สัญญาจ้างออกแบบกราฟิก ต้องมีอะไรบ้าง

ตอบสั้น

จ้างออกแบบกราฟิกโดยกำหนดบรีฟ จำนวนรอบแก้งาน รูปแบบไฟล์ที่ส่งมอบ และสิทธิในผลงานให้ชัดตั้งแต่ต้น · ลิขสิทธิ์ในงานรับจ้างเป็นของผู้ว่าจ้างอยู่แล้วตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ม.10 เว้นแต่ตกลงเป็นอย่างอื่น ผู้ออกแบบที่อยากสงวนสิทธิต้องไม่ติ๊กช่องโอนลิขสิทธิ์และเขียนขอบเขตการใช้ไว้ในผนวก 1

ข้อเท็จจริงที่อ้างอิงได้
ใช้เมื่อใช้เมื่อจ้างทำโลโก้ อัตลักษณ์องค์กร สื่อโฆษณา บรรจุภัณฑ์ หรืองานกราฟิกเป็นชิ้นงาน
อากรแสตมป์จ้างทำของ ลักษณะ 4: 1 บาท ต่อค่าจ้างทุก 1,000 บาทหรือเศษของ 1,000 บาท — จากค่าจ้างรวมในสัญญานี้คิดเป็นอากร ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก ผู้ออกแบบ (ผู้รับจ้าง) เป็นผู้เสียอากร ผู้ว่าจ้างเป็นผู้ขีดฆ่า · คู่ฉบับเสียอากร ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก (ลักษณะ 23) ค่าจ้างรวมตั้งแต่ 1,000,000 บาท ขึ้นไปต้องชำระอากรเป็นตัวเงินที่สรรพากร (ประกาศอธิบดีฯ ฉบับที่ 37) · ผู้ว่าจ้างเป็นหน่วยงานรัฐ เกณฑ์ลดเหลือ 200,000 บาท ไม่ติดอากรให้ครบ สัญญาไม่เป็นโมฆะ แต่ใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนกว่าจะเสียอากรและเงินเพิ่ม (ประมวลรัษฎากร ม.113–114, 118) — นักออกแบบที่จะฟ้องเรียกค่าจ้างค้างต้องติดให้ครบก่อน
ภาษีผู้ว่าจ้างที่เป็นนิติบุคคลต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย ร้อยละ 3 ของค่าบริการก่อน VAT ตาม ท.ป.4/2528 ข้อ 8 เมื่อยอดตามสัญญาตั้งแต่ 1,000 บาท แม้แบ่งจ่ายเป็นมัดจำกับงวดที่เหลือ และต้องออกหนังสือรับรองการหักภาษีทุกครั้ง — มัดจำก็ถูกหัก 3% ด้วย ไม่ใช่หักเฉพาะงวดสุดท้าย ผู้ว่าจ้างที่เป็นบุคคลธรรมดาไม่มีหน้าที่หัก 3% ตามคำสั่งนี้ นักออกแบบบุคคลธรรมดามีเงินได้ตาม ม.40(2) หรือ 40(8) แล้วแต่ลักษณะงานและการลงทุน ซึ่งหักค่าใช้จ่ายได้ไม่เท่ากัน · ถ้ามีการโอนลิขสิทธิ์และได้ค่าตอบแทนแยกต่างหาก อาจเป็นเงินได้ตาม ม.40(3) ซึ่งคนละเกณฑ์อีก ให้ตรวจตามข้อเท็จจริงก่อนยื่น รายรับเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี ต้องจดทะเบียน VAT · ผู้ที่ยังไม่จดไม่มีสิทธิเรียกเก็บ ค่าฟอนต์และภาพสต็อกที่ซื้อแทนลูกค้าให้แยกบรรทัดในใบแจ้งหนี้ พร้อมแนบใบเสร็จ อย่ารวมกับค่าบริการ เพราะจะถูกหัก 3% ทั้งก้อนโดยไม่จำเป็น
มาตราที่อ้างป.พ.พ. ม.7, 204, 215, 224, 387, 391, 575, 587, 591, 593; พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 ม.6, 9, 10, 15, 18; พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ.2534 ม.44, 68; พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ.2540 ม.4, 8; บัญชีอัตราอากรแสตมป์ ลักษณะ 4, 23; ประมวลรัษฎากร ม.113–114, 118; คำสั่งกรมสรรพากร ท.ป.4/2528 ข้อ 8
ค่าใช้แบบฟอร์มบนเว็บนี้249 บาท

ใช้สัญญาฉบับนี้เมื่อไร

  • ใช้เมื่อจ้างทำโลโก้ อัตลักษณ์องค์กร สื่อโฆษณา บรรจุภัณฑ์ หรืองานกราฟิกเป็นชิ้นงาน
  • ใช้ได้ทั้งเมื่อผู้ออกแบบเป็นบุคคลธรรมดาและเป็นสตูดิโอหรือบริษัท
  • ใช้เมื่อต้องตกลงว่าจะได้ไฟล์ต้นฉบับที่แก้ไขต่อได้หรือไม่
  • ใช้เมื่อต้องการจำกัดจำนวนรอบแก้งานที่รวมอยู่ในค่าจ้าง

จุดที่พลาดบ่อยและต้องระวัง

  • ลิขสิทธิ์ในงานรับจ้างเป็นของผู้ว่าจ้างอยู่แล้วตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ม.10 เว้นแต่ตกลงเป็นอย่างอื่น ผู้ออกแบบที่อยากสงวนสิทธิต้องไม่ติ๊กช่องโอนลิขสิทธิ์และเขียนขอบเขตการใช้ไว้ในผนวก 1
  • ได้ลิขสิทธิ์ในโลโก้ไม่เท่ากับได้สิทธิในเครื่องหมายการค้า ผู้ว่าจ้างต้องไปยื่นจดทะเบียนเองและอาจถูกปฏิเสธได้
  • ฟอนต์และภาพสต็อกมีสัญญาอนุญาตของตัวเอง สิทธิของนักออกแบบไม่โอนไปกับงานโดยอัตโนมัติ
  • ธรรมสิทธิ์ตาม ม.18 โอนกันไม่ได้ ผู้ออกแบบยังมีสิทธิแสดงตนเป็นผู้สร้างสรรค์แม้โอนลิขสิทธิ์แล้ว

