สัญญาค้ำประกัน (บุคคลค้ำประกันหนี้ตามสัญญา) ต้องมีอะไรบ้าง
บุคคลหนึ่งรับปากเจ้าหนี้ว่าถ้าลูกหนี้ไม่จ่าย ตนจะจ่ายแทน ภายในวงเงินและระยะเวลาที่กำหนด · ห้ามเขียนให้ผู้ค้ำ รับผิดอย่างลูกหนี้ร่วม — โมฆะ (ม.681/1)
| ใช้เมื่อ | ให้ญาติหรือเพื่อนกู้เงินโดยมีคนค้ำ |
|---|---|
| อากรแสตมป์ | สัญญาค้ำประกันต้องติดอากรแสตมป์ ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก ตามบัญชีอัตราอากรแสตมป์ ลักษณะ 17 (วงเงินไม่เกิน 1,000 บาท = 1 บาท · เกิน 1,000 ถึง 10,000 = 5 บาท · เกิน 10,000 หรือไม่จำกัดจำนวน = 10 บาท) — ผู้ค้ำประกันเป็นผู้เสียอากรและขีดฆ่า · คู่ฉบับ (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก) (ลักษณะ 23) ไม่ติดอากร ใช้สัญญาเป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนกว่าจะเสียอากรครบพร้อมเงินเพิ่ม (ประมวลรัษฎากร ม.118) ค้ำประกันต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้ค้ำประกัน ไม่งั้นฟ้องผู้ค้ำไม่ได้ (ป.พ.พ. ม.680 วรรคสอง) |
| มาตราที่อ้าง | ป.พ.พ. ม.680, 681, 681/1, 685/1, 686, 688–690, 691, 693, 694, 699, 700 · บัญชีอัตราอากรแสตมป์ ลักษณะ 17, 23 · ประมวลรัษฎากร ม.118 |
| ค่าใช้แบบฟอร์มบนเว็บนี้ | 149 บาท |
ใช้สัญญาฉบับนี้เมื่อไร
- ให้ญาติหรือเพื่อนกู้เงินโดยมีคนค้ำ
- ผู้เช่าเป็นคนต่างจังหวัด/ต่างชาติ เจ้าของบ้านขอคนค้ำ
- ผู้รับจ้างหรือคู่ค้าที่มีหนี้เงินตามสัญญาฉบับเดียว เจ้าหนี้ขอคนค้ำ
จุดที่พลาดบ่อยและต้องระวัง
- ห้ามเขียนให้ผู้ค้ำ «รับผิดอย่างลูกหนี้ร่วม» — โมฆะ (ม.681/1)
- ต้องระบุวงเงินสูงสุดและระยะเวลา ไม่งั้นค้ำหนี้ในอนาคตไม่ได้ (ม.681)
- ลูกหนี้ผิดนัดแล้ว เจ้าหนี้ต้องแจ้งผู้ค้ำเป็นหนังสือภายใน 60 วัน ไม่งั้นผู้ค้ำหลุดพ้นจากดอกเบี้ยที่เกิดหลังจากนั้น (ม.686)
- เจ้าหนี้ขยายเวลาให้ลูกหนี้โดยผู้ค้ำไม่ยินยอม ผู้ค้ำหลุดพ้นทั้งหมด (ม.700)
- ผู้ค้ำต้องติดอากรแสตมป์ 10 บาท (วงเงินเกิน 10,000)
กรณีที่ไม่ควรใช้ฉบับนี้
- ต้องการหลักประกันเป็นทรัพย์ — ใช้จำนอง (อสังหาริมทรัพย์) หรือจำนำ
- ธนาคาร/สถาบันการเงินเป็นเจ้าหนี้ — ธนาคารมีแบบของตัวเอง
- ค้ำประกันการทำงานของลูกจ้าง — ใช้ สัญญาค้ำประกันการทำงาน ซึ่งมีลักษณะงานและเพดาน 60 เท่าของค่าจ้างรายวันตามกฎหมายแรงงาน
- ค้ำผู้รับจ้างหรือผู้ขายให้ทำงานหรือส่งของตามสัญญา (ค่าปรับ เงินล่วงหน้า ความชำรุดบกพร่อง) — ใช้ สัญญาค้ำประกันการปฏิบัติตามสัญญา
