สัญญาจ้างขนส่งสินค้า (กระจายสินค้าประจำ) ต้องมีอะไรบ้าง
ผู้ว่าจ้างจ้างผู้ขนส่งรับสินค้าจากโรงงานหรือคลังทุกวันทำการ แล้วส่งให้ลูกค้าหลายรายภายในวันตามรายการส่งสินค้า · สั่งงานคนขับผ่านรายการส่งสินค้าและผู้ประสานงานของผู้ขนส่งเท่านั้น ถ้าคุมคนขับเหมือนพนักงานตัวเอง อาจถูกถือเป็นนายจ้างตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน
| ใช้เมื่อ | ใช้เมื่อโรงงาน ผู้ผลิต หรือผู้ค้าส่ง จ้างบริษัทขนส่งหรือเจ้าของรถส่งสินค้าให้ร้านค้าและลูกค้าประจำทุกวัน |
|---|---|
| อากรแสตมป์ | การจ้างขนส่งเพื่อสินจ้างเป็นจ้างทำของตามบัญชีอัตราอากรแสตมป์ ลักษณะ 4 — 1 บาทต่อสินจ้างทุก 1,000 บาทหรือเศษ ผู้ขนส่งเป็นผู้เสียและผู้ขีดฆ่า จากค่าจ้างประมาณตลอดสัญญา … ตามข้อ 4.3 เสียอากร ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก คู่ฉบับ (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก) ค่าจ้างแบบนี้คิดตามงานจริง จึงไม่รู้ยอดแน่นอนตอนทำสัญญา ให้เสียอากรตามยอดประมาณก่อน ถ้าภายหลังได้รับค่าจ้างเกินยอดประมาณ ต้องเสียอากรเพิ่มตามส่วนที่เกิน และถ้าเสียเกินไปขอคืนได้ (บัญชีอัตราอากรแสตมป์ ลักษณะ 4 หมายเหตุ (1)–(3)) ใบรับสินค้าที่ผู้ขนส่งลงนามออกให้เมื่อรับสินค้าไปขนส่ง อาจเข้าลักษณะ 16 (ใบรับของในกิจการรับขน) ฉบับละ 1 บาท ผู้ออกใบรับเป็นผู้เสีย — ให้ผู้ทำบัญชีของผู้ขนส่งตรวจว่าเอกสารที่ใช้จริงเข้าลักษณะนี้หรือไม่ สัญญาที่ลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ต้องชำระอากรเป็นตัวเงินผ่านระบบ e-Stamp ของกรมสรรพากร ไม่ปิดอากรหรือปิดไม่ครบ ใช้สัญญาเป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนกว่าจะเสียอากรและเงินเพิ่ม (ประมวลรัษฎากร มาตรา 118) |
| ภาษี | ผู้ว่าจ้างที่เป็นนิติบุคคลหักภาษี ณ ที่จ่ายค่าขนส่ง ร้อยละ 1 ทุกครั้งที่จ่ายตั้งแต่ 1,000 บาทขึ้นไป ทั้งเมื่อผู้ขนส่งเป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล (คำสั่งกรมสรรพากร ท.ป.4/2528 ข้อ 12/4) และนำส่งภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไป การให้บริการขนส่งในราชอาณาจักรได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (ประมวลรัษฎากร มาตรา 81 (1)(ณ)) แต่ค่าบริการอื่นที่แยกเรียกเก็บต่างหาก เช่น ค่าเก็บเงินปลายทางหรือค่าบริการคลังสินค้า อาจไม่ได้รับยกเว้น ให้ผู้ทำบัญชีตรวจก่อนออกใบแจ้งหนี้งวดแรก |
| มาตราที่อ้าง | ป.พ.พ. ม.575, 587 (จ้างแรงงาน/จ้างทำของ — after.md), 224, 224/1 (ดอกเบี้ยผิดนัดคิดจากงวดที่ผิดนัด — ข้อ 4.2), 373 (เพดานความรับผิดไม่ใช้กับจงใจ/ประมาทร้ายแรง — ข้อ 6.2), 383 (ลดเบี้ยปรับ — ข้อ 3.3), 381 ว.3 (สงวนสิทธิค่าปรับ — ถ้อยคำกลาง ข.), 428 (ผู้ว่าจ้างไม่รับผิดในละเมิดของผู้รับจ้าง เว้นแต่ผิดในคำสั่ง — ข้อ 6.5) · พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ม.11/1 (จ้างเหมาค่าแรง — ข้อ 7, after.md) · พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ม.37 (4), 40 (ข้อ 8) · พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 ม.4 · ประมวลรัษฎากร ม.81 (1)(ณ), 118 · บัญชีอัตราอากรแสตมป์ ลักษณะ 4 หมายเหตุ (1)–(3), ลักษณะ 16 · ท.ป.4/2528 ข้อ 12/4 |
| ค่าใช้แบบฟอร์มบนเว็บนี้ | 349 บาท |
ใช้สัญญาฉบับนี้เมื่อไร
- ใช้เมื่อโรงงาน ผู้ผลิต หรือผู้ค้าส่ง จ้างบริษัทขนส่งหรือเจ้าของรถส่งสินค้าให้ร้านค้าและลูกค้าประจำทุกวัน
- ใช้เมื่อคิดค่าจ้างตามจำนวนลังหรือตันที่ส่ง (แบบที่ 1) ต่อกิโลเมตรตามขนาดรถ (แบบที่ 2) หรือเหมาเป็นเที่ยวต่อวันที่เรียกใช้ (แบบที่ 3)
- ใช้เมื่อให้คนขับเก็บเงินหรือรับเช็คค่าสินค้าจากลูกค้าปลายทางด้วย
จุดที่พลาดบ่อยและต้องระวัง
