# หนังสือมอบอำนาจดำเนินคดีแพ่ง ต้องมีอะไรบ้าง

> มอบให้ผู้อื่นทวงถาม บอกเลิกสัญญา บอกกล่าวบังคับจำนอง ฟ้องหรือต่อสู้คดีแพ่ง แต่งทนาย อุทธรณ์ฎีกา บังคับคดี และขอรับชำระหนี้ในคดีล้มละลายแทน เลือกเปิดปิดอำนาจรายเรื่องได้ — ไม่รวมอำนาจยอมความหรือถอนฟ้อง ซึ่งต้องใช้หนังสือมอบอำนาจสละสิทธิดำเนินคดีแยก

ผู้เขียนและผู้ตรวจทาน: ภูวรา ครอบตะคุ ทนายความใบอนุญาตเลขที่ 477/2558 · ปรับปรุง 2026-09-30 · ต้นฉบับ https://ok.aipdpa.com/kb/%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B8%AD%E0%B8%9A%E0%B8%AD%E0%B8%B3%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%88%E0%B8%94%E0%B8%B3%E0%B9%80%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B9%81%E0%B8%9E%E0%B9%88%E0%B8%87

## ตอบสั้น

ผู้มอบอำนาจ (บุคคลหรือบริษัท) ตั้งคนไปทวงถาม ฟ้องหรือต่อสู้คดีแพ่ง แต่งทนาย และบังคับคดีแทน กับคู่กรณีรายที่ระบุ · ผู้รับมอบอำนาจที่ไม่ใช่ทนายความว่าความในศาลไม่ได้ ต้องแต่งทนายความและทำใบแต่งทนายของศาลแยก

## ข้อเท็จจริงที่อ้างอิงได้

- **ใช้เมื่อ:** ใช้เมื่อบริษัทจะฟ้องลูกค้าค้างชำระ และให้พนักงานหรือผู้จัดการเป็นผู้แต่งทนายและไปศาลแทนกรรมการ
- **อากรแสตมป์:** หนังสือนี้เป็นใบมอบอำนาจตามบัญชีอัตราอากรแสตมป์ ลักษณะ 7 ผู้มอบอำนาจเป็นผู้เสียอากร และผู้รับมอบอำนาจเป็นผู้ขีดฆ่า การดำเนินคดีเป็นการมอบให้กระทำการมากกว่าครั้งเดียว จึงปิดอากร 30 บาท และเพราะเลือกให้ผู้รับมอบอำนาจสองคนต่างคนต่างทำได้ ต้องคิดอากรตามรายตัวผู้รับมอบคนละ 30 บาท รวม 60 บาท (ผู้รับมอบอำนาจสองคนที่ต้องทำร่วมกันยังคงเป็น 30 บาท) ถ้าผู้มอบอำนาจหลายคนซึ่งไม่ได้เป็นผู้มีอำนาจร่วมกันมาลงชื่อในฉบับเดียวกัน ต้องคิดอากรแยกตามรายตัวผู้มอบอำนาจ ตราสารที่ไม่ปิดอากรหรือปิดไม่ครบใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนกว่าจะเสียอากรและเงินเพิ่ม (ประมวลรัษฎากร มาตรา 118 และ 113) ถ้าลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ ต้องชำระอากรเป็นตัวเงินผ่านระบบ e-Stamp ของกรมสรรพากรภายใน 15 วันนับแต่วันถัดจากวันทำหนังสือ
- **มาตราที่อ้าง:** ป.พ.พ. ม.797, 798, 800, 801(4)(5)(6), 804, 808, 810, 811, 820, 823, 827, 831, 832 (ตัวแทน) · ม.728, 764 (บอกกล่าวบังคับจำนอง/จำนำ — ข้อ 2.2) · พ.ร.บ.การทวงถามหนี้ 2558 ม.8, 11, 39, 41 (ข้อ 2.3 · after.md) · ประมวลรัษฎากร ม.113, 118 + บัญชีอัตราอากรแสตมป์ ลักษณะ 7 (ก)(ข)(ค) และหมายเหตุผู้มอบหลายคน · ประกาศอธิบดีฯ อากรแสตมป์ ฉบับที่ 58/63 (e-Stamp)
- **ค่าใช้แบบฟอร์มบนเว็บนี้:** 149 บาท

