หนังสือมอบอำนาจดำเนินคดีแพ่ง ต้องมีอะไรบ้าง
ผู้มอบอำนาจ (บุคคลหรือบริษัท) ตั้งคนไปทวงถาม ฟ้องหรือต่อสู้คดีแพ่ง แต่งทนาย และบังคับคดีแทน กับคู่กรณีรายที่ระบุ · ผู้รับมอบอำนาจที่ไม่ใช่ทนายความว่าความในศาลไม่ได้ ต้องแต่งทนายความและทำใบแต่งทนายของศาลแยก
| ใช้เมื่อ | ใช้เมื่อบริษัทจะฟ้องลูกค้าค้างชำระ และให้พนักงานหรือผู้จัดการเป็นผู้แต่งทนายและไปศาลแทนกรรมการ |
|---|---|
| อากรแสตมป์ | หนังสือนี้เป็นใบมอบอำนาจตามบัญชีอัตราอากรแสตมป์ ลักษณะ 7 ผู้มอบอำนาจเป็นผู้เสียอากร และผู้รับมอบอำนาจเป็นผู้ขีดฆ่า การดำเนินคดีเป็นการมอบให้กระทำการมากกว่าครั้งเดียว จึงปิดอากร 30 บาท และเพราะเลือกให้ผู้รับมอบอำนาจสองคนต่างคนต่างทำได้ ต้องคิดอากรตามรายตัวผู้รับมอบคนละ 30 บาท รวม 60 บาท (ผู้รับมอบอำนาจสองคนที่ต้องทำร่วมกันยังคงเป็น 30 บาท) ถ้าผู้มอบอำนาจหลายคนซึ่งไม่ได้เป็นผู้มีอำนาจร่วมกันมาลงชื่อในฉบับเดียวกัน ต้องคิดอากรแยกตามรายตัวผู้มอบอำนาจ ตราสารที่ไม่ปิดอากรหรือปิดไม่ครบใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนกว่าจะเสียอากรและเงินเพิ่ม (ประมวลรัษฎากร มาตรา 118 และ 113) ถ้าลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ ต้องชำระอากรเป็นตัวเงินผ่านระบบ e-Stamp ของกรมสรรพากรภายใน 15 วันนับแต่วันถัดจากวันทำหนังสือ |
| มาตราที่อ้าง | ป.พ.พ. ม.797, 798, 800, 801(4)(5)(6), 804, 808, 810, 811, 820, 823, 827, 831, 832 (ตัวแทน) · ม.728, 764 (บอกกล่าวบังคับจำนอง/จำนำ — ข้อ 2.2) · พ.ร.บ.การทวงถามหนี้ 2558 ม.8, 11, 39, 41 (ข้อ 2.3 · after.md) · ประมวลรัษฎากร ม.113, 118 + บัญชีอัตราอากรแสตมป์ ลักษณะ 7 (ก)(ข)(ค) และหมายเหตุผู้มอบหลายคน · ประกาศอธิบดีฯ อากรแสตมป์ ฉบับที่ 58/63 (e-Stamp) |
| ค่าใช้แบบฟอร์มบนเว็บนี้ | 149 บาท |
ใช้สัญญาฉบับนี้เมื่อไร
- ใช้เมื่อบริษัทจะฟ้องลูกค้าค้างชำระ และให้พนักงานหรือผู้จัดการเป็นผู้แต่งทนายและไปศาลแทนกรรมการ
- ใช้เมื่อเจ้าหนี้อยู่ต่างจังหวัดหรือต่างประเทศ และให้ญาติไปดำเนินคดีหรือบังคับคดีแทน
- ใช้เมื่อถูกฟ้องและต้องให้คนไปศาล ยื่นคำให้การ และตามเรื่องแทน
- ใช้เมื่อเจ้าหนี้ต้องยื่นคำขอรับชำระหนี้ในคดีล้มละลายหรือคดีฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้
จุดที่พลาดบ่อยและต้องระวัง