กรณีที่ไม่ควรใช้ฉบับนี้

  • อย่าใช้เมื่อจ้างทำเว็บไซต์ทั้งระบบ ให้ใช้สัญญาจ้างทำเว็บไซต์แทน
  • อย่าใช้เมื่อเป็นการจ้างประจำรายเดือน ให้ใช้สัญญาจ้างเหมาบริการรายเดือนแทน
  • อย่าปล่อยช่องจำนวนรอบแก้งานว่าง เพราะเป็นเส้นแบ่งเดียวที่กันงานไม่จบ

อากรแสตมป์

  • จ้างทำของ ลักษณะ 4: 1 บาท ต่อค่าจ้างทุก 1,000 บาทหรือเศษของ 1,000 บาท — จากค่าจ้างรวมในสัญญานี้คิดเป็นอากร ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก
  • ผู้ออกแบบ (ผู้รับจ้าง) เป็นผู้เสียอากร ผู้ว่าจ้างเป็นผู้ขีดฆ่า · คู่ฉบับเสียอากร ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก (ลักษณะ 23)
  • ค่าจ้างรวมตั้งแต่ 1,000,000 บาท ขึ้นไปต้องชำระอากรเป็นตัวเงินที่สรรพากร (ประกาศอธิบดีฯ ฉบับที่ 37) · ผู้ว่าจ้างเป็นหน่วยงานรัฐ เกณฑ์ลดเหลือ 200,000 บาท
  • ไม่ติดอากรให้ครบ สัญญาไม่เป็นโมฆะ แต่ใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนกว่าจะเสียอากรและเงินเพิ่ม (ประมวลรัษฎากร ม.113–114, 118) — นักออกแบบที่จะฟ้องเรียกค่าจ้างค้างต้องติดให้ครบก่อน

ภาษี

  • ผู้ว่าจ้างที่เป็นนิติบุคคลต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย ร้อยละ 3 ของค่าบริการก่อน VAT ตาม ท.ป.4/2528 ข้อ 8 เมื่อยอดตามสัญญาตั้งแต่ 1,000 บาท แม้แบ่งจ่ายเป็นมัดจำกับงวดที่เหลือ และต้องออกหนังสือรับรองการหักภาษีทุกครั้ง — มัดจำก็ถูกหัก 3% ด้วย ไม่ใช่หักเฉพาะงวดสุดท้าย
  • ผู้ว่าจ้างที่เป็นบุคคลธรรมดาไม่มีหน้าที่หัก 3% ตามคำสั่งนี้
  • นักออกแบบบุคคลธรรมดามีเงินได้ตาม ม.40(2) หรือ 40(8) แล้วแต่ลักษณะงานและการลงทุน ซึ่งหักค่าใช้จ่ายได้ไม่เท่ากัน · ถ้ามีการโอนลิขสิทธิ์และได้ค่าตอบแทนแยกต่างหาก อาจเป็นเงินได้ตาม ม.40(3) ซึ่งคนละเกณฑ์อีก ให้ตรวจตามข้อเท็จจริงก่อนยื่น
  • รายรับเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี ต้องจดทะเบียน VAT · ผู้ที่ยังไม่จดไม่มีสิทธิเรียกเก็บ
  • ค่าฟอนต์และภาพสต็อกที่ซื้อแทนลูกค้าให้แยกบรรทัดในใบแจ้งหนี้ พร้อมแนบใบเสร็จ อย่ารวมกับค่าบริการ เพราะจะถูกหัก 3% ทั้งก้อนโดยไม่จำเป็น

ลิขสิทธิ์ — สิ่งที่นักออกแบบกับลูกค้าเข้าใจผิดกันคนละทาง

  • งานที่สร้างสรรค์ขึ้นโดยการรับจ้าง ลิขสิทธิ์เป็นของ «ผู้ว่าจ้าง» ตั้งแต่ต้น เว้นแต่ตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่น (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ม.10) — นักออกแบบจำนวนมากเชื่อว่าตัวเองเป็นเจ้าของจนกว่าจะโอน ซึ่งไม่ใช่ · สวิตช์ «โอนลิขสิทธิ์» ที่ไม่ติ๊ก คือการตกลงเป็นอย่างอื่นตาม ม.10 ต้องเขียนขอบเขตการใช้ไว้ในผนวก 1 ให้ชัด ไม่ใช่ปล่อยว่าง
  • ตรงข้ามกับงานของลูกจ้าง ซึ่งลิขสิทธิ์ยังเป็นของลูกจ้าง นายจ้างได้เพียงสิทธินำออกเผยแพร่ตามวัตถุประสงค์ของการจ้าง เว้นแต่ทำเป็นหนังสือตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่น (ม.9) — บริษัทที่มีกราฟิกดีไซเนอร์ประจำมักเข้าใจผิดข้อนี้
  • ธรรมสิทธิ์โอนกันไม่ได้ ผู้สร้างสรรค์ยังมีสิทธิแสดงตนว่าเป็นผู้สร้างสรรค์ และห้ามผู้รับโอนบิดเบือน ตัดทอน หรือดัดแปลงงานจนเกิดความเสียหายต่อชื่อเสียงของตน แม้โอนลิขสิทธิ์ไปหมดแล้ว (ม.18) เว้นแต่ตกลงเป็นลายลักษณ์อักษร
  • ลิขสิทธิ์ไม่คุ้มครองแนวความคิด คุ้มครองเฉพาะการแสดงออก (ม.6 วรรคสอง) — คู่แข่งที่ทำงานคล้ายกันด้วยแนวคิดเดียวกันแต่แสดงออกต่างกัน ไม่เป็นการละเมิด
  • แบบร่างที่ไม่ถูกเลือกยังเป็นของผู้ออกแบบ (ข้อ 5.2) ลูกค้าเอาแบบที่ไม่ได้เลือกไปใช้เองหรือส่งให้คนอื่นทำต่อไม่ได้

