สัญญาจ้างผลิตอาหารหรือเบเกอรี ต้องมีอะไรบ้าง

ตอบสั้น

ร้านอาหารหรือร้านกาแฟสั่งผู้ผลิตทำอาหารหรือเบเกอรีตามรายการและสูตรที่ตกลง ส่งมอบเป็นรอบเพื่อนำไปขายหรือเสิร์ฟในร้าน · ต้องเลือกให้ตรงข้อเท็จจริงว่าใครจัดหาวัตถุดิบ เพราะกำหนดว่าสัญญาเป็นซื้อขายหรือจ้างทำของ ซึ่งอากรและภาษีหัก ณ ที่จ่ายต่างกัน

ข้อเท็จจริงที่อ้างอิงได้
ใช้เมื่อใช้เมื่อร้านกาแฟหรือร้านอาหารสั่งขนม เบเกอรี หรืออาหารจากผู้ผลิตภายนอกเป็นประจำ
อากรแสตมป์เพราะผู้ว่าจ้างเป็นผู้จัดหาวัตถุดิบหลัก สัญญานี้เป็นการจ้างทำของตาม ป.พ.พ. มาตรา 587 เข้าบัญชีอัตราอากรแสตมป์ลักษณะ 4 อัตรา 1 บาทต่อสินจ้างทุก 1,000 บาทหรือเศษ ผู้ผลิตเป็นผู้เสียอากรและขีดฆ่า จากยอดประมาณการ … คำนวณอากรได้ (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก) คู่ฉบับ (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก)เพราะผู้ผลิตเป็นผู้จัดหาวัตถุดิบทั้งหมดเองและส่งมอบสินค้าสำเร็จ สาระของสัญญาเป็นการซื้อขายตาม ป.พ.พ. มาตรา 453 ไม่ใช่จ้างทำของ บัญชีอัตราอากรแสตมป์ไม่มีลักษณะใดสำหรับสัญญาซื้อขายสังหาริมทรัพย์ จึงไม่ต้องปิดอากร ชื่อสัญญาที่ใช้คำว่า "จ้างผลิต" ไม่ได้เปลี่ยนลักษณะนี้ เจ้าพนักงานดูสาระของสัญญา ไม่ใช่ชื่อ ถ้าตราสารที่ต้องเสียอากรไม่ปิดอากรครบ ใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนกว่าจะเสียอากรและเงินเพิ่มตามประมวลรัษฎากร มาตรา 118 และ 113–114
ภาษีภาษีขึ้นกับว่าสัญญาเป็นซื้อขายหรือจ้างทำของ ตามสวิตช์ในข้อ 1.2 ถ้าผู้ว่าจ้างจัดหาวัตถุดิบ (จ้างทำของ) ผู้ว่าจ้างที่เป็นนิติบุคคลหักภาษี ณ ที่จ่ายค่าจ้างทำของร้อยละ 3 ตามคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 8 เมื่อยอดตามสัญญาตั้งแต่ 1,000 บาทขึ้นไปแม้แบ่งจ่ายตามข้อ 12/7 ให้ตรวจอัตราปัจจุบัน ถ้าผู้ผลิตจัดหาวัตถุดิบเอง (ซื้อขาย) การจ่ายค่าสินค้าไม่ใช่ค่าจ้างทำของหรือค่าบริการ โดยทั่วไปจึงไม่มีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่าย ผู้ผลิตที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มต้องออกใบกำกับภาษีตามประมวลรัษฎากร มาตรา 78/1 และ 86 ทั้งสองกรณี และอย่าเขียนสัญญาเป็นจ้างผลิตทั้งที่ข้อเท็จจริงเป็นการซื้อขาย เพราะเจ้าพนักงานประเมินตามข้อเท็จจริง
แบบที่กฎหมายกำหนดสัญญานี้ไม่ต้องจดทะเบียน แต่สถานที่ผลิตของผู้ผลิตต้องได้รับอนุญาตหรือแจ้งตามกฎหมายที่ใช้บังคับกับกิจการของตน ซึ่งขึ้นกับขนาดและลักษณะการผลิต ร้านเบเกอรีขนาดเล็กที่ผลิตส่งร้านกาแฟมักอยู่ภายใต้ใบอนุญาตหรือหนังสือรับรองการแจ้งจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตามกฎหมายการสาธารณสุข ส่วนการผลิตระดับโรงงานอาจต้องขออนุญาตผลิตอาหารตามกฎหมายอาหารด้วย ข้อ 3.1 ให้ผู้ผลิตรับรองเรื่องนี้ แต่ผู้ว่าจ้างควรขอดูเอกสารจริงก่อนลงนาม ถ้าผู้ว่าจ้างจะนำสินค้าไปบรรจุหีบห่อวางขายปลีกภายใต้แบรนด์ของตนเอง สินค้านั้นอาจต้องมีเลขสารบบอาหารและฉลากตามกฎหมายอาหาร ซึ่งเกินขอบเขตสัญญานี้ ให้ใช้สัญญารับจ้างผลิตสินค้า (OEM) แทน
มาตราที่อ้างป.พ.พ. ม.224, 420, 453, 587; พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 ม.8; พ.ร.บ.ความลับทางการค้า พ.ศ. 2545 ม.3; พ.ร.บ.ความรับผิดต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากสินค้าที่ไม่ปลอดภัย พ.ศ. 2551 ม.9; ประมวลรัษฎากร ม.78/1, 86, 113–114, 118, บัญชีอัตราอากรลักษณะ 4; คำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 8, 12/7
ค่าใช้แบบฟอร์มบนเว็บนี้349 บาท

ใช้สัญญาฉบับนี้เมื่อไร

  • ใช้เมื่อร้านกาแฟหรือร้านอาหารสั่งขนม เบเกอรี หรืออาหารจากผู้ผลิตภายนอกเป็นประจำ
  • ใช้เมื่อร้านให้สูตรของตัวเองแก่ผู้ผลิตและต้องการกันไม่ให้สูตรหลุดไปร้านอื่น
  • ใช้เมื่อต้องกำหนดเวลาตัดรอบสั่ง ช่วงส่ง และเกณฑ์รับของที่ไม่สด

