# สัญญาจ้างออกแบบกราฟิก ต้องมีอะไรบ้าง

> ใช้เมื่อจ้างนักออกแบบหรือสตูดิโอทำโลโก้ อัตลักษณ์องค์กร สื่อโฆษณา บรรจุภัณฑ์ หรืองานกราฟิกอื่น — กำหนดบรีฟ จำนวนรอบแก้งาน รูปแบบไฟล์ที่ส่งมอบ ไฟล์ต้นฉบับได้หรือไม่ ลิขสิทธิ์เป็นของใคร และสิทธิในฟอนต์กับภาพสต็อก

ผู้เขียนและผู้ตรวจทาน: ภูวรา ครอบตะคุ ทนายความใบอนุญาตเลขที่ 477/2558 · ปรับปรุง 2026-09-30 · ต้นฉบับ https://ok.aipdpa.com/kb/%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%8D%E0%B8%B2%E0%B8%88%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B9%81%E0%B8%9A%E0%B8%9A%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%9F%E0%B8%B4%E0%B8%81

## ตอบสั้น

จ้างออกแบบกราฟิกโดยกำหนดบรีฟ จำนวนรอบแก้งาน รูปแบบไฟล์ที่ส่งมอบ และสิทธิในผลงานให้ชัดตั้งแต่ต้น · ลิขสิทธิ์ในงานรับจ้างเป็นของผู้ว่าจ้างอยู่แล้วตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ม.10 เว้นแต่ตกลงเป็นอย่างอื่น ผู้ออกแบบที่อยากสงวนสิทธิต้องไม่ติ๊กช่องโอนลิขสิทธิ์และเขียนขอบเขตการใช้ไว้ในผนวก 1

## ข้อเท็จจริงที่อ้างอิงได้

- **ใช้เมื่อ:** ใช้เมื่อจ้างทำโลโก้ อัตลักษณ์องค์กร สื่อโฆษณา บรรจุภัณฑ์ หรืองานกราฟิกเป็นชิ้นงาน
- **อากรแสตมป์:** จ้างทำของ ลักษณะ 4: 1 บาท ต่อค่าจ้างทุก 1,000 บาทหรือเศษของ 1,000 บาท — จากค่าจ้างรวมในสัญญานี้คิดเป็นอากร ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก ผู้ออกแบบ (ผู้รับจ้าง) เป็นผู้เสียอากร ผู้ว่าจ้างเป็นผู้ขีดฆ่า · คู่ฉบับเสียอากร ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก (ลักษณะ 23) ค่าจ้างรวมตั้งแต่ 1,000,000 บาท ขึ้นไปต้องชำระอากรเป็นตัวเงินที่สรรพากร (ประกาศอธิบดีฯ ฉบับที่ 37) · ผู้ว่าจ้างเป็นหน่วยงานรัฐ เกณฑ์ลดเหลือ 200,000 บาท ไม่ติดอากรให้ครบ สัญญาไม่เป็นโมฆะ แต่ใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนกว่าจะเสียอากรและเงินเพิ่ม (ประมวลรัษฎากร ม.113–114, 118) — นักออกแบบที่จะฟ้องเรียกค่าจ้างค้างต้องติดให้ครบก่อน
- **ภาษี:** ผู้ว่าจ้างที่เป็นนิติบุคคลต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย ร้อยละ 3 ของค่าบริการก่อน VAT ตาม ท.ป.4/2528 ข้อ 8 เมื่อยอดตามสัญญาตั้งแต่ 1,000 บาท แม้แบ่งจ่ายเป็นมัดจำกับงวดที่เหลือ และต้องออกหนังสือรับรองการหักภาษีทุกครั้ง — มัดจำก็ถูกหัก 3% ด้วย ไม่ใช่หักเฉพาะงวดสุดท้าย ผู้ว่าจ้างที่เป็นบุคคลธรรมดาไม่มีหน้าที่หัก 3% ตามคำสั่งนี้ นักออกแบบบุคคลธรรมดามีเงินได้ตาม ม.40(2) หรือ 40(8) แล้วแต่ลักษณะงานและการลงทุน ซึ่งหักค่าใช้จ่ายได้ไม่เท่ากัน · ถ้ามีการโอนลิขสิทธิ์และได้ค่าตอบแทนแยกต่างหาก อาจเป็นเงินได้ตาม ม.40(3) ซึ่งคนละเกณฑ์อีก ให้ตรวจตามข้อเท็จจริงก่อนยื่น รายรับเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี ต้องจดทะเบียน VAT · ผู้ที่ยังไม่จดไม่มีสิทธิเรียกเก็บ ค่าฟอนต์และภาพสต็อกที่ซื้อแทนลูกค้าให้แยกบรรทัดในใบแจ้งหนี้ พร้อมแนบใบเสร็จ อย่ารวมกับค่าบริการ เพราะจะถูกหัก 3% ทั้งก้อนโดยไม่จำเป็น
- **มาตราที่อ้าง:** ป.พ.พ. ม.7, 204, 215, 224, 387, 391, 575, 587, 591, 593; พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 ม.6, 9, 10, 15, 18; พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ.2534 ม.44, 68; พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ.2540 ม.4, 8; บัญชีอัตราอากรแสตมป์ ลักษณะ 4, 23; ประมวลรัษฎากร ม.113–114, 118; คำสั่งกรมสรรพากร ท.ป.4/2528 ข้อ 8
- **ค่าใช้แบบฟอร์มบนเว็บนี้:** 249 บาท

## ใช้สัญญาฉบับนี้เมื่อไร

- ใช้เมื่อจ้างทำโลโก้ อัตลักษณ์องค์กร สื่อโฆษณา บรรจุภัณฑ์ หรืองานกราฟิกเป็นชิ้นงาน
- ใช้ได้ทั้งเมื่อผู้ออกแบบเป็นบุคคลธรรมดาและเป็นสตูดิโอหรือบริษัท
- ใช้เมื่อต้องตกลงว่าจะได้ไฟล์ต้นฉบับที่แก้ไขต่อได้หรือไม่
- ใช้เมื่อต้องการจำกัดจำนวนรอบแก้งานที่รวมอยู่ในค่าจ้าง

