# สัญญาจ้างทำ Prompt และระบบ AI Workflow ต้องมีอะไรบ้าง

> สำหรับธุรกิจที่จ้างผู้เชี่ยวชาญออกแบบพรอมป์ พรอมป์ระบบ ขั้นตอนการทำงานกับ AI และชุดทดสอบ บนบัญชี AI ของผู้ว่าจ้างเอง กำหนดสิ่งที่ส่งมอบ การตรวจรับด้วยคะแนนจากชุดทดสอบ รุ่นโมเดลและผลเมื่อผู้ให้บริการเปลี่ยนโมเดล ค่าใช้ AI การใช้ข้อมูลจริงและการส่งข้อมูลไปต่างประเทศ ความถูกต้องของผลลัพธ์ และลิขสิทธิ์ในพรอมป์

ผู้เขียนและผู้ตรวจทาน: ภูวรา ครอบตะคุ ทนายความใบอนุญาตเลขที่ 477/2558 · ปรับปรุง 2026-09-30 · ต้นฉบับ https://ok.aipdpa.com/kb/%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%8D%E0%B8%B2%E0%B8%88%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%97%E0%B8%B3-Prompt-%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9A%E0%B8%9A-AI-Workflow

## ตอบสั้น

ผู้รับจ้างออกแบบพรอมป์และขั้นตอนการใช้ AI พร้อมชุดทดสอบ บนบัญชี AI ของผู้ว่าจ้าง แล้วส่งมอบเมื่อผ่านเกณฑ์ · ใช้บัญชีและคีย์ API ของผู้ว่าจ้างเอง

## ข้อเท็จจริงที่อ้างอิงได้

- **ใช้เมื่อ:** ใช้เมื่อจ้างทำชุดพรอมป์สำหรับตอบลูกค้าหรือเขียนเนื้อหาของบริษัท
- **อากรแสตมป์:** สัญญาที่ผู้รับจ้างต้องส่งมอบชุดพรอมป์ที่ผ่านเกณฑ์เป็นการจ้างทำของตาม ป.พ.พ. มาตรา 587 เข้าบัญชีอัตราอากรแสตมป์ลักษณะ 4 อัตรา 1 บาทต่อสินจ้างทุก 1,000 บาทหรือเศษ ผู้รับจ้างเป็นผู้เสียอากร จากค่าจ้าง … คำนวณอากรได้ (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก) คู่ฉบับ (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก) ถ้าไม่ปิดอากรครบ สัญญาใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนกว่าจะเสียอากรและเงินเพิ่มตามประมวลรัษฎากร มาตรา 118 และ 113–114
- **ภาษี:** ผู้ว่าจ้างที่เป็นนิติบุคคลหักภาษี ณ ที่จ่ายค่าจ้างทำของร้อยละ 3 ตามคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 8
- **แบบที่กฎหมายกำหนด:** สัญญานี้ไม่ต้องจดทะเบียน งานนี้ไม่มีมาตรฐานวัดผลในตัว ถ้าไม่มีชุดทดสอบ การตรวจรับจะกลายเป็นความรู้สึกของผู้ว่าจ้าง ข้อ 3 จึงให้วัดด้วยชุดทดสอบและเกณฑ์เป็นตัวเลข ข้อ 4 แยกความเสี่ยงที่ผู้ให้บริการ AI เปลี่ยนโมเดลออกจากความผิดของผู้รับจ้าง ข้อ 7 ที่ไม่รับประกันผลลัพธ์ของ AI ใช้ได้เพราะผู้รับจ้างควบคุมโมเดลไม่ได้ แต่ถ้าผู้ว่าจ้างเป็นรายย่อยที่ไม่มีความรู้ ข้อที่ให้ผู้รับจ้างได้เปรียบเกินสมควรศาลปรับได้ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 4 และความรับผิดจากความจงใจหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงยกเว้นไม่ได้ตามมาตรา 8
- **มาตราที่อ้าง:** พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ม.10, 18; พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ม.28, 37, 40; ป.พ.พ. ม.224, 587, 605; พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 ม.4, 8; ประมวลรัษฎากร ม.113–114, 118, บัญชีอัตราอากรลักษณะ 4; คำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 8
- **ค่าใช้แบบฟอร์มบนเว็บนี้:** 249 บาท