## ใช้สัญญาฉบับนี้เมื่อไร

- ใช้เมื่อบริษัทจะฟ้องลูกค้าค้างชำระ และให้พนักงานหรือผู้จัดการเป็นผู้แต่งทนายและไปศาลแทนกรรมการ
- ใช้เมื่อเจ้าหนี้อยู่ต่างจังหวัดหรือต่างประเทศ และให้ญาติไปดำเนินคดีหรือบังคับคดีแทน
- ใช้เมื่อถูกฟ้องและต้องให้คนไปศาล ยื่นคำให้การ และตามเรื่องแทน
- ใช้เมื่อเจ้าหนี้ต้องยื่นคำขอรับชำระหนี้ในคดีล้มละลายหรือคดีฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้

## จุดที่พลาดบ่อยและต้องระวัง

- ผู้รับมอบอำนาจที่ไม่ใช่ทนายความว่าความในศาลไม่ได้ ต้องแต่งทนายความและทำใบแต่งทนายของศาลแยก
- หนังสือนี้ไม่ให้ยอมความหรือถอนฟ้อง ถ้าต้องการให้ไกล่เกลี่ยจบได้ในวันนัด ต้องทำหนังสือมอบอำนาจสละสิทธิดำเนินคดีแยก
- บอกกล่าวบังคับจำนองต้องให้เวลาไม่น้อยกว่า 60 วัน (ป.พ.พ. ม.728) มิฉะนั้นฟ้องบังคับจำนองไม่ได้
- ปิดอากรแสตมป์ 30 บาท ถ้าให้สองคนต่างคนต่างทำ คิดคนละ 30 บาท
- นิติบุคคลต้องให้กรรมการลงชื่อครบตามอำนาจในหนังสือรับรอง และประทับตราถ้าหนังสือรับรองกำหนด

## กรณีที่ไม่ควรใช้ฉบับนี้

- ถ้าต้องการให้ผู้รับมอบอำนาจยอมความ ถอนฟ้อง หรือรับเงินจบคดีแทน ให้ใช้ [หนังสือมอบอำนาจสละสิทธิดำเนินคดี](/s/th_poa_waive_case) คู่กัน
- คดีอาญา เช่น แจ้งความเช็คเด้ง ยักยอก ฉ้อโกง ให้ใช้ [หนังสือมอบอำนาจดำเนินคดีอาญา](/s/th_poa_criminal_case)
- ถ้าจะจ้างทนายความพร้อมตกลงค่าจ้างและขอบเขตงาน ให้ใช้ [สัญญาจ้างทนายความ (ที่ปรึกษา · คดีแพ่ง · คดีเช็ค · บังคับคดี)](/s/th_lawyer_engagement) · ถ้าแค่จะส่งหนังสือทวงถามก่อนฟ้อง ให้ใช้ [หนังสือทวงถามให้ชำระหนี้ (หนังสือบอกกล่าวก่อนฟ้อง)](/s/th_debt_demand_letter)

## อากรแสตมป์

หนังสือนี้เป็นใบมอบอำนาจตามบัญชีอัตราอากรแสตมป์ ลักษณะ 7 ผู้มอบอำนาจเป็นผู้เสียอากร และผู้รับมอบอำนาจเป็นผู้ขีดฆ่า การดำเนินคดีเป็นการมอบให้กระทำการมากกว่าครั้งเดียว จึงปิดอากร **30 บาท** และเพราะเลือกให้ผู้รับมอบอำนาจสองคนต่างคนต่างทำได้ ต้องคิดอากรตามรายตัวผู้รับมอบคนละ 30 บาท รวม **60 บาท** (ผู้รับมอบอำนาจสองคนที่ต้องทำร่วมกันยังคงเป็น 30 บาท) ถ้าผู้มอบอำนาจหลายคนซึ่งไม่ได้เป็นผู้มีอำนาจร่วมกันมาลงชื่อในฉบับเดียวกัน ต้องคิดอากรแยกตามรายตัวผู้มอบอำนาจ

