หนังสือให้ความยินยอมของผู้แทนโดยชอบธรรม ต้องมีอะไรบ้าง
หนังสือที่บิดามารดาหรือผู้ปกครองให้ความยินยอมให้ผู้เยาว์ทำสัญญาหรือนิติกรรมเรื่องใดเรื่องหนึ่งกับคู่กรณีที่ระบุ · ผู้เยาว์ทำนิติกรรมโดยไม่ได้รับความยินยอมเป็นโมฆียะตาม ม.21 คู่กรณีควรได้หนังสือนี้ก่อนเริ่มงาน
| ใช้เมื่อ | ใช้เมื่อผู้เยาว์จะทำงานพิเศษ ฝึกงาน หรือเป็นลูกจ้าง แล้วนายจ้างขอหนังสือยินยอมจากผู้ปกครอง |
|---|---|
| อากรแสตมป์ | หนังสือให้ความยินยอมของผู้แทนโดยชอบธรรมไม่มีลักษณะแห่งตราสารในบัญชีอัตราอากรแสตมป์ท้ายประมวลรัษฎากร จึงไม่ต้องปิดอากร ถ้าผู้แทนโดยชอบธรรมจะให้บุคคลอื่นไปทำการแทนผู้เยาว์ เอกสารนั้นเป็นใบมอบอำนาจตามบัญชีอัตราอากรแสตมป์ลักษณะ 7 ต้องทำแยกและปิดอากรตามอัตรา |
| มาตราที่อ้าง | ป.พ.พ. ม.19, 21, 22–24, 27; พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ม.19, 20; ประมวลรัษฎากร บัญชีอัตราอากรแสตมป์ลักษณะ 7 |
| ค่าใช้แบบฟอร์มบนเว็บนี้ | 149 บาท |
ใช้สัญญาฉบับนี้เมื่อไร
- ใช้เมื่อผู้เยาว์จะทำงานพิเศษ ฝึกงาน หรือเป็นลูกจ้าง แล้วนายจ้างขอหนังสือยินยอมจากผู้ปกครอง
- ใช้เมื่อผู้เยาว์รับงานถ่ายแบบ แสดง รีวิว ผลิตคลิป หรือเซ็นสัญญานักกีฬากับต้นสังกัด
- ใช้เมื่อผู้เยาว์ทำสัญญาทุนการศึกษา สัญญาเรียน หรือค่ายฝึกอบรม
- ใช้เมื่อผู้เยาว์จะเริ่มค้าขายหรือเปิดร้านออนไลน์ของตัวเอง
จุดที่พลาดบ่อยและต้องระวัง
- ผู้เยาว์ทำนิติกรรมโดยไม่ได้รับความยินยอมเป็นโมฆียะตาม ม.21 คู่กรณีควรได้หนังสือนี้ก่อนเริ่มงาน
- ขายหรือจำนองที่ดินของผู้เยาว์ ให้กู้เงินของผู้เยาว์ หรือประนีประนอมยอมความแทนผู้เยาว์ ต้องขออนุญาตศาล หนังสือนี้ใช้แทนไม่ได้
- บิดาและมารดาที่ใช้อำนาจปกครองร่วมกันควรลงนามทั้งคู่ ถ้าลงคนเดียวต้องแนบหลักฐาน เช่น ใบมรณบัตร บันทึกการหย่า หรือคำสั่งศาล
- จ้างผู้เยาว์ทำงานต้องปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองแรงงานเรื่องแรงงานเด็ก ความยินยอมของผู้ปกครองไม่ทำให้การจ้างที่กฎหมายห้ามชอบด้วยกฎหมาย
กรณีที่ไม่ควรใช้ฉบับนี้
- ถ้าคู่สมรสยินยอมให้อีกฝ่ายขายหรือจำนองสินสมรส ให้ใช้ หนังสือให้ความยินยอมของคู่สมรส
- ถ้าผู้ปกครองจะให้คนอื่นไปทำธุระแทน (ไม่ใช่ยินยอมให้ผู้เยาว์ทำเอง) ให้ใช้ หนังสือมอบอำนาจ (ทั่วไป)
- หนังสือนี้เป็นเพียงความยินยอม ตัวสัญญาจ้างให้ใช้ สัญญาว่าจ้างทำงาน (พนักงานประจำ) หรือ สัญญาฝึกงานแบบมีค่าตอบแทน แนบคู่กัน
อากรแสตมป์
หนังสือให้ความยินยอมของผู้แทนโดยชอบธรรมไม่มีลักษณะแห่งตราสารในบัญชีอัตราอากรแสตมป์ท้ายประมวลรัษฎากร จึงไม่ต้องปิดอากร ถ้าผู้แทนโดยชอบธรรมจะให้บุคคลอื่นไปทำการแทนผู้เยาว์ เอกสารนั้นเป็นใบมอบอำนาจตามบัญชีอัตราอากรแสตมป์ลักษณะ 7 ต้องทำแยกและปิดอากรตามอัตรา
ทำไมต้องมีหนังสือนี้
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 19 กำหนดให้บุคคลบรรลุนิติภาวะเมื่ออายุยี่สิบปีบริบูรณ์ และมาตรา 21 กำหนดว่าผู้เยาว์จะทำนิติกรรมใดต้องได้รับความยินยอมของผู้แทนโดยชอบธรรมก่อน มิฉะนั้นนิติกรรมนั้นเป็นโมฆียะ คือบอกล้างได้ภายหลัง คู่กรณีที่ทำสัญญากับผู้เยาว์ (นายจ้าง สถานศึกษา แบรนด์ ต้นสังกัด) จึงควรเก็บหนังสือนี้ไว้ก่อนเริ่มงาน