- ค้ำหนี้ที่เกิดหมุนเวียนหลายคราว เช่น เครดิตการค้าซื้อเชื่อ โดยไม่ผูกกับสัญญาฉบับเดียว — ใช้ สัญญาค้ำประกันมีวงเงิน
อากรแสตมป์
สัญญาค้ำประกันต้องติดอากรแสตมป์ ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก ตามบัญชีอัตราอากรแสตมป์ ลักษณะ 17 (วงเงินไม่เกิน 1,000 บาท = 1 บาท · เกิน 1,000 ถึง 10,000 = 5 บาท · เกิน 10,000 หรือไม่จำกัดจำนวน = 10 บาท) — ผู้ค้ำประกันเป็นผู้เสียอากรและขีดฆ่า · คู่ฉบับ (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก) (ลักษณะ 23)
- ไม่ติดอากร ใช้สัญญาเป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนกว่าจะเสียอากรครบพร้อมเงินเพิ่ม (ประมวลรัษฎากร ม.118)
- ค้ำประกันต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้ค้ำประกัน ไม่งั้นฟ้องผู้ค้ำไม่ได้ (ป.พ.พ. ม.680 วรรคสอง)
ผู้ค้ำประกันที่เป็นนิติบุคคล — กฎไม่เหมือนกัน
ข้อห้ามเรื่อง «รับผิดอย่างลูกหนี้ร่วม» ตาม ม.681/1 วรรคหนึ่ง ไม่ใช้กับผู้ค้ำประกันที่เป็นนิติบุคคล ซึ่งยินยอมเข้าผูกพันตนเพื่อรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วม (ม.681/1 วรรคสอง) เจ้าหนี้จึงตกลงเรื่องนี้กับบริษัทผู้ค้ำได้ ต่างจากผู้ค้ำที่เป็นบุคคลธรรมดาซึ่งตกลงไม่ได้เลย
แบบนี้ไม่ได้ใช้ข้อยกเว้นนั้น — ไม่ว่าผู้ค้ำจะเป็นบุคคลหรือนิติบุคคล สัญญาฉบับนี้ให้ผู้ค้ำรับผิดอย่างผู้ค้ำประกันตามปกติ ซึ่งชอบด้วยกฎหมายทั้งสองกรณี เพียงแต่เป็นผลดีต่อผู้ค้ำที่เป็นนิติบุคคลมากกว่าที่กฎหมายบังคับ หากเจ้าหนี้ต้องการให้บริษัทผู้ค้ำรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วม ต้องให้ทนายร่างข้อความเพิ่มเป็นการเฉพาะ ไม่ใช่แก้เอง
ข้อคุ้มครองอื่นยังใช้กับผู้ค้ำทุกประเภท เช่น หน้าที่บอกกล่าวภายใน 60 วัน (ม.686) และการระบุวงเงินสูงสุดกับระยะเวลาก่อหนี้ (ม.681 วรรคสอง)
กฎหมายค้ำประกันฉบับแก้ไข พ.ศ. 2557–2558 — ข้อที่เขียนแล้วเป็นโมฆะ
แบบนี้ร่างให้สอดคล้องกับกฎหมายที่แก้ไขแล้ว ซึ่งคุ้มครองผู้ค้ำประกันมาก ห้ามเพิ่มข้อความต่อไปนี้ เพราะเป็นโมฆะ (ม.685/1):
- ให้ผู้ค้ำประกัน «รับผิดอย่างลูกหนี้ร่วม» หรือ «ในฐานะลูกหนี้ร่วม» (ม.681/1)
- ค้ำประกันหนี้ในอนาคตโดยไม่ระบุวัตถุประสงค์ ลักษณะมูลหนี้ จำนวนเงินสูงสุด และระยะเวลาก่อหนี้ (ม.681 วรรคสอง) — จึงต้องกรอกข้อ 1.1–1.4 ให้ครบ
- ยกเว้นหน้าที่เจ้าหนี้ที่ต้องบอกกล่าวผู้ค้ำภายใน 60 วัน (ม.686)
- ตัดสิทธิผู้ค้ำที่จะยกข้อต่อสู้ของลูกหนี้ (ม.694) หรือให้ผู้ค้ำยินยอมผ่อนเวลาไว้ล่วงหน้า (ม.700 วรรคสอง)
- ให้ผู้ค้ำรับผิดเกินกว่าหนี้ที่ลดลงแล้ว (ม.691)
