สัญญาจ้างให้ติดตามหนี้ (ทวงถามหนี้ค้างชำระ) ต้องมีอะไรบ้าง
เจ้าหนี้จ้างมืออาชีพติดตามหนี้ที่ผิดนัดค้างชำระก่อนฟ้อง จ่ายค่าตอบแทนเป็นร้อยละของเงินที่ได้รับจริง โดยผู้รับจ้างต้องทวงถามตามกฎหมายและดูแลข้อมูลลูกหนี้ · ผู้รับจ้างต้องจดทะเบียนธุรกิจทวงถามหนี้ (ทนายความจดกับสภาทนายความ) — ขอดูหลักฐานก่อนเซ็น
| ใช้เมื่อ | ร้านค้า คลินิก โรงเรียน หรือหอพักที่มีลูกค้าค้างชำระหลายราย |
|---|---|
| อากรแสตมป์ | สัญญาจ้างให้ทำงานจนได้ผล (ติดตามหนี้) มีลักษณะเป็นจ้างทำของ ปิดอากรตามบัญชีลักษณะ 4 1 บาทต่อค่าตอบแทนทุก 1,000 บาทหรือเศษ ผู้รับจ้างเป็นผู้เสีย — ค่าตอบแทนเป็นร้อยละจึงไม่รู้ยอดตอนทำสัญญา ให้ ประมาณค่าตอบแทนตามสมควร (เช่น ร้อยละ … ของยอดที่คาดว่าจะเก็บได้ รวมค่าบำเหน็จเบื้องต้น …) แล้วเสียอากรตามยอดประมาณ ถ้าลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ต้องชำระอากรเป็นตัวเงินผ่านระบบ e-Stamp ของกรมสรรพากร |
| มาตราที่อ้าง | พ.ร.บ.การทวงถามหนี้ พ.ศ. 2558 ม.3, 5, 6, 8, 9, 10, 11, 12, 13 · ป.พ.พ. ม.224, 373, 386, 587 · พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ม.37 (4), 40 · พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 ม.4 · บัญชีอัตราอากรแสตมป์ ลักษณะ 4 |
| ค่าใช้แบบฟอร์มบนเว็บนี้ | 349 บาท |
ใช้สัญญาฉบับนี้เมื่อไร
- ร้านค้า คลินิก โรงเรียน หรือหอพักที่มีลูกค้าค้างชำระหลายราย
- บริษัทที่มีลูกหนี้การค้าค้างนานและไม่มีทีมทวงหนี้เอง
- เจ้าหนี้ที่อยากให้ลองติดตามอย่างสุภาพก่อนตัดสินใจฟ้อง
จุดที่พลาดบ่อยและต้องระวัง
- ผู้รับจ้างต้องจดทะเบียนธุรกิจทวงถามหนี้ (ทนายความจดกับสภาทนายความ) — ขอดูหลักฐานก่อนเซ็น
- ถ้าผู้รับจ้างข่มขู่ ประจาน หรือโทรนอกเวลา เจ้าหนี้อาจเสียชื่อเสียงและถูกร้องเรียนด้วย
- ให้ลูกหนี้โอนเข้าบัญชีเจ้าหนี้โดยตรงปลอดภัยที่สุด — ถ้าให้ผู้รับจ้างรับเงินแทน ต้องใช้บัญชีแยกและส่งต่อเร็ว
- ข้อมูลลูกหนี้เป็นข้อมูลส่วนบุคคล ส่งให้เท่าที่จำเป็นและเรียกคืนเมื่อจบงาน
กรณีที่ไม่ควรใช้ฉบับนี้
- จ้างไปวางบิล รับเช็ค และเก็บเงินจากลูกหนี้การค้าที่ถึงกำหนดตามรอบปกติ จ่ายค่าจ้างเหมารายเดือน ผู้รับจ้างวางหลักประกัน — ใช้ สัญญาจ้างให้จัดเก็บหนี้การค้า
- ต้องการฟ้องคดีหรือบังคับคดีเลย — ใช้สัญญาจ้างทนายความ (สัญญาจ้างทนายความ (ที่ปรึกษา · คดีแพ่ง · คดีเช็ค · บังคับคดี))
- ขายหนี้ให้ผู้อื่นไปทวงเอง — ใช้สัญญาโอนสิทธิเรียกร้อง (สัญญาโอนสิทธิเรียกร้อง)
- ทวงหนี้รายเดียวด้วยตัวเอง — ใช้หนังสือทวงถามให้ชำระหนี้ (หนังสือทวงถามให้ชำระหนี้ (หนังสือบอกกล่าวก่อนฟ้อง))
ก่อนลงนาม — ตรวจทะเบียนผู้รับจ้าง
- ผู้ที่รับจ้างทวงถามหนี้เป็นปกติธุระต้อง จดทะเบียนการประกอบธุรกิจทวงถามหนี้ (พ.ร.บ.การทวงถามหนี้ 2558 ม.5) · ทนายความหรือสำนักงานทนายความจดทะเบียนกับคณะกรรมการสภาทนายความ (ม.6) — ขอดูหนังสือรับจดทะเบียนตัวจริง ตรวจชื่อและเลข … ให้ตรง และตรวจสถานะกับนายทะเบียน (ตำรวจ/จังหวัด หรือสภาทนายความ) ถ้าสงสัย
- ทนายความที่ดำเนินคดีให้ลูกความโดยทั่วไปไม่ถือเป็นการประกอบ «ธุรกิจทวงถามหนี้» แต่ถ้ารับทวงหนี้ก่อนฟ้องเป็นพอร์ตให้หลายเจ้าหนี้เป็นปกติ ต้องจดทะเบียนกับสภาทนายความ — ถ้าไม่แน่ใจให้ถามสภาทนายความ
- ทำ หนังสือมอบอำนาจให้ทวงถาม (และรับเงินถ้าเปิดข้อ 5.2) แยกต่างหากให้ผู้รับจ้างถือไว้แสดงต่อลูกหนี้ (ม.9 (4) ม.10)
กติกาทวงถามที่ต้องจำ (ผู้ว่าจ้างก็ต้องคุมให้ทำตาม)
- โทร/ข้อความ/พบตัว: จันทร์–ศุกร์ 08.00–20.00 น. · วันหยุดราชการ 08.00–18.00 น. ความถี่พอสมควร (ม.9 (2)(3)) คณะกรรมการอาจประกาศจำนวนครั้งเพิ่ม — ตรวจประกาศล่าสุด
- ห้ามข่มขู่ ดูหมิ่น ประจาน โพสต์โซเชียล หรือบอกหนี้กับที่ทำงาน/ญาติ (ม.8 ม.11) · ห้ามอ้างเป็นศาล เจ้าหน้าที่รัฐ ทนาย หรือบริษัทข้อมูลเครดิตเมื่อไม่ใช่ (ม.12) · ห้ามเก็บค่าทวงถามจากลูกหนี้เกินอัตราที่คณะกรรมการประกาศ (ม.13)
- ฝ่าฝืนมีทั้งโทษอาญาและโทษปรับทางปกครอง และ ผู้ว่าจ้างเสียชื่อเสียงไปด้วย — ข้อ 10.1 ให้ผู้รับจ้างชดใช้ แต่ป้องกันดีกว่า: ขอดูสคริปต์โทรและสุ่มฟังเสียงบันทึกทุกเดือน