การที่ผู้เยาว์ได้สิทธิโดยไม่มีภาระ การที่ต้องทำเองเฉพาะตัว และการที่สมแก่ฐานานุรูปและจำเป็นในการดำรงชีพ ผู้เยาว์ทำเองได้ (มาตรา 22–24) ไม่ต้องใช้หนังสือนี้
เรื่องที่หนังสือนี้ใช้แทนไม่ได้ — ต้องขออนุญาตศาล
ถ้าจะขาย ขายฝาก หรือจำนองที่ดิน บ้าน หรือห้องชุดที่เป็นของผู้เยาว์ นำเงินของผู้เยาว์ไปให้กู้ ประนีประนอมยอมความแทนผู้เยาว์ หรือให้ผู้เยาว์ค้ำประกันหนี้ ผู้ใช้อำนาจปกครองต้องยื่นคำร้องขออนุญาตต่อศาลก่อน สำนักงานที่ดินจะไม่รับจดทะเบียนโดยอาศัยหนังสือยินยอมฉบับนี้ ข้อ 3.1 เขียนเตือนไว้แล้ว ให้ปรึกษาทนายความหรือสำนักงานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชนของสำนักงานอัยการ
ผู้เยาว์ทำงานหรือรับงาน
- กฎหมายคุ้มครองแรงงานห้ามจ้างเด็กที่อายุต่ำกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำ และกำหนดเวลาทำงาน งานที่ห้าม และหน้าที่แจ้งพนักงานตรวจแรงงานสำหรับลูกจ้างเด็ก ให้ตรวจเกณฑ์ปัจจุบันกับกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานก่อนเริ่มงาน การฝ่าฝืนเป็นความผิดของนายจ้าง ความยินยอมของผู้ปกครองไม่ได้ทำให้พ้นผิด
- เมื่อได้รับความยินยอมให้ทำงานเป็นลูกจ้าง ผู้เยาว์มีฐานะเสมือนผู้บรรลุนิติภาวะในเรื่องการจ้างนั้น (มาตรา 27) เช่น รับค่าจ้างและทำข้อตกลงเกี่ยวกับงานได้เอง ถ้างานนั้นทำให้ผู้เยาว์เสียหายถึงขนาด ผู้แทนโดยชอบธรรมบอกเลิกความยินยอมได้ตามข้อ 4.2
- งานถ่ายแบบ แสดง หรือผลิตเนื้อหาออนไลน์ ให้ระบุในข้อ 2.1 ว่าจะเผยแพร่ภาพหรือเสียงของผู้เยาว์ที่ใด นานเท่าไร เพราะข้อ 5.2 จำกัดการใช้ข้อมูลไว้เท่าที่ระบุ
ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้เยาว์
ถ้าคู่กรณีต้องขอความยินยอมเก็บหรือใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้เยาว์ พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 20 กำหนดให้ต้องได้รับความยินยอมจากผู้ใช้อำนาจปกครองด้วย และถ้าผู้เยาว์อายุไม่เกินสิบปี ต้องขอจากผู้ใช้อำนาจปกครอง ติ๊กข้อ 5.2 เมื่อต้องการให้หนังสือนี้ใช้เป็นความยินยอมนั้นด้วย ความยินยอมถอนได้ตามมาตรา 19
เอกสารแนบท้าย
- สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้แทนโดยชอบธรรมทุกคนและของผู้เยาว์
- สำเนาสูติบัตรของผู้เยาว์ และสำเนาทะเบียนบ้าน
- ถ้าผู้แทนโดยชอบธรรมลงนามคนเดียว: สำเนาใบมรณบัตรของบิดาหรือมารดาอีกฝ่าย บันทึกการหย่าที่ระบุผู้ใช้อำนาจปกครอง หรือคำสั่งศาล แล้วแต่กรณี
- ถ้าเป็นผู้ปกครองซึ่งศาลตั้ง หรือผู้รับบุตรบุญธรรม: สำเนาคำสั่งศาลหรือทะเบียนการรับบุตรบุญธรรม
- สำเนาสัญญาหรือเอกสารที่ผู้เยาว์จะลงนาม
วันลงนาม
บิดาและมารดาที่ใช้อำนาจปกครองร่วมกันควรลงนามทั้งสองคน คู่กรณีหลายรายไม่รับหนังสือที่ลงนามคนเดียวโดยไม่มีหลักฐานว่าอีกฝ่ายไม่มีอำนาจ ลงชื่อต่อหน้าพยานสองคน ให้ผู้เยาว์ลงชื่อรับทราบ แล้วมอบต้นฉบับให้คู่กรณีและเก็บสำเนาไว้
ผู้เขียนและผู้ตรวจทาน