- ห้ามผู้ค้ำบอกเลิกการค้ำหนี้ที่เกิดเป็นคราว ๆ (ม.699) แบบนี้ไม่มีข้อให้ผู้ค้ำยินยอมล่วงหน้ากรณีขยายเวลา — ถ้าจะขยายเวลาให้ลูกหนี้ ต้องขอความยินยอมจากผู้ค้ำเป็นครั้ง ๆ ไป
เจ้าหนี้ต้องทำอะไรเมื่อลูกหนี้ผิดนัด
- ส่งหนังสือบอกกล่าวถึงผู้ค้ำภายใน 60 วัน นับแต่วันผิดนัด ทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ — ช้ากว่านั้น ผู้ค้ำหลุดพ้นจากดอกเบี้ย/ค่าเสียหายที่เกิดหลัง 60 วัน (ม.686)
- เรียกผู้ค้ำก่อนหนังสือบอกกล่าวไปถึงไม่ได้
- ผู้ค้ำขอให้ไปเรียกลูกหนี้ก่อนได้ และขอให้บังคับจากทรัพย์ของลูกหนี้ก่อนได้ถ้าพิสูจน์ว่าลูกหนี้มีทางชำระ (ม.688–689)
ผู้ค้ำประกันควรรู้ก่อนลงชื่อ
- ค้ำแล้วถ้าลูกหนี้ไม่จ่าย คุณจ่ายจริง วงเงินในข้อ 1.3 คือเพดานเงินต้น แต่ดอกเบี้ยและค่าเสียหายเพิ่มได้อีก
- ค้ำแล้วจ่ายแทน ไล่เบี้ยเอาจากลูกหนี้ได้พร้อมดอกเบี้ย (ม.693) — เก็บหลักฐานการจ่ายทุกครั้ง
- ผู้ค้ำที่สมรสแล้ว: การค้ำประกันไม่ใช่การจัดการสินสมรสที่ต้องได้รับความยินยอม แต่ถ้าถูกบังคับคดี เจ้าหนี้ยึดสินสมรสส่วนของผู้ค้ำได้ — เปิดช่องคู่สมรสยินยอมไว้เพื่อลดข้อโต้แย้ง
- ค้ำหนี้ที่ยังไม่แน่นอน (วงเงินหมุนเวียน บัตรเครดิต) ควรจำกัดวงเงินและระยะเวลาให้สั้น และรู้ว่าบอกเลิกสำหรับหนี้ในอนาคตได้
เอกสารแนบท้าย
- สำเนาสัญญาหลัก (กู้/เช่า/จ้าง) ที่ค้ำประกัน — ข้อ 1 อ้างถึง ต้องแนบ
- สำเนาบัตรประชาชนและทะเบียนบ้านของผู้ค้ำประกัน · สำเนาทะเบียนสมรส (ถ้าคู่สมรสลงชื่อยินยอม)
- เจ้าหนี้นิติบุคคล: หนังสือรับรอง + หนังสือมอบอำนาจ (ถ้ามี · ติดอากร 10/30 บาท)
วันลงนาม
- 2 ฉบับ · ผู้ค้ำประกันลงชื่อต่อหน้าพยาน 2 คน · ติดอากรและขีดฆ่าในวันลงนาม
- ผู้ค้ำควรได้รับสำเนาสัญญาหลักไปอ่านก่อนวันลงนาม ไม่ใช่เห็นครั้งแรกตอนเซ็น
ผู้เขียนและผู้ตรวจทาน
เขียนและตรวจทานโดย ภูวรา ครอบตะคุ ทนายความ (ใบอนุญาต 477/2558) · เนติบัณฑิตไทย · น.ม. กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาและสารสนเทศ — การเลือกประเด็น การจัดหมวด และคำอธิบายในบทความนี้เป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ของผู้เขียน ส่วนตัวบทกฎหมายที่ยกมาไม่มีลิขสิทธิ์และตรวจกับราชกิจจานุเบกษาได้เสมอ · ทะเบียนบทความ OKC-335AA2 · หากนำไปใช้ต่อ โปรดระบุชื่อผู้เขียนและลิงก์ต้นฉบับ
คำถามที่พบบ่อย
สัญญาค้ำประกัน (บุคคลค้ำประกันหนี้ตามสัญญา) ต้องติดอากรแสตมป์ไหม
