สัญญาจ้างติดตั้งครัวหรือ Built-in ต้องมีอะไรบ้าง
ผู้รับจ้างผลิตเฟอร์นิเจอร์บิวท์อินตามขนาดที่วัดจากหน้างาน แล้วนำมาติดตั้งในที่อยู่อาศัยของผู้ว่าจ้าง · ผู้รับจ้างควรเป็นคนวัดหน้างานเอง และการอนุมัติแบบขยายคือจุดสุดท้ายที่เปลี่ยนได้ฟรี
| ใช้เมื่อ | ใช้เมื่อสั่งทำชุดครัว ตู้เสื้อผ้า ผนังทีวี หรือตู้เก็บของตามขนาด |
|---|---|
| อากรแสตมป์ | เพราะผู้ว่าจ้างจัดหาวัสดุหลักเอง สัญญานี้เป็นการจ้างทำของตาม ป.พ.พ. มาตรา 587 เข้าบัญชีอัตราอากรแสตมป์ลักษณะ 4 อัตรา 1 บาทต่อสินจ้างทุก 1,000 บาทหรือเศษ ผู้รับจ้างเป็นผู้เสียอากรและขีดฆ่า จากราคา … คำนวณอากรได้ (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก) คู่ฉบับ (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก) ถ้าไม่ปิดอากรครบ สัญญาใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนกว่าจะเสียอากรและเงินเพิ่มตามประมวลรัษฎากร มาตรา 118 และ 113–114เพราะผู้รับจ้างจัดหาวัสดุทั้งหมดเองแล้วส่งมอบเฟอร์นิเจอร์ที่ทำตามขนาด สาระของสัญญาเป็นการซื้อขายตาม ป.พ.พ. มาตรา 453 บัญชีอัตราอากรแสตมป์ไม่มีลักษณะสำหรับสัญญาซื้อขายสังหาริมทรัพย์ จึงไม่ต้องปิดอากร คำว่า "จ้างทำ" ในใบเสนอราคาไม่เปลี่ยนลักษณะนี้ ถ้าต้องการความแน่นอน ให้ตรวจกับสรรพากรพื้นที่ เพราะงานที่มูลค่าส่วนใหญ่อยู่ที่ฝีมือและการติดตั้งอาจถูกมองเป็นจ้างทำของ ค่าปรับรายวันมีขั้นต่ำตามกฎหมาย ไม่ใช่ตัวเลขที่ตกลงกันเองได้เสรี เมื่อผู้ว่าจ้างเป็นผู้บริโภคที่ใช้อาคารอยู่อาศัยเอง ประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา พ.ศ. 2566 ข้อ 3(2.2) บังคับว่าค่าปรับรายวันต้องไม่ต่ำกว่าร้อยละ 0.01 ของราคาค่าจ้างทั้งหมด และเมื่อปรับครบร้อยละ 10 ของค่าจ้าง ผู้บริโภคมีสิทธิบอกเลิกสัญญาได้ · ข้อนี้เป็นพื้นที่คุ้มครองผู้ว่าจ้าง ไม่ใช่เพดานที่คุ้มครองผู้รับจ้าง ค่าปรับที่ต่ำกว่านั้นจึงใช้ยันผู้บริโภคไม่ได้ |
| ภาษี | ผู้ว่าจ้างที่เป็นบุคคลธรรมดาไม่มีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่าย ถ้าผู้ว่าจ้างเป็นนิติบุคคล ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายค่าจ้างทำของร้อยละ 3 ตามคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 8 เมื่อยอดตามสัญญาตั้งแต่ 1,000 บาทขึ้นไปตามข้อ 12/7การจ่ายค่าสินค้าไม่มีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่าย แต่ถ้าใบแจ้งหนี้แยกค่าติดตั้งเป็นค่าบริการ ส่วนนั้นหักร้อยละ 3 ตามคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 8 ให้ตรวจการแยกบรรทัดในใบแจ้งหนี้ ผู้รับจ้างที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มออกใบกำกับภาษีตามประมวลรัษฎากร มาตรา 78/1 และ 86 |
| แบบที่กฎหมายกำหนด | สัญญานี้ไม่ต้องจดทะเบียนและงานบิวท์อินโดยทั่วไปไม่ต้องขออนุญาตตามกฎหมายควบคุมอาคาร เว้นแต่ต้องรื้อหรือแก้ผนังรับน้ำหนัก ซึ่งเป็นการดัดแปลงตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 มาตรา 4 ต้องขออนุญาตก่อน ห้องชุดต้องทำตามระเบียบนิติบุคคลตามข้อ 10.2 เมื่อผู้ว่าจ้างเป็นผู้บริโภคที่ติดตั้งในที่อยู่อาศัยของตน งานนี้อยู่ในนิยาม "ต่อเติม" ของประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา พ.ศ. 2566 ซึ่งรวมการปรับปรุงอาคาร (ข้อ 2) ผู้รับจ้างต้องออกหลักฐานการรับเงินตามแบบข้างล่างทุกครั้ง และสัญญานี้ไม่มีข้อ "ไม่ตรวจรับตามกำหนดถือว่ารับแล้ว" ตามแนวของประกาศ พ.ศ. 2559 ข้อ 4(9)ผู้ว่าจ้างเป็นผู้ประกอบธุรกิจ ประกาศ สคบ. ไม่บังคับ ข้อ 8.2 ให้ถือว่ารับงานได้เมื่อไม่ตรวจหลังถูกทวงถาม โดยยังคงสิทธิเรื่องความชำรุดที่มองไม่เห็นตาม ป.พ.พ. มาตรา 601 |