เขียนและตรวจทานโดย ภูวรา ครอบตะคุ ทนายความ (ใบอนุญาต 477/2558) · เนติบัณฑิตไทย · น.ม. กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาและสารสนเทศ — การเลือกประเด็น การจัดหมวด และคำอธิบายในบทความนี้เป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ของผู้เขียน ส่วนตัวบทกฎหมายที่ยกมาไม่มีลิขสิทธิ์และตรวจกับราชกิจจานุเบกษาได้เสมอ · ทะเบียนบทความ OKC-5EC833 · หากนำไปใช้ต่อ โปรดระบุชื่อผู้เขียนและลิงก์ต้นฉบับ
คำถามที่พบบ่อย
หนังสือให้ความยินยอมของผู้แทนโดยชอบธรรม ต้องติดอากรแสตมป์ไหม
หนังสือให้ความยินยอมของผู้แทนโดยชอบธรรมไม่มีลักษณะแห่งตราสารในบัญชีอัตราอากรแสตมป์ท้ายประมวลรัษฎากร จึงไม่ต้องปิดอากร ถ้าผู้แทนโดยชอบธรรมจะให้บุคคลอื่นไปทำการแทนผู้เยาว์ เอกสารนั้นเป็นใบมอบอำนาจตามบัญชีอัตราอากรแสตมป์ลักษณะ 7 ต้องทำแยกและปิดอากรตามอัตรา
ใช้หนังสือให้ความยินยอมของผู้แทนโดยชอบธรรมตอนไหน
ใช้เมื่อผู้เยาว์จะทำงานพิเศษ ฝึกงาน หรือเป็นลูกจ้าง แล้วนายจ้างขอหนังสือยินยอมจากผู้ปกครอง · ใช้เมื่อผู้เยาว์รับงานถ่ายแบบ แสดง รีวิว ผลิตคลิป หรือเซ็นสัญญานักกีฬากับต้นสังกัด · ใช้เมื่อผู้เยาว์ทำสัญญาทุนการศึกษา สัญญาเรียน หรือค่ายฝึกอบรม · ใช้เมื่อผู้เยาว์จะเริ่มค้าขายหรือเปิดร้านออนไลน์ของตัวเอง
ทำหนังสือให้ความยินยอมของผู้แทนโดยชอบธรรมต้องระวังอะไร
ผู้เยาว์ทำนิติกรรมโดยไม่ได้รับความยินยอมเป็นโมฆียะตาม ม.21 คู่กรณีควรได้หนังสือนี้ก่อนเริ่มงาน · ขายหรือจำนองที่ดินของผู้เยาว์ ให้กู้เงินของผู้เยาว์ หรือประนีประนอมยอมความแทนผู้เยาว์ ต้องขออนุญาตศาล หนังสือนี้ใช้แทนไม่ได้ · บิดาและมารดาที่ใช้อำนาจปกครองร่วมกันควรลงนามทั้งคู่ ถ้าลงคนเดียวต้องแนบหลักฐาน เช่น ใบมรณบัตร บันทึกการหย่า หรือคำสั่งศาล · จ้างผู้เยาว์ทำงานต้องปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองแรงงานเรื่องแรงงานเด็ก ความยินยอมของผู้ปกครองไม่ทำให้การจ้างที่กฎหมายห้ามชอบด้วยกฎหมาย
กรณีไหนที่ไม่ควรใช้หนังสือให้ความยินยอมของผู้แทนโดยชอบธรรม
ถ้าคู่สมรสยินยอมให้อีกฝ่ายขายหรือจำนองสินสมรส ให้ใช้ หนังสือให้ความยินยอมของคู่สมรส · ถ้าผู้ปกครองจะให้คนอื่นไปทำธุระแทน (ไม่ใช่ยินยอมให้ผู้เยาว์ทำเอง) ให้ใช้ หนังสือมอบอำนาจ (ทั่วไป) · หนังสือนี้เป็นเพียงความยินยอม ตัวสัญญาจ้างให้ใช้ สัญญาว่าจ้างทำงาน (พนักงานประจำ) หรือ สัญญาฝึกงานแบบมีค่าตอบแทน แนบคู่กัน
ลงนามหนังสือให้ความยินยอมของผู้แทนโดยชอบธรรมต้องมีพยานไหม ทำกี่ฉบับ
บิดาและมารดาที่ใช้อำนาจปกครองร่วมกันควรลงนามทั้งสองคน คู่กรณีหลายรายไม่รับหนังสือที่ลงนามคนเดียวโดยไม่มีหลักฐานว่าอีกฝ่ายไม่มีอำนาจ ลงชื่อต่อหน้าพยานสองคน ให้ผู้เยาว์ลงชื่อรับทราบ แล้วมอบต้นฉบับให้คู่กรณีและเก็บสำเนาไว้
ทำหนังสือให้ความยินยอมของผู้แทนโดยชอบธรรมต้องเตรียมเอกสารอะไรแนบท้าย
สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้แทนโดยชอบธรรมทุกคนและของผู้เยาว์ สำเนาสูติบัตรของผู้เยาว์ และสำเนาทะเบียนบ้าน ถ้าผู้แทนโดยชอบธรรมลงนามคนเดียว: สำเนาใบมรณบัตรของบิดาหรือมารดาอีกฝ่าย บันทึกการหย่าที่ระบุผู้ใช้อำนาจปกครอง หรือคำสั่งศาล แล้วแต่กรณี ถ้าเป็นผู้ปกครองซึ่งศาลตั้ง หรือผู้รับบุตรบุญธรรม: สำเนาคำสั่งศาลหรือทะเบียนการรับบุตรบุญธรรม สำเนาสัญญาหรือเอกสารที่ผู้เยาว์จะลงนาม