## จุดที่พลาดบ่อยและต้องระวัง

- ลิขสิทธิ์ในงานรับจ้างเป็นของผู้ว่าจ้างอยู่แล้วตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ม.10 เว้นแต่ตกลงเป็นอย่างอื่น ผู้ออกแบบที่อยากสงวนสิทธิต้องไม่ติ๊กช่องโอนลิขสิทธิ์และเขียนขอบเขตการใช้ไว้ในผนวก 1
- ได้ลิขสิทธิ์ในโลโก้ไม่เท่ากับได้สิทธิในเครื่องหมายการค้า ผู้ว่าจ้างต้องไปยื่นจดทะเบียนเองและอาจถูกปฏิเสธได้
- ฟอนต์และภาพสต็อกมีสัญญาอนุญาตของตัวเอง สิทธิของนักออกแบบไม่โอนไปกับงานโดยอัตโนมัติ
- ธรรมสิทธิ์ตาม ม.18 โอนกันไม่ได้ ผู้ออกแบบยังมีสิทธิแสดงตนเป็นผู้สร้างสรรค์แม้โอนลิขสิทธิ์แล้ว

## กรณีที่ไม่ควรใช้ฉบับนี้

- อย่าใช้เมื่อจ้างทำเว็บไซต์ทั้งระบบ ให้ใช้สัญญาจ้างทำเว็บไซต์แทน
- อย่าใช้เมื่อเป็นการจ้างประจำรายเดือน ให้ใช้สัญญาจ้างเหมาบริการรายเดือนแทน
- อย่าปล่อยช่องจำนวนรอบแก้งานว่าง เพราะเป็นเส้นแบ่งเดียวที่กันงานไม่จบ

## อากรแสตมป์

- จ้างทำของ **ลักษณะ 4**: 1 บาท ต่อค่าจ้างทุก 1,000 บาทหรือเศษของ 1,000 บาท — จากค่าจ้างรวมในสัญญานี้คิดเป็นอากร ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก
- **ผู้ออกแบบ (ผู้รับจ้าง) เป็นผู้เสียอากร** ผู้ว่าจ้างเป็นผู้ขีดฆ่า · คู่ฉบับเสียอากร ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก (ลักษณะ 23)
- ค่าจ้างรวมตั้งแต่ **1,000,000 บาท** ขึ้นไปต้องชำระอากรเป็นตัวเงินที่สรรพากร (ประกาศอธิบดีฯ ฉบับที่ 37) · ผู้ว่าจ้างเป็นหน่วยงานรัฐ เกณฑ์ลดเหลือ 200,000 บาท
- ไม่ติดอากรให้ครบ สัญญาไม่เป็นโมฆะ แต่**ใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้**จนกว่าจะเสียอากรและเงินเพิ่ม (ประมวลรัษฎากร ม.113–114, 118) — นักออกแบบที่จะฟ้องเรียกค่าจ้างค้างต้องติดให้ครบก่อน

## ภาษี

- ผู้ว่าจ้างที่เป็น**นิติบุคคล**ต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย **ร้อยละ 3** ของค่าบริการก่อน VAT ตาม **ท.ป.4/2528 ข้อ 8** เมื่อยอดตามสัญญาตั้งแต่ 1,000 บาท แม้แบ่งจ่ายเป็นมัดจำกับงวดที่เหลือ และต้องออกหนังสือรับรองการหักภาษีทุกครั้ง — **มัดจำก็ถูกหัก 3% ด้วย** ไม่ใช่หักเฉพาะงวดสุดท้าย
- **ผู้ว่าจ้างที่เป็นบุคคลธรรมดาไม่มีหน้าที่หัก 3% ตามคำสั่งนี้**
- นักออกแบบบุคคลธรรมดามีเงินได้ตาม ม.40(2) หรือ 40(8) แล้วแต่ลักษณะงานและการลงทุน ซึ่ง**หักค่าใช้จ่ายได้ไม่เท่ากัน** · ถ้ามีการโอนลิขสิทธิ์และได้ค่าตอบแทนแยกต่างหาก อาจเป็นเงินได้ตาม **ม.40(3)** ซึ่งคนละเกณฑ์อีก ให้ตรวจตามข้อเท็จจริงก่อนยื่น
- รายรับเกิน **1.8 ล้านบาทต่อปี** ต้องจดทะเบียน VAT · ผู้ที่ยังไม่จดไม่มีสิทธิเรียกเก็บ
- **ค่าฟอนต์และภาพสต็อกที่ซื้อแทนลูกค้าให้แยกบรรทัดในใบแจ้งหนี้** พร้อมแนบใบเสร็จ อย่ารวมกับค่าบริการ เพราะจะถูกหัก 3% ทั้งก้อนโดยไม่จำเป็น