ตราสารที่ไม่ปิดอากรหรือปิดไม่ครบใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนกว่าจะเสียอากรและเงินเพิ่ม (ประมวลรัษฎากร มาตรา 118 และ 113) ถ้าลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ ต้องชำระอากรเป็นตัวเงินผ่านระบบ e-Stamp ของกรมสรรพากรภายใน 15 วันนับแต่วันถัดจากวันทำหนังสือ

## เอกสารที่ต้องแนบ

- สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบอำนาจทุกคน ลงชื่อรับรองสำเนาถูกต้อง
- ผู้มอบอำนาจเป็นนิติบุคคล: หนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล (ศาลและหน่วยงานส่วนใหญ่ขอฉบับที่ออกไม่เกิน 1 เดือน บางแห่งรับไม่เกิน 3 เดือน — ถามศาลก่อน) และสำเนาบัตรของกรรมการผู้ลงนาม
- เอกสารแห่งหนี้หรือสัญญาที่พิพาท สำเนาหนังสือทวงถาม และหลักฐานการส่ง

## ลายมือชื่อและต้นฉบับ

แนะนำให้ลงลายมือชื่อด้วยมือบนกระดาษพร้อมพยานสองคน ศาลมักขอต้นฉบับหนังสือมอบอำนาจแนบสำนวน แม้จะยื่นคำคู่ความผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ของศาลก็อาจถูกเรียกต้นฉบับมาตรวจ ถ้าจะใช้ลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ ให้ถามศาลที่จะยื่นก่อนว่ารับหรือไม่

## เรื่องที่ควรรู้

- ผู้รับมอบอำนาจที่ไม่ใช่ทนายความว่าความในศาลแทนไม่ได้ ข้อ 3.2 จึงให้แต่งตั้งทนายความ ส่วนใบแต่งทนายความเป็นแบบพิมพ์ของศาลที่ต้องทำแยกอีกฉบับ ผู้รับมอบอำนาจจะให้อำนาจแก่ทนายความเกินกว่าที่ตนได้รับไม่ได้ ในใบแต่งทนายความจึงอย่าให้อำนาจประนีประนอมยอมความ ถอนฟ้อง หรือยอมรับตามคำขอ เว้นแต่ผู้มอบอำนาจได้ทำหนังสือมอบอำนาจสละสิทธิดำเนินคดีไว้ด้วย
- การยื่นฟ้องเป็นการที่ตัวแทนทำได้เฉพาะเมื่อได้รับมอบไว้โดยเฉพาะ (ป.พ.พ. มาตรา 801 (5)) หนังสือนี้จึงระบุคู่กรณีและเรื่องไว้ชัด
- หนังสือนี้ไม่ให้อำนาจประนีประนอมยอมความ ถอนฟ้อง หรือรับสภาพตามคำขอ (ข้อ 7) เพราะกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งกำหนดให้การจำหน่ายสิทธิต้องได้รับมอบอำนาจโดยชัดแจ้ง ถ้าต้องการให้ยอมความได้ ให้ทำหนังสือมอบอำนาจสละสิทธิดำเนินคดีอีกฉบับ ซึ่งกำหนดยอดขั้นต่ำและบัญชีรับเงินได้
- บอกกล่าวบังคับจำนองต้องให้เวลาไม่น้อยกว่า 60 วัน (ป.พ.พ. มาตรา 728) และบอกกล่าวบังคับจำนำต้องทำเป็นหนังสือ (มาตรา 764) ถ้าลูกหนี้เป็นบุคคลธรรมดาที่เป็นหนี้เพื่อการบริโภค ผู้ทวงถามต้องทำตาม พ.ร.บ.การทวงถามหนี้ พ.ศ. 2558 เช่น ห้ามติดต่อบุคคลอื่นเพื่อทวงหนี้ (มาตรา 8) และห้ามข่มขู่หรือเปิดเผยความเป็นหนี้ (มาตรา 11) ซึ่งมีโทษอาญา (มาตรา 39 และ 41)
- ถ้าผู้รับมอบอำนาจรับเงินแทนแล้วไม่ส่งมอบ ต้องส่งเงินทั้งสิ้นแก่ผู้มอบอำนาจ (ป.พ.พ. มาตรา 810) และถ้านำไปใช้เป็นประโยชน์ตนต้องเสียดอกเบี้ยนับแต่วันที่นำไปใช้ (มาตรา 811) นอกเหนือจากความรับผิดทางอาญา
- กฎหมายให้ถือว่าตัวแทนหลายคนในหนังสือเดียวต้องทำการร่วมกัน เว้นแต่ระบุไว้เป็นอย่างอื่น (ป.พ.พ. มาตรา 804) — ข้อ 9.2 จึงให้เลือก

