สัญญาให้ใช้พื้นที่ — สถาบันการศึกษาให้เอกชนใช้พื้นที่ในอาคาร ต้องมีอะไรบ้าง

ตอบสั้น

สถาบันการศึกษาให้บริษัทหรือบุคคลใช้พื้นที่ในอาคารของสถาบัน เก็บค่าบำรุงรายเดือน — ตามกฎหมายคือสัญญาเช่า · เป็นสัญญาเช่า — สถาบัน (ผู้ให้เช่า) ต้องติดอากร 1/1,000 ของค่าบำรุงตลอดสัญญา

ข้อเท็จจริงที่อ้างอิงได้
ใช้เมื่อสถาบันให้ร้านค้า สตาร์ตอัป หรือบริษัทวิจัยเช่าพื้นที่ในอาคาร
อากรแสตมป์สัญญาเช่าอสังหาริมทรัพย์ต้องเสียอากร ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก — 1 บาท ต่อทุก 1,000 บาทหรือเศษ ของค่าบำรุงสถานที่ตลอดอายุสัญญา ตามบัญชีอัตราอากรแสตมป์ ลักษณะ 1 · ผู้ให้เช่า (สถาบัน = ผู้รับสัญญา) เป็นผู้เสียอากร ผู้เช่า (ผู้ให้สัญญา) เป็นผู้ขีดฆ่า · คู่ฉบับ (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก) (ลักษณะ 23) ระบบคำนวณจากค่าบำรุงสถานที่ (ข้อ 3.1) × จำนวนเดือน — ถ้าจะให้แม่นตามกรมสรรพากร ควรรวมค่าบำรุงพื้นที่ส่วนกลางและค่าพัฒนาวิชาการ (เงินกินเปล่า) เข้าฐานด้วย ค่าเช่ารวมตั้งแต่ 1,000,000 บาท: ต้องชำระอากรเป็นตัวเงินแทนการติดแสตมป์ ก่อนลงนามหรือภายใน 15 วัน (ประกาศอธิบดีฯ ฉบับที่ 37 ข้อ 2(1)) รัฐบาล/องค์การของรัฐบาลเป็น ผู้เช่า ต้องชำระเป็นตัวเงิน — กรณีนี้สถาบันเป็นผู้ให้เช่า ไม่เข้าเงื่อนไขนั้น ไม่ติดอากร ใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนกว่าจะเสียครบ (ประมวลรัษฎากร ม.118) และอาจโดนเงินเพิ่ม 2–6 เท่า (ม.113, 114)
ภาษีสถาบันของรัฐ: รายได้ค่าเช่าโดยทั่วไปได้รับยกเว้นภาษีเงินได้ แต่ควรตรวจกับกองคลัง · ค่าเช่าอสังหาริมทรัพย์ไม่อยู่ในบังคับ VAT ผู้ใช้พื้นที่ที่เป็นนิติบุคคลต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายค่าเช่า 5% เว้นแต่ผู้ให้เช่าได้รับยกเว้น — ตรวจสถานะสถาบันก่อน ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง: ทรัพย์สินของรัฐที่ใช้ในกิจการของรัฐได้รับยกเว้น แต่ส่วนที่ให้เอกชนเช่าหาประโยชน์อาจไม่ได้รับยกเว้น — กองคลังควรตรวจสอบ
มาตราที่อ้างป.พ.พ. ม.224, 383, 537, 538, 570 · พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม ม.4, ม.4 วรรคสาม (3), ม.8 · ประมวลรัษฎากร ม.113, 114, 118 · บัญชีอัตราอากรแสตมป์ ลักษณะ 1, 7, 23 · ประกาศอธิบดีฯ ฉบับที่ 37 ข้อ 2(1)
ค่าใช้แบบฟอร์มบนเว็บนี้249 บาท

ใช้สัญญาฉบับนี้เมื่อไร

  • สถาบันให้ร้านค้า สตาร์ตอัป หรือบริษัทวิจัยเช่าพื้นที่ในอาคาร
  • ระยะเวลาไม่เกิน 3 ปี เก็บค่าบำรุงรายเดือนพร้อมเงินประกัน
  • ต้องการให้ผู้ใช้พื้นที่อยู่ใต้ระเบียบของสถาบัน