สัญญาค้ำประกันต้องติดอากรแสตมป์ ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก ตามบัญชีอัตราอากรแสตมป์ ลักษณะ 17 (วงเงินไม่เกิน 1,000 บาท = 1 บาท · เกิน 1,000 ถึง 10,000 = 5 บาท · เกิน 10,000 หรือไม่จำกัดจำนวน = 10 บาท) — ผู้ค้ำประกันเป็นผู้เสียอากรและขีดฆ่า · คู่ฉบับ (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก) (ลักษณะ 23) ไม่ติดอากร ใช้สัญญาเป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนกว่าจะเสียอากรครบพร้อมเงินเพิ่ม (ประมวลรัษฎากร ม.118) ค้ำประกันต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้ค้ำประกัน ไม่งั้นฟ้องผู้ค้ำไม่ได้ (ป.พ.พ. ม.680 วรรคสอง)
ใช้สัญญาค้ำประกัน (บุคคลค้ำประกันหนี้ตามสัญญา)ตอนไหน
ให้ญาติหรือเพื่อนกู้เงินโดยมีคนค้ำ · ผู้เช่าเป็นคนต่างจังหวัด/ต่างชาติ เจ้าของบ้านขอคนค้ำ · ผู้รับจ้างหรือคู่ค้าที่มีหนี้เงินตามสัญญาฉบับเดียว เจ้าหนี้ขอคนค้ำ
ทำสัญญาค้ำประกัน (บุคคลค้ำประกันหนี้ตามสัญญา)ต้องระวังอะไร
ห้ามเขียนให้ผู้ค้ำ รับผิดอย่างลูกหนี้ร่วม — โมฆะ (ม.681/1) · ต้องระบุวงเงินสูงสุดและระยะเวลา ไม่งั้นค้ำหนี้ในอนาคตไม่ได้ (ม.681) · ลูกหนี้ผิดนัดแล้ว เจ้าหนี้ต้องแจ้งผู้ค้ำเป็นหนังสือภายใน 60 วัน ไม่งั้นผู้ค้ำหลุดพ้นจากดอกเบี้ยที่เกิดหลังจากนั้น (ม.686) · เจ้าหนี้ขยายเวลาให้ลูกหนี้โดยผู้ค้ำไม่ยินยอม ผู้ค้ำหลุดพ้นทั้งหมด (ม.700) · ผู้ค้ำต้องติดอากรแสตมป์ 10 บาท (วงเงินเกิน 10,000)
กรณีไหนที่ไม่ควรใช้สัญญาค้ำประกัน (บุคคลค้ำประกันหนี้ตามสัญญา)
ต้องการหลักประกันเป็นทรัพย์ — ใช้จำนอง (อสังหาริมทรัพย์) หรือจำนำ · ธนาคาร/สถาบันการเงินเป็นเจ้าหนี้ — ธนาคารมีแบบของตัวเอง · ค้ำประกันการทำงานของลูกจ้าง — ใช้ สัญญาค้ำประกันการทำงาน ซึ่งมีลักษณะงานและเพดาน 60 เท่าของค่าจ้างรายวันตามกฎหมายแรงงาน · ค้ำผู้รับจ้างหรือผู้ขายให้ทำงานหรือส่งของตามสัญญา (ค่าปรับ เงินล่วงหน้า ความชำรุดบกพร่อง) — ใช้ สัญญาค้ำประกันการปฏิบัติตามสัญญา · ค้ำหนี้ที่เกิดหมุนเวียนหลายคราว เช่น เครดิตการค้าซื้อเชื่อ โดยไม่ผูกกับสัญญาฉบับเดียว — ใช้ สัญญาค้ำประกันมีวงเงิน
ลงนามสัญญาค้ำประกัน (บุคคลค้ำประกันหนี้ตามสัญญา)ต้องมีพยานไหม ทำกี่ฉบับ
2 ฉบับ · ผู้ค้ำประกันลงชื่อต่อหน้าพยาน 2 คน · ติดอากรและขีดฆ่าในวันลงนาม ผู้ค้ำควรได้รับสำเนาสัญญาหลักไปอ่านก่อนวันลงนาม ไม่ใช่เห็นครั้งแรกตอนเซ็น
ทำสัญญาค้ำประกัน (บุคคลค้ำประกันหนี้ตามสัญญา)ต้องเตรียมเอกสารอะไรแนบท้าย