- กฎหมายนี้คุ้มครองลูกหนี้ที่เป็น บุคคลธรรมดาและผู้ค้ำประกันบุคคลธรรมดา (ม.3) — สัญญานี้ให้ผู้รับจ้างทำตามกติกาเดียวกันกับลูกหนี้ทุกราย เพื่อความปลอดภัยของแบรนด์
เงินของผู้ว่าจ้าง
- ผู้รับจ้างรับเงินแทนผ่านบัญชี … — ขอดูหน้าบัญชีว่าเป็นบัญชีแยกจริง และกระทบยอดกับรายงานทุกเดือน ลูกหนี้ที่ชำระให้ผู้รับจ้างโดยสุจริตถือว่าชำระให้เจ้าหนี้โดยชอบ (ม.10) — ถ้าผู้รับจ้างไม่ส่งเงิน ผู้ว่าจ้างเรียกซ้ำจากลูกหนี้ไม่ได้ จึงให้ส่งต่อภายใน … วันทำการ
- ลูกหนี้โอนเข้า … ของผู้ว่าจ้างเท่านั้น — ปลอดภัยที่สุด แต่ผู้ว่าจ้างต้องแจ้งยอดที่ได้รับให้ผู้รับจ้างทุกสัปดาห์ (ข้อ 5.1) เพื่อไม่ให้ทวงซ้ำกับคนที่จ่ายแล้ว · แม้ผู้รับจ้างไม่มีอำนาจรับเงิน ถ้าลูกหนี้จ่ายให้ผู้รับจ้างโดยสุจริตก็ถือว่าชำระให้เจ้าหนี้โดยชอบ (ม.10) ข้อ 5.2 จึงให้ผู้รับจ้างส่งเงินที่ลูกหนี้ยื่นให้ต่อภายใน 2 วันทำการ
- ใช้ คิวอาร์พร้อมเพย์ในชื่อผู้ว่าจ้าง แนบไปกับข้อความทวงถาม ลูกหนี้จ่ายง่ายและตรวจได้ว่าไม่ใช่มิจฉาชีพ
หนี้ที่ไม่คืบหน้า การผ่อนชำระ และค่าตอบแทนหลังเลิกสัญญา
- หนี้ที่ไม่มีความคืบหน้าภายใน … เดือนต้องส่งคืนตามข้อ 7.4 — ผู้ว่าจ้างจะได้เอาไปฟ้องหรือจ้างรายอื่นก่อนหนี้ขาดอายุความ และไม่ต้องจ่ายค่าตอบแทนจากเงินที่ลูกหนี้มาจ่ายหลังส่งคืน
- ส่งเงินที่รับแทนช้า ผู้รับจ้างเสียดอกเบี้ยร้อยละ … ต่อปีตามข้อ 5.2 — ถ้ากำหนดสูงเกินส่วน ศาลลดลงได้ (ป.พ.พ. มาตรา 383) ตัวแทนที่เอาเงินของตัวการไปใช้ต้องเสียดอกเบี้ยนับแต่วันที่เอาไปใช้ (มาตรา 811)
- ผู้รับจ้างตกลงผ่อนชำระได้เองเฉพาะหนี้ไม่เกิน … และลูกหนี้ต้องจ่ายงวดแรกไม่น้อยกว่าร้อยละ … ของยอดค้าง ในวันทำข้อตกลง — ข้อตกลงต้องทำเป็นหนังสือรับสภาพหนี้ในนามผู้ว่าจ้าง (ข้อ 4.2) ซึ่งทำให้อายุความสะดุดหยุดลง
- ลูกหนี้ที่ผ่อนผ่านผู้รับจ้างไว้ก่อนสัญญาสิ้นสุด ผู้รับจ้างยังได้ค่าตอบแทนจากงวดผ่อนได้ถึง … เดือนหลังสัญญาสิ้นสุด (ข้อ 11.5) และถ้าผู้ว่าจ้างถอนหรือระงับหนี้รายใดเองโดยผู้รับจ้างไม่ได้ผิดสัญญา ก็นับระยะเวลาเดียวกันจากวันแจ้ง — กันการถอนหนี้ออกก่อนลูกหนี้จ่ายเพื่อเลี่ยงค่าตอบแทน
ข้อมูลลูกหนี้ (PDPA)
- ผู้ว่าจ้าง = ผู้ควบคุมข้อมูล · ผู้รับจ้าง = ผู้ประมวลผล — ข้อ 8 คือข้อตกลงการประมวลผลข้อมูลตาม พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ม.40 แล้ว ไม่ต้องทำ DPA แยก เว้นแต่ข้อมูลมาก/อ่อนไหว
- ฐานทางกฎหมายของการส่งข้อมูลลูกหนี้ไปทวงถาม คือประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายในการเรียกชำระหนี้ (ม.24 (5)) และการปฏิบัติตามสัญญากับลูกหนี้ (ม.24 (3)) — ไม่ต้องขอความยินยอม แต่ส่งให้ เท่าที่จำเป็น (ชื่อ ที่อยู่ เบอร์ ยอดหนี้ เอกสารหนี้) ไม่ส่งข้อมูลสุขภาพหรือข้อมูลอ่อนไหวอื่น
- เกิดข้อมูลรั่ว ผู้ว่าจ้างต้องแจ้งสำนักงานคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลภายใน 72 ชั่วโมงนับแต่ทราบ (ม.37 (4)) — ข้อ 8.4 จึงให้ผู้รับจ้างแจ้งภายใน … ชั่วโมง
ระบบอัตโนมัติ/AI
- เสียงบอตและแชตบอตทวงหนี้ต้องอยู่ใต้กติกาเวลาและความถี่เดียวกับคน — ขอให้ผู้รับจ้างแสดงการตั้งค่าเพดานการโทรในระบบ
- แจ้งลูกหนี้ว่าเป็นระบบอัตโนมัติ และให้กดคุยกับพนักงานได้ — ถ้าลูกหนี้โต้แย้งหรือบอกว่าเดือดร้อน ต้องส่งต่อคนทันที (ข้อ 3.4 3.5)
- ถามผู้รับจ้างว่าใช้ผู้ให้บริการ AI รายใด ข้อมูลเก็บที่ประเทศใด และผู้ให้บริการนำข้อมูลไปฝึกแบบจำลองหรือไม่ — ต้องได้รับความยินยอมก่อนตามข้อ 8.3
อายุความ — อย่าให้หนี้หมดสิทธิระหว่างรอ
- หนังสือทวงถามและการโทรทวง ไม่ทำให้อายุความสะดุด · อายุความสะดุดเมื่อลูกหนี้รับสภาพหนี้เป็นหนังสือ ชำระบางส่วน หรือเจ้าหนี้ฟ้องคดี
- ข้อ 7.2 ให้ผู้รับจ้างเตือนล่วงหน้า … วัน — ผู้ว่าจ้างควรทำตารางอายุความของหนี้แต่ละรายเองด้วย (ค่าสินค้า/ค่าบริการของผู้ประกอบการมักมีอายุความ 2 ปี ตรวจประเภทหนี้ก่อน)
อากรแสตมป์
สัญญาจ้างให้ทำงานจนได้ผล (ติดตามหนี้) มีลักษณะเป็นจ้างทำของ ปิดอากรตามบัญชีลักษณะ 4 1 บาทต่อค่าตอบแทนทุก 1,000 บาทหรือเศษ ผู้รับจ้างเป็นผู้เสีย — ค่าตอบแทนเป็นร้อยละจึงไม่รู้ยอดตอนทำสัญญา ให้ ประมาณค่าตอบแทนตามสมควร (เช่น ร้อยละ … ของยอดที่คาดว่าจะเก็บได้ รวมค่าบำเหน็จเบื้องต้น …) แล้วเสียอากรตามยอดประมาณ ถ้าลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ต้องชำระอากรเป็นตัวเงินผ่านระบบ e-Stamp ของกรมสรรพากร