- ผู้รับมอบอำนาจที่ไม่ใช่ทนายความว่าความในศาลไม่ได้ ต้องแต่งทนายความและทำใบแต่งทนายของศาลแยก
- หนังสือนี้ไม่ให้ยอมความหรือถอนฟ้อง ถ้าต้องการให้ไกล่เกลี่ยจบได้ในวันนัด ต้องทำหนังสือมอบอำนาจสละสิทธิดำเนินคดีแยก
- บอกกล่าวบังคับจำนองต้องให้เวลาไม่น้อยกว่า 60 วัน (ป.พ.พ. ม.728) มิฉะนั้นฟ้องบังคับจำนองไม่ได้
- ปิดอากรแสตมป์ 30 บาท ถ้าให้สองคนต่างคนต่างทำ คิดคนละ 30 บาท
- นิติบุคคลต้องให้กรรมการลงชื่อครบตามอำนาจในหนังสือรับรอง และประทับตราถ้าหนังสือรับรองกำหนด
กรณีที่ไม่ควรใช้ฉบับนี้
- ถ้าต้องการให้ผู้รับมอบอำนาจยอมความ ถอนฟ้อง หรือรับเงินจบคดีแทน ให้ใช้ หนังสือมอบอำนาจสละสิทธิดำเนินคดี คู่กัน
- คดีอาญา เช่น แจ้งความเช็คเด้ง ยักยอก ฉ้อโกง ให้ใช้ หนังสือมอบอำนาจดำเนินคดีอาญา
- ถ้าจะจ้างทนายความพร้อมตกลงค่าจ้างและขอบเขตงาน ให้ใช้ สัญญาจ้างทนายความ (ที่ปรึกษา · คดีแพ่ง · คดีเช็ค · บังคับคดี) · ถ้าแค่จะส่งหนังสือทวงถามก่อนฟ้อง ให้ใช้ หนังสือทวงถามให้ชำระหนี้ (หนังสือบอกกล่าวก่อนฟ้อง)
อากรแสตมป์
หนังสือนี้เป็นใบมอบอำนาจตามบัญชีอัตราอากรแสตมป์ ลักษณะ 7 ผู้มอบอำนาจเป็นผู้เสียอากร และผู้รับมอบอำนาจเป็นผู้ขีดฆ่า การดำเนินคดีเป็นการมอบให้กระทำการมากกว่าครั้งเดียว จึงปิดอากร 30 บาท และเพราะเลือกให้ผู้รับมอบอำนาจสองคนต่างคนต่างทำได้ ต้องคิดอากรตามรายตัวผู้รับมอบคนละ 30 บาท รวม 60 บาท (ผู้รับมอบอำนาจสองคนที่ต้องทำร่วมกันยังคงเป็น 30 บาท) ถ้าผู้มอบอำนาจหลายคนซึ่งไม่ได้เป็นผู้มีอำนาจร่วมกันมาลงชื่อในฉบับเดียวกัน ต้องคิดอากรแยกตามรายตัวผู้มอบอำนาจ
ตราสารที่ไม่ปิดอากรหรือปิดไม่ครบใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนกว่าจะเสียอากรและเงินเพิ่ม (ประมวลรัษฎากร มาตรา 118 และ 113) ถ้าลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ ต้องชำระอากรเป็นตัวเงินผ่านระบบ e-Stamp ของกรมสรรพากรภายใน 15 วันนับแต่วันถัดจากวันทำหนังสือ
เอกสารที่ต้องแนบ
- สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบอำนาจทุกคน ลงชื่อรับรองสำเนาถูกต้อง
- ผู้มอบอำนาจเป็นนิติบุคคล: หนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล (ศาลและหน่วยงานส่วนใหญ่ขอฉบับที่ออกไม่เกิน 1 เดือน บางแห่งรับไม่เกิน 3 เดือน — ถามศาลก่อน) และสำเนาบัตรของกรรมการผู้ลงนาม
- เอกสารแห่งหนี้หรือสัญญาที่พิพาท สำเนาหนังสือทวงถาม และหลักฐานการส่ง
