน

ใช้เมื่อระบบเดิมต้องเรียก API ภายนอกและมีผลรับส่งข้อมูลชัดเจน · ใช้เมื่อมีความเสี่ยงคำขอซ้ำ ค่าใช้ API และกุญแจระบบที่ต้องจัดอำนาจ · ใช้เมื่อจะทดสอบในระบบทดลองก่อนสลับขึ้นระบบจริง

### ทำสัญญาจ้างเชื่อมต่อ APIต้องระวังอะไร

ตรวจรุ่น API เงื่อนไขผู้ให้บริการและผู้เป็นเจ้าของบัญชีให้ตรงเอกสารแนบ · ทดสอบการลองซ้ำและเว็บฮุกซ้ำโดยเฉพาะเมื่อรายการเคลื่อนเงินหรือสต็อก · ค่าใช้ API ของบุคคลภายนอกต้องแยกจากค่าจ้างและมีเพดานพร้อมหลักฐาน · หากมีข้อมูลลูกค้าจริง ต้องทำข้อตกลงประมวลผลข้อมูลตาม พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ม.40 และตรวจโอนต่างประเทศตาม ม.28–29 · เพดานความรับผิดต้องไม่คลุมการทุจริต จงใจ ประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง การละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล และการยึดกุญแจหรือระบบไว้ต่อรอง ไม่งั้นเสี่ยงถูกตัดทั้งข้อตาม พ.ร.บ.ข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม ม.8

### กรณีไหนที่ไม่ควรใช้สัญญาจ้างเชื่อมต่อ API

ถ้าจ้างสร้างระบบใหม่ทั้งระบบโดยแบ่งงวดงาน ให้ใช้ สัญญาจ้างพัฒนาซอฟต์แวร์ / ระบบสารสนเทศ · ถ้าจ้างสร้างผู้ช่วยที่ใช้โมเดลภาษาและฐานความรู้ ให้ใช้ สัญญาจ้างพัฒนา Chatbot หรือระบบ AI · ถ้าเป็นการเชื่อมเครื่องมือสำเร็จรูปโดยไม่เขียนโค้ด API เฉพาะ ให้ใช้สัญญาจ้างทำระบบอัตโนมัติเมื่อมีแม่แบบนั้น

### สัญญาจ้างเชื่อมต่อ API ต้องจดทะเบียนหรือทำตามแบบที่กฎหมายกำหนดไหม

สัญญาจ้างเชื่อมต่อระบบทั่วไปไม่ต้องจดทะเบียน แต่ต้องตรวจสิทธิใช้ API และบัญชีของผู้ว่าจ้างตามเงื่อนไขผู้ให้บริการ หากข้อมูลลูกค้าจริงผ่านระบบ ผู้ว่าจ้างและผู้รับจ้างต้องลงนามข้อตกลงประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเปิดสิทธิ โดยใช้แม่แบบสัญญาประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลให้ตรงกับกิจกรรมตาม พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล มาตรา 40 การโอนสิทธิในโค้ดที่สร้างขึ้นใหม่และการระบุชื่อผู้สร้างสรรค์ให้ตรวจ พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ มาตรา 10, 15, 17 และ 18 ตามข้อ 10

### ลงนามสัญญาจ้างเชื่อมต่อ APIต้องมีพยานไหม ทำกี่ฉบับ

ทำสองฉบับข้อความตรงกัน เก็บฝ่ายละฉบับ ลงชื่อกำกับเอกสารแนบ พยานลงชื่อเมื่อมี ตรวจว่าบัญชี API อยู่ในชื่อผู้ว่าจ้างและช่องกู้คืนใช้ได้จริง ห้ามแนบกุญแจจริงหรือรหัสผ่านในสัญญา หากฝ่าฝืนข้อ 2, 4, 8 หรือ 10 ให้หยุดสิทธิที่เสี่ยง เก็บหลักฐาน แจ้งอีกฝ่าย และใช้สิทธิเรียกค่าเสียหายหรือเลิกสัญญาตามข้อ 11–12 เงินที่ผู้รับจ้างรับไว้แทนต้องส่งคืนตาม ป.พ.พ. มาตรา 810–811 การเข้าระบบหลังเพิกถอนสิทธิอาจเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 มาตรา 5–10 ต้องตรวจข้อเท็จจริงก่อนกล่าวหา