กฎหมายที่อ้างถึงในบทความนี้
ถ้อยคำด้านล่างคัดจากตัวบท 6 มาตรา — ใช้อ้างอิงได้ แต่หากต้องใช้ในชั้นศาล ควรตรวจกับราชกิจจานุเบกษาฉบับทางการอีกครั้ง
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 19
บุคคลย่อมพ้นจากภาวะผู้เยาว์และบรรลุนิติภาวะเมื่อมีอายุยี่สิบปีบริบูรณ์
ความสามารถของบุคคล — ป.พ.พ. ม.19–36
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 21
ผู้เยาว์จะทำนิติกรรมใด ๆ ต้องได้รับความยินยอมของผู้แทนโดยชอบธรรมก่อน การใด ๆ ที่ผู้เยาว์ได้ทำลงปราศจากความยินยอมเช่นว่านั้นเป็นโมฆียะ เว้นแต่จะบัญญัติไว้เป็นอย่างอื่น
ความสามารถของบุคคล — ป.พ.พ. ม.19–36
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 22
ผู้เยาว์อาจทำการใด ๆ ได้ทั้งสิ้น หากเป็นเพียงเพื่อจะได้ไปซึ่งสิทธิอันใดอันหนึ่ง หรือเป็นการเพื่อให้หลุดพ้นจากหน้าที่อันใดอันหนึ่ง
ความสามารถของบุคคล — ป.พ.พ. ม.19–36
พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 19
ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลจะกระทำการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูล ส่วนบุคคลไม่ได้หากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลไม่ได้ให้ความยินยอมไว้ก่อนหรือในขณะนั้น เว้นแต่บทบัญญัติ แห่งพระราชบัญญัตินี้หรือกฎหมายอื่นบัญญัติให้กระทำได้ การขอความยินยอมต้องทำโดยชัดแจ้ง เป็นหนังสือหรือทำโดยผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ เว้นแต่ โดยสภาพไม่อาจขอความยินยอมด้วยวิธีการดังกล่าวได้ ในการขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลต้องแจ้ง วัตถุประสงค์ของการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลไปด้วย และการขอความยินยอมนั้น ต้องแยกส่วนออกจากข้อความอื่นอย่างชัดเจน มีแบบหรือข้อความที่เข้าถึงได้ง่ายและเข้าใจได้ รวมทั้ง ใช้ภาษาที่อ่านง่าย และไม่เป็นการหลอกลวงหรือทำให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเข้าใจผิดในวัตถุประสงค์ ดังกล่าว ทั้งนี้ คณะกรรมการจะให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ตามแบบและข้อความที่คณะกรรมการประกาศกำหนดก็ได้ ในการขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลต้องคำนึง อย่างถึงที่สุดในความเป็นอิสระของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลในการให้ความยินยอม ทั้งนี้ ในการเข้าทำสัญญา ซึ่งรวมถึงการให้บริการใด ๆ ต้องไม่มีเงื่อนไขในการให้ความยินยอมเพื่อเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผย ข้อมูลส่วนบุคคลที่ไม่มีความจำเป็นหรือเกี่ยวข้องสำหรับการเข้าทำสัญญาซึ่งรวมถึงการให้บริการนั้น ๆ เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลจะถอนความยินยอมเสียเมื่อใดก็ได้โดยจะต้องถอนความยินยอมได้ง่าย เช่นเดียวกับการให้ความยินยอม เว้นแต่มีข้อจำกัดสิทธิในการถอนความยินยอมโดยกฎหมายหรือ สัญญาที่ให้ประโยชน์แก่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ทั้งนี้ การถอนความยินยอมย่อมไม่ส่งผลกระทบต่อ การเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้ให้ความยินยอมไปแล้ว