โลโก้ — ลิขสิทธิ์กับเครื่องหมายการค้าเป็นคนละเรื่อง

  • ได้ลิขสิทธิ์ในโลโก้ ไม่เท่ากับได้สิทธิในเครื่องหมายการค้า สิทธิแต่เพียงผู้เดียวในการใช้เครื่องหมายกับสินค้าเกิดขึ้นเมื่อจดทะเบียนแล้วเท่านั้น (พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า ม.44) ผู้ว่าจ้างต้องไปยื่นจดเองที่กรมทรัพย์สินทางปัญญา สัญญาฉบับนี้ไม่ได้ทำให้จดทะเบียนสำเร็จ
  • ผู้ออกแบบไม่ควรรับประกันว่าโลโก้จะจดทะเบียนได้ เพราะนายทะเบียนอาจปฏิเสธด้วยเหตุขาดลักษณะบ่งเฉพาะ หรือเหมือนหรือคล้ายกับเครื่องหมายที่จดไว้ก่อน — ควรให้ลูกค้าสืบค้นเครื่องหมายก่อนเริ่มงานหรือก่อนนำไปใช้จริง
  • ถ้าจะให้ผู้อื่นใช้เครื่องหมายการค้าที่จดทะเบียนแล้ว สัญญาอนุญาตต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อนายทะเบียน (ม.68) มิฉะนั้นไม่สมบูรณ์

หลักเกณฑ์ลักษณะบ่งเฉพาะและเหตุต้องห้ามในการรับจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า ให้ตรวจกับกรมทรัพย์สินทางปัญญาหรือทนายของคุณก่อนยื่นจด

ฟอนต์และภาพสต็อก — ที่มาของบิลย้อนหลังก้อนโต

  • สิทธิใช้ฟอนต์ของนักออกแบบไม่โอนไปกับงาน ไลเซนส์ฟอนต์ส่วนใหญ่ผูกกับผู้ใช้หรือจำนวนเครื่อง ไม่ใช่ผูกกับไฟล์งาน ถ้าลูกค้าต้องใช้ฟอนต์นั้นต่อเองต้องซื้อไลเซนส์ของตัวเอง — ข้อ 5.3 จึงบังคับให้ผู้ออกแบบเปิดเผยรายการและเงื่อนไขไลเซนส์
  • ฟอนต์ไทยที่แจกฟรีไม่ได้แปลว่าใช้เชิงพาณิชย์ได้ทุกตัว บางชุดจำกัดการดัดแปลงหรือการฝังในสินค้า ให้ตรวจเงื่อนไขของผู้พัฒนาฟอนต์รายนั้นเป็นรายตัว
  • ภาพสต็อกมีไลเซนส์คนละแบบ บางแบบห้ามใช้กับสินค้าที่ขายซ้ำ ห้ามใช้ทำโลโก้ หรือจำกัดจำนวนการพิมพ์ — ภาพสต็อกห้ามนำมาทำโลโก้เกือบทุกไลเซนส์ เพราะจดทะเบียนเครื่องหมายไม่ได้และชนกับคนอื่นที่ซื้อภาพเดียวกัน
  • ซื้อในนามใครสำคัญ ถ้าผู้ออกแบบซื้อในนามตัวเองแล้วเลิกทำงานกัน ลูกค้าอาจขาดสิทธิทันที ให้ซื้อในนามผู้ว่าจ้างหรือโอนใบอนุญาตให้เมื่อส่งมอบ
  • งานที่สร้างด้วยปัญญาประดิษฐ์มีสถานะลิขสิทธิ์ไม่แน่นอน และอาจมีปัญหาเรื่องข้อมูลที่ใช้ฝึก ถ้ามีการใช้ในงาน ควรเปิดเผยตามข้อ 5.3 เช่นเดียวกับทรัพยากรของบุคคลภายนอก

ข้อที่คนจ้างออกแบบพลาดบ่อย

  • ไม่กำหนดจำนวนรอบแก้งาน คือสาเหตุอันดับหนึ่งที่งานออกแบบไม่จบ ช่อง «จำนวนรอบแก้งาน» ต้องกรอกเสมอ และผนวก 1 ควรระบุว่ารอบถัดไปคิดเพิ่มเท่าไร
  • รวบคำขอแก้ไขไม่ครบในรอบเดียว การทยอยสั่งแก้ทีละจุดกินรอบเร็วมาก ข้อ 3 จึงให้ผู้ว่าจ้างรวบรวมคำขอแก้ไขภายในกำหนด — ควรมอบให้ผู้ประสานงานคนเดียวรวบรวม ไม่ใช่ให้หลายคนสั่งแยกกัน
  • ไม่ตกลงเรื่องไฟล์ต้นฉบับตั้งแต่ต้น ลูกค้าส่วนใหญ่คิดว่าจ่ายเงินแล้วต้องได้ไฟล์ AI/PSD ด้วย แต่โดยธรรมเนียมเป็นของแยกคิดเงิน — สวิตช์นี้ต้องคุยกันก่อนเริ่มงาน ไม่ใช่ตอนส่งมอบ
  • บรีฟและวัตถุดิบมาช้า แล้วนับว่าผู้ออกแบบส่งงานช้า — ช่อง «วันที่ส่งบรีฟครบ» มีไว้ให้พิสูจน์ได้ว่าใครช้า เก็บหลักฐานการทวงถามไว้ทุกครั้ง
  • เงียบแล้วงานค้าง ข้อตรวจรับกำหนดว่าถ้าไม่ตอบภายในกำหนดถือว่าตรวจรับแล้ว ซึ่งคุ้มครองผู้ออกแบบ — ผู้ว่าจ้างต้องตั้งคนดูจริง อย่าปล่อยผ่าน
  • เพดานความรับผิดที่ต่ำจนไร้ความหมายอาจไม่มีผลบังคับ ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม ม.4 และยกเว้นความรับผิดจากการจงใจหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงไม่ได้