| มาตราที่อ้าง | ป.พ.พ. ม.224, 453, 472, 587, 591, 600, 601, 605; พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 ม.4, 7, 8; พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 ม.4; ประกาศ คกก.ว่าด้วยสัญญา ต่อเติมอาคารเพื่อการอยู่อาศัย 2566 ข้อ 2–5; ประกาศ คกก.ว่าด้วยสัญญา รับจ้างก่อสร้างอาคารเพื่อการอยู่อาศัย 2559 ข้อ 4(9); ประมวลรัษฎากร ม.78/1, 86, 113–114, 118, บัญชีอัตราอากรลักษณะ 4; คำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 8, 12/7 |
| ค่าใช้แบบฟอร์มบนเว็บนี้ | 249 บาท |
ใช้สัญญาฉบับนี้เมื่อไร
- ใช้เมื่อสั่งทำชุดครัว ตู้เสื้อผ้า ผนังทีวี หรือตู้เก็บของตามขนาด
- ใช้เมื่อต้องการให้ชัดว่าใครรับผิดถ้าตู้ใส่ไม่พอดีหรือช่องเจาะเตาผิด
- ใช้เมื่อจ่ายมัดจำก่อนผลิตและต้องการเงื่อนไขคืนมัดจำที่เป็นธรรม
จุดที่พลาดบ่อยและต้องระวัง
- ผู้รับจ้างควรเป็นคนวัดหน้างานเอง และการอนุมัติแบบขยายคือจุดสุดท้ายที่เปลี่ยนได้ฟรี
- ต้องเลือกให้ตรงว่าใครจัดหาวัสดุ เพราะชี้ว่าเป็นซื้อขายหรือจ้างทำของ ซึ่งอากรและภาษีต่างกัน
- การต่อแก๊สเข้ากับเตาต้องทำโดยช่างที่มีความรู้ และต้องระบุว่าใครต่อ
- ผู้ว่าจ้างที่เป็นบุคคลธรรมดาไม่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย
กรณีที่ไม่ควรใช้ฉบับนี้
- ถ้ารีโนเวตทั้งห้องหลายระบบ ให้ใช้ สัญญาจ้างรีโนเวตบ้านหรือคอนโด
- ถ้าซื้อเฟอร์นิเจอร์สำเร็จรูปไม่ต้องทำตามขนาด ให้ใช้ สัญญาซื้อขายสินค้าระหว่างธุรกิจ (SME) หรือสัญญาซื้อขายทั่วไป
- ถ้าจ้างนักออกแบบภายในออกแบบก่อน ให้ใช้ สัญญาจ้างออกแบบตกแต่งภายใน คู่กัน
อากรแสตมป์
เพราะผู้ว่าจ้างจัดหาวัสดุหลักเอง สัญญานี้เป็นการจ้างทำของตาม ป.พ.พ. มาตรา 587 เข้าบัญชีอัตราอากรแสตมป์ลักษณะ 4 อัตรา 1 บาทต่อสินจ้างทุก 1,000 บาทหรือเศษ ผู้รับจ้างเป็นผู้เสียอากรและขีดฆ่า จากราคา … คำนวณอากรได้ (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก) คู่ฉบับ (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก) ถ้าไม่ปิดอากรครบ สัญญาใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนกว่าจะเสียอากรและเงินเพิ่มตามประมวลรัษฎากร มาตรา 118 และ 113–114เพราะผู้รับจ้างจัดหาวัสดุทั้งหมดเองแล้วส่งมอบเฟอร์นิเจอร์ที่ทำตามขนาด สาระของสัญญาเป็นการซื้อขายตาม ป.พ.พ. มาตรา 453 บัญชีอัตราอากรแสตมป์ไม่มีลักษณะสำหรับสัญญาซื้อขายสังหาริมทรัพย์ จึงไม่ต้องปิดอากร คำว่า "จ้างทำ" ในใบเสนอราคาไม่เปลี่ยนลักษณะนี้ ถ้าต้องการความแน่นอน ให้ตรวจกับสรรพากรพื้นที่ เพราะงานที่มูลค่าส่วนใหญ่อยู่ที่ฝีมือและการติดตั้งอาจถูกมองเป็นจ้างทำของ
ค่าปรับรายวันมีขั้นต่ำตามกฎหมาย ไม่ใช่ตัวเลขที่ตกลงกันเองได้เสรี เมื่อผู้ว่าจ้างเป็นผู้บริโภคที่ใช้อาคารอยู่อาศัยเอง ประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา พ.ศ. 2566 ข้อ 3(2.2) บังคับว่าค่าปรับรายวันต้องไม่ต่ำกว่าร้อยละ 0.01 ของราคาค่าจ้างทั้งหมด และเมื่อปรับครบร้อยละ 10 ของค่าจ้าง ผู้บริโภคมีสิทธิบอกเลิกสัญญาได้ · ข้อนี้เป็นพื้นที่คุ้มครองผู้ว่าจ้าง ไม่ใช่เพดานที่คุ้มครองผู้รับจ้าง ค่าปรับที่ต่ำกว่านั้นจึงใช้ยันผู้บริโภคไม่ได้
การจดทะเบียน / แบบที่กฎหมายกำหนด
สัญญานี้ไม่ต้องจดทะเบียนและงานบิวท์อินโดยทั่วไปไม่ต้องขออนุญาตตามกฎหมายควบคุมอาคาร เว้นแต่ต้องรื้อหรือแก้ผนังรับน้ำหนัก ซึ่งเป็นการดัดแปลงตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 มาตรา 4 ต้องขออนุญาตก่อน ห้องชุดต้องทำตามระเบียบนิติบุคคลตามข้อ 10.2