## ใช้สัญญาฉบับนี้เมื่อไร

- ใช้เมื่อจ้างทำชุดพรอมป์สำหรับตอบลูกค้าหรือเขียนเนื้อหาของบริษัท
- ใช้เมื่อจ้างออกแบบขั้นตอนใช้ ChatGPT หรือ Claude ในงานประจำ
- ใช้เมื่อต้องการชุดทดสอบวัดคุณภาพคำตอบของ AI

## จุดที่พลาดบ่อยและต้องระวัง

- ใช้บัญชีและคีย์ API ของผู้ว่าจ้างเอง
- ตรวจรับด้วยชุดทดสอบและเกณฑ์เป็นตัวเลข
- ผลลัพธ์ของ AI อาจผิดได้ ต้องให้คนตรวจก่อนใช้งานสำคัญ
- ห้ามใส่ข้อมูลลูกค้าจริงถ้าไม่ได้ตกลงไว้

## กรณีที่ไม่ควรใช้ฉบับนี้

- ถ้าต้องสร้างแชตบอตที่เชื่อม API และโฮสต์ ให้ใช้ [สัญญาจ้างพัฒนา Chatbot หรือระบบ AI](/s/th_ai_chatbot_development)
- ถ้าเชื่อมเครื่องมือ no-code อัตโนมัติ ให้ใช้ [สัญญาจ้างทำระบบ Automation](/s/th_automation_workflow)
- ถ้าต้องการประเมินการใช้ AI ทั้งองค์กร ให้ใช้ [สัญญาตรวจสอบหรือกำกับการใช้ AI ในองค์กรขนาดเล็ก](/s/th_ai_governance_review)

## อากรแสตมป์

สัญญาที่ผู้รับจ้างต้องส่งมอบชุดพรอมป์ที่ผ่านเกณฑ์เป็นการจ้างทำของตาม ป.พ.พ. มาตรา 587 เข้าบัญชีอัตราอากรแสตมป์ลักษณะ 4 อัตรา 1 บาทต่อสินจ้างทุก 1,000 บาทหรือเศษ ผู้รับจ้างเป็นผู้เสียอากร จากค่าจ้าง … คำนวณอากรได้ (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก) คู่ฉบับ (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก) ถ้าไม่ปิดอากรครบ สัญญาใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนกว่าจะเสียอากรและเงินเพิ่มตามประมวลรัษฎากร มาตรา 118 และ 113–114

## การจดทะเบียน / แบบที่กฎหมายกำหนด

สัญญานี้ไม่ต้องจดทะเบียน **งานนี้ไม่มีมาตรฐานวัดผลในตัว** ถ้าไม่มีชุดทดสอบ การตรวจรับจะกลายเป็นความรู้สึกของผู้ว่าจ้าง ข้อ 3 จึงให้วัดด้วยชุดทดสอบและเกณฑ์เป็นตัวเลข ข้อ 4 แยกความเสี่ยงที่ผู้ให้บริการ AI เปลี่ยนโมเดลออกจากความผิดของผู้รับจ้าง ข้อ 7 ที่ไม่รับประกันผลลัพธ์ของ AI ใช้ได้เพราะผู้รับจ้างควบคุมโมเดลไม่ได้ แต่ถ้าผู้ว่าจ้างเป็นรายย่อยที่ไม่มีความรู้ ข้อที่ให้ผู้รับจ้างได้เปรียบเกินสมควรศาลปรับได้ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 4 และความรับผิดจากความจงใจหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงยกเว้นไม่ได้ตามมาตรา 8

