สัญญาจ้างทำของ — สถาบันการศึกษาเป็นผู้รับจ้าง ต้องมีอะไรบ้าง
เอกชนหรือบุคคลจ้างสถาบันการศึกษาทำงานจนสำเร็จ เช่น ทดสอบ ออกแบบ ผลิต อบรม · สถาบัน (ผู้รับจ้าง) ต้องติดอากรแสตมป์ 1 บาทต่อค่าจ้างทุก 1,000 บาท — ไม่ติด ใช้ฟ้องไม่ได้
| ใช้เมื่อ | บริษัทจ้างมหาวิทยาลัยทดสอบวัสดุ ออกแบบ ผลิตต้นแบบ หรือจัดอบรม |
|---|---|
| อากรแสตมป์ | สัญญาจ้างทำของต้องติดอากรแสตมป์ 1 บาท ต่อทุก 1,000 บาทหรือเศษของ 1,000 บาท ของสินจ้าง (…) ตามบัญชีอัตราอากรแสตมป์ ลักษณะ 4 — ผู้รับจ้าง (สถาบัน) เป็นผู้เสียอากรและขีดฆ่า · คู่ฉบับอีกฉบับติด 5 บาท (ลักษณะ 23) ถ้าตอนทำสัญญายังไม่รู้สินจ้างแน่นอน ให้ประมาณตามสมควรแล้วเสียอากรตามนั้น และเสียเพิ่มทุกครั้งที่รับเงินงวดจนครบ (หมายเหตุท้ายลักษณะ 4) สินจ้างตั้งแต่ 1,000,000 บาทขึ้นไป หรือรัฐบาล/องค์การของรัฐบาลเป็นผู้ว่าจ้าง ต้องชำระอากรเป็นตัวเงินที่สรรพากร ไม่ใช่ติดแสตมป์ (ประกาศอธิบดีฯ ฉบับที่ 37 ข้อ 2(3)) ลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ ต้องชำระเป็นตัวเงินผ่าน e-Stamp (อ.ส.9) ภายใน 15 วัน ไม่ติดอากรหรือติดไม่ครบ ใช้สัญญาเป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนกว่าจะเสียอากรครบ (ประมวลรัษฎากร ม.118) และอาจโดนเงินเพิ่ม 2–6 เท่า (ม.113, 114) แนววินิจฉัยกรมสรรพากร (หนังสือที่ กค 0702/8091 ลงวันที่ 8 ก.ย. 2558) ถือว่างานที่สถาบันรับทำเป็นที่ปรึกษาหรือวิจัยให้หน่วยงานอื่น เข้าลักษณะจ้างทำของ — ต้องติดอากรแม้สถาบันเป็นหน่วยงานของรัฐ |
| ภาษี | ค่าจ้างในสัญญา ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม — ถ้าผู้รับจ้างจดทะเบียน VAT ต้องออกใบกำกับภาษีบวก 7% แยกต่างหาก ผู้ว่าจ้างที่เป็นนิติบุคคลต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย 3% จากค่าจ้างทำของ และออกหนังสือรับรอง 50 ทวิ |
| มาตราที่อ้าง | ป.พ.พ. ม.575, 587, 595–601, 193/34 · ประมวลรัษฎากร ม.113, 114, 118 · บัญชีอัตราอากรแสตมป์ ลักษณะ 4, 7, 23 · ประกาศอธิบดีฯ ฉบับที่ 37 ข้อ 2(3) |
| ค่าใช้แบบฟอร์มบนเว็บนี้ | 249 บาท |
ใช้สัญญาฉบับนี้เมื่อไร
- บริษัทจ้างมหาวิทยาลัยทดสอบวัสดุ ออกแบบ ผลิตต้นแบบ หรือจัดอบรม
- จ่ายเป็นงวดตามงานที่เสร็จ หรือครั้งเดียวเมื่อตรวจรับ
- งานมีขอบเขตชัดเจนใน TOR
จุดที่พลาดบ่อยและต้องระวัง