ลายมือชื่อและต้นฉบับ
แนะนำให้ลงลายมือชื่อด้วยมือบนกระดาษพร้อมพยานสองคน ศาลมักขอต้นฉบับหนังสือมอบอำนาจแนบสำนวน แม้จะยื่นคำคู่ความผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ของศาลก็อาจถูกเรียกต้นฉบับมาตรวจ ถ้าจะใช้ลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ ให้ถามศาลที่จะยื่นก่อนว่ารับหรือไม่
เรื่องที่ควรรู้
- ผู้รับมอบอำนาจที่ไม่ใช่ทนายความว่าความในศาลแทนไม่ได้ ข้อ 3.2 จึงให้แต่งตั้งทนายความ ส่วนใบแต่งทนายความเป็นแบบพิมพ์ของศาลที่ต้องทำแยกอีกฉบับ ผู้รับมอบอำนาจจะให้อำนาจแก่ทนายความเกินกว่าที่ตนได้รับไม่ได้ ในใบแต่งทนายความจึงอย่าให้อำนาจประนีประนอมยอมความ ถอนฟ้อง หรือยอมรับตามคำขอ เว้นแต่ผู้มอบอำนาจได้ทำหนังสือมอบอำนาจสละสิทธิดำเนินคดีไว้ด้วย
- การยื่นฟ้องเป็นการที่ตัวแทนทำได้เฉพาะเมื่อได้รับมอบไว้โดยเฉพาะ (ป.พ.พ. มาตรา 801 (5)) หนังสือนี้จึงระบุคู่กรณีและเรื่องไว้ชัด
- หนังสือนี้ไม่ให้อำนาจประนีประนอมยอมความ ถอนฟ้อง หรือรับสภาพตามคำขอ (ข้อ 7) เพราะกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งกำหนดให้การจำหน่ายสิทธิต้องได้รับมอบอำนาจโดยชัดแจ้ง ถ้าต้องการให้ยอมความได้ ให้ทำหนังสือมอบอำนาจสละสิทธิดำเนินคดีอีกฉบับ ซึ่งกำหนดยอดขั้นต่ำและบัญชีรับเงินได้
- บอกกล่าวบังคับจำนองต้องให้เวลาไม่น้อยกว่า 60 วัน (ป.พ.พ. มาตรา 728) และบอกกล่าวบังคับจำนำต้องทำเป็นหนังสือ (มาตรา 764) ถ้าลูกหนี้เป็นบุคคลธรรมดาที่เป็นหนี้เพื่อการบริโภค ผู้ทวงถามต้องทำตาม พ.ร.บ.การทวงถามหนี้ พ.ศ. 2558 เช่น ห้ามติดต่อบุคคลอื่นเพื่อทวงหนี้ (มาตรา 8) และห้ามข่มขู่หรือเปิดเผยความเป็นหนี้ (มาตรา 11) ซึ่งมีโทษอาญา (มาตรา 39 และ 41)
- ถ้าผู้รับมอบอำนาจรับเงินแทนแล้วไม่ส่งมอบ ต้องส่งเงินทั้งสิ้นแก่ผู้มอบอำนาจ (ป.พ.พ. มาตรา 810) และถ้านำไปใช้เป็นประโยชน์ตนต้องเสียดอกเบี้ยนับแต่วันที่นำไปใช้ (มาตรา 811) นอกเหนือจากความรับผิดทางอาญา
- กฎหมายให้ถือว่าตัวแทนหลายคนในหนังสือเดียวต้องทำการร่วมกัน เว้นแต่ระบุไว้เป็นอย่างอื่น (ป.พ.พ. มาตรา 804) — ข้อ 9.2 จึงให้เลือก
เมื่อจะเพิกถอน
แจ้งเพิกถอนเป็นหนังสือถึงผู้รับมอบอำนาจ เก็บหลักฐานการส่ง และแจ้งศาลหรือคู่กรณีด้วย เพราะการเพิกถอนยกขึ้นต่อสู้บุคคลภายนอกผู้สุจริตไม่ได้ (ป.พ.พ. มาตรา 831) แล้วเรียกต้นฉบับหนังสือมอบอำนาจคืน (มาตรา 832) การถอนในเวลาที่ไม่สะดวกแก่ผู้รับมอบอำนาจอาจต้องรับผิดในความเสียหาย (มาตรา 827)