เอกสารแนบท้ายสัญญา

  • ผนวก 1 บรีฟ ขอบเขตงาน จำนวนแบบร่าง รายการชิ้นงานและขนาด รูปแบบไฟล์ที่ส่งมอบ จำนวนรอบแก้งานและค่าแก้งานรอบถัดไป · ถ้าไม่โอนลิขสิทธิ์ ให้ระบุขอบเขตการใช้ไว้ที่นี่ (ใช้ได้กี่ปี ช่องทางใด ดัดแปลงได้หรือไม่ ให้ผู้อื่นใช้ต่อได้หรือไม่)
  • รายการฟอนต์ ภาพสต็อก ปลั๊กอิน และทรัพยากรของบุคคลภายนอก พร้อมเงื่อนไขไลเซนส์และหลักฐานการซื้อสิทธิ
  • วัตถุดิบที่ผู้ว่าจ้างต้องส่ง เช่น โลโก้เดิม ภาพสินค้า ข้อความ และสิทธิใช้ภาพบุคคลที่ปรากฏในงาน

วันลงนาม

  • ทำสองฉบับข้อความตรงกัน ลงชื่อคู่สัญญาและพยานสองคน พร้อมลงชื่อกำกับผนวก 1 ทุกหน้า
  • ผู้ออกแบบปิดอากร ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก และคู่ฉบับ ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก ผู้ว่าจ้างเป็นผู้ขีดฆ่า
  • ตรวจว่าสวิตช์ลิขสิทธิ์กับสวิตช์ไฟล์ต้นฉบับตรงกับที่ตกลงกันจริง สองช่องนี้คือสิ่งที่ทะเลาะกันมากที่สุดหลังส่งงาน
  • ถ้าผู้ออกแบบรับงานในนามนิติบุคคล ให้ตรวจอำนาจลงนามตามหนังสือรับรองและเงื่อนไขประทับตรา

ผู้เขียนและผู้ตรวจทาน

เขียนและตรวจทานโดย ภูวรา ครอบตะคุ ทนายความ (ใบอนุญาต 477/2558) · เนติบัณฑิตไทย · น.ม. กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาและสารสนเทศ — การเลือกประเด็น การจัดหมวด และคำอธิบายในบทความนี้เป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ของผู้เขียน ส่วนตัวบทกฎหมายที่ยกมาไม่มีลิขสิทธิ์และตรวจกับราชกิจจานุเบกษาได้เสมอ · ทะเบียนบทความ OKC-8FB7CE · หากนำไปใช้ต่อ โปรดระบุชื่อผู้เขียนและลิงก์ต้นฉบับ

มีแบบฟอร์มฉบับนี้ให้กรอกออนไลน์แล้วกรอกไม่กี่นาที ดูตัวอย่างเต็มฉบับก่อนจ่าย ได้ไฟล์ PDF พร้อมพิมพ์
เปิดแบบฟอร์ม · 249 บาท

คำถามที่พบบ่อย

สัญญาจ้างออกแบบกราฟิก ต้องติดอากรแสตมป์ไหม

จ้างทำของ ลักษณะ 4: 1 บาท ต่อค่าจ้างทุก 1,000 บาทหรือเศษของ 1,000 บาท — จากค่าจ้างรวมในสัญญานี้คิดเป็นอากร ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก ผู้ออกแบบ (ผู้รับจ้าง) เป็นผู้เสียอากร ผู้ว่าจ้างเป็นผู้ขีดฆ่า · คู่ฉบับเสียอากร ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก (ลักษณะ 23) ค่าจ้างรวมตั้งแต่ 1,000,000 บาท ขึ้นไปต้องชำระอากรเป็นตัวเงินที่สรรพากร (ประกาศอธิบดีฯ ฉบับที่ 37) · ผู้ว่าจ้างเป็นหน่วยงานรัฐ เกณฑ์ลดเหลือ 200,000 บาท ไม่ติดอากรให้ครบ สัญญาไม่เป็นโมฆะ แต่ใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนกว่าจะเสียอากรและเงินเพิ่ม (ประมวลรัษฎากร ม.113–114, 118) — นักออกแบบที่จะฟ้องเรียกค่าจ้างค้างต้องติดให้ครบก่อน

สัญญาจ้างออกแบบกราฟิก เสียภาษีอะไรบ้าง

ผู้ว่าจ้างที่เป็นนิติบุคคลต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย ร้อยละ 3 ของค่าบริการก่อน VAT ตาม ท.ป.4/2528 ข้อ 8 เมื่อยอดตามสัญญาตั้งแต่ 1,000 บาท แม้แบ่งจ่ายเป็นมัดจำกับงวดที่เหลือ และต้องออกหนังสือรับรองการหักภาษีทุกครั้ง — มัดจำก็ถูกหัก 3% ด้วย ไม่ใช่หักเฉพาะงวดสุดท้าย ผู้ว่าจ้างที่เป็นบุคคลธรรมดาไม่มีหน้าที่หัก 3% ตามคำสั่งนี้ นักออกแบบบุคคลธรรมดามีเงินได้ตาม ม.40(2) หรือ 40(8) แล้วแต่ลักษณะงานและการลงทุน ซึ่งหักค่าใช้จ่ายได้ไม่เท่ากัน · ถ้ามีการโอนลิขสิทธิ์และได้ค่าตอบแทนแยกต่างหาก อาจเป็นเงินได้ตาม ม.40(3) ซึ่งคนละเกณฑ์อีก ให้ตรวจตามข้อเท็จจริงก่อนยื่น รายรับเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี ต้องจดทะเบียน VAT · ผู้ที่ยังไม่จดไม่มีสิทธิเรียกเก็บ ค่าฟอนต์และภาพสต็อกที่ซื้อแทนลูกค้าให้แยกบรรทัดในใบแจ้งหนี้ พร้อมแนบใบเสร็จ อย่ารวมกับค่าบริการ เพราะจะถูกหัก 3% ทั้งก้อนโดยไม่จำเป็น

