สัญญาค้ำประกันการทำงาน ต้องมีอะไรบ้าง
ญาติหรือคนรู้จักของลูกจ้างรับปากนายจ้างว่าจะชดใช้ความเสียหายถ้าลูกจ้างทุจริตหรือทำเงินและทรัพย์สินของนายจ้างเสียหายร้ายแรง ภายในวงเงินไม่เกิน 60 เท่าของค่าจ้างรายวัน · เรียกคนค้ำได้เฉพาะงานที่ถือเงินหรือทรัพย์สินตามประกาศกระทรวงแรงงาน — พนักงานทั่วไปเรียกไม่ได้ (พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน ม.10)
| ใช้เมื่อ | รับพนักงานเก็บเงิน แคชเชียร์ สมุห์บัญชี หรือพนักงานการเงิน แล้วต้องการคนค้ำ |
|---|---|
| อากรแสตมป์ | สัญญาค้ำประกันต้องติดอากรแสตมป์ ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก ตามบัญชีอัตราอากรแสตมป์ ลักษณะ 17 — ผู้ค้ำประกันเป็นผู้เสียอากรและขีดฆ่า · ฉบับที่สองและสามเป็นคู่ฉบับ ฉบับละ (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก) (ลักษณะ 23) ลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ ต้องชำระอากรเป็นตัวเงินผ่านระบบ e-Stamp แทนการปิดแสตมป์ ไม่ติดอากร ใช้สัญญาเป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนกว่าจะเสียอากรครบพร้อมเงินเพิ่ม (ประมวลรัษฎากร ม.118) |
| ภาษี | การค้ำประกันไม่มีภาษีเงินได้หรือภาษีมูลค่าเพิ่ม |
| มาตราที่อ้าง | ป.พ.พ. ม.680, 681 วรรคสอง, 681/1, 685/1, 686, 688–690, 691, 693, 694, 699, 700 วรรคสอง, 701, 206, 223, 425, 426, 577 · พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน 2541 ม.9, 10 วรรคหนึ่ง–สอง, 14/1, 76(4), 77 · พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล 2562 ม.22, 23, 24(3) · ประมวลรัษฎากร ม.118 บัญชีอัตราอากรแสตมป์ ลักษณะ 17, 23 |
| ค่าใช้แบบฟอร์มบนเว็บนี้ | 149 บาท |
ใช้สัญญาฉบับนี้เมื่อไร
- รับพนักงานเก็บเงิน แคชเชียร์ สมุห์บัญชี หรือพนักงานการเงิน แล้วต้องการคนค้ำ
- รับคนขับรถ พนักงานคลังสินค้า พนักงานร้านทอง หรือพนักงานเร่งรัดหนี้สินที่ถือทรัพย์สินหรือเงินของบริษัท
- ทำสัญญาค้ำฉบับใหม่ให้ถูกกฎหมาย แทนแบบเก่าที่ให้ผู้ค้ำรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วมและค้ำตลอดไป
จุดที่พลาดบ่อยและต้องระวัง
- เรียกคนค้ำได้เฉพาะงานที่ถือเงินหรือทรัพย์สินตามประกาศกระทรวงแรงงาน — พนักงานทั่วไปเรียกไม่ได้ (พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน ม.10)
- วงเงินค้ำรวมหลักประกันอื่นต้องไม่เกิน 60 เท่าของค่าจ้างเฉลี่ยต่อวัน — คูณให้ดีก่อนกรอก เกินแล้วเสี่ยงใช้บังคับไม่ได้ทั้งฉบับ
- ลูกจ้างผิดนัดแล้ว ต้องส่งหนังสือถึงผู้ค้ำภายใน 60 วัน (ป.พ.พ. ม.686)
- ลูกจ้างลาออกหรือถูกเลิกจ้าง ต้องคืนสัญญาค้ำหรือแจ้งรายการความเสียหายที่ค้างภายใน 7 วัน (ม.10 วรรคสอง)
- ผู้ค้ำบอกเลิกสำหรับความเสียหายในอนาคตได้ทุกเมื่อ ห้ามบังคับให้รอหาคนค้ำใหม่ (ม.699)
กรณีที่ไม่ควรใช้ฉบับนี้