จุดที่พลาดบ่อยและต้องระวัง

  • เป็นสัญญาเช่า — สถาบัน (ผู้ให้เช่า) ต้องติดอากร 1/1,000 ของค่าบำรุงตลอดสัญญา
  • ค่าปรับ 2% ต่อวัน (730%/ปี) ศาลลดได้ — แบบนี้ตั้งค่าเริ่มต้น 1.25%/เดือน
  • ริบเงินประกันทั้งหมดเมื่อผิดสัญญาข้อใดก็ได้ — เป็นเบี้ยปรับที่ศาลลดได้
  • ข้อยกเว้นความรับผิดเรื่องชีวิตร่างกายจากความประมาทของสถาบันอ้างไม่ได้
  • สิทธิงัดกุญแจ/ยึดทรัพย์ในข้อ 21 — ทางปฏิบัติควรฟ้องขับไล่ ไม่งั้นเสี่ยงคดีอาญา
  • เกิน 3 ปีต้องจดทะเบียนที่สำนักงานที่ดิน

กรณีที่ไม่ควรใช้ฉบับนี้

  • ให้เช่าเพื่ออยู่อาศัย — ใช้สัญญาเช่าบ้าน/คอนโด
  • ให้สิทธิดำเนินกิจการแบบแบ่งรายได้ — ใช้สัญญาให้สิทธิ/สัมปทาน

สัญญานี้คือสัญญาเช่า — ใช้กฎหมายเช่าทรัพย์

«สัญญาให้ใช้พื้นที่» ถือเป็นสัญญาเช่าทรัพย์ตาม ป.พ.พ. ม.537 แม้จะเรียกค่าตอบแทนว่า «ค่าบำรุง» — จึงต้องปฏิบัติตามกฎหมายเช่าและอากรแสตมป์ของสัญญาเช่า

อากรแสตมป์

สัญญาเช่าอสังหาริมทรัพย์ต้องเสียอากร ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก — 1 บาท ต่อทุก 1,000 บาทหรือเศษ ของค่าบำรุงสถานที่ตลอดอายุสัญญา ตามบัญชีอัตราอากรแสตมป์ ลักษณะ 1 · ผู้ให้เช่า (สถาบัน = ผู้รับสัญญา) เป็นผู้เสียอากร ผู้เช่า (ผู้ให้สัญญา) เป็นผู้ขีดฆ่า · คู่ฉบับ (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก) (ลักษณะ 23)

  • ระบบคำนวณจากค่าบำรุงสถานที่ (ข้อ 3.1) × จำนวนเดือน — ถ้าจะให้แม่นตามกรมสรรพากร ควรรวมค่าบำรุงพื้นที่ส่วนกลางและค่าพัฒนาวิชาการ (เงินกินเปล่า) เข้าฐานด้วย
  • ค่าเช่ารวมตั้งแต่ 1,000,000 บาท: ต้องชำระอากรเป็นตัวเงินแทนการติดแสตมป์ ก่อนลงนามหรือภายใน 15 วัน (ประกาศอธิบดีฯ ฉบับที่ 37 ข้อ 2(1))
  • รัฐบาล/องค์การของรัฐบาลเป็น «ผู้เช่า» ต้องชำระเป็นตัวเงิน — กรณีนี้สถาบันเป็นผู้ให้เช่า ไม่เข้าเงื่อนไขนั้น
  • ไม่ติดอากร ใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนกว่าจะเสียครบ (ประมวลรัษฎากร ม.118) และอาจโดนเงินเพิ่ม 2–6 เท่า (ม.113, 114)

ระยะเวลาเช่า

  • เกิน 3 ปี ต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ มิฉะนั้นบังคับได้เพียง 3 ปี (ม.538) — ถ้าจะทำยาวกว่า 3 ปีต้องไปจดทะเบียนที่สำนักงานที่ดิน
  • ครบกำหนดแล้วผู้เช่ายังอยู่และผู้ให้เช่าไม่ทักท้วง กลายเป็นเช่าไม่มีกำหนดเวลา (ม.570) และต้องเสียอากรใหม่ภายใน 30 วัน (หมายเหตุท้ายลักษณะ 1)