- สถาบัน (ผู้รับจ้าง) ต้องติดอากรแสตมป์ 1 บาทต่อค่าจ้างทุก 1,000 บาท — ไม่ติด ใช้ฟ้องไม่ได้
- ค่าจ้างตั้งแต่ 1 ล้านบาท ต้องชำระอากรเป็นตัวเงินที่สรรพากร
- ผู้ว่าจ้างนิติบุคคลหักภาษี ณ ที่จ่าย 3%
- ข้อ 7 ผู้รับจ้างรับผิดแม้เหตุสุดวิสัยจนกว่าจะส่งมอบ — ควรทำประกันภัยงาน
- ผู้ลงนามฝ่ายสถาบันต้องมีอำนาจตามคำสั่ง/หนังสือมอบอำนาจ
กรณีที่ไม่ควรใช้ฉบับนี้
- งานที่ปรึกษาที่ขายความรู้ — ใช้สัญญาจ้างที่ปรึกษา
- งานวิจัย — ใช้สัญญาจ้างทำวิจัย
- จ้างคนมาทำงานประจำมีเวลาเข้างาน — เป็นจ้างแรงงาน มีค่าชดเชย
อากรแสตมป์
สัญญาจ้างทำของต้องติดอากรแสตมป์ 1 บาท ต่อทุก 1,000 บาทหรือเศษของ 1,000 บาท ของสินจ้าง (…) ตามบัญชีอัตราอากรแสตมป์ ลักษณะ 4 — ผู้รับจ้าง (สถาบัน) เป็นผู้เสียอากรและขีดฆ่า · คู่ฉบับอีกฉบับติด 5 บาท (ลักษณะ 23)
- ถ้าตอนทำสัญญายังไม่รู้สินจ้างแน่นอน ให้ประมาณตามสมควรแล้วเสียอากรตามนั้น และเสียเพิ่มทุกครั้งที่รับเงินงวดจนครบ (หมายเหตุท้ายลักษณะ 4)
- สินจ้างตั้งแต่ 1,000,000 บาทขึ้นไป หรือรัฐบาล/องค์การของรัฐบาลเป็นผู้ว่าจ้าง ต้องชำระอากรเป็นตัวเงินที่สรรพากร ไม่ใช่ติดแสตมป์ (ประกาศอธิบดีฯ ฉบับที่ 37 ข้อ 2(3))
- ลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ ต้องชำระเป็นตัวเงินผ่าน e-Stamp (อ.ส.9) ภายใน 15 วัน
- ไม่ติดอากรหรือติดไม่ครบ ใช้สัญญาเป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนกว่าจะเสียอากรครบ (ประมวลรัษฎากร ม.118) และอาจโดนเงินเพิ่ม 2–6 เท่า (ม.113, 114)
- แนววินิจฉัยกรมสรรพากร (หนังสือที่ กค 0702/8091 ลงวันที่ 8 ก.ย. 2558) ถือว่างานที่สถาบันรับทำเป็นที่ปรึกษาหรือวิจัยให้หน่วยงานอื่น เข้าลักษณะจ้างทำของ — ต้องติดอากรแม้สถาบันเป็นหน่วยงานของรัฐ
ภาษี
- ค่าจ้างในสัญญา «ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม» — ถ้าผู้รับจ้างจดทะเบียน VAT ต้องออกใบกำกับภาษีบวก 7% แยกต่างหาก
- ผู้ว่าจ้างที่เป็นนิติบุคคลต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย 3% จากค่าจ้างทำของ และออกหนังสือรับรอง 50 ทวิ
กฎหมายที่ใช้กับสัญญานี้
- จ้างทำของ (ป.พ.พ. ม.587) — มุ่งผลสำเร็จของงาน ผู้รับจ้างเลือกวิธีทำเอง ผู้ว่าจ้างสั่งงานหรือบงการไม่ได้ ต่างจากจ้างแรงงานที่นายจ้างบังคับบัญชา (ม.575) และมีค่าชดเชยตามกฎหมายแรงงาน