## เมื่อจะเพิกถอน

แจ้งเพิกถอนเป็นหนังสือถึงผู้รับมอบอำนาจ เก็บหลักฐานการส่ง และแจ้งศาลหรือคู่กรณีด้วย เพราะการเพิกถอนยกขึ้นต่อสู้บุคคลภายนอกผู้สุจริตไม่ได้ (ป.พ.พ. มาตรา 831) แล้วเรียกต้นฉบับหนังสือมอบอำนาจคืน (มาตรา 832) การถอนในเวลาที่ไม่สะดวกแก่ผู้รับมอบอำนาจอาจต้องรับผิดในความเสียหาย (มาตรา 827)

## วันลงนาม

ทำต้นฉบับหนึ่งฉบับให้ผู้รับมอบอำนาจใช้ยื่น ผู้มอบอำนาจเก็บสำเนาที่ลงชื่อครบไว้ นิติบุคคลที่มีตราสำคัญให้ประทับตราคู่กับลายมือชื่อกรรมการตามที่หนังสือรับรองกำหนด

## ผู้เขียนและผู้ตรวจทาน

เขียนและตรวจทานโดย **ภูวรา ครอบตะคุ** ทนายความ (ใบอนุญาต 477/2558) · เนติบัณฑิตไทย · น.ม. กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาและสารสนเทศ — การเลือกประเด็น การจัดหมวด และคำอธิบายในบทความนี้เป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ของผู้เขียน ส่วนตัวบทกฎหมายที่ยกมาไม่มีลิขสิทธิ์และตรวจกับราชกิจจานุเบกษาได้เสมอ · ทะเบียนบทความ OKC-4EE3A0 · หากนำไปใช้ต่อ โปรดระบุชื่อผู้เขียนและลิงก์ต้นฉบับ

## คำถามที่พบบ่อย

### หนังสือมอบอำนาจดำเนินคดีแพ่ง ต้องติดอากรแสตมป์ไหม

หนังสือนี้เป็นใบมอบอำนาจตามบัญชีอัตราอากรแสตมป์ ลักษณะ 7 ผู้มอบอำนาจเป็นผู้เสียอากร และผู้รับมอบอำนาจเป็นผู้ขีดฆ่า การดำเนินคดีเป็นการมอบให้กระทำการมากกว่าครั้งเดียว จึงปิดอากร 30 บาท และเพราะเลือกให้ผู้รับมอบอำนาจสองคนต่างคนต่างทำได้ ต้องคิดอากรตามรายตัวผู้รับมอบคนละ 30 บาท รวม 60 บาท (ผู้รับมอบอำนาจสองคนที่ต้องทำร่วมกันยังคงเป็น 30 บาท) ถ้าผู้มอบอำนาจหลายคนซึ่งไม่ได้เป็นผู้มีอำนาจร่วมกันมาลงชื่อในฉบับเดียวกัน ต้องคิดอากรแยกตามรายตัวผู้มอบอำนาจ ตราสารที่ไม่ปิดอากรหรือปิดไม่ครบใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนกว่าจะเสียอากรและเงินเพิ่ม (ประมวลรัษฎากร มาตรา 118 และ 113) ถ้าลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ ต้องชำระอากรเป็นตัวเงินผ่านระบบ e-Stamp ของกรมสรรพากรภายใน 15 วันนับแต่วันถัดจากวันทำหนังสือ