- ผู้ค้ำต้องการยกเลิกการค้ำประกันการทำงานที่ทำไว้แล้ว — ใช้ หนังสือแจ้งยกเลิกค้ำประกันการทำงาน
- ค้ำหนี้เงินกู้ ทุนการศึกษา หรือสัญญาอื่นของลูกจ้างที่ไม่ใช่ความเสียหายจากการทำงาน — ใช้ สัญญาค้ำประกัน (บุคคลค้ำประกันหนี้ตามสัญญา)
- ต้องการสัญญาจ้างระหว่างนายจ้างกับลูกจ้างเอง — ใช้ สัญญาว่าจ้างทำงาน (พนักงานประจำ) แล้วใช้ฉบับนี้แนบเฉพาะตำแหน่งที่ถือเงินหรือทรัพย์สิน
- ค้ำผู้รับเหมาหรือผู้ขายที่ไม่ใช่ลูกจ้าง — ใช้ สัญญาค้ำประกันการปฏิบัติตามสัญญา · ค้ำเครดิตการค้า — ใช้ สัญญาค้ำประกันมีวงเงิน
อากรแสตมป์
สัญญาค้ำประกันต้องติดอากรแสตมป์ ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก ตามบัญชีอัตราอากรแสตมป์ ลักษณะ 17 — ผู้ค้ำประกันเป็นผู้เสียอากรและขีดฆ่า · ฉบับที่สองและสามเป็นคู่ฉบับ ฉบับละ (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก) (ลักษณะ 23)
- ลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ ต้องชำระอากรเป็นตัวเงินผ่านระบบ e-Stamp แทนการปิดแสตมป์
- ไม่ติดอากร ใช้สัญญาเป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนกว่าจะเสียอากรครบพร้อมเงินเพิ่ม (ประมวลรัษฎากร ม.118)
กฎหมายแรงงานคุมเรื่องนี้ก่อนกฎหมายค้ำประกัน
พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน ม.10 ห้ามนายจ้างเรียกหรือรับหลักประกันการทำงาน รวมถึงการค้ำประกันด้วยบุคคล เว้นแต่ลักษณะงานที่ลูกจ้างต้องรับผิดชอบการเงินหรือทรัพย์สินของนายจ้าง ตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด — ประกาศกระทรวงแรงงาน เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการเรียกหรือรับหลักประกันการทำงานหรือหลักประกันความเสียหายในการทำงานจากลูกจ้าง พ.ศ. 2551 กำหนดดังนี้
- ลักษณะงานที่เรียกได้ มี 7 กลุ่ม: สมุห์บัญชี · พนักงานเก็บหรือจ่ายเงิน · ควบคุมหรือรับผิดชอบวัตถุมีค่า (เพชร พลอย เงิน ทองคำ ทองคำขาว ไข่มุก) · เฝ้าหรือดูแลสถานที่หรือทรัพย์สินของนายจ้าง · ติดตามหรือเร่งรัดหนี้สิน · ควบคุมหรือรับผิดชอบยานพาหนะ · งานคลังสินค้า ซื้อขาย แลกเปลี่ยน ให้เช่า ให้เช่าซื้อ ให้กู้ยืม รับฝาก รับจำนอง รับจำนำ รับประกันภัย รับโอนหรือจัดส่งเงิน หรือการธนาคาร เฉพาะลูกจ้างที่ควบคุมเงินหรือทรัพย์สินนั้น — งานอื่น เช่น พนักงานทั่วไป แม่บ้าน ช่าง พนักงานขายที่ไม่ได้ถือเงิน เรียกคนค้ำไม่ได้
- ผู้ค้ำรับผิดได้ไม่เกิน 60 เท่าของอัตราค่าจ้างเฉลี่ยต่อวัน ที่ลูกจ้างได้รับ และหลักประกันทุกประเภทรวมกันต้องไม่เกิน 60 เท่าเช่นกัน — ค่าจ้างเฉลี่ยวันละ … ที่กรอกไว้ ให้คูณ 60 แล้วเทียบกับวงเงินในข้อ 2.4 ด้วยตัวเองก่อนพิมพ์ (ลูกจ้างรายเดือน โดยทั่วไปคิดค่าจ้างรายวันจากค่าจ้างรายเดือนหารด้วย 30)
- ต้องทำสัญญาค้ำประกันเป็นหนังสือ 3 ฉบับ นายจ้าง ลูกจ้าง และผู้ค้ำเก็บไว้ฝ่ายละฉบับ — แบบนี้จึงพิมพ์สามฉบับและให้ลูกจ้างลงชื่อรับทราบ