- สั่งงานคนขับผ่านรายการส่งสินค้าและผู้ประสานงานของผู้ขนส่งเท่านั้น ถ้าคุมคนขับเหมือนพนักงานตัวเอง อาจถูกถือเป็นนายจ้างตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน
- ขอดูใบอนุญาตประกอบการขนส่ง ทะเบียนรถ ใบขับขี่ และกรมธรรม์ประกันภัยสินค้าก่อนเริ่มงาน
- เลือกแบบคิดตามปริมาณ ผู้ว่าจ้างรับประกันปริมาณขั้นต่ำ ถ้าวันไหนของน้อยต้องแจ้งล่วงหน้าหนึ่งวันทำการ ไม่เช่นนั้นต้องจ่ายเท่าขั้นต่ำ
- ผู้ว่าจ้างที่เป็นนิติบุคคลหักภาษี ณ ที่จ่ายค่าขนส่งร้อยละ 1
- เมื่อรับงานที่ส่งล่าช้า ให้ส่งอีเมลสงวนสิทธิเรียกค่าปรับในวันนั้นทุกครั้ง
กรณีที่ไม่ควรใช้ฉบับนี้
- จ้างรถขนเที่ยวเดียวหรือเส้นทางเดียวจากจุดรับถึงผู้รับรายเดียว มีมูลค่าสินค้าที่แจ้ง ของเสียง่าย หรือวัตถุอันตราย — ใช้ สัญญาจ้างรถขนส่งสินค้า (รายเที่ยว)
- จ้างไรเดอร์ส่งพัสดุหรืออาหารเป็นรายงาน — ใช้ สัญญาจ้างไรเดอร์หรือคนส่งสินค้า
- ให้รับฝากสต็อก หยิบ แพ็ก และส่งตามคำสั่งซื้อออนไลน์ — ใช้ สัญญารับฝากและจัดส่งสินค้า (Fulfillment)
- เหมารถพร้อมคนขับไว้ใช้ตามสั่งทั้งวัน — ใช้ สัญญาจ้างเหมาบริการรถยนต์พร้อมพนักงานขับรถ
- สัญญาจองกำลังการขนส่งล่วงหน้า ภาษาอังกฤษ — ใช้ Freight Capacity Reservation Agreement — สัญญาจองกำลังการขนส่งล่วงหน้า ภาษาอังกฤษ
อากรแสตมป์
การจ้างขนส่งเพื่อสินจ้างเป็นจ้างทำของตามบัญชีอัตราอากรแสตมป์ ลักษณะ 4 — 1 บาทต่อสินจ้างทุก 1,000 บาทหรือเศษ ผู้ขนส่งเป็นผู้เสียและผู้ขีดฆ่า จากค่าจ้างประมาณตลอดสัญญา … ตามข้อ 4.3 เสียอากร ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก คู่ฉบับ (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก)
- ค่าจ้างแบบนี้คิดตามงานจริง จึงไม่รู้ยอดแน่นอนตอนทำสัญญา ให้เสียอากรตามยอดประมาณก่อน ถ้าภายหลังได้รับค่าจ้างเกินยอดประมาณ ต้องเสียอากรเพิ่มตามส่วนที่เกิน และถ้าเสียเกินไปขอคืนได้ (บัญชีอัตราอากรแสตมป์ ลักษณะ 4 หมายเหตุ (1)–(3))
- ใบรับสินค้าที่ผู้ขนส่งลงนามออกให้เมื่อรับสินค้าไปขนส่ง อาจเข้าลักษณะ 16 (ใบรับของในกิจการรับขน) ฉบับละ 1 บาท ผู้ออกใบรับเป็นผู้เสีย — ให้ผู้ทำบัญชีของผู้ขนส่งตรวจว่าเอกสารที่ใช้จริงเข้าลักษณะนี้หรือไม่
- สัญญาที่ลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ต้องชำระอากรเป็นตัวเงินผ่านระบบ e-Stamp ของกรมสรรพากร
- ไม่ปิดอากรหรือปิดไม่ครบ ใช้สัญญาเป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนกว่าจะเสียอากรและเงินเพิ่ม (ประมวลรัษฎากร มาตรา 118)
ภาษี
- ผู้ว่าจ้างที่เป็นนิติบุคคลหักภาษี ณ ที่จ่ายค่าขนส่ง ร้อยละ 1 ทุกครั้งที่จ่ายตั้งแต่ 1,000 บาทขึ้นไป ทั้งเมื่อผู้ขนส่งเป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล (คำสั่งกรมสรรพากร ท.ป.4/2528 ข้อ 12/4) และนำส่งภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไป
- การให้บริการขนส่งในราชอาณาจักรได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (ประมวลรัษฎากร มาตรา 81 (1)(ณ)) แต่ค่าบริการอื่นที่แยกเรียกเก็บต่างหาก เช่น ค่าเก็บเงินปลายทางหรือค่าบริการคลังสินค้า อาจไม่ได้รับยกเว้น ให้ผู้ทำบัญชีตรวจก่อนออกใบแจ้งหนี้งวดแรก
ใบอนุญาตและประกันภัย — ขอดูก่อนเริ่มงาน
- ใบอนุญาตประกอบการขนส่งสินค้าของผู้ขนส่ง สำเนาทะเบียนรถ ภาษีรถ และใบขับขี่ของคนขับทุกคน (ข้อ 1.4) — ประเภทใบอนุญาตและเกณฑ์การติด GPS ของรถบรรทุกอยู่ในกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบกและประกาศกรมการขนส่งทางบก ให้ตรวจกับกรมการขนส่งทางบกตามประเภทรถที่ใช้จริง
- กรมธรรม์ประกันภัยสินค้าระหว่างขนส่งวงเงินไม่น้อยกว่า … ต่อคันต่อเที่ยว ที่ระบุผู้ว่าจ้างเป็นผู้รับประโยชน์ (ข้อ 6.3) — ตรวจข้อยกเว้นในกรมธรรม์ว่าไม่ยกเว้นการโจรกรรมโดยคนขับหรือสินค้าที่อยู่ในรถระหว่างจอดค้างคืน