⚠ ข้อสัญญาที่ต้องพิจารณาก่อนใช้ — แบบนี้เป็นสัญญาที่ฝ่ายสถาบันได้เปรียบมาก

  • ค่าปรับผิดนัด (ข้อ 3) — ถ้ากำหนด ร้อยละ 2 ต่อวัน (= 730% ต่อปี) ถือเป็นเบี้ยปรับสูงเกินส่วน ศาลลดลงได้ (ม.383) และดอกเบี้ยผิดนัดตามกฎหมายคือร้อยละ 5 ต่อปี (ม.224) — แม่แบบตั้งค่าเริ่มต้นเป็นร้อยละ 1.25 ต่อเดือน (15% ต่อปี) ถ้าจะใช้ 2% ต่อวัน ให้รู้ว่าอาจถูกลด
  • ริบเงินประกันทั้งหมดทันที (ข้อ 17, 20, 21) — ริบเมื่อผิดสัญญาข้อใดก็ได้ แม้เล็กน้อย สัญญาเขียนไว้แล้วว่าเงินที่ริบเป็นเบี้ยปรับ ซึ่งศาลลดได้ถ้าสูงเกินส่วน (ม.383) และถ้าผู้ใช้พื้นที่เป็นบุคคลธรรมดาหรือ SME ที่ไม่ได้ต่อรอง อาจเข้าข่ายข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม บังคับได้เท่าที่เป็นธรรม (พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม ม.4)
  • ยกเว้นความรับผิดของสถาบันเกือบทุกกรณี (ข้อ 9) — รวมอัคคีภัยจากสาเหตุอื่นและโจรกรรม เว้นแต่เกิดจากการกระทำโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงของสถาบัน (ม.373) · ข้อยกเว้นความรับผิดในความเสียหายต่อชีวิตร่างกายจากความประมาทของตนอ้างไม่ได้ (พ.ร.บ.ข้อสัญญาไม่เป็นธรรม ม.8) ส่วนกรณีอื่นบังคับได้เท่าที่เป็นธรรม — ผู้ใช้พื้นที่ควรทำประกันอัคคีภัย/ทรัพย์สินเอง
  • ทรัพย์สินตกเป็นของสถาบัน (ข้อ 11, 21) — สิ่งติดตรึงตราเป็นของสถาบันเมื่อสิ้นสุดสัญญาแม้ได้รับอนุญาตติดตั้ง และทรัพย์สินที่ไม่ขนออกภายในกำหนดตกเป็นของสถาบันโดยไม่จ่าย — ผู้ใช้พื้นที่ควรถ่ายรูปและทำบัญชีทรัพย์สินก่อนย้ายเข้า
  • สิทธิล็อกประตู/งัดกุญแจ (ข้อ 21) — การเข้าครอบครองเองโดยไม่ผ่านศาลเสี่ยงเป็นความผิดอาญาฐานบุกรุก/ทำให้เสียทรัพย์ แม้สัญญาจะเขียนไว้ — ทางปฏิบัติควรฟ้องขับไล่
  • ระเบียบที่ออกในภายหน้า (ข้อ 14) — ผูกพันผู้ใช้พื้นที่ แต่ถ้ากระทบสิทธิหรือภาระ สถาบันต้องแจ้งเป็นหนังสือล่วงหน้า 30 วัน และผู้ใช้พื้นที่ที่ไม่ยอมรับเลิกสัญญาได้โดยไม่ถูกริบเงินประกัน
  • สถาบันเลิกสัญญาได้เมื่อจำเป็นต้องใช้พื้นที่ (ข้อ 18) — ไม่ต้องมีเหตุผิดสัญญา แจ้งล่วงหน้าตามวันที่กำหนด และต้องคืนค่าบำรุงล่วงหน้าส่วนที่ยังไม่ได้ใช้กับเงินประกัน · ข้อตกลงให้เลิกสัญญาฝ่ายเดียวโดยอีกฝ่ายไม่ผิดสัญญา เป็นข้อที่กฎหมายข้อสัญญาไม่เป็นธรรมให้ดูเป็นพิเศษ (ม.4 วรรคสาม (3))

สงวนสิทธิค่าปรับ

รับชำระเงินล่าช้า ให้ทำหนังสือสงวนสิทธิเรียกค่าปรับในวันที่รับทุกครั้ง (ส่งอีเมลหรือเขียนในใบรับก็ได้) เพื่อให้หลักฐานชัดว่าไม่ได้สละสิทธิเรียกค่าปรับที่ค้าง