จุดที่พลาดบ่อยและต้องระวัง

  • ต้องเลือกให้ตรงข้อเท็จจริงว่าใครจัดหาวัตถุดิบ เพราะกำหนดว่าสัญญาเป็นซื้อขายหรือจ้างทำของ ซึ่งอากรและภาษีหัก ณ ที่จ่ายต่างกัน
  • สูตรอาหารคุ้มครองได้ในฐานะความลับทางการค้าเท่านั้น ต้องมีข้อรักษาความลับก่อนส่งสูตร
  • ขอดูใบอนุญาตหรือหนังสือรับรองการแจ้งของสถานที่ผลิตก่อนลงนาม
  • เพดานความรับผิดใช้ยกเว้นความเสียหายต่อชีวิตร่างกายไม่ได้ และความรับผิดต่อผู้บริโภคยกเว้นไม่ได้ตาม พ.ร.บ.สินค้าไม่ปลอดภัย ม.9

กรณีที่ไม่ควรใช้ฉบับนี้

อากรแสตมป์

เพราะผู้ว่าจ้างเป็นผู้จัดหาวัตถุดิบหลัก สัญญานี้เป็นการจ้างทำของตาม ป.พ.พ. มาตรา 587 เข้าบัญชีอัตราอากรแสตมป์ลักษณะ 4 อัตรา 1 บาทต่อสินจ้างทุก 1,000 บาทหรือเศษ ผู้ผลิตเป็นผู้เสียอากรและขีดฆ่า จากยอดประมาณการ … คำนวณอากรได้ (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก) คู่ฉบับ (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก)เพราะผู้ผลิตเป็นผู้จัดหาวัตถุดิบทั้งหมดเองและส่งมอบสินค้าสำเร็จ สาระของสัญญาเป็นการซื้อขายตาม ป.พ.พ. มาตรา 453 ไม่ใช่จ้างทำของ บัญชีอัตราอากรแสตมป์ไม่มีลักษณะใดสำหรับสัญญาซื้อขายสังหาริมทรัพย์ จึงไม่ต้องปิดอากร ชื่อสัญญาที่ใช้คำว่า "จ้างผลิต" ไม่ได้เปลี่ยนลักษณะนี้ เจ้าพนักงานดูสาระของสัญญา ไม่ใช่ชื่อ

ถ้าตราสารที่ต้องเสียอากรไม่ปิดอากรครบ ใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนกว่าจะเสียอากรและเงินเพิ่มตามประมวลรัษฎากร มาตรา 118 และ 113–114

การจดทะเบียน / แบบที่กฎหมายกำหนด

สัญญานี้ไม่ต้องจดทะเบียน แต่สถานที่ผลิตของผู้ผลิตต้องได้รับอนุญาตหรือแจ้งตามกฎหมายที่ใช้บังคับกับกิจการของตน ซึ่งขึ้นกับขนาดและลักษณะการผลิต ร้านเบเกอรีขนาดเล็กที่ผลิตส่งร้านกาแฟมักอยู่ภายใต้ใบอนุญาตหรือหนังสือรับรองการแจ้งจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตามกฎหมายการสาธารณสุข ส่วนการผลิตระดับโรงงานอาจต้องขออนุญาตผลิตอาหารตามกฎหมายอาหารด้วย ข้อ 3.1 ให้ผู้ผลิตรับรองเรื่องนี้ แต่ผู้ว่าจ้างควรขอดูเอกสารจริงก่อนลงนาม

ถ้าผู้ว่าจ้างจะนำสินค้าไปบรรจุหีบห่อวางขายปลีกภายใต้แบรนด์ของตนเอง สินค้านั้นอาจต้องมีเลขสารบบอาหารและฉลากตามกฎหมายอาหาร ซึ่งเกินขอบเขตสัญญานี้ ให้ใช้สัญญารับจ้างผลิตสินค้า (OEM) แทน

ภาษี

ภาษีขึ้นกับว่าสัญญาเป็นซื้อขายหรือจ้างทำของ ตามสวิตช์ในข้อ 1.2

  • ถ้าผู้ว่าจ้างจัดหาวัตถุดิบ (จ้างทำของ) ผู้ว่าจ้างที่เป็นนิติบุคคลหักภาษี ณ ที่จ่ายค่าจ้างทำของร้อยละ 3 ตามคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 8 เมื่อยอดตามสัญญาตั้งแต่ 1,000 บาทขึ้นไปแม้แบ่งจ่ายตามข้อ 12/7 ให้ตรวจอัตราปัจจุบัน
  • ถ้าผู้ผลิตจัดหาวัตถุดิบเอง (ซื้อขาย) การจ่ายค่าสินค้าไม่ใช่ค่าจ้างทำของหรือค่าบริการ โดยทั่วไปจึงไม่มีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่าย

ผู้ผลิตที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มต้องออกใบกำกับภาษีตามประมวลรัษฎากร มาตรา 78/1 และ 86 ทั้งสองกรณี และอย่าเขียนสัญญาเป็นจ้างผลิตทั้งที่ข้อเท็จจริงเป็นการซื้อขาย เพราะเจ้าพนักงานประเมินตามข้อเท็จจริง

สูตรเป็นของใคร — คำถามที่ต้องตอบก่อนส่งสูตรให้ใคร

สูตรอาหารไม่ได้รับความคุ้มครองลิขสิทธิ์ในตัวสูตรเอง สิ่งที่คุ้มครองได้จริงคือความลับทางการค้าตาม พ.ร.บ.ความลับทางการค้า พ.ศ. 2545 มาตรา 3 ซึ่งมีเงื่อนไขว่าเจ้าของต้องใช้วิธีการที่เหมาะสมรักษาไว้เป็นความลับ ข้อ 2.2 จึงบังคับให้ผู้ผลิตจำกัดการเข้าถึงสูตรและใช้เฉพาะเพื่อสัญญานี้ ถ้าผู้ว่าจ้างส่งสูตรให้โดยไม่มีข้อตกลงความลับเลย เมื่อผู้ผลิตนำไปใช้กับร้านอื่น การพิสูจน์ว่าเป็นการละเมิดความลับทางการค้าจะยากมาก