## ลิขสิทธิ์ — สิ่งที่นักออกแบบกับลูกค้าเข้าใจผิดกันคนละทาง

- **งานที่สร้างสรรค์ขึ้นโดยการรับจ้าง ลิขสิทธิ์เป็นของ «ผู้ว่าจ้าง» ตั้งแต่ต้น** เว้นแต่ตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่น (**พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ม.10**) — นักออกแบบจำนวนมากเชื่อว่าตัวเองเป็นเจ้าของจนกว่าจะโอน ซึ่งไม่ใช่ · **สวิตช์ «โอนลิขสิทธิ์» ที่ไม่ติ๊ก คือการตกลงเป็นอย่างอื่นตาม ม.10** ต้องเขียนขอบเขตการใช้ไว้ในผนวก 1 ให้ชัด ไม่ใช่ปล่อยว่าง
- ตรงข้ามกับงานของ**ลูกจ้าง** ซึ่งลิขสิทธิ์ยังเป็นของลูกจ้าง นายจ้างได้เพียงสิทธินำออกเผยแพร่ตามวัตถุประสงค์ของการจ้าง เว้นแต่ทำเป็นหนังสือตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่น (**ม.9**) — บริษัทที่มีกราฟิกดีไซเนอร์ประจำมักเข้าใจผิดข้อนี้
- **ธรรมสิทธิ์โอนกันไม่ได้** ผู้สร้างสรรค์ยังมีสิทธิแสดงตนว่าเป็นผู้สร้างสรรค์ และห้ามผู้รับโอนบิดเบือน ตัดทอน หรือดัดแปลงงานจนเกิดความเสียหายต่อชื่อเสียงของตน แม้โอนลิขสิทธิ์ไปหมดแล้ว (**ม.18**) เว้นแต่ตกลงเป็นลายลักษณ์อักษร
- **ลิขสิทธิ์ไม่คุ้มครองแนวความคิด** คุ้มครองเฉพาะการแสดงออก (**ม.6 วรรคสอง**) — คู่แข่งที่ทำงานคล้ายกันด้วยแนวคิดเดียวกันแต่แสดงออกต่างกัน ไม่เป็นการละเมิด
- **แบบร่างที่ไม่ถูกเลือกยังเป็นของผู้ออกแบบ** (ข้อ 5.2) ลูกค้าเอาแบบที่ไม่ได้เลือกไปใช้เองหรือส่งให้คนอื่นทำต่อไม่ได้

## โลโก้ — ลิขสิทธิ์กับเครื่องหมายการค้าเป็นคนละเรื่อง

- **ได้ลิขสิทธิ์ในโลโก้ ไม่เท่ากับได้สิทธิในเครื่องหมายการค้า** สิทธิแต่เพียงผู้เดียวในการใช้เครื่องหมายกับสินค้าเกิดขึ้นเมื่อ**จดทะเบียน**แล้วเท่านั้น (**พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า ม.44**) ผู้ว่าจ้างต้องไปยื่นจดเองที่กรมทรัพย์สินทางปัญญา สัญญาฉบับนี้ไม่ได้ทำให้จดทะเบียนสำเร็จ
- **ผู้ออกแบบไม่ควรรับประกันว่าโลโก้จะจดทะเบียนได้** เพราะนายทะเบียนอาจปฏิเสธด้วยเหตุขาดลักษณะบ่งเฉพาะ หรือเหมือนหรือคล้ายกับเครื่องหมายที่จดไว้ก่อน — ควรให้ลูกค้าสืบค้นเครื่องหมายก่อนเริ่มงานหรือก่อนนำไปใช้จริง
- ถ้าจะให้ผู้อื่นใช้เครื่องหมายการค้าที่จดทะเบียนแล้ว **สัญญาอนุญาตต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อนายทะเบียน** (**ม.68**) มิฉะนั้นไม่สมบูรณ์

> หลักเกณฑ์ลักษณะบ่งเฉพาะและเหตุต้องห้ามในการรับจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า ให้ตรวจกับกรมทรัพย์สินทางปัญญาหรือทนายของคุณก่อนยื่นจด

## ฟอนต์และภาพสต็อก — ที่มาของบิลย้อนหลังก้อนโต

- **สิทธิใช้ฟอนต์ของนักออกแบบไม่โอนไปกับงาน** ไลเซนส์ฟอนต์ส่วนใหญ่ผูกกับผู้ใช้หรือจำนวนเครื่อง ไม่ใช่ผูกกับไฟล์งาน ถ้าลูกค้าต้องใช้ฟอนต์นั้นต่อเองต้องซื้อไลเซนส์ของตัวเอง — ข้อ 5.3 จึงบังคับให้ผู้ออกแบบ**เปิดเผยรายการและเงื่อนไขไลเซนส์**
- **ฟอนต์ไทยที่แจกฟรีไม่ได้แปลว่าใช้เชิงพาณิชย์ได้ทุกตัว** บางชุดจำกัดการดัดแปลงหรือการฝังในสินค้า ให้ตรวจเงื่อนไขของผู้พัฒนาฟอนต์รายนั้นเป็นรายตัว
- **ภาพสต็อกมีไลเซนส์คนละแบบ** บางแบบห้ามใช้กับสินค้าที่ขายซ้ำ ห้ามใช้ทำโลโก้ หรือจำกัดจำนวนการพิมพ์ — **ภาพสต็อกห้ามนำมาทำโลโก้เกือบทุกไลเซนส์** เพราะจดทะเบียนเครื่องหมายไม่ได้และชนกับคนอื่นที่ซื้อภาพเดียวกัน
- **ซื้อในนามใครสำคัญ** ถ้าผู้ออกแบบซื้อในนามตัวเองแล้วเลิกทำงานกัน ลูกค้าอาจขาดสิทธิทันที ให้ซื้อในนามผู้ว่าจ้างหรือโอนใบอนุญาตให้เมื่อส่งมอบ
- **งานที่สร้างด้วยปัญญาประดิษฐ์มีสถานะลิขสิทธิ์ไม่แน่นอน** และอาจมีปัญหาเรื่องข้อมูลที่ใช้ฝึก ถ้ามีการใช้ในงาน ควรเปิดเผยตามข้อ 5.3 เช่นเดียวกับทรัพยากรของบุคคลภายนอก