- วงเงินที่เกินเพดานอาจถูกโต้แย้งว่าใช้บังคับไม่ได้ ไม่ใช่แค่ลดลงมาที่เพดาน — ข้อ 2.4 เขียนจำกัดไว้ที่เพดานแล้ว แต่ อย่ากรอกเกิน
- เลิกจ้าง ลาออก หรือสัญญาค้ำสิ้นอายุ นายจ้างต้องคืนหลักประกันภายใน 7 วัน (ม.10 วรรคสอง) — ข้อ 8.2 ใช้กำหนดเดียวกัน ถ้าไม่คืนหลักประกันที่เป็นเงิน นายจ้างเสียดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปี (ม.9)
- จะหักค่าจ้างลูกจ้างชดใช้ความเสียหาย ต้องเป็นความเสียหายจากความจงใจหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง ได้รับความยินยอมเป็นหนังสือ และหักแต่ละงวดไม่เกินร้อยละ 10 ของค่าจ้างงวดนั้นเว้นแต่ลูกจ้างยินยอม ตามเงื่อนไขของ ม.76(4) และ ม.77 — การหักค่าจ้างไม่ได้อยู่ในสัญญานี้
- สัญญาที่ทำให้นายจ้างได้เปรียบลูกจ้างเกินสมควร ศาลแรงงานสั่งให้ใช้บังคับเท่าที่เป็นธรรมได้ (ม.14/1)
กฎหมายค้ำประกันหลังแก้ไข 2557–2558
สัญญาค้ำประกันการทำงานแบบเก่าที่ยังใช้กันอยู่ขัดกฎหมายหลังแก้ไขเกือบทุกข้อ ฉบับนี้แก้แล้วดังนี้:
- ผู้ค้ำบุคคลธรรมดาไม่รับผิดอย่างลูกหนี้ร่วม (ป.พ.พ. ม.681/1) · ต้องระบุวัตถุประสงค์ ลักษณะหนี้ วงเงินสูงสุด (ม.681 วรรคสอง) — ข้อ 2
- นายจ้างต้องบอกผู้ค้ำเป็นหนังสือภายใน 60 วันนับแต่ลูกจ้างผิดนัด (ม.686) · หนี้ละเมิดลูกจ้างผิดนัดตั้งแต่วันทำละเมิด (ม.206) นายจ้างจึงควรส่งหนังสือทันทีที่ตรวจพบและให้ลูกจ้างชี้แจงแล้ว — ส่งช้า เสียเฉพาะดอกเบี้ยและค่าเสียหายที่เกิดหลังพ้น 60 วัน ไม่ใช่เสียต้นเงิน
- ยินยอมให้ผ่อนเวลาล่วงหน้าใช้ไม่ได้ (ม.700 วรรคสอง) · ตกลงให้ลูกจ้างผ่อนชำระหรือลดยอด ต้องแจ้งผู้ค้ำภายใน 60 วัน (ม.691)
- ค้ำตลอดเวลาที่ลูกจ้างทำงาน = ผู้ค้ำบอกเลิกสำหรับอนาคตได้ทุกเมื่อ ไม่ต้องรอหาคนค้ำใหม่ (ม.699) ข้อห้ามบอกเลิกเป็นโมฆะ (ม.685/1) — ใช้หนังสือแจ้งยกเลิกค้ำประกันการทำงานได้
- ค้ำเฉพาะนายจ้างรายนี้ ไม่รวมบริษัทในเครือ (ข้อ 6) · นายจ้างจะโอนสิทธิของตนให้ผู้อื่นต้องได้รับความยินยอมของลูกจ้าง (ม.577)
ภาษี
การค้ำประกันไม่มีภาษีเงินได้หรือภาษีมูลค่าเพิ่ม
เอกสารแนบท้าย
- สำเนาบัตรประชาชนผู้ค้ำ (ขีดคร่อมและเขียนว่าใช้เพื่อสัญญาค้ำประกันการทำงานเท่านั้น) · สำเนาทะเบียนสมรสถ้าคู่สมรสลงชื่อ
- นายจ้างนิติบุคคล: หนังสือรับรองนิติบุคคล · หนังสือมอบอำนาจถ้าผู้ลงนามไม่ใช่กรรมการ
- ไม่จำเป็นต้องเก็บสำเนาทะเบียนบ้าน สลิปเงินเดือน หรือเอกสารการเงินของผู้ค้ำ ถ้าไม่จำเป็นจริง — เก็บข้อมูลเท่าที่จำเป็น (พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ม.22 ม.24(3)) และแจ้งผู้ค้ำว่าเก็บข้อมูลอะไรไปใช้ทำอะไร (ม.23)
วันลงนาม
- ทำ 3 ฉบับ ผู้ค้ำ นายจ้าง และลูกจ้างลงชื่อ เก็บฝ่ายละฉบับ · พยานไม่บังคับ
- ผู้ค้ำควรรู้ตำแหน่งงานและค่าจ้างของลูกจ้างก่อนลงชื่อ และเก็บสัญญาฉบับของตนไว้จนได้รับหนังสือพ้นความรับผิด