เอกสารแนบท้าย
- บัญชีลูกหนี้ (ชื่อ ที่อยู่ เบอร์ ยอด วันถึงกำหนด เอกสารหนี้) — ส่งเป็นไฟล์เข้ารหัส ไม่ส่งในกลุ่มแชต
- หนังสือมอบอำนาจให้ทวงถามและรับชำระหนี้
- สำเนาหนังสือรับจดทะเบียนการประกอบธุรกิจทวงถามหนี้ของผู้รับจ้าง
- แบบหนังสือรับสภาพหนี้/ข้อตกลงผ่อนชำระที่ผู้ว่าจ้างเห็นชอบ (ข้อ 4.2)
ผู้เขียนและผู้ตรวจทาน
เขียนและตรวจทานโดย ภูวรา ครอบตะคุ ทนายความ (ใบอนุญาต 477/2558) · เนติบัณฑิตไทย · น.ม. กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาและสารสนเทศ — การเลือกประเด็น การจัดหมวด และคำอธิบายในบทความนี้เป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ของผู้เขียน ส่วนตัวบทกฎหมายที่ยกมาไม่มีลิขสิทธิ์และตรวจกับราชกิจจานุเบกษาได้เสมอ · ทะเบียนบทความ OKC-35D2FB · หากนำไปใช้ต่อ โปรดระบุชื่อผู้เขียนและลิงก์ต้นฉบับ
คำถามที่พบบ่อย
สัญญาจ้างให้ติดตามหนี้ (ทวงถามหนี้ค้างชำระ) ต้องติดอากรแสตมป์ไหม
สัญญาจ้างให้ทำงานจนได้ผล (ติดตามหนี้) มีลักษณะเป็นจ้างทำของ ปิดอากรตามบัญชีลักษณะ 4 1 บาทต่อค่าตอบแทนทุก 1,000 บาทหรือเศษ ผู้รับจ้างเป็นผู้เสีย — ค่าตอบแทนเป็นร้อยละจึงไม่รู้ยอดตอนทำสัญญา ให้ ประมาณค่าตอบแทนตามสมควร (เช่น ร้อยละ … ของยอดที่คาดว่าจะเก็บได้ รวมค่าบำเหน็จเบื้องต้น …) แล้วเสียอากรตามยอดประมาณ ถ้าลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ต้องชำระอากรเป็นตัวเงินผ่านระบบ e-Stamp ของกรมสรรพากร
ใช้สัญญาจ้างให้ติดตามหนี้ (ทวงถามหนี้ค้างชำระ)ตอนไหน
ร้านค้า คลินิก โรงเรียน หรือหอพักที่มีลูกค้าค้างชำระหลายราย · บริษัทที่มีลูกหนี้การค้าค้างนานและไม่มีทีมทวงหนี้เอง · เจ้าหนี้ที่อยากให้ลองติดตามอย่างสุภาพก่อนตัดสินใจฟ้อง
ทำสัญญาจ้างให้ติดตามหนี้ (ทวงถามหนี้ค้างชำระ)ต้องระวังอะไร
ผู้รับจ้างต้องจดทะเบียนธุรกิจทวงถามหนี้ (ทนายความจดกับสภาทนายความ) — ขอดูหลักฐานก่อนเซ็น · ถ้าผู้รับจ้างข่มขู่ ประจาน หรือโทรนอกเวลา เจ้าหนี้อาจเสียชื่อเสียงและถูกร้องเรียนด้วย · ให้ลูกหนี้โอนเข้าบัญชีเจ้าหนี้โดยตรงปลอดภัยที่สุด — ถ้าให้ผู้รับจ้างรับเงินแทน ต้องใช้บัญชีแยกและส่งต่อเร็ว · ข้อมูลลูกหนี้เป็นข้อมูลส่วนบุคคล ส่งให้เท่าที่จำเป็นและเรียกคืนเมื่อจบงาน
กรณีไหนที่ไม่ควรใช้สัญญาจ้างให้ติดตามหนี้ (ทวงถามหนี้ค้างชำระ)
จ้างไปวางบิล รับเช็ค และเก็บเงินจากลูกหนี้การค้าที่ถึงกำหนดตามรอบปกติ จ่ายค่าจ้างเหมารายเดือน ผู้รับจ้างวางหลักประกัน — ใช้ สัญญาจ้างให้จัดเก็บหนี้การค้า · ต้องการฟ้องคดีหรือบังคับคดีเลย — ใช้สัญญาจ้างทนายความ (สัญญาจ้างทนายความ (ที่ปรึกษา · คดีแพ่ง · คดีเช็ค · บังคับคดี)) · ขายหนี้ให้ผู้อื่นไปทวงเอง — ใช้สัญญาโอนสิทธิเรียกร้อง (สัญญาโอนสิทธิเรียกร้อง) · ทวงหนี้รายเดียวด้วยตัวเอง — ใช้หนังสือทวงถามให้ชำระหนี้ (หนังสือทวงถามให้ชำระหนี้ (หนังสือบอกกล่าวก่อนฟ้อง))
ทำสัญญาจ้างให้ติดตามหนี้ (ทวงถามหนี้ค้างชำระ)ต้องเตรียมเอกสารอะไรแนบท้าย
บัญชีลูกหนี้ (ชื่อ ที่อยู่ เบอร์ ยอด วันถึงกำหนด เอกสารหนี้) — ส่งเป็นไฟล์เข้ารหัส ไม่ส่งในกลุ่มแชต หนังสือมอบอำนาจให้ทวงถามและรับชำระหนี้ สำเนาหนังสือรับจดทะเบียนการประกอบธุรกิจทวงถามหนี้ของผู้รับจ้าง แบบหนังสือรับสภาพหนี้/ข้อตกลงผ่อนชำระที่ผู้ว่าจ้างเห็นชอบ (ข้อ 4.2)
กฎหมายที่อ้างถึงในบทความนี้
ถ้อยคำด้านล่างคัดจากตัวบท 27 มาตรา — ใช้อ้างอิงได้ แต่หากต้องใช้ในชั้นศาล ควรตรวจกับราชกิจจานุเบกษาฉบับทางการอีกครั้ง
พ.ร.บ.การทวงถามหนี้ พ.ศ. 2558 มาตรา 3