### ใช้หนังสือมอบอำนาจดำเนินคดีแพ่งตอนไหน

ใช้เมื่อบริษัทจะฟ้องลูกค้าค้างชำระ และให้พนักงานหรือผู้จัดการเป็นผู้แต่งทนายและไปศาลแทนกรรมการ · ใช้เมื่อเจ้าหนี้อยู่ต่างจังหวัดหรือต่างประเทศ และให้ญาติไปดำเนินคดีหรือบังคับคดีแทน · ใช้เมื่อถูกฟ้องและต้องให้คนไปศาล ยื่นคำให้การ และตามเรื่องแทน · ใช้เมื่อเจ้าหนี้ต้องยื่นคำขอรับชำระหนี้ในคดีล้มละลายหรือคดีฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้

### ทำหนังสือมอบอำนาจดำเนินคดีแพ่งต้องระวังอะไร

ผู้รับมอบอำนาจที่ไม่ใช่ทนายความว่าความในศาลไม่ได้ ต้องแต่งทนายความและทำใบแต่งทนายของศาลแยก · หนังสือนี้ไม่ให้ยอมความหรือถอนฟ้อง ถ้าต้องการให้ไกล่เกลี่ยจบได้ในวันนัด ต้องทำหนังสือมอบอำนาจสละสิทธิดำเนินคดีแยก · บอกกล่าวบังคับจำนองต้องให้เวลาไม่น้อยกว่า 60 วัน (ป.พ.พ. ม.728) มิฉะนั้นฟ้องบังคับจำนองไม่ได้ · ปิดอากรแสตมป์ 30 บาท ถ้าให้สองคนต่างคนต่างทำ คิดคนละ 30 บาท · นิติบุคคลต้องให้กรรมการลงชื่อครบตามอำนาจในหนังสือรับรอง และประทับตราถ้าหนังสือรับรองกำหนด

### กรณีไหนที่ไม่ควรใช้หนังสือมอบอำนาจดำเนินคดีแพ่ง

ถ้าต้องการให้ผู้รับมอบอำนาจยอมความ ถอนฟ้อง หรือรับเงินจบคดีแทน ให้ใช้ หนังสือมอบอำนาจสละสิทธิดำเนินคดี คู่กัน · คดีอาญา เช่น แจ้งความเช็คเด้ง ยักยอก ฉ้อโกง ให้ใช้ หนังสือมอบอำนาจดำเนินคดีอาญา · ถ้าจะจ้างทนายความพร้อมตกลงค่าจ้างและขอบเขตงาน ให้ใช้ สัญญาจ้างทนายความ (ที่ปรึกษา · คดีแพ่ง · คดีเช็ค · บังคับคดี) · ถ้าแค่จะส่งหนังสือทวงถามก่อนฟ้อง ให้ใช้ หนังสือทวงถามให้ชำระหนี้ (หนังสือบอกกล่าวก่อนฟ้อง)

### ลงนามหนังสือมอบอำนาจดำเนินคดีแพ่งต้องมีพยานไหม ทำกี่ฉบับ

ทำต้นฉบับหนึ่งฉบับให้ผู้รับมอบอำนาจใช้ยื่น ผู้มอบอำนาจเก็บสำเนาที่ลงชื่อครบไว้ นิติบุคคลที่มีตราสำคัญให้ประทับตราคู่กับลายมือชื่อกรรมการตามที่หนังสือรับรองกำหนด

## กฎหมายที่อ้างถึง (ตัวบทเต็ม)

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 797

อันว่าสัญญาตัวแทนนั้น คือสัญญาซึ่งให้บุคคลคนหนึ่ง เรียกว่าตัวแทน มีอำนาจทำการแทนบุคคลอีกคนหนึ่ง เรียกว่าตัวการ และตกลงจะทำการดังนั้น

_บริบท: หมวด 1 บทเบ็ดเสร็จทั่วไป_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 798

กิจการอันใดท่านบังคับไว้โดยกฎหมายว่าต้องทำเป็นหนังสือ การตั้งตัวแทนเพื่อกิจการอันนั้นก็ต้องทำเป็นหนังสือด้วย

_บริบท: หมวด 1 บทเบ็ดเสร็จทั่วไป_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 800