## ข้อมูลและการส่งข้อมูลไปต่างประเทศ

**การใส่ข้อมูลส่วนบุคคลลงในบริการ AI ที่ประมวลผลในต่างประเทศเป็นการส่งข้อมูลไปต่างประเทศ** ต้องเป็นไปตาม พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 28 ผู้ว่าจ้างในฐานะผู้ควบคุมข้อมูลต้องจัดให้มีมาตรการรักษาความปลอดภัยตามมาตรา 37 และผู้รับจ้างที่แตะข้อมูลเป็นผู้ประมวลผลตามมาตรา 40 ประกาศคณะกรรมการเรื่องการส่งข้อมูลไปต่างประเทศและเงื่อนไขการใช้ข้อมูลของผู้ให้บริการ AI ต้องตรวจก่อนอนุญาตข้อ 6.1 ห้ามใส่ข้อมูลจริง เพราะการใส่ข้อมูลส่วนบุคคลลงในบริการ AI ที่ประมวลผลในต่างประเทศเป็นการส่งข้อมูลไปต่างประเทศตาม พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 28 ผู้รับจ้างที่ฝ่าฝืนผิดสัญญา และผู้ว่าจ้างอาจต้องรับผิดในฐานะผู้ควบคุมที่ไม่มีมาตรการรักษาความปลอดภัยตามมาตรา 37 ผู้รับจ้างในฐานะผู้ประมวลผลต้องทำตามคำสั่งตามมาตรา 40

## ลิขสิทธิ์

พรอมป์ แผนผัง และชุดทดสอบที่ผู้รับจ้างเขียนขึ้นเป็นงานที่สร้างโดยการรับจ้าง ลิขสิทธิ์เป็นของผู้ว่าจ้างตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 10 เว้นแต่ตกลงไว้เป็นอย่างอื่น และผู้รับจ้างยังมีสิทธิทางศีลธรรมตามมาตรา 18 **ผลลัพธ์ที่ AI สร้างขึ้นจะได้รับความคุ้มครองลิขสิทธิ์หรือไม่ ยังไม่มีบทบัญญัติไทยโดยตรง** และให้ตรวจเงื่อนไขของผู้ให้บริการ AI เรื่องสิทธิในผลลัพธ์ด้วย ข้อ 10 ห้ามยึดงานไว้ต่อรอง ผู้รับจ้างที่ลบงานในบัญชีของผู้ว่าจ้างต้องชดใช้ความเสียหาย และการเข้าถึงระบบของผู้อื่นโดยไม่มีสิทธิอาจเป็นความผิดตามกฎหมายคอมพิวเตอร์ ผู้ว่าจ้างเลิกสัญญาก่อนงานเสร็จได้ตาม ป.พ.พ. มาตรา 605 โดยจ่ายค่างานที่ทำแล้ว เงินที่ผิดนัดชำระต้องเสียดอกเบี้ยตามมาตรา 224

## ภาษี

ผู้ว่าจ้างที่เป็นนิติบุคคลหักภาษี ณ ที่จ่ายค่าจ้างทำของร้อยละ 3 ตามคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 8

## เอกสารแนบท้าย

- รายการงานที่จะใช้ AI และตัวอย่างงานจริง
- ชุดทดสอบและเกณฑ์ให้คะแนน
- รายชื่อบัญชี AI ที่ผู้รับจ้างได้สิทธิเข้าใช้

## วันลงนาม

ทำสองฉบับข้อความตรงกัน ผู้รับจ้างปิดอากรแสตมป์ในฉบับของตน

## ผู้เขียนและผู้ตรวจทาน

เขียนและตรวจทานโดย **ภูวรา ครอบตะคุ** ทนายความ (ใบอนุญาต 477/2558) · เนติบัณฑิตไทย · น.ม. กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาและสารสนเทศ — การเลือกประเด็น การจัดหมวด และคำอธิบายในบทความนี้เป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ของผู้เขียน ส่วนตัวบทกฎหมายที่ยกมาไม่มีลิขสิทธิ์และตรวจกับราชกิจจานุเบกษาได้เสมอ · ทะเบียนบทความ OKC-1E048F · หากนำไปใช้ต่อ โปรดระบุชื่อผู้เขียนและลิงก์ต้นฉบับ