- ผู้รับจ้างจัดหาสัมภาระเอง ต้องจัดหาชนิดที่ดี (ม.595) และรับผิดในความชำรุดบกพร่อง (ม.595–600)
- ฟ้องเรื่องชำรุดบกพร่องต้องฟ้องภายใน 1 ปีนับแต่วันที่ความชำรุดบกพร่องปรากฏ (ม.601) — ระยะประกันในข้อ 6 คือข้อตกลงเพิ่มเติมจากกฎหมาย
- อายุความเรียกค่าจ้างทำของ 2 ปี (ม.193/34)
ข้อสัญญาที่ควรรู้ก่อนลงนาม
- ข้อ 7 วรรคสอง ให้ผู้รับจ้างรับผิดแม้เหตุสุดวิสัย จนกว่าจะส่งมอบงานครั้งสุดท้าย — เป็นมาตรฐานสัญญาภาครัฐ แต่หนักกว่ากฎหมายทั่วไป ผู้รับจ้างควรทำประกันภัยงาน
- ข้อ 5 ให้ผู้ว่าจ้างเลิกสัญญาได้เมื่อ «มีเหตุให้เชื่อได้ว่า» จะเสร็จไม่ทัน — ถ้าจะใช้สิทธินี้ ควรมีหนังสือแจ้งเตือนเป็นลายลักษณ์อักษรก่อน
- ข้อ 9 ขยายเวลาอยู่ในดุลพินิจผู้ว่าจ้างฝ่ายเดียว — ผู้รับจ้างควรแจ้งเหตุทันทีพร้อมหลักฐาน อย่ารอจนพ้นกำหนด
เอกสารแนบท้าย
- ผนวก 1 รายละเอียดงานจ้าง (TOR/ขอบเขตงาน) · ผนวก 2 ใบเสนอราคา — ระบุจำนวนหน้าให้ตรงกับที่แนบจริง
- ฝ่ายผู้ว่าจ้าง: หนังสือรับรองบริษัท (ไม่เกิน 6 เดือน) + หนังสือมอบอำนาจ (ถ้ามี · ติดอากร 10/30 บาท) หรือสำเนาบัตรประชาชนถ้าเป็นบุคคลธรรมดา
- ฝ่ายสถาบัน: สำเนาคำสั่งแต่งตั้ง/หนังสือมอบอำนาจผู้ลงนาม
วันลงนาม
- 2 ฉบับ ข้อความตรงกัน · ประทับตรา (ถ้ามี) · พยาน 2 คน · ลงลายมือชื่อกำกับทุกหน้าและทุกหน้าของผนวก
- ติดอากรและขีดฆ่าในวันลงนาม
ผู้เขียนและผู้ตรวจทาน
เขียนและตรวจทานโดย ภูวรา ครอบตะคุ ทนายความ (ใบอนุญาต 477/2558) · เนติบัณฑิตไทย · น.ม. กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาและสารสนเทศ — การเลือกประเด็น การจัดหมวด และคำอธิบายในบทความนี้เป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ของผู้เขียน ส่วนตัวบทกฎหมายที่ยกมาไม่มีลิขสิทธิ์และตรวจกับราชกิจจานุเบกษาได้เสมอ · ทะเบียนบทความ OKC-FBAA36 · หากนำไปใช้ต่อ โปรดระบุชื่อผู้เขียนและลิงก์ต้นฉบับ
คำถามที่พบบ่อย
สัญญาจ้างทำของ — สถาบันการศึกษาเป็นผู้รับจ้าง ต้องติดอากรแสตมป์ไหม
สัญญาจ้างทำของต้องติดอากรแสตมป์ 1 บาท ต่อทุก 1,000 บาทหรือเศษของ 1,000 บาท ของสินจ้าง (…) ตามบัญชีอัตราอากรแสตมป์ ลักษณะ 4 — ผู้รับจ้าง (สถาบัน) เป็นผู้เสียอากรและขีดฆ่า · คู่ฉบับอีกฉบับติด 5 บาท (ลักษณะ 23) ถ้าตอนทำสัญญายังไม่รู้สินจ้างแน่นอน ให้ประมาณตามสมควรแล้วเสียอากรตามนั้น และเสียเพิ่มทุกครั้งที่รับเงินงวดจนครบ (หมายเหตุท้ายลักษณะ 4) สินจ้างตั้งแต่ 1,000,000 บาทขึ้นไป หรือรัฐบาล/องค์การของรัฐบาลเป็นผู้ว่าจ้าง ต้องชำระอากรเป็นตัวเงินที่สรรพากร ไม่ใช่ติดแสตมป์ (ประกาศอธิบดีฯ ฉบับที่ 37 ข้อ 2(3)) ลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ ต้องชำระเป็นตัวเงินผ่าน e-Stamp (อ.