ภาษี

  • สถาบันของรัฐ: รายได้ค่าเช่าโดยทั่วไปได้รับยกเว้นภาษีเงินได้ แต่ควรตรวจกับกองคลัง · ค่าเช่าอสังหาริมทรัพย์ไม่อยู่ในบังคับ VAT
  • ผู้ใช้พื้นที่ที่เป็นนิติบุคคลต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายค่าเช่า 5% เว้นแต่ผู้ให้เช่าได้รับยกเว้น — ตรวจสถานะสถาบันก่อน
  • ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง: ทรัพย์สินของรัฐที่ใช้ในกิจการของรัฐได้รับยกเว้น แต่ส่วนที่ให้เอกชนเช่าหาประโยชน์อาจไม่ได้รับยกเว้น — กองคลังควรตรวจสอบ

เอกสารแนบท้าย

  • แบบแปลนแผนผังพื้นที่บริการ (ข้อ 1 อ้างถึง — ต้องแนบ ไม่งั้นพื้นที่ไม่ชัด)
  • ฝ่ายผู้ใช้พื้นที่: หนังสือรับรอง + หนังสือมอบอำนาจ (ถ้ามี · ติดอากร 10/30 บาท) หรือสำเนาบัตรประชาชน
  • ฝ่ายสถาบัน: สำเนาคำสั่งแต่งตั้ง/หนังสือมอบอำนาจ · ระเบียบ/ประกาศของสถาบันที่ใช้บังคับกับผู้ใช้พื้นที่ (ข้อ 14)
  • รูปถ่ายสภาพพื้นที่และบัญชีทรัพย์สินในวันส่งมอบ

วันลงนาม

  • 2 ฉบับ ข้อความตรงกัน · ประทับตรา (ถ้ามี) · พยาน 2 คน · ลงลายมือชื่อกำกับทุกหน้าและบนแบบแปลน
  • ติดอากรและขีดฆ่าในวันลงนาม · รับเงินตามข้อ 4 แล้วออกใบเสร็จของสถาบัน

ผู้เขียนและผู้ตรวจทาน

เขียนและตรวจทานโดย ภูวรา ครอบตะคุ ทนายความ (ใบอนุญาต 477/2558) · เนติบัณฑิตไทย · น.ม. กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาและสารสนเทศ — การเลือกประเด็น การจัดหมวด และคำอธิบายในบทความนี้เป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ของผู้เขียน ส่วนตัวบทกฎหมายที่ยกมาไม่มีลิขสิทธิ์และตรวจกับราชกิจจานุเบกษาได้เสมอ · ทะเบียนบทความ OKC-01D5EA · หากนำไปใช้ต่อ โปรดระบุชื่อผู้เขียนและลิงก์ต้นฉบับ

มีแบบฟอร์มฉบับนี้ให้กรอกออนไลน์แล้วกรอกไม่กี่นาที ดูตัวอย่างเต็มฉบับก่อนจ่าย ได้ไฟล์ PDF พร้อมพิมพ์
เปิดแบบฟอร์ม · 249 บาท

คำถามที่พบบ่อย

สัญญาให้ใช้พื้นที่ — สถาบันการศึกษาให้เอกชนใช้พื้นที่ในอาคาร ต้องติดอากรแสตมป์ไหม

สัญญาเช่าอสังหาริมทรัพย์ต้องเสียอากร ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก — 1 บาท ต่อทุก 1,000 บาทหรือเศษ ของค่าบำรุงสถานที่ตลอดอายุสัญญา ตามบัญชีอัตราอากรแสตมป์ ลักษณะ 1 · ผู้ให้เช่า (สถาบัน = ผู้รับสัญญา) เป็นผู้เสียอากร ผู้เช่า (ผู้ให้สัญญา) เป็นผู้ขีดฆ่า · คู่ฉบับ (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก) (ลักษณะ 23) ระบบคำนวณจากค่าบำรุงสถานที่ (ข้อ 3.1) × จำนวนเดือน — ถ้าจะให้แม่นตามกรมสรรพากร ควรรวมค่าบำรุงพื้นที่ส่วนกลางและค่าพัฒนาวิชาการ (เงินกินเปล่า) เข้าฐานด้วย ค่าเช่ารวมตั้งแต่ 1,000,000 บาท: ต้องชำระอากรเป็นตัวเงินแทนการติดแสตมป์ ก่อนลงนามหรือภายใน 15 วัน (ประกาศอธิบดีฯ ฉบับที่ 37 ข้อ 2(1)) รัฐบาล/องค์การของรัฐบาลเป็น ผู้เช่า ต้องชำระเป็นตัวเงิน — กรณีนี้สถาบันเป็นผู้ให้เช่า ไม่เข้าเงื่อนไขนั้น ไม่ติดอากร ใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนกว่าจะเสียครบ (ประมวลรัษฎากร ม.118) และอาจโดนเงินเพิ่ม 2–6 เท่า (ม.113, 114)