- ระบบ GPS และสิทธิดูตำแหน่งรถ (ข้อ 2.3) และระบบหลักฐานการส่งมอบอิเล็กทรอนิกส์ที่จะใช้
ความรับผิดของผู้ขนส่ง
ความรับผิดของผู้ขนส่งในสินค้าที่รับขนเป็นไปตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ลักษณะรับขน ข้อ 6.1 เขียนตามหลักทั่วไปของกฎหมายนั้น คือผู้ขนส่งรับผิดตั้งแต่รับจนส่งมอบ เว้นแต่พิสูจน์ได้ว่าเป็นเหตุสุดวิสัย สภาพของสินค้าเอง หรือความผิดของผู้ส่ง — ก่อนใช้เพดานความรับผิดตามข้อ 6.2 ให้ทนายของคุณตรวจเงื่อนไขของกฎหมายรับขนเรื่องการจำกัดความรับผิดและอายุความฟ้องผู้ขนส่ง แล้ว แจ้งความเสียหายเป็นหนังสือโดยเร็ว อย่ารอจนใกล้สิ้นปี สัญญานี้เลือกจำกัดความรับผิดไว้ … ต่อคันต่อเที่ยว — ข้อจำกัดนี้ใช้ไม่ได้กับการกระทำโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง (ป.พ.พ. มาตรา 373) และถ้าเพดานต่ำเกินส่วน ศาลอาจให้มีผลเท่าที่เป็นธรรม (พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 4)
ค่าปรับเมื่อจัดรถไม่พอตามข้อ 3.3 เป็นเบี้ยปรับ ถ้าสูงเกินส่วนศาลลดได้ (ป.พ.พ. มาตรา 383) สัญญาจึงจำกัดรวมไม่เกินร้อยละ 10 ของค่าจ้างเดือนนั้น เมื่อรับงานที่ล่าช้า ให้ผู้ว่าจ้างทำหนังสือสงวนสิทธิเรียกค่าปรับในวันที่รับทุกครั้ง (ส่งอีเมลหรือเขียนในรายงานประจำวันก็ได้) แม้ข้อ 3.3 จะเขียนสงวนสิทธิไว้แล้ว เพราะถ้ารับไว้โดยไม่สงวนสิทธิ อาจเสียสิทธิเรียกค่าปรับ
ระวังเรื่องจ้างเหมาค่าแรง
งานส่งสินค้าให้ลูกค้าทุกวันมักเป็นส่วนหนึ่งของธุรกิจของผู้ว่าจ้าง ถ้าผู้ว่าจ้างคุมคนขับของผู้ขนส่งเหมือนพนักงานของตนเอง เช่น สั่งงานตรง ลงเวลา ลงโทษ หรือกำหนดค่าจ้าง กฎหมายอาจถือว่าผู้ว่าจ้างเป็นนายจ้างของคนขับเหล่านั้น และต้องให้สิทธิประโยชน์และสวัสดิการที่เป็นธรรมเทียบกับลูกจ้างของตนโดยไม่เลือกปฏิบัติ (พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 11/1) ชื่อสัญญาไม่ได้ตัดสิน — การทำงานจริงตัดสินว่าเป็นจ้างแรงงาน (ป.พ.พ. มาตรา 575) หรือจ้างทำของ (มาตรา 587) ข้อ 7 จึงให้สั่งงานผ่านรายการส่งสินค้าและผู้ประสานงานของผู้ขนส่งเท่านั้น ถ้าผู้ขนส่งเป็นคนขับรถของตัวเองคนเดียวและรับงานจากผู้ว่าจ้างรายเดียวทุกวัน ความเสี่ยงที่จะถูกมองว่าเป็นลูกจ้างยิ่งสูง
ถ้าผิดข้อห้าม เกิดอะไรขึ้น
- บรรทุกของหรือคนของผู้อื่นรวม (ข้อ 2.4) หรือให้ผู้อื่นขนส่งแทนโดยไม่ได้รับความยินยอม (ข้อ 2.5) — เป็นการผิดสัญญา ผู้ว่าจ้างบอกให้แก้และเลิกสัญญาได้ตามข้อ 9.3 และผู้ขนส่งต้องรับผิดในความเสียหายของสินค้าตามข้อ 6
- บรรทุกน้ำหนักเกินหรือคนขับเมาสุรา (ข้อ 2.2) — ค่าปรับทางราชการเป็นของผู้ขนส่ง และถ้าเกิดอุบัติเหตุเพราะเมาสุรา ผู้ว่าจ้างเลิกสัญญาได้ทันที
- ยึดหน่วงสินค้า เอกสาร หรือเงินที่เก็บแทน (ข้อ 4.4) — เป็นการผิดสัญญา ผู้ขนส่งต้องส่งคืนและรับผิดในความเสียหายที่ผู้ว่าจ้างเก็บเงินจากลูกค้าไม่ได้ตามข้อ 5.2
- ไม่ส่งเงินที่เก็บปลายทางตามกำหนด (ข้อ 5.3) — เสียดอกเบี้ยผิดนัดตามกฎหมาย ปัจจุบันร้อยละ 5 ต่อปี (ป.พ.พ. มาตรา 224) และผู้ว่าจ้างบอกให้แก้และเลิกสัญญาได้ตามข้อ 9.3 ถ้าเอาเงินไปใช้เองอาจเป็นความผิดอาญาฐานยักยอก (ประมวลกฎหมายอาญา) และผู้ว่าจ้างเลิกสัญญาได้ทันที
- ใช้ข้อมูลลูกค้าผิดวัตถุประสงค์หรือเผยแพร่ภาพลูกค้า (ข้อ 8) — ผู้ประมวลผลที่ทำนอกคำสั่งถือเป็นผู้ควบคุมข้อมูลในส่วนนั้นและต้องรับผิดเอง (พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 40) ผู้ว่าจ้างซึ่งเป็นผู้ควบคุมข้อมูลต้องแจ้งเหตุละเมิดต่อสำนักงานภายใน 72 ชั่วโมงเมื่อมีความเสี่ยง (มาตรา 37 (4)) ข้อ 8.2 จึงให้ผู้ขนส่งแจ้งภายใน 24 ชั่วโมง
เอกสารแนบท้ายสัญญา
- ตารางอัตราค่าจ้าง ขนาดรถ และเส้นทางปกติของแต่ละพื้นที่ (ใช้เมื่อระบบ GPS ขัดข้อง) และหน่วยนับปริมาณสินค้า และเขตที่ส่งได้ในหนึ่งเที่ยว