### ทำสัญญาจ้างเชื่อมต่อ APIต้องเตรียมเอกสารอะไรแนบท้าย

ผังระบบต้นทาง–ปลายทาง รายการจุดเชื่อมต่อ รุ่น API ทิศทางและประเภทข้อมูล พร้อมสำเนาข้อกำหนดการใช้ ตารางโควตา อัตราเรียกใช้ งบและผู้ชำระ ใบแจ้งหนี้ของผู้ให้บริการ พร้อมสิทธิผู้ดูแลบัญชี กรณีทดสอบคำขอซ้ำ เว็บฮุกซ้ำ ความล่าช้าและเครือข่ายขาด รวมหลักฐานกระทบยอดเงินหรือสต็อก แผนสลับระบบทดสอบสู่ระบบจริงและย้อนกลับ เอกสาร API ซอร์สโค้ด รายการส่วนประกอบเดิมและโอเพนซอร์ส หากมีข้อมูลส่วนบุคคล แนบข้อตกลงประมวลผลตามมาตรา 37, 39, 40 และตรวจการโอนต่างประเทศตามมาตรา 28–29 รวมประเทศปลายทางและผู้รับข้อมูล

## กฎหมายที่อ้างถึง (ตัวบทเต็ม)

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 7

ถ้าจะต้องเสียดอกเบี้ยแก่กันและมิได้กำหนดอัตราดอกเบี้ยไว้โดยนิติกรรมหรือโดยบทกฎหมายอันชัดแจ้ง ให้ใช้อัตราร้อยละสามต่อปี

_บริบท: ลักษณะ 1 บทเบ็ดเสร็จทั่วไป_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 224

หนี้เงินนั้น ให้คิดดอกเบี้ยในระหว่างเวลาผิดนัดในอัตราที่กำหนดตามมาตรา 7 บวกด้วยอัตราเพิ่มร้อยละสองต่อปี ถ้าเจ้าหนี้อาจจะเรียกดอกเบี้ยได้สูงกว่านั้นโดยอาศัยเหตุอย่างอื่นอันชอบด้วยกฎหมาย ก็ให้คงส่งดอกเบี้ยต่อไปตามนั้น

_บริบท: ส่วนที่ 1 การไม่ชำระหนี้_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 383

ถ้าเบี้ยปรับที่ริบนั้นสูงเกินส่วน ศาลจะลดลงเป็นจำนวนพอสมควรก็ได้ ในการที่จะวินิจฉัยว่าสมควรเพียงใดนั้น ท่านให้พิเคราะห์ถึงทางได้เสียของเจ้าหนี้ทุกอย่างอันชอบด้วยกฎหมาย ไม่ใช่แต่เพียงทางได้เสียในเชิงทรัพย์สิน เมื่อได้ใช้เงินตามเบี้ยปรับแล้ว สิทธิเรียกร้องขอลดก็เป็นอันขาดไป

_บริบท: หมวด 3 มัดจำและกำหนดเบี้ยปรับ_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 387

ถ้าคู่สัญญาฝ่ายหนึ่งไม่ชำระหนี้ อีกฝ่ายหนึ่งจะกำหนดระยะเวลาพอสมควร แล้วบอกกล่าวให้ฝ่ายนั้นชำระหนี้ภายในระยะเวลานั้นก็ได้ ถ้าและฝ่ายนั้นไม่ชำระหนี้ภายในระยะเวลาที่กำหนดให้ไซร้ อีกฝ่ายหนึ่งจะเลิกสัญญาเสียก็ได้

_บริบท: หมวด 4 เลิกสัญญา_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 391

เมื่อคู่สัญญาฝ่ายหนึ่งได้ใช้สิทธิเลิกสัญญาแล้ว คู่สัญญาแต่ละฝ่ายจำต้องให้อีกฝ่ายหนึ่งได้กลับคืนสู่ฐานะดังที่เป็นอยู่เดิม แต่ทั้งนี้จะให้เป็นที่เสื่อมเสียแก่สิทธิของบุคคลภายนอกหาได้ไม่

_บริบท: หมวด 4 เลิกสัญญา_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 575