ในพระราชบัญญัตินี้ “ผู้ทวงถามหนี้” หมายความว่า เจ้าหนี้ซึ่งเป็นผู้ให้สินเชื่อ ผู้ประกอบธุรกิจตามกฎหมายว่าด้วย การคุ้มครองผู้บริโภค ผู้จัดให้มีการเล่นการพนันเป็นปกติธุระตามกฎหมายว่าด้วยการพนัน และเจ้าหนี้อื่น ซึ่งมีสิทธิรับชําระหนี้อันเกิดจากการกระทําที่เป็นทางการค้าปกติหรือเป็นปกติธุระของเจ้าหนี้ ทั้งนี้ ไม่ว่าหนี้ดังกล่าวจะชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ก็ตาม และให้หมายความรวมถึง ผู้รับมอบอํานาจจากเจ้าหนี้ ดังกล่าว ผู้รับมอบอํานาจช่วงในการทวงถามหนี้ ผู้ประกอบธุรกิจทวงถามหนี้ และผู้รับมอบอํานาจจาก ผู้ประกอบธุรกิจทวงถามหนี้ด้วย “ผู้ให้สินเชื่อ” หมายความว่า (1) บุคคลซึ่งให้สินเชื่อเป็นทางการค้าปกติ หรือ (2) บุคคลซึ่งรับซื้อหรือรับโอนสินเชื่อต่อไปทุกทอด “สินเชื่อ” หมายความว่า สินเชื่อที่ให้แก่บุคคลธรรมดาโดยการให้กู้ยืมเงิน การให้บริการบัตรเครดิต การให้เช่าซื้อ การให้เช่าแบบลิสซิ่ง และสินเชื่อในรูปแบบอื่นที่มีลักษณะทํานองเดียวกัน “ลูกหนี้” หมายความว่า ลูกหนี้ซึ่งเป็นบุคคลธรรมดา และให้หมายความรวมถึงผู้ค้ําประกัน ซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาด้วย “ธุรกิจทวงถามหนี้” หมายความว่า การรับจ้างทวงถามหนี้ไม่ว่าโดยตรงหรือโดยอ้อมเป็นปกติธุระ แต่ไม่รวมถึงการทวงถามหนี้ของทนายความซึ่งกระทําแทนลูกความของตน “ข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่ติดต่อลูกหนี้” หมายความว่า ที่อยู่อาศัยหรือสถานที่ทํางานของลูกหนี้ และให้หมายความรวมถึงหมายเลขโทรศัพท์และโทรสาร และสถานที่ติดต่อโดยจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ โดยสื่ออิเล็กทรอนิกส์ หรือโดยสื่อเทคโนโลยีสารสนเทศประเภทอื่น ที่สามารถติดต่อกับลูกหนี้ได้ด้วย “คณะกรรมการ” หมายความว่า คณะกรรมการกํากับการทวงถามหนี้ “นายทะเบียน” หมายความว่า ผู้ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยแต่งตั้งให้เป็นผู้มีหน้าที่ รับจดทะเบียนตามพระราชบัญญัตินี้ “พนักงานเจ้าหน้าที่” หมายความว่า ผู้ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยแต่งตั้ง ตามการเสนอแนะของคณะกรรมการกํากับการทวงถามหนี้ให้ปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ “รัฐมนตรี” หมายความว่า รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้
พระราชบัญญัติการทวงถามหนี้ พ.ศ. 2558
พ.ร.บ.การทวงถามหนี้ พ.ศ. 2558 มาตรา 5
บุคคลใดจะประกอบธุรกิจทวงถามหนี้ ต้องจดทะเบียนการประกอบธุรกิจ ทวงถามหนี้ต่อนายทะเบียน ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กําหนดในกฎกระทรวง บุคคลซึ่งจดทะเบียนการประกอบธุรกิจทวงถามหนี้ตามวรรคหนึ่งแล้ว ต้องประกอบธุรกิจ ทวงถามหนี้ตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการประกาศกําหนด
พระราชบัญญัติการทวงถามหนี้ พ.ศ. 2558
พ.ร.บ.การทวงถามหนี้ พ.ศ. 2558 มาตรา 6
ในกรณีที่ผู้ประกอบธุรกิจทวงถามหนี้เป็นทนายความหรือสํานักงานทนายความ ให้คณะกรรมการสภาทนายความตามกฎหมายว่าด้วยทนายความทําหน้าที่นายทะเบียนรับจดทะเบียน โดยต้องปฏิบัติตามกฎกระทรวงและประกาศตามมาตรา 5 ในกรณีที่ผู้ประกอบธุรกิจทวงถามหนี้เป็นทนายความหรือสํานักงานทนายความ ให้คณะกรรมการ สภาทนายความตามกฎหมายว่าด้วยทนายความมีอํานาจสั่งเพิกถอนการจดทะเบียนตามมาตรา 37 ที่เป็นอํานาจของคณะกรรมการตามมาตรา 27 ให้สภานายกพิเศษตามกฎหมายว่าด้วยทนายความมีอํานาจวินิจฉัยอุทธรณ์คําสั่งไม่รับจดทะเบียน ที่เป็นอํานาจของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยตามมาตรา 31 หรือคําสั่งเพิกถอนการจดทะเบียน ที่เป็นอํานาจของคณะกรรมการตามมาตรา 38 คําวินิจฉัยของสภานายกพิเศษให้เป็นที่สุด ทั้งนี้ ให้นํา ระยะเวลาในการอุทธรณ์และการวินิจฉัยอุทธรณ์ตามมาตรา 31 และมาตรา 38 มาใช้บังคับโดยอนุโลม ให้คณะกรรมการสภาทนายความมีอํานาจออกข้อบังคับในส่วนที่เกี่ยวข้องได้เท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับ พระราชบัญญัตินี้ ข้อบังคับนั้นเมื่อได้รับความเห็นชอบจากสภานายกพิเศษตามกระบวนการในกฎหมาย ว่าด้วยทนายความและได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้
พระราชบัญญัติการทวงถามหนี้ พ.ศ. 2558
พ.ร.บ.การทวงถามหนี้ พ.ศ. 2558 มาตรา 8