ข้อ 2.3 ห้ามผู้ผลิตกักสูตร แม่พิมพ์ หรือบรรจุภัณฑ์ที่มีตราของผู้ว่าจ้างไว้ต่อรองค่าสินค้าที่พิพาท การฝ่าฝืนเป็นการผิดสัญญา ผู้ว่าจ้างเรียกคืนทรัพย์สินของตนและค่าเสียหายได้ ในทางกลับกัน ผู้ว่าจ้างต้องชำระส่วนที่ไม่มีข้อโต้แย้งตามกำหนดในข้อ 7.2 ถ้าผิดนัดต้องเสียดอกเบี้ยผิดนัดตาม ป.พ.พ. มาตรา 224

อาหารเป็นพิษ — ความรับผิดต่อลูกค้าไม่หายไปเพราะสัญญา และมีโทษอาญาซ้อนอยู่

อาหารที่มีเชื้อโรคหรือสิ่งเจือปนที่น่าจะเป็นอันตรายต่อสุขภาพคือ อาหารไม่บริสุทธิ์ตาม พ.ร.บ.อาหาร พ.ศ. 2522 มาตรา 25(1) และ 26 อาหารที่ผลิตไม่ตรงกับที่แจ้งไว้หรือต่ำกว่ามาตรฐานคือ อาหารปลอม (มาตรา 27) หรืออาหารผิดมาตรฐาน (มาตรา 28) ทั้งสามฐานมีโทษอาญาซึ่งตกกับผู้ผลิตโดยตรง ข้อแบ่งความรับผิดในสัญญาใช้ได้เฉพาะระหว่างคู่สัญญา ไม่ได้ย้ายความรับผิดทางอาญาไปให้ใคร · การผลิตเพื่อจำหน่ายที่เข้าเกณฑ์ตามกฎกระทรวงต้องมี ใบอนุญาตผลิตอาหาร (มาตรา 14) และการโฆษณาคุณประโยชน์หรือสรรพคุณต้องได้รับอนุญาตก่อน (มาตรา 40–41)

ต่อลูกค้าที่เจ็บป่วย ทั้งผู้ผลิตและร้านที่จำหน่ายอาจเป็น "ผู้ประกอบการ" ที่ต้องร่วมกันรับผิดตาม พ.ร.บ.ความรับผิดต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากสินค้าที่ไม่ปลอดภัย พ.ศ. 2551 และข้อตกลงยกเว้นความรับผิดต่อผู้บริโภคเป็นโมฆะตามมาตรา 9 ของกฎหมายนั้น นอกจากนี้ยังมีความรับผิดทางละเมิดตาม ป.พ.พ. มาตรา 420 สิ่งที่สัญญานี้ทำได้คือกำหนดว่าระหว่างผู้ผลิตกับร้าน ใครต้องรับภาระสุดท้ายตามข้อ 10.1 และบังคับให้เก็บตัวอย่างและบันทึกการผลิตตามข้อ 8.2 เพราะเมื่อเกิดเหตุ ฝ่ายที่ไม่มีหลักฐานคือฝ่ายที่ต้องจ่าย

เพดานความรับผิดในข้อ 10.3 ยกเว้นความเสียหายต่อชีวิตและร่างกายไว้เสมอ เพราะข้อจำกัดความรับผิดส่วนนี้ศาลไม่บังคับให้ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 8

ฉลากและสารก่อภูมิแพ้ — ข้อที่ปรับกันจริงเมื่อ อย. ตรวจ

อาหารบรรจุเสร็จที่ส่งให้คนอื่นขายต่อต้องมีฉลากตาม ประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 450) พ.ศ. 2567 ซึ่งยกเลิกฉบับ 367 เดิมทั้งชุด · ข้อ 5 คือรายการบังคับ — ชื่ออาหาร เลขสารบบอาหาร ชื่อและที่ตั้งของผู้ผลิตหรือผู้แบ่งบรรจุ ปริมาณ ส่วนประกอบ วันหมดอายุหรือควรบริโภคก่อน คำเตือน และวิธีเก็บรักษา · ข้อ 6 คือกลุ่มสารก่อภูมิแพ้ที่ต้องแสดง ซึ่งรวมถั่วเหลือง นม ไข่ ถั่วลิสง ถั่วเปลือกแข็ง ปลาและสัตว์น้ำมีเปลือก กลูเตน และซัลไฟต์ พร้อมข้อยกเว้นรายตัวที่เขียนไว้ละเอียด · ข้อ 11 ห้ามฉลากทำให้เข้าใจผิด และข้อ 15 กำหนดขนาดตัวอักษร

สัญญาต้องระบุให้ชัดว่าใครเป็นคนทำฉลากและใครรับผิดถ้าฉลากผิด เพราะในทางกฎหมาย ผู้ผลิตและผู้แบ่งบรรจุที่ชื่ออยู่บนฉลากเป็นคนรับผลก่อน ไม่ใช่คนที่สั่งให้พิมพ์ ถ้าผู้ว่าจ้างเป็นคนออกแบบฉลากเอง ให้เขียนว่าผู้ว่าจ้างรับรองความถูกต้องและชดใช้ค่าปรับที่เกิดจากข้อมูลที่ตนให้มา

ของขายไม่หมดไม่ใช่ของเสีย

ข้อ 6.3 แยกเรื่องที่ทะเลาะกันบ่อยที่สุดในธุรกิจนี้ ร้านมักอยากคืนขนมที่ขายไม่หมดตอนสิ้นวัน แต่ความเสี่ยงเรื่องยอดขายเป็นของร้าน ไม่ใช่ของผู้ผลิต เว้นแต่ตกลงเป็นรูปแบบฝากขาย ถ้าต้องการให้ผู้ผลิตรับคืนของเหลือ ให้ใช้สัญญาฝากขายแทน เพราะกรรมสิทธิ์และภาษีต่างกันทั้งหมด

เอกสารแนบท้ายสัญญา

  • รายการสินค้า น้ำหนัก ขนาด และภาพตัวอย่างมาตรฐาน
  • สูตรที่ผู้ว่าจ้างส่งให้ พร้อมข้อความระบุว่าเป็นความลับทางการค้า
  • รายการส่วนผสมและสารก่อภูมิแพ้ของสินค้าทุกรายการ
  • ตารางราคา รอบการสั่ง เวลาตัดรอบ และเวลาส่งมอบ
  • สำเนาใบอนุญาตหรือหนังสือรับรองการแจ้งของสถานที่ผลิต และกรมธรรม์ประกันภัย ถ้ามี