- แบบรายการส่งสินค้า แบบใบรับสินค้า และแบบหลักฐานการส่งมอบ และแบบใบรับเงินปลายทาง
- สำเนาใบอนุญาตประกอบการขนส่ง ทะเบียนรถ และกรมธรรม์ประกันภัย
- รายชื่อผู้ประสานงานของทั้งสองฝ่ายและช่องทางติดต่อ
วันลงนาม
ทำสองฉบับข้อความตรงกัน เก็บไว้ฝ่ายละฉบับ ปิดอากรและขีดฆ่าในวันลงนาม ลงนามด้วยลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ได้ตามข้อ 10.2 ทดลองวิ่งส่งจริงหนึ่งวันก่อนเริ่มสัญญา เพื่อตรวจว่าระบบรายการส่งสินค้า GPS และหลักฐานการส่งมอบใช้ร่วมกันได้
ผู้เขียนและผู้ตรวจทาน
เขียนและตรวจทานโดย ภูวรา ครอบตะคุ ทนายความ (ใบอนุญาต 477/2558) · เนติบัณฑิตไทย · น.ม. กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาและสารสนเทศ — การเลือกประเด็น การจัดหมวด และคำอธิบายในบทความนี้เป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ของผู้เขียน ส่วนตัวบทกฎหมายที่ยกมาไม่มีลิขสิทธิ์และตรวจกับราชกิจจานุเบกษาได้เสมอ · ทะเบียนบทความ OKC-8B6DBA · หากนำไปใช้ต่อ โปรดระบุชื่อผู้เขียนและลิงก์ต้นฉบับ
คำถามที่พบบ่อย
สัญญาจ้างขนส่งสินค้า (กระจายสินค้าประจำ) ต้องติดอากรแสตมป์ไหม
การจ้างขนส่งเพื่อสินจ้างเป็นจ้างทำของตามบัญชีอัตราอากรแสตมป์ ลักษณะ 4 — 1 บาทต่อสินจ้างทุก 1,000 บาทหรือเศษ ผู้ขนส่งเป็นผู้เสียและผู้ขีดฆ่า จากค่าจ้างประมาณตลอดสัญญา … ตามข้อ 4.3 เสียอากร ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก คู่ฉบับ (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก) ค่าจ้างแบบนี้คิดตามงานจริง จึงไม่รู้ยอดแน่นอนตอนทำสัญญา ให้เสียอากรตามยอดประมาณก่อน ถ้าภายหลังได้รับค่าจ้างเกินยอดประมาณ ต้องเสียอากรเพิ่มตามส่วนที่เกิน และถ้าเสียเกินไปขอคืนได้ (บัญชีอัตราอากรแสตมป์ ลักษณะ 4 หมายเหตุ (1)–(3)) ใบรับสินค้าที่ผู้ขนส่งลงนามออกให้เมื่อรับสินค้าไปขนส่ง อาจเข้าลักษณะ 16 (ใบรับของในกิจการรับขน) ฉบับละ 1 บาท ผู้ออกใบรับเป็นผู้เสีย — ให้ผู้ทำบัญชีของผู้ขนส่งตรวจว่าเอกสารที่ใช้จริงเข้าลักษณะนี้หรือไม่ สัญญาที่ลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ต้องชำระอากรเป็นตัวเงินผ่านระบบ e-Stamp ของกรมสรรพากร ไม่ปิดอากรหรือปิดไม่ครบ ใช้สัญญาเป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนกว่าจะเสียอากรและเงินเพิ่ม (ประมวลรัษฎากร มาตรา 118)
สัญญาจ้างขนส่งสินค้า (กระจายสินค้าประจำ) เสียภาษีอะไรบ้าง
ผู้ว่าจ้างที่เป็นนิติบุคคลหักภาษี ณ ที่จ่ายค่าขนส่ง ร้อยละ 1 ทุกครั้งที่จ่ายตั้งแต่ 1,000 บาทขึ้นไป ทั้งเมื่อผู้ขนส่งเป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล (คำสั่งกรมสรรพากร ท.ป.4/2528 ข้อ 12/4) และนำส่งภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไป การให้บริการขนส่งในราชอาณาจักรได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (ประมวลรัษฎากร มาตรา 81 (1)(ณ)) แต่ค่าบริการอื่นที่แยกเรียกเก็บต่างหาก เช่น ค่าเก็บเงินปลายทางหรือค่าบริการคลังสินค้า อาจไม่ได้รับยกเว้น ให้ผู้ทำบัญชีตรวจก่อนออกใบแจ้งหนี้งวดแรก
ใช้สัญญาจ้างขนส่งสินค้า (กระจายสินค้าประจำ)ตอนไหน
ใช้เมื่อโรงงาน ผู้ผลิต หรือผู้ค้าส่ง จ้างบริษัทขนส่งหรือเจ้าของรถส่งสินค้าให้ร้านค้าและลูกค้าประจำทุกวัน · ใช้เมื่อคิดค่าจ้างตามจำนวนลังหรือตันที่ส่ง (แบบที่ 1) ต่อกิโลเมตรตามขนาดรถ (แบบที่ 2) หรือเหมาเป็นเที่ยวต่อวันที่เรียกใช้ (แบบที่ 3) · ใช้เมื่อให้คนขับเก็บเงินหรือรับเช็คค่าสินค้าจากลูกค้าปลายทางด้วย
ทำสัญญาจ้างขนส่งสินค้า (กระจายสินค้าประจำ)ต้องระวังอะไร