วันลงนาม
ทำต้นฉบับหนึ่งฉบับให้ผู้รับมอบอำนาจใช้ยื่น ผู้มอบอำนาจเก็บสำเนาที่ลงชื่อครบไว้ นิติบุคคลที่มีตราสำคัญให้ประทับตราคู่กับลายมือชื่อกรรมการตามที่หนังสือรับรองกำหนด
ผู้เขียนและผู้ตรวจทาน
เขียนและตรวจทานโดย ภูวรา ครอบตะคุ ทนายความ (ใบอนุญาต 477/2558) · เนติบัณฑิตไทย · น.ม. กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาและสารสนเทศ — การเลือกประเด็น การจัดหมวด และคำอธิบายในบทความนี้เป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ของผู้เขียน ส่วนตัวบทกฎหมายที่ยกมาไม่มีลิขสิทธิ์และตรวจกับราชกิจจานุเบกษาได้เสมอ · ทะเบียนบทความ OKC-4EE3A0 · หากนำไปใช้ต่อ โปรดระบุชื่อผู้เขียนและลิงก์ต้นฉบับ
คำถามที่พบบ่อย
หนังสือมอบอำนาจดำเนินคดีแพ่ง ต้องติดอากรแสตมป์ไหม
หนังสือนี้เป็นใบมอบอำนาจตามบัญชีอัตราอากรแสตมป์ ลักษณะ 7 ผู้มอบอำนาจเป็นผู้เสียอากร และผู้รับมอบอำนาจเป็นผู้ขีดฆ่า การดำเนินคดีเป็นการมอบให้กระทำการมากกว่าครั้งเดียว จึงปิดอากร 30 บาท และเพราะเลือกให้ผู้รับมอบอำนาจสองคนต่างคนต่างทำได้ ต้องคิดอากรตามรายตัวผู้รับมอบคนละ 30 บาท รวม 60 บาท (ผู้รับมอบอำนาจสองคนที่ต้องทำร่วมกันยังคงเป็น 30 บาท) ถ้าผู้มอบอำนาจหลายคนซึ่งไม่ได้เป็นผู้มีอำนาจร่วมกันมาลงชื่อในฉบับเดียวกัน ต้องคิดอากรแยกตามรายตัวผู้มอบอำนาจ ตราสารที่ไม่ปิดอากรหรือปิดไม่ครบใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนกว่าจะเสียอากรและเงินเพิ่ม (ประมวลรัษฎากร มาตรา 118 และ 113) ถ้าลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ ต้องชำระอากรเป็นตัวเงินผ่านระบบ e-Stamp ของกรมสรรพากรภายใน 15 วันนับแต่วันถัดจากวันทำหนังสือ
ใช้หนังสือมอบอำนาจดำเนินคดีแพ่งตอนไหน
ใช้เมื่อบริษัทจะฟ้องลูกค้าค้างชำระ และให้พนักงานหรือผู้จัดการเป็นผู้แต่งทนายและไปศาลแทนกรรมการ · ใช้เมื่อเจ้าหนี้อยู่ต่างจังหวัดหรือต่างประเทศ และให้ญาติไปดำเนินคดีหรือบังคับคดีแทน · ใช้เมื่อถูกฟ้องและต้องให้คนไปศาล ยื่นคำให้การ และตามเรื่องแทน · ใช้เมื่อเจ้าหนี้ต้องยื่นคำขอรับชำระหนี้ในคดีล้มละลายหรือคดีฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้
ทำหนังสือมอบอำนาจดำเนินคดีแพ่งต้องระวังอะไร