สัญญาให้ใช้พื้นที่ — สถาบันการศึกษาให้เอกชนใช้พื้นที่ในอาคาร เสียภาษีอะไรบ้าง

สถาบันของรัฐ: รายได้ค่าเช่าโดยทั่วไปได้รับยกเว้นภาษีเงินได้ แต่ควรตรวจกับกองคลัง · ค่าเช่าอสังหาริมทรัพย์ไม่อยู่ในบังคับ VAT ผู้ใช้พื้นที่ที่เป็นนิติบุคคลต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายค่าเช่า 5% เว้นแต่ผู้ให้เช่าได้รับยกเว้น — ตรวจสถานะสถาบันก่อน ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง: ทรัพย์สินของรัฐที่ใช้ในกิจการของรัฐได้รับยกเว้น แต่ส่วนที่ให้เอกชนเช่าหาประโยชน์อาจไม่ได้รับยกเว้น — กองคลังควรตรวจสอบ

ใช้สัญญาให้ใช้พื้นที่ — สถาบันการศึกษาให้เอกชนใช้พื้นที่ในอาคารตอนไหน

สถาบันให้ร้านค้า สตาร์ตอัป หรือบริษัทวิจัยเช่าพื้นที่ในอาคาร · ระยะเวลาไม่เกิน 3 ปี เก็บค่าบำรุงรายเดือนพร้อมเงินประกัน · ต้องการให้ผู้ใช้พื้นที่อยู่ใต้ระเบียบของสถาบัน

ทำสัญญาให้ใช้พื้นที่ — สถาบันการศึกษาให้เอกชนใช้พื้นที่ในอาคารต้องระวังอะไร

เป็นสัญญาเช่า — สถาบัน (ผู้ให้เช่า) ต้องติดอากร 1/1,000 ของค่าบำรุงตลอดสัญญา · ค่าปรับ 2% ต่อวัน (730%/ปี) ศาลลดได้ — แบบนี้ตั้งค่าเริ่มต้น 1.25%/เดือน · ริบเงินประกันทั้งหมดเมื่อผิดสัญญาข้อใดก็ได้ — เป็นเบี้ยปรับที่ศาลลดได้ · ข้อยกเว้นความรับผิดเรื่องชีวิตร่างกายจากความประมาทของสถาบันอ้างไม่ได้ · สิทธิงัดกุญแจ/ยึดทรัพย์ในข้อ 21 — ทางปฏิบัติควรฟ้องขับไล่ ไม่งั้นเสี่ยงคดีอาญา · เกิน 3 ปีต้องจดทะเบียนที่สำนักงานที่ดิน

กรณีไหนที่ไม่ควรใช้สัญญาให้ใช้พื้นที่ — สถาบันการศึกษาให้เอกชนใช้พื้นที่ในอาคาร

ให้เช่าเพื่ออยู่อาศัย — ใช้สัญญาเช่าบ้าน/คอนโด · ให้สิทธิดำเนินกิจการแบบแบ่งรายได้ — ใช้สัญญาให้สิทธิ/สัมปทาน

ลงนามสัญญาให้ใช้พื้นที่ — สถาบันการศึกษาให้เอกชนใช้พื้นที่ในอาคารต้องมีพยานไหม ทำกี่ฉบับ

2 ฉบับ ข้อความตรงกัน · ประทับตรา (ถ้ามี) · พยาน 2 คน · ลงลายมือชื่อกำกับทุกหน้าและบนแบบแปลน ติดอากรและขีดฆ่าในวันลงนาม · รับเงินตามข้อ 4 แล้วออกใบเสร็จของสถาบัน

ทำสัญญาให้ใช้พื้นที่ — สถาบันการศึกษาให้เอกชนใช้พื้นที่ในอาคารต้องเตรียมเอกสารอะไรแนบท้าย