ใช้สัญญาจ้างออกแบบกราฟิกตอนไหน

ใช้เมื่อจ้างทำโลโก้ อัตลักษณ์องค์กร สื่อโฆษณา บรรจุภัณฑ์ หรืองานกราฟิกเป็นชิ้นงาน · ใช้ได้ทั้งเมื่อผู้ออกแบบเป็นบุคคลธรรมดาและเป็นสตูดิโอหรือบริษัท · ใช้เมื่อต้องตกลงว่าจะได้ไฟล์ต้นฉบับที่แก้ไขต่อได้หรือไม่ · ใช้เมื่อต้องการจำกัดจำนวนรอบแก้งานที่รวมอยู่ในค่าจ้าง

ทำสัญญาจ้างออกแบบกราฟิกต้องระวังอะไร

ลิขสิทธิ์ในงานรับจ้างเป็นของผู้ว่าจ้างอยู่แล้วตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ม.10 เว้นแต่ตกลงเป็นอย่างอื่น ผู้ออกแบบที่อยากสงวนสิทธิต้องไม่ติ๊กช่องโอนลิขสิทธิ์และเขียนขอบเขตการใช้ไว้ในผนวก 1 · ได้ลิขสิทธิ์ในโลโก้ไม่เท่ากับได้สิทธิในเครื่องหมายการค้า ผู้ว่าจ้างต้องไปยื่นจดทะเบียนเองและอาจถูกปฏิเสธได้ · ฟอนต์และภาพสต็อกมีสัญญาอนุญาตของตัวเอง สิทธิของนักออกแบบไม่โอนไปกับงานโดยอัตโนมัติ · ธรรมสิทธิ์ตาม ม.18 โอนกันไม่ได้ ผู้ออกแบบยังมีสิทธิแสดงตนเป็นผู้สร้างสรรค์แม้โอนลิขสิทธิ์แล้ว

กรณีไหนที่ไม่ควรใช้สัญญาจ้างออกแบบกราฟิก

อย่าใช้เมื่อจ้างทำเว็บไซต์ทั้งระบบ ให้ใช้สัญญาจ้างทำเว็บไซต์แทน · อย่าใช้เมื่อเป็นการจ้างประจำรายเดือน ให้ใช้สัญญาจ้างเหมาบริการรายเดือนแทน · อย่าปล่อยช่องจำนวนรอบแก้งานว่าง เพราะเป็นเส้นแบ่งเดียวที่กันงานไม่จบ

ลงนามสัญญาจ้างออกแบบกราฟิกต้องมีพยานไหม ทำกี่ฉบับ

ทำสองฉบับข้อความตรงกัน ลงชื่อคู่สัญญาและพยานสองคน พร้อมลงชื่อกำกับผนวก 1 ทุกหน้า ผู้ออกแบบปิดอากร ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก และคู่ฉบับ ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก ผู้ว่าจ้างเป็นผู้ขีดฆ่า ตรวจว่าสวิตช์ลิขสิทธิ์กับสวิตช์ไฟล์ต้นฉบับตรงกับที่ตกลงกันจริง สองช่องนี้คือสิ่งที่ทะเลาะกันมากที่สุดหลังส่งงาน ถ้าผู้ออกแบบรับงานในนามนิติบุคคล ให้ตรวจอำนาจลงนามตามหนังสือรับรองและเงื่อนไขประทับตรา

ทำสัญญาจ้างออกแบบกราฟิกต้องเตรียมเอกสารอะไรแนบท้าย

ผนวก 1 บรีฟ ขอบเขตงาน จำนวนแบบร่าง รายการชิ้นงานและขนาด รูปแบบไฟล์ที่ส่งมอบ จำนวนรอบแก้งานและค่าแก้งานรอบถัดไป · ถ้าไม่โอนลิขสิทธิ์ ให้ระบุขอบเขตการใช้ไว้ที่นี่ (ใช้ได้กี่ปี ช่องทางใด ดัดแปลงได้หรือไม่ ให้ผู้อื่นใช้ต่อได้หรือไม่) รายการฟอนต์ ภาพสต็อก ปลั๊กอิน และทรัพยากรของบุคคลภายนอก พร้อมเงื่อนไขไลเซนส์และหลักฐานการซื้อสิทธิ วัตถุดิบที่ผู้ว่าจ้างต้องส่ง เช่น โลโก้เดิม ภาพสินค้า ข้อความ และสิทธิใช้ภาพบุคคลที่ปรากฏในงาน

กฎหมายที่อ้างถึงในบทความนี้

ถ้อยคำด้านล่างคัดจากตัวบท 21 มาตรา — ใช้อ้างอิงได้ แต่หากต้องใช้ในชั้นศาล ควรตรวจกับราชกิจจานุเบกษาฉบับทางการอีกครั้ง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 7

ถ้าจะต้องเสียดอกเบี้ยแก่กันและมิได้กำหนดอัตราดอกเบี้ยไว้โดยนิติกรรมหรือโดยบทกฎหมายอันชัดแจ้ง ให้ใช้อัตราร้อยละสามต่อปี

ลักษณะ 1 บทเบ็ดเสร็จทั่วไป

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 204

ถ้าหนี้ถึงกำหนดชำระแล้ว และภายหลังแต่นั้นเจ้าหนี้ได้ให้คำเตือนลูกหนี้แล้ว ลูกหนี้ยังไม่ชำระหนี้ไซร้ ลูกหนี้ได้ชื่อว่าผิดนัดเพราะเขาเตือนแล้ว