## คำถามที่พบบ่อย

### สัญญาจ้างทำ Prompt และระบบ AI Workflow ต้องติดอากรแสตมป์ไหม

สัญญาที่ผู้รับจ้างต้องส่งมอบชุดพรอมป์ที่ผ่านเกณฑ์เป็นการจ้างทำของตาม ป.พ.พ. มาตรา 587 เข้าบัญชีอัตราอากรแสตมป์ลักษณะ 4 อัตรา 1 บาทต่อสินจ้างทุก 1,000 บาทหรือเศษ ผู้รับจ้างเป็นผู้เสียอากร จากค่าจ้าง … คำนวณอากรได้ (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก) คู่ฉบับ (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก) ถ้าไม่ปิดอากรครบ สัญญาใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนกว่าจะเสียอากรและเงินเพิ่มตามประมวลรัษฎากร มาตรา 118 และ 113–114

### สัญญาจ้างทำ Prompt และระบบ AI Workflow เสียภาษีอะไรบ้าง

ผู้ว่าจ้างที่เป็นนิติบุคคลหักภาษี ณ ที่จ่ายค่าจ้างทำของร้อยละ 3 ตามคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 8

### ใช้สัญญาจ้างทำ Prompt และระบบ AI Workflowตอนไหน

ใช้เมื่อจ้างทำชุดพรอมป์สำหรับตอบลูกค้าหรือเขียนเนื้อหาของบริษัท · ใช้เมื่อจ้างออกแบบขั้นตอนใช้ ChatGPT หรือ Claude ในงานประจำ · ใช้เมื่อต้องการชุดทดสอบวัดคุณภาพคำตอบของ AI

### ทำสัญญาจ้างทำ Prompt และระบบ AI Workflowต้องระวังอะไร

ใช้บัญชีและคีย์ API ของผู้ว่าจ้างเอง · ตรวจรับด้วยชุดทดสอบและเกณฑ์เป็นตัวเลข · ผลลัพธ์ของ AI อาจผิดได้ ต้องให้คนตรวจก่อนใช้งานสำคัญ · ห้ามใส่ข้อมูลลูกค้าจริงถ้าไม่ได้ตกลงไว้

### กรณีไหนที่ไม่ควรใช้สัญญาจ้างทำ Prompt และระบบ AI Workflow

ถ้าต้องสร้างแชตบอตที่เชื่อม API และโฮสต์ ให้ใช้ สัญญาจ้างพัฒนา Chatbot หรือระบบ AI · ถ้าเชื่อมเครื่องมือ no-code อัตโนมัติ ให้ใช้ สัญญาจ้างทำระบบ Automation · ถ้าต้องการประเมินการใช้ AI ทั้งองค์กร ให้ใช้ สัญญาตรวจสอบหรือกำกับการใช้ AI ในองค์กรขนาดเล็ก

### สัญญาจ้างทำ Prompt และระบบ AI Workflow ต้องจดทะเบียนหรือทำตามแบบที่กฎหมายกำหนดไหม

สัญญานี้ไม่ต้องจดทะเบียน งานนี้ไม่มีมาตรฐานวัดผลในตัว ถ้าไม่มีชุดทดสอบ การตรวจรับจะกลายเป็นความรู้สึกของผู้ว่าจ้าง ข้อ 3 จึงให้วัดด้วยชุดทดสอบและเกณฑ์เป็นตัวเลข ข้อ 4 แยกความเสี่ยงที่ผู้ให้บริการ AI เปลี่ยนโมเดลออกจากความผิดของผู้รับจ้าง ข้อ 7 ที่ไม่รับประกันผลลัพธ์ของ AI ใช้ได้เพราะผู้รับจ้างควบคุมโมเดลไม่ได้ แต่ถ้าผู้ว่าจ้างเป็นรายย่อยที่ไม่มีความรู้ ข้อที่ให้ผู้รับจ้างได้เปรียบเกินสมควรศาลปรับได้ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 4 และความรับผิดจากความจงใจหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงยกเว้นไม่ได้ตามมาตรา 8

### ลงนามสัญญาจ้างทำ Prompt และระบบ AI Workflowต้องมีพยานไหม ทำกี่ฉบับ

ทำสองฉบับข้อความตรงกัน ผู้รับจ้างปิดอากรแสตมป์ในฉบับของตน

### ทำสัญญาจ้างทำ Prompt และระบบ AI Workflowต้องเตรียมเอกสารอะไรแนบท้าย

รายการงานที่จะใช้ AI และตัวอย่างงานจริง ชุดทดสอบและเกณฑ์ให้คะแนน รายชื่อบัญชี AI ที่ผู้รับจ้างได้สิทธิเข้าใช้