ผู้เขียนและผู้ตรวจทาน
เขียนและตรวจทานโดย ภูวรา ครอบตะคุ ทนายความ (ใบอนุญาต 477/2558) · เนติบัณฑิตไทย · น.ม. กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาและสารสนเทศ — การเลือกประเด็น การจัดหมวด และคำอธิบายในบทความนี้เป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ของผู้เขียน ส่วนตัวบทกฎหมายที่ยกมาไม่มีลิขสิทธิ์และตรวจกับราชกิจจานุเบกษาได้เสมอ · ทะเบียนบทความ OKC-42578F · หากนำไปใช้ต่อ โปรดระบุชื่อผู้เขียนและลิงก์ต้นฉบับ
คำถามที่พบบ่อย
สัญญาค้ำประกันการทำงาน ต้องติดอากรแสตมป์ไหม
สัญญาค้ำประกันต้องติดอากรแสตมป์ ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก ตามบัญชีอัตราอากรแสตมป์ ลักษณะ 17 — ผู้ค้ำประกันเป็นผู้เสียอากรและขีดฆ่า · ฉบับที่สองและสามเป็นคู่ฉบับ ฉบับละ (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก) (ลักษณะ 23) ลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ ต้องชำระอากรเป็นตัวเงินผ่านระบบ e-Stamp แทนการปิดแสตมป์ ไม่ติดอากร ใช้สัญญาเป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนกว่าจะเสียอากรครบพร้อมเงินเพิ่ม (ประมวลรัษฎากร ม.118)
สัญญาค้ำประกันการทำงาน เสียภาษีอะไรบ้าง
การค้ำประกันไม่มีภาษีเงินได้หรือภาษีมูลค่าเพิ่ม
ใช้สัญญาค้ำประกันการทำงานตอนไหน
รับพนักงานเก็บเงิน แคชเชียร์ สมุห์บัญชี หรือพนักงานการเงิน แล้วต้องการคนค้ำ · รับคนขับรถ พนักงานคลังสินค้า พนักงานร้านทอง หรือพนักงานเร่งรัดหนี้สินที่ถือทรัพย์สินหรือเงินของบริษัท · ทำสัญญาค้ำฉบับใหม่ให้ถูกกฎหมาย แทนแบบเก่าที่ให้ผู้ค้ำรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วมและค้ำตลอดไป
ทำสัญญาค้ำประกันการทำงานต้องระวังอะไร
เรียกคนค้ำได้เฉพาะงานที่ถือเงินหรือทรัพย์สินตามประกาศกระทรวงแรงงาน — พนักงานทั่วไปเรียกไม่ได้ (พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน ม.10) · วงเงินค้ำรวมหลักประกันอื่นต้องไม่เกิน 60 เท่าของค่าจ้างเฉลี่ยต่อวัน — คูณให้ดีก่อนกรอก เกินแล้วเสี่ยงใช้บังคับไม่ได้ทั้งฉบับ · ลูกจ้างผิดนัดแล้ว ต้องส่งหนังสือถึงผู้ค้ำภายใน 60 วัน (ป.พ.พ. ม.686) · ลูกจ้างลาออกหรือถูกเลิกจ้าง ต้องคืนสัญญาค้ำหรือแจ้งรายการความเสียหายที่ค้างภายใน 7 วัน (ม.10 วรรคสอง) · ผู้ค้ำบอกเลิกสำหรับความเสียหายในอนาคตได้ทุกเมื่อ ห้ามบังคับให้รอหาคนค้ำใหม่ (ม.699)
กรณีไหนที่ไม่ควรใช้สัญญาค้ำประกันการทำงาน
ผู้ค้ำต้องการยกเลิกการค้ำประกันการทำงานที่ทำไว้แล้ว — ใช้ หนังสือแจ้งยกเลิกค้ำประกันการทำงาน · ค้ำหนี้เงินกู้ ทุนการศึกษา หรือสัญญาอื่นของลูกจ้างที่ไม่ใช่ความเสียหายจากการทำงาน — ใช้ สัญญาค้ำประกัน (บุคคลค้ำประกันหนี้ตามสัญญา) · ต้องการสัญญาจ้างระหว่างนายจ้างกับลูกจ้างเอง — ใช้ สัญญาว่าจ้างทำงาน (พนักงานประจำ) แล้วใช้ฉบับนี้แนบเฉพาะตำแหน่งที่ถือเงินหรือทรัพย์สิน · ค้ำผู้รับเหมาหรือผู้ขายที่ไม่ใช่ลูกจ้าง — ใช้ สัญญาค้ำประกันการปฏิบัติตามสัญญา · ค้ำเครดิตการค้า — ใช้ สัญญาค้ำประกันมีวงเงิน