## ข้อที่คนจ้างออกแบบพลาดบ่อย

- **ไม่กำหนดจำนวนรอบแก้งาน** คือสาเหตุอันดับหนึ่งที่งานออกแบบไม่จบ ช่อง «จำนวนรอบแก้งาน» ต้องกรอกเสมอ และผนวก 1 ควรระบุว่ารอบถัดไปคิดเพิ่มเท่าไร
- **รวบคำขอแก้ไขไม่ครบในรอบเดียว** การทยอยสั่งแก้ทีละจุดกินรอบเร็วมาก ข้อ 3 จึงให้ผู้ว่าจ้างรวบรวมคำขอแก้ไขภายในกำหนด — ควรมอบให้ผู้ประสานงานคนเดียวรวบรวม ไม่ใช่ให้หลายคนสั่งแยกกัน
- **ไม่ตกลงเรื่องไฟล์ต้นฉบับตั้งแต่ต้น** ลูกค้าส่วนใหญ่คิดว่าจ่ายเงินแล้วต้องได้ไฟล์ AI/PSD ด้วย แต่โดยธรรมเนียมเป็นของแยกคิดเงิน — **สวิตช์นี้ต้องคุยกันก่อนเริ่มงาน ไม่ใช่ตอนส่งมอบ**
- **บรีฟและวัตถุดิบมาช้า** แล้วนับว่าผู้ออกแบบส่งงานช้า — ช่อง «วันที่ส่งบรีฟครบ» มีไว้ให้พิสูจน์ได้ว่าใครช้า เก็บหลักฐานการทวงถามไว้ทุกครั้ง
- **เงียบแล้วงานค้าง** ข้อตรวจรับกำหนดว่าถ้าไม่ตอบภายในกำหนดถือว่าตรวจรับแล้ว ซึ่งคุ้มครองผู้ออกแบบ — ผู้ว่าจ้างต้องตั้งคนดูจริง อย่าปล่อยผ่าน
- **เพดานความรับผิดที่ต่ำจนไร้ความหมายอาจไม่มีผลบังคับ** ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม ม.4 และยกเว้นความรับผิดจากการจงใจหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงไม่ได้

## เอกสารแนบท้ายสัญญา

- **ผนวก 1** บรีฟ ขอบเขตงาน จำนวนแบบร่าง รายการชิ้นงานและขนาด รูปแบบไฟล์ที่ส่งมอบ จำนวนรอบแก้งานและค่าแก้งานรอบถัดไป · **ถ้าไม่โอนลิขสิทธิ์ ให้ระบุขอบเขตการใช้ไว้ที่นี่** (ใช้ได้กี่ปี ช่องทางใด ดัดแปลงได้หรือไม่ ให้ผู้อื่นใช้ต่อได้หรือไม่)
- รายการฟอนต์ ภาพสต็อก ปลั๊กอิน และทรัพยากรของบุคคลภายนอก พร้อมเงื่อนไขไลเซนส์และหลักฐานการซื้อสิทธิ
- วัตถุดิบที่ผู้ว่าจ้างต้องส่ง เช่น โลโก้เดิม ภาพสินค้า ข้อความ และสิทธิใช้ภาพบุคคลที่ปรากฏในงาน

## วันลงนาม

- ทำสองฉบับข้อความตรงกัน ลงชื่อคู่สัญญาและพยานสองคน พร้อมลงชื่อกำกับผนวก 1 ทุกหน้า
- ผู้ออกแบบปิดอากร ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก และคู่ฉบับ ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก ผู้ว่าจ้างเป็นผู้ขีดฆ่า
- **ตรวจว่าสวิตช์ลิขสิทธิ์กับสวิตช์ไฟล์ต้นฉบับตรงกับที่ตกลงกันจริง** สองช่องนี้คือสิ่งที่ทะเลาะกันมากที่สุดหลังส่งงาน
- ถ้าผู้ออกแบบรับงานในนามนิติบุคคล ให้ตรวจอำนาจลงนามตามหนังสือรับรองและเงื่อนไขประทับตรา

## ผู้เขียนและผู้ตรวจทาน

เขียนและตรวจทานโดย **ภูวรา ครอบตะคุ** ทนายความ (ใบอนุญาต 477/2558) · เนติบัณฑิตไทย · น.ม. กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาและสารสนเทศ — การเลือกประเด็น การจัดหมวด และคำอธิบายในบทความนี้เป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ของผู้เขียน ส่วนตัวบทกฎหมายที่ยกมาไม่มีลิขสิทธิ์และตรวจกับราชกิจจานุเบกษาได้เสมอ · ทะเบียนบทความ OKC-8FB7CE · หากนำไปใช้ต่อ โปรดระบุชื่อผู้เขียนและลิงก์ต้นฉบับ

## คำถามที่พบบ่อย

### สัญญาจ้างออกแบบกราฟิก ต้องติดอากรแสตมป์ไหม

จ้างทำของ ลักษณะ 4: 1 บาท ต่อค่าจ้างทุก 1,000 บาทหรือเศษของ 1,000 บาท — จากค่าจ้างรวมในสัญญานี้คิดเป็นอากร ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก ผู้ออกแบบ (ผู้รับจ้าง) เป็นผู้เสียอากร ผู้ว่าจ้างเป็นผู้ขีดฆ่า · คู่ฉบับเสียอากร ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก (ลักษณะ 23) ค่าจ้างรวมตั้งแต่ 1,000,000 บาท ขึ้นไปต้องชำระอากรเป็นตัวเงินที่สรรพากร (ประกาศอธิบดีฯ ฉบับที่ 37) · ผู้ว่าจ้างเป็นหน่วยงานรัฐ เกณฑ์ลดเหลือ 200,000 บาท ไม่ติดอากรให้ครบ สัญญาไม่เป็นโมฆะ แต่ใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนกว่าจะเสียอากรและเงินเพิ่ม (ประมวลรัษฎากร ม.113–114, 118) — นักออกแบบที่จะฟ้องเรียกค่าจ้างค้างต้องติดให้ครบก่อน

### สัญญาจ้างออกแบบกราฟิก เสียภาษีอะไรบ้าง

ผู้ว่าจ้างที่เป็นนิติบุคคลต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย ร้อยละ 3 ของค่าบริการก่อน VAT ตาม ท.ป.4/2528 ข้อ 8 เมื่อยอดตามสัญญาตั้งแต่ 1,000 บาท แม้แบ่งจ่ายเป็นมัดจำกับงวดที่เหลือ และต้องออกหนังสือรับรองการหักภาษีทุกครั้ง — มัดจำก็ถูกหัก 3% ด้วย ไม่ใช่หักเฉพาะงวดสุดท้าย ผู้ว่าจ้างที่เป็นบุคคลธรรมดาไม่มีหน้าที่หัก 3% ตามคำสั่งนี้ นักออกแบบบุคคลธรรมดามีเงินได้ตาม ม.40(2) หรือ 40(8) แล้วแต่ลักษณะงานและการลงทุน ซึ่งหักค่าใช้จ่ายได้ไม่เท่ากัน · ถ้ามีการโอนลิขสิทธิ์และได้ค่าตอบแทนแยกต่างหาก อาจเป็นเงินได้ตาม ม.40(3) ซึ่งคนละเกณฑ์อีก ให้ตรวจตามข้อเท็จจริงก่อนยื่น รายรับเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี ต้องจดทะเบียน VAT · ผู้ที่ยังไม่จดไม่มีสิทธิเรียกเก็บ ค่าฟอนต์และภาพสต็อกที่ซื้อแทนลูกค้าให้แยกบรรทัดในใบแจ้งหนี้ พร้อมแนบใบเสร็จ อย่ารวมกับค่าบริการ เพราะจะถูกหัก 3% ทั้งก้อนโดยไม่จำเป็น