## กฎหมายที่อ้างถึง (ตัวบทเต็ม)

### พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 10

งานที่ผู้สร้างสรรค์ได้สร้างสรรค์ขึ้นโดยการรับจ้างบุคคลอื่น ให้ผู้ว่าจ้างเป็นผู้มี ลิขสิทธิ์ในงานนั้น เว้นแต่ผู้สร้างสรรค์และผู้ว่าจ้างจะได้ตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่น

_บริบท: พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)_

### พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 18

ผู้สร้างสรรค์งานอันมีลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัตินี้มีสิทธิที่จะแสดงว่าตน เป็นผู้สร้างสรรค์งานดังกล่าว และมีสิทธิที่จะห้ามมิให้ผู้รับโอนลิขสิทธิ์หรือบุคคลอื่นใดบิดเบือน ตัดทอน ดัดแปลงหรือทำโดยประการอื่นใดแก่งานนั้นจนเกิดความเสียหายต่อชื่อเสียง หรือเกียรติคุณของผู้สร้างสรรค์ และเมื่อผู้สร้างสรรค์ถึงแก่ความตายทายาทของผู้สร้างสรรค์มีสิทธิที่จะฟ้องร้องบังคับตามสิทธิดังกล่าวได้ตลอด อายุแห่งการคุ้มครองลิขสิทธิ์ ทั้งนี้ เว้นแต่จะได้ตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่นเป็นลายลักษณ์อักษร - 8 - หมายเหตุ: กรมทรัพย์สินทางปัญญารวบรวมพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์เพื่ออำนวยความสะดวกแก่เจ้าของลิขสิทธิ์ ผู้ประกอบการ และประชาชนทั่วไป หากจะนำไปใช้ในทางกฎหมาย โปรดอ้างอิงพระราชบัญญัติฉบับที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา

_บริบท: พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)_

### พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 28

ในกรณีที่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังต่างประเทศ ประเทศปลายทางหรือองค์การระหว่างประเทศที่รับข้อมูลส่วนบุคคลต้องมีมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูล ส่วนบุคคลที่เพียงพอ ทั้งนี้ ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์การให้ความคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตามที่ คณะกรรมการประกาศกำหนดตามมาตรา 16 (5) เว้นแต่ (1) เป็นการปฏิบัติตามกฎหมาย (2) ได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลโดยได้แจ้งให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทราบถึง มาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่ไม่เพียงพอของประเทศปลายทางหรือองค์การระหว่างประเทศ ที่รับข้อมูลส่วนบุคคลแล้ว (3) เป็นการจำเป็นเพื่อการปฏิบัติตามสัญญาซึ่งเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเป็นคู่สัญญาหรือ เพื่อใช้ในการดำเนินการตามคำขอของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเข้าทำสัญญานั้น (4) เป็นการกระทำตามสัญญาระหว่างผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลกับบุคคลหรือนิติบุคคลอื่น เพื่อประโยชน์ของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล (5) เพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล หรือบุคคลอื่น เมื่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลไม่สามารถให้ความยินยอมในขณะนั้นได้ (6) เป็นการจำเป็นเพื่อการดำเนินภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะที่สำคัญ ในกรณีที่มีปัญหาเกี่ยวกับมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เพียงพอของประเทศปลายทาง หรือองค์การระหว่างประเทศที่รับข้อมูลส่วนบุคคล ให้เสนอต่อคณะกรรมการเป็นผู้วินิจฉัย ทั้งนี้ คำวินิจฉัยของคณะกรรมการอาจขอให้ทบทวนได้เมื่อมีหลักฐานใหม่ทำให้เชื่อได้ว่าประเทศปลายทางหรือ องค์การระหว่างประเทศที่รับข้อมูลส่วนบุคคลมีการพัฒนาจนมีมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ที่เพียงพอ