สั่งงานคนขับผ่านรายการส่งสินค้าและผู้ประสานงานของผู้ขนส่งเท่านั้น ถ้าคุมคนขับเหมือนพนักงานตัวเอง อาจถูกถือเป็นนายจ้างตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน · ขอดูใบอนุญาตประกอบการขนส่ง ทะเบียนรถ ใบขับขี่ และกรมธรรม์ประกันภัยสินค้าก่อนเริ่มงาน · เลือกแบบคิดตามปริมาณ ผู้ว่าจ้างรับประกันปริมาณขั้นต่ำ ถ้าวันไหนของน้อยต้องแจ้งล่วงหน้าหนึ่งวันทำการ ไม่เช่นนั้นต้องจ่ายเท่าขั้นต่ำ · ผู้ว่าจ้างที่เป็นนิติบุคคลหักภาษี ณ ที่จ่ายค่าขนส่งร้อยละ 1 · เมื่อรับงานที่ส่งล่าช้า ให้ส่งอีเมลสงวนสิทธิเรียกค่าปรับในวันนั้นทุกครั้ง
กรณีไหนที่ไม่ควรใช้สัญญาจ้างขนส่งสินค้า (กระจายสินค้าประจำ)
จ้างรถขนเที่ยวเดียวหรือเส้นทางเดียวจากจุดรับถึงผู้รับรายเดียว มีมูลค่าสินค้าที่แจ้ง ของเสียง่าย หรือวัตถุอันตราย — ใช้ สัญญาจ้างรถขนส่งสินค้า (รายเที่ยว) · จ้างไรเดอร์ส่งพัสดุหรืออาหารเป็นรายงาน — ใช้ สัญญาจ้างไรเดอร์หรือคนส่งสินค้า · ให้รับฝากสต็อก หยิบ แพ็ก และส่งตามคำสั่งซื้อออนไลน์ — ใช้ สัญญารับฝากและจัดส่งสินค้า (Fulfillment) · เหมารถพร้อมคนขับไว้ใช้ตามสั่งทั้งวัน — ใช้ สัญญาจ้างเหมาบริการรถยนต์พร้อมพนักงานขับรถ · สัญญาจองกำลังการขนส่งล่วงหน้า ภาษาอังกฤษ — ใช้ Freight Capacity Reservation Agreement — สัญญาจองกำลังการขนส่งล่วงหน้า ภาษาอังกฤษ
ลงนามสัญญาจ้างขนส่งสินค้า (กระจายสินค้าประจำ)ต้องมีพยานไหม ทำกี่ฉบับ
ทำสองฉบับข้อความตรงกัน เก็บไว้ฝ่ายละฉบับ ปิดอากรและขีดฆ่าในวันลงนาม ลงนามด้วยลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ได้ตามข้อ 10.2 ทดลองวิ่งส่งจริงหนึ่งวันก่อนเริ่มสัญญา เพื่อตรวจว่าระบบรายการส่งสินค้า GPS และหลักฐานการส่งมอบใช้ร่วมกันได้
ทำสัญญาจ้างขนส่งสินค้า (กระจายสินค้าประจำ)ต้องเตรียมเอกสารอะไรแนบท้าย
ตารางอัตราค่าจ้าง ขนาดรถ และเส้นทางปกติของแต่ละพื้นที่ (ใช้เมื่อระบบ GPS ขัดข้อง) และหน่วยนับปริมาณสินค้า และเขตที่ส่งได้ในหนึ่งเที่ยว แบบรายการส่งสินค้า แบบใบรับสินค้า และแบบหลักฐานการส่งมอบ และแบบใบรับเงินปลายทาง สำเนาใบอนุญาตประกอบการขนส่ง ทะเบียนรถ และกรมธรรม์ประกันภัย รายชื่อผู้ประสานงานของทั้งสองฝ่ายและช่องทางติดต่อ
กฎหมายที่อ้างถึงในบทความนี้
ถ้อยคำด้านล่างคัดจากตัวบท 11 มาตรา — ใช้อ้างอิงได้ แต่หากต้องใช้ในชั้นศาล ควรตรวจกับราชกิจจานุเบกษาฉบับทางการอีกครั้ง
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 575
อันว่าจ้างแรงงานนั้น คือสัญญาซึ่งบุคคลคนหนึ่ง เรียกว่าลูกจ้าง ตกลงจะทำงานให้แก่บุคคลอีกคนหนึ่ง เรียกว่านายจ้าง และนายจ้างตกลงจะให้สินจ้างตลอดเวลาที่ทำงานให้
ลักษณะ 6 จ้างแรงงาน
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 587
อันว่าจ้างทำของนั้น คือสัญญาซึ่งบุคคลคนหนึ่ง เรียกว่าผู้รับจ้าง ตกลงจะทำการงานสิ่งใดสิ่งหนึ่งจนสำเร็จให้แก่บุคคลอีกคนหนึ่ง เรียกว่าผู้ว่าจ้าง และผู้ว่าจ้างตกลงจะให้สินจ้างเพื่อผลสำเร็จแห่งการที่ทำนั้น
ลักษณะ 7 จ้างทำของ
พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 11/1
ในกรณีที่ผู้ประกอบกิจการมอบหมายให้บุคคลหนึ่งบุคคลใดเป็นผู้จัดหาคนมาทำงานอันมิใช่การประกอบธุรกิจจัดหางาน โดยการทำงานนั้นเป็นส่วนหนึ่งส่วนใดในกระบวนการผลิตหรือธุรกิจในความรับผิดชอบของผู้ประกอบกิจการ และโดยบุคคลนั้นจะเป็นผู้ควบคุมดูแลการทำงานหรือรับผิดชอบในการจ่ายค่าจ้างให้แก่คนที่มาทำงานนั้นหรือไม่ก็ตาม ให้ถือว่าผู้ประกอบกิจการเป็นนายจ้างของคนที่มาทำงานดังกล่าว
หมวด 1 บททั่วไป
พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 37
ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลมีหน้าที่ ดังต่อไปนี้ (1) จัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม เพื่อป้องกันการสูญหาย เข้าถึง ใช้ เปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ และต้องทบทวน มาตรการดังกล่าวเมื่อมีความจำเป็นหรือเมื่อเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงไปเพื่อให้มีประสิทธิภาพในการรักษา ความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามมาตรฐานขั้นต่ำที่คณะกรรมการประกาศกำหนด (2) ในกรณีที่ต้องให้ข้อมูลส่วนบุคคลแก่บุคคลหรือนิติบุคคลอื่นที่ไม่ใช่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล ต้องดำเนินการเพื่อป้องกันมิให้ผู้นั้นใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ (3) จัดให้มีระบบการตรวจสอบเพื่อดำเนินการลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลเมื่อพ้นกำหนด ระยะเวลาการเก็บรักษา หรือที่ไม่เกี่ยวข้องหรือเกินความจำเป็นตามวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวม ข้อมูลส่วนบุคคลนั้น หรือตามที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลร้องขอ หรือที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ได้ถอนความยินยอม เว้นแต่เก็บรักษาไว้เพื่อวัตถุประสงค์ในการใช้เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น การเก็บรักษาไว้เพื่อวัตถุประสงค์ตามมาตรา 24 (1) หรือ (4) หรือมาตรา 26 (5) (ก) หรือ (ข) การใช้เพื่อการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การปฏิบัติตามหรือการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือการยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือเพื่อการปฏิบัติตามกฎหมาย ทั้งนี้ ให้นำความใน
พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)
พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 4
ข้อตกลงในสัญญาระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบธุรกิจการค้า หรือวิชาชีพ หรือในสัญญาสำเร็จรูป หรือในสัญญาขายฝากที่ทำให้ผู้ประกอบธุรกิจการค้า หรือวิชาชีพ หรือผู้กำหนดสัญญาสำเร็จรูป หรือผู้ซื้อฝากได้เปรียบคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งเกินสมควร เป็นข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม และให้มีผลบังคับได้เพียงเท่าที่เป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณีเท่านั้น
พระราชบัญญัติ ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540
ประมวลรัษฎากร มาตรา 81
ให้ยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับการประกอบกิจการประเภทต่าง ๆ ดังต่อไปนี้ (1) การขายสินค้าที่มิใช่การส่งออก หรือการให้บริการดังต่อไปนี้ (ก) การขายพืชผลทางการเกษตร ไม่ว่าจะเป็นลำต้น กิ่ง ใบ เปลือก หน่อ รากเหง้า ดอก หัว ฝัก เมล็ด หรือส่วนอื่น ๆ ของพืช และวัตถุพลอยได้จากพืช ทั้งนี้ ที่อยู่ในสภาพสดหรือรักษาสภาพไว้เพื่อมิให้เสียเป็นการชั่วคราวในระหว่างขนส่งด้วยการแช่เย็น แช่เย็นจนแข็ง หรือด้วยการจัดทำหรือปรุงแต่งโดยวิธีการอื่น หรือรักษาสภาพไว้เพื่อมิให้เสียเพื่อการขายปลีกหรือขายส่งด้วยวิธีการแช่เย็น แช่เย็นจนแข็ง ทำให้แห้ง บด ทำให้เป็นชิ้น หรือด้วยวิธีอื่น ข้าวสารหรือผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการสีข้าว แต่ไม่รวมถึงไม้ซุง ฟืน หรือผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการเลื่อยไม้ หรือผลิตภัณฑ์อาหารที่บรรจุกระป๋อง ภาชนะ หรือหีบห่อที่ทำเป็นอุตสาหกรรมตามลักษณะและเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด (ข) การขายสัตว์ไม่ว่าจะมีชีวิตหรือไม่มีชีวิต และในกรณีสัตว์ไม่มีชีวิตไม่ว่าจะเป็นเนื้อ ส่วนต่าง ๆ ของสัตว์ ไข่ น้ำนม และวัตถุพลอยได้จากสัตว์ ทั้งนี้ ที่อยู่ในสภาพสดหรือรักษาสภาพไว้เพื่อมิให้เสียเป็นการชั่วคราวในระหว่างขนส่งด้วยการแช่เย็น แช่เย็นจนแข็ง หรือด้วยการจัดทำหรือปรุงแต่งโดยวิธีการอื่น หรือรักษาสภาพไว้เพื่อมิให้เสียเพื่อการขายปลีกหรือขายส่งด้วยวิธีการแช่เย็น