ผู้รับมอบอำนาจที่ไม่ใช่ทนายความว่าความในศาลไม่ได้ ต้องแต่งทนายความและทำใบแต่งทนายของศาลแยก · หนังสือนี้ไม่ให้ยอมความหรือถอนฟ้อง ถ้าต้องการให้ไกล่เกลี่ยจบได้ในวันนัด ต้องทำหนังสือมอบอำนาจสละสิทธิดำเนินคดีแยก · บอกกล่าวบังคับจำนองต้องให้เวลาไม่น้อยกว่า 60 วัน (ป.พ.พ. ม.728) มิฉะนั้นฟ้องบังคับจำนองไม่ได้ · ปิดอากรแสตมป์ 30 บาท ถ้าให้สองคนต่างคนต่างทำ คิดคนละ 30 บาท · นิติบุคคลต้องให้กรรมการลงชื่อครบตามอำนาจในหนังสือรับรอง และประทับตราถ้าหนังสือรับรองกำหนด
กรณีไหนที่ไม่ควรใช้หนังสือมอบอำนาจดำเนินคดีแพ่ง
ถ้าต้องการให้ผู้รับมอบอำนาจยอมความ ถอนฟ้อง หรือรับเงินจบคดีแทน ให้ใช้ หนังสือมอบอำนาจสละสิทธิดำเนินคดี คู่กัน · คดีอาญา เช่น แจ้งความเช็คเด้ง ยักยอก ฉ้อโกง ให้ใช้ หนังสือมอบอำนาจดำเนินคดีอาญา · ถ้าจะจ้างทนายความพร้อมตกลงค่าจ้างและขอบเขตงาน ให้ใช้ สัญญาจ้างทนายความ (ที่ปรึกษา · คดีแพ่ง · คดีเช็ค · บังคับคดี) · ถ้าแค่จะส่งหนังสือทวงถามก่อนฟ้อง ให้ใช้ หนังสือทวงถามให้ชำระหนี้ (หนังสือบอกกล่าวก่อนฟ้อง)
ลงนามหนังสือมอบอำนาจดำเนินคดีแพ่งต้องมีพยานไหม ทำกี่ฉบับ
ทำต้นฉบับหนึ่งฉบับให้ผู้รับมอบอำนาจใช้ยื่น ผู้มอบอำนาจเก็บสำเนาที่ลงชื่อครบไว้ นิติบุคคลที่มีตราสำคัญให้ประทับตราคู่กับลายมือชื่อกรรมการตามที่หนังสือรับรองกำหนด
กฎหมายที่อ้างถึงในบทความนี้
ถ้อยคำด้านล่างคัดจากตัวบท 20 มาตรา — ใช้อ้างอิงได้ แต่หากต้องใช้ในชั้นศาล ควรตรวจกับราชกิจจานุเบกษาฉบับทางการอีกครั้ง
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 797
อันว่าสัญญาตัวแทนนั้น คือสัญญาซึ่งให้บุคคลคนหนึ่ง เรียกว่าตัวแทน มีอำนาจทำการแทนบุคคลอีกคนหนึ่ง เรียกว่าตัวการ และตกลงจะทำการดังนั้น
หมวด 1 บทเบ็ดเสร็จทั่วไป
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 798
กิจการอันใดท่านบังคับไว้โดยกฎหมายว่าต้องทำเป็นหนังสือ การตั้งตัวแทนเพื่อกิจการอันนั้นก็ต้องทำเป็นหนังสือด้วย
หมวด 1 บทเบ็ดเสร็จทั่วไป
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 800
ถ้าตัวแทนได้รับมอบอำนาจแต่เฉพาะการ ท่านว่าจะทำการแทนตัวการได้แต่เพียงในสิ่งที่จำเป็น เพื่อให้กิจอันเขาได้มอบหมายแก่ตนนั้นสำเร็จลุล่วงไป
หมวด 1 บทเบ็ดเสร็จทั่วไป
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 801