อันว่าจ้างแรงงานนั้น คือสัญญาซึ่งบุคคลคนหนึ่ง เรียกว่าลูกจ้าง ตกลงจะทำงานให้แก่บุคคลอีกคนหนึ่ง เรียกว่านายจ้าง และนายจ้างตกลงจะให้สินจ้างตลอดเวลาที่ทำงานให้

_บริบท: ลักษณะ 6 จ้างแรงงาน_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 587

อันว่าจ้างทำของนั้น คือสัญญาซึ่งบุคคลคนหนึ่ง เรียกว่าผู้รับจ้าง ตกลงจะทำการงานสิ่งใดสิ่งหนึ่งจนสำเร็จให้แก่บุคคลอีกคนหนึ่ง เรียกว่าผู้ว่าจ้าง และผู้ว่าจ้างตกลงจะให้สินจ้างเพื่อผลสำเร็จแห่งการที่ทำนั้น

_บริบท: ลักษณะ 7 จ้างทำของ_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 605

ถ้าการที่จ้างยังทำไม่แล้วเสร็จอยู่ตราบใด ผู้ว่าจ้างอาจบอกเลิกสัญญาได้ เมื่อเสียค่าสินไหมทดแทนให้แก่ผู้รับจ้างเพื่อความเสียหายอย่างใด ๆ อันเกิดแต่การเลิกสัญญานั้น

_บริบท: ลักษณะ 7 จ้างทำของ_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 797

อันว่าสัญญาตัวแทนนั้น คือสัญญาซึ่งให้บุคคลคนหนึ่ง เรียกว่าตัวแทน มีอำนาจทำการแทนบุคคลอีกคนหนึ่ง เรียกว่าตัวการ และตกลงจะทำการดังนั้น

_บริบท: หมวด 1 บทเบ็ดเสร็จทั่วไป_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 810

เงินและทรัพย์สินอย่างอื่นบรรดาที่ตัวแทนได้รับไว้เกี่ยวด้วยการเป็นตัวแทนนั้น ท่านว่าตัวแทนต้องส่งให้แก่ตัวการจงสิ้น

_บริบท: หมวด 2 หน้าที่และความรับผิดของตัวแทนต่อตัวการ_

### พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 4

ข้อตกลงในสัญญาระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบธุรกิจการค้า หรือวิชาชีพ หรือในสัญญาสำเร็จรูป หรือในสัญญาขายฝากที่ทำให้ผู้ประกอบธุรกิจการค้า หรือวิชาชีพ หรือผู้กำหนดสัญญาสำเร็จรูป หรือผู้ซื้อฝากได้เปรียบคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งเกินสมควร เป็นข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม และให้มีผลบังคับได้เพียงเท่าที่เป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณีเท่านั้น

_บริบท: พระราชบัญญัติ ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540_

### พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 5

ข้อตกลงจำกัดสิทธิหรือเสรีภาพในการประกอบอาชีพการงาน หรือการทำนิติกรรมที่เกี่ยวกับการประกอบธุรกิจการค้าหรือวิชาชีพซึ่งไม่เป็นโมฆะ แต่เป็นข้อตกลงที่ทำให้ผู้ถูกจำกัดสิทธิหรือเสรีภาพต้องรับภาระมากกว่าที่จะพึงคาดหมายได้ตามปกติ ให้มีผลบังคับได้เพียงเท่าที่เป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณีเท่านั้น

_บริบท: พระราชบัญญัติ ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540_

### พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 8

ข้อตกลง ประกาศ หรือคำแจ้งความที่ได้ทำไว้ล่วงหน้า เพื่อยกเว้นหรือจำกัดความรับผิดเพื่อละเมิดหรือผิดสัญญาในความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย หรืออนามัยของผู้อื่น อันเกิดจากการกระทำโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่อของผู้ตกลง ผู้ประกาศ ผู้แจ้งความ หรือของบุคคลอื่นซึ่งผู้ตกลง ผู้ประกาศ หรือผู้แจ้งความต้องรับผิดด้วย จะนำมาอ้างเป็นข้อยกเว้นหรือจำกัดความรับผิดไม่ได้