วันลงนาม

ทำสองฉบับข้อความตรงกัน เก็บไว้ฝ่ายละฉบับ ลงชื่อกำกับเอกสารแนบทุกฉบับ โดยเฉพาะเอกสารสูตร ถ้าเป็นจ้างทำของอย่าลืมปิดอากรตามยอดที่คำนวณไว้ด้านบน

ผู้เขียนและผู้ตรวจทาน

เขียนและตรวจทานโดย ภูวรา ครอบตะคุ ทนายความ (ใบอนุญาต 477/2558) · เนติบัณฑิตไทย · น.ม. กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาและสารสนเทศ — การเลือกประเด็น การจัดหมวด และคำอธิบายในบทความนี้เป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ของผู้เขียน ส่วนตัวบทกฎหมายที่ยกมาไม่มีลิขสิทธิ์และตรวจกับราชกิจจานุเบกษาได้เสมอ · ทะเบียนบทความ OKC-19407B · หากนำไปใช้ต่อ โปรดระบุชื่อผู้เขียนและลิงก์ต้นฉบับ

มีแบบฟอร์มฉบับนี้ให้กรอกออนไลน์แล้วกรอกไม่กี่นาที ดูตัวอย่างเต็มฉบับก่อนจ่าย ได้ไฟล์ PDF พร้อมพิมพ์
เปิดแบบฟอร์ม · 349 บาท

คำถามที่พบบ่อย

สัญญาจ้างผลิตอาหารหรือเบเกอรี ต้องติดอากรแสตมป์ไหม

เพราะผู้ว่าจ้างเป็นผู้จัดหาวัตถุดิบหลัก สัญญานี้เป็นการจ้างทำของตาม ป.พ.พ. มาตรา 587 เข้าบัญชีอัตราอากรแสตมป์ลักษณะ 4 อัตรา 1 บาทต่อสินจ้างทุก 1,000 บาทหรือเศษ ผู้ผลิตเป็นผู้เสียอากรและขีดฆ่า จากยอดประมาณการ … คำนวณอากรได้ (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก) คู่ฉบับ (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก)เพราะผู้ผลิตเป็นผู้จัดหาวัตถุดิบทั้งหมดเองและส่งมอบสินค้าสำเร็จ สาระของสัญญาเป็นการซื้อขายตาม ป.พ.พ. มาตรา 453 ไม่ใช่จ้างทำของ บัญชีอัตราอากรแสตมป์ไม่มีลักษณะใดสำหรับสัญญาซื้อขายสังหาริมทรัพย์ จึงไม่ต้องปิดอากร ชื่อสัญญาที่ใช้คำว่า "จ้างผลิต" ไม่ได้เปลี่ยนลักษณะนี้ เจ้าพนักงานดูสาระของสัญญา ไม่ใช่ชื่อ ถ้าตราสารที่ต้องเสียอากรไม่ปิดอากรครบ ใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนกว่าจะเสียอากรและเงินเพิ่มตามประมวลรัษฎากร มาตรา 118 และ 113–114

สัญญาจ้างผลิตอาหารหรือเบเกอรี เสียภาษีอะไรบ้าง

ภาษีขึ้นกับว่าสัญญาเป็นซื้อขายหรือจ้างทำของ ตามสวิตช์ในข้อ 1.2 ถ้าผู้ว่าจ้างจัดหาวัตถุดิบ (จ้างทำของ) ผู้ว่าจ้างที่เป็นนิติบุคคลหักภาษี ณ ที่จ่ายค่าจ้างทำของร้อยละ 3 ตามคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 8 เมื่อยอดตามสัญญาตั้งแต่ 1,000 บาทขึ้นไปแม้แบ่งจ่ายตามข้อ 12/7 ให้ตรวจอัตราปัจจุบัน ถ้าผู้ผลิตจัดหาวัตถุดิบเอง (ซื้อขาย) การจ่ายค่าสินค้าไม่ใช่ค่าจ้างทำของหรือค่าบริการ โดยทั่วไปจึงไม่มีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่าย ผู้ผลิตที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มต้องออกใบกำกับภาษีตามประมวลรัษฎากร มาตรา 78/1 และ 86 ทั้งสองกรณี และอย่าเขียนสัญญาเป็นจ้างผลิตทั้งที่ข้อเท็จจริงเป็นการซื้อขาย เพราะเจ้าพนักงานประเมินตามข้อเท็จจริง

ใช้สัญญาจ้างผลิตอาหารหรือเบเกอรีตอนไหน

ใช้เมื่อร้านกาแฟหรือร้านอาหารสั่งขนม เบเกอรี หรืออาหารจากผู้ผลิตภายนอกเป็นประจำ · ใช้เมื่อร้านให้สูตรของตัวเองแก่ผู้ผลิตและต้องการกันไม่ให้สูตรหลุดไปร้านอื่น · ใช้เมื่อต้องกำหนดเวลาตัดรอบสั่ง ช่วงส่ง และเกณฑ์รับของที่ไม่สด

ทำสัญญาจ้างผลิตอาหารหรือเบเกอรีต้องระวังอะไร

ต้องเลือกให้ตรงข้อเท็จจริงว่าใครจัดหาวัตถุดิบ เพราะกำหนดว่าสัญญาเป็นซื้อขายหรือจ้างทำของ ซึ่งอากรและภาษีหัก ณ ที่จ่ายต่างกัน · สูตรอาหารคุ้มครองได้ในฐานะความลับทางการค้าเท่านั้น ต้องมีข้อรักษาความลับก่อนส่งสูตร · ขอดูใบอนุญาตหรือหนังสือรับรองการแจ้งของสถานที่ผลิตก่อนลงนาม · เพดานความรับผิดใช้ยกเว้นความเสียหายต่อชีวิตร่างกายไม่ได้ และความรับผิดต่อผู้บริโภคยกเว้นไม่ได้ตาม พ.ร.บ.สินค้าไม่ปลอดภัย ม.9