ถ้าตัวแทนได้รับมอบอำนาจทั่วไป ท่านว่าจะทำกิจใด ๆ ในทางจัดการแทนตัวการก็ย่อมทำได้ทุกอย่าง
หมวด 1 บทเบ็ดเสร็จทั่วไป
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 728
เมื่อจะบังคับจำนองนั้น ผู้รับจำนองต้องมีหนังสือบอกกล่าวไปยังลูกหนี้ก่อนว่าให้ชำระหนี้ภายในเวลาอันสมควรซึ่งต้องไม่น้อยกว่าหกสิบวันนับแต่วันที่ลูกหนี้ได้รับคำบอกกล่าวนั้น ถ้าและลูกหนี้ละเลยเสียไม่ปฏิบัติตามคำบอกกล่าว ผู้รับจำนองจะฟ้องคดีต่อศาลเพื่อให้พิพากษาสั่งให้ยึดทรัพย์สินซึ่งจำนองและให้ขายทอดตลาดก็ได้
หมวด 4 การบังคับจำนอง
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 764
เมื่อจะบังคับจำนำ ผู้รับจำนำต้องบอกกล่าวเป็นหนังสือไปยังลูกหนี้ก่อนว่า ให้ชำระหนี้และอุปกรณ์ภายในเวลาอันควรซึ่งกำหนดให้ในคำบอกกล่าวนั้น
หมวด 3 การบังคับจำนำ
พ.ร.บ.การทวงถามหนี้ พ.ศ. 2558 มาตรา 8
ห้ามผู้ทวงถามหนี้ติดต่อกับบุคคลอื่นซึ่งมิใช่ลูกหนี้เพื่อการทวงถามหนี้ เว้นแต่บุคคล ซึ่งลูกหนี้ได้ระบุไว้เพื่อการดังกล่าว การติดต่อกับบุคคลอื่นนอกจากบุคคลตามวรรคหนึ่ง ให้กระทําได้เพื่อวัตถุประสงค์ในการสอบถาม หรือยืนยันข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่ติดต่อลูกหนี้หรือบุคคลซึ่งลูกหนี้ได้ระบุไว้เพื่อการทวงถามหนี้เท่านั้น โดยผู้ทวงถามหนี้ต้องปฏิบัติดังต่อไปนี้ (1) แจ้งให้ทราบชื่อตัว ชื่อสกุล และแสดงเจตนาว่าต้องการสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่ ติดต่อลูกหนี้หรือบุคคลซึ่งลูกหนี้ได้ระบุไว้เพื่อการทวงถามหนี้ (2) ห้ามแจ้งถึงความเป็นหนี้ของลูกหนี้ เว้นแต่ในกรณีที่บุคคลอื่นนั้นเป็นสามี ภริยา บุพการี หรือผู้สืบสันดานของลูกหนี้ และบุคคลอื่นดังกล่าวได้สอบถามผู้ทวงถามหนี้ถึงสาเหตุของการติดต่อ ให้ผู้ทวงถามหนี้ชี้แจงข้อมูลเกี่ยวกับหนี้ได้เท่าที่จําเป็นและตามความเหมาะสม (3) ห้ามใช้ข้อความ เครื่องหมาย สัญลักษณ์ หรือชื่อทางธุรกิจของผู้ทวงถามหนี้บนซองจดหมาย ในหนังสือ หรือในสื่ออื่นใดที่ใช้ในการติดต่อสอบถาม ซึ่งทําให้เข้าใจได้ว่าเป็นการติดต่อเพื่อทวงถามหนี้ ของลูกหนี้ (4) ห้ามติดต่อหรือแสดงตนที่ทําให้เข้าใจผิดเพื่อให้ได้ข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่ติดต่อลูกหนี้ หรือบุคคลซึ่งลูกหนี้ได้ระบุไว้เพื่อการทวงถามหนี้
พระราชบัญญัติการทวงถามหนี้ พ.ศ. 2558
พ.ร.บ.การทวงถามหนี้ พ.ศ. 2558 มาตรา 11