สำเนาสัญญาหลัก (กู้/เช่า/จ้าง) ที่ค้ำประกัน — ข้อ 1 อ้างถึง ต้องแนบ สำเนาบัตรประชาชนและทะเบียนบ้านของผู้ค้ำประกัน · สำเนาทะเบียนสมรส (ถ้าคู่สมรสลงชื่อยินยอม) เจ้าหนี้นิติบุคคล: หนังสือรับรอง + หนังสือมอบอำนาจ (ถ้ามี · ติดอากร 10/30 บาท)
กฎหมายที่อ้างถึงในบทความนี้
ถ้อยคำด้านล่างคัดจากตัวบท 12 มาตรา — ใช้อ้างอิงได้ แต่หากต้องใช้ในชั้นศาล ควรตรวจกับราชกิจจานุเบกษาฉบับทางการอีกครั้ง
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 680
อันว่าค้ำประกันนั้น คือสัญญาซึ่งบุคคลภายนอกคนหนึ่ง เรียกว่า ผู้ค้ำประกัน ผูกพันตนต่อเจ้าหนี้คนหนึ่ง เพื่อชำระหนี้ในเมื่อลูกหนี้ไม่ชำระหนี้นั้น
หมวด 1 บทเบ็ดเสร็จทั่วไป
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 681
อันค้ำประกันนั้นจะมีได้แต่เฉพาะเพื่อหนี้อันสมบูรณ์
หมวด 1 บทเบ็ดเสร็จทั่วไป
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 681/1
ข้อตกลงใดที่กำหนดให้ผู้ค้ำประกันต้องรับผิดอย่างเดียวกับลูกหนี้ร่วมหรือในฐานะเป็นลูกหนี้ร่วม ข้อตกลงนั้นเป็นโมฆะ
หมวด 1 บทเบ็ดเสร็จทั่วไป
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 685/1
บรรดาข้อตกลงเกี่ยวกับการค้ำประกันที่แตกต่างไปจากมาตรา 681 วรรคหนึ่ง วรรคสอง และวรรคสาม มาตรา 686 มาตรา 694 มาตรา 698 และมาตรา 699 เป็นโมฆะ
หมวด 1 บทเบ็ดเสร็จทั่วไป
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 686
เมื่อลูกหนี้ผิดนัด ให้เจ้าหนี้มีหนังสือบอกกล่าวไปยังผู้ค้ำประกันภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ลูกหนี้ผิดนัด และไม่ว่ากรณีจะเป็นประการใดเจ้าหนี้จะเรียกให้ผู้ค้ำประกันชำระหนี้ก่อนที่หนังสือบอกกล่าวจะไปถึงผู้ค้ำประกันมิได้ แต่ไม่ตัดสิทธิผู้ค้ำประกันที่จะชำระหนี้เมื่อหนี้ถึงกำหนดชำระ
หมวด 2 ผลก่อนชำระหนี้
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 688
เมื่อเจ้าหนี้ทวงให้ผู้ค้ำประกันชำระหนี้ ผู้ค้ำประกันจะขอให้เรียกลูกหนี้ชำระก่อนก็ได้ เว้นแต่ลูกหนี้จะถูกศาลพิพากษาให้เป็นคนล้มละลายเสียแล้ว หรือไม่ปรากฏว่าลูกหนี้ไปอยู่แห่งใดในพระราชอาณาเขต
หมวด 2 ผลก่อนชำระหนี้
ประมวลรัษฎากร มาตรา 118
ตราสารใดไม่ปิดแสตมป์บริบูรณ์ จะใช้ต้นฉบับ คู่ฉบับ คู่ฉีก หรือสำเนาตราสารนั้นเป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้ จนกว่าจะได้เสียอากรโดยปิดแสตมป์ครบจำนวนตามอัตราในบัญชีท้ายหมวดนี้ และขีดฆ่าแล้ว แต่ทั้งนี้ ไม่เป็นการเสื่อมสิทธิที่จะเรียกเงินเพิ่มอากรตามมาตรา 113 และมาตรา 114
บทบัญญัติ (ถ้อยคำตามเว็บกรมสรรพากร)
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 694