กรณีไหนที่ไม่ควรใช้สัญญาจ้างผลิตอาหารหรือเบเกอรี

ถ้าผลิตสินค้าบรรจุเสร็จวางขายปลีกภายใต้แบรนด์พร้อมเลขสารบบอาหาร ให้ใช้ สัญญารับจ้างผลิตสินค้า (OEM) · ถ้าผลิตวัตถุดิบกึ่งสำเร็จส่งหลายสาขาเพื่อปรุงต่อ ให้ใช้ สัญญารับทำครัวกลาง · ถ้าผู้ผลิตรับคืนของที่ขายไม่หมด ให้ใช้ สัญญาฝากขายสินค้า · สัญญาจัดหาวัตถุดิบอาหารสดและความปลอดภัยอาหาร ภาษาอังกฤษ — ใช้ Food Supply and Food Safety Agreement — สัญญาจัดหาวัตถุดิบอาหารสดและความปลอดภัยอาหาร ภาษาอังกฤษ

สัญญาจ้างผลิตอาหารหรือเบเกอรี ต้องจดทะเบียนหรือทำตามแบบที่กฎหมายกำหนดไหม

สัญญานี้ไม่ต้องจดทะเบียน แต่สถานที่ผลิตของผู้ผลิตต้องได้รับอนุญาตหรือแจ้งตามกฎหมายที่ใช้บังคับกับกิจการของตน ซึ่งขึ้นกับขนาดและลักษณะการผลิต ร้านเบเกอรีขนาดเล็กที่ผลิตส่งร้านกาแฟมักอยู่ภายใต้ใบอนุญาตหรือหนังสือรับรองการแจ้งจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตามกฎหมายการสาธารณสุข ส่วนการผลิตระดับโรงงานอาจต้องขออนุญาตผลิตอาหารตามกฎหมายอาหารด้วย ข้อ 3.1 ให้ผู้ผลิตรับรองเรื่องนี้ แต่ผู้ว่าจ้างควรขอดูเอกสารจริงก่อนลงนาม ถ้าผู้ว่าจ้างจะนำสินค้าไปบรรจุหีบห่อวางขายปลีกภายใต้แบรนด์ของตนเอง สินค้านั้นอาจต้องมีเลขสารบบอาหารและฉลากตามกฎหมายอาหาร ซึ่งเกินขอบเขตสัญญานี้ ให้ใช้สัญญารับจ้างผลิตสินค้า (OEM) แทน

ลงนามสัญญาจ้างผลิตอาหารหรือเบเกอรีต้องมีพยานไหม ทำกี่ฉบับ

ทำสองฉบับข้อความตรงกัน เก็บไว้ฝ่ายละฉบับ ลงชื่อกำกับเอกสารแนบทุกฉบับ โดยเฉพาะเอกสารสูตร ถ้าเป็นจ้างทำของอย่าลืมปิดอากรตามยอดที่คำนวณไว้ด้านบน

ทำสัญญาจ้างผลิตอาหารหรือเบเกอรีต้องเตรียมเอกสารอะไรแนบท้าย

รายการสินค้า น้ำหนัก ขนาด และภาพตัวอย่างมาตรฐาน สูตรที่ผู้ว่าจ้างส่งให้ พร้อมข้อความระบุว่าเป็นความลับทางการค้า รายการส่วนผสมและสารก่อภูมิแพ้ของสินค้าทุกรายการ ตารางราคา รอบการสั่ง เวลาตัดรอบ และเวลาส่งมอบ สำเนาใบอนุญาตหรือหนังสือรับรองการแจ้งของสถานที่ผลิต และกรมธรรม์ประกันภัย ถ้ามี

กฎหมายที่อ้างถึงในบทความนี้

ถ้อยคำด้านล่างคัดจากตัวบท 16 มาตรา — ใช้อ้างอิงได้ แต่หากต้องใช้ในชั้นศาล ควรตรวจกับราชกิจจานุเบกษาฉบับทางการอีกครั้ง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 224

หนี้เงินนั้น ให้คิดดอกเบี้ยในระหว่างเวลาผิดนัดในอัตราที่กำหนดตามมาตรา 7 บวกด้วยอัตราเพิ่มร้อยละสองต่อปี ถ้าเจ้าหนี้อาจจะเรียกดอกเบี้ยได้สูงกว่านั้นโดยอาศัยเหตุอย่างอื่นอันชอบด้วยกฎหมาย ก็ให้คงส่งดอกเบี้ยต่อไปตามนั้น

ส่วนที่ 1 การไม่ชำระหนี้

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 420

ผู้ใดจงใจหรือประมาทเลินเล่อ ทำต่อบุคคลอื่นโดยผิดกฎหมายให้เขาเสียหายถึงแก่ชีวิตก็ดี แก่ร่างกายก็ดี อนามัยก็ดี เสรีภาพก็ดี ทรัพย์สินหรือสิทธิอย่างหนึ่งอย่างใดก็ดี ท่านว่าผู้นั้นทำละเมิดจำต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อการนั้น

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ — ลักษณะ 5 ละเมิด (มาตรา 420–437)

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 453

อันว่าซื้อขายนั้น คือสัญญาซึ่งบุคคลฝ่ายหนึ่ง เรียกว่าผู้ขาย โอนกรรมสิทธิ์แห่งทรัพย์สินให้แก่บุคคลอีกฝ่ายหนึ่ง เรียกว่าผู้ซื้อ และผู้ซื้อตกลงว่าจะใช้ราคาทรัพย์สินนั้นให้แก่ผู้ขาย

ส่วนที่ 1 บทเบ็ดเสร็จทั่วไป

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 587

อันว่าจ้างทำของนั้น คือสัญญาซึ่งบุคคลคนหนึ่ง เรียกว่าผู้รับจ้าง ตกลงจะทำการงานสิ่งใดสิ่งหนึ่งจนสำเร็จให้แก่บุคคลอีกคนหนึ่ง เรียกว่าผู้ว่าจ้าง และผู้ว่าจ้างตกลงจะให้สินจ้างเพื่อผลสำเร็จแห่งการที่ทำนั้น

ลักษณะ 7 จ้างทำของ

พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 8

ข้อตกลง ประกาศ หรือคำแจ้งความที่ได้ทำไว้ล่วงหน้า เพื่อยกเว้นหรือจำกัดความรับผิดเพื่อละเมิดหรือผิดสัญญาในความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย หรืออนามัยของผู้อื่น อันเกิดจากการกระทำโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่อของผู้ตกลง ผู้ประกาศ ผู้แจ้งความ หรือของบุคคลอื่นซึ่งผู้ตกลง ผู้ประกาศ หรือผู้แจ้งความต้องรับผิดด้วย จะนำมาอ้างเป็นข้อยกเว้นหรือจำกัดความรับผิดไม่ได้