แช่เย็นจนแข็ง ทำให้แห้ง บด ทำให้เป็นชิ้น หรือด้วยวิธีอื่น แต่ไม่รวมถึงผลิตภัณฑ์อาหารที่บรรจุกระป๋อง ภาชนะ หรือหีบห่อที่ทำเป็นอุตสาหกรรมตามลักษณะและเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด (ค) การขายปุ๋ย (ง) การขายปลาป่น อาหารสัตว์ (จ) การขายยาหรือเคมีภัณฑ์ที่ใช้สำหรับพืชหรือสัตว์เพื่อบำรุงรักษาป้องกันทำลายหรือกำจัดศัตรูหรือโรคของพืชและสัตว์ (ฉ) การขายหนังสือพิมพ์ นิตยสาร หรือตำราเรียน (ช) การให้บริการการศึกษาของสถานศึกษาของทางราชการ สถานศึกษาตามกฎหมายว่าด้วยสถาบันอุดมศึกษาเอกชน หรือโรงเรียนเอกชนตามกฎหมายว่าด้วยโรงเรียนเอกชน (ซ) การให้บริการที่เป็นงานทางศิลปะและวัฒนธรรมในสาขา และลักษณะการประกอบกิจการที่อธิบดีกำหนดโดยอนุมัติรัฐมนตรี (ฌ) การให้บริการการประกอบโรคศิลปะ การสอบบัญชี การว่าความ หรือการประกอบวิชาชีพอิสระอื่นตามที่อธิบดีกำหนดโดยอนุมัติรัฐมนตรี ทั้งนี้ เฉพาะวิชาชีพอิสระที่มีกฎหมายควบคุมการประกอบวิชาชีพอิสระนั้น (ญ) การให้บริการรักษาพยาบาลของสถานพยาบาลตามกฎหมายว่าด้วยสถานพยาบาล (ฎ) การให้บริการวิจัย หรือการให้บริการทางวิชาการ ทั้งนี้ ในสาขาและลักษณะการประกอบกิจการที่อธิบดีกำหนดโดยอนุมัติรัฐมนตรี (ฏ) การให้บริการห้องสมุด พิพิธภัณฑ์ สวนสัตว์ (ฐ) การให้บริการตามสัญญาจ้างแรงงาน (ฑ) การให้บริการจัดแข่งขันกีฬาสมัครเล่น (ฒ) การให้บริการของนักแสดงสาธารณะ ทั้งนี้ เฉพาะบริการในสาขาและลักษณะการประกอบกิจการตามที่อธิบดีกำหนดโดยอนุมัติรัฐมนตรี (ณ) การให้บริการขนส่งในราชอาณาจักร (ด) การให้บริการขนส่งระหว่างประเทศซึ่งมิใช่เป็นการขนส่งโดยอากาศยานหรือเรือเดินทะเล (ต) การให้บริการเช่าอสังหาริมทรัพย์ (ถ) การให้บริการของราชการส่วนท้องถิ่น ทั้งนี้ ไม่รวมถึงบริการที่เป็นการพาณิชย์ของราชการส่วนท้องถิ่น หรือเป็นการหารายได้หรือผลประโยชน์ไม่ว่าจะเป็นกิจการสาธารณูปโภคหรือไม่ก็ตาม (ท) การขายสินค้าหรือการให้บริการของกระทรวง ทบวง กรม ซึ่งส่งรายรับทั้งสิ้นให้แก่รัฐโดยไม่หักรายจ่าย (ธ) การขายสินค้าหรือการให้บริการเพื่อประโยชน์แก่การศาสนาหรือการสาธารณกุศลภายในประเทศซึ่งไม่นำผลกำไรไปจ่ายในทางอื่น (น) การขายสินค้าหรือการให้บริการตามที่กำหนดโดยพระราชกฤษฎีกา (2) การนำเข้าสินค้าดังต่อไปนี้ (ก) สินค้าตาม (1) (ก) ถึง (ฉ) (ข)2 สินค้าจากต่างประเทศที่นำเข้าไปในเขตปลอดอากร ทั้งนี้ เฉพาะสินค้าที่ได้รับยกเว้นอากรขาเข้าตามกฎหมายว่าด้วยการนั้น (ค) สินค้าที่จำแนกประเภทไว้ในภาคว่าด้วยของที่ได้รับยกเว้นอากรตามกฎหมายว่าด้วยพิกัดอัตราศุลกากร (ง) สินค้าซึ่งนำเข้าและอยู่ในอารักขาของศุลกากร แล้วได้ส่งกลับออกไปต่างประเทศ โดยได้คืนอากรขาเข้าตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร (3) การส่งออกซึ่งสินค้าหรือบริการของผู้ประกอบการจดทะเบียนซึ่งต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 82/16 การยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับการประกอบกิจการตามมาตรานี้ อธิบดีจะเสนอให้คณะกรรมการวินิจฉัยภาษีอากรพิจารณากำหนดลักษณะของกิจการและเงื่อนไขในการประกอบกิจการที่ได้รับการยกเว้นตามมาตรานี้ก็ได้ และเมื่อคณะกรรมการวินิจฉัยภาษีอากรได้วินิจฉัยแล้วให้ประกาศคำวินิจฉัยของคณะกรรมการดังกล่าวในราชกิจจานุเบกษา และหากกิจการนั้นมิได้เป็นไปตามลักษณะและเงื่อนไขที่กำหนด กิจการนั้นจะไม่ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรานี้
ประมวลรัษฎากร หมวด 4 ภาษีมูลค่าเพิ่ม (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)
ประมวลรัษฎากร มาตรา 118