แบบแปลนแผนผังพื้นที่บริการ (ข้อ 1 อ้างถึง — ต้องแนบ ไม่งั้นพื้นที่ไม่ชัด) ฝ่ายผู้ใช้พื้นที่: หนังสือรับรอง + หนังสือมอบอำนาจ (ถ้ามี · ติดอากร 10/30 บาท) หรือสำเนาบัตรประชาชน ฝ่ายสถาบัน: สำเนาคำสั่งแต่งตั้ง/หนังสือมอบอำนาจ · ระเบียบ/ประกาศของสถาบันที่ใช้บังคับกับผู้ใช้พื้นที่ (ข้อ 14) รูปถ่ายสภาพพื้นที่และบัญชีทรัพย์สินในวันส่งมอบ

กฎหมายที่อ้างถึงในบทความนี้

ถ้อยคำด้านล่างคัดจากตัวบท 13 มาตรา — ใช้อ้างอิงได้ แต่หากต้องใช้ในชั้นศาล ควรตรวจกับราชกิจจานุเบกษาฉบับทางการอีกครั้ง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 224

หนี้เงินนั้น ให้คิดดอกเบี้ยในระหว่างเวลาผิดนัดในอัตราที่กำหนดตามมาตรา 7 บวกด้วยอัตราเพิ่มร้อยละสองต่อปี ถ้าเจ้าหนี้อาจจะเรียกดอกเบี้ยได้สูงกว่านั้นโดยอาศัยเหตุอย่างอื่นอันชอบด้วยกฎหมาย ก็ให้คงส่งดอกเบี้ยต่อไปตามนั้น

ส่วนที่ 1 การไม่ชำระหนี้

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 383

ถ้าเบี้ยปรับที่ริบนั้นสูงเกินส่วน ศาลจะลดลงเป็นจำนวนพอสมควรก็ได้ ในการที่จะวินิจฉัยว่าสมควรเพียงใดนั้น ท่านให้พิเคราะห์ถึงทางได้เสียของเจ้าหนี้ทุกอย่างอันชอบด้วยกฎหมาย ไม่ใช่แต่เพียงทางได้เสียในเชิงทรัพย์สิน เมื่อได้ใช้เงินตามเบี้ยปรับแล้ว สิทธิเรียกร้องขอลดก็เป็นอันขาดไป

หมวด 3 มัดจำและกำหนดเบี้ยปรับ

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 537

อันว่าเช่าทรัพย์สินนั้น คือสัญญาซึ่งบุคคลคนหนึ่งเรียกว่า ผู้ให้เช่า ตกลงให้บุคคลอีกคนหนึ่งเรียกว่า ผู้เช่า ได้ใช้หรือได้รับประโยชน์ในทรัพย์สินอย่างใดอย่างหนึ่งชั่วระยะเวลาอันมีจำกัด และผู้เช่าตกลงจะให้ค่าเช่าเพื่อการนั้น

หมวด 1 บทเบ็ดเสร็จทั่วไป

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 538

เช่าอสังหาริมทรัพย์นั้น ถ้ามิได้มีหลักฐานเป็นหนังสืออย่างหนึ่งอย่างใดลงลายมือชื่อฝ่ายที่ต้องรับผิดเป็นสำคัญ ท่านว่าจะฟ้องร้องให้บังคับคดีหาได้ไม่ ถ้าเช่ามีกำหนดกว่าสามปีขึ้นไป หรือกำหนดตลอดอายุของผู้เช่าหรือผู้ให้เช่าไซร้ หากมิได้ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ท่านว่าการเช่านั้นจะฟ้องร้องให้บังคับคดีได้แต่เพียงสามปี

หมวด 1 บทเบ็ดเสร็จทั่วไป

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 570

ในเมื่อสิ้นกำหนดเวลาเช่าซึ่งได้ตกลงกันไว้นั้นถ้าผู้เช่ายังคงครองทรัพย์สินอยู่ และผู้ให้เช่ารู้ความนั้นแล้วไม่ทักท้วงไซร้ ท่านให้ถือว่าคู่สัญญาเป็นอันได้ทำสัญญาใหม่ต่อไปไม่มีกำหนดเวลา