ห้ามผู้ทวงถามหนี้กระทําการทวงถามหนี้ในลักษณะดังต่อไปนี้ (1) การข่มขู่ การใช้ความรุนแรง หรือการกระทําอื่นใดที่ทําให้เกิดความเสียหายแก่ร่างกาย ชื่อเสียง หรือทรัพย์สินของลูกหนี้หรือผู้อื่น (2) การใช้วาจาหรือภาษาที่เป็นการดูหมิ่นลูกหนี้หรือผู้อื่น (3) การแจ้งหรือเปิดเผยเกี่ยวกับความเป็นหนี้ของลูกหนี้ให้แก่ผู้อื่นที่ไม่เกี่ยวข้องกับการทวงถามหนี้ เว้นแต่เป็นกรณีตามมาตรา 8 วรรคสอง (2) (4) การติดต่อลูกหนี้โดยไปรษณียบัตร เอกสารเปิดผนึก โทรสาร หรือสิ่งอื่นใดที่สื่อให้ทราบว่า เป็นการทวงถามหนี้อย่างชัดเจน เว้นแต่กรณีการบอกกล่าวบังคับจํานองด้วยวิธีการประกาศหนังสือพิมพ์ ซึ่งเจ้าหนี้ไม่สามารถติดต่อลูกหนี้โดยวิธีการอื่น หรือกรณีอื่นใดตามที่คณะกรรมการประกาศกําหนด (5) การใช้ข้อความ เครื่องหมาย สัญลักษณ์ หรือชื่อทางธุรกิจของผู้ทวงถามหนี้บนซองจดหมาย ในการติดต่อลูกหนี้ที่ทําให้เข้าใจได้ว่าเป็นการติดต่อเพื่อการทวงถามหนี้ เว้นแต่ชื่อทางธุรกิจของผู้ทวงถามหนี้ ไม่ได้สื่อให้ทราบได้ว่าเป็นผู้ประกอบธุรกิจทวงถามหนี้ (6) การทวงถามหนี้ที่ไม่เหมาะสมในลักษณะอื่นตามที่คณะกรรมการประกาศกําหนด ความใน (5) มิให้นํามาใช้บังคับกับการทวงถามหนี้เป็นหนังสือเพื่อจะใช้สิทธิฟ้องคดีต่อศาล
พระราชบัญญัติการทวงถามหนี้ พ.ศ. 2558
พ.ร.บ.การทวงถามหนี้ พ.ศ. 2558 มาตรา 39
บุคคลใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา 5 มาตรา 6 วรรคหนึ่ง มาตรา 8 วรรคหนึ่ง
พระราชบัญญัติการทวงถามหนี้ พ.ศ. 2558
พ.ร.บ.การทวงถามหนี้ พ.ศ. 2558 มาตรา 41
บุคคลใดฝ่าฝืนมาตรา 11 (1) หรือมาตรา 12 (1) ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินห้าแสนบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ
พระราชบัญญัติการทวงถามหนี้ พ.ศ. 2558
ประมวลรัษฎากร มาตรา 113
ตราสารใดมิได้ปิดแสตมป์บริบูรณ์ ผู้มีหน้าที่เสียอากร หรือผู้ทรงตราสารหรือผู้ถือเอาประโยชน์ชอบที่จะยื่นตราสารนั้นต่อพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อขอเสียอากรได้ เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ได้รับตราสารแล้ว ให้อนุมัติให้เสียอากรภายในบังคับแห่งบทบัญญัติต่อไปนี้
บทบัญญัติ (ถ้อยคำตามเว็บกรมสรรพากร)
ประมวลรัษฎากร มาตรา 118