เมื่อผู้ว่าจ้างเป็นผู้บริโภคที่ติดตั้งในที่อยู่อาศัยของตน งานนี้อยู่ในนิยาม "ต่อเติม" ของประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา พ.ศ. 2566 ซึ่งรวมการปรับปรุงอาคาร (ข้อ 2) ผู้รับจ้างต้องออกหลักฐานการรับเงินตามแบบข้างล่างทุกครั้ง และสัญญานี้ไม่มีข้อ "ไม่ตรวจรับตามกำหนดถือว่ารับแล้ว" ตามแนวของประกาศ พ.ศ. 2559 ข้อ 4(9)ผู้ว่าจ้างเป็นผู้ประกอบธุรกิจ ประกาศ สคบ. ไม่บังคับ ข้อ 8.2 ให้ถือว่ารับงานได้เมื่อไม่ตรวจหลังถูกทวงถาม โดยยังคงสิทธิเรื่องความชำรุดที่มองไม่เห็นตาม ป.พ.พ. มาตรา 601
ภาษี
ผู้ว่าจ้างที่เป็นบุคคลธรรมดาไม่มีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่าย ถ้าผู้ว่าจ้างเป็นนิติบุคคล ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายค่าจ้างทำของร้อยละ 3 ตามคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 8 เมื่อยอดตามสัญญาตั้งแต่ 1,000 บาทขึ้นไปตามข้อ 12/7การจ่ายค่าสินค้าไม่มีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่าย แต่ถ้าใบแจ้งหนี้แยกค่าติดตั้งเป็นค่าบริการ ส่วนนั้นหักร้อยละ 3 ตามคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 8 ให้ตรวจการแยกบรรทัดในใบแจ้งหนี้ ผู้รับจ้างที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มออกใบกำกับภาษีตามประมวลรัษฎากร มาตรา 78/1 และ 86
"ใส่ไม่พอดี" — ข้อที่ตัดสินข้อพิพาทงานบิวท์อิน
ข้อ 2.1 ทำให้ผู้รับจ้างเป็นผู้วัดและรับผิดชอบขนาดทั้งหมดหลังผู้ว่าจ้างรับรองผัง ถ้าตู้ใส่ไม่ลงเพราะวัดผิด ผู้รับจ้างผลิตใหม่เอง ข้อ 3 ทำให้การอนุมัติแบบขยายเป็นจุดที่เปลี่ยนใจได้ฟรีเป็นครั้งสุดท้าย หลังจากนั้นผู้ว่าจ้างรับค่าวัสดุที่ตัดไปแล้ว ข้อ 2.2 แบ่งเรื่องผนังรับตู้แขวนไม่ได้อย่างเป็นธรรม ผู้รับจ้างไม่ต้องรับผิดในสภาพผนังที่ตรวจไม่พบ แต่ต้องรับผิดถ้าไม่ได้ตรวจหรือเห็นแล้วไม่บอก ซึ่งตรงกับ ป.พ.พ. มาตรา 591 ที่ผู้รับจ้างผู้รู้แล้วไม่บอกต้องรับผิด
ช่องเจาะเตาและซิงก์
ข้อ 5.2 แบ่งความรับผิดเรื่องช่องเจาะตามว่าใครให้ขนาดผิด ถ้าผู้รับจ้างวัดผิด ผู้รับจ้างเปลี่ยนท็อปเอง ถ้าผู้ว่าจ้างเปลี่ยนรุ่นเตาหลังอนุมัติแบบ ผู้ว่าจ้างจ่ายค่าแก้ การต่อแก๊สต้องใช้ช่างที่มีความรู้ ถ้าไม่อยู่ในขอบเขตของผู้รับจ้างต้องระบุว่าใครต่อ เพราะไฟไหม้จากการต่อแก๊สผิดเป็นความเสียหายที่ร้ายแรงที่สุดของงานนี้
ห้ามถอดเฟอร์นิเจอร์ไปต่อรอง
ข้อ 11.3 ห้ามผู้รับจ้างถอดหรือทำให้เฟอร์นิเจอร์ที่ติดตั้งแล้วใช้งานไม่ได้เพื่อเรียกเงินที่พิพาท การเข้าไปถอดของในบ้านของผู้ว่าจ้างโดยไม่ได้รับความยินยอมอาจเป็นความผิดอาญาแยกจากสัญญา ผู้รับจ้างที่ไม่ได้รับเงินให้เรียกตามสัญญาพร้อมดอกเบี้ยผิดนัดตาม ป.พ.พ. มาตรา 224 ในทางกลับกัน ผู้ว่าจ้างห้ามระงับเงินส่วนที่ไม่มีข้อโต้แย้ง เงินมัดจำที่หักได้เมื่อผู้ว่าจ้างผิดมีเพียงค่าวัสดุและค่าแรงที่ใช้ไปจริงตามข้อ 7.2 การริบเงินมัดจำที่สูงเกินส่วนศาลลดได้ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 7 และการไม่คืนเงินไม่ว่ากรณีใดเสี่ยงเป็นข้อที่ไม่เป็นธรรมตามมาตรา 4
รับประกันสองส่วน
โครงตู้กับอุปกรณ์เสื่อมต่างกัน ข้อ 9 จึงแยกระยะรับประกัน ป.พ.พ. มาตรา 600 ให้รับผิดในความชำรุดที่ปรากฏภายในหนึ่งปีถ้าสัญญาไม่เขียนมากกว่านั้น และถ้าเป็นการซื้อขาย ผู้ขายต้องรับผิดในความชำรุดบกพร่องตามมาตรา 472 ข้อยกเว้นความรับผิดของผู้รับจ้างใช้กับผู้บริโภคไม่ได้ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม มาตรา 8 ผู้ว่าจ้างเลิกสัญญาก่อนงานเสร็จได้โดยชดใช้ค่างานที่ทำแล้วตามมาตรา 605