### ใช้สัญญาจ้างออกแบบกราฟิกตอนไหน

ใช้เมื่อจ้างทำโลโก้ อัตลักษณ์องค์กร สื่อโฆษณา บรรจุภัณฑ์ หรืองานกราฟิกเป็นชิ้นงาน · ใช้ได้ทั้งเมื่อผู้ออกแบบเป็นบุคคลธรรมดาและเป็นสตูดิโอหรือบริษัท · ใช้เมื่อต้องตกลงว่าจะได้ไฟล์ต้นฉบับที่แก้ไขต่อได้หรือไม่ · ใช้เมื่อต้องการจำกัดจำนวนรอบแก้งานที่รวมอยู่ในค่าจ้าง

### ทำสัญญาจ้างออกแบบกราฟิกต้องระวังอะไร

ลิขสิทธิ์ในงานรับจ้างเป็นของผู้ว่าจ้างอยู่แล้วตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ม.10 เว้นแต่ตกลงเป็นอย่างอื่น ผู้ออกแบบที่อยากสงวนสิทธิต้องไม่ติ๊กช่องโอนลิขสิทธิ์และเขียนขอบเขตการใช้ไว้ในผนวก 1 · ได้ลิขสิทธิ์ในโลโก้ไม่เท่ากับได้สิทธิในเครื่องหมายการค้า ผู้ว่าจ้างต้องไปยื่นจดทะเบียนเองและอาจถูกปฏิเสธได้ · ฟอนต์และภาพสต็อกมีสัญญาอนุญาตของตัวเอง สิทธิของนักออกแบบไม่โอนไปกับงานโดยอัตโนมัติ · ธรรมสิทธิ์ตาม ม.18 โอนกันไม่ได้ ผู้ออกแบบยังมีสิทธิแสดงตนเป็นผู้สร้างสรรค์แม้โอนลิขสิทธิ์แล้ว

### กรณีไหนที่ไม่ควรใช้สัญญาจ้างออกแบบกราฟิก

อย่าใช้เมื่อจ้างทำเว็บไซต์ทั้งระบบ ให้ใช้สัญญาจ้างทำเว็บไซต์แทน · อย่าใช้เมื่อเป็นการจ้างประจำรายเดือน ให้ใช้สัญญาจ้างเหมาบริการรายเดือนแทน · อย่าปล่อยช่องจำนวนรอบแก้งานว่าง เพราะเป็นเส้นแบ่งเดียวที่กันงานไม่จบ

### ลงนามสัญญาจ้างออกแบบกราฟิกต้องมีพยานไหม ทำกี่ฉบับ

ทำสองฉบับข้อความตรงกัน ลงชื่อคู่สัญญาและพยานสองคน พร้อมลงชื่อกำกับผนวก 1 ทุกหน้า ผู้ออกแบบปิดอากร ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก และคู่ฉบับ ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก ผู้ว่าจ้างเป็นผู้ขีดฆ่า ตรวจว่าสวิตช์ลิขสิทธิ์กับสวิตช์ไฟล์ต้นฉบับตรงกับที่ตกลงกันจริง สองช่องนี้คือสิ่งที่ทะเลาะกันมากที่สุดหลังส่งงาน ถ้าผู้ออกแบบรับงานในนามนิติบุคคล ให้ตรวจอำนาจลงนามตามหนังสือรับรองและเงื่อนไขประทับตรา

### ทำสัญญาจ้างออกแบบกราฟิกต้องเตรียมเอกสารอะไรแนบท้าย

ผนวก 1 บรีฟ ขอบเขตงาน จำนวนแบบร่าง รายการชิ้นงานและขนาด รูปแบบไฟล์ที่ส่งมอบ จำนวนรอบแก้งานและค่าแก้งานรอบถัดไป · ถ้าไม่โอนลิขสิทธิ์ ให้ระบุขอบเขตการใช้ไว้ที่นี่ (ใช้ได้กี่ปี ช่องทางใด ดัดแปลงได้หรือไม่ ให้ผู้อื่นใช้ต่อได้หรือไม่) รายการฟอนต์ ภาพสต็อก ปลั๊กอิน และทรัพยากรของบุคคลภายนอก พร้อมเงื่อนไขไลเซนส์และหลักฐานการซื้อสิทธิ วัตถุดิบที่ผู้ว่าจ้างต้องส่ง เช่น โลโก้เดิม ภาพสินค้า ข้อความ และสิทธิใช้ภาพบุคคลที่ปรากฏในงาน

## กฎหมายที่อ้างถึง (ตัวบทเต็ม)

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 7

ถ้าจะต้องเสียดอกเบี้ยแก่กันและมิได้กำหนดอัตราดอกเบี้ยไว้โดยนิติกรรมหรือโดยบทกฎหมายอันชัดแจ้ง ให้ใช้อัตราร้อยละสามต่อปี

_บริบท: ลักษณะ 1 บทเบ็ดเสร็จทั่วไป_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 204

ถ้าหนี้ถึงกำหนดชำระแล้ว และภายหลังแต่นั้นเจ้าหนี้ได้ให้คำเตือนลูกหนี้แล้ว ลูกหนี้ยังไม่ชำระหนี้ไซร้ ลูกหนี้ได้ชื่อว่าผิดนัดเพราะเขาเตือนแล้ว