ส.9) ภายใน 15 วัน ไม่ติดอากรหรือติดไม่ครบ ใช้สัญญาเป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนกว่าจะเสียอากรครบ (ประมวลรัษฎากร ม.118) และอาจโดนเงินเพิ่ม 2–6 เท่า (ม.113, 114) แนววินิจฉัยกรมสรรพากร (หนังสือที่ กค 0702/8091 ลงวันที่ 8 ก.ย. 2558) ถือว่างานที่สถาบันรับทำเป็นที่ปรึกษาหรือวิจัยให้หน่วยงานอื่น เข้าลักษณะจ้างทำของ — ต้องติดอากรแม้สถาบันเป็นหน่วยงานของรัฐ
สัญญาจ้างทำของ — สถาบันการศึกษาเป็นผู้รับจ้าง เสียภาษีอะไรบ้าง
ค่าจ้างในสัญญา ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม — ถ้าผู้รับจ้างจดทะเบียน VAT ต้องออกใบกำกับภาษีบวก 7% แยกต่างหาก ผู้ว่าจ้างที่เป็นนิติบุคคลต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย 3% จากค่าจ้างทำของ และออกหนังสือรับรอง 50 ทวิ
ใช้สัญญาจ้างทำของ — สถาบันการศึกษาเป็นผู้รับจ้างตอนไหน
บริษัทจ้างมหาวิทยาลัยทดสอบวัสดุ ออกแบบ ผลิตต้นแบบ หรือจัดอบรม · จ่ายเป็นงวดตามงานที่เสร็จ หรือครั้งเดียวเมื่อตรวจรับ · งานมีขอบเขตชัดเจนใน TOR
ทำสัญญาจ้างทำของ — สถาบันการศึกษาเป็นผู้รับจ้างต้องระวังอะไร
สถาบัน (ผู้รับจ้าง) ต้องติดอากรแสตมป์ 1 บาทต่อค่าจ้างทุก 1,000 บาท — ไม่ติด ใช้ฟ้องไม่ได้ · ค่าจ้างตั้งแต่ 1 ล้านบาท ต้องชำระอากรเป็นตัวเงินที่สรรพากร · ผู้ว่าจ้างนิติบุคคลหักภาษี ณ ที่จ่าย 3% · ข้อ 7 ผู้รับจ้างรับผิดแม้เหตุสุดวิสัยจนกว่าจะส่งมอบ — ควรทำประกันภัยงาน · ผู้ลงนามฝ่ายสถาบันต้องมีอำนาจตามคำสั่ง/หนังสือมอบอำนาจ
กรณีไหนที่ไม่ควรใช้สัญญาจ้างทำของ — สถาบันการศึกษาเป็นผู้รับจ้าง
งานที่ปรึกษาที่ขายความรู้ — ใช้สัญญาจ้างที่ปรึกษา · งานวิจัย — ใช้สัญญาจ้างทำวิจัย · จ้างคนมาทำงานประจำมีเวลาเข้างาน — เป็นจ้างแรงงาน มีค่าชดเชย
ลงนามสัญญาจ้างทำของ — สถาบันการศึกษาเป็นผู้รับจ้างต้องมีพยานไหม ทำกี่ฉบับ
2 ฉบับ ข้อความตรงกัน · ประทับตรา (ถ้ามี) · พยาน 2 คน · ลงลายมือชื่อกำกับทุกหน้าและทุกหน้าของผนวก ติดอากรและขีดฆ่าในวันลงนาม