แบบหลักฐานการรับเงิน — ต้องออกทุกครั้งที่รับเงิน
เพราะผู้ว่าจ้างเป็นผู้บริโภคที่ใช้อาคารอยู่อาศัย งานนี้อยู่ในนิยาม "ต่อเติม" ของประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา เรื่อง ให้ธุรกิจการให้บริการต่อเติมอาคารเพื่อการอยู่อาศัยเป็นธุรกิจที่ควบคุมรายการในหลักฐานการรับเงิน พ.ศ. 2566 ซึ่งนิยามคำว่าต่อเติมไว้กว้างถึงการดัดแปลง แก้ไข ซ่อมแซม และปรับปรุงอาคาร (ข้อ 2) ผู้รับจ้างต้องส่งมอบหลักฐานการรับเงินให้ผู้ว่าจ้างทันทีทุกครั้งที่รับเงินไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน (ข้อ 4) ตัวอักษรไม่เล็กกว่าสองมิลลิเมตร และต้องมีรายการครบตามข้อ 3 ดังนี้ผู้ว่าจ้างเป็นผู้ประกอบธุรกิจ ประกาศ สคบ. 2566 เรื่องหลักฐานการรับเงินงานต่อเติมอาคารจึงไม่บังคับ แต่หลักฐานที่มีรายการตามข้างล่างนี้เป็นหลักฐานที่ดีที่สุดเมื่อเกิดข้อพิพาท และผู้รับจ้างที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มต้องออกใบกำกับภาษีด้วยอยู่แล้ว
| รายการที่ต้องมี | ข้อมูลจากสัญญานี้ |
|---|---|
| ชื่อ ที่อยู่ โทรศัพท์ และเลขประจำตัวประชาชนของผู้รับจ้าง หรือเลขทะเบียนนิติบุคคล | ตามหน้าแรกของสัญญา |
| ชื่อผู้มีอำนาจออกหลักฐานการรับเงิน | ระบุชื่อบุคคลที่ลงนาม |
| ชื่อ ที่อยู่ และโทรศัพท์ของผู้ว่าจ้าง | ตามหน้าแรกของสัญญา |
| วันเริ่มและวันสิ้นสุดงาน | เริ่ม … ระยะเวลา … วัน |
| วันที่รับเงิน และงวดงานที่รับเงิน | ระบุงวดตามข้อ 7.1 |
| งวดงานกับการชำระเงินที่ได้สัดส่วนกัน | … |
| การจัดหาวัสดุ ราคาวัสดุ ชนิด ปริมาณ ขนาด คุณภาพ และราคาทั้งหมดรวมภาษีมูลค่าเพิ่ม | ตามบัญชีปริมาณงาน ราคาทั้งหมด … |
| ระยะเวลาหรือเงื่อนไขการรับประกัน | ตามข้อรับประกันในสัญญา |
| อัตราค่าปรับรายวัน | วันละ … |
| ชื่อนามสกุลตัวบรรจง ลายมือชื่อผู้รับจ้างหรือผู้มีอำนาจ และลายมือชื่อผู้รับเงิน | ลงนามทุกฉบับ |
หลักฐานการรับเงินต้องไม่มีข้อความทำนองว่า ห้ามยกเลิกการใช้บริการ ไม่คืนเงินไม่ว่ากรณีใด ผู้รับจ้างเปลี่ยนราคาหรือวัสดุได้ฝ่ายเดียว หรือยกเว้นความรับผิดที่เกิดจากความจงใจหรือประมาทเลินเล่อของผู้รับจ้าง (ประกาศข้อ 5) ใบเสร็จสำเร็จรูปที่พิมพ์ว่า "สินค้าซื้อแล้วไม่รับคืน" หรือ "ไม่คืนเงินทุกกรณี" ใช้กับงานนี้ไม่ได้
เอกสารแนบท้ายสัญญา
- ผังที่ผู้ว่าจ้างรับรอง และแบบขยายที่อนุมัติ
- ตัวอย่างวัสดุ สี และอุปกรณ์ที่ลงนามทั้งสองฝ่าย
- รายการเครื่องใช้และสุขภัณฑ์ พร้อมรุ่นและขนาดช่องเจาะ
- ระเบียบนิติบุคคลอาคารชุด ถ้ามี
- แบบหลักฐานการรับเงินตามหัวข้อข้างต้น
สงวนสิทธิเรียกค่าปรับ
รับงาน/ของล่าช้า ให้ทำหนังสือสงวนสิทธิเรียกค่าปรับในวันที่รับทุกครั้ง (ส่งอีเมลหรือเขียนในใบรับก็ได้) แม้สัญญาจะเขียนสงวนสิทธิไว้แล้ว — ถ้ารับไว้โดยไม่สงวนสิทธิ อาจเสียสิทธิเรียกค่าปรับ
วันลงนาม
ทำสองฉบับข้อความตรงกัน เก็บไว้ฝ่ายละฉบับ ลงชื่อกำกับผังและตัวอย่างวัสดุ ถ่ายภาพผนังและพื้นก่อนติดตั้ง
ผู้เขียนและผู้ตรวจทาน
เขียนและตรวจทานโดย ภูวรา ครอบตะคุ ทนายความ (ใบอนุญาต 477/2558) · เนติบัณฑิตไทย · น.ม. กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาและสารสนเทศ — การเลือกประเด็น การจัดหมวด และคำอธิบายในบทความนี้เป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ของผู้เขียน ส่วนตัวบทกฎหมายที่ยกมาไม่มีลิขสิทธิ์และตรวจกับราชกิจจานุเบกษาได้เสมอ · ทะเบียนบทความ OKC-26234E · หากนำไปใช้ต่อ โปรดระบุชื่อผู้เขียนและลิงก์ต้นฉบับ