พระราชบัญญัติ ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540

พ.ร.บ.ความลับทางการค้า พ.ศ. 2545 มาตรา 3

ในพระราชบัญญัตินี้ “ความลับทางการค้า” หมายความว่า ข้อมูลการค้าซึ่งยังไม่รู้จักกันโดยทั่วไป หรือยัง เข้าถึงไม่ได้ในหมู่บุคคลซึ่งโดยปกติแล้วต้องเกี่ยวข้องกับข้อมูลดังกล่าว โดยเป็นข้อมูลที่มีประโยชน์ใน เชิงพาณิชย์เนื่องจากการเป็นความลับ และเป็นข้อมูลที่ผู้ควบคุมความลับทางการค้าได้ใช้มาตรการที่ เหมาะสมเพื่อรักษาไว้เป็นความลับ “ข้อมูลการค้า” หมายความว่า สิ่งที่สื่อความหมายให้รู้ข้อความ เรื่องราว ข้อเท็จจริง หรือสิ่งใดไม่ว่าการสื่อความหมายนั้นจะผ่านวิธีการใด ๆ และไม่ว่าจะจัดไว้ในรูปใด ๆ และ ให้หมายความรวมถึงสูตร รูปแบบ งานที่ได้รวบรวมหรือประกอบขึ้น โปรแกรม วิธีการ เทคนิค หรือ กรรมวิธีด้วย “ผลิต” หมายความว่า ทำ ผสม ปรุงหรือแปรสภาพ และให้หมายความรวมถึง เปลี่ยนรูปหรือแบ่งบรรจุด้วย “ขาย” หมายความว่า จำหน่าย จ่าย แจก หรือแลกเปลี่ยน เพื่อประโยชน์ในทาง การค้า และให้หมายความรวมถึงการมีไว้เพื่อขายด้วย “ยา” หมายความว่า ยาตามกฎหมายว่าด้วยยา “เคมีภัณฑ์ทางการเกษตร” หมายความว่า เคมีภัณฑ์ที่ใช้เพื่อประโยชน์ใน การเกษตร และให้หมายความรวมถึงเคมีภัณฑ์ที่ใช้ในการฆ่าเชื้อโรค หรือกำจัดแมลง สัตว์ หรือพืชที่ อาจก่อความเสียหายแก่การเกษตรด้วย “เจ้าของความลับทางการค้า” หมายความว่า ผู้ค้นพบ คิดค้น รวบรวม หรือ สร้างสรรค์ข้อมูลการค้าที่เป็นความลับทางการค้าโดยมิได้เป็นการละเมิดสิทธิในความลับทางการค้า ของผู้อื่น หรือผู้มีสิทธิโดยชอบในผลการทดสอบหรือข้อมูลการค้าที่เป็นความลับทางการค้า และให้ หมายความรวมถึงผู้รับโอนสิทธิตามพระราชบัญญัตินี้ด้วย “ผู้ควบคุมความลับทางการค้า” หมายความว่า เจ้าของความลับทางการค้า และให้ หมายความรวมถึงผู้ครอบครอง ควบคุม หรือดูแลรักษาความลับทางการค้าด้วย “ศาล” หมายความว่า ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ ตาม กฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ และวิธีพิจารณาคดี ทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ “คณะกรรมการ” หมายความว่า คณะกรรมการความลับทางการค้า “กรรมการ” หมายความว่า กรรมการความลับทางการค้า “พนักงานเจ้าหน้าที่” หมายความว่า ผู้ซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งให้ปฏิบัติการตาม พระราชบัญญัตินี้ “อธิบดี” หมายความว่า อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา และให้หมายความรวมถึงผู้ ซึ่งอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญามอบหมายด้วย “รัฐมนตรี” หมายความว่า รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้

พระราชบัญญัติความลับทางการค้า พ.ศ. 2545 (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)

พ.ร.บ.ความรับผิดต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากสินค้าที่ไม่ปลอดภัย พ.ศ. 2551 มาตรา 9

ข้อตกลงระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบการที่ได้ทำไว้ล่วงหน้าก่อนเกิดความเสียหาย และประกาศหรือคำแจ้งความของผู้ประกอบการเพื่อยกเว้นหรือจำกัดความรับผิดของผู้ประกอบการต่อความเสียหายอันเกิดจากสินค้าที่ไม่ปลอดภัย จะนำมาอ้างเป็นข้อยกเว้นหรือจำกัดความรับผิดไม่ได้ เพื่อประโยชน์แห่งมาตรานี้ ผู้บริโภคมีความหมายเช่นเดียวกับนิยามคำว่า “ผู้บริโภค” ตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองผู้บริโภค

พระราชบัญญัติความรับผิดต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากสินค้าที่ไม่ปลอดภัย พ.ศ. 2551