ห้ามผู้ทวงถามหนี้ติดต่อกับบุคคลอื่นซึ่งมิใช่ลูกหนี้เพื่อการทวงถามหนี้ เว้นแต่บุคคล ซึ่งลูกหนี้ได้ระบุไว้เพื่อการดังกล่าว การติดต่อกับบุคคลอื่นนอกจากบุคคลตามวรรคหนึ่ง ให้กระทําได้เพื่อวัตถุประสงค์ในการสอบถาม หรือยืนยันข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่ติดต่อลูกหนี้หรือบุคคลซึ่งลูกหนี้ได้ระบุไว้เพื่อการทวงถามหนี้เท่านั้น โดยผู้ทวงถามหนี้ต้องปฏิบัติดังต่อไปนี้ (1) แจ้งให้ทราบชื่อตัว ชื่อสกุล และแสดงเจตนาว่าต้องการสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่ ติดต่อลูกหนี้หรือบุคคลซึ่งลูกหนี้ได้ระบุไว้เพื่อการทวงถามหนี้ (2) ห้ามแจ้งถึงความเป็นหนี้ของลูกหนี้ เว้นแต่ในกรณีที่บุคคลอื่นนั้นเป็นสามี ภริยา บุพการี หรือผู้สืบสันดานของลูกหนี้ และบุคคลอื่นดังกล่าวได้สอบถามผู้ทวงถามหนี้ถึงสาเหตุของการติดต่อ ให้ผู้ทวงถามหนี้ชี้แจงข้อมูลเกี่ยวกับหนี้ได้เท่าที่จําเป็นและตามความเหมาะสม (3) ห้ามใช้ข้อความ เครื่องหมาย สัญลักษณ์ หรือชื่อทางธุรกิจของผู้ทวงถามหนี้บนซองจดหมาย ในหนังสือ หรือในสื่ออื่นใดที่ใช้ในการติดต่อสอบถาม ซึ่งทําให้เข้าใจได้ว่าเป็นการติดต่อเพื่อทวงถามหนี้ ของลูกหนี้ (4) ห้ามติดต่อหรือแสดงตนที่ทําให้เข้าใจผิดเพื่อให้ได้ข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่ติดต่อลูกหนี้ หรือบุคคลซึ่งลูกหนี้ได้ระบุไว้เพื่อการทวงถามหนี้
พระราชบัญญัติการทวงถามหนี้ พ.ศ. 2558
พ.ร.บ.การทวงถามหนี้ พ.ศ. 2558 มาตรา 9
การทวงถามหนี้ ให้ผู้ทวงถามหนี้ปฏิบัติดังต่อไปนี้ (1) สถานที่ติดต่อ ในกรณีที่ติดต่อโดยบุคคลหรือทางไปรษณีย์ ให้ติดต่อตามสถานที่ที่ลูกหนี้ หรือบุคคลซึ่งลูกหนี้ได้ระบุไว้เพื่อการทวงถามหนี้ได้แจ้งให้เป็นสถานที่ติดต่อ ในกรณีที่บุคคลดังกล่าว ไม่ได้แจ้งไว้ล่วงหน้าหรือสถานที่ที่ได้แจ้งไว้ไม่สามารถติดต่อได้ โดยผู้ทวงถามหนี้ได้พยายามติดต่อ ตามสมควรแล้ว ให้ติดต่อตามภูมิลําเนา ถิ่นที่อยู่ หรือสถานที่ทํางานของบุคคลดังกล่าว หรือสถานที่อื่น ตามที่คณะกรรมการประกาศกําหนด (2) เวลาในการติดต่อ การติดต่อโดยบุคคล โทรศัพท์ สื่ออิเล็กทรอนิกส์ หรือสื่อเทคโนโลยี สารสนเทศประเภทอื่น ในวันจันทร์ถึงวันศุกร์ ให้ติดต่อได้ตั้งแต่เวลา 08.00 นาฬิกา ถึงเวลา 20.00 นาฬิกา และในวันหยุดราชการ เวลา 08.00 นาฬิกา ถึงเวลา 18.00 นาฬิกา หากไม่สามารถติดต่อตามเวลา ดังกล่าวได้หรือช่วงเวลาดังกล่าวไม่เหมาะสม ให้ติดต่อได้ในช่วงเวลาอื่นตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ที่คณะกรรมการประกาศกําหนด (3) จํานวนครั้งที่ติดต่อ ในช่วงเวลาตาม (2) ให้ติดต่อตามจํานวนครั้งที่เหมาะสมและคณะกรรมการ อาจประกาศกําหนดจํานวนครั้งด้วยก็ได้ (4) ในกรณีที่เป็นผู้รับมอบอํานาจจากเจ้าหนี้ ผู้รับมอบอํานาจช่วงในการทวงถามหนี้ ผู้ประกอบ ธุรกิจทวงถามหนี้ หรือผู้รับมอบอํานาจจากผู้ประกอบธุรกิจทวงถามหนี้ ให้ผู้ทวงถามหนี้แจ้งให้ ทราบถึงชื่อตัวและชื่อสกุล หรือชื่อหน่วยงานของตนและของเจ้าหนี้ และจํานวนหนี้ และถ้าผู้รับมอบอํานาจ ดังกล่าวทวงถามหนี้ต่อหน้า ให้แสดงหลักฐานการมอบอํานาจให้ทวงถามหนี้ด้วย
พระราชบัญญัติการทวงถามหนี้ พ.ศ. 2558
พ.ร.บ.การทวงถามหนี้ พ.ศ. 2558 มาตรา 10
ในกรณีที่ผู้ทวงถามหนี้ขอรับชําระหนี้ ผู้ทวงถามหนี้ต้องแสดงหลักฐาน การรับมอบอํานาจให้รับชําระหนี้จากเจ้าหนี้ต่อลูกหนี้หรือบุคคลซึ่งลูกหนี้ได้ระบุไว้เพื่อการทวงถามหนี้ด้วย และเมื่อลูกหนี้ได้ชําระหนี้แก่ผู้ทวงถามหนี้แล้ว ให้ผู้ทวงถามหนี้ออกหลักฐานการชําระหนี้แก่ลูกหนี้ด้วย หากลูกหนี้ได้ชําระหนี้แก่ผู้ทวงถามหนี้โดยสุจริต ให้ถือว่าเป็นการชําระหนี้แก่เจ้าหนี้โดยชอบ ทั้งนี้ ไม่ว่าผู้ทวงถามหนี้จะได้รับมอบอํานาจให้รับชําระหนี้จากเจ้าหนี้หรือไม่ก็ตาม
พระราชบัญญัติการทวงถามหนี้ พ.ศ. 2558
พ.ร.บ.การทวงถามหนี้ พ.ศ. 2558 มาตรา 11
ห้ามผู้ทวงถามหนี้กระทําการทวงถามหนี้ในลักษณะดังต่อไปนี้ (1) การข่มขู่ การใช้ความรุนแรง หรือการกระทําอื่นใดที่ทําให้เกิดความเสียหายแก่ร่างกาย ชื่อเสียง หรือทรัพย์สินของลูกหนี้หรือผู้อื่น (2) การใช้วาจาหรือภาษาที่เป็นการดูหมิ่นลูกหนี้หรือผู้อื่น (3) การแจ้งหรือเปิดเผยเกี่ยวกับความเป็นหนี้ของลูกหนี้ให้แก่ผู้อื่นที่ไม่เกี่ยวข้องกับการทวงถามหนี้ เว้นแต่เป็นกรณีตามมาตรา 8 วรรคสอง (2) (4) การติดต่อลูกหนี้โดยไปรษณียบัตร เอกสารเปิดผนึก โทรสาร หรือสิ่งอื่นใดที่สื่อให้ทราบว่า เป็นการทวงถามหนี้อย่างชัดเจน เว้นแต่กรณีการบอกกล่าวบังคับจํานองด้วยวิธีการประกาศหนังสือพิมพ์ ซึ่งเจ้าหนี้ไม่สามารถติดต่อลูกหนี้โดยวิธีการอื่น หรือกรณีอื่นใดตามที่คณะกรรมการประกาศกําหนด (5) การใช้ข้อความ เครื่องหมาย สัญลักษณ์ หรือชื่อทางธุรกิจของผู้ทวงถามหนี้บนซองจดหมาย ในการติดต่อลูกหนี้ที่ทําให้เข้าใจได้ว่าเป็นการติดต่อเพื่อการทวงถามหนี้ เว้นแต่ชื่อทางธุรกิจของผู้ทวงถามหนี้ ไม่ได้สื่อให้ทราบได้ว่าเป็นผู้ประกอบธุรกิจทวงถามหนี้ (6) การทวงถามหนี้ที่ไม่เหมาะสมในลักษณะอื่นตามที่คณะกรรมการประกาศกําหนด ความใน (5) มิให้นํามาใช้บังคับกับการทวงถามหนี้เป็นหนังสือเพื่อจะใช้สิทธิฟ้องคดีต่อศาล