ถ้าตัวแทนได้รับมอบอำนาจแต่เฉพาะการ ท่านว่าจะทำการแทนตัวการได้แต่เพียงในสิ่งที่จำเป็น เพื่อให้กิจอันเขาได้มอบหมายแก่ตนนั้นสำเร็จลุล่วงไป

_บริบท: หมวด 1 บทเบ็ดเสร็จทั่วไป_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 801

ถ้าตัวแทนได้รับมอบอำนาจทั่วไป ท่านว่าจะทำกิจใด ๆ ในทางจัดการแทนตัวการก็ย่อมทำได้ทุกอย่าง

_บริบท: หมวด 1 บทเบ็ดเสร็จทั่วไป_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 728

เมื่อจะบังคับจำนองนั้น ผู้รับจำนองต้องมีหนังสือบอกกล่าวไปยังลูกหนี้ก่อนว่าให้ชำระหนี้ภายในเวลาอันสมควรซึ่งต้องไม่น้อยกว่าหกสิบวันนับแต่วันที่ลูกหนี้ได้รับคำบอกกล่าวนั้น ถ้าและลูกหนี้ละเลยเสียไม่ปฏิบัติตามคำบอกกล่าว ผู้รับจำนองจะฟ้องคดีต่อศาลเพื่อให้พิพากษาสั่งให้ยึดทรัพย์สินซึ่งจำนองและให้ขายทอดตลาดก็ได้

_บริบท: หมวด 4 การบังคับจำนอง_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 764

เมื่อจะบังคับจำนำ ผู้รับจำนำต้องบอกกล่าวเป็นหนังสือไปยังลูกหนี้ก่อนว่า ให้ชำระหนี้และอุปกรณ์ภายในเวลาอันควรซึ่งกำหนดให้ในคำบอกกล่าวนั้น

_บริบท: หมวด 3 การบังคับจำนำ_

### พ.ร.บ.การทวงถามหนี้ พ.ศ. 2558 มาตรา 8

ห้ามผู้ทวงถามหนี้ติดต่อกับบุคคลอื่นซึ่งมิใช่ลูกหนี้เพื่อการทวงถามหนี้ เว้นแต่บุคคล ซึ่งลูกหนี้ได้ระบุไว้เพื่อการดังกล่าว การติดต่อกับบุคคลอื่นนอกจากบุคคลตามวรรคหนึ่ง ให้กระทําได้เพื่อวัตถุประสงค์ในการสอบถาม หรือยืนยันข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่ติดต่อลูกหนี้หรือบุคคลซึ่งลูกหนี้ได้ระบุไว้เพื่อการทวงถามหนี้เท่านั้น โดยผู้ทวงถามหนี้ต้องปฏิบัติดังต่อไปนี้ (1) แจ้งให้ทราบชื่อตัว ชื่อสกุล และแสดงเจตนาว่าต้องการสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่ ติดต่อลูกหนี้หรือบุคคลซึ่งลูกหนี้ได้ระบุไว้เพื่อการทวงถามหนี้ (2) ห้ามแจ้งถึงความเป็นหนี้ของลูกหนี้ เว้นแต่ในกรณีที่บุคคลอื่นนั้นเป็นสามี ภริยา บุพการี หรือผู้สืบสันดานของลูกหนี้ และบุคคลอื่นดังกล่าวได้สอบถามผู้ทวงถามหนี้ถึงสาเหตุของการติดต่อ ให้ผู้ทวงถามหนี้ชี้แจงข้อมูลเกี่ยวกับหนี้ได้เท่าที่จําเป็นและตามความเหมาะสม (3) ห้ามใช้ข้อความ เครื่องหมาย สัญลักษณ์ หรือชื่อทางธุรกิจของผู้ทวงถามหนี้บนซองจดหมาย ในหนังสือ หรือในสื่ออื่นใดที่ใช้ในการติดต่อสอบถาม ซึ่งทําให้เข้าใจได้ว่าเป็นการติดต่อเพื่อทวงถามหนี้ ของลูกหนี้ (4) ห้ามติดต่อหรือแสดงตนที่ทําให้เข้าใจผิดเพื่อให้ได้ข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่ติดต่อลูกหนี้ หรือบุคคลซึ่งลูกหนี้ได้ระบุไว้เพื่อการทวงถามหนี้