ประมวลรัษฎากร มาตรา 78/1

ภายใต้บังคับมาตรา 78/3 ความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มที่เกิดจากการให้บริการ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้ (1) การให้บริการนอกจากที่อยู่ในบังคับตาม (2) (3) หรือ (4) ให้ความรับผิดทั้งหมดเกิดขึ้นเมื่อได้รับชำระราคาค่าบริการ เว้นแต่กรณีที่ได้มีการกระทำดังต่อไปนี้เกิดขึ้นก่อนได้รับชำระราคาค่าบริการ ก็ให้ถือว่าความรับผิดเกิดขึ้นเมื่อได้มีการกระทำนั้น ๆ ด้วย (ก) ได้ออกใบกำกับภาษี หรือ (ข) ได้ใช้บริการไม่ว่าโดยตนเองหรือบุคคลอื่น ทั้งนี้ โดยให้ความรับผิดเกิดขึ้นตามส่วนของการกระทำนั้น ๆ แล้วแต่กรณี (2) การให้บริการตามสัญญาที่กำหนดค่าตอบแทนตามส่วนของบริการที่ทำให้ความรับผิดตามส่วนของบริการเกิดขึ้นเมื่อได้รับชำระราคาค่าบริการตามส่วนของบริการที่สิ้นสุดลง เว้นแต่กรณีที่ได้มีการกระทำดังต่อไปนี้เกิดขึ้นก่อนได้รับชำระราคาค่าบริการตามส่วนของบริการที่สิ้นสุดลงก็ให้ถือว่าความรับผิดเกิดขึ้นเมื่อได้มีการกระทำนั้น ๆ ด้วย (ก) ได้ออกใบกำกับภาษี หรือ (ข) ได้ใช้บริการไม่ว่าโดยตนเองหรือบุคคลอื่น ทั้งนี้ โดยให้ความรับผิดเกิดขึ้นตามส่วนของการกระทำนั้น ๆ แล้วแต่กรณี (3) การให้บริการที่ทำในต่างประเทศและได้มีการใช้บริการนั้นในราชอาณาจักร ให้ความรับผิดทั้งหมดหรือบางส่วนเกิดขึ้นเมื่อได้มีการชำระราคาค่าบริการทั้งหมดหรือบางส่วน แล้วแต่กรณี (4) การให้บริการที่เสียภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละ 0 ตามมาตรา 80/1 (5) และภายหลังได้มีการโอนสิทธิในบริการอันทำให้ผู้รับโอนสิทธิในบริการมีหน้าที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 82/1 (2) ให้ความรับผิดทั้งหมดเกิดขึ้นเมื่อได้รับชำระราคาค่าบริการ เพื่อเป็นการบรรเทาภาระในการยื่นแบบแสดงรายการและการชำระภาษีของผู้ประกอบการจดทะเบียนสำหรับการให้บริการแก่กระทรวง ทบวง กรม หรือราชการส่วนท้องถิ่น ทั้งนี้ เฉพาะการให้บริการตามสัญญาและมีการชำระราคาค่าบริการที่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดโดยกฎกระทรวง ให้อธิบดีโดยอนุมัติรัฐมนตรีมีอำนาจกำหนดความรับผิดตาม (1) และ (2) เกิดขึ้นเป็นอย่างอื่นได้

ประมวลรัษฎากร หมวด 4 ภาษีมูลค่าเพิ่ม (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)

ประมวลรัษฎากร มาตรา 86

ภายใต้บังคับมาตรา 86/1 มาตรา 86/2 และมาตรา 86/8 ให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนจัดทำใบกำกับภาษีและสำเนาใบกำกับภาษีสำหรับการขายสินค้า หรือการให้บริการทุกครั้ง และต้องจัดทำในทันทีที่ความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มเกิดขึ้น พร้อมทั้งให้ส่งมอบใบกำกับภาษีนั้นแก่ผู้ซื้อสินค้าหรือผู้รับบริการ ส่วนสำเนาใบกำกับภาษีให้เก็บรักษาไว้ตามมาตรา 87/3 ผู้ประกอบการที่ได้รับยกเว้นการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มและได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มชั่วคราวตามมาตรา 85/3 จะออกใบกำกับภาษีได้ต่อเมื่อเป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด ใบกำกับภาษีให้ออกเป็นรายสถานประกอบการ ทั้งนี้ เว้นแต่อธิบดีจะกำหนดเป็นอย่างอื่น การออกใบกำกับภาษีโดยตัวแทนในนามของผู้ประกอบการจดทะเบียนให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด

ประมวลรัษฎากร หมวด 4 ภาษีมูลค่าเพิ่ม (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)

ประมวลรัษฎากร มาตรา 113

ตราสารใดมิได้ปิดแสตมป์บริบูรณ์ ผู้มีหน้าที่เสียอากร หรือผู้ทรงตราสารหรือผู้ถือเอาประโยชน์ชอบที่จะยื่นตราสารนั้นต่อพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อขอเสียอากรได้ เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ได้รับตราสารแล้ว ให้อนุมัติให้เสียอากรภายในบังคับแห่งบทบัญญัติต่อไปนี้

บทบัญญัติ (ถ้อยคำตามเว็บกรมสรรพากร)

ประมวลรัษฎากร มาตรา 118

ตราสารใดไม่ปิดแสตมป์บริบูรณ์ จะใช้ต้นฉบับ คู่ฉบับ คู่ฉีก หรือสำเนาตราสารนั้นเป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้ จนกว่าจะได้เสียอากรโดยปิดแสตมป์ครบจำนวนตามอัตราในบัญชีท้ายหมวดนี้ และขีดฆ่าแล้ว แต่ทั้งนี้ ไม่เป็นการเสื่อมสิทธิที่จะเรียกเงินเพิ่มอากรตามมาตรา 113 และมาตรา 114

บทบัญญัติ (ถ้อยคำตามเว็บกรมสรรพากร)

พ.ร.บ.อาหาร พ.ศ. 2522 มาตรา 25

ห้ามมิให้ผู้ใดผลิต นำเข้าเพื่อจำหน่าย หรือจำหน่าย ซึ่งอาหารดังต่อไปนี้ (1) อาหารไม่บริสุทธิ์ (2) อาหารปลอม (3) อาหารผิดมาตรฐาน (4) อาหารอื่นที่รัฐมนตรีกำหนด

พระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 27

ผู้แทนโดยชอบธรรมอาจให้ความยินยอมแก่ผู้เยาว์ในการประกอบธุรกิจทางการค้าหรือธุรกิจอื่น หรือในการทำสัญญาเป็นลูกจ้างในสัญญาจ้างแรงงานได้ ในกรณีที่ผู้แทนโดยชอบธรรมไม่ให้ความยินยอมโดยไม่มีเหตุอันสมควร ผู้เยาว์อาจร้องขอต่อศาลให้สั่งอนุญาตได้

ความสามารถของบุคคล — ป.พ.พ. ม.19–36

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 28

บุคคลวิกลจริตผู้ใด ถ้าคู่สมรสก็ดี ผู้บุพการีกล่าวคือ บิดา มารดา ปู่ย่า ตายาย ทวดก็ดี ผู้สืบสันดานกล่าวคือ ลูก หลาน เหลน ลื่อก็ดี ผู้ปกครองหรือผู้พิทักษ์ก็ดี ผู้ซึ่งปกครองดูแลบุคคลนั้นอยู่ก็ดี หรือพนักงานอัยการก็ดี ร้องขอต่อศาลให้สั่งให้บุคคลวิกลจริตผู้นั้นเป็นคนไร้ความสามารถ ศาลจะสั่งให้บุคคลวิกลจริตผู้นั้นเป็นคนไร้ความสามารถก็ได้