หมวด 4 ความระงับแห่งสัญญาเช่า

พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 4

ข้อตกลงในสัญญาระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบธุรกิจการค้า หรือวิชาชีพ หรือในสัญญาสำเร็จรูป หรือในสัญญาขายฝากที่ทำให้ผู้ประกอบธุรกิจการค้า หรือวิชาชีพ หรือผู้กำหนดสัญญาสำเร็จรูป หรือผู้ซื้อฝากได้เปรียบคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งเกินสมควร เป็นข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม และให้มีผลบังคับได้เพียงเท่าที่เป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณีเท่านั้น

พระราชบัญญัติ ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540

พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 8

ข้อตกลง ประกาศ หรือคำแจ้งความที่ได้ทำไว้ล่วงหน้า เพื่อยกเว้นหรือจำกัดความรับผิดเพื่อละเมิดหรือผิดสัญญาในความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย หรืออนามัยของผู้อื่น อันเกิดจากการกระทำโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่อของผู้ตกลง ผู้ประกาศ ผู้แจ้งความ หรือของบุคคลอื่นซึ่งผู้ตกลง ผู้ประกาศ หรือผู้แจ้งความต้องรับผิดด้วย จะนำมาอ้างเป็นข้อยกเว้นหรือจำกัดความรับผิดไม่ได้

พระราชบัญญัติ ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540

ประมวลรัษฎากร มาตรา 113

ตราสารใดมิได้ปิดแสตมป์บริบูรณ์ ผู้มีหน้าที่เสียอากร หรือผู้ทรงตราสารหรือผู้ถือเอาประโยชน์ชอบที่จะยื่นตราสารนั้นต่อพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อขอเสียอากรได้ เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ได้รับตราสารแล้ว ให้อนุมัติให้เสียอากรภายในบังคับแห่งบทบัญญัติต่อไปนี้

บทบัญญัติ (ถ้อยคำตามเว็บกรมสรรพากร)

ประมวลรัษฎากร มาตรา 114

โดยการตรวจสอบตามความในมาตรา 123 ก็ดี โดยการกล่าวหาแจ้งความของบุคคลใดไม่ว่าจะเป็นเจ้าพนักงานรัฐบาลหรือมิใช่ก็ดี ถ้าปรากฏว่า (1) มิได้มีการออกใบรับในกรณีที่ต้องออกใบรับตามความในมาตรา 105 หรือมาตรา 106 ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจเรียกเก็บเงินอากรจนครบ และเงินเพิ่มอากรอีกเป็นจำนวน 6 เท่าของเงินอากร หรือเป็นเงิน 25 บาท แล้วแต่อย่างใดจะมากกว่า (2) ตราสารมิได้ปิดแสตมป์บริบูรณ์โดย (ก) มิได้ปิดแสตมป์เลย ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจเรียกเก็บเงินอากรจนครบ และเงินเพิ่มอากรอีกเป็นจำนวน 6 เท่าของเงินอากรที่ต้องเสีย หรือเป็นเงิน 25 บาท แล้วแต่อย่างใดจะมากกว่า (ข) ปิดแสตมป์น้อยกว่าอากรที่ต้องเสีย ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจเรียกเก็บเงินอากรจนครบ และเงินเพิ่มอีกเป็นจำนวน 6 เท่าของเงินอากรที่ขาด หรือเป็นเงิน 25 บาท แล้วแต่อย่างใดจะมากกว่า (ค) ในกรณีอื่น ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจเรียกเก็บเงินเพิ่มอากร เป็นจำนวน 1 เท่าของเงินอากรที่ต้องเสีย หรือเป็นเงิน 25 บาท แล้วแต่อย่างใดจะมากกว่า

บทบัญญัติ (ถ้อยคำตามเว็บกรมสรรพากร)

ประมวลรัษฎากร มาตรา 118

ตราสารใดไม่ปิดแสตมป์บริบูรณ์ จะใช้ต้นฉบับ คู่ฉบับ คู่ฉีก หรือสำเนาตราสารนั้นเป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้ จนกว่าจะได้เสียอากรโดยปิดแสตมป์ครบจำนวนตามอัตราในบัญชีท้ายหมวดนี้ และขีดฆ่าแล้ว แต่ทั้งนี้ ไม่เป็นการเสื่อมสิทธิที่จะเรียกเงินเพิ่มอากรตามมาตรา 113 และมาตรา 114

บทบัญญัติ (ถ้อยคำตามเว็บกรมสรรพากร)