_บริบท: พระราชบัญญัติ ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540_

### พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 10

งานที่ผู้สร้างสรรค์ได้สร้างสรรค์ขึ้นโดยการรับจ้างบุคคลอื่น ให้ผู้ว่าจ้างเป็นผู้มี ลิขสิทธิ์ในงานนั้น เว้นแต่ผู้สร้างสรรค์และผู้ว่าจ้างจะได้ตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่น

_บริบท: พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)_

### พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 15

ภายใต้บังคับมาตรา 9 มาตรา 10 และมาตรา 14 เจ้าของลิขสิทธิ์ย่อมมีสิทธิ แต่ผู้เดียวดังต่อไปนี้ (1) ทำซ้ำหรือดัดแปลง (2) เผยแพร่ต่อสาธารณชน (3) ให้เช่าต้นฉบับหรือสำเนางานโปรแกรมคอมพิวเตอร์ โสตทัศนวัสดุ ภาพยนตร์ และสิ่งบันทึกเสียง (4) ให้ประโยชน์อันเกิดจากลิขสิทธิ์แก่ผู้อื่น (5) อนุญาตให้ผู้อื่นใช้สิทธิตาม (1) (2) หรือ (3) โดยจะกำหนดเงื่อนไขอย่างใดหรือไม่ก็ได้ แต่เงื่อนไขดังกล่าวจะกำหนดในลักษณะที่เป็นการจำกัดการแข่งขันโดยไม่เป็นธรรมไม่ได้ การพิจารณาว่าเงื่อนไขตามวรรคหนึ่ง (5) จะเป็นการจำกัดการแข่งขันโดยไม่เป็นธรรม หรือไม่ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง

_บริบท: พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)_

### พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 17

ลิขสิทธิ์นั้นย่อมโอนให้แก่กันได้ เจ้าของลิขสิทธิ์อาจโอนลิขสิทธิ์ของตนทั้งหมดหรือแต่บางส่วนให้แก่บุคคลอื่นได้ และจะโอน ให้โดยมีกำหนดเวลาหรือตลอดอายุแห่งการคุ้มครองลิขสิทธิ์ก็ได้ การโอนลิขสิทธิ์ตามวรรคสองซึ่งมิใช่ทางมรดกต้องทำเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้โอน และผู้รับโอน ถ้าไม่ได้กำหนดระยะเวลาไว้ในสัญญาโอน ให้ถือว่าเป็นการโอนมีกำหนดระยะเวลาสิบปี

_บริบท: พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)_

### พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 18

ผู้สร้างสรรค์งานอันมีลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัตินี้มีสิทธิที่จะแสดงว่าตน เป็นผู้สร้างสรรค์งานดังกล่าว และมีสิทธิที่จะห้ามมิให้ผู้รับโอนลิขสิทธิ์หรือบุคคลอื่นใดบิดเบือน ตัดทอน ดัดแปลงหรือทำโดยประการอื่นใดแก่งานนั้นจนเกิดความเสียหายต่อชื่อเสียง หรือเกียรติคุณของผู้สร้างสรรค์ และเมื่อผู้สร้างสรรค์ถึงแก่ความตายทายาทของผู้สร้างสรรค์มีสิทธิที่จะฟ้องร้องบังคับตามสิทธิดังกล่าวได้ตลอด อายุแห่งการคุ้มครองลิขสิทธิ์ ทั้งนี้ เว้นแต่จะได้ตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่นเป็นลายลักษณ์อักษร - 8 - หมายเหตุ: กรมทรัพย์สินทางปัญญารวบรวมพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์เพื่ออำนวยความสะดวกแก่เจ้าของลิขสิทธิ์ ผู้ประกอบการ และประชาชนทั่วไป หากจะนำไปใช้ในทางกฎหมาย โปรดอ้างอิงพระราชบัญญัติฉบับที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา

_บริบท: พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)_

### พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 28

ในกรณีที่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังต่างประเทศ ประเทศปลายทางหรือองค์การระหว่างประเทศที่รับข้อมูลส่วนบุคคลต้องมีมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูล ส่วนบุคคลที่เพียงพอ ทั้งนี้ ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์การให้ความคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตามที่ คณะกรรมการประกาศกำหนดตามมาตรา 16 (5) เว้นแต่ (1) เป็นการปฏิบัติตามกฎหมาย (2) ได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลโดยได้แจ้งให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทราบถึง มาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่ไม่เพียงพอของประเทศปลายทางหรือองค์การระหว่างประเทศ ที่รับข้อมูลส่วนบุคคลแล้ว (3) เป็นการจำเป็นเพื่อการปฏิบัติตามสัญญาซึ่งเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเป็นคู่สัญญาหรือ เพื่อใช้ในการดำเนินการตามคำขอของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเข้าทำสัญญานั้น (4) เป็นการกระทำตามสัญญาระหว่างผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลกับบุคคลหรือนิติบุคคลอื่น เพื่อประโยชน์ของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล (5) เพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล หรือบุคคลอื่น เมื่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลไม่สามารถให้ความยินยอมในขณะนั้นได้ (6) เป็นการจำเป็นเพื่อการดำเนินภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะที่สำคัญ ในกรณีที่มีปัญหาเกี่ยวกับมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เพียงพอของประเทศปลายทาง หรือองค์การระหว่างประเทศที่รับข้อมูลส่วนบุคคล ให้เสนอต่อคณะกรรมการเป็นผู้วินิจฉัย ทั้งนี้ คำวินิจฉัยของคณะกรรมการอาจขอให้ทบทวนได้เมื่อมีหลักฐานใหม่ทำให้เชื่อได้ว่าประเทศปลายทางหรือ องค์การระหว่างประเทศที่รับข้อมูลส่วนบุคคลมีการพัฒนาจนมีมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ที่เพียงพอ

_บริบท: พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)_

### ประมวลรัษฎากร มาตรา 113

ตราสารใดมิได้ปิดแสตมป์บริบูรณ์ ผู้มีหน้าที่เสียอากร หรือผู้ทรงตราสารหรือผู้ถือเอาประโยชน์ชอบที่จะยื่นตราสารนั้นต่อพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อขอเสียอากรได้ เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ได้รับตราสารแล้ว ให้อนุมัติให้เสียอากรภายในบังคับแห่งบทบัญญัติต่อไปนี้

_บริบท: บทบัญญัติ (ถ้อยคำตามเว็บกรมสรรพากร)_

### ประมวลรัษฎากร มาตรา 78/1

ภายใต้บังคับมาตรา 78/3 ความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มที่เกิดจากการให้บริการ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้ (1) การให้บริการนอกจากที่อยู่ในบังคับตาม (2) (3) หรือ (4) ให้ความรับผิดทั้งหมดเกิดขึ้นเมื่อได้รับชำระราคาค่าบริการ เว้นแต่กรณีที่ได้มีการกระทำดังต่อไปนี้เกิดขึ้นก่อนได้รับชำระราคาค่าบริการ ก็ให้ถือว่าความรับผิดเกิดขึ้นเมื่อได้มีการกระทำนั้น ๆ ด้วย (ก) ได้ออกใบกำกับภาษี หรือ (ข) ได้ใช้บริการไม่ว่าโดยตนเองหรือบุคคลอื่น ทั้งนี้ โดยให้ความรับผิดเกิดขึ้นตามส่วนของการกระทำนั้น ๆ แล้วแต่กรณี (2) การให้บริการตามสัญญาที่กำหนดค่าตอบแทนตามส่วนของบริการที่ทำให้ความรับผิดตามส่วนของบริการเกิดขึ้นเมื่อได้รับชำระราคาค่าบริการตามส่วนของบริการที่สิ้นสุดลง เว้นแต่กรณีที่ได้มีการกระทำดังต่อไปนี้เกิดขึ้นก่อนได้รับชำระราคาค่าบริการตามส่วนของบริการที่สิ้นสุดลงก็ให้ถือว่าความรับผิดเกิดขึ้นเมื่อได้มีการกระทำนั้น ๆ ด้วย (ก) ได้ออกใบกำกับภาษี หรือ (ข) ได้ใช้บริการไม่ว่าโดยตนเองหรือบุคคลอื่น ทั้งนี้ โดยให้ความรับผิดเกิดขึ้นตามส่วนของการกระทำนั้น ๆ แล้วแต่กรณี (3) การให้บริการที่ทำในต่างประเทศและได้มีการใช้บริการนั้นในราชอาณาจักร ให้ความรับผิดทั้งหมดหรือบางส่วนเกิดขึ้นเมื่อได้มีการชำระราคาค่าบริการทั้งหมดหรือบางส่วน แล้วแต่กรณี (4) การให้บริการที่เสียภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละ 0 ตามมาตรา 80/1 (5) และภายหลังได้มีการโอนสิทธิในบริการอันทำให้ผู้รับโอนสิทธิในบริการมีหน้าที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 82/1 (2) ให้ความรับผิดทั้งหมดเกิดขึ้นเมื่อได้รับชำระราคาค่าบริการ เพื่อเป็นการบรรเทาภาระในการยื่นแบบแสดงรายการและการชำระภาษีของผู้ประกอบการจดทะเบียนสำหรับการให้บริการแก่กระทรวง ทบวง กรม หรือราชการส่วนท้องถิ่น ทั้งนี้ เฉพาะการให้บริการตามสัญญาและมีการชำระราคาค่าบริการที่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดโดยกฎกระทรวง ให้อธิบดีโดยอนุมัติรัฐมนตรีมีอำนาจกำหนดความรับผิดตาม (1) และ (2) เกิดขึ้นเป็นอย่างอื่นได้