ตราสารใดไม่ปิดแสตมป์บริบูรณ์ จะใช้ต้นฉบับ คู่ฉบับ คู่ฉีก หรือสำเนาตราสารนั้นเป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้ จนกว่าจะได้เสียอากรโดยปิดแสตมป์ครบจำนวนตามอัตราในบัญชีท้ายหมวดนี้ และขีดฆ่าแล้ว แต่ทั้งนี้ ไม่เป็นการเสื่อมสิทธิที่จะเรียกเงินเพิ่มอากรตามมาตรา 113 และมาตรา 114
บทบัญญัติ (ถ้อยคำตามเว็บกรมสรรพากร)
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 11
ในกรณีที่มีข้อสงสัย ให้ตีความไปในทางที่เป็นคุณแก่คู่กรณีฝ่ายซึ่งจะเป็นผู้ต้องเสียในมูลหนี้นั้น
ลักษณะ 1 บทเบ็ดเสร็จทั่วไป
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 39
ถ้าภูมิลำเนาไม่ปรากฏ ให้ถือว่าถิ่นที่อยู่เป็นภูมิลำเนา
ภูมิลำเนา — ป.พ.พ. ม.37–47
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 810
เงินและทรัพย์สินอย่างอื่นบรรดาที่ตัวแทนได้รับไว้เกี่ยวด้วยการเป็นตัวแทนนั้น ท่านว่าตัวแทนต้องส่งให้แก่ตัวการจงสิ้น
หมวด 2 หน้าที่และความรับผิดของตัวแทนต่อตัวการ
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 811
ถ้าตัวแทนเอาเงินซึ่งควรจะได้ส่งแก่ตัวการ หรือซึ่งควรจะใช้ในกิจของตัวการนั้นไปใช้สอยเป็นประโยชน์ตนเสีย ท่านว่าตัวแทนต้องเสียดอกเบี้ยในเงินนั้นนับแต่วันที่ได้เอาไปใช้
หมวด 2 หน้าที่และความรับผิดของตัวแทนต่อตัวการ
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 804
ถ้าในสัญญาอันเดียวตัวการคนเดียวตั้งตัวแทนหลายคนเพื่อแก่การอันเดียวกันไซร้ ท่านให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าตัวแทนจะต่างคนต่างทำการนั้น ๆ แยกกันไม่ได้
หมวด 1 บทเบ็ดเสร็จทั่วไป
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 831
อันความระงับสิ้นไปแห่งสัญญาตัวแทนนั้น ท่านห้ามมิให้ยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้บุคคลภายนอกผู้ทำการโดยสุจริต เว้นแต่บุคคลภายนอกหากไม่ทราบความนั้นเพราะความประมาทเลินเล่อของตนเอง
หมวด 5 ความระงับสิ้นไปแห่งสัญญาตัวแทน
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 832
ในเมื่อสัญญาตัวแทนระงับสิ้นไป ตัวการชอบที่จะเรียกให้เวนคืนหนังสือมอบอำนาจอย่างใด ๆ อันได้ให้ไว้แก่ตัวแทนนั้นได้
หมวด 5 ความระงับสิ้นไปแห่งสัญญาตัวแทน
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 827
ตัวการจะถอนตัวแทน และตัวแทนจะบอกเลิกเป็นตัวแทนเสียในเวลาใด ๆ ก็ได้ทุกเมื่อ
หมวด 5 ความระงับสิ้นไปแห่งสัญญาตัวแทน