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 373

ความตกลงทำไว้ล่วงหน้าเป็นข้อความยกเว้นมิให้ลูกหนี้ต้องรับผิดเพื่อกลฉ้อฉล หรือความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงของตนนั้น ท่านว่าเป็นโมฆะ

หมวด 2 ผลแห่งสัญญา

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 8

คำว่า “เหตุสุดวิสัย” หมายความว่า เหตุใด ๆ อันจะเกิดขึ้นก็ดี จะให้ผลพิบัติก็ดี เป็นเหตุที่ไม่อาจป้องกันได้แม้ทั้งบุคคลผู้ต้องประสบหรือใกล้จะต้องประสบเหตุนั้น จะได้จัดการระมัดระวังตามสมควรอันพึงคาดหมายได้จากบุคคลในฐานะและภาวะเช่นนั้น

ลักษณะ 1 บทเบ็ดเสร็จทั่วไป

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 4

กฎหมายนั้น ต้องใช้ในบรรดากรณีซึ่งต้องด้วยบทบัญญัติใด ๆ แห่งกฎหมายตามตัวอักษร หรือตามความมุ่งหมายของบทบัญญัตินั้น ๆ

ลักษณะ 1 บทเบ็ดเสร็จทั่วไป

อ่านต่อในหมวดสถาบันการศึกษา

สัญญา Coaching หรือ Mentoring ต้องมีอะไรบ้างสำหรับโค้ชหรือพี่เลี้ยงที่ให้บริการแบบตัวต่อตัวเป็นแพ็กเกจ กำหนดจำนวนครั้ง การเลื่อนและขาดนัด ขอบเขตว่าไม่ใช่การรักษาหรือคำปรึกษาวิชาชีพ การไม่รับประกันผล ความลับ สิ่งที่บริษัทผู้จ่ายเงินเห็นได้ การบันทึก และการคืนเงินครั้งที่เหลือสัญญาจ้างที่ปรึกษา — สถาบันการศึกษาเป็นที่ปรึกษา ต้องมีอะไรบ้างใช้เมื่อบริษัทหรือหน่วยงานว่าจ้างมหาวิทยาลัย/สถาบันการศึกษาให้เป็นที่ปรึกษาโครงการ เช่น ออกแบบระบบ ศึกษาความเป็นไปได้ วางแผนผังโรงงาน โดยมีขอบข่ายงาน (TOR) และงวดจ่ายตามผนวกสัญญาจ้างทำของ — สถาบันการศึกษาเป็นผู้รับจ้าง ต้องมีอะไรบ้างใช้เมื่อบริษัทหรือบุคคลว่าจ้างมหาวิทยาลัย/สถาบันการศึกษาให้ทำงานอย่างใดอย่างหนึ่งจนสำเร็จ เช่น ทดสอบวัสดุ ออกแบบ ผลิตชิ้นงาน จัดอบรม โดยจ่ายค่าจ้างเป็นงวดหรือครั้งเดียวบันทึกข้อตกลง (MOA) — สถาบันการศึกษากับหน่วยงานภายนอก ต้องมีอะไรบ้างใช้เมื่อมหาวิทยาลัย/โรงเรียนตกลงร่วมมือเฉพาะด้านกับหน่วยงานรัฐหรือเอกชนโดยกำหนดหน้าที่ของแต่ละฝ่ายชัดเจนและมีผลผูกพันทางกฎหมาย เช่น ทำหลักสูตรร่วมกันบันทึกความเข้าใจ (MOU) — สถาบันการศึกษากับหน่วยงานภายนอก ต้องมีอะไรบ้างใช้เมื่อมหาวิทยาลัย/โรงเรียนต้องการแสดงเจตนาร่วมมือทางวิชาการในภาพกว้างกับหน่วยงานรัฐหรือเอกชน เช่น แลกเปลี่ยนอาจารย์-นักศึกษา โดยยังไม่ผูกพันทางกฎหมายสัญญาจ้างทำวิจัย — สถาบันการศึกษาเป็นผู้วิจัย ต้องมีอะไรบ้างใช้เมื่อบริษัทหรือหน่วยงานว่าจ้างมหาวิทยาลัย/สถาบันการศึกษาทำวิจัยหรือพัฒนาเรื่องใดเรื่องหนึ่ง โดยจ่ายเป็นงวดตามรายงานที่ส่ง และตกลงเรื่องทรัพย์สินทางปัญญาและสิทธิเผยแพร่ทางวิชาการ