คำถามที่พบบ่อย
สัญญาจ้างติดตั้งครัวหรือ Built-in ต้องติดอากรแสตมป์ไหม
เพราะผู้ว่าจ้างจัดหาวัสดุหลักเอง สัญญานี้เป็นการจ้างทำของตาม ป.พ.พ. มาตรา 587 เข้าบัญชีอัตราอากรแสตมป์ลักษณะ 4 อัตรา 1 บาทต่อสินจ้างทุก 1,000 บาทหรือเศษ ผู้รับจ้างเป็นผู้เสียอากรและขีดฆ่า จากราคา … คำนวณอากรได้ (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก) คู่ฉบับ (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก) ถ้าไม่ปิดอากรครบ สัญญาใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนกว่าจะเสียอากรและเงินเพิ่มตามประมวลรัษฎากร มาตรา 118 และ 113–114เพราะผู้รับจ้างจัดหาวัสดุทั้งหมดเองแล้วส่งมอบเฟอร์นิเจอร์ที่ทำตามขนาด สาระของสัญญาเป็นการซื้อขายตาม ป.พ.พ. มาตรา 453 บัญชีอัตราอากรแสตมป์ไม่มีลักษณะสำหรับสัญญาซื้อขายสังหาริมทรัพย์ จึงไม่ต้องปิดอากร คำว่า "จ้างทำ" ในใบเสนอราคาไม่เปลี่ยนลักษณะนี้ ถ้าต้องการความแน่นอน ให้ตรวจกับสรรพากรพื้นที่ เพราะงานที่มูลค่าส่วนใหญ่อยู่ที่ฝีมือและการติดตั้งอาจถูกมองเป็นจ้างทำของ ค่าปรับรายวันมีขั้นต่ำตามกฎหมาย ไม่ใช่ตัวเลขที่ตกลงกันเองได้เสรี เมื่อผู้ว่าจ้างเป็นผู้บริโภคที่ใช้อาคารอยู่อาศัยเอง ประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา พ.ศ. 2566 ข้อ 3(2.2) บังคับว่าค่าปรับรายวันต้องไม่ต่ำกว่าร้อยละ 0.01 ของราคาค่าจ้างทั้งหมด และเมื่อปรับครบร้อยละ 10 ของค่าจ้าง ผู้บริโภคมีสิทธิบอกเลิกสัญญาได้ · ข้อนี้เป็นพื้นที่คุ้มครองผู้ว่าจ้าง ไม่ใช่เพดานที่คุ้มครองผู้รับจ้าง ค่าปรับที่ต่ำกว่านั้นจึงใช้ยันผู้บริโภคไม่ได้
สัญญาจ้างติดตั้งครัวหรือ Built-in เสียภาษีอะไรบ้าง
ผู้ว่าจ้างที่เป็นบุคคลธรรมดาไม่มีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่าย ถ้าผู้ว่าจ้างเป็นนิติบุคคล ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายค่าจ้างทำของร้อยละ 3 ตามคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 8 เมื่อยอดตามสัญญาตั้งแต่ 1,000 บาทขึ้นไปตามข้อ 12/7การจ่ายค่าสินค้าไม่มีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่าย แต่ถ้าใบแจ้งหนี้แยกค่าติดตั้งเป็นค่าบริการ ส่วนนั้นหักร้อยละ 3 ตามคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 8 ให้ตรวจการแยกบรรทัดในใบแจ้งหนี้ ผู้รับจ้างที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มออกใบกำกับภาษีตามประมวลรัษฎากร มาตรา 78/1 และ 86
ใช้สัญญาจ้างติดตั้งครัวหรือ Built-inตอนไหน
ใช้เมื่อสั่งทำชุดครัว ตู้เสื้อผ้า ผนังทีวี หรือตู้เก็บของตามขนาด · ใช้เมื่อต้องการให้ชัดว่าใครรับผิดถ้าตู้ใส่ไม่พอดีหรือช่องเจาะเตาผิด · ใช้เมื่อจ่ายมัดจำก่อนผลิตและต้องการเงื่อนไขคืนมัดจำที่เป็นธรรม
ทำสัญญาจ้างติดตั้งครัวหรือ Built-inต้องระวังอะไร
ผู้รับจ้างควรเป็นคนวัดหน้างานเอง และการอนุมัติแบบขยายคือจุดสุดท้ายที่เปลี่ยนได้ฟรี · ต้องเลือกให้ตรงว่าใครจัดหาวัสดุ เพราะชี้ว่าเป็นซื้อขายหรือจ้างทำของ ซึ่งอากรและภาษีต่างกัน · การต่อแก๊สเข้ากับเตาต้องทำโดยช่างที่มีความรู้ และต้องระบุว่าใครต่อ · ผู้ว่าจ้างที่เป็นบุคคลธรรมดาไม่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย
กรณีไหนที่ไม่ควรใช้สัญญาจ้างติดตั้งครัวหรือ Built-in
ถ้ารีโนเวตทั้งห้องหลายระบบ ให้ใช้ สัญญาจ้างรีโนเวตบ้านหรือคอนโด · ถ้าซื้อเฟอร์นิเจอร์สำเร็จรูปไม่ต้องทำตามขนาด ให้ใช้ สัญญาซื้อขายสินค้าระหว่างธุรกิจ (SME) หรือสัญญาซื้อขายทั่วไป · ถ้าจ้างนักออกแบบภายในออกแบบก่อน ให้ใช้ สัญญาจ้างออกแบบตกแต่งภายใน คู่กัน