ลงนามสัญญาค้ำประกันการทำงานต้องมีพยานไหม ทำกี่ฉบับ
ทำ 3 ฉบับ ผู้ค้ำ นายจ้าง และลูกจ้างลงชื่อ เก็บฝ่ายละฉบับ · พยานไม่บังคับ ผู้ค้ำควรรู้ตำแหน่งงานและค่าจ้างของลูกจ้างก่อนลงชื่อ และเก็บสัญญาฉบับของตนไว้จนได้รับหนังสือพ้นความรับผิด
ทำสัญญาค้ำประกันการทำงานต้องเตรียมเอกสารอะไรแนบท้าย
สำเนาบัตรประชาชนผู้ค้ำ (ขีดคร่อมและเขียนว่าใช้เพื่อสัญญาค้ำประกันการทำงานเท่านั้น) · สำเนาทะเบียนสมรสถ้าคู่สมรสลงชื่อ นายจ้างนิติบุคคล: หนังสือรับรองนิติบุคคล · หนังสือมอบอำนาจถ้าผู้ลงนามไม่ใช่กรรมการ ไม่จำเป็นต้องเก็บสำเนาทะเบียนบ้าน สลิปเงินเดือน หรือเอกสารการเงินของผู้ค้ำ ถ้าไม่จำเป็นจริง — เก็บข้อมูลเท่าที่จำเป็น (พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ม.22 ม.24(3)) และแจ้งผู้ค้ำว่าเก็บข้อมูลอะไรไปใช้ทำอะไร (ม.23)
กฎหมายที่อ้างถึงในบทความนี้
ถ้อยคำด้านล่างคัดจากตัวบท 18 มาตรา — ใช้อ้างอิงได้ แต่หากต้องใช้ในชั้นศาล ควรตรวจกับราชกิจจานุเบกษาฉบับทางการอีกครั้ง
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 680
อันว่าค้ำประกันนั้น คือสัญญาซึ่งบุคคลภายนอกคนหนึ่ง เรียกว่า ผู้ค้ำประกัน ผูกพันตนต่อเจ้าหนี้คนหนึ่ง เพื่อชำระหนี้ในเมื่อลูกหนี้ไม่ชำระหนี้นั้น
หมวด 1 บทเบ็ดเสร็จทั่วไป
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 681
อันค้ำประกันนั้นจะมีได้แต่เฉพาะเพื่อหนี้อันสมบูรณ์
หมวด 1 บทเบ็ดเสร็จทั่วไป
พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 9
ในกรณีที่นายจ้างไม่คืนหลักประกันที่เป็นเงินตามมาตรา 10 วรรคสอง ไม่จ่ายเงินกรณีนายจ้างบอกเลิกสัญญาจ้างโดยไม่บอกกล่าวล่วงหน้าตามมาตรา 17/1 หรือไม่จ่ายค่าจ้าง ค่าล่วงเวลา ค่าทำงานในวันหยุด ค่าล่วงเวลาในวันหยุด และเงินที่นายจ้างมีหน้าที่ต้องจ่ายตามพระราชบัญญัตินี้ภายในเวลาที่กำหนดตามมาตรา 70 หรือไม่จ่ายเงินกรณีนายจ้างหยุดกิจการตามมาตรา 75 หรือค่าชดเชยตามมาตรา 118 ค่าชดเชยพิเศษแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าหรือค่าชดเชยพิเศษตามมาตรา 120 มาตรา 120/1 มาตรา 121 และมาตรา 122 ให้นายจ้างเสียดอกเบี้ยให้แก่ลูกจ้างในระหว่างเวลาผิดนัดร้อยละสิบห้าต่อปี
หมวด 1 บททั่วไป
พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 10
ภายใต้บังคับมาตรา 51 วรรคหนึ่ง ห้ามมิให้นายจ้างเรียกหรือรับหลักประกันการทำงานหรือหลักประกันความเสียหายในการทำงาน ไม่ว่าจะเป็นเงิน ทรัพย์สินอื่น หรือการค้ำประกันด้วยบุคคลจากลูกจ้าง เว้นแต่ลักษณะหรือสภาพของงานที่ทำนั้นลูกจ้างต้องรับผิดชอบเกี่ยวกับการเงินหรือทรัพย์สินของนายจ้าง ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่นายจ้างได้ ทั้งนี้ ลักษณะหรือสภาพของงานที่ให้เรียกหรือรับหลักประกันจากลูกจ้าง ตลอดจนประเภทของหลักประกัน จำนวนมูลค่าของหลักประกัน และวิธีการเก็บรักษา ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด
หมวด 1 บททั่วไป
พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 22
การเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล ให้เก็บรวบรวมได้เท่าที่จำเป็นภายใต้ วัตถุประสงค์อันชอบด้วยกฎหมายของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล
พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)
พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 23
ในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลจะต้องแจ้ง ให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทราบก่อนหรือในขณะเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลถึงรายละเอียด ดังต่อไปนี้ เว้นแต่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้ทราบถึงรายละเอียดนั้นอยู่แล้ว (1) วัตถุประสงค์ของการเก็บรวบรวมเพื่อการนำข้อมูลส่วนบุคคลไปใช้หรือเปิดเผยซึ่งรวมถึง วัตถุประสงค์ตามที่มาตรา 24 ให้อำนาจในการเก็บรวบรวมได้โดยไม่ได้รับความยินยอมจากเจ้าของ ข้อมูลส่วนบุคคล (2) แจ้งให้ทราบถึงกรณีที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลต้องให้ข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อปฏิบัติ ตามกฎหมายหรือสัญญาหรือมีความจำเป็นต้องให้ข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อเข้าทำสัญญา รวมทั้งแจ้งถึง ผลกระทบที่เป็นไปได้จากการไม่ให้ข้อมูลส่วนบุคคล (3) ข้อมูลส่วนบุคคลที่จะมีการเก็บรวบรวมและระยะเวลาในการเก็บรวบรวมไว้ ทั้งนี้ ในกรณี ที่ไม่สามารถกำหนดระยะเวลาดังกล่าวได้ชัดเจน ให้กำหนดระยะเวลาที่อาจคาดหมายได้ตามมาตรฐาน ของการเก็บรวบรวม (4) ประเภทของบุคคลหรือหน่วยงานซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลที่เก็บรวบรวมอาจจะถูกเปิดเผย (5) ข้อมูลเกี่ยวกับผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล สถานที่ติดต่อ และวิธีการติดต่อในกรณี ที่มีตัวแทนหรือเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ให้แจ้งข้อมูล สถานที่ติดต่อ และวิธีการติดต่อของ ตัวแทนหรือเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลด้วย (6) สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลตามมาตรา 19 วรรคห้า มาตรา 30 วรรคหนึ่ง
พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)
พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 24