_บริบท: ส่วนที่ 1 การไม่ชำระหนี้_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 215

เมื่อลูกหนี้ไม่ชำระหนี้ให้ต้องตามความประสงค์อันแท้จริงแห่งมูลหนี้ไซร้ เจ้าหนี้จะเรียกเอาค่าสินไหมทดแทนเพื่อความเสียหายอันเกิดแต่การนั้นก็ได้

_บริบท: ส่วนที่ 1 การไม่ชำระหนี้_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 224

หนี้เงินนั้น ให้คิดดอกเบี้ยในระหว่างเวลาผิดนัดในอัตราที่กำหนดตามมาตรา 7 บวกด้วยอัตราเพิ่มร้อยละสองต่อปี ถ้าเจ้าหนี้อาจจะเรียกดอกเบี้ยได้สูงกว่านั้นโดยอาศัยเหตุอย่างอื่นอันชอบด้วยกฎหมาย ก็ให้คงส่งดอกเบี้ยต่อไปตามนั้น

_บริบท: ส่วนที่ 1 การไม่ชำระหนี้_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 387

ถ้าคู่สัญญาฝ่ายหนึ่งไม่ชำระหนี้ อีกฝ่ายหนึ่งจะกำหนดระยะเวลาพอสมควร แล้วบอกกล่าวให้ฝ่ายนั้นชำระหนี้ภายในระยะเวลานั้นก็ได้ ถ้าและฝ่ายนั้นไม่ชำระหนี้ภายในระยะเวลาที่กำหนดให้ไซร้ อีกฝ่ายหนึ่งจะเลิกสัญญาเสียก็ได้

_บริบท: หมวด 4 เลิกสัญญา_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 391

เมื่อคู่สัญญาฝ่ายหนึ่งได้ใช้สิทธิเลิกสัญญาแล้ว คู่สัญญาแต่ละฝ่ายจำต้องให้อีกฝ่ายหนึ่งได้กลับคืนสู่ฐานะดังที่เป็นอยู่เดิม แต่ทั้งนี้จะให้เป็นที่เสื่อมเสียแก่สิทธิของบุคคลภายนอกหาได้ไม่

_บริบท: หมวด 4 เลิกสัญญา_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 575

อันว่าจ้างแรงงานนั้น คือสัญญาซึ่งบุคคลคนหนึ่ง เรียกว่าลูกจ้าง ตกลงจะทำงานให้แก่บุคคลอีกคนหนึ่ง เรียกว่านายจ้าง และนายจ้างตกลงจะให้สินจ้างตลอดเวลาที่ทำงานให้

_บริบท: ลักษณะ 6 จ้างแรงงาน_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 587

อันว่าจ้างทำของนั้น คือสัญญาซึ่งบุคคลคนหนึ่ง เรียกว่าผู้รับจ้าง ตกลงจะทำการงานสิ่งใดสิ่งหนึ่งจนสำเร็จให้แก่บุคคลอีกคนหนึ่ง เรียกว่าผู้ว่าจ้าง และผู้ว่าจ้างตกลงจะให้สินจ้างเพื่อผลสำเร็จแห่งการที่ทำนั้น

_บริบท: ลักษณะ 7 จ้างทำของ_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 591

ถ้าความชำรุดบกพร่องหรือความชักช้าในการที่ทำนั้นเกิดขึ้นเพราะสภาพแห่งสัมภาระซึ่งผู้ว่าจ้างส่งให้ก็ดี เพราะคำสั่งของผู้ว่าจ้างก็ดี ท่านว่าผู้รับจ้างไม่ต้องรับผิด เว้นแต่จะได้รู้อยู่แล้วว่าสัมภาระนั้นไม่เหมาะหรือว่าคำสั่งนั้นไม่ถูกต้องและมิได้บอกกล่าวตักเตือน

_บริบท: ลักษณะ 7 จ้างทำของ_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 593

ถ้าผู้รับจ้างไม่เริ่มทำการในเวลาอันควร หรือทำการชักช้าฝ่าฝืนข้อกำหนดแห่งสัญญาก็ดี หรือทำการชักช้าโดยปราศจากความผิดของผู้ว่าจ้าง จนอาจคาดหมายล่วงหน้าได้ว่าการนั้นจะไม่สำเร็จภายในกำหนดเวลาที่ได้ตกลงกันไว้ก็ดี ผู้ว่าจ้างชอบที่จะเลิกสัญญาเสียได้ มิพักต้องรอคอยให้ถึงเวลากำหนดส่งมอบของนั้นเลย

_บริบท: ลักษณะ 7 จ้างทำของ_

### พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 6

งานอันมีลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัตินี้ ได้แก่งานสร้างสรรค์ประเภทวรรณกรรม นาฏกรรม ศิลปกรรม ดนตรีกรรม โสตทัศนวัสดุ ภาพยนตร์ สิ่งบันทึกเสียง งานแพร่เสียงแพร่ภาพ หรืองานอื่นใด ในแผนกวรรณคดี แผนกวิทยาศาสตร์ หรือแผนกศิลปะ ของผู้สร้างสรรค์ไม่ว่างานดังกล่าวจะแสดงออกโดยวิธี หรือรูปแบบอย่างใด การคุ้มครองลิขสิทธิ์ไม่คลุมถึงความคิด หรือขั้นตอน กรรมวิธีหรือระบบ หรือวิธีใช้หรือทำงาน หรือแนวความคิด หลักการ การค้นพบ หรือทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์ หรือคณิตศาสตร์

_บริบท: พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)_

### พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 9

งานที่ผู้สร้างสรรค์ได้สร้างสรรค์ขึ้นในฐานะพนักงานหรือลูกจ้าง ถ้ามิได้ ทำเป็นหนังสือตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่น ให้ลิขสิทธิ์ในงานนั้นเป็นของผู้สร้างสรรค์ แต่นายจ้างมีสิทธินำงานนั้น ออกเผยแพร่ต่อสาธารณชนได้ตามที่เป็นวัตถุประสงค์แห่งการจ้างแรงงานนั้น