โดยชอบตามที่กำหนดไว้ในหมวดนี้ ในกรณีที่การถอนความยินยอมส่งผลกระทบต่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลในเรื่องใด ผู้ควบคุม ข้อมูลส่วนบุคคลต้องแจ้งให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทราบถึงผลกระทบจากการถอนความยินยอมนั้น การขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลที่ไม่เป็นไปตามที่กำหนดไว้ในหมวดนี้ ไม่มีผล ผูกพันเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล และไม่ทำให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลสามารถทำการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลได้
พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)
พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 20
ในกรณีที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเป็นผู้เยาว์ซึ่งยังไม่บรรลุนิติภาวะโดยการสมรส หรือไม่มีฐานะเสมือนดังบุคคลซึ่งบรรลุนิติภาวะแล้วตามมาตรา 27 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ การขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าว ให้ดำเนินการ ดังต่อไปนี้ (1) ในกรณีที่การให้ความยินยอมของผู้เยาว์ไม่ใช่การใด ๆ ซึ่งผู้เยาว์อาจให้ความยินยอม โดยลำพังได้ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 22 มาตรา 23 หรือมาตรา 24 แห่งประมวลกฎหมายแพ่ง และพาณิชย์ ต้องได้รับความยินยอมจากผู้ใช้อำนาจปกครองที่มีอำนาจกระทำการแทนผู้เยาว์ด้วย (2) ในกรณีที่ผู้เยาว์มีอายุไม่เกินสิบปี ให้ขอความยินยอมจากผู้ใช้อำนาจปกครองที่มีอำนาจ กระทำการแทนผู้เยาว์ ในกรณีที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเป็นคนไร้ความสามารถ การขอความยินยอมจากเจ้าของ ข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าว ให้ขอความยินยอมจากผู้อนุบาลที่มีอำนาจกระทำการแทนคนไร้ความสามารถ ในกรณีที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเป็นคนเสมือนไร้ความสามารถ การขอความยินยอมจาก เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าว ให้ขอความยินยอมจากผู้พิทักษ์ที่มีอำนาจกระทำการแทนคนเสมือนไร้ ความสามารถ ให้นำความในวรรคหนึ่ง วรรคสอง และวรรคสาม มาใช้บังคับกับการถอนความยินยอมของ เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล การแจ้งให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทราบ การใช้สิทธิของเจ้าของข้อมูล ส่วนบุคคล การร้องเรียนของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล และการอื่นใดตามพระราชบัญญัตินี้ในกรณีที่ เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเป็นผู้เยาว์ คนไร้ความสามารถ หรือคนเสมือนไร้ความสามารถ โดยอนุโลม
พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 27
ผู้แทนโดยชอบธรรมอาจให้ความยินยอมแก่ผู้เยาว์ในการประกอบธุรกิจทางการค้าหรือธุรกิจอื่น หรือในการทำสัญญาเป็นลูกจ้างในสัญญาจ้างแรงงานได้ ในกรณีที่ผู้แทนโดยชอบธรรมไม่ให้ความยินยอมโดยไม่มีเหตุอันสมควร ผู้เยาว์อาจร้องขอต่อศาลให้สั่งอนุญาตได้
ความสามารถของบุคคล — ป.พ.พ. ม.19–36