ทำสัญญาจ้างทำของ — สถาบันการศึกษาเป็นผู้รับจ้างต้องเตรียมเอกสารอะไรแนบท้าย
ผนวก 1 รายละเอียดงานจ้าง (TOR/ขอบเขตงาน) · ผนวก 2 ใบเสนอราคา — ระบุจำนวนหน้าให้ตรงกับที่แนบจริง ฝ่ายผู้ว่าจ้าง: หนังสือรับรองบริษัท (ไม่เกิน 6 เดือน) + หนังสือมอบอำนาจ (ถ้ามี · ติดอากร 10/30 บาท) หรือสำเนาบัตรประชาชนถ้าเป็นบุคคลธรรมดา ฝ่ายสถาบัน: สำเนาคำสั่งแต่งตั้ง/หนังสือมอบอำนาจผู้ลงนาม
กฎหมายที่อ้างถึงในบทความนี้
ถ้อยคำด้านล่างคัดจากตัวบท 8 มาตรา — ใช้อ้างอิงได้ แต่หากต้องใช้ในชั้นศาล ควรตรวจกับราชกิจจานุเบกษาฉบับทางการอีกครั้ง
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 575
อันว่าจ้างแรงงานนั้น คือสัญญาซึ่งบุคคลคนหนึ่ง เรียกว่าลูกจ้าง ตกลงจะทำงานให้แก่บุคคลอีกคนหนึ่ง เรียกว่านายจ้าง และนายจ้างตกลงจะให้สินจ้างตลอดเวลาที่ทำงานให้
ลักษณะ 6 จ้างแรงงาน
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 587
อันว่าจ้างทำของนั้น คือสัญญาซึ่งบุคคลคนหนึ่ง เรียกว่าผู้รับจ้าง ตกลงจะทำการงานสิ่งใดสิ่งหนึ่งจนสำเร็จให้แก่บุคคลอีกคนหนึ่ง เรียกว่าผู้ว่าจ้าง และผู้ว่าจ้างตกลงจะให้สินจ้างเพื่อผลสำเร็จแห่งการที่ทำนั้น
ลักษณะ 7 จ้างทำของ
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 595
ถ้าผู้รับจ้างเป็นผู้จัดหาสัมภาระไซร้ ความรับผิดของผู้รับจ้างในการบกพร่องนั้น ท่านให้บังคับด้วยบทแห่งประมวลกฎหมายนี้ ลักษณะซื้อขาย
ลักษณะ 7 จ้างทำของ
ประมวลรัษฎากร มาตรา 113
ตราสารใดมิได้ปิดแสตมป์บริบูรณ์ ผู้มีหน้าที่เสียอากร หรือผู้ทรงตราสารหรือผู้ถือเอาประโยชน์ชอบที่จะยื่นตราสารนั้นต่อพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อขอเสียอากรได้ เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ได้รับตราสารแล้ว ให้อนุมัติให้เสียอากรภายในบังคับแห่งบทบัญญัติต่อไปนี้
บทบัญญัติ (ถ้อยคำตามเว็บกรมสรรพากร)
ประมวลรัษฎากร มาตรา 114
โดยการตรวจสอบตามความในมาตรา 123 ก็ดี โดยการกล่าวหาแจ้งความของบุคคลใดไม่ว่าจะเป็นเจ้าพนักงานรัฐบาลหรือมิใช่ก็ดี ถ้าปรากฏว่า (1) มิได้มีการออกใบรับในกรณีที่ต้องออกใบรับตามความในมาตรา 105 หรือมาตรา 106 ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจเรียกเก็บเงินอากรจนครบ และเงินเพิ่มอากรอีกเป็นจำนวน 6 เท่าของเงินอากร หรือเป็นเงิน 25 บาท แล้วแต่อย่างใดจะมากกว่า (2) ตราสารมิได้ปิดแสตมป์บริบูรณ์โดย (ก) มิได้ปิดแสตมป์เลย ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจเรียกเก็บเงินอากรจนครบ และเงินเพิ่มอากรอีกเป็นจำนวน 6 เท่าของเงินอากรที่ต้องเสีย หรือเป็นเงิน 25 บาท แล้วแต่อย่างใดจะมากกว่า (ข) ปิดแสตมป์น้อยกว่าอากรที่ต้องเสีย ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจเรียกเก็บเงินอากรจนครบ และเงินเพิ่มอีกเป็นจำนวน 6 เท่าของเงินอากรที่ขาด หรือเป็นเงิน 25 บาท แล้วแต่อย่างใดจะมากกว่า (ค) ในกรณีอื่น ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจเรียกเก็บเงินเพิ่มอากร เป็นจำนวน 1 เท่าของเงินอากรที่ต้องเสีย หรือเป็นเงิน 25 บาท แล้วแต่อย่างใดจะมากกว่า
บทบัญญัติ (ถ้อยคำตามเว็บกรมสรรพากร)
ประมวลรัษฎากร มาตรา 118
ตราสารใดไม่ปิดแสตมป์บริบูรณ์ จะใช้ต้นฉบับ คู่ฉบับ คู่ฉีก หรือสำเนาตราสารนั้นเป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้ จนกว่าจะได้เสียอากรโดยปิดแสตมป์ครบจำนวนตามอัตราในบัญชีท้ายหมวดนี้ และขีดฆ่าแล้ว แต่ทั้งนี้ ไม่เป็นการเสื่อมสิทธิที่จะเรียกเงินเพิ่มอากรตามมาตรา 113 และมาตรา 114
บทบัญญัติ (ถ้อยคำตามเว็บกรมสรรพากร)
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 601
ท่านห้ามมิให้ฟ้องผู้รับจ้างเมื่อพ้นปีหนึ่งนับแต่วันการชำรุดบกพร่องได้ปรากฏขึ้น
ลักษณะ 7 จ้างทำของ
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/34
สิทธิเรียกร้องดังต่อไปนี้ ให้มีกำหนดอายุความสองปี (1) ผู้ประกอบการค้าหรืออุตสาหกรรม ผู้ประกอบหัตถกรรม ผู้ประกอบศิลปอุตสาหกรรมหรือช่างฝีมือ เรียกเอาค่าของที่ได้ส่งมอบ ค่าการงานที่ได้ทำ หรือค่าดูแลกิจการของผู้อื่น รวมทั้งเงินที่ได้ออกทดรองไป เว้นแต่เป็นการที่ได้ทำเพื่อกิจการของฝ่ายลูกหนี้นั้นเอง (2) ผู้ประกอบเกษตรกรรมหรือการป่าไม้ เรียกเอาค่าของที่ได้ส่งมอบอันเป็นผลิตผลทางเกษตรหรือป่าไม้ เฉพาะที่ใช้สอยในบ้านเรือนของฝ่ายลูกหนี้นั้นเอง (3) ผู้ขนส่งคนโดยสารหรือสิ่งของหรือผู้รับส่งข่าวสาร เรียกเอาค่าโดยสาร ค่าระวาง ค่าเช่า ค่าธรรมเนียม รวมทั้งเงินที่ได้ออกทดรองไป (4) ผู้ประกอบธุรกิจโรงแรมหรือหอพัก ผู้ประกอบธุรกิจในการจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่ม หรือผู้ประกอบธุรกิจสถานบริการตามกฎหมายว่าด้วยสถานบริการเรียกเอาค่าที่พัก อาหารหรือเครื่องดื่ม