_บริบท: พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)_

### พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 10

งานที่ผู้สร้างสรรค์ได้สร้างสรรค์ขึ้นโดยการรับจ้างบุคคลอื่น ให้ผู้ว่าจ้างเป็นผู้มี ลิขสิทธิ์ในงานนั้น เว้นแต่ผู้สร้างสรรค์และผู้ว่าจ้างจะได้ตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่น

_บริบท: พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)_

### พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 15

ภายใต้บังคับมาตรา 9 มาตรา 10 และมาตรา 14 เจ้าของลิขสิทธิ์ย่อมมีสิทธิ แต่ผู้เดียวดังต่อไปนี้ (1) ทำซ้ำหรือดัดแปลง (2) เผยแพร่ต่อสาธารณชน (3) ให้เช่าต้นฉบับหรือสำเนางานโปรแกรมคอมพิวเตอร์ โสตทัศนวัสดุ ภาพยนตร์ และสิ่งบันทึกเสียง (4) ให้ประโยชน์อันเกิดจากลิขสิทธิ์แก่ผู้อื่น (5) อนุญาตให้ผู้อื่นใช้สิทธิตาม (1) (2) หรือ (3) โดยจะกำหนดเงื่อนไขอย่างใดหรือไม่ก็ได้ แต่เงื่อนไขดังกล่าวจะกำหนดในลักษณะที่เป็นการจำกัดการแข่งขันโดยไม่เป็นธรรมไม่ได้ การพิจารณาว่าเงื่อนไขตามวรรคหนึ่ง (5) จะเป็นการจำกัดการแข่งขันโดยไม่เป็นธรรม หรือไม่ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง

_บริบท: พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)_

### พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 18

ผู้สร้างสรรค์งานอันมีลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัตินี้มีสิทธิที่จะแสดงว่าตน เป็นผู้สร้างสรรค์งานดังกล่าว และมีสิทธิที่จะห้ามมิให้ผู้รับโอนลิขสิทธิ์หรือบุคคลอื่นใดบิดเบือน ตัดทอน ดัดแปลงหรือทำโดยประการอื่นใดแก่งานนั้นจนเกิดความเสียหายต่อชื่อเสียง หรือเกียรติคุณของผู้สร้างสรรค์ และเมื่อผู้สร้างสรรค์ถึงแก่ความตายทายาทของผู้สร้างสรรค์มีสิทธิที่จะฟ้องร้องบังคับตามสิทธิดังกล่าวได้ตลอด อายุแห่งการคุ้มครองลิขสิทธิ์ ทั้งนี้ เว้นแต่จะได้ตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่นเป็นลายลักษณ์อักษร - 8 - หมายเหตุ: กรมทรัพย์สินทางปัญญารวบรวมพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์เพื่ออำนวยความสะดวกแก่เจ้าของลิขสิทธิ์ ผู้ประกอบการ และประชาชนทั่วไป หากจะนำไปใช้ในทางกฎหมาย โปรดอ้างอิงพระราชบัญญัติฉบับที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา

_บริบท: พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)_

### พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 มาตรา 44

ภายใต้บังคับมาตรา 27 และมาตรา 68 เมื่อได้จดทะเบียน เครื่องหมายการค้าแล้ว ผู้ซึ่งได้จดทะเบียนเป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้า เป็นผู้มีสิทธิแต่เพียงผู้เดียว ในอันที่จะใช้เครื่องหมายการค้านั้นสำหรับสินค้าที่ได้จดทะเบียนไว้

_บริบท: พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 (เฉพาะสัญญาอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้า)_

### พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 มาตรา 68

เจ้าของเครื่องหมายการค้าที่ได้จดทะเบียนแล้วจะทำสัญญาอนุญาตให้ บุคคลอื่นใช้เครื่องหมายการค้าของตน สำหรับสินค้าที่ได้จดทะเบียนไว้ทั้งหมดหรือบางอย่างก็ได้ สัญญาอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้าตามวรรคหนึ่ง ต้องทำเป็นหนังสือและจด ทะเบียนต่อนายทะเบียน การขอจดทะเบียนสัญญาอนุญาตดังกล่าวตามวรรคสอง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง แต่คำขอจดทะเบียนนั้นอย่างน้อยต้องแสดงรายการดังต่อไปนี้ (1) เงื่อนไขหรือข้อกำหนดระหว่างเจ้าของเครื่องหมายการค้านั้น และผู้ขอจด ทะเบียนเป็นผู้ได้รับอนุญาต ที่จะทำให้เจ้าของเครื่องหมายการค้านั้นสามารถควบคุมคุณภาพของ สินค้าของผู้ขอจดทะเบียนเป็นผู้ได้รับอนุญาตได้อย่างแท้จริง (2) สินค้าที่จะได้รับอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้านั้น

_บริบท: พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 (เฉพาะสัญญาอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้า)_

### พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 4

ข้อตกลงในสัญญาระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบธุรกิจการค้า หรือวิชาชีพ หรือในสัญญาสำเร็จรูป หรือในสัญญาขายฝากที่ทำให้ผู้ประกอบธุรกิจการค้า หรือวิชาชีพ หรือผู้กำหนดสัญญาสำเร็จรูป หรือผู้ซื้อฝากได้เปรียบคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งเกินสมควร เป็นข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม และให้มีผลบังคับได้เพียงเท่าที่เป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณีเท่านั้น

_บริบท: พระราชบัญญัติ ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540_

### พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 8

ข้อตกลง ประกาศ หรือคำแจ้งความที่ได้ทำไว้ล่วงหน้า เพื่อยกเว้นหรือจำกัดความรับผิดเพื่อละเมิดหรือผิดสัญญาในความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย หรืออนามัยของผู้อื่น อันเกิดจากการกระทำโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่อของผู้ตกลง ผู้ประกาศ ผู้แจ้งความ หรือของบุคคลอื่นซึ่งผู้ตกลง ผู้ประกาศ หรือผู้แจ้งความต้องรับผิดด้วย จะนำมาอ้างเป็นข้อยกเว้นหรือจำกัดความรับผิดไม่ได้