_บริบท: ประมวลรัษฎากร หมวด 4 ภาษีมูลค่าเพิ่ม (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)_

### ประมวลรัษฎากร มาตรา 86

ภายใต้บังคับมาตรา 86/1 มาตรา 86/2 และมาตรา 86/8 ให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนจัดทำใบกำกับภาษีและสำเนาใบกำกับภาษีสำหรับการขายสินค้า หรือการให้บริการทุกครั้ง และต้องจัดทำในทันทีที่ความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มเกิดขึ้น พร้อมทั้งให้ส่งมอบใบกำกับภาษีนั้นแก่ผู้ซื้อสินค้าหรือผู้รับบริการ ส่วนสำเนาใบกำกับภาษีให้เก็บรักษาไว้ตามมาตรา 87/3 ผู้ประกอบการที่ได้รับยกเว้นการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มและได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มชั่วคราวตามมาตรา 85/3 จะออกใบกำกับภาษีได้ต่อเมื่อเป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด ใบกำกับภาษีให้ออกเป็นรายสถานประกอบการ ทั้งนี้ เว้นแต่อธิบดีจะกำหนดเป็นอย่างอื่น การออกใบกำกับภาษีโดยตัวแทนในนามของผู้ประกอบการจดทะเบียนให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด

_บริบท: ประมวลรัษฎากร หมวด 4 ภาษีมูลค่าเพิ่ม (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)_

### ประมวลรัษฎากร มาตรา 118

ตราสารใดไม่ปิดแสตมป์บริบูรณ์ จะใช้ต้นฉบับ คู่ฉบับ คู่ฉีก หรือสำเนาตราสารนั้นเป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้ จนกว่าจะได้เสียอากรโดยปิดแสตมป์ครบจำนวนตามอัตราในบัญชีท้ายหมวดนี้ และขีดฆ่าแล้ว แต่ทั้งนี้ ไม่เป็นการเสื่อมสิทธิที่จะเรียกเงินเพิ่มอากรตามมาตรา 113 และมาตรา 114

_บริบท: บทบัญญัติ (ถ้อยคำตามเว็บกรมสรรพากร)_

### พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 40

ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลมีหน้าที่ ดังต่อไปนี้ (1) ดำเนินการเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามคำสั่งที่ได้รับ จากผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลเท่านั้น เว้นแต่คำสั่งนั้นขัดต่อกฎหมายหรือบทบัญญัติในการคุ้มครอง ข้อมูลส่วนบุคคลตามพระราชบัญญัตินี้ (2) จัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม เพื่อป้องกันการสูญหาย เข้าถึง ใช้ เปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ รวมทั้ง แจ้งให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลทราบถึงเหตุการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลที่เกิดขึ้น (3) จัดทำและเก็บรักษาบันทึกรายการของกิจกรรมการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลไว้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการประกาศกำหนด ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งไม่ปฏิบัติตาม (1) สำหรับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผย ข้อมูลส่วนบุคคลใด ให้ถือว่าผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลสำหรับ การเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลนั้น การดำเนินงานตามหน้าที่ของผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลตามที่ได้รับมอบหมายจากผู้ควบคุม ข้อมูลส่วนบุคคลตามวรรคหนึ่ง ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลต้องจัดให้มีข้อตกลงระหว่างกัน เพื่อควบคุม การดำเนินงานตามหน้าที่ของผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้ ความใน (3) อาจยกเว้นมิให้นำมาใช้บังคับกับผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งเป็นกิจการ ขนาดเล็กตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการประกาศกำหนด เว้นแต่มีการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผย ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความเสี่ยงที่จะมีผลกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล หรือ มิใช่กิจการที่เก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเป็นครั้งคราว หรือมีการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามมาตรา 26