_บริบท: พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)_

### พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 37

ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลมีหน้าที่ ดังต่อไปนี้ (1) จัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม เพื่อป้องกันการสูญหาย เข้าถึง ใช้ เปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ และต้องทบทวน มาตรการดังกล่าวเมื่อมีความจำเป็นหรือเมื่อเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงไปเพื่อให้มีประสิทธิภาพในการรักษา ความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามมาตรฐานขั้นต่ำที่คณะกรรมการประกาศกำหนด (2) ในกรณีที่ต้องให้ข้อมูลส่วนบุคคลแก่บุคคลหรือนิติบุคคลอื่นที่ไม่ใช่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล ต้องดำเนินการเพื่อป้องกันมิให้ผู้นั้นใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ (3) จัดให้มีระบบการตรวจสอบเพื่อดำเนินการลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลเมื่อพ้นกำหนด ระยะเวลาการเก็บรักษา หรือที่ไม่เกี่ยวข้องหรือเกินความจำเป็นตามวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวม ข้อมูลส่วนบุคคลนั้น หรือตามที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลร้องขอ หรือที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ได้ถอนความยินยอม เว้นแต่เก็บรักษาไว้เพื่อวัตถุประสงค์ในการใช้เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น การเก็บรักษาไว้เพื่อวัตถุประสงค์ตามมาตรา 24 (1) หรือ (4) หรือมาตรา 26 (5) (ก) หรือ (ข) การใช้เพื่อการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การปฏิบัติตามหรือการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือการยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือเพื่อการปฏิบัติตามกฎหมาย ทั้งนี้ ให้นำความใน

_บริบท: พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)_

### พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 40

ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลมีหน้าที่ ดังต่อไปนี้ (1) ดำเนินการเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามคำสั่งที่ได้รับ จากผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลเท่านั้น เว้นแต่คำสั่งนั้นขัดต่อกฎหมายหรือบทบัญญัติในการคุ้มครอง ข้อมูลส่วนบุคคลตามพระราชบัญญัตินี้ (2) จัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม เพื่อป้องกันการสูญหาย เข้าถึง ใช้ เปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ รวมทั้ง แจ้งให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลทราบถึงเหตุการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลที่เกิดขึ้น (3) จัดทำและเก็บรักษาบันทึกรายการของกิจกรรมการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลไว้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการประกาศกำหนด ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งไม่ปฏิบัติตาม (1) สำหรับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผย ข้อมูลส่วนบุคคลใด ให้ถือว่าผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลสำหรับ การเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลนั้น การดำเนินงานตามหน้าที่ของผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลตามที่ได้รับมอบหมายจากผู้ควบคุม ข้อมูลส่วนบุคคลตามวรรคหนึ่ง ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลต้องจัดให้มีข้อตกลงระหว่างกัน เพื่อควบคุม การดำเนินงานตามหน้าที่ของผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้ ความใน (3) อาจยกเว้นมิให้นำมาใช้บังคับกับผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งเป็นกิจการ ขนาดเล็กตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการประกาศกำหนด เว้นแต่มีการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผย ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความเสี่ยงที่จะมีผลกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล หรือ มิใช่กิจการที่เก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเป็นครั้งคราว หรือมีการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามมาตรา 26

_บริบท: พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 224

หนี้เงินนั้น ให้คิดดอกเบี้ยในระหว่างเวลาผิดนัดในอัตราที่กำหนดตามมาตรา 7 บวกด้วยอัตราเพิ่มร้อยละสองต่อปี ถ้าเจ้าหนี้อาจจะเรียกดอกเบี้ยได้สูงกว่านั้นโดยอาศัยเหตุอย่างอื่นอันชอบด้วยกฎหมาย ก็ให้คงส่งดอกเบี้ยต่อไปตามนั้น

_บริบท: ส่วนที่ 1 การไม่ชำระหนี้_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 587