สัญญาจ้างติดตั้งครัวหรือ Built-in ต้องจดทะเบียนหรือทำตามแบบที่กฎหมายกำหนดไหม
สัญญานี้ไม่ต้องจดทะเบียนและงานบิวท์อินโดยทั่วไปไม่ต้องขออนุญาตตามกฎหมายควบคุมอาคาร เว้นแต่ต้องรื้อหรือแก้ผนังรับน้ำหนัก ซึ่งเป็นการดัดแปลงตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 มาตรา 4 ต้องขออนุญาตก่อน ห้องชุดต้องทำตามระเบียบนิติบุคคลตามข้อ 10.2 เมื่อผู้ว่าจ้างเป็นผู้บริโภคที่ติดตั้งในที่อยู่อาศัยของตน งานนี้อยู่ในนิยาม "ต่อเติม" ของประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา พ.ศ. 2566 ซึ่งรวมการปรับปรุงอาคาร (ข้อ 2) ผู้รับจ้างต้องออกหลักฐานการรับเงินตามแบบข้างล่างทุกครั้ง และสัญญานี้ไม่มีข้อ "ไม่ตรวจรับตามกำหนดถือว่ารับแล้ว" ตามแนวของประกาศ พ.ศ. 2559 ข้อ 4(9)ผู้ว่าจ้างเป็นผู้ประกอบธุรกิจ ประกาศ สคบ. ไม่บังคับ ข้อ 8.2 ให้ถือว่ารับงานได้เมื่อไม่ตรวจหลังถูกทวงถาม โดยยังคงสิทธิเรื่องความชำรุดที่มองไม่เห็นตาม ป.พ.พ. มาตรา 601
ลงนามสัญญาจ้างติดตั้งครัวหรือ Built-inต้องมีพยานไหม ทำกี่ฉบับ
ทำสองฉบับข้อความตรงกัน เก็บไว้ฝ่ายละฉบับ ลงชื่อกำกับผังและตัวอย่างวัสดุ ถ่ายภาพผนังและพื้นก่อนติดตั้ง
ทำสัญญาจ้างติดตั้งครัวหรือ Built-inต้องเตรียมเอกสารอะไรแนบท้าย
ผังที่ผู้ว่าจ้างรับรอง และแบบขยายที่อนุมัติ ตัวอย่างวัสดุ สี และอุปกรณ์ที่ลงนามทั้งสองฝ่าย รายการเครื่องใช้และสุขภัณฑ์ พร้อมรุ่นและขนาดช่องเจาะ ระเบียบนิติบุคคลอาคารชุด ถ้ามี แบบหลักฐานการรับเงินตามหัวข้อข้างต้น
กฎหมายที่อ้างถึงในบทความนี้
ถ้อยคำด้านล่างคัดจากตัวบท 16 มาตรา — ใช้อ้างอิงได้ แต่หากต้องใช้ในชั้นศาล ควรตรวจกับราชกิจจานุเบกษาฉบับทางการอีกครั้ง
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 224
หนี้เงินนั้น ให้คิดดอกเบี้ยในระหว่างเวลาผิดนัดในอัตราที่กำหนดตามมาตรา 7 บวกด้วยอัตราเพิ่มร้อยละสองต่อปี ถ้าเจ้าหนี้อาจจะเรียกดอกเบี้ยได้สูงกว่านั้นโดยอาศัยเหตุอย่างอื่นอันชอบด้วยกฎหมาย ก็ให้คงส่งดอกเบี้ยต่อไปตามนั้น
ส่วนที่ 1 การไม่ชำระหนี้
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 453
อันว่าซื้อขายนั้น คือสัญญาซึ่งบุคคลฝ่ายหนึ่ง เรียกว่าผู้ขาย โอนกรรมสิทธิ์แห่งทรัพย์สินให้แก่บุคคลอีกฝ่ายหนึ่ง เรียกว่าผู้ซื้อ และผู้ซื้อตกลงว่าจะใช้ราคาทรัพย์สินนั้นให้แก่ผู้ขาย
ส่วนที่ 1 บทเบ็ดเสร็จทั่วไป
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 472
ในกรณีที่ทรัพย์สินซึ่งขายนั้นชำรุดบกพร่องอย่างหนึ่งอย่างใดอันเป็นเหตุให้เสื่อมราคาหรือเสื่อมความเหมาะสมแก่ประโยชน์อันมุ่งจะใช้เป็นปกติก็ดี ประโยชน์ที่มุ่งหมายโดยสัญญาก็ดี ท่านว่าผู้ขายต้องรับผิด
ส่วนที่ 2 ความรับผิดเพื่อชำรุดบกพร่อง
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 587
อันว่าจ้างทำของนั้น คือสัญญาซึ่งบุคคลคนหนึ่ง เรียกว่าผู้รับจ้าง ตกลงจะทำการงานสิ่งใดสิ่งหนึ่งจนสำเร็จให้แก่บุคคลอีกคนหนึ่ง เรียกว่าผู้ว่าจ้าง และผู้ว่าจ้างตกลงจะให้สินจ้างเพื่อผลสำเร็จแห่งการที่ทำนั้น
ลักษณะ 7 จ้างทำของ
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 591
ถ้าความชำรุดบกพร่องหรือความชักช้าในการที่ทำนั้นเกิดขึ้นเพราะสภาพแห่งสัมภาระซึ่งผู้ว่าจ้างส่งให้ก็ดี เพราะคำสั่งของผู้ว่าจ้างก็ดี ท่านว่าผู้รับจ้างไม่ต้องรับผิด เว้นแต่จะได้รู้อยู่แล้วว่าสัมภาระนั้นไม่เหมาะหรือว่าคำสั่งนั้นไม่ถูกต้องและมิได้บอกกล่าวตักเตือน
ลักษณะ 7 จ้างทำของ
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 600