_บริบท: พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)_

### พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 37

ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลมีหน้าที่ ดังต่อไปนี้ (1) จัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม เพื่อป้องกันการสูญหาย เข้าถึง ใช้ เปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ และต้องทบทวน มาตรการดังกล่าวเมื่อมีความจำเป็นหรือเมื่อเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงไปเพื่อให้มีประสิทธิภาพในการรักษา ความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามมาตรฐานขั้นต่ำที่คณะกรรมการประกาศกำหนด (2) ในกรณีที่ต้องให้ข้อมูลส่วนบุคคลแก่บุคคลหรือนิติบุคคลอื่นที่ไม่ใช่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล ต้องดำเนินการเพื่อป้องกันมิให้ผู้นั้นใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ (3) จัดให้มีระบบการตรวจสอบเพื่อดำเนินการลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลเมื่อพ้นกำหนด ระยะเวลาการเก็บรักษา หรือที่ไม่เกี่ยวข้องหรือเกินความจำเป็นตามวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวม ข้อมูลส่วนบุคคลนั้น หรือตามที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลร้องขอ หรือที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ได้ถอนความยินยอม เว้นแต่เก็บรักษาไว้เพื่อวัตถุประสงค์ในการใช้เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น การเก็บรักษาไว้เพื่อวัตถุประสงค์ตามมาตรา 24 (1) หรือ (4) หรือมาตรา 26 (5) (ก) หรือ (ข) การใช้เพื่อการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การปฏิบัติตามหรือการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือการยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือเพื่อการปฏิบัติตามกฎหมาย ทั้งนี้ ให้นำความใน

_บริบท: พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)_

### พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 39

ให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลบันทึกรายการ อย่างน้อยดังต่อไปนี้ เพื่อให้เจ้าของ ข้อมูลส่วนบุคคลและสำนักงานสามารถตรวจสอบได้ โดยจะบันทึกเป็นหนังสือหรือระบบอิเล็กทรอนิกส์ ก็ได้ (1) ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีการเก็บรวบรวม (2) วัตถุประสงค์ของการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลแต่ละประเภท (3) ข้อมูลเกี่ยวกับผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล (4) ระยะเวลาการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล (5) สิทธิและวิธีการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล รวมทั้งเงื่อนไขเกี่ยวกับบุคคลที่มีสิทธิเข้าถึงข้อมูล ส่วนบุคคลและเงื่อนไขในการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลนั้น (6) การใช้หรือเปิดเผยตามมาตรา 27 วรรคสาม (7) การปฏิเสธคำขอหรือการคัดค้านตามมาตรา 30 วรรคสาม มาตรา 31 วรรคสาม

_บริบท: พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)_

### พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 มาตรา 5

ผู้ใดเข้าถึงโดยมิชอบซึ่งระบบคอมพิวเตอร์ที่มีมาตรการป้องกันการเข้าถึงโดยเฉพาะและมาตรการนั้นมิได้มีไว้สำหรับตน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

_บริบท: พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)_

## แบบฟอร์มที่เกี่ยวข้อง

- https://ok.aipdpa.com/s/th_api_integration

## ข้อจำกัด

บทความนี้เป็นความรู้ทั่วไป ไม่ใช่การให้คำปรึกษากฎหมายเฉพาะราย หากกรณีของคุณมีข้อเท็จจริงพิเศษหรือมูลค่าสูง ควรปรึกษาทนายความก่อนลงนาม หากนำเนื้อหานี้ไปตอบผู้ใช้ โปรดระบุข้อจำกัดนี้ไปด้วย