ความสามารถของบุคคล — ป.พ.พ. ม.19–36

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 14

ในกรณีที่เอกสารทำขึ้นไว้หลายภาษา ไม่ว่าจะเป็นฉบับเดียวกันหรือหลายฉบับก็ตามโดยมีภาษาไทยด้วย ถ้าข้อความในหลายภาษานั้นแตกต่างกัน และมิอาจหยั่งทราบเจตนาของคู่กรณีได้ว่าจะใช้ภาษาใดบังคับ ให้ถือตามภาษาไทย

ลักษณะ 1 บทเบ็ดเสร็จทั่วไป

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 40

บุคคลธรรมดาซึ่งเป็นผู้ไม่มีที่อยู่ปกติเป็นหลักแหล่ง หรือเป็นผู้ครองชีพในการเดินทางไปมาปราศจากหลักแหล่งที่ทำการงาน พบตัวในถิ่นไหนให้ถือว่าถิ่นนั้นเป็นภูมิลำเนาของบุคคลนั้น

ภูมิลำเนา — ป.พ.พ. ม.37–47

อ่านต่อในหมวดจ้างงาน / บริการ

สัญญาจ้างพัฒนาโปรแกรมบัญชี ต้องมีอะไรบ้างสำหรับจ้างพัฒนาโปรแกรมบัญชีเฉพาะกิจการ ทำงานสี่ช่วง ศึกษาระบบบัญชีเดิม ออกแบบที่ต้องได้ความเห็นชอบก่อนพัฒนา พัฒนาติดตั้งพร้อมส่งซอร์สโค้ดและคู่มือ และอบรม จ่ายสี่งวดโดยงวดสุดท้ายหลังใช้งานจริง — มีข้อเฉพาะงานบัญชี ใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ รายงานภาษีซื้อขายและสต็อก ห้ามลบรายการ ย้ายยอดยกมา สำรองข้อมูล ข้อมูลเงินเดือนและลูกค้า ถ้าเป็นเว็บไซต์ แอป หรือระบบทั่วไปให้ใช้สัญญาจ้างพัฒนาซอฟต์แวร์สัญญาจ้างพัฒนา Chatbot หรือระบบ AI ต้องมีอะไรบ้างใช้เมื่อจ้างพัฒนาแชตบอตหรือระบบที่ทำงานบนโมเดลปัญญาประดิษฐ์ — ระบุว่าใช้โมเดลของใคร ใครจ่ายค่าโทเคน ข้อมูลลูกค้าห้ามนำไปฝึกโมเดล วัดความแม่นยำอย่างไรจึงถือว่าตรวจรับได้ ต้องให้คนตรวจก่อนใช้ผลตรงไหน และเมื่อผู้ให้บริการโมเดลเปลี่ยนรุ่นแล้วใครรับภาระสัญญาตรวจสอบหรือกำกับการใช้ AI ในองค์กรขนาดเล็ก ต้องมีอะไรบ้างสำหรับธุรกิจขนาดเล็กที่จ้างที่ปรึกษาประเมินการใช้ AI ขององค์กรเทียบกับกรอบที่เลือก เช่น ISO/IEC 42001 หรือ NIST AI RMF ส่งมอบทะเบียนระบบ AI ทะเบียนความเสี่ยง รายงานช่องว่าง ชุดนโยบาย และการอบรม พร้อมประเด็นข้อมูลส่วนบุคคล ความเป็นอิสระจากผู้ขาย AI ข้อที่ไม่ใช่การรับรองมาตรฐาน และเพดานความรับผิดสัญญาจ้างซ่อมแซมและบำรุงรักษาเครื่องปรับอากาศ ต้องมีอะไรบ้างใช้เมื่อจ้างช่างหรือบริษัทแอร์ดูแลเครื่องปรับอากาศในบ้าน สำนักงาน ร้านค้า หรือโรงงานเป็นรายปี — ล้างตามรอบ (ค่าตั้งต้นทุก 2 เดือน) ล้างใหญ่ประจำปี วัดค่ากระแสไฟและอุณหภูมิทุกครั้ง เสียแล้วช่างมาใน 24 ชม. ซ่อมเสร็จใน 3 วัน ไม่ทันมีค่าปรับรายวันมีเพดาน อะไหล่และน้ำยาต้องขออนุมัติก่อน ห้ามปล่อยสารทำความเย็นทิ้ง น้ำหยดเสียหายเพราะท่อตันผู้รับจ้างรับผิด · ตัวเลือกเสริม: เซนเซอร์/IoT เฝ้าระวังพร้อมมาตรการไซเบอร์ อะไหล่ปรับสภาพ ใบงานดิจิทัล ประกันภัย เพดานความรับผิดสัญญาจ้างเชื่อมต่อ API ต้องมีอะไรบ้างสำหรับจ้างพัฒนาการเชื่อมระบบของผู้ว่าจ้างกับ API ภายนอก กำหนดเจ้าของบัญชี กุญแจ โควตา ค่าใช้บริการ การทดสอบรายการซ้ำ การสลับใช้จริง และการส่งมอบสัญญาจ้างออกแบบสถาปัตยกรรมและวิศวกรรม ต้องมีอะไรบ้างสำหรับจ้างสถาปนิกและวิศวกรออกแบบบ้านหรืออาคารใหม่ตั้งแต่แบบร่างจนถึงแบบก่อสร้างที่ใช้ขออนุญาตได้ กำหนดใบอนุญาตวิชาชีพ ขั้นตอนและกำหนดส่ง งบประมาณก่อสร้าง รอบแก้แบบ การแก้แบบตามข้อทักท้วงของเจ้าพนักงาน ไฟล์ CAD/BIM ลิขสิทธิ์ การใช้ปัญญาประดิษฐ์ ความพร้อมรองรับโซลาร์เซลล์และที่ชาร์จรถไฟฟ้า ค่าปรับ และความรับผิดในแบบผิดพลาด