พระราชบัญญัติการทวงถามหนี้ พ.ศ. 2558
พ.ร.บ.การทวงถามหนี้ พ.ศ. 2558 มาตรา 12
ห้ามผู้ทวงถามหนี้กระทําการทวงถามหนี้ในลักษณะที่เป็นเท็จ หรือทําให้เกิด ความเข้าใจผิดดังต่อไปนี้ (1) การแสดงหรือการใช้ข้อความ เครื่องหมาย สัญลักษณ์ หรือเครื่องแบบที่ทําให้เข้าใจว่า เป็นการกระทําของศาล เจ้าหน้าที่ของรัฐ หรือหน่วยงานของรัฐ (2) การแสดงหรือมีข้อความที่ทําให้เชื่อว่าการทวงถามหนี้เป็นการกระทําโดยทนายความ สํานักงานทนายความ หรือสํานักงานกฎหมาย (3) การแสดงหรือมีข้อความที่ทําให้เชื่อว่าจะถูกดําเนินคดี หรือจะถูกยึดหรืออายัดทรัพย์ หรือเงินเดือน (4) การติดต่อหรือการแสดงตนให้เชื่อว่าผู้ทวงถามหนี้ดําเนินการให้แก่บริษัทข้อมูลเครดิต หรือรับจ้างบริษัทข้อมูลเครดิต
พระราชบัญญัติการทวงถามหนี้ พ.ศ. 2558
พ.ร.บ.การทวงถามหนี้ พ.ศ. 2558 มาตรา 13
ห้ามผู้ทวงถามหนี้กระทําการทวงถามหนี้ในลักษณะที่ไม่เป็นธรรมดังต่อไปนี้ (1) การเรียกเก็บค่าธรรมเนียมหรือค่าใช้จ่ายใด ๆ เกินกว่าอัตราที่คณะกรรมการประกาศกําหนด (2) การเสนอหรือจูงใจให้ลูกหนี้ออกเช็คทั้งที่รู้อยู่ว่าลูกหนี้อยู่ในฐานะที่ไม่สามารถชําระหนี้ได้
พระราชบัญญัติการทวงถามหนี้ พ.ศ. 2558
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 224
หนี้เงินนั้น ให้คิดดอกเบี้ยในระหว่างเวลาผิดนัดในอัตราที่กำหนดตามมาตรา 7 บวกด้วยอัตราเพิ่มร้อยละสองต่อปี ถ้าเจ้าหนี้อาจจะเรียกดอกเบี้ยได้สูงกว่านั้นโดยอาศัยเหตุอย่างอื่นอันชอบด้วยกฎหมาย ก็ให้คงส่งดอกเบี้ยต่อไปตามนั้น
ส่วนที่ 1 การไม่ชำระหนี้
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 373
ความตกลงทำไว้ล่วงหน้าเป็นข้อความยกเว้นมิให้ลูกหนี้ต้องรับผิดเพื่อกลฉ้อฉล หรือความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงของตนนั้น ท่านว่าเป็นโมฆะ
หมวด 2 ผลแห่งสัญญา
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 386
ถ้าคู่สัญญาฝ่ายหนึ่งมีสิทธิเลิกสัญญาโดยข้อสัญญาหรือโดยบทบัญญัติแห่งกฎหมาย การเลิกสัญญาเช่นนั้นย่อมทำด้วยแสดงเจตนาแก่อีกฝ่ายหนึ่ง
หมวด 4 เลิกสัญญา
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 587
อันว่าจ้างทำของนั้น คือสัญญาซึ่งบุคคลคนหนึ่ง เรียกว่าผู้รับจ้าง ตกลงจะทำการงานสิ่งใดสิ่งหนึ่งจนสำเร็จให้แก่บุคคลอีกคนหนึ่ง เรียกว่าผู้ว่าจ้าง และผู้ว่าจ้างตกลงจะให้สินจ้างเพื่อผลสำเร็จแห่งการที่ทำนั้น
ลักษณะ 7 จ้างทำของ
พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 37
ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลมีหน้าที่ ดังต่อไปนี้ (1) จัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม เพื่อป้องกันการสูญหาย เข้าถึง ใช้ เปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ และต้องทบทวน มาตรการดังกล่าวเมื่อมีความจำเป็นหรือเมื่อเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงไปเพื่อให้มีประสิทธิภาพในการรักษา ความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามมาตรฐานขั้นต่ำที่คณะกรรมการประกาศกำหนด (2) ในกรณีที่ต้องให้ข้อมูลส่วนบุคคลแก่บุคคลหรือนิติบุคคลอื่นที่ไม่ใช่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล ต้องดำเนินการเพื่อป้องกันมิให้ผู้นั้นใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ (3) จัดให้มีระบบการตรวจสอบเพื่อดำเนินการลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลเมื่อพ้นกำหนด ระยะเวลาการเก็บรักษา หรือที่ไม่เกี่ยวข้องหรือเกินความจำเป็นตามวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวม ข้อมูลส่วนบุคคลนั้น หรือตามที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลร้องขอ หรือที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ได้ถอนความยินยอม เว้นแต่เก็บรักษาไว้เพื่อวัตถุประสงค์ในการใช้เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น การเก็บรักษาไว้เพื่อวัตถุประสงค์ตามมาตรา 24 (1) หรือ (4) หรือมาตรา 26 (5) (ก) หรือ (ข) การใช้เพื่อการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การปฏิบัติตามหรือการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือการยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือเพื่อการปฏิบัติตามกฎหมาย ทั้งนี้ ให้นำความใน
พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)
พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 4
ข้อตกลงในสัญญาระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบธุรกิจการค้า หรือวิชาชีพ หรือในสัญญาสำเร็จรูป หรือในสัญญาขายฝากที่ทำให้ผู้ประกอบธุรกิจการค้า หรือวิชาชีพ หรือผู้กำหนดสัญญาสำเร็จรูป หรือผู้ซื้อฝากได้เปรียบคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งเกินสมควร เป็นข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม และให้มีผลบังคับได้เพียงเท่าที่เป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณีเท่านั้น
พระราชบัญญัติ ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 6
ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่า บุคคลทุกคนกระทำการโดยสุจริต
ลักษณะ 1 บทเบ็ดเสร็จทั่วไป
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 9
เมื่อมีกิจการอันใดซึ่งกฎหมายบังคับให้ทำเป็นหนังสือ บุคคลผู้จะต้องทำหนังสือไม่จำเป็นต้องเขียนเอง แต่หนังสือนั้นต้องลงลายมือชื่อของบุคคลนั้น
ลักษณะ 1 บทเบ็ดเสร็จทั่วไป
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 10
เมื่อความข้อใดข้อหนึ่งในเอกสารอาจตีความได้สองนัย นัยไหนจะทำให้เป็นผลบังคับได้ ให้ถือเอาตามนัยนั้นดีกว่าที่จะถือเอานัยที่ไร้ผล
ลักษณะ 1 บทเบ็ดเสร็จทั่วไป
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 8
คำว่า “เหตุสุดวิสัย” หมายความว่า เหตุใด ๆ อันจะเกิดขึ้นก็ดี จะให้ผลพิบัติก็ดี เป็นเหตุที่ไม่อาจป้องกันได้แม้ทั้งบุคคลผู้ต้องประสบหรือใกล้จะต้องประสบเหตุนั้น จะได้จัดการระมัดระวังตามสมควรอันพึงคาดหมายได้จากบุคคลในฐานะและภาวะเช่นนั้น
ลักษณะ 1 บทเบ็ดเสร็จทั่วไป
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 11
ในกรณีที่มีข้อสงสัย ให้ตีความไปในทางที่เป็นคุณแก่คู่กรณีฝ่ายซึ่งจะเป็นผู้ต้องเสียในมูลหนี้นั้น
ลักษณะ 1 บทเบ็ดเสร็จทั่วไป
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 12
ในกรณีที่จำนวนเงินหรือปริมาณในเอกสารแสดงไว้ทั้งตัวอักษรและตัวเลข ถ้าตัวอักษรกับตัวเลขไม่ตรงกัน และมิอาจหยั่งทราบเจตนาอันแท้จริงได้ ให้ถือเอาจำนวนเงินหรือปริมาณที่เป็นตัวอักษรเป็นประมาณ
ลักษณะ 1 บทเบ็ดเสร็จทั่วไป
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 13
ถ้าจำนวนเงินหรือปริมาณในเอกสารแสดงไว้เป็นตัวอักษรหลายแห่ง หรือเป็นตัวเลขหลายแห่ง แต่ที่แสดงไว้หลายแห่งนั้นไม่ตรงกัน และมิอาจหยั่งทราบเจตนาอันแท้จริงได้ ให้ถือเอาจำนวนเงินหรือปริมาณน้อยที่สุดเป็นประมาณ
ลักษณะ 1 บทเบ็ดเสร็จทั่วไป
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 383
ถ้าเบี้ยปรับที่ริบนั้นสูงเกินส่วน ศาลจะลดลงเป็นจำนวนพอสมควรก็ได้ ในการที่จะวินิจฉัยว่าสมควรเพียงใดนั้น ท่านให้พิเคราะห์ถึงทางได้เสียของเจ้าหนี้ทุกอย่างอันชอบด้วยกฎหมาย ไม่ใช่แต่เพียงทางได้เสียในเชิงทรัพย์สิน เมื่อได้ใช้เงินตามเบี้ยปรับแล้ว สิทธิเรียกร้องขอลดก็เป็นอันขาดไป
หมวด 3 มัดจำและกำหนดเบี้ยปรับ
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 811
ถ้าตัวแทนเอาเงินซึ่งควรจะได้ส่งแก่ตัวการ หรือซึ่งควรจะใช้ในกิจของตัวการนั้นไปใช้สอยเป็นประโยชน์ตนเสีย ท่านว่าตัวแทนต้องเสียดอกเบี้ยในเงินนั้นนับแต่วันที่ได้เอาไปใช้
หมวด 2 หน้าที่และความรับผิดของตัวแทนต่อตัวการ
พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 40
ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลมีหน้าที่ ดังต่อไปนี้ (1) ดำเนินการเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามคำสั่งที่ได้รับ จากผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลเท่านั้น เว้นแต่คำสั่งนั้นขัดต่อกฎหมายหรือบทบัญญัติในการคุ้มครอง ข้อมูลส่วนบุคคลตามพระราชบัญญัตินี้ (2) จัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม เพื่อป้องกันการสูญหาย เข้าถึง ใช้ เปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ รวมทั้ง แจ้งให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลทราบถึงเหตุการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลที่เกิดขึ้น (3) จัดทำและเก็บรักษาบันทึกรายการของกิจกรรมการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลไว้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการประกาศกำหนด ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งไม่ปฏิบัติตาม (1) สำหรับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผย ข้อมูลส่วนบุคคลใด ให้ถือว่าผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลสำหรับ การเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลนั้น การดำเนินงานตามหน้าที่ของผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลตามที่ได้รับมอบหมายจากผู้ควบคุม ข้อมูลส่วนบุคคลตามวรรคหนึ่ง ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลต้องจัดให้มีข้อตกลงระหว่างกัน เพื่อควบคุม การดำเนินงานตามหน้าที่ของผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้ ความใน (3) อาจยกเว้นมิให้นำมาใช้บังคับกับผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งเป็นกิจการ ขนาดเล็กตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการประกาศกำหนด เว้นแต่มีการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผย ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความเสี่ยงที่จะมีผลกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล หรือ มิใช่กิจการที่เก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเป็นครั้งคราว หรือมีการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามมาตรา 26
พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)
พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 24
ห้ามมิให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลทำการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล โดยไม่ได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล เว้นแต่ (1) เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่เกี่ยวกับการจัดทำเอกสารประวัติศาสตร์หรือจดหมายเหตุ เพื่อประโยชน์สาธารณะ หรือที่เกี่ยวกับการศึกษาวิจัยหรือสถิติซึ่งได้จัดให้มีมาตรการปกป้องที่เหมาะสม เพื่อคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ทั้งนี้ ตามที่คณะกรรมการประกาศกำหนด (2) เพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของบุคคล (3) เป็นการจำเป็นเพื่อการปฏิบัติตามสัญญาซึ่งเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเป็นคู่สัญญาหรือ เพื่อใช้ในการดำเนินการตามคำขอของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเข้าทำสัญญานั้น (4) เป็นการจำเป็นเพื่อการปฏิบัติหน้าที่ในการดำเนินภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะของผู้ควบคุม ข้อมูลส่วนบุคคล หรือปฏิบัติหน้าที่ในการใช้อำนาจรัฐที่ได้มอบให้แก่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล (5) เป็นการจำเป็นเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล หรือของบุคคลหรือนิติบุคคลอื่นที่ไม่ใช่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล เว้นแต่ประโยชน์ดังกล่าวมีความสำคัญ น้อยกว่าสิทธิขั้นพื้นฐานในข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล (6) เป็นการปฏิบัติตามกฎหมายของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล
พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 24
ผู้เยาว์อาจทำการใด ๆ ได้ทั้งสิ้น ซึ่งเป็นการสมแก่ฐานานุรูปแห่งตนและเป็นการอันจำเป็นในการดำรงชีพตามสมควร
ความสามารถของบุคคล — ป.พ.พ. ม.19–36