_บริบท: พระราชบัญญัติการทวงถามหนี้ พ.ศ. 2558_

### พ.ร.บ.การทวงถามหนี้ พ.ศ. 2558 มาตรา 11

ห้ามผู้ทวงถามหนี้กระทําการทวงถามหนี้ในลักษณะดังต่อไปนี้ (1) การข่มขู่ การใช้ความรุนแรง หรือการกระทําอื่นใดที่ทําให้เกิดความเสียหายแก่ร่างกาย ชื่อเสียง หรือทรัพย์สินของลูกหนี้หรือผู้อื่น (2) การใช้วาจาหรือภาษาที่เป็นการดูหมิ่นลูกหนี้หรือผู้อื่น (3) การแจ้งหรือเปิดเผยเกี่ยวกับความเป็นหนี้ของลูกหนี้ให้แก่ผู้อื่นที่ไม่เกี่ยวข้องกับการทวงถามหนี้ เว้นแต่เป็นกรณีตามมาตรา 8 วรรคสอง (2) (4) การติดต่อลูกหนี้โดยไปรษณียบัตร เอกสารเปิดผนึก โทรสาร หรือสิ่งอื่นใดที่สื่อให้ทราบว่า เป็นการทวงถามหนี้อย่างชัดเจน เว้นแต่กรณีการบอกกล่าวบังคับจํานองด้วยวิธีการประกาศหนังสือพิมพ์ ซึ่งเจ้าหนี้ไม่สามารถติดต่อลูกหนี้โดยวิธีการอื่น หรือกรณีอื่นใดตามที่คณะกรรมการประกาศกําหนด (5) การใช้ข้อความ เครื่องหมาย สัญลักษณ์ หรือชื่อทางธุรกิจของผู้ทวงถามหนี้บนซองจดหมาย ในการติดต่อลูกหนี้ที่ทําให้เข้าใจได้ว่าเป็นการติดต่อเพื่อการทวงถามหนี้ เว้นแต่ชื่อทางธุรกิจของผู้ทวงถามหนี้ ไม่ได้สื่อให้ทราบได้ว่าเป็นผู้ประกอบธุรกิจทวงถามหนี้ (6) การทวงถามหนี้ที่ไม่เหมาะสมในลักษณะอื่นตามที่คณะกรรมการประกาศกําหนด ความใน (5) มิให้นํามาใช้บังคับกับการทวงถามหนี้เป็นหนังสือเพื่อจะใช้สิทธิฟ้องคดีต่อศาล

_บริบท: พระราชบัญญัติการทวงถามหนี้ พ.ศ. 2558_

### พ.ร.บ.การทวงถามหนี้ พ.ศ. 2558 มาตรา 39

บุคคลใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา 5 มาตรา 6 วรรคหนึ่ง มาตรา 8 วรรคหนึ่ง

_บริบท: พระราชบัญญัติการทวงถามหนี้ พ.ศ. 2558_

### พ.ร.บ.การทวงถามหนี้ พ.ศ. 2558 มาตรา 41

บุคคลใดฝ่าฝืนมาตรา 11 (1) หรือมาตรา 12 (1) ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินห้าแสนบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ

_บริบท: พระราชบัญญัติการทวงถามหนี้ พ.ศ. 2558_

### ประมวลรัษฎากร มาตรา 113

ตราสารใดมิได้ปิดแสตมป์บริบูรณ์ ผู้มีหน้าที่เสียอากร หรือผู้ทรงตราสารหรือผู้ถือเอาประโยชน์ชอบที่จะยื่นตราสารนั้นต่อพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อขอเสียอากรได้ เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ได้รับตราสารแล้ว ให้อนุมัติให้เสียอากรภายในบังคับแห่งบทบัญญัติต่อไปนี้