ส่วนที่ 1 การไม่ชำระหนี้

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 215

เมื่อลูกหนี้ไม่ชำระหนี้ให้ต้องตามความประสงค์อันแท้จริงแห่งมูลหนี้ไซร้ เจ้าหนี้จะเรียกเอาค่าสินไหมทดแทนเพื่อความเสียหายอันเกิดแต่การนั้นก็ได้

ส่วนที่ 1 การไม่ชำระหนี้

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 224

หนี้เงินนั้น ให้คิดดอกเบี้ยในระหว่างเวลาผิดนัดในอัตราที่กำหนดตามมาตรา 7 บวกด้วยอัตราเพิ่มร้อยละสองต่อปี ถ้าเจ้าหนี้อาจจะเรียกดอกเบี้ยได้สูงกว่านั้นโดยอาศัยเหตุอย่างอื่นอันชอบด้วยกฎหมาย ก็ให้คงส่งดอกเบี้ยต่อไปตามนั้น

ส่วนที่ 1 การไม่ชำระหนี้

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 387

ถ้าคู่สัญญาฝ่ายหนึ่งไม่ชำระหนี้ อีกฝ่ายหนึ่งจะกำหนดระยะเวลาพอสมควร แล้วบอกกล่าวให้ฝ่ายนั้นชำระหนี้ภายในระยะเวลานั้นก็ได้ ถ้าและฝ่ายนั้นไม่ชำระหนี้ภายในระยะเวลาที่กำหนดให้ไซร้ อีกฝ่ายหนึ่งจะเลิกสัญญาเสียก็ได้

หมวด 4 เลิกสัญญา

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 391

เมื่อคู่สัญญาฝ่ายหนึ่งได้ใช้สิทธิเลิกสัญญาแล้ว คู่สัญญาแต่ละฝ่ายจำต้องให้อีกฝ่ายหนึ่งได้กลับคืนสู่ฐานะดังที่เป็นอยู่เดิม แต่ทั้งนี้จะให้เป็นที่เสื่อมเสียแก่สิทธิของบุคคลภายนอกหาได้ไม่

หมวด 4 เลิกสัญญา

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 575

อันว่าจ้างแรงงานนั้น คือสัญญาซึ่งบุคคลคนหนึ่ง เรียกว่าลูกจ้าง ตกลงจะทำงานให้แก่บุคคลอีกคนหนึ่ง เรียกว่านายจ้าง และนายจ้างตกลงจะให้สินจ้างตลอดเวลาที่ทำงานให้

ลักษณะ 6 จ้างแรงงาน

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 587

อันว่าจ้างทำของนั้น คือสัญญาซึ่งบุคคลคนหนึ่ง เรียกว่าผู้รับจ้าง ตกลงจะทำการงานสิ่งใดสิ่งหนึ่งจนสำเร็จให้แก่บุคคลอีกคนหนึ่ง เรียกว่าผู้ว่าจ้าง และผู้ว่าจ้างตกลงจะให้สินจ้างเพื่อผลสำเร็จแห่งการที่ทำนั้น

ลักษณะ 7 จ้างทำของ

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 591

ถ้าความชำรุดบกพร่องหรือความชักช้าในการที่ทำนั้นเกิดขึ้นเพราะสภาพแห่งสัมภาระซึ่งผู้ว่าจ้างส่งให้ก็ดี เพราะคำสั่งของผู้ว่าจ้างก็ดี ท่านว่าผู้รับจ้างไม่ต้องรับผิด เว้นแต่จะได้รู้อยู่แล้วว่าสัมภาระนั้นไม่เหมาะหรือว่าคำสั่งนั้นไม่ถูกต้องและมิได้บอกกล่าวตักเตือน

ลักษณะ 7 จ้างทำของ

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 593

ถ้าผู้รับจ้างไม่เริ่มทำการในเวลาอันควร หรือทำการชักช้าฝ่าฝืนข้อกำหนดแห่งสัญญาก็ดี หรือทำการชักช้าโดยปราศจากความผิดของผู้ว่าจ้าง จนอาจคาดหมายล่วงหน้าได้ว่าการนั้นจะไม่สำเร็จภายในกำหนดเวลาที่ได้ตกลงกันไว้ก็ดี ผู้ว่าจ้างชอบที่จะเลิกสัญญาเสียได้ มิพักต้องรอคอยให้ถึงเวลากำหนดส่งมอบของนั้นเลย

ลักษณะ 7 จ้างทำของ

พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 มาตรา 44

ภายใต้บังคับมาตรา 27 และมาตรา 68 เมื่อได้จดทะเบียน เครื่องหมายการค้าแล้ว ผู้ซึ่งได้จดทะเบียนเป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้า เป็นผู้มีสิทธิแต่เพียงผู้เดียว ในอันที่จะใช้เครื่องหมายการค้านั้นสำหรับสินค้าที่ได้จดทะเบียนไว้

พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 (เฉพาะสัญญาอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้า)

พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 มาตรา 68

เจ้าของเครื่องหมายการค้าที่ได้จดทะเบียนแล้วจะทำสัญญาอนุญาตให้ บุคคลอื่นใช้เครื่องหมายการค้าของตน สำหรับสินค้าที่ได้จดทะเบียนไว้ทั้งหมดหรือบางอย่างก็ได้ สัญญาอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้าตามวรรคหนึ่ง ต้องทำเป็นหนังสือและจด ทะเบียนต่อนายทะเบียน การขอจดทะเบียนสัญญาอนุญาตดังกล่าวตามวรรคสอง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง แต่คำขอจดทะเบียนนั้นอย่างน้อยต้องแสดงรายการดังต่อไปนี้ (1) เงื่อนไขหรือข้อกำหนดระหว่างเจ้าของเครื่องหมายการค้านั้น และผู้ขอจด ทะเบียนเป็นผู้ได้รับอนุญาต ที่จะทำให้เจ้าของเครื่องหมายการค้านั้นสามารถควบคุมคุณภาพของ สินค้าของผู้ขอจดทะเบียนเป็นผู้ได้รับอนุญาตได้อย่างแท้จริง (2) สินค้าที่จะได้รับอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้านั้น

พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 (เฉพาะสัญญาอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้า)

พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 4

ข้อตกลงในสัญญาระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบธุรกิจการค้า หรือวิชาชีพ หรือในสัญญาสำเร็จรูป หรือในสัญญาขายฝากที่ทำให้ผู้ประกอบธุรกิจการค้า หรือวิชาชีพ หรือผู้กำหนดสัญญาสำเร็จรูป หรือผู้ซื้อฝากได้เปรียบคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งเกินสมควร เป็นข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม และให้มีผลบังคับได้เพียงเท่าที่เป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณีเท่านั้น

พระราชบัญญัติ ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540

พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 8

ข้อตกลง ประกาศ หรือคำแจ้งความที่ได้ทำไว้ล่วงหน้า เพื่อยกเว้นหรือจำกัดความรับผิดเพื่อละเมิดหรือผิดสัญญาในความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย หรืออนามัยของผู้อื่น อันเกิดจากการกระทำโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่อของผู้ตกลง ผู้ประกาศ ผู้แจ้งความ หรือของบุคคลอื่นซึ่งผู้ตกลง ผู้ประกาศ หรือผู้แจ้งความต้องรับผิดด้วย จะนำมาอ้างเป็นข้อยกเว้นหรือจำกัดความรับผิดไม่ได้

พระราชบัญญัติ ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540

ประมวลรัษฎากร มาตรา 113

ตราสารใดมิได้ปิดแสตมป์บริบูรณ์ ผู้มีหน้าที่เสียอากร หรือผู้ทรงตราสารหรือผู้ถือเอาประโยชน์ชอบที่จะยื่นตราสารนั้นต่อพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อขอเสียอากรได้ เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ได้รับตราสารแล้ว ให้อนุมัติให้เสียอากรภายในบังคับแห่งบทบัญญัติต่อไปนี้

บทบัญญัติ (ถ้อยคำตามเว็บกรมสรรพากร)

ประมวลรัษฎากร มาตรา 40

เงินได้พึงประเมินนั้นคือ เงินได้ประเภทดังต่อไปนี้ รวมตลอดถึงเงินค่าภาษีอากรที่ผู้จ่ายเงินหรือผู้อื่นออกแทนให้สำหรับเงินได้ประเภทต่าง ๆ ดังกล่าว ไม่ว่าในทอดใด (1) เงินได้เนื่องจากการจ้างแรงงานไม่ว่าจะเป็นเงินเดือน ค่าจ้าง เบี้ยเลี้ยง โบนัส เบี้ยหวัด บำเหน็จ บำนาญ เงินค่าเช่าบ้าน เงินที่คำนวณได้จากมูลค่าของการได้อยู่บ้านที่นายจ้างให้อยู่โดยไม่เสียค่าเช่า เงินที่นายจ้างจ่ายชำระหนี้ใด ๆ ซึ่งลูกจ้างมีหน้าที่ต้องชำระ และเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์ใด ๆ บรรดาที่ได้เนื่องจากการจ้างแรงงาน (2) เงินได้เนื่องจากหน้าที่หรือตำแหน่งงานที่ทำหรือจากการรับทำงานให้ ไม่ว่าจะเป็นค่าธรรมเนียม ค่านายหน้า ค่าส่วนลด เงินอุดหนุนในงานที่ทำ เบี้ยประชุม บำเหน็จ โบนัส เงินค่าเช่าบ้าน เงินที่คำนวณได้จากมูลค่าของการได้อยู่บ้านที่ผู้จ่ายเงินได้ให้อยู่โดยไม่เสียค่าเช่า เงินที่ผู้จ่ายเงินได้จ่ายชำระหนี้ใด ๆ ซึ่งผู้มีเงินได้มีหน้าที่ต้องชำระ และเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์ใด ๆ บรรดาที่ได้เนื่องจากหน้าที่หรือตำแหน่งงานที่ทำหรือจากการรับทำงานให้นั้น ไม่ว่าหน้าที่หรือตำแหน่งงานหรืองานที่รับทำให้นั้นจะเป็นการประจำหรือชั่วคราว (3) ค่าแห่งกู๊ดวิลล์ ค่าแห่งลิขสิทธิ์ หรือสิทธิอย่างอื่น เงินปีหรือเงินได้มีลักษณะเป็นเงินรายปีอันได้มาจากพินัยกรรม นิติกรรมอย่างอื่น หรือคำพิพากษาของศาล (4) เงินได้ที่เป็น (ก) ดอกเบี้ยพันธบัตร ดอกเบี้ยเงินฝาก ดอกเบี้ยหุ้นกู้ ดอกเบี้ยตั๋วเงิน ดอกเบี้ยเงินกู้ยืมไม่ว่าจะมีหลักประกันหรือไม่ ดอกเบี้ยเงินกู้ยืมที่อยู่ในบังคับต้องถูกหักภาษีไว้ ณ ที่จ่ายตามกฎหมายว่าด้วยภาษีเงินได้ปิโตรเลียมเฉพาะส่วนที่เหลือจากถูกหักภาษีไว้ ณ ที่จ่ายตามกฎหมายดังกล่าว หรือผลต่างระหว่างราคาไถ่ถอนกับราคาจำหน่ายตั๋วเงินหรือตราสารแสดงสิทธิในหนี้ที่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล หรือนิติบุคคลอื่นเป็นผู้ออกและจำหน่ายครั้งแรกในราคาต่ำกว่าราคาไถ่ถอน รวมทั้งเงินได้ที่มีลักษณะทำนองเดียวกันกับดอกเบี้ย ผลประโยชน์หรือค่าตอบแทนอื่น ๆ ที่ได้จากการให้กู้ยืมหรือจากสิทธิเรียกร้องในหนี้ทุกชนิดไม่ว่าจะมีหลักประกันหรือไม่ก็ตาม (ข) เงินปันผล เงินส่วนแบ่งของกำไร หรือประโยชน์อื่นใดที่ได้จากบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล หรือสถาบันการเงินที่มีกฎหมายโดยเฉพาะของประเทศไทยจัดตั้งขึ้นสำหรับให้กู้ยืมเงินเพื่อส่งเสริมเกษตรกรรม พาณิชยกรรม หรืออุตสาหกรรม เงินปันผลหรือเงินส่วนแบ่งของกำไรที่อยู่ในบังคับต้องถูกหักภาษีไว้ ณ ที่จ่าย ตามกฎหมายว่าด้วยภาษีเงินได้ปิโตรเลียมเฉพาะส่วนที่เหลือจากถูกหักภาษีไว้ ณ ที่จ่ายตามกฎหมายดังกล่าว