นอกจากข้อต่อสู้ซึ่งผู้ค้ำประกันมีต่อเจ้าหนี้นั้น ท่านว่าผู้ค้ำประกันยังอาจยกข้อต่อสู้ทั้งหลายซึ่งลูกหนี้มีต่อเจ้าหนี้ขึ้นต่อสู้ได้ด้วย
หมวด 3 ผลภายหลังชำระหนี้
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 700
ถ้าค้ำประกันหนี้อันจะต้องชำระ ณ เวลามีกำหนดแน่นอนและเจ้าหนี้ยอมผ่อนเวลาให้แก่ลูกหนี้ ผู้ค้ำประกันย่อมหลุดพ้นจากความรับผิด เว้นแต่ผู้ค้ำประกันจะได้ตกลงด้วยในการผ่อนเวลานั้น
หมวด 4 ความระงับสิ้นไปแห่งการค้ำประกัน
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 691
ในกรณีที่เจ้าหนี้ตกลงกับลูกหนี้ อันมีผลเป็นการลดจำนวนหนี้ที่มีการค้ำประกันรวมทั้งดอกเบี้ย ค่าสินไหมทดแทน หรือค่าภาระติดพันอันเป็นอุปกรณ์แห่งหนี้รายนั้น ให้เจ้าหนี้มีหนังสือแจ้งให้ผู้ค้ำประกันทราบถึงข้อตกลงดังกล่าวภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ตกลงกันนั้น ถ้าลูกหนี้ได้ชำระหนี้ตามที่ได้ลดแล้วก็ดี ลูกหนี้ชำระหนี้ตามที่ได้ลดไม่ครบถ้วนแต่ผู้ค้ำประกันได้ชำระหนี้ส่วนที่เหลือนั้นแล้วก็ดี หรือลูกหนี้ไม่ชำระหนี้ตามที่ได้ลดแต่ผู้ค้ำประกันได้ชำระหนี้ตามที่ได้ลดนั้นแล้วก็ดี ให้ผู้ค้ำประกันเป็นอันหลุดพ้นจากการค้ำประกัน ในการชำระหนี้ของผู้ค้ำประกันดังกล่าว ผู้ค้ำประกันมีสิทธิชำระหนี้ได้แม้จะล่วงเลยกำหนดเวลาชำระหนี้ตามที่ได้ลดแต่ต้องไม่เกินหกสิบวันนับแต่วันที่ครบกำหนดเวลาชำระหนี้ดังกล่าว ในกรณีที่เจ้าหนี้มีหนังสือแจ้งให้ผู้ค้ำประกันทราบถึงข้อตกลงดังกล่าวเมื่อล่วงเลยกำหนดเวลาชำระหนี้ตามที่ได้ลดแล้ว ให้ผู้ค้ำประกันมีสิทธิชำระหนี้ได้ภายในหกสิบวันนับแต่วันที่เจ้าหนี้มีหนังสือแจ้งให้ผู้ค้ำประกันทราบถึงข้อตกลงนั้น ทั้งนี้ ข้อตกลงที่ทำขึ้นภายหลังที่ลูกหนี้ผิดนัดชำระหนี้แล้ว หากในข้อตกลงนั้นมีการขยายเวลาชำระหนี้ให้แก่ลูกหนี้ มิให้ถือว่าเป็นการผ่อนเวลาตามมาตรา 700
หมวด 2 ผลก่อนชำระหนี้
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 699
การค้ำประกันเพื่อกิจการเนื่องกันไปหลายคราวไม่มีจำกัดเวลาเป็นคุณแก่เจ้าหนี้นั้น ท่านว่าผู้ค้ำประกันอาจเลิกเสียเพื่อคราวอันเป็นอนาคตได้ โดยบอกกล่าวความประสงค์นั้นแก่เจ้าหนี้
หมวด 4 ความระงับสิ้นไปแห่งการค้ำประกัน
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 693
ผู้ค้ำประกันซึ่งได้ชำระหนี้แล้ว ย่อมมีสิทธิที่จะไล่เบี้ยเอาจากลูกหนี้ เพื่อต้นเงินกับดอกเบี้ยและเพื่อการที่ต้องสูญหายหรือเสียหายไปอย่างใด ๆ เพราะการค้ำประกันนั้น
หมวด 3 ผลภายหลังชำระหนี้