ตราสารใดไม่ปิดแสตมป์บริบูรณ์ จะใช้ต้นฉบับ คู่ฉบับ คู่ฉีก หรือสำเนาตราสารนั้นเป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้ จนกว่าจะได้เสียอากรโดยปิดแสตมป์ครบจำนวนตามอัตราในบัญชีท้ายหมวดนี้ และขีดฆ่าแล้ว แต่ทั้งนี้ ไม่เป็นการเสื่อมสิทธิที่จะเรียกเงินเพิ่มอากรตามมาตรา 113 และมาตรา 114
บทบัญญัติ (ถ้อยคำตามเว็บกรมสรรพากร)
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 373
ความตกลงทำไว้ล่วงหน้าเป็นข้อความยกเว้นมิให้ลูกหนี้ต้องรับผิดเพื่อกลฉ้อฉล หรือความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงของตนนั้น ท่านว่าเป็นโมฆะ
หมวด 2 ผลแห่งสัญญา
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 383
ถ้าเบี้ยปรับที่ริบนั้นสูงเกินส่วน ศาลจะลดลงเป็นจำนวนพอสมควรก็ได้ ในการที่จะวินิจฉัยว่าสมควรเพียงใดนั้น ท่านให้พิเคราะห์ถึงทางได้เสียของเจ้าหนี้ทุกอย่างอันชอบด้วยกฎหมาย ไม่ใช่แต่เพียงทางได้เสียในเชิงทรัพย์สิน เมื่อได้ใช้เงินตามเบี้ยปรับแล้ว สิทธิเรียกร้องขอลดก็เป็นอันขาดไป
หมวด 3 มัดจำและกำหนดเบี้ยปรับ
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 224
หนี้เงินนั้น ให้คิดดอกเบี้ยในระหว่างเวลาผิดนัดในอัตราที่กำหนดตามมาตรา 7 บวกด้วยอัตราเพิ่มร้อยละสองต่อปี ถ้าเจ้าหนี้อาจจะเรียกดอกเบี้ยได้สูงกว่านั้นโดยอาศัยเหตุอย่างอื่นอันชอบด้วยกฎหมาย ก็ให้คงส่งดอกเบี้ยต่อไปตามนั้น
ส่วนที่ 1 การไม่ชำระหนี้
พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 40
ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลมีหน้าที่ ดังต่อไปนี้ (1) ดำเนินการเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามคำสั่งที่ได้รับ จากผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลเท่านั้น เว้นแต่คำสั่งนั้นขัดต่อกฎหมายหรือบทบัญญัติในการคุ้มครอง ข้อมูลส่วนบุคคลตามพระราชบัญญัตินี้ (2) จัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม เพื่อป้องกันการสูญหาย เข้าถึง ใช้ เปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ รวมทั้ง แจ้งให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลทราบถึงเหตุการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลที่เกิดขึ้น (3) จัดทำและเก็บรักษาบันทึกรายการของกิจกรรมการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลไว้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการประกาศกำหนด ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งไม่ปฏิบัติตาม (1) สำหรับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผย ข้อมูลส่วนบุคคลใด ให้ถือว่าผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลสำหรับ การเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลนั้น การดำเนินงานตามหน้าที่ของผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลตามที่ได้รับมอบหมายจากผู้ควบคุม ข้อมูลส่วนบุคคลตามวรรคหนึ่ง ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลต้องจัดให้มีข้อตกลงระหว่างกัน เพื่อควบคุม การดำเนินงานตามหน้าที่ของผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้ ความใน (3) อาจยกเว้นมิให้นำมาใช้บังคับกับผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งเป็นกิจการ ขนาดเล็กตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการประกาศกำหนด เว้นแต่มีการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผย ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความเสี่ยงที่จะมีผลกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล หรือ มิใช่กิจการที่เก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเป็นครั้งคราว หรือมีการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามมาตรา 26
พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)