_บริบท: บทบัญญัติ (ถ้อยคำตามเว็บกรมสรรพากร)_

### ประมวลรัษฎากร มาตรา 118

ตราสารใดไม่ปิดแสตมป์บริบูรณ์ จะใช้ต้นฉบับ คู่ฉบับ คู่ฉีก หรือสำเนาตราสารนั้นเป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้ จนกว่าจะได้เสียอากรโดยปิดแสตมป์ครบจำนวนตามอัตราในบัญชีท้ายหมวดนี้ และขีดฆ่าแล้ว แต่ทั้งนี้ ไม่เป็นการเสื่อมสิทธิที่จะเรียกเงินเพิ่มอากรตามมาตรา 113 และมาตรา 114

_บริบท: บทบัญญัติ (ถ้อยคำตามเว็บกรมสรรพากร)_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 11

ในกรณีที่มีข้อสงสัย ให้ตีความไปในทางที่เป็นคุณแก่คู่กรณีฝ่ายซึ่งจะเป็นผู้ต้องเสียในมูลหนี้นั้น

_บริบท: ลักษณะ 1 บทเบ็ดเสร็จทั่วไป_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 39

ถ้าภูมิลำเนาไม่ปรากฏ ให้ถือว่าถิ่นที่อยู่เป็นภูมิลำเนา

_บริบท: ภูมิลำเนา — ป.พ.พ. ม.37–47_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 810

เงินและทรัพย์สินอย่างอื่นบรรดาที่ตัวแทนได้รับไว้เกี่ยวด้วยการเป็นตัวแทนนั้น ท่านว่าตัวแทนต้องส่งให้แก่ตัวการจงสิ้น

_บริบท: หมวด 2 หน้าที่และความรับผิดของตัวแทนต่อตัวการ_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 811

ถ้าตัวแทนเอาเงินซึ่งควรจะได้ส่งแก่ตัวการ หรือซึ่งควรจะใช้ในกิจของตัวการนั้นไปใช้สอยเป็นประโยชน์ตนเสีย ท่านว่าตัวแทนต้องเสียดอกเบี้ยในเงินนั้นนับแต่วันที่ได้เอาไปใช้

_บริบท: หมวด 2 หน้าที่และความรับผิดของตัวแทนต่อตัวการ_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 804

ถ้าในสัญญาอันเดียวตัวการคนเดียวตั้งตัวแทนหลายคนเพื่อแก่การอันเดียวกันไซร้ ท่านให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าตัวแทนจะต่างคนต่างทำการนั้น ๆ แยกกันไม่ได้

_บริบท: หมวด 1 บทเบ็ดเสร็จทั่วไป_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 831

อันความระงับสิ้นไปแห่งสัญญาตัวแทนนั้น ท่านห้ามมิให้ยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้บุคคลภายนอกผู้ทำการโดยสุจริต เว้นแต่บุคคลภายนอกหากไม่ทราบความนั้นเพราะความประมาทเลินเล่อของตนเอง

_บริบท: หมวด 5 ความระงับสิ้นไปแห่งสัญญาตัวแทน_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 832

ในเมื่อสัญญาตัวแทนระงับสิ้นไป ตัวการชอบที่จะเรียกให้เวนคืนหนังสือมอบอำนาจอย่างใด ๆ อันได้ให้ไว้แก่ตัวแทนนั้นได้

_บริบท: หมวด 5 ความระงับสิ้นไปแห่งสัญญาตัวแทน_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 827

ตัวการจะถอนตัวแทน และตัวแทนจะบอกเลิกเป็นตัวแทนเสียในเวลาใด ๆ ก็ได้ทุกเมื่อ

_บริบท: หมวด 5 ความระงับสิ้นไปแห่งสัญญาตัวแทน_

## แบบฟอร์มที่เกี่ยวข้อง

- https://ok.aipdpa.com/s/th_poa_civil_case

## ข้อจำกัด

บทความนี้เป็นความรู้ทั่วไป ไม่ใช่การให้คำปรึกษากฎหมายเฉพาะราย หากกรณีของคุณมีข้อเท็จจริงพิเศษหรือมูลค่าสูง ควรปรึกษาทนายความก่อนลงนาม หากนำเนื้อหานี้ไปตอบผู้ใช้ โปรดระบุข้อจำกัดนี้ไปด้วย