ค่าบริการหรือค่าการงานที่ได้ทำให้แก่ผู้มาพักหรือใช้บริการ รวมทั้งเงินที่ได้ออกทดรองไป (5) ผู้ขายสลากกินแบ่ง สลากกินรวบ หรือสลากที่คล้ายคลึงกัน เรียกเอาค่าขายสลาก เว้นแต่เป็นการขายเพื่อการขายต่อ (6) ผู้ประกอบธุรกิจในการให้เช่าสังหาริมทรัพย์ เรียกเอาค่าเช่า (7) บุคคลซึ่งมิได้เข้าอยู่ในประเภทที่ระบุไว้ใน (1) แต่เป็นผู้ประกอบธุรกิจในการดูแลกิจการของผู้อื่นหรือรับทำการงานต่าง ๆ เรียกเอาสินจ้างอันจะพึงได้รับในการนั้น รวมทั้งเงินที่ได้ออกทดรองไป (8) ลูกจ้างซึ่งรับใช้การงานส่วนบุคคล เรียกเอาค่าจ้างหรือสินจ้างอย่างอื่น เพื่อการงานที่ทำ รวมทั้งเงินที่ได้ออกทดรองไป หรือนายจ้างเรียกเอาคืนซึ่งเงินเช่นว่านั้นที่ตนได้จ่ายล่วงหน้าไป (9) ลูกจ้างไม่ว่าจะเป็นลูกจ้างประจำ ลูกจ้างชั่วคราว หรือลูกจ้างรายวัน รวมทั้งผู้ฝึกหัดงาน เรียกเอาค่าจ้างหรือสินจ้างอย่างอื่น รวมทั้งเงินที่ได้ออกทดรองไป หรือนายจ้างเรียกเอาคืนซึ่งเงินเช่นว่านั้นที่ตนได้จ่ายล่วงหน้าไป (10) ครูสอนผู้ฝึกหัดงาน เรียกเอาค่าฝึกสอนและค่าใช้จ่ายอย่างอื่นตามที่ได้ตกลงกันไว้ รวมทั้งเงินที่ได้ออกทดรองไป (11) เจ้าของสถานศึกษาหรือสถานพยาบาล เรียกเอาค่าธรรมเนียมการเรียนและค่าธรรมเนียมอื่น ๆ หรือค่ารักษาพยาบาลและค่าใช้จ่ายอย่างอื่น รวมทั้งเงินที่ได้ออกทดรองไป (12) ผู้รับคนไว้เพื่อการบำรุงเลี้ยงดูหรือฝึกสอน เรียกเอาค่าการงานที่ทำให้ รวมทั้งเงินที่ได้ออกทดรองไป (13) ผู้รับเลี้ยงหรือฝึกสอนสัตว์ เรียกเอาค่าการงานที่ทำให้ รวมทั้งเงินที่ได้ออกทดรองไป (14) ครูหรืออาจารย์ เรียกเอาค่าสอน (15) ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม ทันตกรรม การพยาบาล การผดุงครรภ์ ผู้ประกอบการบำบัดโรคสัตว์ หรือผู้ประกอบโรคศิลปะสาขาอื่น เรียกเอาค่าการงานที่ทำให้รวมทั้งเงินที่ได้ออกทดรองไป (16) ทนายความหรือผู้ประกอบวิชาชีพทางกฎหมาย รวมทั้งพยานผู้เชี่ยวชาญเรียกเอาค่าการงานที่ทำให้ รวมทั้งเงินที่ได้ออกทดรองไป หรือคู่ความเรียกเอาคืนซึ่งเงินเช่นว่านั้นที่ตนได้จ่ายล่วงหน้าไป (17) ผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรม สถาปัตยกรรม ผู้สอบบัญชี หรือผู้ประกอบวิชาชีพอิสระอื่น เรียกเอาค่าการงานที่ทำให้ รวมทั้งเงินที่ได้ออกทดรองไป หรือผู้ว่าจ้างให้ประกอบการงานดังกล่าวเรียกเอาคืนซึ่งเงินเช่นว่านั้นที่ตนได้จ่ายล่วงหน้าไป
หมวด 2 กำหนดอายุความ