ประมวลรัษฎากร — เงินได้พึงประเมิน ม.40–41

อ่านต่อในหมวดจ้างงาน / บริการ

สัญญาจ้างพัฒนาโปรแกรมบัญชี ต้องมีอะไรบ้างสำหรับจ้างพัฒนาโปรแกรมบัญชีเฉพาะกิจการ ทำงานสี่ช่วง ศึกษาระบบบัญชีเดิม ออกแบบที่ต้องได้ความเห็นชอบก่อนพัฒนา พัฒนาติดตั้งพร้อมส่งซอร์สโค้ดและคู่มือ และอบรม จ่ายสี่งวดโดยงวดสุดท้ายหลังใช้งานจริง — มีข้อเฉพาะงานบัญชี ใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ รายงานภาษีซื้อขายและสต็อก ห้ามลบรายการ ย้ายยอดยกมา สำรองข้อมูล ข้อมูลเงินเดือนและลูกค้า ถ้าเป็นเว็บไซต์ แอป หรือระบบทั่วไปให้ใช้สัญญาจ้างพัฒนาซอฟต์แวร์สัญญาจ้างพัฒนา Chatbot หรือระบบ AI ต้องมีอะไรบ้างใช้เมื่อจ้างพัฒนาแชตบอตหรือระบบที่ทำงานบนโมเดลปัญญาประดิษฐ์ — ระบุว่าใช้โมเดลของใคร ใครจ่ายค่าโทเคน ข้อมูลลูกค้าห้ามนำไปฝึกโมเดล วัดความแม่นยำอย่างไรจึงถือว่าตรวจรับได้ ต้องให้คนตรวจก่อนใช้ผลตรงไหน และเมื่อผู้ให้บริการโมเดลเปลี่ยนรุ่นแล้วใครรับภาระสัญญาตรวจสอบหรือกำกับการใช้ AI ในองค์กรขนาดเล็ก ต้องมีอะไรบ้างสำหรับธุรกิจขนาดเล็กที่จ้างที่ปรึกษาประเมินการใช้ AI ขององค์กรเทียบกับกรอบที่เลือก เช่น ISO/IEC 42001 หรือ NIST AI RMF ส่งมอบทะเบียนระบบ AI ทะเบียนความเสี่ยง รายงานช่องว่าง ชุดนโยบาย และการอบรม พร้อมประเด็นข้อมูลส่วนบุคคล ความเป็นอิสระจากผู้ขาย AI ข้อที่ไม่ใช่การรับรองมาตรฐาน และเพดานความรับผิดสัญญาจ้างซ่อมแซมและบำรุงรักษาเครื่องปรับอากาศ ต้องมีอะไรบ้างใช้เมื่อจ้างช่างหรือบริษัทแอร์ดูแลเครื่องปรับอากาศในบ้าน สำนักงาน ร้านค้า หรือโรงงานเป็นรายปี — ล้างตามรอบ (ค่าตั้งต้นทุก 2 เดือน) ล้างใหญ่ประจำปี วัดค่ากระแสไฟและอุณหภูมิทุกครั้ง เสียแล้วช่างมาใน 24 ชม. ซ่อมเสร็จใน 3 วัน ไม่ทันมีค่าปรับรายวันมีเพดาน อะไหล่และน้ำยาต้องขออนุมัติก่อน ห้ามปล่อยสารทำความเย็นทิ้ง น้ำหยดเสียหายเพราะท่อตันผู้รับจ้างรับผิด · ตัวเลือกเสริม: เซนเซอร์/IoT เฝ้าระวังพร้อมมาตรการไซเบอร์ อะไหล่ปรับสภาพ ใบงานดิจิทัล ประกันภัย เพดานความรับผิดสัญญาจ้างเชื่อมต่อ API ต้องมีอะไรบ้างสำหรับจ้างพัฒนาการเชื่อมระบบของผู้ว่าจ้างกับ API ภายนอก กำหนดเจ้าของบัญชี กุญแจ โควตา ค่าใช้บริการ การทดสอบรายการซ้ำ การสลับใช้จริง และการส่งมอบสัญญาจ้างออกแบบสถาปัตยกรรมและวิศวกรรม ต้องมีอะไรบ้างสำหรับจ้างสถาปนิกและวิศวกรออกแบบบ้านหรืออาคารใหม่ตั้งแต่แบบร่างจนถึงแบบก่อสร้างที่ใช้ขออนุญาตได้ กำหนดใบอนุญาตวิชาชีพ ขั้นตอนและกำหนดส่ง งบประมาณก่อสร้าง รอบแก้แบบ การแก้แบบตามข้อทักท้วงของเจ้าพนักงาน ไฟล์ CAD/BIM ลิขสิทธิ์ การใช้ปัญญาประดิษฐ์ ความพร้อมรองรับโซลาร์เซลล์และที่ชาร์จรถไฟฟ้า ค่าปรับ และความรับผิดในแบบผิดพลาด