ถ้ามิได้กำหนดไว้เป็นอย่างอื่นในสัญญาไซร้ ท่านว่าผู้รับจ้างจะต้องรับผิดเพื่อการที่ทำชำรุดบกพร่องเพียงแต่ที่ปรากฏขึ้นภายในปีหนึ่งนับแต่วันส่งมอบ หรือที่ปรากฏขึ้นภายในห้าปี ถ้าการที่ทำนั้นเป็นสิ่งปลูกสร้างกับพื้นดิน นอกจากเรือนโรงทำด้วยเครื่องไม้
ลักษณะ 7 จ้างทำของ
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 601
ท่านห้ามมิให้ฟ้องผู้รับจ้างเมื่อพ้นปีหนึ่งนับแต่วันการชำรุดบกพร่องได้ปรากฏขึ้น
ลักษณะ 7 จ้างทำของ
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 605
ถ้าการที่จ้างยังทำไม่แล้วเสร็จอยู่ตราบใด ผู้ว่าจ้างอาจบอกเลิกสัญญาได้ เมื่อเสียค่าสินไหมทดแทนให้แก่ผู้รับจ้างเพื่อความเสียหายอย่างใด ๆ อันเกิดแต่การเลิกสัญญานั้น
ลักษณะ 7 จ้างทำของ
พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 4
ข้อตกลงในสัญญาระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบธุรกิจการค้า หรือวิชาชีพ หรือในสัญญาสำเร็จรูป หรือในสัญญาขายฝากที่ทำให้ผู้ประกอบธุรกิจการค้า หรือวิชาชีพ หรือผู้กำหนดสัญญาสำเร็จรูป หรือผู้ซื้อฝากได้เปรียบคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งเกินสมควร เป็นข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม และให้มีผลบังคับได้เพียงเท่าที่เป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณีเท่านั้น
พระราชบัญญัติ ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540
พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 7
ในสัญญาที่มีการให้สิ่งใดไว้เป็นมัดจำ หากมีกรณีที่จะต้องริบมัดจำถ้ามัดจำนั้นสูงเกินส่วน ศาลจะลดลงให้ริบได้เพียงเท่าความเสียหายที่แท้จริงก็ได้
พระราชบัญญัติ ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540
พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 8
ข้อตกลง ประกาศ หรือคำแจ้งความที่ได้ทำไว้ล่วงหน้า เพื่อยกเว้นหรือจำกัดความรับผิดเพื่อละเมิดหรือผิดสัญญาในความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย หรืออนามัยของผู้อื่น อันเกิดจากการกระทำโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่อของผู้ตกลง ผู้ประกาศ ผู้แจ้งความ หรือของบุคคลอื่นซึ่งผู้ตกลง ผู้ประกาศ หรือผู้แจ้งความต้องรับผิดด้วย จะนำมาอ้างเป็นข้อยกเว้นหรือจำกัดความรับผิดไม่ได้
พระราชบัญญัติ ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540
พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 มาตรา 4
นิยามคำว่า “ผู้ตรวจสอบ” เพิ่มโดยพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2543
พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 (ฉบับปรับปรุง 2558 ของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา)
ประมวลรัษฎากร มาตรา 78/1
ภายใต้บังคับมาตรา 78/3 ความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มที่เกิดจากการให้บริการ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้ (1) การให้บริการนอกจากที่อยู่ในบังคับตาม (2) (3) หรือ (4) ให้ความรับผิดทั้งหมดเกิดขึ้นเมื่อได้รับชำระราคาค่าบริการ เว้นแต่กรณีที่ได้มีการกระทำดังต่อไปนี้เกิดขึ้นก่อนได้รับชำระราคาค่าบริการ ก็ให้ถือว่าความรับผิดเกิดขึ้นเมื่อได้มีการกระทำนั้น ๆ ด้วย (ก) ได้ออกใบกำกับภาษี หรือ (ข) ได้ใช้บริการไม่ว่าโดยตนเองหรือบุคคลอื่น ทั้งนี้ โดยให้ความรับผิดเกิดขึ้นตามส่วนของการกระทำนั้น ๆ แล้วแต่กรณี (2) การให้บริการตามสัญญาที่กำหนดค่าตอบแทนตามส่วนของบริการที่ทำให้ความรับผิดตามส่วนของบริการเกิดขึ้นเมื่อได้รับชำระราคาค่าบริการตามส่วนของบริการที่สิ้นสุดลง เว้นแต่กรณีที่ได้มีการกระทำดังต่อไปนี้เกิดขึ้นก่อนได้รับชำระราคาค่าบริการตามส่วนของบริการที่สิ้นสุดลงก็ให้ถือว่าความรับผิดเกิดขึ้นเมื่อได้มีการกระทำนั้น ๆ ด้วย (ก) ได้ออกใบกำกับภาษี หรือ (ข) ได้ใช้บริการไม่ว่าโดยตนเองหรือบุคคลอื่น ทั้งนี้ โดยให้ความรับผิดเกิดขึ้นตามส่วนของการกระทำนั้น ๆ แล้วแต่กรณี (3) การให้บริการที่ทำในต่างประเทศและได้มีการใช้บริการนั้นในราชอาณาจักร ให้ความรับผิดทั้งหมดหรือบางส่วนเกิดขึ้นเมื่อได้มีการชำระราคาค่าบริการทั้งหมดหรือบางส่วน แล้วแต่กรณี (4) การให้บริการที่เสียภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละ 0 ตามมาตรา 80/1 (5) และภายหลังได้มีการโอนสิทธิในบริการอันทำให้ผู้รับโอนสิทธิในบริการมีหน้าที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 82/1 (2) ให้ความรับผิดทั้งหมดเกิดขึ้นเมื่อได้รับชำระราคาค่าบริการ เพื่อเป็นการบรรเทาภาระในการยื่นแบบแสดงรายการและการชำระภาษีของผู้ประกอบการจดทะเบียนสำหรับการให้บริการแก่กระทรวง ทบวง กรม หรือราชการส่วนท้องถิ่น ทั้งนี้ เฉพาะการให้บริการตามสัญญาและมีการชำระราคาค่าบริการที่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดโดยกฎกระทรวง ให้อธิบดีโดยอนุมัติรัฐมนตรีมีอำนาจกำหนดความรับผิดตาม (1) และ (2) เกิดขึ้นเป็นอย่างอื่นได้
ประมวลรัษฎากร หมวด 4 ภาษีมูลค่าเพิ่ม (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)
ประมวลรัษฎากร มาตรา 86
ภายใต้บังคับมาตรา 86/1 มาตรา 86/2 และมาตรา 86/8 ให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนจัดทำใบกำกับภาษีและสำเนาใบกำกับภาษีสำหรับการขายสินค้า หรือการให้บริการทุกครั้ง และต้องจัดทำในทันทีที่ความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มเกิดขึ้น พร้อมทั้งให้ส่งมอบใบกำกับภาษีนั้นแก่ผู้ซื้อสินค้าหรือผู้รับบริการ ส่วนสำเนาใบกำกับภาษีให้เก็บรักษาไว้ตามมาตรา 87/3 ผู้ประกอบการที่ได้รับยกเว้นการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มและได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มชั่วคราวตามมาตรา 85/3 จะออกใบกำกับภาษีได้ต่อเมื่อเป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด ใบกำกับภาษีให้ออกเป็นรายสถานประกอบการ ทั้งนี้ เว้นแต่อธิบดีจะกำหนดเป็นอย่างอื่น การออกใบกำกับภาษีโดยตัวแทนในนามของผู้ประกอบการจดทะเบียนให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด
ประมวลรัษฎากร หมวด 4 ภาษีมูลค่าเพิ่ม (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)
ประมวลรัษฎากร มาตรา 113
ตราสารใดมิได้ปิดแสตมป์บริบูรณ์ ผู้มีหน้าที่เสียอากร หรือผู้ทรงตราสารหรือผู้ถือเอาประโยชน์ชอบที่จะยื่นตราสารนั้นต่อพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อขอเสียอากรได้ เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ได้รับตราสารแล้ว ให้อนุมัติให้เสียอากรภายในบังคับแห่งบทบัญญัติต่อไปนี้
บทบัญญัติ (ถ้อยคำตามเว็บกรมสรรพากร)
ประมวลรัษฎากร มาตรา 118
ตราสารใดไม่ปิดแสตมป์บริบูรณ์ จะใช้ต้นฉบับ คู่ฉบับ คู่ฉีก หรือสำเนาตราสารนั้นเป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้ จนกว่าจะได้เสียอากรโดยปิดแสตมป์ครบจำนวนตามอัตราในบัญชีท้ายหมวดนี้ และขีดฆ่าแล้ว แต่ทั้งนี้ ไม่เป็นการเสื่อมสิทธิที่จะเรียกเงินเพิ่มอากรตามมาตรา 113 และมาตรา 114
บทบัญญัติ (ถ้อยคำตามเว็บกรมสรรพากร)