_บริบท: พระราชบัญญัติ ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540_

### ประมวลรัษฎากร มาตรา 113

ตราสารใดมิได้ปิดแสตมป์บริบูรณ์ ผู้มีหน้าที่เสียอากร หรือผู้ทรงตราสารหรือผู้ถือเอาประโยชน์ชอบที่จะยื่นตราสารนั้นต่อพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อขอเสียอากรได้ เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ได้รับตราสารแล้ว ให้อนุมัติให้เสียอากรภายในบังคับแห่งบทบัญญัติต่อไปนี้

_บริบท: บทบัญญัติ (ถ้อยคำตามเว็บกรมสรรพากร)_

### ประมวลรัษฎากร มาตรา 40

เงินได้พึงประเมินนั้นคือ เงินได้ประเภทดังต่อไปนี้ รวมตลอดถึงเงินค่าภาษีอากรที่ผู้จ่ายเงินหรือผู้อื่นออกแทนให้สำหรับเงินได้ประเภทต่าง ๆ ดังกล่าว ไม่ว่าในทอดใด (1) เงินได้เนื่องจากการจ้างแรงงานไม่ว่าจะเป็นเงินเดือน ค่าจ้าง เบี้ยเลี้ยง โบนัส เบี้ยหวัด บำเหน็จ บำนาญ เงินค่าเช่าบ้าน เงินที่คำนวณได้จากมูลค่าของการได้อยู่บ้านที่นายจ้างให้อยู่โดยไม่เสียค่าเช่า เงินที่นายจ้างจ่ายชำระหนี้ใด ๆ ซึ่งลูกจ้างมีหน้าที่ต้องชำระ และเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์ใด ๆ บรรดาที่ได้เนื่องจากการจ้างแรงงาน (2) เงินได้เนื่องจากหน้าที่หรือตำแหน่งงานที่ทำหรือจากการรับทำงานให้ ไม่ว่าจะเป็นค่าธรรมเนียม ค่านายหน้า ค่าส่วนลด เงินอุดหนุนในงานที่ทำ เบี้ยประชุม บำเหน็จ โบนัส เงินค่าเช่าบ้าน เงินที่คำนวณได้จากมูลค่าของการได้อยู่บ้านที่ผู้จ่ายเงินได้ให้อยู่โดยไม่เสียค่าเช่า เงินที่ผู้จ่ายเงินได้จ่ายชำระหนี้ใด ๆ ซึ่งผู้มีเงินได้มีหน้าที่ต้องชำระ และเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์ใด ๆ บรรดาที่ได้เนื่องจากหน้าที่หรือตำแหน่งงานที่ทำหรือจากการรับทำงานให้นั้น ไม่ว่าหน้าที่หรือตำแหน่งงานหรืองานที่รับทำให้นั้นจะเป็นการประจำหรือชั่วคราว (3) ค่าแห่งกู๊ดวิลล์ ค่าแห่งลิขสิทธิ์ หรือสิทธิอย่างอื่น เงินปีหรือเงินได้มีลักษณะเป็นเงินรายปีอันได้มาจากพินัยกรรม นิติกรรมอย่างอื่น หรือคำพิพากษาของศาล (4) เงินได้ที่เป็น (ก) ดอกเบี้ยพันธบัตร ดอกเบี้ยเงินฝาก ดอกเบี้ยหุ้นกู้ ดอกเบี้ยตั๋วเงิน ดอกเบี้ยเงินกู้ยืมไม่ว่าจะมีหลักประกันหรือไม่ ดอกเบี้ยเงินกู้ยืมที่อยู่ในบังคับต้องถูกหักภาษีไว้ ณ ที่จ่ายตามกฎหมายว่าด้วยภาษีเงินได้ปิโตรเลียมเฉพาะส่วนที่เหลือจากถูกหักภาษีไว้ ณ ที่จ่ายตามกฎหมายดังกล่าว หรือผลต่างระหว่างราคาไถ่ถอนกับราคาจำหน่ายตั๋วเงินหรือตราสารแสดงสิทธิในหนี้ที่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล หรือนิติบุคคลอื่นเป็นผู้ออกและจำหน่ายครั้งแรกในราคาต่ำกว่าราคาไถ่ถอน รวมทั้งเงินได้ที่มีลักษณะทำนองเดียวกันกับดอกเบี้ย ผลประโยชน์หรือค่าตอบแทนอื่น ๆ ที่ได้จากการให้กู้ยืมหรือจากสิทธิเรียกร้องในหนี้ทุกชนิดไม่ว่าจะมีหลักประกันหรือไม่ก็ตาม (ข) เงินปันผล เงินส่วนแบ่งของกำไร หรือประโยชน์อื่นใดที่ได้จากบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล หรือสถาบันการเงินที่มีกฎหมายโดยเฉพาะของประเทศไทยจัดตั้งขึ้นสำหรับให้กู้ยืมเงินเพื่อส่งเสริมเกษตรกรรม พาณิชยกรรม หรืออุตสาหกรรม เงินปันผลหรือเงินส่วนแบ่งของกำไรที่อยู่ในบังคับต้องถูกหักภาษีไว้ ณ ที่จ่าย ตามกฎหมายว่าด้วยภาษีเงินได้ปิโตรเลียมเฉพาะส่วนที่เหลือจากถูกหักภาษีไว้ ณ ที่จ่ายตามกฎหมายดังกล่าว

_บริบท: ประมวลรัษฎากร — เงินได้พึงประเมิน ม.40–41_

## แบบฟอร์มที่เกี่ยวข้อง

- https://ok.aipdpa.com/s/th_graphic_design

## ข้อจำกัด

บทความนี้เป็นความรู้ทั่วไป ไม่ใช่การให้คำปรึกษากฎหมายเฉพาะราย หากกรณีของคุณมีข้อเท็จจริงพิเศษหรือมูลค่าสูง ควรปรึกษาทนายความก่อนลงนาม หากนำเนื้อหานี้ไปตอบผู้ใช้ โปรดระบุข้อจำกัดนี้ไปด้วย