ห้ามมิให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลทำการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล โดยไม่ได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล เว้นแต่ (1) เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่เกี่ยวกับการจัดทำเอกสารประวัติศาสตร์หรือจดหมายเหตุ เพื่อประโยชน์สาธารณะ หรือที่เกี่ยวกับการศึกษาวิจัยหรือสถิติซึ่งได้จัดให้มีมาตรการปกป้องที่เหมาะสม เพื่อคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ทั้งนี้ ตามที่คณะกรรมการประกาศกำหนด (2) เพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของบุคคล (3) เป็นการจำเป็นเพื่อการปฏิบัติตามสัญญาซึ่งเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเป็นคู่สัญญาหรือ เพื่อใช้ในการดำเนินการตามคำขอของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเข้าทำสัญญานั้น (4) เป็นการจำเป็นเพื่อการปฏิบัติหน้าที่ในการดำเนินภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะของผู้ควบคุม ข้อมูลส่วนบุคคล หรือปฏิบัติหน้าที่ในการใช้อำนาจรัฐที่ได้มอบให้แก่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล (5) เป็นการจำเป็นเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล หรือของบุคคลหรือนิติบุคคลอื่นที่ไม่ใช่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล เว้นแต่ประโยชน์ดังกล่าวมีความสำคัญ น้อยกว่าสิทธิขั้นพื้นฐานในข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล (6) เป็นการปฏิบัติตามกฎหมายของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล
พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)
ประมวลรัษฎากร มาตรา 118
ตราสารใดไม่ปิดแสตมป์บริบูรณ์ จะใช้ต้นฉบับ คู่ฉบับ คู่ฉีก หรือสำเนาตราสารนั้นเป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้ จนกว่าจะได้เสียอากรโดยปิดแสตมป์ครบจำนวนตามอัตราในบัญชีท้ายหมวดนี้ และขีดฆ่าแล้ว แต่ทั้งนี้ ไม่เป็นการเสื่อมสิทธิที่จะเรียกเงินเพิ่มอากรตามมาตรา 113 และมาตรา 114
บทบัญญัติ (ถ้อยคำตามเว็บกรมสรรพากร)
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 10
เมื่อความข้อใดข้อหนึ่งในเอกสารอาจตีความได้สองนัย นัยไหนจะทำให้เป็นผลบังคับได้ ให้ถือเอาตามนัยนั้นดีกว่าที่จะถือเอานัยที่ไร้ผล
ลักษณะ 1 บทเบ็ดเสร็จทั่วไป
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 9
เมื่อมีกิจการอันใดซึ่งกฎหมายบังคับให้ทำเป็นหนังสือ บุคคลผู้จะต้องทำหนังสือไม่จำเป็นต้องเขียนเอง แต่หนังสือนั้นต้องลงลายมือชื่อของบุคคลนั้น
ลักษณะ 1 บทเบ็ดเสร็จทั่วไป
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 681/1
ข้อตกลงใดที่กำหนดให้ผู้ค้ำประกันต้องรับผิดอย่างเดียวกับลูกหนี้ร่วมหรือในฐานะเป็นลูกหนี้ร่วม ข้อตกลงนั้นเป็นโมฆะ
หมวด 1 บทเบ็ดเสร็จทั่วไป
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 686