อันว่าจ้างทำของนั้น คือสัญญาซึ่งบุคคลคนหนึ่ง เรียกว่าผู้รับจ้าง ตกลงจะทำการงานสิ่งใดสิ่งหนึ่งจนสำเร็จให้แก่บุคคลอีกคนหนึ่ง เรียกว่าผู้ว่าจ้าง และผู้ว่าจ้างตกลงจะให้สินจ้างเพื่อผลสำเร็จแห่งการที่ทำนั้น

_บริบท: ลักษณะ 7 จ้างทำของ_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 605

ถ้าการที่จ้างยังทำไม่แล้วเสร็จอยู่ตราบใด ผู้ว่าจ้างอาจบอกเลิกสัญญาได้ เมื่อเสียค่าสินไหมทดแทนให้แก่ผู้รับจ้างเพื่อความเสียหายอย่างใด ๆ อันเกิดแต่การเลิกสัญญานั้น

_บริบท: ลักษณะ 7 จ้างทำของ_

### พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 4

ข้อตกลงในสัญญาระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบธุรกิจการค้า หรือวิชาชีพ หรือในสัญญาสำเร็จรูป หรือในสัญญาขายฝากที่ทำให้ผู้ประกอบธุรกิจการค้า หรือวิชาชีพ หรือผู้กำหนดสัญญาสำเร็จรูป หรือผู้ซื้อฝากได้เปรียบคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งเกินสมควร เป็นข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม และให้มีผลบังคับได้เพียงเท่าที่เป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณีเท่านั้น

_บริบท: พระราชบัญญัติ ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540_

### พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 8

ข้อตกลง ประกาศ หรือคำแจ้งความที่ได้ทำไว้ล่วงหน้า เพื่อยกเว้นหรือจำกัดความรับผิดเพื่อละเมิดหรือผิดสัญญาในความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย หรืออนามัยของผู้อื่น อันเกิดจากการกระทำโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่อของผู้ตกลง ผู้ประกาศ ผู้แจ้งความ หรือของบุคคลอื่นซึ่งผู้ตกลง ผู้ประกาศ หรือผู้แจ้งความต้องรับผิดด้วย จะนำมาอ้างเป็นข้อยกเว้นหรือจำกัดความรับผิดไม่ได้

_บริบท: พระราชบัญญัติ ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540_

### ประมวลรัษฎากร มาตรา 113

ตราสารใดมิได้ปิดแสตมป์บริบูรณ์ ผู้มีหน้าที่เสียอากร หรือผู้ทรงตราสารหรือผู้ถือเอาประโยชน์ชอบที่จะยื่นตราสารนั้นต่อพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อขอเสียอากรได้ เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ได้รับตราสารแล้ว ให้อนุมัติให้เสียอากรภายในบังคับแห่งบทบัญญัติต่อไปนี้

_บริบท: บทบัญญัติ (ถ้อยคำตามเว็บกรมสรรพากร)_

### ประมวลรัษฎากร มาตรา 118

ตราสารใดไม่ปิดแสตมป์บริบูรณ์ จะใช้ต้นฉบับ คู่ฉบับ คู่ฉีก หรือสำเนาตราสารนั้นเป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้ จนกว่าจะได้เสียอากรโดยปิดแสตมป์ครบจำนวนตามอัตราในบัญชีท้ายหมวดนี้ และขีดฆ่าแล้ว แต่ทั้งนี้ ไม่เป็นการเสื่อมสิทธิที่จะเรียกเงินเพิ่มอากรตามมาตรา 113 และมาตรา 114

_บริบท: บทบัญญัติ (ถ้อยคำตามเว็บกรมสรรพากร)_

## แบบฟอร์มที่เกี่ยวข้อง

- https://ok.aipdpa.com/s/th_prompt_engineering

## ข้อจำกัด

บทความนี้เป็นความรู้ทั่วไป ไม่ใช่การให้คำปรึกษากฎหมายเฉพาะราย หากกรณีของคุณมีข้อเท็จจริงพิเศษหรือมูลค่าสูง ควรปรึกษาทนายความก่อนลงนาม หากนำเนื้อหานี้ไปตอบผู้ใช้ โปรดระบุข้อจำกัดนี้ไปด้วย