เมื่อลูกหนี้ผิดนัด ให้เจ้าหนี้มีหนังสือบอกกล่าวไปยังผู้ค้ำประกันภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ลูกหนี้ผิดนัด และไม่ว่ากรณีจะเป็นประการใดเจ้าหนี้จะเรียกให้ผู้ค้ำประกันชำระหนี้ก่อนที่หนังสือบอกกล่าวจะไปถึงผู้ค้ำประกันมิได้ แต่ไม่ตัดสิทธิผู้ค้ำประกันที่จะชำระหนี้เมื่อหนี้ถึงกำหนดชำระ
หมวด 2 ผลก่อนชำระหนี้
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 206
ในกรณีหนี้อันเกิดแต่มูลละเมิด ลูกหนี้ได้ชื่อว่าผิดนัดมาแต่เวลาที่ทำละเมิด
ส่วนที่ 1 การไม่ชำระหนี้
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 700
ถ้าค้ำประกันหนี้อันจะต้องชำระ ณ เวลามีกำหนดแน่นอนและเจ้าหนี้ยอมผ่อนเวลาให้แก่ลูกหนี้ ผู้ค้ำประกันย่อมหลุดพ้นจากความรับผิด เว้นแต่ผู้ค้ำประกันจะได้ตกลงด้วยในการผ่อนเวลานั้น
หมวด 4 ความระงับสิ้นไปแห่งการค้ำประกัน
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 691
ในกรณีที่เจ้าหนี้ตกลงกับลูกหนี้ อันมีผลเป็นการลดจำนวนหนี้ที่มีการค้ำประกันรวมทั้งดอกเบี้ย ค่าสินไหมทดแทน หรือค่าภาระติดพันอันเป็นอุปกรณ์แห่งหนี้รายนั้น ให้เจ้าหนี้มีหนังสือแจ้งให้ผู้ค้ำประกันทราบถึงข้อตกลงดังกล่าวภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ตกลงกันนั้น ถ้าลูกหนี้ได้ชำระหนี้ตามที่ได้ลดแล้วก็ดี ลูกหนี้ชำระหนี้ตามที่ได้ลดไม่ครบถ้วนแต่ผู้ค้ำประกันได้ชำระหนี้ส่วนที่เหลือนั้นแล้วก็ดี หรือลูกหนี้ไม่ชำระหนี้ตามที่ได้ลดแต่ผู้ค้ำประกันได้ชำระหนี้ตามที่ได้ลดนั้นแล้วก็ดี ให้ผู้ค้ำประกันเป็นอันหลุดพ้นจากการค้ำประกัน ในการชำระหนี้ของผู้ค้ำประกันดังกล่าว ผู้ค้ำประกันมีสิทธิชำระหนี้ได้แม้จะล่วงเลยกำหนดเวลาชำระหนี้ตามที่ได้ลดแต่ต้องไม่เกินหกสิบวันนับแต่วันที่ครบกำหนดเวลาชำระหนี้ดังกล่าว ในกรณีที่เจ้าหนี้มีหนังสือแจ้งให้ผู้ค้ำประกันทราบถึงข้อตกลงดังกล่าวเมื่อล่วงเลยกำหนดเวลาชำระหนี้ตามที่ได้ลดแล้ว ให้ผู้ค้ำประกันมีสิทธิชำระหนี้ได้ภายในหกสิบวันนับแต่วันที่เจ้าหนี้มีหนังสือแจ้งให้ผู้ค้ำประกันทราบถึงข้อตกลงนั้น ทั้งนี้ ข้อตกลงที่ทำขึ้นภายหลังที่ลูกหนี้ผิดนัดชำระหนี้แล้ว หากในข้อตกลงนั้นมีการขยายเวลาชำระหนี้ให้แก่ลูกหนี้ มิให้ถือว่าเป็นการผ่อนเวลาตามมาตรา 700
หมวด 2 ผลก่อนชำระหนี้
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 699
การค้ำประกันเพื่อกิจการเนื่องกันไปหลายคราวไม่มีจำกัดเวลาเป็นคุณแก่เจ้าหนี้นั้น ท่านว่าผู้ค้ำประกันอาจเลิกเสียเพื่อคราวอันเป็นอนาคตได้ โดยบอกกล่าวความประสงค์นั้นแก่เจ้าหนี้
หมวด 4 ความระงับสิ้นไปแห่งการค้ำประกัน
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 685/1
บรรดาข้อตกลงเกี่ยวกับการค้ำประกันที่แตกต่างไปจากมาตรา 681 วรรคหนึ่ง วรรคสอง และวรรคสาม มาตรา 686 มาตรา 694 มาตรา 698 และมาตรา 699 เป็นโมฆะ
หมวด 1 บทเบ็ดเสร็จทั่วไป
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 577
นายจ้างจะโอนสิทธิของตนให้แก่บุคคลภายนอกก็ได้เมื่อลูกจ้างยินยอมพร้อมใจด้วย
ลักษณะ 6 จ้างแรงงาน